ผู้เขียน: lalika69_admin

กทม. เปิดแผนรับเปิดเทอม! เร่งแก้สามเสน เพิ่มรถ Feeder

เพื่อนๆ ชาวกรุงเทพฯ เตรียมตัวรับมือเปิดเทอมกันหรือยังครับ? ปัญหาจราจรที่หลายคนเบือนหน้าหนี กำลังจะกลับมาทักทายเราอีกครั้ง แต่ไม่ต้องกังวล! เพราะ กทม. เค้าไม่ได้นิ่งนอนใจ เตรียมแผนจัดการจราจรฉบับอัพเดทมาให้เราแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับสถานการณ์ถนนสามเสนทรุดตัวที่ยังต้องปิดการจราจรอยู่ งานนี้บอกเลยว่าต้องวางแผนการเดินทางกันล่วงหน้าหน่อยนะครับ

ล่าสุด วิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าฯ กทม. บอกว่า ถนนสามเสนที่ทรุดตัวยังต้องปิดต่อไปอีกพักใหญ่ (ประมาณ 1 เดือนโดยประมาณ!) แต่เค้าก็เร่งให้ผู้รับเหมาทำงานกันเต็มที่ เพื่อให้เราได้ใช้ถนนกันเร็วที่สุด แต่ความปลอดภัยต้องมาเป็นอันดับหนึ่งนะครับ

แล้ว กทม. เค้าเตรียมแผนอะไรไว้บ้าง? มาดูกันเลยครับ!

กทม. เปิดแผนรับเปิดเทอมเต็มรูปแบบ เร่งแก้ปัญหาสามเสน

สำหรับแผนการจัดการจราจรช่วงเปิดเทอมนี้ จะเน้นไปที่การใช้ถนนนครราชสีมาเป็นเส้นทางหลัก และจะมีการปรับเปลี่ยนช่องจราจรในช่วงเวลาเร่งด่วน

ช่วงเช้า (05.30 – 09.00 น.):

  • แยกซังฮี้: รถที่มาจากสะพานซังฮี้ สามารถเลี้ยวขวาเข้ากลุ่มโรงเรียนได้เลย ถ้าติดขัดมาก อาจจะเปิดช่องทางพิเศษ (Reverse Lane) ช่วยอีกแรง
  • แยกวชิระ/สวนรื่นฤดี: รถจากถนนขาวไปสุโขทัย เลี้ยวซ้าย 1 ช่องทาง ตรงไปสวนรื่นฤดี 3 ช่องทาง ส่วนรถจากสามเสน (ศรีย่าน) ไปโรงเรียน ให้เลี้ยวซ้ายแยกวชิระ แล้วเลี้ยวขวาแยกสวนรื่นฤดี
  • ถนนนครราชสีมา: เปลี่ยนเป็นวิ่งสวนทาง 2 ช่องทาง!

ช่วงเย็น (14.00 – 17.00 น.):

คล้ายๆ ช่วงเช้าเลยครับ แต่ที่แยกการเรือน จะมีช่องจราจรวิ่งสวนทาง (ขึ้นสะพานซังฮี้) 3 ช่องทาง โดยใช้กรวยกั้น

เพิ่มรถ Feeder ช่วยรับส่งนักเรียนและบุคลากร

ข่าวดี! กทม. เค้าเพิ่มรถรับส่ง (Feeder) ให้โรงพยาบาลวชิรพยาบาลและกลุ่มโรงเรียนแล้วนะ จากเดิม 4 คัน เพิ่มเป็น 7 คัน แถมวิ่งแบบ “เต็มออก” ไม่ต้องรอรอบ 15 นาที วิ่งถี่ขึ้นแน่นอน

นอกจากนี้ ยังมีรถ Feeder ใหม่ 3 คัน วิ่งเส้นทางใหม่ รับนักเรียนแถว MRT สิรินธร ให้บริการทั้งวัน! (ไม่จำกัดช่วงเร่งด่วน) ช่วงเช้า 06.00 – 07.30 น. และเย็น 16.30 – 18.30 น. รับส่งทั้งบุคลากรโรงพยาบาลและคนทำงานในพื้นที่

สำหรับใครที่ไปโรงพยาบาลวชิรพยาบาลแล้วหาแท็กซี่ยาก กทม. สั่งให้เทศกิจช่วยเรียกแท็กซี่และอำนวยความสะดวกในการขนส่งผู้ป่วยไปยังจุดเชื่อมต่อ เช่น ตลาดศรีย่านแล้วนะครับ

วันเปิดเทอมวันแรก จะมีเจ้าหน้าที่เทศกิจกับตำรวจจราจรมาช่วยดูแลความเรียบร้อยอย่างเต็มที่ สำนักงานเขตดุสิตดูแลหน้าโรงเรียน ส่วนสำนักงานเขตบางพลัดดูแลฝั่งทางลงจากสะพาน/ออฟฟิศเมท

สจส. เค้าติดตั้งไฟเลี้ยวขวา เพิ่มช่องทางเลี้ยวขวาเป็น 2 ช่องทาง พร้อมทำ Pocket Lane บริเวณแยกสวนรื่นฤดี ติดป้ายเตือนรถสวนกันสำหรับถนนนครราชสีมา แถมยังคุยเรื่องทำข้อมูลประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับเรือด่วน EA และจัดรถเล็ก/รถตู้ รับส่งคนจากท่าเรือนวมินทร์ (หรือท่าสามเสน) ไปถนนขาว (ถ.สุโขทัย) ในช่วงเร่งด่วนด้วย

ทั้งหมดนี้คือแผนการจัดการจราจรที่ กทม. เตรียมไว้รับมือเปิดเทอมครับ หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ นะครับ วางแผนการเดินทางกันให้ดี เผื่อเวลาเดินทางกันด้วย จะได้ไม่เครียดกับการจราจร

กทม. พร้อมรับมือเปิดเทอมเต็มรูปแบบ

จากที่กล่าวมาทั้งหมด ถือว่า กทม. เตรียมตัวมาค่อนข้างดีในการรับมือเปิดเทอม และแก้ไขปัญหาสามเสนยุบตัว แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือความร่วมมือจากพวกเราทุกคนครับ ช่วยกันวางแผนการเดินทาง ใช้ขนส่งสาธารณะให้มากขึ้น และเคารพกฎจราจร เพื่อให้การเดินทางในช่วงเปิดเทอมเป็นไปอย่างราบรื่น

แต่ในมุมมองผม สิ่งที่ กทม. อาจจะต้องพิจารณาเพิ่มเติมคือการประชาสัมพันธ์ข้อมูลให้เข้าถึงประชาชนให้มากที่สุด โดยเฉพาะช่องทางออนไลน์ที่คนรุ่นใหม่ใช้กันเยอะๆ ทำอินโฟกราฟิกสวยๆ สรุปข้อมูลให้เข้าใจง่าย แชร์ในโซเชียลมีเดีย รับรองว่าคนจะให้ความร่วมมือมากขึ้นแน่นอนครับ

ที่มา – กทม. เปิดแผนจราจรรับเปิดเทอมเต็มรูปแบบ เร่งแก้ปัญหาสามเสนยุบตัว พร้อมเพิ่มรถ Feeder และปรับปรุงเส้นทาง

Fantastic Four มา Disney+ เมื่อไหร่?

สำหรับคอหนังยุคนี้ วันที่สำคัญที่สุดของหนังแต่ละเรื่องก็คงหนีไม่พ้น วันที่เข้าฉายในโรงภาพยนตร์ และวันที่สตรีมมิงเจ้าโปรดของคุณนำมาให้ชมกันถึงบ้าน The Fantastic Four: First Steps เข้าฉายไปเมื่อช่วงต้นซัมเมอร์ และ io9 ได้ข่าววงในมาแจ้งให้ทราบกันก่อนใครว่า เตรียมพบกับพวกเขาได้บน Disney+ ในวันที่ 5 พฤศจิกายนนี้!

ใช่แล้ว! อีกไม่ถึงสองสัปดาห์ข้างหน้า Pedro Pascal, Vanessa Kirby, Joseph Quinn และ Ebon Moss-Bachrach จะนำพลังยืดหยุ่น ล่องหน ไฟลุก และร่างกายเป็นหิน มาให้คุณได้รับชมกันถึงหน้าจอ โดยข่าวนี้จะมีการประกาศอย่างเป็นทางการอีกครั้งในงาน SpaceCon ที่ San Antonio, Texas แต่เราขอมาบอกใบ้ให้คุณทราบกันก่อนใครที่นี่!

Fantastic Four จะเป็นภาพยนตร์ล่าสุดที่รับชมได้ในระบบ IMAX Enhanced บน Disney+ โดยมาพร้อมอัตราส่วนภาพแบบ IMAX ที่ขยายใหญ่ขึ้น เพื่อให้สมาชิก Disney+ ทุกคนได้รับชมภาพยนตร์อย่างที่ผู้กำกับตั้งใจ ให้คุณได้สัมผัสประสบการณ์การรับชมที่สมจริงยิ่งขึ้นที่บ้าน นอกจากนี้ ผู้ที่ใช้งานทีวีและเครื่องรับ AV ที่รองรับ ยังสามารถสัมผัสประสบการณ์เสียง IMAX Enhanced ที่ขับเคลื่อนด้วย DTS:X ได้อีกด้วย

นอกจากข่าวดีนี้แล้ว io9 ยังภูมิใจนำเสนอเบื้องหลังการถ่ายทำใหม่ล่าสุด ที่มีนักแสดงนำครบทีม รวมถึง Julian Garner และ Ralph Ineson มาร่วมพูดคุยถึงองค์ประกอบที่ขาดไม่ได้สำหรับค่ำคืนดูหนัง Fantastic Four ที่สมบูรณ์แบบ บอกเลยว่าห้ามพลาด!

ผมเองก็สนุกกับการดู Fantastic Four ตอนที่เข้าฉายในโรงนะ แต่ไม่ได้รู้สึกว่าต้องรีบซื้อแผ่น Blu-ray หรือ 4K มาเก็บไว้ แต่พอรู้ว่าจะมาให้ดูบน Disney+ แล้ว น่าจะสนุกกับการดูแบบไม่ต้องคาดหวังอะไรมาก เพราะนี่คือการรีบูตแฟรนไชส์ครั้งที่สามในรอบ 20 ปี แถมยังเชื่อมโยงเข้ากับจักรวาล Marvel Cinematic Universe ที่ใหญ่ขึ้น ผ่านทาง Thunderbolts อีกด้วย

ที่สำคัญ หนังเรื่องนี้ยังทิ้งท้ายด้วยฉาก End Credit ที่บอกใบ้ถึงอนาคตของลูก Sue และ Reed โดยมี Doctor Doom จับจ้องอยู่ เราคงต้องรอกันอีกปีกว่าๆ เพื่อติดตามเรื่องราวของพวกเขาต่อใน Avengers: Doomsday

สรุปอีกครั้ง The Fantastic Four: First Steps จะมาให้ชมกันบน Disney+ ในวันที่ 5 พฤศจิกายนนี้ แล้วคุณล่ะ จะรอชมหรือไม่?

สำหรับแฟนๆ ที่ต้องการอัปเดตข่าวสาร io9 เพิ่มเติม สามารถติดตามกำหนดการฉายของ Marvel, Star Wars และ Star Trek รวมถึงความเคลื่อนไหวล่าสุดของ DC Universe ทั้งภาพยนตร์และทีวี และทุกสิ่งที่คุณควรรู้เกี่ยวกับอนาคตของ Doctor Who ได้เลย

The Fantastic Four มา Disney+ เมื่อไหร่

เตรียมพบกับ The Fantastic Four บน Disney+

อย่าลืมเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับวันที่ 5 พฤศจิกายนนี้นะ เพราะ The Fantastic Four: First Steps กำลังจะมาสร้างความสนุกให้คุณถึงบ้าน!

คราวนี้เราจะได้เห็น The Fantastic Four ในรูปแบบที่เข้าถึงง่ายและสะดวกสบายมากขึ้น การมาของพวกเขาบน Disney+ ถือเป็นข่าวดีสำหรับแฟนๆ ที่รอคอยการผจญภัยครั้งใหม่ของทีมฮีโร่สุดป่วนนี้

ที่มา – Here’s When ‘The Fantastic Four: First Steps’ Is Coming to Disney+ (Exclusive)

ก็อดซิลล่าบุกสนามบินใหญ่สุดโตเกียว!

สนามบินฮาเนดะในญี่ปุ่นกำลังจะมีฟีเจอร์ใหม่ไซส์จัมโบ้ในรูปแบบของ ก็อดซิลล่า ที่ยิ่งใหญ่อลังการ! ราชาแห่งสัตว์ประหลาดกำลังเก็บกระเป๋าย้ายเข้ามาประจำการที่อาคารผู้โดยสาร 3 ของสนามบินฮาเนดะซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือระหว่าง Toho Co., Japan Airport Terminal Co., Ltd. และ Tokyo International Air Terminal Corporation

ในปี 2024 สัญลักษณ์แห่งตำนานได้ฉลองครบรอบ 70 ปี และเทศกาลก็ดำเนินต่อไปด้วย “Haneda Godzilla Global Project” การติดตั้งนี้จะรวมถึงองค์ประกอบที่น่าสนใจหลายอย่าง รวมถึงงานศิลปะที่ตกแต่งบริเวณห้องโถงผู้โดยสารขาเข้า และรูปปั้น ก็อดซิลล่า จากภาพยนตร์ที่ได้รับรางวัลออสการ์ล่าสุดอย่าง Godzilla Minus One ซึ่งอยู่ในบริเวณผู้โดยสารขาเข้าด้วยเช่นกัน

แต่สิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของไดโนเสาร์ตัวยักษ์นี้จะถูกจัดวางไว้เพื่อประโยชน์ของผู้เดินทางขาออก โดยจะมีขนาดมหึมา: รูปปั้นจะมีขนาดกว้างประมาณ 131 ฟุตและสูง 20 ฟุต ตามข่าวประชาสัมพันธ์

ปัจจุบันมีเพียงภาพจำลองเพื่อยั่วน้ำลายขนาดมหึมาของ ก็อดซิลล่า ตัวนี้ ซึ่งจะจัดแสดงตั้งแต่วันที่ธันวาคม 2025 ถึงธันวาคม 2026 เราชอบสถานที่ท่องเที่ยวที่สร้างขึ้นจากความโดดเด่นของความรุ่งโรจน์ของ ก็อดซิลล่า

เราแทบรอไม่ไหวที่จะได้เห็นทุกสิ่งด้วยตาตัวเองก่อนที่จะไปซิปไลน์เข้าปาก ก็อดซิลล่า ที่ Nijigen no Mori Park บนเกาะ Awaji หรือตรวจสอบสถานที่ท่องเที่ยวใหม่ Godzilla the Ride: Great Clash (กำกับโดย Takashi Yamazaki ผู้สร้างภาพยนตร์ Minus One) ที่ Seibuen Amusement Park ใน Tokorozawa

อยากได้ข่าว io9 เพิ่มเติมไหม? ตรวจสอบว่าเมื่อใดที่จะได้เห็น Marvel, Star Wars และ Star Trek ล่าสุด รวมถึงทุกสิ่งที่คุณต้องรู้เกี่ยวกับอนาคตของ Doctor Who

ก็อดซิลล่าบุกสนามบินใหญ่สุดโตเกียว

ทำไมต้องไปดู ก็อดซิลล่า ที่สนามบินฮาเนดะ?

การมาของ ก็อดซิลล่า ที่สนามบินฮาเนดะไม่ใช่แค่การติดตั้งรูปปั้น แต่เป็นการสร้างประสบการณ์ที่น่าจดจำสำหรับนักท่องเที่ยวทุกคน ไม่ว่าคุณจะเป็นแฟนก็อดซิลล่าตัวยง หรือเพียงแค่มองหาสถานที่ท่องเที่ยวที่แปลกใหม่ไม่เหมือนใคร การได้เห็นรูปปั้นขนาดมหึมานี้จะทำให้คุณตื่นตาตื่นใจอย่างแน่นอน

นอกจากนี้ การติดตั้งนี้ยังเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ “Haneda Godzilla Global Project” ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของญี่ปุ่นในการส่งเสริมวัฒนธรรมและความบันเทิงระดับโลก สนามบินฮาเนดะเองก็เป็นสนามบินชั้นนำระดับโลก การมี ก็อดซิลล่า มาเสริมทัพยิ่งเป็นการตอกย้ำความเป็นจุดหมายปลายทางที่น่าสนใจมากยิ่งขึ้น

สำหรับแฟนๆ ภาพยนตร์ Godzilla Minus One การได้เห็นรูปปั้น ก็อดซิลล่า จากภาพยนตร์เรื่องนี้ถือเป็นโอกาสพิเศษที่จะได้สัมผัสความยิ่งใหญ่ของภาพยนตร์เรื่องนี้อย่างใกล้ชิด การออกแบบและรายละเอียดของรูปปั้นจะทำให้คุณรู้สึกเหมือนกำลังเผชิญหน้ากับก็อดซิลล่าจริงๆ

สรุปแล้ว การมาเยือนสนามบินฮาเนดะเพื่อชม ก็อดซิลล่า ถือเป็นประสบการณ์ที่ไม่ควรพลาดสำหรับนักท่องเที่ยวทุกคน ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร หรือมีความสนใจแบบไหน คุณจะได้รับการต้อนรับจากราชาแห่งสัตว์ประหลาดอย่างอบอุ่นแน่นอน

การติดตั้งรูปปั้นนี้ยังเป็นโอกาสที่ดีที่จะได้สัมผัสกับวัฒนธรรมป๊อปของญี่ปุ่น ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีทั่วโลก การได้เห็นก็อดซิลล่า ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของญี่ปุ่นมายาวนาน จะทำให้คุณเข้าใจและชื่นชมวัฒนธรรมญี่ปุ่นมากยิ่งขึ้น

ดังนั้น เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการผจญภัยสุดยิ่งใหญ่ที่สนามบินฮาเนดะ! อย่าลืมเตรียมกล้องของคุณให้พร้อม เพื่อเก็บภาพความประทับใจกับ ก็อดซิลล่า ที่จะทำให้คุณไม่ลืม!

ที่มา – Tokyo’s Biggest Airport Is Getting Its Own Big-Ass Godzilla

ผู้กำกับ ‘I Saw the TV Glow’ สู่ Netflix

หากคุณรู้สึกคุ้นเคยกับข่าวการดัดแปลง Black Hole ของ Charles Burns นั่นเป็นเพราะมีความพยายามมากมายที่จะนำกราฟิกโนเวลซึ่งตีพิมพ์ตั้งแต่ปี 1995 ถึง 2005 มาสู่หน้าจอ รวมถึงการประกาศในปี 2018 ว่า Rick Famuyiwa (หนึ่งในผู้กำกับหลายคนที่ เกือบจะได้สร้าง The Flash ของ DC) จะเป็นผู้กำกับ แต่ Netflix ดูเหมือนจะพบแนวทางที่ประสบความสำเร็จ โดยสั่งทำซีรีส์ให้กับทีมสร้างสรรค์ที่มี Jane Schoenbrun ผู้กำกับจาก I Saw the TV Glow ที่ได้รับเสียงวิจารณ์ชื่นชมอย่างมาก

ตามรายงานของ Variety Schoenbrun ผู้ซึ่งสร้าง We’re All Going to the World’s Fair และมีผลงานที่น่าสนใจอย่าง Teenage Sex and Death at Camp Miasma กำลังจะมาถึง ได้เซ็นสัญญาเพื่อ “พัฒนากราฟิกโนเวลสำหรับโทรทัศน์และกำกับด้วย”

คำอธิบายอย่างเป็นทางการมีดังนี้: “มีตำนานเก่าแก่ที่หลอกหลอนเมืองเล็กๆ ที่ดูเหมือนสมบูรณ์แบบของ Roosevelt: หากคุณมีเพศสัมพันธ์เร็วเกินไป คุณจะติด ‘bug’ ซึ่งเป็นไวรัสที่เปลี่ยนคุณให้กลายเป็น ‘สัตว์ประหลาด’ จากฝันร้ายที่เลวร้ายที่สุดของคุณ ฟังดูไร้สาระใช่มั้ย? นั่นคือสิ่งที่ Chris คิดเสมอ จนกระทั่งหลังจากค่ำคืนที่ประมาทเลินเล่อในช่วงเริ่มต้นปีสุดท้ายของเธอ เธอพบว่าตัวเองติดเชื้อ ตอนนี้เธอจะถูกขับไล่ออกไปอยู่ในป่ากับผู้ติดเชื้อรายอื่นๆ ที่ซึ่งภัยคุกคามใหม่ที่น่าสะพรึงกลัวกำลังปรากฏขึ้น: ฆาตกรต่อเนื่องที่กำลังล่าพวกเขาทีละคน”

Burns เขียนและวาดภาพประกอบ Black Hole ทั้งหมด 12 ฉบับ ซึ่งมีการเผยแพร่ฉบับรวมเล่มด้วย และชื่อนี้ได้รับรางวัล Harvey Award ในปี 2006 และได้รับสถานะเป็น культ-классика คุณไม่สามารถบอกได้จากเรื่องย่อว่า Black Hole ของ Netflix จะรักษาสถานที่ในซีแอตเทิลช่วงกลางทศวรรษ 1970 หรือไม่ แต่ดูเหมือนว่าจะเหมาะสมกับ Schoenbrun เป็นอย่างดี พวกเขามีประวัติที่พิสูจน์แล้วในการจับภาพความไม่สบายใจผ่านสายตาของวัยรุ่นที่อาจเห็นอะไรมากเกินไปแล้ว ผสมผสานกับความคิดถึงที่น่าขนลุก ดังที่ตัวละครหลักที่คลั่งไคล้ทีวีใน I Saw the TV Glow ได้สัมผัสอย่างชัดเจน

ผู้ที่ต้องการดัดแปลง Black Hole ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ได้แก่ Alexandre Aja (Crawl) และ David Fincher

นี่คือข่าวดีสำหรับแฟนๆ ของกราฟิกโนเวลเรื่องนี้และสำหรับคนที่ชื่นชอบผลงานของผู้กำกับ Jane Schoenbrun การที่ ผู้กำกับ ‘I Saw the TV Glow’ สู่ Netflix นั้นเป็นอะไรที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง เพราะสไตล์การทำหนังของเธอเข้ากับบรรยากาศอันน่าขนลุกและเนื้อหาที่หนักอึ้งของ Black Hole ได้อย่างลงตัว

ผู้กำกับ ‘I Saw the TV Glow’ สู่ Netflix จะนำ Black Hole มาตีความใหม่ในรูปแบบซีรีส์ได้อย่างไร? นั่นคือคำถามที่หลายคนตั้งตารอคอยคำตอบ เพราะ Black Hole เป็นผลงานที่โดดเด่นด้วยเนื้อหาที่เข้มข้น ประเด็นทางสังคมที่ลึกซึ้ง และภาพที่ชวนขนลุก การดัดแปลง Black Hole ให้ประสบความสำเร็จจึงต้องอาศัยวิสัยทัศน์ที่เฉียบคมและเข้าใจถึงแก่นของเรื่องราวอย่างแท้จริง

ด้วยความสามารถที่พิสูจน์แล้ว Jane Schoenbrun ผู้กำกับ ‘I Saw the TV Glow’ สู่ Netflix จึงเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุดในการนำ Black Hole มาสู่หน้าจอ การผสมผสานระหว่างสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์และความเข้าใจในเรื่องราว จะทำให้ซีรีส์ Black Hole กลายเป็นผลงานที่น่าจดจำและสร้างความประทับใจให้กับผู้ชมอย่างแน่นอน

เตรียมพบกับ Black Hole ฉบับซีรีส์โดยผู้กำกับ ‘I Saw the TV Glow’ สู่ Netflix

อยากรู้ข่าว io9 เพิ่มเติมไหม? ตรวจสอบวันที่คาดว่าจะวางจำหน่าย Marvel, Star Wars และ Star Trek ล่าสุด สิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปสำหรับ DC Universe on film and TV และทุกสิ่งที่คุณต้องรู้เกี่ยวกับอนาคตของ Doctor Who

การดัดแปลง Black Hole เป็นซีรีส์โดย Jane Schoenbrun ถือเป็นข่าวดีสำหรับวงการภาพยนตร์และโทรทัศน์อย่างไม่ต้องสงสัย เพราะเป็นการผสมผสานระหว่างผู้กำกับที่มีวิสัยทัศน์และผลงานต้นฉบับที่ทรงพลัง เชื่อได้เลยว่าซีรีส์เรื่องนี้จะเป็นที่กล่าวขานและสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้ชมทั่วโลก

ที่มา – The Director of ‘I Saw the TV Glow’ Will Bring a Cult-Beloved Graphic Novel to Netflix

Semaglutide ช่วยหัวใจได้ แม้น้ำหนักไม่ลด!

ประโยชน์ของ Semaglutide ซึ่งเป็นส่วนผสมในยาชื่อดังอย่าง Ozempic และ Wegovy ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การรักษาโรคอ้วนเท่านั้น งานวิจัยใหม่แสดงให้เห็นว่า Semaglutide สามารถปกป้องหัวใจของผู้คนได้ โดยไม่คำนึงถึงน้ำหนักตัวที่ลดลงขณะใช้ยา

นักวิทยาศาสตร์ได้ตรวจสอบข้อมูลจากการทดลองทางคลินิกขนาดใหญ่ในผู้ที่เป็นโรคอ้วนและมีโรคหัวใจและหลอดเลือดอยู่ก่อนแล้ว เมื่อเทียบกับผู้ที่ได้รับยาหลอก พวกเขาพบว่าผู้ที่ใช้ Semaglutide มีโอกาสน้อยที่จะเกิดอาการหัวใจวายและปัญหาเกี่ยวกับหัวใจและหลอดเลือดอื่นๆ แม้ว่าผู้คนจะลดน้ำหนักได้ไม่มากนัก ผลลัพธ์บ่งชี้ว่า Semaglutide ช่วยหัวใจ ได้มากกว่าหนึ่งวิธี นักวิจัยและผู้เชี่ยวชาญภายนอกกล่าว

Laurence Sperling นัก cardiologis ป้องกันโรคที่ Emory University ซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องกับการศึกษากล่าวกับ Gizmodo ว่าผลการวิจัย “เน้นว่าผลกระทบต่อหัวใจของ Semaglutide ช่วยหัวใจ อาจเป็นอิสระจาก adiposity และการลดน้ำหนัก”

Semaglutide และยากลุ่ม GLP-1 อื่นๆ ได้ประกาศถึงยุคใหม่ของการรักษาโรคอ้วน (และเบาหวาน) แต่ในขณะนั้นยังไม่ชัดเจนว่ายาเหล่านี้จะปรับปรุงสุขภาพหัวใจและหลอดเลือดของผู้คนได้หรือไม่ และมากน้อยเพียงใด

Novo Nordisk (ผู้ผลิต Ozempic และ Wegovy) ได้ให้ทุนสนับสนุนการศึกษาแบบ randomized, controlled และ double-blinded ขนาดใหญ่ซึ่งออกแบบมาเพื่อตอบคำถามเปิดนั้น นั่นคือการทดลอง SELECT การทดลองนี้เกี่ยวข้องกับผู้ที่เป็นโรคอ้วนประมาณ 17,000 คนและมีประวัติเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือด โดยได้รับการติดตามผลเป็นเวลาถึงห้าปี ผลลัพธ์หลักจากการทดลอง SELECT ซึ่งเผยแพร่เมื่อเกือบสองปีที่แล้ว แสดงให้เห็นว่า Semaglutide ในปริมาณสูง (รุ่นที่ได้รับการอนุมัติเป็น Wegovy สำหรับการรักษาโรคอ้วน) ลดความเสี่ยงของอาการหัวใจวายและเหตุการณ์เกี่ยวกับหัวใจและหลอดเลือดที่สำคัญอื่นๆได้ 20% ในช่วงระยะเวลาการศึกษา จากผลการวิจัยเหล่านี้ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ขยายการอนุมัติ Wegovy เพื่อครอบคลุมการป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือดในกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง

Obesity Drug Wegovy Found to Prevent Heart Attacks, Strokes in Major Trial

เนื่องจากเป็นที่ทราบกันดีว่าโรคอ้วนเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ จึงเป็นเรื่องง่ายที่จะสันนิษฐานว่าประโยชน์ต่อหัวใจของ Semaglutide ส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับการช่วยให้ผู้คนลดน้ำหนัก แต่ หลักฐานบางอย่างได้ชี้ให้เห็นแล้วว่ามันซับซ้อนกว่านั้น ในการวิจัยใหม่นี้ นักวิจัยบางคนที่ทำการทดลอง SELECT ได้พิจารณาข้อมูลของพวกเขาอย่างใกล้ชิด

ในที่สุด พวกเขาพบว่าไม่มีความสัมพันธ์ที่ชัดเจนระหว่างปริมาณน้ำหนักที่ใครบางคนลดลงในช่วงต้นของการศึกษา (20 สัปดาห์) กับความเสี่ยงที่ลดลงของโรคหัวใจและหลอดเลือด ประโยชน์ในการปกป้องหัวใจของ Semaglutide ช่วยหัวใจ ส่วนใหญ่จะเหมือนกันในกลุ่มน้ำหนักพื้นฐานที่แตกต่างกัน กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ ผู้ที่มีน้ำหนักเกิน (ดัชนีมวลกายระหว่าง 27 ถึง 30) เมื่อเริ่มต้นการศึกษา มักจะเห็นความเสี่ยงของโรคหัวใจลดลงในระดับที่ใกล้เคียงกันเมื่อเทียบกับผู้ที่มีระดับโรคอ้วนสูงสุด (BMI มากกว่า 40)

Howard Weintraub นัก cardiologis ป้องกันโรคและผู้อำนวยการคลินิกที่ Center for the Prevention of Cardiovascular Disease ที่ NYU Langone Heart กล่าวกับ Gizmodo ว่า “สิ่งนี้ให้ข้อมูลสำคัญแก่เราว่าบางทีเราควรพิจารณาข้อบ่งชี้สำหรับยาเหล่านี้มากกว่าแค่ว่า BMI ของคุณมากกว่า 27 หรือไม่” Weintraub เป็นหนึ่งในนักวิจัยนำของการทดลอง SELECT ดั้งเดิม แต่ไม่ได้มีส่วนร่วมในการวิจัยใหม่

การศึกษาพบความสัมพันธ์ระหว่างเส้นรอบเอวของใครบางคนตลอดการศึกษาและความเสี่ยงของโรคหัวใจ ตัวอย่างเช่น ยิ่งรอบเอวของคนหดเล็กลง ความเสี่ยงก็จะยิ่งลดลงมากขึ้น เส้นรอบเอวเป็นอีกตัวชี้วัดหนึ่งของไขมันในร่างกายที่มากเกินไป ดังนั้น การลดไขมันในร่างกายของ Semaglutide ช่วยหัวใจ ดูเหมือนจะช่วยอธิบายว่าทำไม Semaglutide ช่วยหัวใจ ป้องกันโรคหัวใจได้ แต่เป็นเพียงบางส่วนเท่านั้น นักวิจัยประเมินว่าเพียงหนึ่งในสามของผลกระทบของ Semaglutide ในการลดโรคหัวใจและหลอดเลือดสามารถอธิบายได้ด้วยการลดขนาดรอบเอว

ผลการวิจัยของทีม ได้รับการตีพิมพ์ใน The Lancet เมื่อวันอังคาร

ผู้เขียนกล่าวว่าผลการวิจัยเหล่านี้อาจมีผลกระทบในวงกว้างต่อวิธีการใช้ Semaglutide และยากลุ่ม GLP-1 ที่คล้ายกัน หากประโยชน์ต่อหัวใจส่วนใหญ่เป็นอิสระจากการลดน้ำหนัก ก็จะไม่เป็นประโยชน์ที่จะจำกัดการสั่งจ่ายยาเหล่านี้โดยพิจารณาจาก BMI เท่านั้น ผู้ที่ใช้ Semaglutide ที่ลดน้ำหนักได้มากพอที่จะไม่เข้าเกณฑ์ว่าเป็นโรคอ้วนอีกต่อไปอาจยังคงได้รับประโยชน์จากการใช้ยาอย่างต่อเนื่องเพื่อผลในการปกป้องหัวใจ เช่นเดียวกับผู้ที่ลดน้ำหนักได้ไม่มากนัก

เป็นไปได้ว่าการรักษาด้วย GLP-1 อาจถูกปรับกรอบใหม่เป็นการรักษาโรคหัวใจแบบสแตนด์อโลน โดยไม่คำนึงถึง BMI Richard Kovacs หัวหน้าฝ่ายการแพทย์หัวใจและหลอดเลือดชั่วคราวที่ Indiana University’s School of Medicine ซึ่งไม่ได้มีส่วนร่วมในการศึกษา ตั้งข้อสังเกตว่าผลการวิจัยเหล่านี้อาจกำหนดแนวทางในอนาคตในการที่แพทย์จัดการกับโรคหัวใจและหลอดเลือด

Semaglutide ช่วยหัวใจ แม้น้ำหนักไม่ลด จริงหรือ?

Kovacs ซึ่งเป็นหัวหน้าเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ของ American College of Cardiology กล่าวกับ Gizmodo ว่า “นี่คือตัวเปลี่ยนแนวทางที่มีศักยภาพเนื่องจากเห็นผลที่แข็งแกร่ง ที่นี่ นี่คือการทดลองขนาดใหญ่ที่ดำเนินการมาอย่างดีซึ่งเราคุ้นเคยกันดี นี่คือการวิเคราะห์ที่สำคัญ” ในขณะเดียวกัน เขากล่าวเสริมว่าอาจต้องใช้ข้อมูลเพิ่มเติมจากการทดลองแบบ randomized ขนาดใหญ่อย่างน้อยอีกหนึ่งครั้งเพื่อให้การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเกิดขึ้นได้ง่าย

คำถามสำคัญข้อหนึ่งที่ยังไม่ได้ตอบคือ ยาเหล่านี้สามารถปรับปรุงสุขภาพหัวใจของเราได้อย่างไร นักวิจัยแย้งว่าการป้องกันบางส่วนของยาน่าจะมาจากผลต้านการอักเสบ ทั้งต่อไขมันในร่างกายที่มากเกินไปและที่อื่นๆ แต่อิทธิพลของยาต่อการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดหรือหลอดเลือดของเราก็อาจมีส่วนเกี่ยวข้องเช่นกัน

คำถามอีกข้อหนึ่งคือผลกระทบในการเสริมสร้างหัวใจเหล่านี้สามารถพบได้ในผู้ที่ไม่อ้วนหรือเป็นโรคอ้วนหรือไม่ ซึ่ง Kovacs สงสัยว่าจะถูกนำไปทดสอบในเร็วๆ นี้ และยังคงเป็นสิ่งสำคัญที่จะต้องศึกษาว่าประโยชน์ที่คล้ายคลึงกันนั้นชัดเจนกับยา GLP-1 อื่นๆ หรือไม่ รวมถึงยาใหม่ๆ ที่รวม GLP-1 เข้ากับสารประกอบอื่นๆ

Ozempic Might Literally Change How Our Bodies Handle Booze, Study Finds

Semaglutide ช่วยหัวใจ แม้น้ำหนักไม่ลด!

สำหรับตอนนี้ การวิจัยนี้ยังคงแสดงให้เห็นว่ายังมีอีกมากที่ต้องเรียนรู้เกี่ยวกับยาที่เปลี่ยนแปลงเกมเหล่านี้แล้ว

Weintraub กล่าวว่า “ฉันไม่คิดว่าเราจะรู้ทุกอย่างที่ GLP-1 agonists ทำ” ดังนั้นแพทย์จะต้องมองสิ่งนี้เหนือกว่าปริซึมของวิดีโอ TikTok ที่เด็กๆ มองหาการลดน้ำหนักสองสามปอนด์เพื่อให้ดูดีขึ้น นั่นอาจเกิดขึ้นได้อย่างแน่นอน แต่ฉันคิดว่าปัญหาด้านความงามและบทบาทของการลดน้ำหนักเป็นเพียงส่วนเล็กๆ ส่วนหนึ่งของมัน และในฐานะแพทย์โรคหัวใจ ฉันมีแรงจูงใจมากขึ้นจากผลการวิจัยที่เราเห็นที่นี่ในการลดโรคหัวใจและหลอดเลือด”

Semaglutide ไม่ได้เป็นเพียงยาสำหรับการลดน้ำหนักเท่านั้น แต่ยังเป็นยาที่อาจช่วยปกป้องหัวใจของคุณได้อีกด้วย แม้ว่าคุณจะไม่สามารถลดน้ำหนักได้มากนักก็ตาม นี่เป็นข่าวดีสำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือด

ที่มา – Semaglutide Helps Your Heart Even If the Scale Doesn’t Budge, Study Shows

ไทย-กัมพูชา ตั้งวอร์รูมร่วม ปราบแก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ!

ข่าวใหญ่มาแล้ว! ใครที่เคยโดนแก๊งคอลเซ็นเตอร์โทรมากวนใจ เตรียมเฮได้เลย เพราะล่าสุดประเทศไทยและกัมพูชาจับมือกันตั้งวอร์รูมร่วม ปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ ให้สิ้นซาก หลังจากที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นำคณะไปถก GBC (คณะกรรมาธิการชายแดนร่วม) มา หวังจะจัดการปัญหาอาชญากรรมทางไซเบอร์ที่กำลังระบาดหนักในยุคนี้

พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะโฆษกศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) เปิดเผยว่า นี่คือความร่วมมือครั้งสำคัญที่จะทำให้การปราบปรามขบวนการสแกมเมอร์และแก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ที่มาของการจับมือ ปราบแก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ

เรื่องนี้สืบเนื่องมาจากการประชุมคณะกรรมาธิการชายแดนร่วม (GBC) ไทย–กัมพูชา ที่ผ่านมา ซึ่ง พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นำทีมไทยไปเจรจา โดยมี พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นตัวแทนจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติเข้าร่วม งานนี้ฝ่ายไทยยื่นข้อเสนอสำคัญในการปราบปรามเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่ตั้งฐานอยู่ในกัมพูชาอย่างจริงจัง

ไทย-กัมพูชา ตั้งวอร์รูมร่วม ปราบแก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ

ผลการหารือเป็นที่น่าพอใจ เพราะทางการกัมพูชาตอบรับข้อเสนอของเรา และตกลงที่จะจัดตั้งคณะทำงานร่วมไทย–กัมพูชา เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวกรอง และปฏิบัติการร่วมกันอย่างใกล้ชิดในการสกัดกั้นพวกอาชญากรไซเบอร์เหล่านี้ เรียกได้ว่าเป็นการผนึกกำลังครั้งใหญ่ที่จะช่วยให้การทำงานง่ายขึ้นเยอะ

สถานการณ์ชายแดน และการรับมือผู้หลบหนีจาก KK Park

นอกจากเรื่องความร่วมมือกับกัมพูชาแล้ว พล.ต.ท.ไตรรงค์ ยังกล่าวถึงสถานการณ์ชายแดน หลังจากที่ทางการเมียนมาดำเนินการปราบปราม KK Park ซึ่งเป็นแหล่งกบดานสำคัญของแก๊งสแกมเมอร์ข้ามชาติ ทำให้มีบางส่วนพยายามหลบหนีเข้ามายังฝั่งไทย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่คัดแยกผู้หลบหนีอย่างละเอียด เพื่อดูว่าใครเป็นเหยื่อค้ามนุษย์ หรือใครเป็นผู้ร่วมขบวนการ

มีการจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการส่วนหน้าในพื้นที่ โดยบูรณาการกำลังจากตำรวจตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ตำรวจกองบังคับการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ (ปคม.) และตำรวจไซเบอร์ ร่วมลงพื้นที่เพื่อเชื่อมโยงฐานข้อมูลและตรวจสอบประวัติอย่างละเอียด งานนี้ใครคิดจะหนีเข้าไทยมาแบบง่ายๆ บอกเลยว่ายาก!

“จากข้อมูลเบื้องต้น ยังไม่พบคนไทยหลบหนีจาก KK Park กลับมาในรอบนี้ ส่วนใหญ่เป็นชาวจีนมากที่สุด รองลงมาคือชาวอินโดนีเซีย และเวียดนาม ซึ่งเป็นแรงงานสแกมเมอร์ที่หลอกลวงเหยื่อสัญชาติเดียวกันในระบบข้ามชาติ” โฆษก ศปอส.ตร. กล่าว

สแกมเมอร์เกาหลีใต้ ย้ายฐานมาไทย?

ส่วนกรณีที่มีข่าวว่า ขบวนการสแกมเมอร์ชาวเกาหลีใต้บางกลุ่มได้ย้ายฐานปฏิบัติการเข้ามาในประเทศไทย พล.ต.ท.ไตรรงค์ ยืนยันว่า ผบ.ตร. ได้สั่งการให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยด่วนแล้ว พร้อมชี้แจงว่าการตั้งฐานถาวรในไทยเป็นไปได้ยาก เพราะตำรวจไทยมีมาตรการเข้มงวด และสามารถตรวจจับได้ง่ายกว่าในประเทศเพื่อนบ้าน งานนี้ใครคิดจะมาหากินบนแผ่นดินไทย บอกเลยว่าคิดผิด!

พล.ต.ท.ไตรรงค์ ย้ำว่า ไทยมีความจริงจังในการสืบสวนและปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์มาโดยตลอด ขอให้ประชาชนเชื่อมั่นว่าตำรวจไทยไม่ปล่อยปละละเลย และจะดำเนินการอย่างเด็ดขาดกับผู้กระทำผิดทุกกลุ่ม เรียกได้ว่างานนี้เอาจริงเอาจัง ใครที่เคยโดนหลอก หรือกำลังคิดที่จะทำ บอกเลยว่าเลิกคิด! การที่ ไทย-กัมพูชา ตั้งวอร์รูมร่วม ปราบแก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ ถือเป็นสัญญาณที่ดีว่าปัญหาอาชญากรรมทางไซเบอร์กำลังจะได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง

อนาคตของความร่วมมือ และความปลอดภัยทางไซเบอร์

ความร่วมมือระหว่างไทยและกัมพูชาในครั้งนี้ ไม่ได้เป็นแค่การปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์เท่านั้น แต่ยังเป็นการยกระดับความปลอดภัยทางไซเบอร์ในภูมิภาคอีกด้วย การแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวกรอง และการปฏิบัติการร่วมกัน จะช่วยให้เราเข้าใจถึงกลโกงของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ได้มากขึ้น และสามารถป้องกันภัยได้ทันท่วงที

จับตาดูอนาคต: ไทย-กัมพูชา ตั้งวอร์รูมร่วม ปราบแก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ

สิ่งที่น่าจับตามองต่อไปก็คือ การขยายผลความร่วมมือไปยังประเทศอื่นๆ ในภูมิภาค เพื่อสร้างเครือข่ายความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่แข็งแกร่ง และป้องกันไม่ให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์ย้ายฐานไปหากินในประเทศอื่นได้อีก

สำหรับพวกเราในฐานะผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ต ก็ต้องไม่ประมาท และระมัดระวังตัวอยู่เสมอ อย่าหลงเชื่อใครง่ายๆ อย่าให้ข้อมูลส่วนตัวกับคนที่ไม่รู้จัก และถ้าเจออะไรที่น่าสงสัย ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที เพราะการร่วมมือกันของทุกฝ่าย จะเป็นพลังสำคัญในการกำจัดแก๊งคอลเซ็นเตอร์ให้หมดไปจากสังคมของเรา

ที่มา – ตั้งวอร์รูมร่วม ‘ไทย-กัมพูชา’ จับมือปราบแก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ หลัง รมว.กลาโหม นำคณะถก GBC

นายกฯ อนุทิน ถก กกต. จัดเลือกตั้ง ควบ 2 ประชามติ

สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้เรามาอัปเดตข่าวสารบ้านเมืองที่น่าสนใจกันครับ เรื่องที่กำลังเป็นประเด็นร้อนแรงในขณะนี้ก็คือ การที่นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล พร้อมคณะ ได้เดินทางไปหารือกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เกี่ยวกับแนวทางการจัดการ เลือกตั้งพ่วง 2 ประชามติ นั่นเองครับ

เมื่อเช้าวันที่ 24 ตุลาคมที่ผ่านมา ณ สำนักงาน กกต. ศูนย์ราชการ ถ.แจ้งวัฒนะ นายกฯ อนุทินได้เข้าไปพูดคุยถึงความเป็นไปได้ในการจัด เลือกตั้งพ่วง 2 ประชามติ ซึ่งเป็นเรื่องที่รัฐบาลให้ความสำคัญอย่างยิ่ง

เลือกตั้งพ่วง 2 ประชามติ: มีประเด็นอะไรบ้าง?

แล้ว เลือกตั้งพ่วง 2 ประชามติ ที่ว่านี้ มีประเด็นอะไรบ้างที่เราต้องจับตามอง? หลักๆ แล้วมีอยู่ 2 เรื่องครับ

  • ประเด็นแรก: การแก้ไขรัฐธรรมนูญ รัฐบาลต้องการให้ประชาชนได้แสดงความคิดเห็นว่าเห็นด้วยกับการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ และเห็นชอบร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญว่าด้วยการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่
  • ประเด็นที่สอง: การยกเลิก MOU ไทย-กัมพูชา รัฐบาลต้องการสอบถามความเห็นประชาชนเกี่ยวกับการยกเลิกบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่างรัฐบาลไทย-กัมพูชา 2 ฉบับ ได้แก่ MOU43 ว่าด้วยการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนทางบก และ MOU44 ว่าด้วยพื้นที่ที่ไทยและกัมพูชาอ้างสิทธิในไหล่ทวีปทับซ้อนกัน

เรียกว่าเป็นประเด็นที่ละเอียดอ่อนและมีความสำคัญต่ออนาคตของประเทศเลยทีเดียวครับ

ไทม์ไลน์การเลือกตั้งและประชามติ

นายกฯ อนุทินได้ยืนยันหลายครั้งว่าจะยุบสภาอย่างช้าที่สุดในวันที่ 31 มกราคม 2569 และคาดว่าจะสามารถจัดการเลือกตั้งทั่วไปได้ในวันที่ 29 มีนาคม 2569 นั่นหมายความว่าการทำประชามติก็จะเกิดขึ้นในช่วงเวลาใกล้เคียงกันด้วย

การจัดประชามติระดับชาติครั้งนี้ นับเป็นครั้งที่ 3 ของประเทศไทย แต่เป็นครั้งแรกที่ประชาชนจะได้เข้าคูหาพร้อมกับการใช้สิทธิเลือกตั้งทั่วไป หลังจากที่มีการประกาศใช้พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ว่าด้วยการออกเสียงประชามติปี 2568 ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 22 ตุลาคมที่ผ่านมา

กฎหมายประชามติฉบับใหม่กำหนดให้วันประชามติอยู่ในช่วง 60-150 วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งจากประธานรัฐสภา หากอิงตามไทม์ไลน์ที่เคยมีการเสนอไว้ รัฐสภาจะมีเวลาพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมมาตราต่างๆ จนถึงกลางเดือนมกราคม 2569

แล้วเรื่องนี้เกี่ยวข้องอะไรกับพวกเรา?

การ เลือกตั้งพ่วง 2 ประชามติ ไม่ใช่แค่เรื่องของนักการเมืองหรือรัฐบาลเท่านั้นนะครับ แต่เป็นเรื่องของพวกเราทุกคนในฐานะประชาชนคนไทยที่มีสิทธิมีเสียงในการกำหนดทิศทางของประเทศ การออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งและลงประชามติจึงเป็นหน้าที่ที่เราควรให้ความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะเสียงของพวกเราทุกคนมีความหมายและสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงได้

ดังนั้น อย่าลืมติดตามข่าวสารและเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการเลือกตั้งและการลงประชามติที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้นะครับ ร่วมกันแสดงพลังของประชาชนเพื่อสร้างสังคมและประเทศที่ดีขึ้นสำหรับพวกเราทุกคน

ที่มา – นายกฯ อนุทินยกคณะถก กกต. เลือกตั้งพ่วง 2 ประชามติ

ต้อนรับฤดูหนาววันแรก! กรุงเทพฯ ฟ้าใส PM2.5 มาตรฐาน

สวัสดีครับทุกคน! ใครอยู่กรุงเทพฯ ช่วงนี้คงรู้สึกได้ถึงอากาศที่เริ่มเย็นสบายกันแล้วใช่มั้ยครับ? เมื่อวานนี้ (23 ตุลาคม) ถือเป็นวันแรกของการเข้าสู่ฤดูหนาวอย่างเป็นทางการของประเทศไทย และที่กรุงเทพฯ เองก็มีบรรยากาศที่น่าประทับใจมากๆ เลยครับ

ช่างภาพจาก THE STANDARD เก็บภาพสวยๆ ของท้องฟ้าที่เปิดโล่ง มองเห็นทิวทัศน์ไกลๆ อย่างเขาเขียว จังหวัดชลบุรี ได้อย่างชัดเจนเลยทีเดียว แถมข่าวดีก็คือ สถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5 ในกรุงเทพฯ ก็มีแนวโน้มลดลง และอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานในทุกสถานีตรวจวัดด้วยครับ หายใจได้เต็มปอดขึ้นเยอะเลย

ต้อนรับฤดูหนาววันแรก กรุงเทพฯ ท้องฟ้าเปิดโล่ง PM2.5 อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน

แต่อย่าเพิ่งวางใจไปนะครับ กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่าในช่วงวันที่ 23-31 ตุลาคมนี้ การระบายอากาศในกรุงเทพฯ จะอยู่ในเกณฑ์อ่อนถึงไม่ดี และชั้นบรรยากาศใกล้ผิวพื้นก็มีลักษณะเปิดสลับปิด แต่โชคดีที่ยังมีโอกาสเกิดฝนตก ทำให้ความเข้มข้นของฝุ่นละอองน่าจะอยู่ในค่าปานกลางถึงต่ำครับ

ตามประกาศของกรมอุตุนิยมวิทยา ประเทศไทยเข้าสู่ฤดูหนาวตั้งแต่วันที่ 23 ตุลาคม 2568 โดยภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะเริ่มมีอากาศเย็นก่อน จากนั้นอากาศเย็นจะขยายไปครอบคลุมภาคกลางและภาคตะวันออก อุณหภูมิต่ำสุดในตอนบนของประเทศจะลดลงต่ำกว่า 23 องศาเซลเซียส ซึ่งถือว่าเย็นเกือบทั่วไปแล้วครับ เตรียมเสื้อกันหนาวกันได้เลย!

การเข้าสู่ฤดูหนาวในปีนี้เป็นไปตามเกณฑ์ที่วางไว้ โดยลมชั้นบนที่พัดปกคลุมประเทศไทยได้เปลี่ยนทิศเป็นลมตะวันออกเฉียงเหนือและลมตะวันออก ส่วนลมชั้นบนที่สูงขึ้นไปก็เปลี่ยนเป็นลมฝ่ายตะวันตก ประกอบกับปริมาณฝนในตอนบนของประเทศลดลงอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม ในช่วงต้นฤดูหนาวแบบนี้ บริเวณตอนบนของประเทศไทยก็ยังมีโอกาสที่จะมีฝนตกได้บ้าง ส่วนภาคใต้ก็จะมีฝนตกต่อเนื่องและมีฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะในช่วงเดือนพฤศจิกายนและธันวาคม 2568 เตรียมรับมือกับฝนกันด้วยนะครับ และกรมอุตุฯ คาดว่าฤดูหนาวของประเทศไทยจะสิ้นสุดประมาณปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ครับ

แล้วเราจะสนุกกับฤดูหนาวนี้ยังไงดี?

  • วางแผนเที่ยว: ฤดูหนาวเป็นช่วงเวลาที่เหมาะแก่การท่องเที่ยวมากๆ ครับ ไม่ว่าจะเป็นการขึ้นเหนือไปสัมผัสอากาศหนาว ชมทะเลหมอก หรือจะลงใต้ไปเที่ยวทะเลสวยๆ ก็ฟินสุดๆ
  • ดูแลสุขภาพ: อากาศที่เปลี่ยนแปลงอาจทำให้เราไม่สบายได้ง่ายๆ อย่าลืมดูแลสุขภาพให้แข็งแรง ทานอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกาย พักผ่อนให้เพียงพอ และดื่มน้ำเยอะๆ นะครับ
  • แต่งตัวให้อินเทรนด์: ฤดูหนาวเป็นช่วงเวลาที่เราจะได้สนุกกับการแต่งตัวมากขึ้น ลองหาเสื้อผ้าสีสันสดใส หรือเสื้อกันหนาวเก๋ๆ มาใส่เพิ่มความสดใสให้กับชีวิตกันหน่อย

โดยรวมแล้ว สถานการณ์ ต้อนรับฤดูหนาววันแรก กรุงเทพฯ ท้องฟ้าเปิดโล่ง PM2.5 อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ถือว่าเป็นสัญญาณที่ดีมากๆ ครับ หวังว่าทุกคนจะมีความสุขกับฤดูหนาวที่กำลังจะมาถึงนี้นะครับ อย่าลืมเตรียมตัวให้พร้อม แล้วออกไปสนุกกับกิจกรรมต่างๆ กัน!

สิ่งที่น่าสนใจคือ ปัจจุบันเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในการพยากรณ์อากาศและการจัดการคุณภาพอากาศมากขึ้น ทำให้เราสามารถเตรียมตัวรับมือกับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไปได้อย่างทันท่วงที ภาคธุรกิจเองก็สามารถนำข้อมูลเหล่านี้ไปปรับใช้ในการวางแผนการดำเนินงานได้เช่นกัน

ในอนาคต เราอาจได้เห็นแอปพลิเคชันหรือแพลตฟอร์มที่สามารถแจ้งเตือนสถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5 แบบเรียลไทม์ หรือมีฟังก์ชันแนะนำกิจกรรมที่เหมาะสมกับสภาพอากาศในแต่ละวัน ซึ่งจะช่วยให้เราใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขและปลอดภัยมากยิ่งขึ้นครับ

ที่สำคัญ การช่วยกันรักษาสิ่งแวดล้อมก็เป็นสิ่งที่เราทุกคนสามารถทำได้ เพื่อให้ ต้อนรับฤดูหนาววันแรก กรุงเทพฯ ท้องฟ้าเปิดโล่ง PM2.5 อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน กลายเป็นเรื่องปกติในทุกๆ ปีนะครับ

ที่มา – ต้อนรับฤดูหนาววันแรก กรุงเทพฯท้องฟ้าเปิดโล่ง PM2.5 อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน

DHS โพสต์วิดีโอเพลงฮิตนาซีคืออะไร

กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิของสหรัฐอเมริกา (DHS) ได้โพสต์วิดีโอใหม่ที่แปลกประหลาดบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียเมื่อวันพฤหัสบดี โดยมีภาพเจ้าหน้าที่รัฐบาลกลางจับกุมผู้ประท้วงในพอร์ตแลนด์ รัฐโอเรกอน วิดีโอใช้เพลงที่ได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่พวกนาซีและกลุ่มคนผิวขาวที่เชื่อในอำนาจสูงสุดของคนผิวขาวในช่วงท้ายของวาระการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีครั้งแรกของ Donald Trump ซึ่งดูเหมือนว่าจะเป็นการส่งสัญญาณลับๆ ถึงกลุ่มขวาจัด

DHS เขียนคำบรรยายวิดีโอว่า “จุดจบของยุคมืด จุดเริ่มต้นของยุคทอง” บนเว็บไซต์ต่างๆ เช่น X และ Instagram พร้อมลิงก์ไปยังเว็บไซต์จัดหางานของ ICE วิดีโอนี้ยังถูกโพสต์ไปยัง Bluesky ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียที่หน่วยงานรัฐบาลกลางหลายแห่งเข้าร่วมเมื่อสัปดาห์ที่แล้วเพื่อล้อเลียนฐานผู้ใช้ที่เสรีนิยมมากกว่า

End of the Dark Age, beginning of the Golden Age.https://t.co/nZkBEj3GGi pic.twitter.com/6TRdCB6Tw2

— Homeland Security (@DHSgov) October 23, 2025

เพลงในวิดีโอคือเพลง “Little Dark Age” ของ MGMT ซึ่งเปิดตัวในปี 2018 แม้ว่าเพลงจะถูกทำให้ช้าลงในระดับที่ไร้สาระ และแม้ว่าไม่มีสิ่งใดในเพลงที่บ่งบอกถึงความเห็นอกเห็นใจต่ออุดมการณ์ขวาจัด (ในทางตรงกันข้าม) เพลงนี้ถูกนำมาใช้โดยผู้สร้างเนื้อหาขวาจัดในช่วงปลายปี 2020 เพื่อจับคู่กับภาพนาซีและภาพที่แสดงถึงอำนาจสูงสุดของคนผิวขาว

สถาบันเพื่อการเจรจาเชิงกลยุทธ์ ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยของอังกฤษที่ติดตามแนวคิดสุดโต่งทางออนไลน์ ได้เผยแพร่การศึกษาในปี 2021 ที่ระบุว่าเพลงนี้ได้รับความนิยมในหมู่พวกนาซี หนึ่งในตัวอย่างที่ใช้ในรายงานแสดงให้เห็นว่าเพลงนี้ถูกจับคู่บน TikTok กับสไลด์โชว์ของ George Lincoln Rockwell ผู้ก่อตั้งพรรคนาซีอเมริกัน ซึ่งถูกสังหารในปี 1967 ได้อย่างไร

แต่รายงานยังอธิบายถึงความนิยมของเพลงในการส่งเสริมลัทธินาซี Esoteric โดยนำเสนอมีมและตัวละครสมมติที่มีสัญลักษณ์ขวาจัดเช่น Sonnenrad หรือ Black Sun ข้อเท็จจริงที่ว่าเพลงนี้ยังถูกทำให้ช้าลงในลักษณะที่เกินจริงมากในวิดีโอของ DHS เป็นอีกหนึ่งลักษณะเด่นของวิดีโอขวาจัดที่แพร่ระบาดในช่วงต้นทศวรรษ 2020

อีกครั้ง ไม่มีอะไรเกี่ยวกับเพลงนี้ที่สมเหตุสมผลในฐานะเพลงบัลลาดสำหรับกลุ่มขวาจัด ดังที่คุณเห็นได้จากเนื้อเพลงบางส่วน ซึ่งดูเหมือนจะวิพากษ์วิจารณ์ความรุนแรงของตำรวจ:

The Guardian อธิบายความเกี่ยวข้องของกลุ่มขวาจัดกับเพลงนี้ใน บทความจากปี 2024: “แน่นอน การนำไปใช้ไม่ได้บ่งบอกอะไรมากเกี่ยวกับความสามารถของนีโอนาซีโดยเฉลี่ยในการทำความเข้าใจภาษาอังกฤษ เนื้อเพลงของ Little Dark Age ค่อนข้างชัดเจนว่าเป็นการประณามอเมริกาในยุค Trump และความรุนแรงของตำรวจที่เหยียดผิว”

Gizmodo ได้ติดต่อ DHS เพื่อขอความคิดเห็น และหน่วยงานดังกล่าวก็รู้สึกขุ่นเคืองกับคำถามของเรา

“เพียงเพราะคุณไม่ชอบอะไรบางอย่างไม่ได้ทำให้มันเป็นโฆษณาชวนเชื่อของนาซี นี่คือ ‘วารสารศาสตร์’ ระดับล่างสุด ‘Little Dark Age’ ของ MGMT เป็นที่นิยมอย่างมากในทั้งสองด้านของสเปกตรัมทางการเมือง ออกไปข้างนอก สัมผัสหญ้า และควบคุมตัวเอง” อีเมลที่ไม่มีลายเซ็นระบุ โดยอ้างว่าเป็น “โฆษกของ DHS”

หน่วยงานดังกล่าวยังส่งลิงก์ไปยังบทความปี 2022 ใน Spin เกี่ยวกับเพลงนี้ และเน้นคำพูดจาก Ben Goldwasser ผู้ร่วมก่อตั้ง MGMT ที่ระบุว่า “หลายครั้งที่ไม่มีความหมายที่ลึกซึ้งกว่านั้น” DHS ไม่ตอบคำถามติดตามเกี่ยวกับผู้ที่อาจสร้างวิดีโอ

แน่นอนว่าควรคาดหวังการตอบสนองแบบนั้นจาก DHS กลุ่มขวาจัดมักดำเนินการในโลกแห่งการปฏิเสธที่น่าเชื่อถือ แต่เนื่องจากประธานาธิบดี Trump กลับเข้ารับตำแหน่งในเดือนมกราคม DHS จึงโพสต์เนื้อหาฟาสซิสต์จำนวนมากที่ตั้งใจจะส่งสัญญาณถึงชาวอเมริกันว่าหน่วยงานนี้สุดโต่งเพียงใด

ย้อนกลับไปในเดือนสิงหาคม Border Patrol ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ DHS ได้โพสต์วิดีโอไปยัง Instagram และ Facebook พร้อมเนื้อเพลงต่อต้าน Semitic “Jew me” และ “kike me” ซึ่งเพิ่งได้รับความสนใจอย่างแพร่หลายเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว Border Patrol ลบวิดีโอและอัปโหลดใหม่พร้อมเพลงใหม่ แต่ไม่เคยอธิบายว่าทำไมจึงโพสต์ตั้งแต่แรก หน่วยงานเพิ่งส่งคำแถลงที่คล้ายกับ เด็กที่เอาแต่ใจตัวเอง

แต่ผู้คนในโซเชียลมีเดียรู้ว่าเพลง “Little Dark Age” อาจหมายถึงอะไร นักวิจารณ์การเมืองฝ่ายขวาคนหนึ่งบน X ถึงกับมีความคิด ย้อนกลับไปในเดือนกรกฎาคม โดยเขียนว่า “DHS ควรปล่อย Little Dark Age edit เพื่อแกล้งคน” และบัญชีขวาจัดจำนวนมากบน X เข้าใจเจตนาที่ตั้งใจไว้โดยการโพสต์วิดีโอด้วยเพลงนั้นอย่างชัดเจน

“Dhs กำลังโพสต์ Little Dark Age edit ช่วงเวลาที่บ้าคลั่งอยู่ในมือของเรา” บัญชีหนึ่งที่มีรูปโปรไฟล์ของตัวการ์ตูนอนิเมะสวมหมวกนาซีเขียนไว้

บัญชีสุดโต่งอีกบัญชีหนึ่งได้ quote-tweet วิดีโอ DHS โดยกล่าวว่า “Good job @DHS! คุณตามทันสิ่งที่เราอยู่ที่ 4 ปีที่แล้ว!” บัญชีนั้นรวมถึงการอัปโหลดวิดีโออื่นซึ่งมี Adolf Hitler พร้อมข้อความ “12 years not a slave” และภาพหน้าจอจากการอาละวาดสดของ Brenton Tarrant ผู้ก่อการร้ายที่เชื่อในอำนาจสูงสุดของคนผิวขาว ซึ่งสังหาร 51 คนที่มัสยิดสองแห่งใน Christchurch ประเทศนิวซีแลนด์ในปี 2019

ไม่ใช่แค่เพลงที่ DHS เลือกเท่านั้นที่บ่งบอกว่าหน่วยงานรู้ว่ากำลังทำอะไรอยู่ ภาพใน “Little Dark Age” edit ของกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิน่าขนลุกมาก โดยใช้ภาพจากการประท้วงที่ ICE facility ในพอร์ตแลนด์ และสุนทรียภาพที่ผิดพลาดซึ่งเป็นเรื่องปกติในหมู่ผู้สร้าง Fashwave (ใช่ Fash คือ Fascist) วิดีโอมีโลโก้ “antifa” ที่ถูก DHS โค่นล้ม เช่นเดียวกับคลิปเจ้าหน้าที่สวมหน้ากากป้องกันแก๊สพิษขณะจับกุมผู้คนท่ามกลางควัน

แน่นอน เมื่อคุณเริ่มพูดถึงมุมที่คลุมเครือของอินเทอร์เน็ตขวาจัดในขณะที่ใช้คำต่างๆ เช่น Fashwave อาจฟังดูไร้สาระเล็กน้อย ท้ายที่สุดแล้ว สิ่งเหล่านี้เป็นเพียงมีมบนอินเทอร์เน็ต แต่มีภาษาภาพที่พัฒนาขึ้นทางออนไลน์ในหมู่กลุ่มขวาจัด และในขณะที่ DHS สามารถยืนกรานว่าพวกเขาไม่ได้ตั้งใจให้ตีความว่าเป็นโฆษณาชวนเชื่อของนาซี แต่มีพวกนาซีจำนวนมากทางออนไลน์ที่เชื่อเป็นอย่างอื่น

DHS โพสต์วิดีโอเพลงฮิตนาซีคืออะไร

ทำไม DHS ถึงโพสต์วิดีโอเพลงฮิตนาซี

การที่ DHS โพสต์วิดีโอที่ใช้เพลง “Little Dark Age” ซึ่งเป็นเพลงที่ได้รับความนิยมในกลุ่มขวาจัดและผู้ที่ชื่นชอบลัทธินาซี ทำให้เกิดคำถามมากมายเกี่ยวกับเจตนาของหน่วยงาน

การเลือกเพลงและภาพที่ใช้ในวิดีโอ ทำให้เกิดความกังวลว่า DHS อาจกำลังส่งสัญญาณลับๆ ถึงกลุ่มขวาจัด ซึ่งเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสมและอาจเป็นอันตราย

DHS โพสต์วิดีโอเพลงฮิตนาซีคืออะไร? นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของความผิดพลาดในการตัดสินใจ แต่เป็นการกระทำที่ต้องได้รับการตรวจสอบอย่างละเอียดเพื่อให้เข้าใจถึงแรงจูงใจที่แท้จริงและป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก

การที่หน่วยงานรัฐบาลใช้เพลงที่เชื่อมโยงกับกลุ่มสุดโต่ง ทำให้เกิดความไม่ไว้วางใจและความกังวลเกี่ยวกับทิศทางของหน่วยงาน

เราต้องเรียกร้องให้ DHS ให้คำอธิบายที่ชัดเจนและโปร่งใสเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้ เพื่อให้มั่นใจว่าหน่วยงานจะยึดมั่นในหลักการของความยุติธรรมและความเท่าเทียมกัน

ที่มา – DHS Posts Video Featuring Song Popular With Nazi Creators