ผู้เขียน: lalika69_admin

Ghostbusters: Night Shift สัญญาว่าผีจะหลอนแปลกตาเหมือน Real Ghostbusters

เชื่อว่าแฟนรุ่นคลาสสิกของเหล่าหน่วยปราบผีต้องมีเฮแน่นอนครับ! ล่าสุดมีการเปิดเผยข้อมูลที่น่าตื่นเต้นเกี่ยวกับโปรเจกต์แอนิเมชันเรื่องใหม่ Ghostbusters: Night Shift ที่เรียกได้ว่าแฟนๆ นั่งไม่ติดเก้าอี้กันเลยทีเดียว โดยผู้สร้างได้ออกมายืนยันแล้วว่า ในซีรีส์ชุดนี้พวกเขาจะเน้นการออกแบบเหล่าภูตผีปีศาจให้มีความหลอน แปลก และสร้างสรรค์ไม่แพ้ตำนานอย่าง Real Ghostbusters ที่เคยทำให้เราขวัญผวามาแล้วในยุค 80s

Ghostbusters: Night Shift สัญญาว่าผีจะหลอนแปลกตาเหมือน Real Ghostbusters

ทีมผู้สร้างอย่าง Ivan Reitman และ Amie Karp ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงทิศทางของแอนิเมชันเรื่องนี้ โดยเน้นย้ำว่า Ghostbusters: Night Shift จะพาผู้ชมย้อนกลับไปสัมผัสจิตวิญญาณแห่งความครีเอทีฟที่หาตัวจับยาก โดยตั้งเป้าให้เหล่าปีศาจในเรื่องดูมีความเป็นมืออาชีพในแง่ของความสยองขวัญและตลกขบขันไปพร้อมๆ กัน เหมือนกับลายเส้นที่ Fil Barlow และ Everett Peck เคยสร้างไว้ในอดีต

ทำไมแฟนๆ ถึงคาดหวังกับ Ghostbusters: Night Shift ว่าจะเหมือน Real Ghostbusters?

สาเหตุหลักที่ทำให้นักดูหนังทั่วโลกจับตาดูโปรเจกต์นี้ เพราะคำสัญญาที่ว่าผีในเวอร์ชันล่าสุดจะมีลักษณะที่ “สร้างสรรค์ เนื้อหนัง และดูจับต้องได้” มากกว่าที่เคยเห็นในฉบับภาพยนตร์คนแสดงทั่วไปครับ ทีมงานตั้งใจจะดึงเอาความบ้าคลั่งในจินตนาการของผู้สร้างยุคเก่ากลับมารีไซเคิลใหม่ให้เข้ากับยุคสมัย ซึ่งถือเป็นข่าวดีมากสำหรับใครที่โหยหาความแปลกประหลาดที่มากกว่าแค่การตามจับผีธรรมดาๆ

นอกเหนือจากเรื่องของผีๆ แล้ว วงการบันเทิงในช่วงนี้ยังมีข่าวที่น่าสนใจอีกเพียบ:

  • Donkey: สปินออฟจาก Shrek เตรียมเข้าฉายให้เราหายคิดถึงเจ้าลากวนประสาทกันในปี 2028
  • Pinocchio: Unstrung: เตรียมพบกับ Robert Englund ในบท Jiminy Cricket สายดาร์กที่อยู่ในหัวของพินอคคิโอ
  • Skeletons: ภาพยนตร์เรื่องใหม่ของ Brie Larson ที่กำลังเป็นที่พูดถึงในวงกว้างพร้อมทีมนักแสดงคับคั่ง
  • Ratatouille 2: สำหรับแฟนหนัง Pixar ข่าวร้ายคือ Brad Bird ยืนยันชัดเจนว่าไม่มีแผนทำภาคต่อนะครับ เพราะเขาคิดว่าเรื่องราวมันสมบูรณ์ในตัวของมันเองแล้ว

สำหรับการกลับมาของหน่วยปราบผีในครั้งนี้ ถือเป็นการพิสูจน์ให้เห็นว่า แม้เวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน จิตวิญญาณของความคลาสสิกยังคงถูกส่งต่ออย่างมีคุณภาพ การที่ Ghostbusters: Night Shift ยึดมั่นในต้นฉบับอย่าง Real Ghostbusters จะเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้แอนิเมชันเรื่องนี้เข้าไปนั่งอยู่ในใจแฟนๆ ได้ไม่ยาก ส่วนตัวผมมองว่าการกล้าที่จะนำเสนอความแปลกและหลุดโลกออกมา จะทำให้แฟรนไชส์นี้มีความสดใหม่มากขึ้นครับ แล้วคุณล่ะ? พร้อมที่จะเปิดเครื่องจับผีไปกับเราแล้วหรือยัง?

ที่มา – ‘Ghostbusters: Night Shift’ Promises Its Ghosts Will Be Equally as Weird as ‘Real Ghostbusters’

IBM เปิดตัวเทคโนโลยีชิปขนาดต่ำกว่า 1 นาโนเมตรแรกของโลก

เชื่อว่าหลายคนคงเคยได้ยินเรื่องกฎของมัวร์ (Moore’s Law) ที่ว่าด้วยพลังการประมวลผลของชิปจะเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวทุกๆ สองปีกันมาบ้าง แต่วันนี้เรากำลังก้าวข้ามขีดจำกัดทางฟิสิกส์ไปอีกขั้นครับ เพราะล่าสุด IBM เปิดตัวเทคโนโลยีชิปขนาดต่ำกว่า 1 นาโนเมตรแรกของโลก ออกมาสร้างความฮือฮาให้กับวงการเซมิคอนดักเตอร์เป็นอย่างมาก เรียกได้ว่าเล็กจนน่าทึ่ง เทียบเท่ากับขนาดสาย DNA ของมนุษย์เราเลยทีเดียว

IBM เปิดตัวเทคโนโลยีชิปขนาดต่ำกว่า 1 นาโนเมตรแรกของโลก

การพัฒนานี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่การทำให้เล็กลงเท่านั้น แต่คือการเปลี่ยนกระบวนทัศน์ในการสร้างชิปคอมพิวเตอร์อย่างสิ้นเชิง โดยชิปตัวใหม่นี้อัดแน่นด้วยทรานซิสเตอร์เกือบ 1 แสนล้านตัวบนขนาดพื้นที่เล็กเพียงขนาดของเล็บมือเท่านั้น ซึ่งมากกว่าชิปขนาด 2 นาโนเมตรที่เคยเปิดตัวในปี 2021 ถึงสองเท่าตัวเลยทีเดียว

สถาปัตยกรรม Nanostack: นวัตกรรมเปลี่ยนโลก

เบื้องหลังความสำเร็จครั้งนี้คือการนำสถาปัตยกรรมใหม่ที่เรียกว่า Nanostack มาใช้ โดยเป็นการซ้อนทับและสลับชั้นทรานซิสเตอร์แบบแนวตั้ง ทำให้ IBM สามารถก้าวข้ามข้อจำกัดเดิมๆ ที่มองว่าการลดขนาดชิปมีขีดจำกัดจนเกือบถึงทางตัน และนี่คือเหตุผลที่ทำให้ IBM เปิดตัวเทคโนโลยีชิปขนาดต่ำกว่า 1 นาโนเมตรแรกของโลก ได้สำเร็จ ซึ่งนอกจากความแรงที่เพิ่มขึ้นแล้ว ยังมีประสิทธิภาพด้านพลังงานที่ดีขึ้นถึง 70% อีกด้วย

ประโยชน์ที่ผู้ใช้งานทั่วไปจะได้รับมีมากมาย:

  • อุปกรณ์สื่อสาร ที่ประหยัดพลังงานขึ้นและใช้งานได้ยาวนานขึ้น
  • เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน ที่ฉลาดขึ้นด้วยพลัง AI ในตัว
  • เทคโนโลยีการขนส่ง ที่ต้องใช้การประมวลผลสูงและรวดเร็ว

อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยีนี้ยังอยู่ในขั้นตอนของการวิจัยและเตรียมความพร้อมสู่การผลิตจริงภายใน 5 ปีข้างหน้า ทางทีมงาน IBM กำลังเร่งแก้ไขปัญหาความร้อนและการปรับปรุงระบบให้เข้ากับการใช้งานในศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ เพื่อให้แน่ใจว่าเมื่อส่งถึงมือผู้ใช้งานจริงๆ จะทำงานได้อย่างเสถียรที่สุด

ผมมองว่านี่คือสัญญาณสำคัญที่บอกว่า กฎของมัวร์อาจไม่ได้หายไปไหน เพียงแค่เปลี่ยนรูปแบบการทำวิจัยจากการทำชิปแบบแบนราบเป็นการสร้างนวัตกรรมในแนวตั้งแทน ถือเป็นก้าวที่น่าตื่นเต้นมากสำหรับอนาคตของโลกเทคโนโลยีครับ แล้วคุณล่ะครับ คิดว่าเทคโนโลยีชิปจิ๋วนี้จะเข้ามาเปลี่ยนชีวิตประจำวันของเราได้มากน้อยแค่ไหน?

ที่มา – IBM Unveils World’s First Sub-1-Nanometer Chip Technology

Evangelion 30th Movie Fest พาตำนานกลับสู่จอใหญ่

เชื่อว่าแฟนการ์ตูนไซไฟระดับตำนานอย่าง Neon Genesis Evangelion คงต้องตื่นเต้นกับข่าวล่าสุด เมื่อทาง GKids ได้ประกาศจัดงาน Evangelion 30th Movie Fest เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองครบรอบ 30 ปีให้กับแฟรนไชส์สุดล้ำที่สร้างความสับสนและท้าทายจินตนาการผู้ชมมาอย่างยาวนาน โดยการนำภาพยนตร์เนื้อเรื่องเสริมทั้งสองภาคกลับมาฉายบนจอภาพยนตร์อีกครั้งให้แฟนๆ ได้สัมผัสประสบการณ์สุดเข้มข้นกันแบบจุใจ

สัมผัสประสบการณ์ระดับตำนานใน Evangelion 30th Movie Fest

ตลอดระยะเวลา 3 ทศวรรษที่ผ่านมา ผลงานของ Hideaki Anno เรื่องนี้ได้สร้างนิยามใหม่ให้กับวงการอนิเมะด้วยเนื้อหาที่ยากจะหาคำอธิบาย และการปรับแก้เนื้อเรื่องไปมาจนทำให้เกิดทฤษฎีมากมาย สำหรับงาน Evangelion 30th Movie Fest ในครั้งนี้ แฟนๆ จะได้รับชมภาพยนตร์สองเรื่องที่ถือว่าเป็นตอนจบในรูปแบบต่างๆ ของซีรีส์นั่นคือ Evangelion:Death (True)² & Rebirth และ The End of Evangelion ซึ่งจะเข้าฉายในช่วงเวลาจำกัดเท่านั้น

รายละเอียดการฉายภาพยนตร์ใน Evangelion 30th Movie Fest

สำหรับการรับชมในงาน Evangelion 30th Movie Fest ทางทีมงานได้สรุปตารางฉายออกมาให้แฟนๆ ได้เตรียมตัวดังนี้:

  • 21 กรกฎาคม: รับชม Evangelion:Death (True)² & Rebirth ซึ่งรวบรวมเนื้อหาจากซีรีส์ทีวีตอนที่ 1-24 และส่วนเริ่มต้นของตอนจบฉบับภาพยนตร์
  • 22 กรกฎาคม: รับชม The End of Evangelion บทสรุปที่สมบูรณ์และเป็นที่กล่าวขานถึงความเป็นที่สุดของงานภาพและการเล่าเรื่องที่กระชากใจผู้ชม

แม้ว่าเนื้อเรื่องของ Evangelion จะมีความซับซ้อนจนหลายคนแทบจะถอดใจ แต่เสน่ห์ของมันคือการที่เราไม่จำเป็นต้องเข้าใจทุกอย่าง 100% เพื่อที่จะรักในผลงานชิ้นนี้ การได้กลับไปเห็น Shinji, Asuka และหุ่น EVA บนจอภาพยนตร์ขนาดใหญ่ ถือเป็นโอกาสทองที่ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยๆ สำหรับใครที่พลาดไปในอดีต นี่คือช่วงเวลาที่คุณไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง

หากคุณมีความสนใจในการรับชม สามารถตรวจสอบตารางเวลาและโรงภาพยนตร์ที่เข้าร่วมกิจกรรมได้ผ่านช่องทางออนไลน์ของ GKids การได้เสพประสบการณ์ Evangelion ในโรงภาพยนตร์คือสิ่งที่จะทำให้คุณเข้าใจถึงความอลังการและมิติที่ซ่อนอยู่ในแอนิเมชันเรื่องนี้มากขึ้นไปอีกขั้นครับ

ที่มา – ‘Evangelion’ 30th Movie Fest Brings the Series Back to the Big Screen

เรตติ้ง House of the Dragon ซีซั่น 3 ลดลงเพียงเล็กน้อย

เชื่อว่าเหล่าแฟนซีรีส์มังกรอย่าง House of the Dragon คงกำลังตื่นเต้นกับตอนแรกของซีซั่น 3 ที่เพิ่งฉายไปหมาดๆ อย่างตอน “Salt and Sea, Fire and Blood” ซึ่งแน่นอนว่ามีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ออกมามากมาย ทั้งเรื่องความสงสัยว่าทำไมฉากศึก Battle of the Gullet ถึงไม่ไปโผล่ในตอนจบของซีซั่น 2 หรือแม้แต่การถกเถียงเรื่องพฤติกรรมตัวละครต่างๆ ในโซเชียลมีเดีย แต่ไม่ว่าแฟนๆ จะคิดเห็นอย่างไร ผลลัพธ์ตัวเลขยืนยันได้ชัดเจนว่า เรตติ้ง House of the Dragon ซีซั่น 3 ลดลงเพียงเล็กน้อย เท่านั้นเมื่อเทียบกับซีซั่นก่อน

เจาะลึกสถานการณ์ เรตติ้ง House of the Dragon ซีซั่น 3 ลดลงเพียงเล็กน้อย

จากการรายงานของ Variety พบว่าตอนเปิดตัวของซีซั่น 3 สามารถดึงดูดผู้ชมทั่วโลกได้ถึง 21.5 ล้านคนภายใน 3 วันแรก ซึ่งเป็นตัวเลขที่รวมทั้งผู้ชมทางช่องเคเบิล HBO และยอดสตรีมมิ่งบน HBO Max แม้ว่าตัวเลขนี้จะตกลงมาจากซีซั่น 2 ที่เปิดตัวในช่วงเดือนมิถุนายน 2024 ด้วยยอดผู้รับชมสูงถึง 23.4 ล้านคนในช่วงเวลาเดียวกัน แต่การลดลงนี้ถือว่าน้อยมากและยังอยู่ในระดับที่น่าพอใจสำหรับทางสตูดิโอ

ปัจจัยที่ส่งผลต่อจำนวนผู้ชม

นักวิเคราะห์หลายคนมองว่าปัจจัยที่ทำให้ เรตติ้ง House of the Dragon ซีซั่น 3 ลดลงเพียงเล็กน้อย อาจไม่ได้มาจากการที่แฟนๆ เบื่อหน่ายซีรีส์ แต่เป็นเพราะคอนเทนต์อื่นๆ ที่น่าสนใจในช่วงนี้ อย่างเช่นกระแสการแข่งขันฟุตบอลโลก (FIFA World Cup) ที่ดึงความสนใจของผู้ชมส่วนใหญ่ไปนั่นเอง นอกจากนี้ยังต้องพิจารณาถึงความแตกต่างเมื่อเทียบกับซีซั่น 1 ซึ่งสร้างปรากฏการณ์ระดับตำนานในฐานะซีรีส์ที่มีการเปิดตัวผู้ชมสูงสุดของ HBO เนื่องด้วยแรงส่งจากตอนจบของ Game of Thrones ที่ยังสดใหม่ในความทรงจำแฟนๆ ในขณะนั้น

หากเปรียบเทียบกับซีรีส์เรื่องอื่นๆ ในแฟรนไชส์เดียวกันอย่าง A Knight of the Seven Kingdoms ที่ทำผลงานได้ดีเยี่ยมด้วยยอดผู้ชมเฉลี่ย 13 ล้านคนต่อตอน เราจะเห็นได้ว่าลิขสิทธิ์จากจักรวาลของ George R.R. Martin ยังคงแข็งแกร่งมาก ถึงแม้รูปแบบการเล่าเรื่องจะแตกต่างกัน เช่น ระยะเวลาความยาวของตอนที่ House of the Dragon มีความยาวถึงหนึ่งชั่วโมงเต็มต่อตอน

  • ซีซั่น 3 ยังเหลืออีก 7 ตอนที่ต้องติดตาม
  • การเล่าเรื่อง Dance of the Dragons ยังคงเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ
  • ซีรีส์ยังมีแผนการเดินหน้าต่อไปจนถึงซีซั่น 4 ซึ่งจะเป็นซีซั่นสุดท้าย

ในมุมมองส่วนตัว ผมคิดว่าตัวเลขเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องน่ากังวลเลย เพราะคุณภาพการสร้างและเรื่องราวที่เข้มข้นยังคงเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้แฟนๆ พร้อมที่จะกลับมาติดตามต่อในทุกสัปดาห์ สำหรับใครที่ยังไม่ได้ดู ผมแนะนำให้รีบไปจัดด่วนครับ เพราะศึกชิงบัลลังก์เหล็กครั้งนี้กำลังดุเดือดขึ้นเรื่อยๆ จนคุณไม่ควรพลาดแม้แต่วินาทีเดียว!

ที่มา – ‘House of the Dragon’ Season 3 Ratings Are Only Slightly Down From Season 2

ก.ตร. มีมติยกเลิก ‘เออร์ลีรีไทร์’ รอบเดือนเมษายน ชี้กระทบเก้าอี้นายพลว่าง 6 เดือน พร้อมสรุปผลประชุม ก.ต.ช. วาระปกติ

สวัสดีครับทุกคน วันนี้เรามีประเด็นร้อนในแวดวงสีกากีมาอัปเดตให้ฟังกันครับ เมื่อเร็วๆ นี้มีการประชุมสำคัญของสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่น่าจับตามองอย่างมาก โดยเฉพาะเรื่องการปรับเปลี่ยนกฎเกณฑ์ภายในองค์กรที่ส่งผลกระทบต่อสิทธิประโยชน์ของบุคลากรโดยตรง นั่นคือประเด็นที่ ก.ตร. มีมติยกเลิก ‘เออร์ลีรีไทร์’ รอบเดือนเมษายน ชี้กระทบเก้าอี้นายพลว่าง 6 เดือน พร้อมสรุปผลประชุม ก.ต.ช. วาระปกติ ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญที่หลายคนให้ความสนใจครับ

ก.ตร. มีมติยกเลิก ‘เออร์ลีรีไทร์’ รอบเดือนเมษายน ชี้กระทบเก้าอี้นายพลว่าง 6 เดือน พร้อมสรุปผลประชุม ก.ต.ช. วาระปกติ

สำหรับการประชุมครั้งล่าสุด พล.ต.ท. ไตรรงค์ ผิวพรรณ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ออกมาให้ข้อมูลชัดเจนว่า การประชุมครั้งนี้เป็นการหารือวาระปกติ แต่ประเด็นที่สร้างเสียงฮือฮาที่สุดคือการทบทวนเรื่องการเกษียณอายุก่อนกำหนด หรือโครงการ Early Retirement ครับ เดิมทีตำรวจเรามีรอบการเออร์ลีรีไทร์ 2 ช่วงคือเดือนเมษายนและตุลาคม แต่ล่าสุดทางคณะกรรมการได้พิจารณาแล้วว่าต้องปรับเปลี่ยนเพื่อประสิทธิภาพขององค์กร

เหตุผลเบื้องหลังการเปลี่ยนแปลง

หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมถึงต้องยกเลิก ทั้งที่โครงการนี้เป็นสิทธิประโยชน์ของกำลังพล? คำตอบคือ ปัญหาเรื่อง ก.ตร. มีมติยกเลิก ‘เออร์ลีรีไทร์’ รอบเดือนเมษายน ชี้กระทบเก้าอี้นายพลว่าง 6 เดือน พร้อมสรุปผลประชุม ก.ต.ช. วาระปกติ นั้นมีเหตุผลเรื่อง ‘ช่องว่างของตำแหน่ง’ เป็นสำคัญครับ จากการประเมินตลอด 2 ปีที่ผ่านมา พบว่าเมื่อนายพลเกษียณในช่วงเมษายน จะทำให้เก้าอี้ว่างลงนานถึงครึ่งปี ซึ่งกระทบต่อการบริหารจัดการหน่วยงานอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

  • ประสิทธิภาพการบริหารงาน: ตำแหน่งที่ว่างลงนานส่งผลต่อการตัดสินใจในงานสำคัญ
  • โครงสร้างกำลังพล: เพื่อให้การหมุนเวียนตำแหน่งเป็นไปอย่างต่อเนื่องไม่สะดุด
  • ความคุ้มค่า: ปรับให้เหลือเพียงรอบตุลาคมตามปีงบประมาณปกติ

นอกจากนี้ ในการประชุมของ ก.ต.ช. ที่มี ปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ก็ได้รับทราบผลงานการดำเนินงานของคณะอนุกรรมการต่างๆ รวมถึงการรายงานการใช้อำนาจของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ซึ่งทุกอย่างยังคงดำเนินตามหลักธรรมาภิบาลและกฎหมายอย่างเคร่งครัดตามที่ทางโฆษก ตร. ได้ยืนยันไว้ครับ

มุมมองส่วนตัวและบทสรุป: การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้แม้จะดูเหมือนตัดโอกาสบางอย่างไป แต่หากมองในมุมบริหารจัดการ ผมว่ามันคือการอุดรูรั่วของระบบที่สำคัญมากครับ การปล่อยให้ตำแหน่งนายพลว่างลงยาวนานเกินไปย่อมส่งผลเสียต่อขวัญและกำลังใจของผู้ปฏิบัติงาน รวมถึงความต่อเนื่องของงานเชิงนโยบาย การปรับเหลือแค่รอบตุลาคมจึงเป็นแนวทางที่เหมาะสมมากกว่าในแง่ของระบบราชการครับ

เราคงต้องรอดูกันต่อไปว่า การปรับโครงสร้างครั้งนี้จะช่วยให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีความคล่องตัวขึ้นเพียงใด แต่เชื่อว่าเป้าหมายสำคัญที่สุดคือการให้บริการประชาชนให้ดียิ่งขึ้นนั่นเองครับ ใครที่กำลังติดตามสถานการณ์นี้อยู่ อย่าลืมอัปเดตข่าวสารจากแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้เป็นประจำนะครับ

ที่มา – ก.ตร. มีมติยกเลิก ‘เออร์ลีรีไทร์’ รอบเดือนเมษายน ชี้กระทบเก้าอี้นายพลว่าง 6 เดือน พร้อมสรุปผลประชุม ก.ต.ช. วาระปกติ

เปิดสัญญา สถ. จ้าง มศว 133 ล้าน จัดสอบท้องถิ่น TOR กำชับลับที่สุด-รถ GPS-กันข้อสอบรั่วทุกขั้นตอน

เชื่อว่าหลายคนคงได้เห็นข่าวคราวการจัดสอบครั้งใหญ่ของ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ที่ร่วมมือกับทางมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ หรือ มศว เพื่อคัดเลือกข้าราชการเข้าสู่ระบบ วันนี้เราจะพาทุกคนมาเจาะลึก เปิดสัญญา สถ. จ้าง มศว 133 ล้าน จัดสอบท้องถิ่น TOR กำชับลับที่สุด-รถ GPS-กันข้อสอบรั่วทุกขั้นตอน ว่าทำไมการสอบครั้งนี้ถึงได้รับความสนใจอย่างมาก และเขามีมาตรการที่รัดกุมอย่างไรบ้าง

เปิดสัญญา สถ. จ้าง มศว 133 ล้าน จัดสอบท้องถิ่น TOR กำชับลับที่สุด-รถ GPS-กันข้อสอบรั่วทุกขั้นตอน

จากข้อมูลสัญญาจ้างที่มีมูลค่าสูงถึง 133 ล้านบาท เพื่อรองรับผู้มีสิทธิสอบกว่า 4.3 แสนคน การดำเนินงานครั้งนี้จึงไม่ใช่เรื่องเล่นๆ ครับ ทางกรมฯ ได้กำชับเรื่องความปลอดภัยอย่างเข้มงวดที่สุด โดยไฮไลท์สำคัญอยู่ที่การกำหนดให้มีรถ GPS ติดตามการขนส่งข้อสอบแบบ Real Time เพื่อป้องกันความผิดพลาดในทุกขั้นตอน รวมถึงการกักตัวคณะกรรมการออกข้อสอบ เพื่อให้แน่ใจว่าข้อมูลความลับจะถูกเก็บไว้อย่างดีที่สุดภายใต้มาตรการระดับ ‘ลับที่สุด’

มาตรการรักษาความปลอดภัยขั้นสูงกับ เปิดสัญญา สถ. จ้าง มศว 133 ล้าน จัดสอบท้องถิ่น TOR กำชับลับที่สุด-รถ GPS-กันข้อสอบรั่วทุกขั้นตอน

ถามว่าทำไมต้องลงทุนสูงถึงขนาดนี้? คำตอบง่ายๆ คือความเชื่อมั่นครับ การสอบแข่งขันเพื่อบรรจุเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่นถือเป็นประตูบานใหญ่ของผู้สมัครหลายแสนคน ระบบการจัดสอบจึงต้องมีความเป็นธรรมและตรวจสอบได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสถานทีสอบที่ต้องพร้อมก่อนเวลา หรือการควบคุมการเข้า-ออกของกรรมการอย่างละเอียด สิ่งเหล่านี้คือหัวใจสำคัญที่จะทำให้ผู้เข้าสอบรู้สึกอุ่นใจว่า ความพยายามที่ทุ่มเทไปจะได้รับผลตอบแทนอย่างยุติธรรม

ในมุมมองของผม สิ่งที่น่าจับตามองที่สุดคือการนำเทคโนโลยีมาจับคู่กับการจัดการแบบมืออาชีพ เพราะในโลกยุคใหม่ที่ข้อมูลคือหัวใจสำคัญ การป้องกันข้อสอบรั่วด้วยเทคโนโลยี GPS หรือระบบกล้องวงจรปิด ไม่ใช่แค่การปฏิบัติตามสัญญา แต่คือการสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับหน่วยงานภาครัฐ หากระบบนี้ทำได้จริงตาม TOR ที่ระบุไว้ ก็จะเป็นตัวอย่างที่ดีของการสอบแข่งขันที่มีความโปร่งใสในอนาคต

ท้ายที่สุดนี้ ในฐานะที่เราเป็นประชาชนผู้เฝ้ามอง การสนับสนุนให้ระบบการสอบของภาครัฐมีความโปร่งใสถือเป็นเรื่องสำคัญครับ เราคงไม่อยากเห็นการจัดสอบที่เต็มไปด้วยข้อครหา เพราะความเชื่อมั่นคือรากฐานของระบบราชการที่ดี หากคุณเป็นหนึ่งในผู้เตรียมตัวสอบ ก็ขอให้มั่นใจในมาตรการเหล่านี้และมุ่งมั่นอ่านหนังสืออย่างเต็มที่ เพราะในท้ายที่สุด ความรู้และความสามารถของคุณคือเกราะป้องกันที่ดีที่สุดครับ

ที่มา – เปิดสัญญา สถ. จ้าง มศว 133 ล้าน จัดสอบท้องถิ่น TOR กำชับลับที่สุด-รถ GPS-กันข้อสอบรั่วทุกขั้นตอน

เจาะลึก กองปราบฯ เปิดขบวนการโกงสอบท้องถิ่น เงินสะพัดกว่า 4 พันล้าน เผยเส้นทางสายมืด!

เชื่อว่าหลายคนที่กำลังเตรียมตัวสอบเข้ารับราชการคงต้องตกใจกับข่าวล่าสุดที่เพิ่งออกมาครับ เมื่อทางกองบังคับการปราบปรามได้ออกมาแฉถึง กองปราบฯ เปิดขบวนการโกงสอบท้องถิ่น เงินสะพัดกว่า 4 พันล้าน พบเส้นทางเงินโยงปี 67 จ่อฟันอาญาข้อหา ‘อั้งยี่-ซ่องโจร’ ซึ่งถือว่าเป็นคดีทุจริตที่ใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในวงการสอบราชการไทยเลยก็ว่าได้

กองปราบฯ เปิดขบวนการโกงสอบท้องถิ่น เงินสะพัดกว่า 4 พันล้าน มีเบื้องลึกอย่างไร?

เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นจากการร้องเรียนของผู้เข้าสอบที่จ่ายเงินไปแล้วแต่กลับไม่ได้รับบรรจุตามที่นายหน้าสัญญาไว้ครับ จากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่พบว่ามีผู้สอบกว่า 9,000 คนที่ยอมจ่ายเงินแลกกับเส้นทางลัดนี้ โดยเรตราคานั้นสูงถึง 300,000 ถึง 900,000 บาทต่อคนเลยทีเดียว คิดดูนะครับว่าด้วยตัวเลขผู้สมัครสอบกว่า 400,000 คน แต่มีตำแหน่งว่างเพียง 6,000 อัตรา ทำให้กลุ่มมิจฉาชีพเหล่านี้ฉวยโอกาสทำเงินมหาศาลรวมมูลค่าความเสียหายกว่า 4,000 ล้านบาท

วิธีการของขบวนการนี้มีความเป็นระบบสูงมาก โดยใช้บริษัทบังหน้าในจังหวัดนนทบุรี และมีวิธีการทุจริตที่ซับซ้อน เช่น:

  • นำกระดาษคำตอบจริงมาสำเนาและทำสัญลักษณ์ด้วยปากกาสีแดง
  • ใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ปรับคะแนนให้ผ่านเกณฑ์
  • สแกนข้อมูลกลับเข้าสู่ระบบเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

จากหลักฐานที่พบ ขบวนการ กองปราบฯ เปิดขบวนการโกงสอบท้องถิ่น เงินสะพัดกว่า 4 พันล้าน พบเส้นทางเงินโยงปี 67 จ่อฟันอาญาข้อหา ‘อั้งยี่-ซ่องโจร’ นี้ทำมาไม่ต่ำกว่า 2 ปีแล้ว ซึ่งตอนนี้ทางตำรวจสอบสวนกลางกำลังเร่งขยายผลและประสานความร่วมมือกับ ป.ป.ช. เพื่อนำกระดาษคำตอบมาเป็นหลักฐานสำคัญในการเอาผิดผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด

บทเรียนและมุมมองต่อสถานการณ์นี้

ผมมองว่าการทุจริตในระบบสอบราชการไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่การที่มันขยายวงกว้างจนเป็นขบวนการใหญ่โตขนาดนี้สะท้อนให้เห็นว่าระบบการตรวจสอบบางอย่างยังคงมีจุดโหว่ โดยเฉพาะในเรื่องระเบียบการทำลายเอกสารหลังจาก 2 ปีที่ทำให้การสืบสวนย้อนหลังทำได้ยาก นี่คือสัญญาณเตือนไปยังหน่วยงานรัฐว่าถึงเวลาต้องนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยและมีการตรวจสอบแบบ Real-time เข้ามาป้องกันอย่างจริงจังเสียที

สำหรับผู้เข้าสอบทุกคนครับ ความสำเร็จที่ยั่งยืนที่สุดคือความพยายามจากพลังสมองและความมุ่งมั่นของตัวคุณเอง การพึ่งพาสายมืดไม่เพียงแต่จะเสียเงินมหาศาล แต่ยังเป็นการทำลายอนาคตและศีลธรรมของตัวเองอย่างน่าเสียดาย อย่าปล่อยให้ขบวนการเหล่านี้กลายเป็นค่านิยมผิดๆ ในสังคมไทยเลยครับ หากคุณพบเบาะแสการทุจริต อย่าลังเลที่จะแจ้งเจ้าหน้าที่เพื่อร่วมกันสร้างสังคมที่โปร่งใส

ที่มา – กองปราบฯ เปิดขบวนการโกงสอบท้องถิ่น เงินสะพัดกว่า 4 พันล้าน พบเส้นทางเงินโยงปี 67 จ่อฟันอาญาข้อหา ‘อั้งยี่-ซ่องโจร’

อธิการบดี มศว เปิดใจปมทุจริตสอบท้องถิ่น โต้ข่าวลือรับผลประโยชน์ ยันร่วมมือ ป.ป.ช. เต็มที่พร้อมส่งมอบข้อสอบฉบับจริง

สวัสดีครับผู้อ่านทุกท่าน วันนี้เรามีประเด็นร้อนในแวดวงการศึกษาที่กำลังถูกจับตามองอย่างใกล้ชิดมาฝากกันครับ เกี่ยวกับกรณีข้อสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่นที่กลายเป็นข่าวใหญ่โต ซึ่งล่าสุด อธิการบดี มศว เปิดใจปมทุจริตสอบท้องถิ่น โต้ข่าวลือรับผลประโยชน์ ยันร่วมมือ ป.ป.ช. เต็มที่พร้อมส่งมอบข้อสอบฉบับจริง เพื่อคืนความกระจ่างให้กับสังคมและปกป้องเกียรติของมหาวิทยาลัยครับ

อธิการบดี มศว เปิดใจปมทุจริตสอบท้องถิ่น โต้ข่าวลือรับผลประโยชน์

เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นเมื่อกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นได้ว่าจ้าง มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ให้เป็นผู้ดำเนินการจัดสอบแบบครบวงจร แต่กลับเกิดข้อสงสัยเรื่องความโปร่งใสขึ้น จนทำให้ ชลวิทย์ เจียรจิตต์ อธิการบดี มศว ต้องออกมาแถลงข่าวด้วยตัวเองครับ โดยท่านยืนยันว่าข่าวลือที่ว่าตัวท่านรับผลประโยชน์นั้นเป็นเรื่องโกหกทั้งเพ และที่สำคัญคือตอนนี้ท่านได้เข้าแจ้งความเพื่อดำเนินคดีกับผู้ปล่อยข่าวใส่ร้ายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพื่อเรียกร้องความถูกต้องตามกระบวนการยุติธรรมครับ

ความโปร่งใสคือหัวใจสำคัญของการทำงาน

หลายคนอาจจะสงสัยว่าแล้วข้อสอบที่มีปัญหานั้น ทางมหาวิทยาลัยจัดการอย่างไร? อธิการบดีได้ชี้แจงว่าทาง มศว ไม่ได้นิ่งนอนใจครับ มีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบผู้ทรงคุณวุฒิขึ้นมาดูแลเรื่องนี้อย่างเร่งด่วนที่สุด และยังได้ประสานงานกับ ป.ป.ช. อย่างเต็มรูปแบบ โดยมีการส่งมอบข้อสอบฉบับจริงในห้องมั่นคงให้กับเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบเรียบร้อยแล้วครับ ซึ่งนี่ถือเป็นการแสดงความบริสุทธิ์ใจอย่างชัดเจนว่า ทางสถาบันพร้อมให้ความร่วมมือกับทุกฝ่ายเพื่อตามหาความจริง

ประเด็นที่น่าสนใจเพิ่มเติมคือ:

  • การตรวจสอบไม่ได้จำกัดอยู่แค่ภายใน แต่มีการยกระดับเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมายโดย ป.ป.ช.
  • มหาวิทยาลัยยืนยันไม่ปกป้องคนผิด พร้อมดำเนินการขั้นเด็ดขาดหากพบว่ามีการทุจริตเกิดขึ้นจริง
  • อธิการบดีขออภัยที่ไม่ได้ออกมาชี้แจงในทันที เนื่องจากต้องการตรวจสอบข้อมูลให้รอบด้านภายใต้ระเบียบขององค์กรขนาดใหญ่

ในมุมมองของผม ผมคิดว่าการจัดการปัญหานี้เป็นบททดสอบสำคัญของสถาบันการศึกษาในยุคที่มีการตรวจสอบอย่างเข้มข้นครับ การที่ อธิการบดี มศว เปิดใจปมทุจริตสอบท้องถิ่น โต้ข่าวลือรับผลประโยชน์ ยันร่วมมือ ป.ป.ช. เต็มที่พร้อมส่งมอบข้อสอบฉบับจริง ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการเรียกความเชื่อมั่นจากผู้เข้าสอบที่ตั้งใจสุจริตจริง ๆ ครับ

ท้ายที่สุดนี้ ผมอยากฝากไว้ว่า ในโลกออนไลน์ที่ข่าวสารไปไวมาก การตรวจสอบที่มาของข้อมูลก่อนเชื่อหรือแชร์ต่อเป็นเรื่องสำคัญครับ เราคงต้องมารอลุ้นและติดตามข่าวสารกันต่อไปว่าผลการสอบสวนของ ป.ป.ช. จะออกมาในทิศทางใด แต่เชื่อมั่นได้ว่าความจริงคือสิ่งที่ไม่มีใครปกปิดได้ตลอดไปครับ

ที่มา – อธิการบดี มศว เปิดใจปมทุจริตสอบท้องถิ่น โต้ข่าวลือรับผลประโยชน์ ยันร่วมมือ ป.ป.ช. เต็มที่พร้อมส่งมอบข้อสอบฉบับจริง

อธิการบดี มศว แจ้งความเอาผิดคนปล่อยข้อมูลเท็จ ปมทุจริตสอบท้องถิ่นยันปกป้องเกียรติภูมิสถาบัน ไม่ทนต่อการบิดเบือน

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวเน็ตทุกคน วันนี้มีประเด็นร้อนในแวดวงการศึกษาที่ต้องหยิบมาเล่าให้ฟังกันครับ เป็นเรื่องที่กำลังเป็นกระแสในโลกออนไลน์เกี่ยวกับมหาวิทยาลัยชื่อดังอย่าง มศว ที่ล่าสุดอธิการบดีถึงกับต้องออกโรงปกป้องชื่อเสียงของสถาบันกันเลยทีเดียว โดยเหตุการณ์นี้คือ อธิการบดี มศว แจ้งความเอาผิดคนปล่อยข้อมูลเท็จ ปมทุจริตสอบท้องถิ่นยันปกป้องเกียรติภูมิสถาบัน ไม่ทนต่อการบิดเบือน ซึ่งถือเป็นกรณีตัวอย่างที่น่าสนใจว่าในยุคดิจิทัล การสื่อสารบนโซเชียลมีเดียนั้นต้องมีสติและตรวจสอบข้อมูลให้ถี่ถ้วนครับ

เมื่อวันที่ 26 มิถุนายนที่ผ่านมา รศ.ดร.ชลวิทย์ เจียรจิตต์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ได้เดินทางเข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ สน.ทองหล่อ เพื่อดำเนินคดีกับกลุ่มบุคคลและเพจเฟซบุ๊กที่นำเสนอข้อมูลเท็จเกี่ยวกับประเด็นการทุจริตสอบท้องถิ่น โดยมีการตัดต่อคลิปวิดีโอและบิดเบือนเนื้อหาเพื่อหวังดิสเครดิตมหาวิทยาลัย งานนี้ท่านอธิการบดีไม่ได้มาเล่นๆ นะครับ เพราะท่านยืนยันว่าจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุดเพื่อปกป้องเกียรติของสถาบันและลูกศิษย์ทุกคน

ทำไม อธิการบดี มศว แจ้งความเอาผิดคนปล่อยข้อมูลเท็จ ปมทุจริตสอบท้องถิ่นยันปกป้องเกียรติภูมิสถาบัน ไม่ทนต่อการบิดเบือน

หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมเรื่องนี้ถึงต้องเป็นคดีความใหญ่โต คำตอบคือเพราะความน่าเชื่อถือของสถาบันการศึกษานั้นเป็นเรื่องสำคัญยิ่งครับ การกล่าวหาว่ามีการเรียกรับผลประโยชน์นั้นเป็นเรื่องที่ร้ายแรงมาก และท่านอธิการบดีก็ได้เน้นย้ำชัดเจนว่า ไม่มีนโยบายดังกล่าวโดยสิ้นเชิง การกระทำของบุคคลเหล่านั้นถือเป็นการทำลายความเชื่อมั่นของสังคมต่อระบบการศึกษาไทย

ในมุมมองของผมที่เป็นคนติดตามข่าวสารเทคโนโลยีและพฤติกรรมออนไลน์ การทำคอนเทนต์เพื่อเรียกยอดไลก์หรือยอดแชร์โดยการบิดเบือนความจริง เป็นพฤติกรรมที่อันตรายมากครับ การที่ อธิการบดี มศว แจ้งความเอาผิดคนปล่อยข้อมูลเท็จ ปมทุจริตสอบท้องถิ่นยันปกป้องเกียรติภูมิสถาบัน ไม่ทนต่อการบิดเบือน ในครั้งนี้ จึงเป็นการสร้างบรรทัดฐานที่ดีว่า “โซเชียลมีเดียไม่ใช่พื้นที่ไร้กฎหมาย” ใครที่คิดจะทำอะไรโดยไม่คำนึงถึงความถูกต้อง คุณจะต้องรับผิดชอบต่อการกระทำของตัวเองตามกฎหมายแน่นอน

ข้อคิดเตือนใจสำหรับชาวเน็ตยุคใหม่

  • ตรวจสอบแหล่งที่มา: ก่อนจะแชร์หรือวิจารณ์อะไร ควรเช็คข้อมูลก่อนว่ามาจากแหล่งที่เชื่อถือได้หรือไม่
  • ใช้สติก่อนคอมเมนต์: คำพูดบนโลกออนไลน์มีผลกระทบมากกว่าที่คิด โดยเฉพาะเมื่อเป็นการใส่ร้ายป้ายสีคนอื่น
  • สนับสนุนความจริง: เราควรส่งเสริมเนื้อหาที่ถูกต้องและสร้างสรรค์ มากกว่าการสนับสนุนคอนเทนต์ขยะที่บิดเบือนความจริง

สรุปแล้ว การเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของสังคมออนไลน์ในปัจจุบัน เราต้องมีวิจารณญาณให้สูงขึ้นครับ ข่าวลวงข่าวปลอมอาจจะดูน่าตื่นเต้น แต่สิ่งที่ยั่งยืนที่สุดคือความจริง สำหรับใครที่มีข้อมูลหลักฐานที่แน่ชัด ท่านอธิการบดีก็ฝากท้าทายให้เปิดเผยตัวออกมาพบกันตรงๆ ดีกว่าหลบซ่อนตัวหลังคีย์บอร์ดครับ ในอนาคตเราคงได้เห็นบทเรียนจากกรณีนี้อีกมาก ว่าความโปร่งใสคือหัวใจสำคัญของการทำงานในทุกองค์กร

ที่มา – อธิการบดี มศว แจ้งความเอาผิดคนปล่อยข้อมูลเท็จ ปมทุจริตสอบท้องถิ่นยันปกป้องเกียรติภูมิสถาบัน ไม่ทนต่อการบิดเบือน