ผู้เขียน: lalika69_admin

แพทองธารเยี่ยม ‘ทักษิณ’ เผยเครียด! ถอยการเมือง ดูแลครอบครัว

สวัสดีค่ะทุกคน วันนี้เรามาอัปเดตข่าวคราวเกี่ยวกับอดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร กันค่ะ หลังจากที่ แพทองธาร ชินวัตร ได้เดินทางไปเยี่ยมคุณพ่อที่เรือนจำกลางคลองเปรมเมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายนที่ผ่านมา เรื่องราวก็เป็นที่สนใจของสังคมอีกครั้ง

แน่นอนว่าหลายคนอยากรู้ว่าสถานการณ์ล่าสุดของคุณทักษิณเป็นอย่างไรบ้าง และมีประเด็นอะไรที่น่าสนใจที่เราต้องจับตามองกันต่อ ไปติดตามรายละเอียดกันเลยค่ะ

จากการเปิดเผยของแพทองธาร หลังการเยี่ยมคุณพ่อ พบว่าทางผู้บัญชาการเรือนจำกลางคลองเปรมได้เชิญคุณทักษิณเข้าร่วม โครงการธรรมนาวาวัง ซึ่งคุณทักษิณก็ตอบรับเข้าร่วมโครงการนี้ด้วย เรื่องสุขภาพกายโดยรวมยังแข็งแรงดี แต่เรื่องสภาพจิตใจนั้นมีความเครียดอยู่พอสมควร

แพทองธารเผย ทักษิณเครียด เตรียมเข้าโครงการธรรมนาวาวัง

หลายคนอาจจะสงสัยว่า โครงการธรรมนาวาวัง คืออะไร? โครงการนี้เป็นโครงการพัฒนาศักยภาพผู้ต้องขัง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อขยายผลการปฏิบัติตามหลักธรรมะพระราชทาน เพื่อให้ผู้ต้องขังได้ศึกษาแก่นแท้ของศาสนา ขัดเกลาจิตใจ และน้อมนำพระธรรมคำสอนไปปฏิบัติเพื่อนำไปสู่ความพ้นทุกข์ ถือว่าเป็นโครงการที่ดีที่จะช่วยให้ผู้ต้องขังได้มีโอกาสพัฒนาตนเองและปรับปรุงแก้ไขตนเองให้ดีขึ้น

นอกจากเรื่องโครงการธรรมนาวาวังแล้ว คำถามสำคัญที่หลายคนอยากรู้ก็คือ เรื่องการทบทวนระเบียบกรมราชทัณฑ์ 3 ประเด็นหลัก ซึ่งหลายฝ่ายมองว่าอาจเป็นมาตรการสกัดกั้นคุณทักษิณ แพทองธารตอบประเด็นนี้ด้วยท่าทีที่ระมัดระวัง โดยหวังให้ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม และมองว่าหากคุณพ่อได้รับสิทธิ์พักโทษเพื่อออกมาดูแลสุขภาพข้างนอกก็จะเป็นเรื่องดี เพราะการอยู่ในเรือนจำไม่ได้เกิดประโยชน์อะไร

เมื่อถูกถามย้ำถึงประเด็นทางการเมืองว่า มาตรการดังกล่าวถือเป็นเกมการเมืองเพื่อสกัดไม่ให้คุณทักษิณออกมาทันช่วงการเลือกตั้งปี 2569 หรือไม่ แพทองธารกล่าวว่า ตอนนี้ตนเองถอยออกจากการเมืองเยอะมากแล้ว แทบจะถอยทั้งหมดแล้ว ก็ปล่อยให้ทั้งพรรคลุยไป และคงต้องดูแลจิตใจคุณพ่อ

ในช่วงท้ายของการสัมภาษณ์ แพทองธารถูกถามถึงกรณีที่อัยการสูงสุดยื่นอุทธรณ์คำสั่งฟ้องคดีมาตรา 112 ต่อคุณทักษิณ ซึ่งถูกตั้งข้อสังเกตว่าเป็นการกลั่นแกล้งครอบครัวชินวัตรหรือไม่ แพทองธารไม่ได้ตอบคำถามดังกล่าว ก่อนจะขอตัวเดินขึ้นรถยนต์ส่วนตัวเดินทางกลับทันที

จากสถานการณ์ล่าสุดนี้ เราได้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง ทั้งเรื่องสุขภาพจิตใจของคุณทักษิณ การเข้าร่วม โครงการธรรมนาวาวัง และท่าทีที่เปลี่ยนแปลงไปของแพทองธารที่ดูเหมือนจะถอยห่างจากวงการเมืองมากขึ้น

แล้วเราได้อะไรจากข่าวนี้?

สิ่งที่น่าสนใจคือ การที่บุคคลระดับอดีตนายกรัฐมนตรี ต้องเผชิญกับความเครียดและความกดดันเช่นเดียวกับคนทั่วไป และการที่ท่านตัดสินใจเข้าร่วมโครงการธรรมนาวาวัง ก็แสดงให้เห็นว่า แม้ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก การแสวงหาความสงบทางใจและการพัฒนาตนเองยังคงเป็นสิ่งสำคัญ

สำหรับใครที่ติดตามข่าวสารการเมืองและสังคมอย่างใกล้ชิด เรื่องนี้ก็เป็นอีกหนึ่งกรณีศึกษาที่น่าสนใจ เพราะแสดงให้เห็นถึงความซับซ้อนของสถานการณ์ทางการเมือง และผลกระทบที่เกิดขึ้นกับบุคคลและครอบครัวต่างๆ

สุดท้ายนี้ เราคงต้องติดตามกันต่อไปว่าสถานการณ์ของคุณทักษิณจะเป็นอย่างไรต่อไป และจะมีประเด็นอะไรที่น่าสนใจเกิดขึ้นอีกบ้าง อย่าลืมอัปเดตข่าวสารกันอย่างต่อเนื่องนะคะ

ที่มา – แพทองธารเยี่ยม ‘ทักษิณ’ เผยพ่อเครียด-เตรียมเข้าโครงการธรรมนาวาวัง ประกาศถอยห่างการเมือง ขอดูแลจิตใจครอบครัว

ที่สุดของขวัญเทคโนโลยี 2025

เทศกาลวันหยุดมาถึงแล้ว นั่นหมายถึงฤดูกาลแห่งการให้ของขวัญ!

ข้ามบัตรของขวัญ เสื้อสเวตเตอร์น่าเกลียดที่คุณพบที่ Goodwill หรือกรอบรูปมาการอนีที่ประกอบขึ้นมาอย่างเร่งรีบ แล้วมอบเทคโนโลยีที่เพื่อนและครอบครัวของคุณจะชื่นชมจริงๆ ให้พวกเขา เราได้มองหาของขวัญที่เราหวังว่าจะสร้างความสุขได้อย่างแท้จริง ตั้งแต่งบประมาณต่ำกว่า 50 ดอลลาร์ ไปจนถึงมากกว่า 1,000 ดอลลาร์ (หากคุณมีเงินให้ใช้จ่าย) Gizmodo ช่วยคุณได้

อย่างน้อยที่สุด เราหวังว่าของขวัญที่เราเลือกสรรจะสร้างแรงบันดาลใจให้คุณคิดถึงเรื่องการให้ของขวัญ โปรดจำไว้ว่า คุณไม่จำเป็นต้องใช้เงินจำนวนมากกับอุปกรณ์ คุณแค่ต้องหาของขวัญที่ใช่สำหรับคนที่ใช่!

สารบัญ

Oda SD Card Holder for Wallet

เมื่อใดก็ตามที่การ์ดหน่วยความจำของกล้องของคุณเต็มหรือเสียหาย คุณจะมีสำรองติดอยู่ในกระเป๋าเงินของคุณเสมอด้วยปลอกบางเฉียบจาก Oda

Anker SoundSync

ถึงแม้ว่าเสียงแบบมีสายจะดีเยี่ยม แต่บางครั้งคุณก็ไม่สามารถเอาชนะความสะดวกสบายของ Bluetooth ได้ ดองเกิลของ Anker พร้อมแจ็ค 3.5 มม. สามารถเชื่อมต่อกับจอภาพรุ่นเก่าและมอบพลังของเสียงไร้สายให้แก่พวกเขาได้

Maclock

เมื่อพูดถึงนาฬิกาตั้งโต๊ะ Maclock มีเสน่ห์มากมาย นาฬิกาปลุกที่ทำเป็นรูป Macintosh ดั้งเดิม สามารถแสดงเวลา วันที่ วัน และอุณหภูมิ และยังมาพร้อมกับแผ่นดิสก์ขนาดเล็กที่บูตเครื่อง

Satechi FindAll Card

การทำกระเป๋าเงินหายเป็นเรื่องแย่ แต่ถ้า Satechi’s FindAll Card อยู่ข้างใน แอป Find My ของ iPhone ของคุณสามารถช่วยในการค้นหาได้

Nékojita FuFu

ไม่ว่าคุณจะดื่มช็อกโกแลตร้อนๆ หรือฮอตทดดี้ หมีน้อยตัวนี้ที่มีพัดลมในตัวจะทำให้ถ้วยของคุณเย็นลงด้วยลมที่พ่นออกมาจากท่อลม Nékojita Fufu วางอยู่บนแก้วหรือชามเพื่อทำให้เครื่องดื่มหรือซุปของคุณเย็นลง และมันก็ดูน่ารักด้วย

JBL Grip

ความเป็นพกพาอาจไม่ใช่สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับทุกคนในลำโพง Bluetooth แต่ถ้าเป็นของคุณ JBL’s Grip คือสิ่งที่คุณต้องซื้อ มันอาจมีขนาดเล็ก แต่มีระดับเสียงที่ทรงพลัง

Retroid Pocket Classic

Retroid Pocket Classic นำเสนอการกลับสู่เกมย้อนยุคด้วยหน้าจอ AMOLED ที่ดีกว่า Game Boy รุ่นคลาสสิก คุณสามารถเลือกรูปแบบหกปุ่มสำหรับเกม Sega คลาสสิก หรือรุ่นสี่ปุ่มแบบดั้งเดิมก็ได้

Genki Shadowcast 2 Pro

สำหรับคนที่คุณรักที่มีความฝันอยากเป็นสตรีมเมอร์ Genki Shadowcast 2 Pro ที่มีน้ำหนักเบาและพกพาสะดวกคือจุดเริ่มต้นที่ยอดเยี่ยม Capture card 4K สามารถบันทึกหรือสตรีมกิจกรรมของคุณบนคอนโซลใดก็ได้ (รวมถึง Switch 2) หรือ PC

OnePlus Buds 4

มีหูฟังไร้สายที่ยอดเยี่ยมมากมายในช่วงราคานี้ แต่ OnePlus Buds 4 ทำได้ดีในสิ่งจำเป็น โดยมาพร้อมกับเสียงเบสที่หนักแน่น การตัดเสียงรบกวนแบบแอ็คทีฟที่แข็งแกร่ง และคุณสมบัติเสียงส่วนบุคคลที่ยอดเยี่ยมที่ปรับ EQ ของอุปกรณ์ให้เข้ากับการได้ยินของคุณ

Lego Game Boy

แบบจำลอง Game Boy ปี 1989 ที่เกือบ 1:1 นี้รับประกันว่าจะทำให้วันหยุดสุดสัปดาห์สนุกยิ่งขึ้น Lego พยายามอย่างมากเพื่อให้ปุ่มสามารถกดได้ รวมถึง Game Pak ที่สลับเปลี่ยนได้ และนำเสนอหน้าจอเกม lenticular ที่เปลี่ยนได้

Casio G-Shock Nano DW-5600

Smart ring อาจเป็นสิ่งที่กำลังได้รับความนิยม แต่เราขอแนะนำให้คุณรู้จักกับ watch ring อุปกรณ์ G-Shock นี้ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับ DW-5600 คลาสสิกของ Casio จะดึงดูดสายตาของผู้คนอย่างแน่นอน

Govee RGBICWW Floor Lamp Pro

Govee เป็นที่รู้จักจากการมอบความคุ้มค่าอย่างไม่น่าเชื่อเมื่อพูดถึงไฟอัจฉริยะ และโคมไฟตั้งพื้นนี้ก็ไม่มีข้อยกเว้น Floor Lamp Pro มีความบางและโฉบเฉี่ยว โดยมีการหมุน 300 องศาเพื่อส่องสว่างพื้นที่ขนาดใหญ่ของห้องนั่งเล่นของคุณ

Nomad Stratos Band

สายนาฬิกาข้อมือโลหะดูมีสไตล์ แต่ไม่สบายที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งขณะออกกำลังกาย สาย Stratos ไทเทเนียมเข้ากันได้อย่างลงตัวกับ Apple Watch Ultra และให้ความยืดหยุ่นระหว่างการออกกำลังกาย

Teenage Engineering EP-133 K.O. II

ไม่มีอะไรจะทำให้คนฮิปสเตอร์ในชีวิตของคุณมีความสุขไปมากกว่าอุปกรณ์จาก Teenage Engineering เครื่อง sampler และ sequencer อเนกประสงค์นี้ทำทุกอย่างและเหมาะสำหรับนักดนตรีในชีวิตของคุณ (โดยเฉพาะนักดนตรีอิเล็กทรอนิกส์) ที่ชื่นชอบฮาร์ดแวร์

Razer Iskur V2 X

เมื่อพูดถึงการยศาสตร์ มีเก้าอี้เกมมิ่งที่มีมูลค่าดีกว่า Razer’s Iskur V2 X เพียงไม่กี่ตัว คุณไม่จำเป็นต้องเป็นเกมเมอร์ก็สามารถเพลิดเพลินกับการทำงานที่ราบรื่นและการรองรับหลังของ Iskur ได้

Ray-Ban Meta Gen 2

Ray-Ban Meta Gen 2 อาจไม่มีจอแสดงผล แต่ปรับปรุงจากรุ่นก่อนหน้าที่ไม่มีหน้าจอในเกือบทุกด้าน โดยนำอายุการใช้งานแบตเตอรี่ที่เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าและความสามารถในการบันทึกวิดีโอ 3K

GoPro Max2

หากคุณไม่อยากเสียเวลาติดตั้ง GoPro หลายตัวสำหรับหลายมุม Max2 คือกล้อง 360 องศาแบบครบวงจรที่คุณต้องการ ถ่ายใน 8K และจัดองค์ประกอบภาพใหม่จาก POV ใดก็ได้หลังการจับภาพ

Lomography MC-A

การถ่ายภาพยนตร์ไม่ใช่เรื่องถูก แต่ถ้าคุณต้องการเข้าสู่ 35 มม. Lomo MC-A เป็นวิธีที่ง่ายในการเริ่มต้น กล้องมีเลนส์ 32 มม. รูรับแสงตั้งแต่ f/2.8 ถึง f/16 และแฟลชในตัว

Nothing Phone 3

บางคนคิดว่ามันน่าเกลียด คนอื่น ๆ มองว่า Nothing Phone 3 เป็นการท้าทายสถานะที่เป็นอยู่ของการออกแบบมือถือที่น่าเบื่อ ไม่ว่าจะเป็นลูกเล่นหรือไม่ก็ตาม หน้าจอ Glyph Matrix ทรงกลมที่ด้านหลังเป็นคุณสมบัติที่สนุกที่คู่แข่งไม่มี

Roli Piano

การเรียนรู้การเล่นดนตรีเป็นเรื่องยาก แต่คีย์บอร์ดเรืองแสงของ Roli ใช้การเข้ารหัสสีเพื่อให้กระบวนการง่ายขึ้นเล็กน้อย แม้ว่าคุณจะไม่ใช่มือใหม่ RGB ก็ยังดูดีมาก

MacBook Air (13-Inch, M4)

MacBook ระดับเริ่มต้นของ Apple เป็นหนึ่งในข้อเสนอที่ดีที่สุดสำหรับผู้ที่ต้องการประสิทธิภาพมากมายในการออกแบบ clamshell ที่บางและเบา MacBook Air เร็วพอสำหรับการท่องเว็บทั่วไป รวมถึงกิจกรรมที่เข้มข้นกว่า เช่น การแก้ไขรูปภาพและวิดีโอ

Lego Death Star

Lego Game Boy ยังไม่ท้าทายพอใช่ไหม? บางทีชุดขนาดใหญ่นี้ที่มี 9,023 ชิ้นจะทำให้คุณมีตุ่มเพียงพอที่จะชื่นชมกระบวนการเชื่อมต่อบล็อกพลาสติก

Framework Laptop 13

แล็ปท็อป Framework เป็นของขวัญที่ให้ไปเรื่อยๆ ตราบใดที่ผู้รับยินดีที่จะเปิดมันและเรียนรู้ว่าอะไรทำให้มันทำงานได้ Framework Laptop 13 สามารถมาเป็นทั้งระบบที่สร้างไว้ล่วงหน้าและชุด DIY ดังนั้นใครก็ตามที่ถนัดมือก็สามารถสนุกกับการประกอบแล็ปท็อปนี้ได้

Samsung Galaxy Z Fold 7

โทรศัพท์พับได้แบบหนังสือมีความหนาและหนัก—จนถึงตอนนี้ Samsung Galaxy Z Fold 7 บางและเบาเหมือนเรือธงทั่วไป และนำบรรยากาศที่เพรียวบางสดใหม่มาสู่หมวดหมู่ที่เติบโตเต็มที่

Sony Bravia 9

Sony’s Bravia 9 4K TV ยังคงผลักดันขอบเขตของสิ่งที่เป็นไปได้ด้วยหน้าจอระดับไฮเอนด์ จอแสดงผล mini LED ระดับเรือธงของบริษัทนำเสนอคุณภาพของภาพที่ยอดเยี่ยมและการเข้าถึงแอปโปรดของคุณอย่างง่ายดายผ่าน Google TV

ที่สุดของขวัญเทคโนโลยี 2025

การเลือกซื้อของขวัญด้านเทคโนโลยีอาจเป็นเรื่องที่น่ากังวล แต่ด้วยตัวเลือกมากมายตั้งแต่ราคาย่อมเยาไปจนถึงระดับไฮเอนด์ คุณก็สามารถค้นหาสิ่งที่เหมาะกับทุกคนได้อย่างเเน่นอน อย่าลืมสำรวจคุณสมบัติและฟังก์ชันการทำงานเพื่อให้แน่ใจว่าคุณเลือกของขวัญที่ทั้งมีประโยชน์และน่าสนใจ

เลือกซื้อ สุดยอดของขวัญเทคโนโลยี 2025 ให้ถูกใจผู้รับ

ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์เสริมสำหรับเกมเมอร์ อุปกรณ์เพื่อสุขภาพ หรืออุปกรณ์เสริมสำหรับบ้านอัจฉริยะ ที่สุดของขวัญเทคโนโลยี 2025 มีทุกสิ่งสำหรับทุกคน การพิจารณาความสนใจและงานอดิเรกของผู้รับจะช่วยให้คุณตัดสินใจเลือกได้อย่างชาญฉลาดและรับประกันว่าเป็นของขวัญที่พวกเขาจะหวงแหนอย่างแท้จริง

การเลือกของขวัญเทคโนโลยีที่ดีที่สุดในปี 2025 ไม่ใช่แค่เกี่ยวกับการมอบอุปกรณ์ล่าสุด แต่เกี่ยวกับการมอบประสบการณ์และฟังก์ชันการทำงานที่เสริมสร้างชีวิตประจำวันของผู้รับ ดังนั้น ใช้รายการนี้เป็นแนวทางและนำเสนอ ที่สุดของขวัญเทคโนโลยี 2025 ที่ตรงใจที่สุด

ที่มา – The Best Tech Gifts of 2025

อังกฤษ-ไทย ร่วมมือเร่งแผน CCUS สู่ Net Zero 2050

สวัสดีครับทุกคน! วันนี้มีข่าวดีเกี่ยวกับความร่วมมือระหว่างประเทศมาอัปเดตให้ทราบกันครับ นั่นคือความร่วมมือระหว่างอังกฤษและไทยในการเร่งแผน CCUS หรือ Carbon Capture, Utilisation and Storage เพื่อจัดการคาร์บอนและมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2050 นั่นเอง เรื่องนี้สำคัญมากๆ เพราะเป็นเรื่องของอนาคตของโลกเราเลยทีเดียว

เมื่อเร็วๆ นี้ มาร์ค กูดดิ้ง เอกอัครราชทูตอังกฤษประจำประเทศไทย และ วุฒิกร สติฐิต ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้ร่วมกันเป็นประธานเปิดงานอบรมเชิงปฏิบัติการ UK–Thailand Technical Exchange Workshop: Towards a National Roadmap on Carbon Capture, Utilisation and Storage (CCUS) ซึ่งจัดขึ้นโดยสถานเอกอัครราชทูตอังกฤษประจำประเทศไทย และโครงการภาคีเครือข่ายพันธมิตร ด้านการดักจับ ใช้ประโยชน์ และกักเก็บคาร์บอนแห่งประเทศไทย (Thailand CCUS Alliance: TCCA) งานนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการสร้างความร่วมมือระหว่างสองประเทศในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด

หนึ่งในกิจกรรมที่น่าสนใจคือการเยี่ยมชมเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ในจังหวัดระยอง ซึ่งมีศักยภาพในการพัฒนาเป็นศูนย์ CCS Hub ในอนาคต นอกจากนี้ ยังมีการอบรมเชิงปฏิบัติการ 3 วันในกรุงเทพฯ โดยมีผู้เชี่ยวชาญจากสหราชอาณาจักรมาร่วมให้ความรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์มากมาย

ผู้เชี่ยวชาญจากสหราชอาณาจักรได้แก่:

  • ศาสตราจารย์ จอน กิบบินส์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยการดักจับและกักเก็บคาร์บอนแห่งสหราชอาณาจักร (UK Carbon Capture and Storage Research Centre)
  • ลอร่า ฮาร์ดิแมน ที่ปรึกษาอาวุโสด้านการขนส่งก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ จากบริษัท Crondall Energy
  • เคท พิลลิ่ง ผู้เชี่ยวชาญนโยบายด้านการดักจับ การใช้ประโยชน์ และการกักเก็บคาร์บอน จากกระทรวงความมั่นคงทางพลังงานและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์

ผู้เชี่ยวชาญเหล่านี้ได้ถ่ายทอดประสบการณ์และบทเรียนจากการจัดทำแผนยุทธศาสตร์ CCUS ของสหราชอาณาจักร ครอบคลุมทั้งด้านกฎหมาย การระดมทุน และเทคโนโลยี ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับภาครัฐและเอกชนไทยในการพัฒนาแผนยุทธศาสตร์ CCUS ระดับชาติ สอดคล้องกับนโยบาย ‘Quick Big Win’ ของกระทรวงพลังงาน ที่มุ่งเร่งพัฒนาการดักจับและกักเก็บคาร์บอน (CCS) เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2050

มาร์ค กูดดิ้ง เอกอัครราชทูตอังกฤษประจำประเทศไทย กล่าวว่า “สหราชอาณาจักรยังคงยืนหยัดในฐานะพันธมิตรที่เข้มแข็งของไทย เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดและพัฒนาเทคโนโลยี CCUS”

วุฒิกร สติฐิต ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า “เทคโนโลยีการดักจับและกักเก็บคาร์บอน (Carbon Capture and Storage: CCS) สามารถมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนเป้าหมาย Net Zero ของประเทศ”

ดร. อุราชา รุกตะนนท์ชัย ผู้อำนวยการศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (NANOTEC) กล่าวว่า “เรามีเป้าหมายร่วมกันในการวางรากฐานเพื่อพัฒนากรอบกฎหมาย CCUS ชุดแรกของไทย”

TCCA คือ เครือข่ายพันธมิตรระดับชาติ ก่อตั้งเมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2024 โดยสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ผ่านศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค) ร่วมกับภาครัฐ เอกชน และสถาบันการศึกษา

การอบรมเชิงปฏิบัติการครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมกว่า 70 คน จากหน่วยงานต่างๆ ที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อน CCUS ในประเทศไทย

ความสำคัญของแผน CCUS: อังกฤษ-ไทย ผนึกกำลัง

ทำไมแผน อังกฤษ-ไทย ผนึกกำลัง! เร่งเดินหน้าแผน CCUS จัดการคาร์บอน สู่เป้าหมาย Net Zero 2050 ถึงสำคัญ? เพราะมันเกี่ยวข้องกับอนาคตของพวกเราทุกคนครับ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นปัญหาที่ทั่วโลกกำลังเผชิญอยู่ และเทคโนโลยี CCUS เป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและทำให้เราเข้าใกล้เป้าหมาย Net Zero มากยิ่งขึ้น

ความร่วมมือระหว่างอังกฤษและไทยในครั้งนี้เป็นสัญญาณที่ดี เพราะเป็นการนำเอาความรู้และเทคโนโลยีจากประเทศที่มีความก้าวหน้าด้านนี้มาปรับใช้ในบริบทของประเทศไทย ทำให้เราสามารถพัฒนาแผน CCUS ที่เหมาะสมและมีประสิทธิภาพได้

อังกฤษ-ไทย ผนึกกำลัง! เร่งเดินหน้าแผน CCUS จัดการคาร์บอน สู่เป้าหมาย Net Zero 2050 ไม่ใช่แค่เรื่องของภาครัฐและเอกชนเท่านั้น แต่เป็นเรื่องที่พวกเราทุกคนควรให้ความสนใจและมีส่วนร่วม เพราะอนาคตของโลกใบนี้อยู่ในมือของพวกเราทุกคนครับ

อนาคตของ CCUS ในประเทศไทย

สิ่งที่น่าจับตามองต่อไปคือการพัฒนากรอบกฎหมาย CCUS ชุดแรกของไทย ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2050 การมีกฎหมายที่ชัดเจนจะช่วยสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนและส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาเทคโนโลยี CCUS อย่างยั่งยืน

อังกฤษ-ไทย ผนึกกำลัง! เร่งเดินหน้าแผน CCUS จัดการคาร์บอน สู่เป้าหมาย Net Zero 2050 เป็นความหวังที่จะช่วยให้ประเทศไทยและโลกของเราน่าอยู่ยิ่งขึ้น การรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ แต่ด้วยความร่วมมือและความมุ่งมั่น เราจะสามารถเอาชนะมันได้แน่นอน

ในฐานะที่ติดตามข่าวสารด้านเทคโนโลยี ผมมองว่า CCUS ไม่ใช่แค่เทคโนโลยี แต่เป็นความหวังที่จะช่วยให้โลกของเราน่าอยู่ขึ้น และผมเชื่อว่าประเทศไทยจะสามารถพัฒนาเทคโนโลยีนี้ได้อย่างก้าวกระโดดแน่นอน

ที่มา – อังกฤษ-ไทยผนึกกำลัง! เร่งเดินหน้าแผน CCUS จัดการคาร์บอน สู่เป้าหมาย Net Zero 2050

กรุงเทพฯ เย็นสบาย อุณหภูมิต่ำสุด 20 องศาฯ ฝุ่นดีทั่วกรุง

สวัสดีเช้าวันใหม่ครับทุกคน! ใครที่อยู่ในกรุงเทพฯ วันนี้คงรู้สึกได้ถึงอากาศที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน หลังจากที่เราเผชิญกับอากาศร้อนและฝุ่น PM2.5 มานาน วันนี้อากาศดี๊ดีครับ! กรมอุตุนิยมวิทยารายงานว่าวันนี้ (20 พฤศจิกายน) กรุงเทพฯ และปริมณฑลอากาศเย็นสบายเป็นพิเศษ อุณหภูมิต่ำสุดอยู่ที่ 20-22 องศาเซลเซียสเท่านั้น แถมยังมีลมพัดเย็นๆ ตลอดทั้งวันด้วย ใครที่ออกจากบ้านแต่เช้าอย่าลืมหาเสื้อคลุมมาใส่กันนะครับ

ช่วงนี้เทรนด์ดูแลสุขภาพกำลังมาแรง การที่อากาศดีแบบนี้ถือเป็นเรื่องน่ายินดีมากๆ เพราะฝุ่น PM2.5 ที่เคยเป็นปัญหาใหญ่ ตอนนี้เบาบางลงไปเยอะเลย ศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศกรุงเทพมหานครรายงานว่า ภาพรวมคุณภาพอากาศในกรุงเทพฯ ตอน 7 โมงเช้าวันนี้อยู่ในเกณฑ์ดีมาก แถมยังมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่องด้วย ค่าเฉลี่ยฝุ่น PM2.5 วัดได้แค่ 14.3 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งต่ำกว่าค่ามาตรฐานที่ 37.5 มคก./ลบ.ม. มากๆ ครับ หายใจได้เต็มปอดขึ้นเยอะเลย

กรุงเทพฯ เย็นสบาย อุณหภูมิต่ำสุด 20 องศาฯ แถมฝุ่นยังดีอีกด้วย!

ถึงแม้ว่าภาพรวมอากาศจะดี แต่ก็ยังมีบางเขตที่ค่าฝุ่นสูงกว่าเขตอื่นเล็กน้อยนะครับ จากรายงานพบว่ามี 12 เขตที่วัดค่าฝุ่น PM2.5 สูงสุด ได้แก่

  • เขตปทุมวัน (21.9 มคก./ลบ.ม.)
  • เขตลาดกระบัง (21.2 มคก./ลบ.ม.)
  • เขตราชเทวี (20.6 มคก./ลบ.ม.)
  • เขตสาทร (19.7 มคก./ลบ.ม.)
  • เขตยานนาวา (19.6 มคก./ลบ.ม.)
  • เขตพระโขนง (19.1 มคก./ลบ.ม.)
  • เขตบางรัก (19.0 มคก./ลบ.ม.)
  • เขตบางพลัด (18.1 มคก./ลบ.ม.)
  • เขตคลองสามวา (17.3 มคก./ลบ.ม.)
  • เขตประเวศ (16.7 มคก./ลบ.ม.)
  • เขตบางกอกใหญ่ (16.6 มคก./ลบ.ม.)
  • เขตบางซื่อ (16.4 มคก./ลบ.ม.)

สำหรับใครที่อยู่ในเขตเหล่านี้ อาจจะต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ สวมหน้ากากอนามัยเมื่อต้องออกไปทำกิจกรรมกลางแจ้งนะครับ

สรุปภาพรวมคุณภาพอากาศตามโซนพื้นที่

  • กรุงเทพเหนือ และ กรุงเทพตะวันออก: ค่าฝุ่นอยู่ในช่วง 10 ถึง 21.2 มคก./ลบ.ม. ภาพรวมอยู่ในเกณฑ์ดีมาก
  • กรุงเทพกลาง: ค่าฝุ่นอยู่ในช่วง 9.3 ถึง 20.6 มคก./ลบ.ม. ภาพรวมอยู่ในเกณฑ์ดีมาก
  • กรุงธนเหนือ และ กรุงธนใต้: ค่าฝุ่นอยู่ในช่วง 10.6 ถึง 18.1 มคก./ลบ.ม. ภาพรวมอยู่ในเกณฑ์ดีมาก
  • กรุงเทพใต้: ค่าฝุ่นอยู่ในช่วง 8.9 ถึง 21.9 มคก./ลบ.ม. ภาพรวมอยู่ในเกณฑ์ดี

ถือว่าเป็นข่าวดีที่อากาศในกรุงเทพฯ เริ่มดีขึ้นนะครับ หวังว่าสถานการณ์นี้จะคงอยู่ต่อไปเรื่อยๆ เพื่อสุขภาพที่ดีของทุกคน แต่ถึงยังไงก็อย่าประมาท ดูแลตัวเองกันด้วยนะครับ

ในช่วงที่อากาศดีแบบนี้ อย่าลืมออกไปทำกิจกรรมกลางแจ้งกันบ้างนะครับ ไปเดินเล่นในสวนสาธารณะ ไปปั่นจักรยาน หรือจะไปนั่งชิลล์ๆ จิบกาแฟในร้านบรรยากาศดีๆ ก็เป็นไอเดียที่ไม่เลวเลย และที่สำคัญอย่าลืมแชร์ข่าวดีๆ แบบนี้ให้เพื่อนๆ และคนในครอบครัวได้รับรู้ด้วยนะครับ

กรุงเทพฯ เย็นสบาย อุณหภูมิต่ำสุด 20 องศาฯ แบบนี้ นานๆ ทีจะมีโอกาสได้สัมผัส อากาศดีๆ แบบนี้ อย่าลืมใช้เวลาให้คุ้มค่านะครับ แต่ก็อย่าลืมติดตามข่าวสารและสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 อย่างใกล้ชิด หากมีแนวโน้มว่าค่าฝุ่นจะกลับมาสูงขึ้น ก็ต้องเตรียมตัวรับมือและป้องกันตัวเองล่วงหน้าครับ

สำหรับใครที่อยากได้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสภาพอากาศและคุณภาพอากาศในกรุงเทพฯ สามารถติดตามข่าวสารจากกรมอุตุนิยมวิทยาและศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศกรุงเทพมหานครได้เลยครับ

ที่มา – กรุงเทพฯ เย็นสบาย อุณหภูมิต่ำสุด 20 องศาฯ รายงานฝุ่นดีมากทั่วพื้นที่

Yann LeCun เตรียมออกจาก Meta ตั้งหน่วยงานอิสระ

โฆษกของ Meta ยืนยันกับ Bloomberg เมื่อวันพุธว่า Yann LeCun ผู้เป็นตำนานแห่งวงการ AI กำลังจะออกจาก Meta เพื่อไปเริ่มต้นธุรกิจของตัวเอง ตามบันทึกจาก LeCun ที่ Bloomberg อ้างว่าได้อ่านนั้น ความพยายามครั้งใหม่ของ LeCun มีจุดมุ่งหมายเพื่อ “นำมาซึ่งการปฏิวัติครั้งใหญ่ครั้งต่อไปใน AI: ระบบที่เข้าใจโลกทางกายภาพ มีหน่วยความจำถาวร สามารถใช้เหตุผล และวางแผนลำดับการกระทำที่ซับซ้อนได้”

แหล่งข่าวบอกกับ Bloomberg ว่า LeCun “ขัดแย้งกับคนอื่น ๆ ภายใน” เมื่อเร็ว ๆ นี้ Meta ได้สร้างแผนกวิจัย AI ที่แยกจากกันโดยสิ้นเชิงซึ่งมุ่งเน้นไปที่ generative AI และในเรื่องราวล่าสุด Bloomberg อ้างว่า Meta ได้เริ่มซ่อน LeCun จากสายตาโดยสนับสนุนการจ้างงานล่าสุดที่มีชื่อเสียง การจ้างงานล่าสุด ได้แก่ Shengjia Zhao ผู้ร่วมสร้าง ChatGPT

ดังที่ได้กล่าวไว้ก่อนหน้านี้ที่ Gizmodo LeCun หลงใหลในสาขา AI ที่เรียกว่า “world models” เขาใช้เวลากว่าหนึ่งปีในการบอกว่าเขาคิดว่าการวิจัย LLM ซึ่งเป็นกระดูกสันหลังของระบบเช่น ChatGPT ไม่ใช่สาขาที่คุ้มค่าอีกต่อไป อย่างน้อยก็เท่าที่ฟังก์ชัน AI ขั้นสูงสมมุติฐานที่มีคำศัพท์เช่น “AGI” และ “superintelligence” มีความเกี่ยวข้อง

LeCun ซึ่งเกิดและเติบโตในฝรั่งเศส เป็นหนึ่งในนักวิจัยจำนวนไม่กี่คนที่มักถูกเรียกว่า “เจ้าพ่อแห่ง AI” หรือโดยเฉพาะอย่างยิ่งเจ้าพ่อแห่ง deep learning และได้รับรางวัล Turing Award ในปี 2019 ร่วมกับ Geoffrey Hinton และ Yoshua Bengio นักวิทยาศาสตร์ด้านความรู้ความเข้าใจและนักวิจัย AI ผู้ทรงอิทธิพล Gary Marcus เป็นนักวิจารณ์ LeCun มานาน และความขัดแย้งในที่สาธารณะของพวกเขามีมานานหลายปี

LeCun เข้าร่วม Meta ในปี 2013 เมื่อยังคงเรียกว่า Facebook ในฐานะหัวหน้าฝ่ายปฏิบัติการวิจัยในนิวยอร์ก ซึ่ง LeCun สามารถเดินไปยังสำนักงานของเขาที่ NYU ได้ ซึ่งเขาทำงานเป็นอาจารย์ ในเวลานั้น ไม่ค่อยชัดเจนว่าบริษัทอย่าง Facebook ต้องการอะไรจากนักวิทยาศาสตร์ที่ทำงานเกี่ยวกับ deep neural networks นักวิจัย AI คนสำคัญอีกคน Andrew Ng อธิบายการตัดสินใจจ้างงานของ Facebook ให้กับ Wired ในแง่ที่ดูแปลกตาและเน้นโซเชียลมีเดีย:

“Machine learning ถูกใช้ในหลายร้อยแห่งทั่ว Facebook ตั้งแต่การแท็กรูปภาพไปจนถึงการจัดอันดับบทความในฟีดข่าวของคุณ Machine learning ที่ดีขึ้นจะสามารถช่วยปรับปรุงคุณสมบัติเหล่านี้ทั้งหมด รวมถึงช่วยให้ Facebook สร้างแอปพลิเคชันใหม่ ๆ ที่พวกเราไม่มีใครเคยฝันถึงได้”

หลังจากการเปิดตัว ChatGPT ในปี 2022 นำไปสู่การที่ AI กลายเป็นผู้ครองความสำคัญทั้งหมดในโลกเทคโนโลยี LeCun กลายเป็นที่รู้จักจากความสงสัยของเขาเกี่ยวกับความจำเป็นในเรื่องความปลอดภัยของ AI เขาบอกกับ Wall Street Journal เมื่อปีที่แล้วว่าแนวคิดที่ว่า AI เป็นภัยคุกคามต่อมนุษยชาติคือ “เรื่องไร้สาระสิ้นดี”

แต่ LLM ไม่ใช่สิ่งที่ LeCun ชื่นชอบอยู่แล้ว เขาชี้แจงเมื่อเดือนที่แล้วว่าเขาแทบไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับโมเดล Llama ของ Meta และงานที่เกี่ยวข้องกับ generative AI นั้นเกิดขึ้นในแผนกอื่น ๆ ของ Meta LeCun ทำงานในแผนกวิจัย AI ขั้นพื้นฐานของ Meta (FAIR) และพยายามที่จะ “ก้าวข้าม LLM”

LeCun เชื่อว่าจำเป็นต้องมีโมเดล AI ที่สามารถเข้าใจโลกทางกายภาพได้อย่างครอบคลุมผ่านอินพุตทางประสาทสัมผัส เช่น การมองเห็น และวิธีการใช้เหตุผลในการโต้ตอบกับการเปลี่ยนแปลงของโลกนั้น เขาคิดว่าระบบ AI ในปัจจุบันไม่สามารถทำอะไรที่ใกล้เคียงกับสิ่งนี้ได้ และในความเป็นจริงพวกมันนั้นโง่กว่าแมวเสียอีก

คุณสามารถเห็นจุดเริ่มต้นของการวิจัยโมเดลโลกของ LeCun ภายใต้การอุปถัมภ์ของ Meta ใน V-JEPA-2 ได้แล้ว โมเดลนั้นไม่ได้ฝึกฝนจากข้อความ แต่จากวิดีโอของโลกทางกายภาพ และไม่ได้ออกแบบมาเพื่อจำลองวิดีโอทั้งหมดนั้นอย่างง่าย ๆ เช่น Sora แต่เพื่อจำลองสาเหตุและผลกระทบของการกระทำในโลกเมื่อสิ่งต่าง ๆ เคลื่อนที่ไปมาและมีปฏิสัมพันธ์กัน นั่นคือทฤษฎี

Bloomberg เขียนว่า Meta “วางแผนที่จะเป็นพันธมิตรกับ LeCun ในการเริ่มต้นธุรกิจของเขา แม้ว่ารายละเอียดจะยังอยู่ในระหว่างการสรุป” ในบันทึกของ LeCun เขากล่าวว่าบริษัทเก่าของเขา “จะเป็นพันธมิตรของบริษัทใหม่และจะสามารถเข้าถึงนวัตกรรมของบริษัทได้”

ยังไม่ชัดเจนว่าความร่วมมือระหว่างบริษัทใหม่ของ LeCun และ Meta จะมีโครงสร้างอย่างไร แต่บริษัทเทคโนโลยีมีชื่อเสียงในด้านการมีความเชื่อมโยงกันอย่างแยกไม่ออกในเรื่อง AI Microsoft เป็นเจ้าของ OpenAI ประมาณ 27% และมีสิทธิ์พิเศษในการใช้เทคโนโลยี Google ในทำนองเดียวกันเป็นเจ้าของ Anthropic 14% วิธีที่การลงทุนที่พึ่งพาซึ่งกันและกันในโลก AI นำไปสู่การประเมินมูลค่าที่สูงขึ้นได้รับการเปรียบเทียบกับ “การทำข้อตกลงแบบหมุนเวียน”

บันทึกของ LeCun กล่าวว่าเทคโนโลยีใหม่ของเขา “จะมีการใช้งานที่หลากหลายในหลายภาคส่วนของเศรษฐกิจ ซึ่งบางส่วนทับซ้อนกับผลประโยชน์เชิงพาณิชย์ของ Meta แต่หลายส่วนไม่ได้”

LeCun มีชื่อเสียงในการสนับสนุนคำว่า Advanced Machine Intelligence (AMI) แทนที่จะเป็นคำอย่าง AGI (nota bene: “ami” เป็นภาษาฝรั่งเศสสำหรับ “เพื่อน”) ในบันทึกของเขา เขาเขียนว่า “การไล่ตามเป้าหมายของ AMI ในหน่วยงานอิสระเป็นวิธีเพิ่มผลกระทบในวงกว้างให้สูงสุด” เป็นวลีที่คลุมเครืออย่างเหมาะสม สันนิษฐานว่า “หน่วยงานอิสระ” คือบริษัทใหม่ที่ไม่ใช่ Meta ไม่ใช่หน่วยงานอัจฉริยะ ถึงกระนั้นเขาก็อาจหมายถึงสิ่งนั้นด้วย

Yann LeCun เตรียมออกจาก Meta ตั้งหน่วยงานอิสระ

ทำไม Yann LeCun ถึงตัดสินใจออกจาก Meta เพื่อตั้งหน่วยงานอิสระ?

การตัดสินใจของ Yann LeCun ที่จะออกจาก Meta เพื่อตั้งหน่วยงานอิสระนั้นน่าสนใจ และเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในภูมิทัศน์ของ AI การที่เขามุ่งเน้นไปที่ “world models” และความเชื่อมั่นว่า LLM ไม่ใช่เส้นทางที่ถูกต้องสำหรับการพัฒนา AI ขั้นสูง บ่งชี้ถึงวิสัยทัศน์ที่แตกต่างจากทิศทางที่ Meta กำลังดำเนินการอยู่ ความร่วมมือที่วางแผนไว้ระหว่าง Meta และบริษัทใหม่ของ LeCun จะเป็นสิ่งที่น่าจับตามองอย่างใกล้ชิด เนื่องจากอาจก่อให้เกิดนวัตกรรมใหม่ ๆ และการพัฒนาในด้าน AI ที่เข้าใจโลกทางกายภาพได้ดีขึ้น

ที่มา – Yann LeCun Leaves Meta to Create ‘Independent Entity’

กองทัพเรือไทยยัน! ไม่มีการใช้อาวุธ หลังกัมพูชาอ้างได้ยินเสียงปืน

สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้มีข่าวคราวชายแดนไทย-กัมพูชามาอัปเดตกันครับ โฆษกกองทัพเรือออกมายืนยันหนักแน่นว่า ไม่มีการใช้อาวุธ หลังกัมพูชาอ้างได้ยินเสียงปืนดังจากฝั่งไทย ในขณะที่คณะผู้สังเกตการณ์อาเซียน (AOT) ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานการณ์ล่าสุด

พล.ร.ต. ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ ได้ออกมาให้ข้อมูลอย่างชัดเจน เพื่อตอบโต้รายงานจากกระทรวงกลาโหมกัมพูชาที่ระบุว่า ได้ยินเสียงคล้ายการใช้อาวุธจากฝั่งไทย เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2568 บริเวณช่องทางผ่านแดนในเขตจังหวัดโพธิสัตว์ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่คณะ AOT กำลังปฏิบัติภารกิจตรวจสอบการหยุดยิง

กองทัพเรือไทยยัน! ไม่มีการใช้อาวุธ หลังกัมพูชาอ้างได้ยินเสียงปืน

ประเด็นสำคัญที่ต้องทำความเข้าใจคือ พื้นที่เกิดเหตุนั้นอยู่ในเขตปฏิบัติการเก็บกู้ทุ่นระเบิดระยะที่ 1 ของศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดเพื่อมนุษยธรรม (TMAC) บริเวณบ้านชำราก ตำบลชำราก อำเภอเมือง จังหวัดตราด ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของประเทศไทยอย่างชัดเจน ที่สำคัญคือ ในพื้นที่นี้เองที่ฝ่ายไทยสามารถเก็บกู้วัตถุระเบิดได้เป็นจำนวนมาก รวมถึงระเบิด PMN-2 ที่มีสภาพใหม่ ซึ่งคาดกันว่าน่าจะมีการลักลอบนำเข้ามาวางไม่นานมานี้

เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2568 หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธิน ตราด (ฉก.นย.ตราด) ซึ่งทำหน้าที่ลาดตระเวนคุ้มกันชุดเก็บกู้ทุ่นระเบิด ได้ตรวจพบทหารกัมพูชาจำนวนหนึ่ง พาคณะ AOT-Cambodia มายังแนวรั้วลวดหนามที่ฝ่ายไทยติดตั้งไว้ เพื่อป้องกันอันตรายจากทุ่นระเบิด และป้องกันการรบกวนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ไทย ทหารกัมพูชาพยายามขอข้ามแนวรั้วเข้ามา แต่ได้รับการปฏิเสธจากฝ่ายไทย เนื่องจากเป็นพื้นที่ปฏิบัติการที่ต้องควบคุมอย่างเข้มงวด

ต่อมาในวันที่ 19 พฤศจิกายน 2568 เวลาประมาณ 11.00 น. ขณะที่หน่วย TMAC กำลังปฏิบัติงานต่อเนื่อง ได้สังเกตเห็นกลุ่มทหารกัมพูชากำลังสังเกตการณ์จากฐานจอมวย ซึ่งอยู่ห่างจากแนวรั้วประมาณ 150 เมตร จากนั้นก็เกิดเสียงดังคล้ายประทัด หรือเสียงอะไรบางอย่างที่ไม่สามารถระบุได้ บริเวณใกล้เคียง

จากสถานการณ์ดังกล่าว กำลังพลทั้งสองฝ่ายต่างเข้าสู่ที่กำบังตามมาตรการความปลอดภัย แต่จากการตรวจสอบอย่างละเอียดของฝ่ายไทย ไม่พบว่ามีการใช้อาวุธ หรือปฏิบัติการใดๆ จากฝ่ายไทยเลย ผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ให้ข้อมูลว่า เสียงที่ได้ยินนั้นคล้ายกับเสียงประทัดมากกว่าเสียงปืน ซึ่งเป็นไปได้ว่าอาจเป็นการสร้างสถานการณ์จากฝั่งกัมพูชาเอง

กองทัพเรือยืนยันว่าการดำเนินการของไทยเป็นไปตามมาตรฐานสากลด้านมนุษยธรรม และมุ่งมั่นที่จะลดความเสี่ยงในพื้นที่ชายแดนมาโดยตลอด โดยจะยังคงเดินหน้าปฏิบัติการเก็บกู้ทุ่นระเบิดเพื่อความปลอดภัยของประชาชนต่อไป นอกจากนี้ กองทัพเรือยังคงยึดมั่นในการรักษาความสงบเรียบร้อยตามแนวชายแดน และพร้อมที่จะประสานงานผ่านกลไกความร่วมมือต่างๆ เพื่อป้องกันความเข้าใจผิดและลดความตึงเครียดที่อาจเกิดขึ้น

อนาคตของความสัมพันธ์ชายแดนไทย-กัมพูชา

เหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นได้เป็นระยะๆ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความอ่อนไหวของสถานการณ์ตามแนวชายแดน การสื่อสารที่ชัดเจนและโปร่งใสจากทั้งสองฝ่ายจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อป้องกันความเข้าใจผิดที่อาจนำไปสู่ความขัดแย้งที่บานปลาย การใช้กลไกความร่วมมือที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด รวมถึงการเปิดพื้นที่ให้มีการเจรจาอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยสร้างความเข้าใจอันดีและลดความตึงเครียดในระยะยาวได้

ไม่มีการใช้อาวุธ หลังกัมพูชาอ้างได้ยินเสียงปืน เป็นเรื่องละเอียดอ่อน การที่กองทัพเรือออกมายืนยันอย่างหนักแน่นเช่นนี้ ก็เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน และแสดงให้เห็นถึงความโปร่งใสในการดำเนินงานของกองทัพ สำหรับพวกเราในฐานะประชาชน ก็ควรติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด และใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูล เพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของการบิดเบือนข้อมูลนะครับ

ที่มา – โฆษกกองทัพเรือยืนยันไม่มีใช้อาวุธ หลังกัมพูชาอ้างได้ยินเสียงปืนดังจากฝั่งไทยขณะ AOT ลงพื้นที่

อีกคดี! The Walking Dead ฟ้องร้องอีกแล้ว

คดีความและ The Walking Dead กลายเป็นสิ่งที่ เหมือนเป็นของคู่กัน เหมือนกับซีรีส์ฮิตและซอมบี้ ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา มี นักเขียน ผู้กำกับ และโปรดิวเซอร์ หกคนที่ฟ้องร้อง AMC เรื่อง เงินที่พวกเขาควรได้รับ จากซีรีส์ และในสัปดาห์นี้ คนที่เจ็ดก็เข้าร่วมรายชื่อ Dave Erickson ผู้ช่วยสร้างภาคแยกตอนแรกของซีรีส์ Fear the Walking Dead กำลังฟ้องร้องสถานีโทรทัศน์ โดยอ้างว่าเขาไม่เคยได้รับส่วนแบ่งผลกำไรจากการทำงานในซีรีส์เลย

ซึ่งดูเหลือเชื่อใช่ไหม? Erickson สร้าง Fear the Walking Dead ร่วมกับ Robert Kirkman และ มันกลายเป็นซีรีส์ฮิตอย่างรวดเร็ว เขาดูแลซีรีส์เป็นเวลาสามปี ซึ่งเป็นช่วงที่ซีรีส์ได้รับเรตติ้งดีที่สุดตลอดการออกอากาศ แต่ถึงอย่างนั้น ตามข้อมูลจาก the Hollywood Reporter แถลงการณ์ล่าสุดของ Erickson เกี่ยวกับซีรีส์อ้างว่ามีผลขาดทุน 185 ล้านดอลลาร์ ทำให้สูญเสียเงินไป แต่ก็มีการจ่ายเงินอย่างน้อย 49 ล้านดอลลาร์ให้กับคนอื่นๆ ตามคำร้องเรียน

“Dave Erickson สร้างซีรีส์ฮิตให้กับ AMC อย่างยิ่งใหญ่ใน Fear the Walking Dead ขยายจักรวาลของ The Walking Dead และทำให้ AMC เป็นสถานีโทรทัศน์ซอมบี้” Aaron Liskin และ Nick Soltman ทนายความของ showrunner กล่าว พวกเขากล่าวว่าแม้ว่าซีรีส์จะ “ประสบความสำเร็จอย่างมาก แต่ Erickson ไม่ได้รับผลกำไรจาก AMC เลยแม้แต่ดอลลาร์เดียว และหากไม่มีการดำเนินการนี้ เขาจะไม่มีวันได้รับ”

ทนายความที่ตัวแทนของ AMC โต้แย้งข้อกล่าวหาดังกล่าว “คดีนี้ เหมือนกับของ [Robert] Kirkman เมื่อหลายปีก่อน ไม่มีมูลความจริง” Orin Snyder ทนายความของ AMC กล่าวกับVariety “เรามั่นใจว่ามันจะล้มเหลว เหมือนกับคดีที่แล้ว สัญญาเหล่านี้ได้รับการเจรจาโดยผู้มีความสามารถทางกฎหมายที่มีประสบการณ์และซับซ้อนที่สุดในฮอลลีวูด และ AMC ได้จ่ายเงินครบตามจำนวนที่ค้างชำระ นี่เป็นเพียงการฉกฉวยเงินที่หยาบคายอีกครั้ง”

แต่การ “ฉกฉวยเงิน” เหล่านั้นได้ผลในอดีต อย่าลืมว่า Frank Darabont ได้ยื่นฟ้องร้องที่คล้ายกันในปี 2013 ซึ่ง ส่งผลให้มีการประนีประนอมยอมความด้วยเงิน 200 ล้านดอลลาร์ เกือบหนึ่งทศวรรษต่อมา คดีความต่อเนื่องที่ยื่นโดย Kirkman และคนอื่นๆ ถูกปฏิเสธในตอนแรก แต่ก็ถูกยื่นใหม่โดยอิงจากการประนีประนอมยอมความของ Darabont ซึ่งยังคงค้างอยู่

เราจะรอดูว่าเรื่องราวนี้จะจบลงอย่างไร และสำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม โปรดเยี่ยมชมลิงก์ด้านบน แต่ตอนนี้ มาทึ่งกับความจริงที่ว่าสิ่งที่น่าสนใจที่สุดเกี่ยวกับ The Walking Dead ในปัจจุบันคือจำนวนเงินที่ผู้คนคิดว่าพวกเขาควรได้รับจากซีรีส์นี้

สำหรับแฟนๆ ซีรีส์ซอมบี้ชื่อดัง The Walking Dead อาจจะต้องติดตามข่าวสารกันอย่างใกล้ชิด เพราะล่าสุดมีข่าวของการฟ้องร้องเกิดขึ้นอีกครั้ง! คราวนี้เป็นคดีเกี่ยวกับผลกำไรที่ยังไม่ถูกแบ่งสันปันส่วนอย่างถูกต้อง ซึ่งไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดเหตุการณ์แบบนี้กับซีรีส์นี้

อีกคดี! The Walking Dead ฟ้องร้องอีกแล้ว

เรื่องราวของ The Walking Dead ไม่ได้มีแค่ในจอเท่านั้น เพราะนอกจอก็มีเรื่องราวที่น่าติดตามไม่แพ้กัน โดยเฉพาะเรื่องของการฟ้องร้องที่เกิดขึ้นอยู่เรื่อยๆ แต่ทำไมถึงเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นได้? อะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้ทีมงานและผู้เกี่ยวข้องต้องออกมาเรียกร้องความเป็นธรรม?

ทำไมถึงเกิดคดีฟ้องร้อง The Walking Dead ขึ้นอีก?

สาเหตุหลักๆ มักจะมาจากการที่ไม่ได้รับส่วนแบ่งผลกำไรตามที่ตกลงกันไว้ หรือการมองว่าสัญญาไม่เป็นธรรม ซึ่งในวงการบันเทิงก็ถือว่าเป็นเรื่องปกติที่มักจะมีการฟ้องร้องเกิดขึ้น แต่กับ The Walking Dead ดูเหมือนว่าจะมีคดีความเกิดขึ้นบ่อยเป็นพิเศษ

การฟ้องร้องที่เกิดขึ้นซ้ำๆ ทำให้เกิดคำถามว่า การจัดการผลประโยชน์ของซีรีส์นี้มีปัญหาตรงไหน หรือว่าสัญญาที่ทำกันไว้ตั้งแต่แรกไม่เป็นธรรมกับทุกฝ่าย? เรื่องนี้คงต้องติดตามกันต่อไปว่าผลสรุปของคดี อีกคดี! The Walking Dead ฟ้องร้องอีกแล้ว จะออกมาเป็นอย่างไร

สำหรับใครที่สนใจข่าวสารเพิ่มเติมเกี่ยวกับ อีกคดี! The Walking Dead ฟ้องร้องอีกแล้ว สามารถติดตามได้จากแหล่งข่าวต่างๆ ที่นำเสนอข้อมูลอย่างละเอียด ซึ่งจะช่วยให้เราเข้าใจถึงเบื้องลึกเบื้องหลังของเรื่องราวนี้ได้มากยิ่งขึ้น

ที่มา – Another ‘Walking Dead’ Lawsuit Has Risen From the Grave

Letterboxd เตรียมเปิดตัว ‘ร้านเช่าวิดีโอ’ รูปแบบใหม่

Letterboxd เป็นแหล่งรวมตัวของเหล่าคนรักหนังที่มักจะมาแชร์ความคิดเห็นเกี่ยวกับภาพยนตร์ที่พวกเขาได้ดู แต่ตอนนี้ แพลตฟอร์มนี้กำลังพยายามที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเองให้กลายเป็นสถานที่ที่คนรักหนังสามารถดูหนังได้ ไม่ใช่แค่พูดคุยเกี่ยวกับหนังเท่านั้น

เมื่อวันพุธที่ผ่านมา บริษัทได้ประกาศว่า พวกเขากำลังจะเปิดตัวสิ่งที่เรียกว่า “ร้านเช่าวิดีโอ” ซึ่งเป็น “แพลตฟอร์มเช่าภาพยนตร์ภายใน Letterboxd” เท่าที่ทราบ คุณสมบัติใหม่นี้จะช่วยให้ผู้ใช้สามารถเช่า (และดู) ภาพยนตร์ได้โดยตรงจากอินเทอร์เฟซของ Letterboxd โดยมีการระบุว่าจะสามารถใช้งานร่วมกับ iOS, Android, Apple TV, Android TV, Chromecast และ AirPlay ได้ และยังระบุอีกว่าการรวมเข้ากับแอป smart TV อื่นๆ “กำลังอยู่ในระหว่างการพัฒนา”

เช่นเดียวกับร้านเช่าวิดีโอในอดีต “ร้านค้า” ออนไลน์แห่งใหม่นี้จะช่วยให้ผู้ใช้สามารถเลือกจาก “ชั้นวางที่คัดสรรมาอย่างดี” ซึ่งออกแบบมาเพื่อนำทางผู้ใช้ไปสู่ประสบการณ์การชมภาพยนตร์เฉพาะเจาะจง แทนที่จะปล่อยให้พวกเขาเคว้งคว้างอยู่ในทะเลเนื้อหาที่เปลี่ยนแปลงได้ไม่รู้จบ หมวดหมู่ต่างๆ เช่น “ผลงานเด่นจากเทศกาล”, “ภาพยนตร์ที่อยู่ใน Watchlist มานาน”, “ภาพยนตร์ที่ได้รับการบูรณะและค้นพบใหม่” และ “ภาพยนตร์ที่เปิดให้ชมในช่วงเวลาจำกัด” จะเป็นส่วนหนึ่งของตัวเลือก

การคัดเลือกบางส่วนจะดำเนินการผ่านอัลกอริทึมที่อิงตามข้อมูลผู้ใช้ บริษัทกล่าวในการแถลงข่าวว่า “เราตั้งโปรแกรมชั้นวางเหล่านี้โดยใช้ Watchlist, บทวิจารณ์ และสัญญาณลับอื่นๆ นับล้านรายการ มันเหมือนกับการเดินเข้าไปในร้านเช่าวิดีโอในพื้นที่ของคุณและเห็นชั้นวาง ‘พนักงานแนะนำ’ และพนักงานเหล่านั้นคือสมาชิก Letterboxd นับไม่ถ้วนทั่วโลก”

เว็บไซต์ยังระบุเพิ่มเติมว่าความพร้อมใช้งานและค่าใช้จ่ายในการเช่าภาพยนตร์แต่ละเรื่องจะขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่ตั้งของผู้ใช้

“ร้านเช่าวิดีโอ” แห่งใหม่ของ Letterboxd ฟังดูคล้ายกับCriterion Channel ที่ผู้ใช้สามารถเลือกจากคอลเลกชันภาพยนตร์ที่อัปเดตเป็นประจำ ซึ่งมีให้ชมในช่วงเวลาจำกัดเท่านั้น (ในการประกาศระบุว่า “ชั้นวางบางชั้นจะเปิดให้ชมในช่วงเวลาจำกัดเท่านั้น”) หากเป็นเช่นนั้น จะเป็นรูปแบบที่ดีสำหรับผู้ที่ชื่นชอบภาพยนตร์บนอินเทอร์เน็ต ซึ่งอาจต้องการคำแนะนำเมื่อต้องตัดสินใจว่าจะดูอะไร

ถึงแม้ว่าทุกอย่างจะฟังดูน่าตื่นเต้น แต่ก็ยังมีอีกหลายอย่างเกี่ยวกับ “ร้านเช่าวิดีโอ” ที่เรายังไม่รู้ Gizmodo ได้ติดต่อ Letterboxd เพื่อขอรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับคุณสมบัติที่จะเกิดขึ้น ซึ่งมีกำหนดเปิดตัวในช่วงต้นเดือนหน้า

แน่นอนว่าเป็นเหตุการณ์ที่น่ายินดีสำหรับเว็บไซต์ภาพยนตร์ยอดนิยม และอาจไม่ใช่สิ่งที่ผู้ใช้ส่วนใหญ่ต้องการหลังจากที่ Tiny บริษัทโฮลดิ้งขนาดใหญ่ของแคนาดา เข้าซื้อกิจการ ซึ่งได้ซื้อเว็บไซต์นี้ ในราคา 50 ล้านดอลลาร์ในปี 2023

โดยปกติแล้ว เมื่อบริษัทใหญ่ซื้อเว็บไซต์เล็กๆ ที่ไม่ค่อยมีชื่อเสียง มักจะมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม นับตั้งแต่ Tiny เข้ามาดูแล Letterboxd เว็บไซต์นี้ก็ยังคงเติบโตและเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น การรวมระบบเช่าภาพยนตร์ใหม่ดูเหมือนจะเป็นสิ่งที่ใช่ในการทำให้ผู้ใช้กลับมาใช้บริการอีก

Letterboxd เตรียมเปิดตัว ‘ร้านเช่าวิดีโอ’ รูปแบบใหม่

Letterboxd กำลังจะเปิดตัว ‘ร้านเช่าวิดีโอ’ ที่น่าสนใจ นี่อาจเป็นก้าวสำคัญในการเปลี่ยนแปลงวงการคนรักหนังออนไลน์

ทำไม Letterboxd ถึงเปิดตัว ‘ร้านเช่าวิดีโอ’ ?

การเปิดตัว ‘ร้านเช่าวิดีโอ’ อาจเป็นเพราะ Letterboxd ต้องการเพิ่ม engagement และหารายได้เพิ่มเติม การมีร้านเช่าในตัวจะทำให้ผู้ใช้ไม่ต้องออกจากแพลตฟอร์มเพื่อดูหนัง

ฟีเจอร์ใหม่นี้อาจเป็นตัวเปลี่ยนเกมสำหรับ Letterboxd ทำให้ไม่ใช่แค่ที่สำหรับรีวิวหนัง แต่เป็นที่สำหรับดูหนังด้วย

การที่ Letterboxd เปิดตัว ‘ร้านเช่าวิดีโอ’ ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจและอาจส่งผลกระทบต่อวงการสตรีมมิ่งภาพยนตร์ออนไลน์ การมีแพลตฟอร์มที่เน้นการคัดสรรและแนะนำภาพยนตร์อาจดึงดูดผู้ที่เบื่อหน่ายกับปริมาณเนื้อหาที่มากเกินไปบนแพลตฟอร์มอื่นๆ Letterboxd อาจกลายเป็นจุดหมายปลายทางใหม่สำหรับคนรักหนังที่ต้องการประสบการณ์การชมภาพยนตร์ที่มีคุณภาพและแตกต่าง

ที่มา – Letterboxd Is Launching Its Own Unique Take on a ‘Video Store’

หนังสือใหม่แฉ RFK Jr. สารภาพใช้ DMT!

Robert F. Kennedy Jr. เป็นบุคคลที่ซับซ้อน มีหลายแง่มุมและขัดแย้งในตัวเอง เขาเป็นคนที่ในขณะเดียวกันก็บอกว่าใส่ใจสิ่งแวดล้อมอย่างมาก แต่ก็ยังสนุกกับการทำงานให้กับ Donald Trump ซึ่งเป็นที่รู้กันดีว่าเป็นผู้ชื่นชอบเชื้อเพลิงฟอสซิล เขาเป็นคนที่ชอบแสดงตัวว่าเป็นคนธรรมดาที่เข้าถึงได้ แต่ก็ดูเหมือนจะชอบเก็บซากสัตว์ที่ถูกรถชนไว้ในช่องแช่แข็ง และตัดหัวปลาวาฬที่เกยตื้น เขายังเป็นคนที่แต่งงานมาเป็นเวลานาน แต่จากหนังสือแฉฉบับล่าสุดจากนักข่าวที่เสื่อมเสียชื่อเสียง เขามีส่วนเกี่ยวข้องในการกระทำลับๆ ซึ่งเขาได้เปิดเผยตัวตนภายในที่สุด

ใช่แล้ว ตอนนี้คุณคงเคยได้ยินเรื่องดราม่าเกี่ยวกับ Olivia Nuzzi อดีตนักข่าวการเมืองของนิตยสาร New York และ Kennedy ซึ่งถูกกล่าวหาว่ามีความสัมพันธ์เชิงชู้สาวในขณะที่ Nuzzi กำลังทำข่าวการหาเสียงทางการเมืองของเขาเมื่อปีที่แล้ว Nuzzi สามารถเปลี่ยนสิ่งที่สำหรับนักข่าวส่วนใหญ่อาจเป็นการทำลายอาชีพที่น่าอับอายให้กลายเป็นข้อตกลงในการทำหนังสือ หนังสือเล่มใหม่ของเธอ American Canto ส่วนหนึ่งเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของเธอกับ Kennedy ในขณะที่ยังไม่ออก (จะออกในเดือนหน้า) แต่ได้รับการดูตัวอย่างโดยสื่อสิ่งพิมพ์ที่เลือกสรรแล้ว หนังสือเล่มนี้ดูเหมือนจะเปิดเผยคำสารภาพที่ Kennedy บอกกับเธอเป็นการส่วนตัว รวมถึงการที่เขายอมรับว่าใช้ยาที่ทำให้สมองบิดเบี้ยว และยังอ้างว่าหนอนที่ตายแล้วในสมองของเขาไม่ใช่หนอนจริงๆ

การอ้างเรื่องยามาจาก New York Times ซึ่งเพิ่งนำเสนอเรื่องราวของ Nuzzi รวมถึงหนังสือของเธอ ในเรื่องราว Nuzzi อ้างว่าในขณะที่พวกเขาติดต่อกัน Kennedy ยอมรับว่าเคยใช้ DMT ซึ่งเป็นยาหลอนประสาทที่สามารถสร้างภาพหลอนทางเสียงและภาพที่รุนแรงได้ หนังสือพิมพ์ตั้งข้อสังเกตว่า:

เธอเขียนว่าแม้จะ “อยู่ในอาการปกติ” มานานหลายทศวรรษ Kennedy บอกกับเธอว่าเขายังคงใช้สารออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท และถึงกับสูบ dimethyltryptamine หรือ DMT ซึ่งเป็นยาที่มีฤทธิ์รุนแรงซึ่งผู้คนรู้จักกันว่ามีประสบการณ์ใกล้ตาย เธอบอกเขาว่าเธอ “ชอบยากระตุ้น ฉันบอกเขาว่าฉันกิน Adderall”

คำกล่าวอ้างเรื่อง DMT นั้นค่อนข้างเหมาะสมและอาจไม่น่าแปลกใจสำหรับ Kennedy เมื่อพิจารณาถึงความสนใจของเขาในการรักษาสุขภาพนอกกรอบ ในขณะเดียวกัน มันก็สมเหตุสมผลทางการเมืองเช่นกัน แม้ว่ามันอาจจะดูแปลกประหลาด แต่การเรียกร้องให้ทำให้สารออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทถูกกฎหมาย กลับมาจากฝ่ายการเมืองที่ถูกต้องในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา อนุรักษ์นิยมต้องการที่จะแปลกประหลาดกับการทำให้ยาที่หลอมรวมจิตใจถูกกฎหมาย และ RFK ถูกมองว่าเป็นผู้สมัครตามธรรมชาติสำหรับการผลักดันภารกิจนั้น ในช่วงฤดูร้อนนี้ มีรายงานว่า Kennedy กำลัง “เพิ่มการศึกษาทางคลินิกที่รัฐบาลดำเนินการ” เกี่ยวกับสารออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท

“คนเหล่านี้ต้องการการบำบัดอย่างมาก ไม่มีอะไรอื่นที่ได้ผลสำหรับพวกเขา” Kennedy กล่าวในการพิจารณาของสภาในเดือนมิถุนายน “การบำบัดรักษาสายนี้มีข้อได้เปรียบอย่างมากหากให้ในการตั้งค่าทางคลินิก และเรากำลังทำงานอย่างหนักเพื่อให้แน่ใจว่าสิ่งนั้นเกิดขึ้นภายใน 12 เดือน”

ในอีกตอนหนึ่งใน American Canto ซึ่งส่วนหนึ่งได้รับการตีพิมพ์เมื่อเร็วๆ นี้โดย Vanity Fair (ตอนนี้ Nuzzi เป็นบรรณาธิการที่นั่น) Kennedy ถูกกล่าวหาว่าบอกกับเธอว่าจริงๆ แล้วเขาไม่ได้มีหนอนอยู่ในสมอง หนอนที่เป็นปัญหาคือสิ่งที่ New York Times รายงานครั้งแรกเมื่อปีที่แล้ว นักข่าวค้นพบว่าในปี 2010 ปรสิตได้กินส่วนหนึ่งของเนื้อสมองสีเทาของ RFK และเสียชีวิตในเวลาต่อมา อย่างไรก็ตาม จากหนังสือของ Nuzzi Kennedy บอกกับเธอว่าสิ่งนี้ไม่เป็นความจริง ข้อความดังกล่าวซึ่งทำให้เกิดเสียงหัวเราะคิกคักไปทั่วอินเทอร์เน็ตมีดังนี้:

ฉันไม่อยากคิดถึงมัน เช่นเดียวกับที่ฉันไม่อยากคิดถึงหนอนในสมองของเขาที่คนอื่นๆ มองว่าตลก ฉันรักสมองของเขา ฉันเกลียดความคิดเรื่องผู้บุกรุกที่นั่น คนอื่นคิดว่าเขาเป็นคนบ้า เขาไม่ได้บ้าอย่างที่พวกเขาคิด แต่ฉันรักวิธีส่วนตัวที่เขาบ้า ฉันชอบที่เขาไม่รู้จักพอในทุกวิถีทาง ราวกับว่าเขาจะกลืนกินโลกทั้งใบเพียงเพื่อที่จะรู้จักมันให้ดีขึ้นถ้าทำได้ เขาทำให้ฉันหัวเราะ แต่ฉันสะดุ้งเมื่อเขาพูดเล่นเรื่องหนอน “ที่รัก ไม่ต้องกังวล” เขาพูด “มันไม่ใช่หนอน” แพทย์ที่เขาไว้วางใจได้ตรวจสอบภาพสแกนสมองของเขาที่ได้รับจาก The New York Times เขากล่าว และสรุปว่าร่างเงาไม่น่าจะเป็นปรสิตเลย เขาลูกถอนหายใจ มันสายเกินไปที่จะเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับสิ่งที่ได้กระโดดจากขอบเขตของมีมไปสู่ขอบเขตของตำนานที่บ้าคลั่งแล้ว แต่อย่างน้อยฉันก็ไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับหนอนที่ไม่ใช่หนอนในสมองของเขา

ดังนั้น ใช่ ว้าว ช่างเป็นคำพูดที่ไพเราะสำหรับหนอน Nuzzi ยืนยันว่าเธอและ Kennedy ไม่เคยมีความสัมพันธ์ทางร่างกาย และความสัมพันธ์ดังกล่าวเป็นไปทางโทรศัพท์และอินเทอร์เน็ตเท่านั้น (มีการเรียกกันว่าเป็น “เรื่องชู้สาวทาง Sexting”) ในขณะเดียวกัน Kennedy ได้ปฏิเสธความสัมพันธ์ใดๆ กับเธอ Cheryl Hines ภรรยาของ Kennedy รายงานว่าออกมาพูดถึงคำกล่าวอ้างของ Nuzzi ว่าทั้งสองตกหลุมรักกัน และ Kennedy ต้องการให้เธอมีลูก บอกแหล่งข่าวว่า Nuzzi เป็น “คนโกหกตัวแม่”

ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา Nuzzi ยังถูกกล่าวหาว่ามีความสัมพันธ์กับ Mark Sanford บุคคลที่เธอสัมภาษณ์อีกคนหนึ่ง นักการเมืองจาก South Carolina คำกล่าวอ้างนั้นมาจาก Ryan Lizza อดีตคู่หมั้นของเธอ/อดีตนักข่าว Politico ซึ่งเขียนเกี่ยวกับเรื่องนี้สำหรับสำนักข่าวอิสระของเขา Telos Gizmodo ได้ติดต่อ HHS เพื่อขอความคิดเห็น นอกจากนี้เรายังได้ติดต่อ Condé Nast บริษัทแม่ของ Vanity Fair

หนังสือใหม่แฉ RFK Jr. สารภาพใช้ DMT!

RFK Jr. สารภาพใช้ DMT จริงหรือไม่?

เรื่องราวในหนังสือเล่มใหม่ของ Olivia Nuzzi ที่กำลังจะเปิดตัว สร้างความฮือฮาอย่างมาก โดยเฉพาะประเด็นที่อ้างว่า Robert F. Kennedy Jr. สารภาพว่าเคยใช้สารเสพติด DMT และยังบอกอีกว่า จริงๆแล้วสิ่งที่พบในสมองของเขาไม่ใช่หนอน สิ่งนี้ก่อให้เกิดคำถามมากมายเกี่ยวกับพฤติกรรมและสถานะทางจิตของ Kennedy

ข่าวนี้สะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนของ RFK Jr. ที่มีความเชื่อและพฤติกรรมที่ขัดแย้งกัน การที่เขาเคยใช้ DMT ซึ่งเป็นยาหลอนประสาทที่มีฤทธิ์รุนแรง สร้างความประหลาดใจให้กับหลายคน แต่ก็สอดคล้องกับความสนใจในแนวทางการรักษาที่แหวกแนวของเขา การที่ หนังสือใหม่แฉ RFK Jr. สารภาพใช้ DMT ทำให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในสังคมออนไลน์

สิ่งที่น่าสนใจอีกประเด็นคือการที่ Kennedy อ้างว่าสิ่งที่พบในสมองของเขาไม่ใช่หนอน ซึ่งขัดแย้งกับรายงานก่อนหน้านี้จาก New York Times เรื่องราวนี้แสดงให้เห็นว่ายังมีหลายแง่มุมที่เรายังไม่รู้เกี่ยวกับ RFK Jr. และชีวิตส่วนตัวของเขา การเปิดเผยใน หนังสือใหม่แฉ RFK Jr. สารภาพใช้ DMT นี้ อาจส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือของเขาในสายตาของสาธารณชน

เรื่องราวเหล่านี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการตรวจสอบข้อเท็จจริงและการวิเคราะห์อย่างรอบคอบเมื่อพิจารณาข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเกี่ยวข้องกับบุคคลที่มีชื่อเสียงและมีบทบาทสำคัญในสังคม การเปิดเผยใน หนังสือใหม่แฉ RFK Jr. สารภาพใช้ DMT นี้ เป็นเครื่องเตือนใจว่าเบื้องหลังภาพลักษณ์ที่เราเห็น อาจมีเรื่องราวที่ซับซ้อนและคาดไม่ถึง

ที่มา – New Book Claims RFK Jr. Admitted to Doing Psychedelic Drug DMT, Said Brain Worm Wasn’t Actually a Worm