ผู้เขียน: lalika69_admin

สอท. ผนึก DSI เร่งสอบเส้นทางเงินเว็บพนัน โยงปมจ่ายส่วย สส. 4 แสนบาท ย้ำพบผิดฟันไม่เลี้ยง

ประเด็นร้อนที่กำลังได้รับความสนใจจากทั้งแวดวงการเมือง สังคม และคนติดตามข่าวเทคโนโลยี คือกรณีข้อกล่าวหาว่ามีการจ่ายเงินพิเศษให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือ สส. รายละ 4 แสนบาทต่อเดือน โดยมีการตั้งข้อสังเกตว่าเงินดังกล่าวอาจเชื่อมโยงกับธุรกิจเว็บพนันออนไลน์ขนาดใหญ่ ล่าสุด สอท. ผนึก DSI เร่งสอบเส้นทางเงินเว็บพนัน โยงปมจ่ายส่วย สส. 4 แสนบาท ย้ำพบผิดฟันไม่เลี้ยง เพื่อค้นหาข้อเท็จจริงจากหลักฐานที่ตรวจสอบได้

พล.ต.ท.ทินกร รังมาตย์ ผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ ผบช.สอท. เปิดเผยว่า ตำรวจไซเบอร์ให้ความสำคัญกับข้อกล่าวหาดังกล่าว และได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เร่งดำเนินการสืบสวนอย่างละเอียด การทำงานจะครอบคลุมทั้งการตรวจสอบบุคคลที่เกี่ยวข้อง แหล่งที่มาของเงิน บัญชีธนาคาร ตลอดจนธุรกรรมที่อาจเชื่อมโยงกับเครือข่ายพนันออนไลน์

สอท. ผนึก DSI เร่งสอบเส้นทางเงินเว็บพนัน โยงปมจ่ายส่วย สส. 4 แสนบาท ย้ำพบผิดฟันไม่เลี้ยง

หัวใจสำคัญของคดีนี้อยู่ที่การพิสูจน์เส้นทางการเงิน เพราะยอดเงินจำนวนมากที่ปรากฏในบัญชีหรือธุรกรรมต่าง ๆ ไม่ได้หมายความว่าจะมาจากเว็บพนันเสมอไป เจ้าหน้าที่จึงจำเป็นต้องแยกแยะให้ชัดเจนว่าเงินแต่ละก้อนมีต้นทางจากกิจกรรมใด มีผู้โอนและผู้รับเป็นใคร รวมถึงมีความสัมพันธ์กับบุคคลหรือกลุ่มบุคคลอื่นอย่างไร การสรุปผลโดยอาศัยเพียงข้อมูลบางส่วนอาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดและกระทบต่อผู้ที่ยังไม่ได้รับการพิสูจน์ความผิด

ก่อนหน้านี้มีการระบุว่า กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ DE เคยดำเนินการปิดกั้นเว็บไซต์พนันออนไลน์หลายแห่งแล้ว แต่จากการตรวจสอบเว็บไซต์ประมาณ 30 แห่ง กลับพบว่ายังมีเว็บไซต์จำนวนมากที่สามารถเปิดให้บริการได้ตามปกติ พร้อมมีเงินหมุนเวียนในระบบเป็นจำนวนมหาศาล เรื่องนี้สะท้อนว่าผู้ให้บริการพนันออนไลน์มีการปรับตัวอย่างรวดเร็ว ทั้งการเปลี่ยนชื่อโดเมน ย้ายเซิร์ฟเวอร์ ใช้บัญชีตัวแทน และกระจายช่องทางรับส่งเงินเพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจจับ

ทำไมการตรวจสอบเส้นทางเงินจึงมีความสำคัญ

ในคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยี การติดตามเส้นทางเงินมักเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญที่สุด เพราะข้อมูลธุรกรรมสามารถเชื่อมโยงผู้เกี่ยวข้องตั้งแต่ผู้จัดทำแพลตฟอร์ม ผู้ดูแลระบบ นายทุน ไปจนถึงผู้รับผลประโยชน์ปลายทาง เจ้าหน้าที่อาจต้องตรวจสอบรายการโอนเงินจำนวนมาก บัญชีม้า กระเป๋าเงินดิจิทัล สินทรัพย์ออนไลน์ และธุรกรรมที่มีลักษณะผิดปกติ เช่น การโอนเงินถี่ในช่วงเวลาใกล้กัน หรือการแบ่งเงินออกเป็นยอดเล็ก ๆ เพื่อหลบเลี่ยงการตรวจสอบ

อย่างไรก็ตาม การมีธุรกรรมที่น่าสงสัยยังไม่เพียงพอที่จะยืนยันว่าบุคคลใดกระทำผิด เจ้าหน้าที่ต้องรวบรวมพยานหลักฐานหลายด้านประกอบกัน ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลจากระบบคอมพิวเตอร์ เอกสารทางการเงิน พยานบุคคล ข้อมูลการสื่อสาร และพฤติการณ์ที่แสดงถึงเจตนา การดำเนินงานจึงต้องอาศัยเวลา ความเชี่ยวชาญ และความร่วมมือระหว่างหลายหน่วยงาน

ความร่วมมือระหว่าง สอท. DSI และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

สอท. ทำงานร่วมกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI รวมถึงกระทรวง DE มาอย่างต่อเนื่อง ความร่วมมือดังกล่าวมีความสำคัญอย่างมาก เพราะคดีเว็บพนันออนไลน์มักเกี่ยวข้องกับเครือข่ายที่ซับซ้อนและอาจมีการเคลื่อนย้ายเงินข้ามพื้นที่หรือข้ามประเทศ การแบ่งปันข้อมูลและการทำงานเชิงลึกจะช่วยให้เจ้าหน้าที่เห็นภาพรวมของเครือข่ายได้ชัดเจนขึ้น

  • ตรวจสอบตัวตนของผู้เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์และบัญชีรับโอนเงิน
  • วิเคราะห์เส้นทางธุรกรรมและความสัมพันธ์ระหว่างบัญชีต่าง ๆ
  • รวบรวมหลักฐานดิจิทัลจากอุปกรณ์และระบบที่เกี่ยวข้อง
  • ประสานหน่วยงานด้านการเงินและเทคโนโลยีเพื่อยืนยันข้อมูล
  • ดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดตามพยานหลักฐานที่ปรากฏ

พล.ต.ท.ทินกรย้ำว่า หลักฐานทุกชิ้นต้องมีน้ำหนักเพียงพอสำหรับใช้พิสูจน์ความผิดหรือความบริสุทธิ์ในชั้นศาล ไม่ใช่เพียงการคาดเดา การกล่าวหา หรือการโจมตีทางการเมือง จุดยืนดังกล่าวถือเป็นเรื่องสำคัญ เพราะคดีที่เกี่ยวข้องกับบุคคลสาธารณะย่อมได้รับความสนใจจากสังคมสูง หากเจ้าหน้าที่เร่งสรุปโดยขาดหลักฐานที่รอบด้าน อาจส่งผลต่อความน่าเชื่อถือของกระบวนการยุติธรรมได้

สำหรับประชาชน การติดตามข่าวกรณีนี้ควรพิจารณาจากข้อมูลที่ยืนยันได้ และแยกให้ชัดระหว่างข้อกล่าวหา ผลการสืบสวน และข้อเท็จจริงที่ศาลมีคำพิพากษาแล้ว การแชร์ข้อมูลที่ยังไม่มีหลักฐานอาจทำให้เกิดความเสียหายต่อบุคคลอื่น รวมทั้งทำให้สังคมเข้าใจประเด็นซับซ้อนนี้คลาดเคลื่อน

ในมุมมองของแนวโน้มเทคโนโลยี ปัญหาเว็บพนันออนไลน์จะยังคงเป็นความท้าทายต่อเนื่อง เนื่องจากผู้ให้บริการสามารถใช้แพลตฟอร์มใหม่ ระบบชำระเงินดิจิทัล และเครือข่ายตัวกลางเพื่อหลบเลี่ยงการติดตาม ดังนั้น การแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนไม่ควรจำกัดอยู่ที่การปิดเว็บไซต์เท่านั้น แต่ควรเน้นการตัดวงจรการเงิน ยกระดับการรู้เท่าทันดิจิทัล และเพิ่มความร่วมมือระหว่างหน่วยงานทั้งในและต่างประเทศ หากการสอบสวนพบพยานหลักฐานเชื่อมโยงถึงผู้ใดจริง ก็ควรดำเนินคดีอย่างตรงไปตรงมา โปร่งใส และเป็นไปตามกฎหมาย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนต่อกระบวนการยุติธรรม

ที่มา – สอท. ผนึก DSI เร่งสอบเส้นทางเงินเว็บพนัน โยงปมจ่ายส่วย สส. 4 แสนบาท ย้ำพบผิดฟันไม่เลี้ยง

กรมควบคุมมลพิษยอมรับผิดพลาด สลับค่าสารเคมีผลตรวจน้ำปราจีนบุรี พร้อมเร่งตรวจตะกอนดินหาต้นตอปลาตาย

กรณีปลาตายในพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรีกลายเป็นประเด็นที่ประชาชนให้ความสนใจอย่างต่อเนื่อง เพราะเกี่ยวข้องทั้งกับคุณภาพสิ่งแวดล้อม สุขภาพของชุมชน และความเชื่อมั่นต่อหน่วยงานรัฐ ล่าสุด กรมควบคุมมลพิษ หรือ คพ. ออกแถลงการณ์ชี้แจงว่า ผลตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้ำที่เผยแพร่ก่อนหน้านี้มีความคลาดเคลื่อนจากการสลับตัวเลขระหว่างค่าความเข้มข้นของแอมโมเนียและอะลูมิเนียม

การแก้ไขข้อมูลครั้งนี้ทำให้หลายฝ่ายกลับมาทบทวนสถานการณ์อย่างละเอียด โดยเฉพาะคำถามสำคัญว่า สารเคมีชนิดใดมีส่วนเกี่ยวข้องกับการตายของปลา และแหล่งกำเนิดมลพิษมาจากพื้นที่ใด แม้ขณะนี้ยังไม่สามารถสรุปสาเหตุได้อย่างชัดเจน แต่การเปิดเผยข้อมูลล่าสุดถือเป็นขั้นตอนสำคัญที่ช่วยให้ประชาชนเข้าใจข้อเท็จจริงมากขึ้น

กรมควบคุมมลพิษยอมรับผิดพลาด สลับค่าสารเคมีผลตรวจน้ำปราจีนบุรี พร้อมเร่งตรวจตะกอนดินหาต้นตอปลาตาย

จากการลงพื้นที่เก็บตัวอย่างน้ำในลำน้ำสาขาและแม่น้ำปราจีนบุรี ครอบคลุมอำเภอกบินทร์บุรี ศรีมหาโพธิ เมืองปราจีนบุรี และบ้านสร้าง ในช่วงกลางเดือนตุลาคมที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตรวจพบค่าออกซิเจนละลายน้ำ หรือ DO อยู่ในช่วง 2.5–7.5 มิลลิกรัมต่อลิตร ค่าดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าสภาพน้ำในแต่ละจุดมีความแตกต่างกัน และควรพิจารณาร่วมกับปัจจัยอื่น ไม่ว่าจะเป็นอัตราการไหลของน้ำ อุณหภูมิ สภาพอากาศ และกิจกรรมโดยรอบพื้นที่

ผลตรวจวิเคราะห์ฉบับแก้ไขระบุว่า ค่าแอมโมเนียในน้ำอยู่ในช่วง 0.22–0.48 มิลลิกรัมต่อลิตร ขณะที่โลหะหนักส่วนใหญ่มีค่าต่ำกว่า 0.01 มิลลิกรัมต่อลิตร อย่างไรก็ตาม พบอะลูมิเนียมในระดับ 0.559–3.547 มิลลิกรัมต่อลิตร โดยตัวเลขดังกล่าวเป็นข้อมูลที่ถูกสลับกับค่าแอมโมเนียในการรายงานครั้งแรก

ในมุมของคนทั่วไป ความแตกต่างระหว่างแอมโมเนียกับอะลูมิเนียมอาจดูเป็นเรื่องทางเทคนิค แต่จริง ๆ แล้วมีความสำคัญต่อการประเมินความเสี่ยงและการค้นหาต้นตอของปัญหาอย่างมาก แอมโมเนียในน้ำสามารถส่งผลกระทบต่อสัตว์น้ำ โดยเฉพาะเมื่อสภาพน้ำมีออกซิเจนต่ำหรือมีปัจจัยแวดล้อมที่ทำให้สารดังกล่าวอยู่ในรูปที่เป็นพิษมากขึ้น ส่วนอะลูมิเนียมที่ตรวจพบในระดับสูงกว่าค่าที่พบโดยทั่วไปก็จำเป็นต้องติดตามว่าเกิดจากธรรมชาติ การชะล้างจากพื้นที่อุตสาหกรรม หรือกิจกรรมอื่นของมนุษย์

ความโปร่งใสของข้อมูลคือสิ่งที่ประชาชนต้องการ

กรมควบคุมมลพิษได้กล่าวขออภัยประชาชนและสื่อมวลชนต่อความผิดพลาดที่เกิดขึ้น พร้อมยืนยันว่าจะให้ความสำคัญกับการสื่อสารข้อมูลทางวิชาการอย่างถูกต้อง โปร่งใส และตรวจสอบได้ การยอมรับข้อผิดพลาดอย่างตรงไปตรงมาถือเป็นเรื่องจำเป็น เพราะข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมอาจส่งผลต่อการตัดสินใจของประชาชน ทั้งการใช้น้ำ การทำประมง การประกอบอาชีพ และการดูแลสุขภาพของคนในครัวเรือน

อย่างไรก็ตาม การแก้ไขตัวเลขเพียงอย่างเดียวอาจยังไม่เพียงพอ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรอธิบายวิธีเก็บตัวอย่าง จุดเก็บตัวอย่าง ช่วงเวลาที่เก็บ รวมถึงขั้นตอนการตรวจวิเคราะห์ให้ประชาชนรับทราบมากขึ้น หากมีการเผยแพร่ข้อมูลในรูปแบบตารางหรือแผนที่ออนไลน์ ก็จะช่วยให้ชุมชนสามารถติดตามสถานการณ์ได้ง่าย และลดความสับสนจากข้อมูลที่ถูกส่งต่อในสื่อสังคมออนไลน์

เร่งตรวจตะกอนดินเพื่อค้นหาต้นตอปลาตาย

หลังสถานการณ์น้ำท่วมคลี่คลาย คพ. เตรียมลงพื้นที่เก็บตัวอย่างตะกอนดินในแม่น้ำปราจีนบุรีและลำน้ำสาขา โดยจะเน้นจุดที่รับน้ำจากเขตอุตสาหกรรม ชุมชน และพื้นที่เกษตรกรรม การตรวจตะกอนดินมีความสำคัญ เพราะสารมลพิษบางชนิดอาจไม่ได้อยู่ในน้ำเป็นเวลานาน แต่อาจสะสมอยู่ตามพื้นดินหรือดินท้องน้ำ และถูกกวนให้ฟุ้งกระจายกลับขึ้นมาในช่วงที่มีกระแสน้ำแรง น้ำท่วม หรือมีการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อม

การตรวจสอบควรดำเนินการแบบเปรียบเทียบหลายจุด ตั้งแต่บริเวณเหนือน้ำ จุดรับน้ำจากชุมชนและโรงงาน ไปจนถึงพื้นที่ปลายน้ำที่พบปลาตาย หากมีการเก็บตัวอย่างซ้ำในช่วงเวลาต่างกัน ก็จะช่วยให้เห็นแนวโน้มของสารเคมีได้ชัดเจนมากขึ้น นอกจากนี้ ควรตรวจทั้งน้ำ ตะกอนดิน สัตว์น้ำ และแหล่งระบายต่าง ๆ เพื่อประกอบกันเป็นภาพรวม ไม่ควรพิจารณาจากผลตรวจชนิดใดชนิดหนึ่งเพียงลำพัง

  • ประชาชนควรหลีกเลี่ยงการใช้น้ำ ในจุดที่มีความผิดปกติหรือยังไม่มีผลยืนยันด้านความปลอดภัย
  • ไม่ควรจับหรือบริโภคปลาที่ตายผิดธรรมชาติ รวมถึงไม่ควรนำไปจำหน่ายหรือประกอบอาหาร
  • เก็บหลักฐานและแจ้งหน่วยงาน หากพบปลาตาย น้ำเปลี่ยนสี มีกลิ่นผิดปกติ หรือพบคราบสารบนผิวน้ำ
  • ติดตามข้อมูลจากแหล่งทางการ เพื่อป้องกันการแชร์ข่าวลือหรือข้อมูลที่ยังไม่ได้รับการตรวจสอบ

ประเด็นกรมควบคุมมลพิษยอมรับผิดพลาด สลับค่าสารเคมีผลตรวจน้ำปราจีนบุรี พร้อมเร่งตรวจตะกอนดินหาต้นตอปลาตาย จึงไม่ควรถูกมองเป็นเพียงความผิดพลาดของตัวเลข แต่ควรเป็นบทเรียนเรื่องระบบตรวจสอบข้อมูลและการสื่อสารภาวะสิ่งแวดล้อม หน่วยงานรัฐควรมีขั้นตอนตรวจทานผลก่อนเผยแพร่ และควรแจ้งแก้ไขข้อมูลอย่างรวดเร็วเมื่อพบข้อผิดพลาด

ในระยะยาว แนวโน้มการตรวจสอบสิ่งแวดล้อมจะต้องอาศัยทั้งข้อมูลวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีติดตามคุณภาพน้ำ และการมีส่วนร่วมของชุมชน หากประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลแบบเรียลไทม์และแจ้งเหตุผิดปกติได้ทันที การค้นหาต้นตอของมลพิษก็จะมีประสิทธิภาพมากขึ้น สำหรับกรณีปราจีนบุรี สิ่งสำคัญที่สุดในเวลานี้คือการตรวจตะกอนดินอย่างรอบด้าน เปิดเผยผลอย่างตรงไปตรงมา และเร่งออกมาตรการป้องกันไม่ให้เหตุการณ์กระทบต่อชุมชนและระบบนิเวศซ้ำอีก

ติดตามผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด และร่วมกันรักษาแม่น้ำปราจีนบุรีด้วยการแจ้งข้อมูลที่ถูกต้อง เพราะการปกป้องสิ่งแวดล้อมเริ่มต้นได้จากการมีส่วนร่วมของทุกคน

ที่มา – กรมควบคุมมลพิษยอมรับผิดพลาด สลับค่าสารเคมีผลตรวจน้ำปราจีนบุรี พร้อมเร่งตรวจตะกอนดินหาต้นตอปลาตาย

โลกไม่ได้มีเรื่องเล่าเดียว แล้วไทยจะกำหนดทางเดินอย่างไรในโลกหลายขั้ว?

ทุกวันนี้เราเปิดโทรศัพท์ขึ้นมาไม่กี่นาที ก็สามารถติดตามสงคราม การเลือกตั้ง เทคโนโลยีใหม่ หรือความเคลื่อนไหวของมหาอำนาจได้จากทั่วโลกอย่างรวดเร็ว แต่การเห็นข่าวจำนวนมากไม่ได้แปลว่าเราเข้าใจโลกครบทุกมุมเสมอไป เพราะเหตุการณ์เดียวกันอาจถูกเล่าต่างกันตามประวัติศาสตร์ ผลประโยชน์ และมุมมองของผู้เล่า

บทความนี้ชวนมองคำถามสำคัญว่า โลกไม่ได้มีเรื่องเล่าเดียว แล้วไทยจะกำหนดทางเดินอย่างไรในโลกหลายขั้ว? โดยเชื่อมโยงประวัติศาสตร์ รัสเซีย ลาตินอเมริกา อาเซียน และบทบาทของไทยในยุคที่ไม่มีมหาอำนาจเพียงฝ่ายเดียวเป็นผู้กำหนดกติกาทั้งหมด

โลกไม่ได้มีเรื่องเล่าเดียว แล้วไทยจะกำหนดทางเดินอย่างไรในโลกหลายขั้ว?

ภาพจำที่เราคุ้นเคย เช่น โลกตะวันตกกับโลกตะวันออก ประเทศประชาธิปไตยกับประเทศอำนาจนิยม หรือประเทศพัฒนาแล้วกับประเทศกำลังพัฒนา ล้วนช่วยให้เราเริ่มทำความเข้าใจข่าวระหว่างประเทศได้ง่ายขึ้น แต่กรอบเหล่านี้อาจไม่เพียงพอเมื่อโลกจริงมีความซับซ้อนมากกว่านั้น

ประเทศหนึ่งอาจมองการขยายความร่วมมือทางทหารว่าเป็นการป้องกันตัว ขณะที่อีกประเทศมองว่าเป็นภัยคุกคาม เช่นเดียวกับประวัติศาสตร์ชุดเดียวกันที่คนแต่ละกลุ่มอาจจดจำไม่เหมือนกัน การอ่านข่าวอย่างมีวิจารณญาณจึงต้องถามต่อว่า ใครเป็นคนเล่า เล่าเพื่ออะไร และมีข้อมูลส่วนใดที่ยังไม่ถูกพูดถึง

ประวัติศาสตร์คือพลังที่ยังทำงานอยู่

ประวัติศาสตร์ไม่ใช่เพียงเรื่องราวในตำรา แต่เป็นส่วนหนึ่งของวิธีที่รัฐและผู้คนมองตัวเอง รัสเซียเป็นตัวอย่างที่ชัดเจน เพราะประสบการณ์จากการเป็นจักรวรรดิขนาดใหญ่ ความหลากหลายทางชาติพันธุ์ และความทรงจำด้านความมั่นคง ล้วนมีอิทธิพลต่อท่าทีของชนชั้นนำและสังคม

การทำความเข้าใจบริบทเหล่านี้ไม่ได้หมายความว่าเราต้องเห็นด้วยกับนโยบายของรัฐบาลหรือการใช้กำลัง แต่ช่วยให้เราวิเคราะห์เหตุผลเบื้องหลังการตัดสินใจได้รอบด้านขึ้น ในทำนองเดียวกัน หลายประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ก็ใช้เรื่องความมั่นคง เอกภาพของชาติ และประวัติศาสตร์การต่อสู้เพื่อสร้างความชอบธรรมทางการเมือง

อย่างไรก็ตาม ประวัติศาสตร์มีทั้งด้านที่สร้างความขัดแย้งและด้านที่เชื่อมโยงผู้คน การค้า การอพยพ อาหาร ภาษา และวัฒนธรรมต่างพิสูจน์ว่าโลกไม่เคยแยกขาดจากกันอย่างแท้จริง พริกและมะละกอที่อยู่ในอาหารไทยก็สะท้อนการเดินทางของผู้คนและสินค้าข้ามทวีปได้เป็นอย่างดี

อาเซียนมีความสำคัญ แต่ยังต้องเปลี่ยนความสำคัญให้เป็นอำนาจต่อรอง

อาเซียนเป็นภูมิภาคที่มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจโลก ทั้งในฐานะตลาด แหล่งผลิต และจุดเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทาน แต่ความสำคัญทางเศรษฐกิจไม่ได้แปลว่าจะมีอำนาจต่อรองทางภูมิรัฐศาสตร์โดยอัตโนมัติ ประเทศสมาชิกมีระบบการเมือง ประวัติศาสตร์ และผลประโยชน์ที่แตกต่างกัน ทำให้อาเซียนยังเป็นการรวมกลุ่มที่มีความยืดหยุ่นสูง แต่ก็เปราะบางในประเด็นสำคัญ

แนวคิด ASEAN Centrality หรือการให้อาเซียนเป็นแกนกลางของความร่วมมือระดับภูมิภาค จึงต้องมากกว่าการจัดประชุมและออกแถลงการณ์ร่วม อาเซียนควรเพิ่มความไว้เนื้อเชื่อใจ สร้างมาตรฐานร่วมในเรื่องเศรษฐกิจดิจิทัล ความมั่นคงทางไซเบอร์ สิ่งแวดล้อม และการจัดการภัยพิบัติ เพราะความร่วมมือที่จับต้องได้จะช่วยเพิ่มอำนาจต่อรองได้จริง

ประเทศสมาชิกไม่จำเป็นต้องเห็นตรงกันทุกเรื่อง แต่ควรมีวาระร่วมที่ชัดเจน หากอาเซียนสามารถเปลี่ยนความหลากหลายให้เป็นจุดแข็งได้ ภูมิภาคนี้จะไม่ใช่เพียงสนามแข่งขันของสหรัฐอเมริกา จีน รัสเซีย หรือมหาอำนาจอื่น แต่จะเป็นผู้เล่นที่สามารถกำหนดเงื่อนไขของตัวเองได้มากขึ้น

ไทยควรวางตัวอย่างไรในโลกหลายขั้ว

สำหรับประเทศไทย การประกาศว่าจะเป็น Middle Power หรือประเทศอำนาจระดับกลางเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี แต่ยังไม่เพียงพอ สิ่งสำคัญกว่าคือการสร้างความสามารถที่ทำให้ประเทศอื่นต้องการร่วมมือกับไทย ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจสร้างสรรค์ อุตสาหกรรมอาหาร สุขภาพ การท่องเที่ยว เทคโนโลยี การทูตเชิงวัฒนธรรม หรือบทบาทด้านการเจรจา

ไทยควรมีทั้ง Strategic Autonomy หรือความเป็นอิสระทางยุทธศาสตร์ และความยืดหยุ่นในการรักษาความสัมพันธ์กับทุกฝ่าย การไม่เลือกข้างแบบตายตัวอาจช่วยลดความเสี่ยง แต่การวางตัวเป็นกลางจะมีความหมายก็ต่อเมื่อไทยรู้ว่าตัวเองต้องการอะไร มีผลประโยชน์ระยะยาวชัดเจน และมีศักยภาพเพียงพอที่จะต่อรอง

นโยบายต่างประเทศยังต้องเชื่อมโยงกับชีวิตของประชาชน ไม่ใช่จำกัดอยู่ในเวทีระหว่างประเทศเท่านั้น เมื่อเศรษฐกิจไทยพึ่งพาการค้า การลงทุน เทคโนโลยี และการท่องเที่ยวจากหลายประเทศ การตัดสินใจทางการทูตย่อมส่งผลต่อผู้ประกอบการ คนทำงาน และคนรุ่นใหม่โดยตรง ดังนั้นการกำหนดทิศทางประเทศควรเปิดพื้นที่ให้ภาคธุรกิจ นักวิชาการ ภาคประชาชน และคนรุ่นใหม่มีส่วนร่วม

ในยุคโซเชียลมีเดียและ AI ผู้คนสามารถรับข้อมูลได้เร็วขึ้น แต่ก็มีโอกาสตกอยู่ในห้องเสียงสะท้อนมากขึ้นเช่นกัน เราอาจเห็นแต่ข่าวที่ตรงกับความเชื่อเดิม และรีบตัดสินประเทศอื่นจากคลิปสั้นหรือพาดหัวข่าว การรู้เท่าทันสื่อจึงเป็นทักษะสำคัญไม่แพ้ความรู้ด้านเศรษฐกิจหรือเทคโนโลยี

ท้ายที่สุด คำถามว่า โลกไม่ได้มีเรื่องเล่าเดียว แล้วไทยจะกำหนดทางเดินอย่างไรในโลกหลายขั้ว? ไม่ควรเป็นเรื่องของรัฐบาลหรือผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น แต่เป็นคำถามของทุกคน เพราะทิศทางของประเทศเกี่ยวข้องกับงาน รายได้ ความปลอดภัย และอนาคตของสังคม

ความเห็นของผู้เขียนคือ ไทยไม่จำเป็นต้องพยายามเป็นมหาอำนาจ แต่ควรเป็นประเทศที่รู้จักจุดแข็งของตัวเอง มีพันธมิตรหลากหลาย และกล้ากำหนดวาระที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน หากเราอ่านโลกให้ลึกกว่าข่าว ตั้งคำถามกับทุกเรื่องเล่า และลงทุนกับความรู้ระยะยาว ไทยจะมีโอกาสเปลี่ยนจากผู้ตามเกมให้กลายเป็นผู้เล่นที่มีอำนาจต่อรองมากขึ้น

ที่มา – โลกไม่ได้มีเรื่องเล่าเดียว แล้วไทยจะกำหนดทางเดินอย่างไรในโลกหลายขั้ว?

กทม. แจงเหตุจ่ายเยียวยาน้ำท่วมช้า ยันไร้รอยร้าว ปภ. เตรียมโอนเงินบ่ายนี้ พร้อมเร่งตรวจประเมินบ้านพังกว่าแสนเคสให้จบใน 2 สัปดาห์

กทม. แจงเหตุจ่ายเยียวยาน้ำท่วมช้า ยันไร้รอยร้าว ปภ. เตรียมโอนเงินบ่ายนี้ พร้อมเร่งตรวจประเมินบ้านพังกว่าแสนเคสให้จบใน 2 สัปดาห์ เป็นความคืบหน้าสำคัญสำหรับประชาชนที่กำลังรอความช่วยเหลือหลังเผชิญสถานการณ์น้ำท่วม โดยกรุงเทพมหานครลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงาน พร้อมอธิบายขั้นตอนการจ่ายเงินและการตรวจสอบเอกสารให้ประชาชนเข้าใจมากขึ้น

วันนี้ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครลงพื้นที่สำนักงานเขตดอนเมือง เพื่อติดตามการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย พร้อมชี้แจงสาเหตุที่กรุงเทพมหานครไม่ได้อยู่ในรายชื่อ 37 จังหวัดที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หรือ ปภ. โอนเงินเยียวยาให้ก่อนหน้านี้ โดยยืนยันว่าเรื่องดังกล่าวเกิดจากขั้นตอนด้านงบประมาณ ไม่ใช่ความขัดแย้งระหว่างหน่วยงาน

กทม. แจงเหตุจ่ายเยียวยาน้ำท่วมช้า ยันไร้รอยร้าว ปภ. เตรียมโอนเงินบ่ายนี้ พร้อมเร่งตรวจประเมินบ้านพังกว่าแสนเคสให้จบใน 2 สัปดาห์

ตามมติคณะรัฐมนตรี กรุงเทพมหานครถือเป็นจังหวัดเดียวที่ต้องสมทบงบประมาณของตนเองเข้ากองทุนช่วยเหลือผู้ประสบภัย ทำให้มีขั้นตอนเพิ่มเติมจากจังหวัดอื่น กทม. จึงต้องดำเนินการอนุมัติและโอนเงินสมทบเข้าสู่ระบบธนาคารออมสินก่อน จากนั้นจึงสามารถเดินหน้าจ่ายเงินให้ผู้มีสิทธิ์ได้

ล่าสุด กทม. ระบุว่าได้ดำเนินการเรื่องอนุมัติและโอนเงินสมทบเรียบร้อยแล้ว ประชาชนอาจเริ่มได้รับเงินเยียวยาในช่วงบ่ายของวันที่ 24 ตุลาคม หรืออย่างช้าที่สุดภายใน 1–2 วัน ข้อมูลนี้ช่วยคลายความกังวลของประชาชนที่ติดตามสถานะการช่วยเหลือผ่านช่องทางออนไลน์และรอเงินเพื่อใช้ซ่อมแซมบ้านหรือดูแลค่าใช้จ่ายจำเป็น

แบ่งคำขอผ่านแอปทางรัฐออกเป็น 3 กลุ่ม

สำหรับผู้ที่ยื่นขอรับเงินเยียวยาผ่านแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” กทม. แบ่งการพิจารณาออกเป็น 3 กลุ่ม เพื่อจัดลำดับการตรวจสอบและลดความซ้ำซ้อนของข้อมูล โดยแต่ละกลุ่มมีรายละเอียดแตกต่างกัน ดังนี้

  • กลุ่มสีเขียว เป็นกรณีน้ำล้อมบ้าน ซึ่งมีขั้นตอนพิจารณาไม่ซับซ้อนและสามารถตรวจสอบข้อมูลได้ค่อนข้างรวดเร็ว
  • กลุ่มสีเหลือง มีประมาณ 600,000 เคส จากคำขอทั้งหมดราว 1 ล้านเคส จำเป็นต้องตรวจสอบเอกสารเพิ่มเติม โดยเฉพาะกรณีน้ำเข้าบ้านและทรัพย์สินได้รับความเสียหาย
  • กลุ่มสีแดง มีประมาณ 70,000–80,000 เคส เบื้องต้นอาจไม่เข้าเกณฑ์ แต่หากตรวจสอบภายหลังพบว่าอยู่ในพื้นที่ประสบภัยและมีการประกาศพื้นที่ประสบสาธารณภัย ก็สามารถขอรับการช่วยเหลือเพิ่มเติมได้

การแบ่งกลุ่มดังกล่าวทำให้เห็นว่า การยื่นคำขอไม่ได้หมายความว่าจะได้รับอนุมัติทันที เพราะเจ้าหน้าที่จำเป็นต้องตรวจสอบข้อมูลให้ตรงกับหลักเกณฑ์และสภาพความเสียหายจริง โดยเฉพาะกรณีที่เกี่ยวข้องกับทรัพย์สิน บ้านเช่า หรือผู้พักอาศัยหลายคนในบ้านเดียวกัน

ตรวจพบข้อมูลซ้ำและเอกสารต้องยืนยันเพิ่มเติม

จากการตรวจสอบหลักฐาน กทม. พบปัญหาหลายรูปแบบ เช่น การใช้ภาพถ่ายชุดเดียวกันยื่นหลายคำขอ การยื่นเรื่องโดยหลายคนในบ้านหลังเดียวกัน รวมถึงกรณีบ้านเช่าที่ต้องตรวจสอบว่าผู้ยื่นคำขอมีสิทธิ์ได้รับเงินช่วยเหลือหรือไม่ ปัญหาเหล่านี้อาจทำให้กระบวนการล่าช้า แต่เป็นขั้นตอนสำคัญเพื่อให้การจัดสรรงบประมาณเป็นธรรมกับผู้ได้รับผลกระทบจริง

ประชาชนจึงควรเตรียมเอกสารและข้อมูลให้ครบถ้วน หากเจ้าหน้าที่ขอให้ยืนยันข้อมูลเพิ่มเติม ควรดำเนินการโดยเร็วและให้ข้อมูลตามข้อเท็จจริง ไม่ควรใช้ภาพเก่า ภาพของผู้อื่น หรือแจ้งรายละเอียดเกินจริง เพราะนอกจากทำให้การตรวจสอบล่าช้าแล้ว การแอบอ้างสิทธิ์หรือแจ้งข้อมูลเท็จอาจมีความผิดตามกฎหมาย

เร่งตรวจบ้านเสียหายกว่า 100,000 เคส

นอกจากการยื่นผ่านแอปทางรัฐแล้ว เว็บไซต์ claim.bangkok.go.th ยังมีคำขอเข้ามาเกือบ 150,000 เคส ส่วนใหญ่เป็นการขอรับความช่วยเหลือด้านค่าดำรงชีพและค่าเสียหายจากเหตุการณ์น้ำท่วม กทม. จัดทีมเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่อย่างน้อย 2 คน พร้อมนายช่าง 1 คน เพื่อประเมินความเสียหายและเปรียบเทียบราคาซ่อมแซมกับราคากลางของทางราชการ

ปัจจุบัน กทม. มีนายช่างที่สามารถจัดสรรลงพื้นที่ได้ประมาณ 500 คน การตรวจสอบบ้านแต่ละหลังใช้เวลาประมาณ 30 นาที ขณะที่ยังมีคำขอรอตรวจสอบมากกว่า 100,000 เคส กรุงเทพมหานครจึงตั้งเป้าเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 2 สัปดาห์ และต้องการจัดการทุกเคสให้เสร็จภายในเดือนธันวาคม

สำหรับผู้ที่ยังไม่ได้ยื่นคำขอรับความช่วยเหลือ กทม. ขอให้ดำเนินการผ่านเว็บไซต์ภายในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2569 พร้อมตรวจสอบรายละเอียดหลักเกณฑ์และเตรียมหลักฐานให้ครบ การยื่นเรื่องเร็วและข้อมูลชัดเจนจะช่วยลดเวลาการตรวจสอบ รวมถึงช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถจัดลำดับการลงพื้นที่ได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

เตรียมแก้ข้อบัญญัติช่วยค่าซ่อมแซม

ขณะเดียวกัน กทม. อยู่ระหว่างเสนอเรื่องต่อสภากรุงเทพมหานคร เพื่อขอแก้ไขข้อบัญญัติให้สามารถนำงบประมาณของกรุงเทพมหานครมาใช้ช่วยเหลือค่าซ่อมแซมบ้านควบคู่กับงบประมาณจากรัฐบาล หากดำเนินการได้สำเร็จ จะช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการดูแลประชาชนในอนาคต โดยเฉพาะเมื่อเกิดภัยพิบัติที่ส่งผลกระทบต่อบ้านเรือนจำนวนมาก

กทม. แจงเหตุจ่ายเยียวยาน้ำท่วมช้า ยันไร้รอยร้าว ปภ. เตรียมโอนเงินบ่ายนี้ พร้อมเร่งตรวจประเมินบ้านพังกว่าแสนเคสให้จบใน 2 สัปดาห์ สะท้อนให้เห็นว่า การช่วยเหลือผู้ประสบภัยจำเป็นต้องอาศัยทั้งความรวดเร็วและความถูกต้อง ประชาชนควรติดตามสถานะผ่านช่องทางทางการ เก็บหลักฐานความเสียหายไว้ให้ครบ และรีบยืนยันข้อมูลเมื่อได้รับการติดต่อ

ในมุมมองของผู้ติดตามข่าวสาร เทคโนโลยีดิจิทัลอย่างแอปทางรัฐและเว็บไซต์ยื่นคำขอช่วยเพิ่มความสะดวก แต่หัวใจสำคัญยังอยู่ที่การตรวจสอบข้อมูลอย่างโปร่งใส หากหน่วยงานสามารถอัปเดตสถานะได้ต่อเนื่องและประชาชนส่งข้อมูลตามจริง กระบวนการเยียวยาจะเดินหน้าได้เร็วขึ้น ดังนั้น ผู้ได้รับผลกระทบควรตรวจสอบสิทธิ์และยื่นคำขอภายในกำหนดเวลา เพื่อไม่พลาดความช่วยเหลือที่ควรได้รับ

ที่มา – กทม. แจงเหตุจ่ายเยียวยาน้ำท่วมช้า ยันไร้รอยร้าว ปภ. เตรียมโอนเงินบ่ายนี้ พร้อมเร่งตรวจประเมินบ้านพังกว่าแสนเคสให้จบใน 2 สัปดาห์

กทม. เผยค่าฝุ่น PM2.5 เช้านี้มีแนวโน้มลดลง แต่ยังพบ 3 เขตพุ่งเกินมาตรฐานระดับสีส้ม เตือนประชาชนสวมหน้ากาก-งดกิจกรรมกลางแจ้ง

เช้าวันนี้ (24 ตุลาคม) คนกรุงเทพฯ ยังต้องติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศอย่างใกล้ชิด แม้ภาพรวมค่าฝุ่นจะมีแนวโน้มลดลงเมื่อเทียบกับเมื่อวาน แต่บางพื้นที่ยังมีค่าฝุ่น PM2.5 สูงเกินมาตรฐานและอยู่ในระดับสีส้ม ซึ่งหมายถึงระดับที่เริ่มส่งผลกระทบต่อสุขภาพ โดยเฉพาะผู้ที่ต้องเดินทาง ทำงานกลางแจ้ง หรือออกกำลังกายในช่วงเช้า

ศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศกรุงเทพมหานครรายงานผลการตรวจวัดฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน หรือ PM2.5 ในช่วงเวลา 05.00-07.00 น. ซึ่งเป็นข้อมูลเฉลี่ยจากการตรวจวัดในช่วง 3 ชั่วโมงล่าสุด พบว่า ภาพรวมของกรุงเทพมหานครมีค่าฝุ่นเฉลี่ยอยู่ที่ 28.9 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร หรือ มคก./ลบ.ม. ถือว่ายังอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนดไว้ไม่เกิน 37.5 มคก./ลบ.ม.

กทม. เผยค่าฝุ่น PM2.5 เช้านี้มีแนวโน้มลดลง แต่ยังพบ 3 เขตพุ่งเกินมาตรฐานระดับสีส้ม เตือนประชาชนสวมหน้ากาก-งดกิจกรรมกลางแจ้ง

แม้ค่าเฉลี่ยทั้งเมืองจะยังไม่เกินมาตรฐาน แต่ข้อมูลรายพื้นที่ยังมีความแตกต่างกัน โดยตรวจวัดค่าฝุ่นได้ตั้งแต่ 18.6-45.1 มคก./ลบ.ม. ประชาชนจึงไม่ควรพิจารณาเฉพาะค่าเฉลี่ยของกรุงเทพฯ เท่านั้น แต่ควรตรวจสอบข้อมูลในเขตที่พักอาศัยหรือเส้นทางที่จะเดินทางก่อนออกจากบ้าน เพราะระดับฝุ่นอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามสภาพอากาศ การจราจร และกิจกรรมที่เป็นแหล่งกำเนิดมลพิษ

3 พื้นที่ที่ค่าฝุ่นอยู่ในระดับสีส้ม

ณ เวลา 07.00 น. พบพื้นที่ที่ค่าฝุ่น PM2.5 เกินมาตรฐานจำนวน 3 แห่ง ได้แก่

  • เขตบางขุนเทียน บริเวณภายในสำนักงานเขตบางขุนเทียน ถนนพระราม 2 ตรวจวัดได้ 43.4 มคก./ลบ.ม.
  • เขตภาษีเจริญ บริเวณหน้ามหาวิทยาลัยสยาม ใกล้ทางเข้ามหาวิทยาลัย ถนนเพชรเกษม หรือประมาณซอยเพชรเกษม 36 ตรวจวัดได้ 38.6 มคก./ลบ.ม.
  • เขตบึงกุ่ม บริเวณภายในสำนักงานเขตบึงกุ่ม ตรวจวัดได้ 37.6 มคก./ลบ.ม.

ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่า แม้สถานการณ์โดยรวมจะดูดีขึ้น แต่คนในพื้นที่ดังกล่าวยังควรเพิ่มความระมัดระวัง โดยเฉพาะในช่วงเช้าที่การระบายอากาศอาจยังไม่ดีนัก หากจำเป็นต้องออกนอกอาคาร ควรสวมหน้ากากที่สามารถป้องกันฝุ่น PM2.5 ได้ และหลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้ถนนที่มีการจราจรหนาแน่นเป็นเวลานาน

คำแนะนำสำหรับประชาชนทั่วไปและกลุ่มเสี่ยง

สำหรับประชาชนทั่วไป ศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศแนะนำให้ใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเองทุกครั้งเมื่อออกนอกอาคาร โดยหน้ากากที่กระชับใบหน้าและมีประสิทธิภาพในการกรองฝุ่นขนาดเล็กจะช่วยลดการสูดรับ PM2.5 เข้าสู่ร่างกายได้มากขึ้น นอกจากนี้ควรจำกัดระยะเวลาการทำกิจกรรมกลางแจ้ง โดยเฉพาะกิจกรรมที่ต้องออกแรงมาก เช่น การวิ่ง ปั่นจักรยาน หรือการออกกำลังกายเป็นเวลานาน

ผู้ที่เริ่มมีอาการไอ หายใจลำบาก แน่นหน้าอก แสบจมูก หรือระคายเคืองตา ควรหยุดกิจกรรมกลางแจ้งและย้ายเข้าไปอยู่ในอาคารที่มีอากาศถ่ายเทเหมาะสม หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ ส่วนกลุ่มเสี่ยง เช่น เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ และผู้ที่มีโรคประจำตัวเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจหรือหัวใจ ควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งอย่างเด็ดขาด และปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด

นอกจากการป้องกันตนเองแล้ว คนที่ทำงานจากบ้านหรือกำลังวางแผนกิจกรรมประจำวันสามารถใช้ข้อมูลคุณภาพอากาศมาช่วยตัดสินใจได้ เช่น เลื่อนเวลาออกกำลังกายไปช่วงที่ค่าฝุ่นลดลง ปิดประตูหน้าต่างในช่วงที่ค่าฝุ่นสูง และใช้เครื่องฟอกอากาศภายในห้อง หากมีความจำเป็นต้องเดินทางด้วยรถจักรยานยนต์ ควรเลือกหน้ากากที่สวมใส่พอดีและตรวจสอบสภาพหน้ากากอยู่เสมอ

ยังไม่พบจุดความร้อนในกรุงเทพฯ

จากการตรวจสอบข้อมูลจุดความร้อน หรือ Hotspot ผ่านดาวเทียมขององค์การ NASA ยังไม่พบจุดความร้อนที่มีค่าความร้อนสูงผิดปกติในพื้นที่กรุงเทพมหานคร อย่างไรก็ตาม การไม่พบจุดความร้อนไม่ได้หมายความว่าคุณภาพอากาศจะดีในทุกพื้นที่ เนื่องจากค่าฝุ่นอาจได้รับอิทธิพลจากการจราจร การก่อสร้าง การเผาในพื้นที่ใกล้เคียง และทิศทางลม

ประชาชนสามารถตรวจสอบสถานการณ์แบบใกล้เคียงเวลาจริงได้ผ่านแอปพลิเคชัน AirBKK เว็บไซต์ www.airbkk.com เฟซบุ๊กสำนักสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร และ LINE ALERT หากพบแหล่งกำเนิดมลพิษ สามารถแจ้งเบาะแสผ่านระบบ Traffy Fondue เพื่อช่วยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบได้รวดเร็วขึ้น

โดยสรุป กทม. เผยค่าฝุ่น PM2.5 เช้านี้มีแนวโน้มลดลง แต่ยังพบ 3 เขตพุ่งเกินมาตรฐานระดับสีส้ม เตือนประชาชนสวมหน้ากาก-งดกิจกรรมกลางแจ้ง ดังนั้นการเช็กค่าฝุ่นก่อนออกจากบ้านควรกลายเป็นพฤติกรรมประจำวัน เช่นเดียวกับการตรวจสภาพการจราจร การวางแผนรับมืออย่างสม่ำเสมอจะช่วยลดความเสี่ยงต่อสุขภาพได้มากกว่าการรอให้มีอาการก่อน ควรสวมหน้ากากให้เหมาะสม ลดกิจกรรมกลางแจ้ง และติดตามประกาศจากหน่วยงานทางการอย่างต่อเนื่อง

ที่มา – กทม. เผยค่าฝุ่น PM2.5 เช้านี้มีแนวโน้มลดลง แต่ยังพบ 3 เขตพุ่งเกินมาตรฐานระดับสีส้ม เตือนประชาชนสวมหน้ากาก-งดกิจกรรมกลางแจ้ง

วัชระพลลุยตรวจ ส.ป.ก. พาราไดซ์บีช ภูเก็ต จ่อแก้กฎหมายให้ทุนหนุนเกษตรกร ด้านผู้เช่ายันไม่ใช่นอมินี-แจงดราม่าเตียงผ้าใบ 4 พันบาท

ประเด็นที่ดิน ส.ป.ก. บริเวณหาดพาราไดซ์บีช จังหวัดภูเก็ต กลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง หลังจากวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมคณะ ลงพื้นที่ตรวจสอบการใช้ประโยชน์ที่ดินและสัญญาเช่าจำนวน 3 แปลง โดยการตรวจครั้งนี้ไม่ได้มองเพียงเรื่องความถูกต้องของเอกสารเท่านั้น แต่ยังพิจารณาถึงความเหมาะสมของกิจการ การจัดเก็บค่าใช้บริการ และประโยชน์ที่ควรส่งต่อให้เกษตรกรในพื้นที่ด้วย

การลงพื้นที่ครั้งนี้มีเป้าหมายสำคัญหลายด้าน ตั้งแต่ตรวจสอบว่าสัญญาเช่าดำเนินการถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ ผู้เช่าใช้พื้นที่ตรงตามวัตถุประสงค์ที่ขออนุญาตหรือเปล่า รวมถึงอัตราค่าเช่าที่รัฐได้รับมีความเหมาะสมและเป็นธรรมหรือไม่ เพราะหาดพาราไดซ์ถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของภูเก็ต ซึ่งมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเดินทางมาใช้บริการอย่างต่อเนื่อง

วัชระพลลุยตรวจ ส.ป.ก. พาราไดซ์บีช ภูเก็ต จ่อแก้กฎหมายให้ทุนหนุนเกษตรกร ด้านผู้เช่ายันไม่ใช่นอมินี-แจงดราม่าเตียงผ้าใบ 4 พันบาท

นิทัศน์ ประเสริฐเนติกุล เจ้าของสัญญาเช่าที่ดิน ส.ป.ก. พาราไดซ์บีช ชี้แจงว่า การเช่าพื้นที่ดำเนินการตามระเบียบของ ส.ป.ก. โดยทำสัญญาครั้งละ 3 ปี และสัญญาปัจจุบันจะหมดอายุในปีหน้า เขาระบุว่าเข้ามาดูแลพื้นที่ทั้ง 3 แปลงต่อเนื่องประมาณ 15 ปี และมีประสบการณ์ทำกินในบริเวณดังกล่าวรวมราว 25 ปี

เจ้าของสัญญาเช่ายังเล่าว่า ในช่วงเริ่มต้นเคยมีปัญหาด้านกฎหมายและถูกจับกุม แต่ได้ดำเนินการแก้ไขผ่านกระบวนการประชาคมหมู่บ้านและประสานงานกับหน่วยงานส่วนกลาง จนสามารถดำเนินการให้ถูกต้องตามพระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมได้ ปัจจุบันจ่ายค่าเช่าตามราคาประเมินของกรมธนารักษ์ในอัตรา 3% คิดเป็นเงินประมาณ 2-3 ล้านบาทต่อปี

แม้พื้นที่จะเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียง แต่ผู้เช่ายืนยันว่าธุรกิจยังต้องเผชิญภาวะขาดทุน เนื่องจากสามารถทำรายได้เต็มที่เพียงประมาณ 4-5 เดือนต่อปี อย่างไรก็ตาม ในช่วงโลว์ซีซันยังจำเป็นต้องเปิดให้บริการเพื่อรักษาการจ้างงานและดูแลพนักงานที่ทำงานอยู่ในพื้นที่

ข้อชี้แจงเรื่องนอมินีและการใช้ประโยชน์ที่ดิน

นิทัศน์ระบุว่า พื้นที่ดังกล่าวผ่านการสำรวจแล้วว่าไม่เหมาะสมกับการทำเกษตรกรรมในรูปแบบทั่วไป และมีลักษณะกึ่งชุมชน จึงมีการพัฒนาให้สอดคล้องกับบริบทท้องถิ่น พร้อมยืนยันว่าไม่ได้เป็นนอมินีของโสภณ เอกวานิช เจ้าของเดิมที่ถูกเพิกถอนสิทธิ์ ส.ป.ก. โดยเขาอ้างว่าสามารถจัดหาเงินทุนและดำเนินโครงการด้วยตนเอง

ส่วนกรณีสิ่งปลูกสร้างและสระว่ายน้ำที่อาจมีการก่อสร้างเกินกว่าที่ได้รับอนุญาตนั้น เจ้าของสัญญาเช่าระบุว่าอยู่ระหว่างการขอใบอนุญาตปรับปรุงและรื้อถอนส่วนที่ไม่ถูกต้อง ขณะที่หน่วยงานรัฐจะต้องตรวจสอบเอกสารและสภาพพื้นที่อย่างละเอียด เพื่อให้ข้อสรุปเป็นไปตามข้อเท็จจริง ไม่ใช่เพียงกระแสจากสื่อสังคมออนไลน์

ดราม่าค่าเตียงผ้าใบ 3,000-4,000 บาท

อีกประเด็นที่ถูกพูดถึงอย่างมากคือราคาค่าเช่าเตียงและโต๊ะริมชายหาด ซึ่งมีป้ายแสดงราคา 3,000 บาท 3,500 บาท และ 4,000 บาท หลายคนเข้าใจว่าเป็นค่าเตียงเพียงอย่างเดียว แต่ผู้ประกอบการชี้แจงว่าค่าเตียงปกติอยู่ที่ 200 บาท ส่วนราคาหลักพันรวมค่าโต๊ะ อาหาร เครื่องดื่ม และการนั่งใช้บริการตลอดทั้งวัน โดยรองรับลูกค้าได้สูงสุด 4 คน หากเกินจำนวนดังกล่าวจะคิดเพิ่มคนละ 500 บาท

ประเด็นนี้จึงควรพิจารณาให้ครบทุกองค์ประกอบ ผู้ใช้บริการควรสอบถามราคาและรายละเอียดก่อนสั่งอาหาร ขณะที่ผู้ประกอบการก็ควรแสดงรายการค่าใช้จ่ายให้ชัดเจน เข้าใจง่าย และไม่ทำให้ลูกค้าเข้าใจผิด เพราะความโปร่งใสเป็นหัวใจสำคัญของธุรกิจท่องเที่ยว โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติใช้บริการจำนวนมาก

รัฐเตรียมปรับกฎหมายและใช้เทคโนโลยีช่วยตรวจสอบ

วัชระพลกล่าวว่า การใช้ประโยชน์ในพื้นที่ ส.ป.ก. ต้องถูกต้องตามกฎหมาย รักษาผลประโยชน์ของรัฐ ให้ความเป็นธรรมแก่ผู้ประกอบการ และสร้างผลตอบแทนกลับคืนสู่เกษตรกร หากพบว่ากิจการไม่ตรงตามวัตถุประสงค์ ส.ป.ก. จะเร่งรัดให้ผู้ประกอบการปรับปรุงภายใน 30 วัน

นอกจากนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีแนวคิดปรับปรุงกฎหมายให้ทันสมัยมากขึ้น โดยเน้นแนวทางสร้างสิทธิ์ เสริมทุน และหนุนเกษตรกร ภาคธุรกิจที่เข้ามาใช้พื้นที่ควรมีส่วนสนับสนุนเกษตรกรในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม ไม่ว่าจะเป็นการจ้างงาน การพัฒนาผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น หรือการสร้างช่องทางจำหน่ายสินค้าเกษตรให้แก่นักท่องเที่ยว

อีกพื้นที่หนึ่งที่คณะลงตรวจอยู่ห่างจากหาดพาราไดซ์ไม่ถึง 1 กิโลเมตร เป็นที่ดิน ส.ป.ก. เพื่อการเกษตรประมาณ 60 ไร่ โดยมีผู้ร้องเรียนว่าไม่สามารถเข้าไปทำกินได้ เนื่องจากมีผู้บุกรุก 16 ราย ก่อสร้างอาคารขนาดใหญ่ ดัดแปลงสภาพพื้นที่ และติดป้ายห้ามเข้า ส.ป.ก. จึงอยู่ระหว่างดำเนินคดีและพิสูจน์สิทธิ์ของทายาทตามกฎหมาย

วัชระพลยังสั่งการให้เพิ่มช่างรังวัดและนิติกรทั่วประเทศ รวมทั้งนำเทคโนโลยีดาวเทียมและ LiDAR มาใช้ช่วยตรวจสอบแนวเขตและสภาพพื้นที่ เทคโนโลยีเหล่านี้จะช่วยลดความคลาดเคลื่อน ทำให้การพิสูจน์สิทธิ์รวดเร็วขึ้น และช่วยปกป้องเกษตรกรที่มีสิทธิ์โดยชอบ

โดยสรุป ข่าววัชระพลลุยตรวจ ส.ป.ก. พาราไดซ์บีช ภูเก็ต จ่อแก้กฎหมายให้ทุนหนุนเกษตรกร ด้านผู้เช่ายันไม่ใช่นอมินี-แจงดราม่าเตียงผ้าใบ 4 พันบาท สะท้อนว่าการพัฒนาพื้นที่ท่องเที่ยวต้องเดินควบคู่กับกฎหมาย ความโปร่งใส และสิทธิของชุมชน หากรัฐตรวจสอบอย่างต่อเนื่องและเปิดเผยข้อมูลที่เข้าใจง่าย ก็จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้ทั้งเกษตรกร ผู้ประกอบการ และนักท่องเที่ยวได้ในระยะยาว

มุมมองส่งท้าย: แนวโน้มต่อจากนี้คือการนำข้อมูลดิจิทัลและระบบแผนที่ความละเอียดสูงมาใช้บริหารที่ดินมากขึ้น ผู้ประกอบการควรเตรียมเอกสารให้พร้อม ตรวจสอบใบอนุญาตอย่างสม่ำเสมอ และสื่อสารราคากับลูกค้าอย่างตรงไปตรงมา ส่วนประชาชนสามารถติดตามผลการตรวจสอบและร่วมแจ้งเบาะแสการใช้ที่ดินที่ไม่ถูกต้อง เพื่อให้ทรัพยากรของรัฐเกิดประโยชน์กับคนในพื้นที่อย่างแท้จริง

ที่มา – วัชระพลลุยตรวจ ส.ป.ก. พาราไดซ์บีช ภูเก็ต จ่อแก้กฎหมายให้ทุนหนุนเกษตรกร ด้านผู้เช่ายันไม่ใช่นอมินี-แจงดราม่าเตียงผ้าใบ 4 พันบาท

DSI เจาะเว็บพนัน Shuffle.com แกะรอยหุ้น ไท่หยาง ซาง จ่อเชิญนักเล่นบัญชีคนไทย เช็กให้ชัดเล่นพนันหรือเทรดปกติ

DSI เจาะเว็บพนัน Shuffle.com แกะรอยหุ้น ไท่หยาง ซาง จ่อเชิญนักเล่นบัญชีคนไทย เช็กให้ชัดเล่นพนันหรือเทรดปกติ คือความคืบหน้าที่กำลังได้รับความสนใจจากทั้งแวดวงกฎหมาย เทคโนโลยี และผู้ติดตามข่าวธุรกิจดิจิทัล เนื่องจากคดีนี้เกี่ยวข้องกับแพลตฟอร์มออนไลน์ที่ให้บริการคาสิโนและพนันกีฬาโดยรองรับสินทรัพย์ดิจิทัล รวมถึงมีประเด็นเรื่องโครงสร้างบริษัทในต่างประเทศ เส้นทางการเงิน และการใช้คริปโตเคอร์เรนซีในการทำธุรกรรม

กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI อยู่ระหว่างสืบสวนคดีแพลตฟอร์ม Shuffle.com ซึ่งถูกระบุเป็นเรื่องสืบสวนที่ 148/2569 โดยเจ้าหน้าที่กำลังรวบรวมข้อมูลเพื่อพิจารณาว่าการดำเนินงานของแพลตฟอร์มเข้าข่ายความผิดตามกฎหมายไทยหรือไม่ ประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่เพียงการพบฟังก์ชันการพนันบนเว็บไซต์เท่านั้น แต่ยังรวมถึงการตรวจสอบว่าใครเป็นผู้เกี่ยวข้อง มีการรับหรือโอนเงินผ่านช่องทางใด และธุรกรรมเหล่านั้นเชื่อมโยงกับกิจกรรมประเภทใด

DSI เจาะเว็บพนัน Shuffle.com แกะรอยหุ้น ไท่หยาง ซาง จ่อเชิญนักเล่นบัญชีคนไทย เช็กให้ชัดเล่นพนันหรือเทรดปกติ

จากข้อมูลเบื้องต้น คณะพนักงานสืบสวนได้สอบถ้อยคำพยานแล้ว 2 ราย ได้แก่ ไท่หยาง ซาง ซึ่งเป็นสามีของสุชาดา ซาง แทนทรัพย์ สส.ชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย และศิริโชค โสภา อดีต สส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างนำคำให้การมาวิเคราะห์ร่วมกับไทม์ไลน์ เหตุการณ์ และข้อมูลเส้นทางการเงิน โดยเฉพาะธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับคริปโตเคอร์เรนซี

อีกบุคคลที่อยู่ระหว่างการประสานนัดหมายคือ รังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เดิมมีกำหนดให้ถ้อยคำในวันที่ 21 ตุลาคม แต่ติดภารกิจประชุมสภาและขอเลื่อนนัดออกไป จึงคาดว่าจะมีการกำหนดวันและเวลาใหม่ในสัปดาห์ถัดไป การเชิญบุคคลต่าง ๆ มาให้ข้อมูลถือเป็นขั้นตอนหนึ่งของการตรวจสอบข้อเท็จจริง และยังไม่ใช่ข้อสรุปว่าบุคคลเหล่านั้นมีความผิด

ธุรกรรมกว่า 100 ล้านบาทต้องแยกให้ออกว่าเป็นการพนันหรือการซื้อขายสินทรัพย์

ประเด็นที่ถูกจับตามองมากคือคำชี้แจงของผู้แทน Bitkub ต่อคณะกรรมาธิการการกฎหมายฯ ซึ่งระบุว่าพบธุรกรรมบนบล็อกเชน 6 แห่ง มูลค่ารวมมากกว่า 100 ล้านบาท และมีลูกค้าที่เกี่ยวข้อง 49 ราย โดยธุรกรรมดังกล่าวอาจเชื่อมโยงกับ Shuffle.com อย่างไรก็ตาม DSI ระบุว่ายังต้องขอข้อมูลเพิ่มเติมจาก Bitkub เพื่อวิเคราะห์ว่าเงินเชื่อมโยงกับบัญชีธนาคารใด ใช้ทำธุรกรรมประเภทใด และเกิดขึ้นในช่วงเวลาใด

จุดนี้มีความสำคัญมาก เพราะการโอนเงินหรือซื้อขายเหรียญดิจิทัลไม่ได้หมายความว่าเป็นการเล่นพนันโดยอัตโนมัติ ผู้ใช้งานบางรายอาจซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลตามปกติ อาจโอนเงินระหว่างบัญชี หรือใช้แพลตฟอร์มเพื่อการลงทุน ดังนั้นเจ้าหน้าที่จำเป็นต้องตรวจสอบหลักฐานประกอบอย่างละเอียด ทั้งรายการฝากถอน รูปแบบการใช้งาน กระเป๋าคริปโต ปลายทางของเงิน และพฤติกรรมที่เกิดขึ้นบนเว็บไซต์ ก่อนจะสรุปว่าเกี่ยวข้องกับการพนันหรือไม่

สำหรับประเด็นการถือหุ้นของไท่หยาง ซาง ในสัดส่วน 1.47% เจ้าหน้าที่ให้ความสำคัญกับมูลค่าหุ้นมากกว่าตัวเลขเปอร์เซ็นต์เพียงอย่างเดียว หากบริษัทมีมูลค่าสูงถึงระดับพันล้านบาท การถือหุ้นในสัดส่วนหลักหน่วยก็อาจมีมูลค่าสูงมาก นอกจากนี้ยังต้องตรวจสอบที่มาของการถือหุ้น สิทธิในการบริหาร ความเกี่ยวข้องกับผู้ก่อตั้ง และบทบาทในการดำเนินงานจริงของแพลตฟอร์ม

เว็บไซต์ Shuffle.com แตกต่างจากเว็บพนันที่ทำตลาดกับคนไทยหรือไม่

จากการตรวจสอบเบื้องต้น เว็บไซต์ Shuffle.com มีฟังก์ชันและรายการการพนันออนไลน์หลายรูปแบบ ทั้งเกมคาสิโนและพนันกีฬา ขณะเดียวกันยังไม่พบรูปแบบการโฆษณาผ่านอินฟลูเอนเซอร์ในไทยอย่างชัดเจนเหมือนเว็บไซต์พนันบางแห่ง จึงมีข้อสันนิษฐานว่าแพลตฟอร์มอาจวางตลาดไปยังผู้ใช้งานทั่วโลก ไม่ได้มุ่งเน้นเฉพาะผู้เล่นชาวไทย

อย่างไรก็ตาม การไม่พบโฆษณาในรูปแบบที่คุ้นตาไม่ได้แปลว่าไม่มีผู้เล่นไทยหรือไม่มีธุรกรรมในประเทศไทย การตรวจสอบจึงต้องพิจารณาข้อมูลหลายด้าน เช่น ภาษาที่ใช้ในระบบ ช่องทางการชำระเงิน การเข้าถึงเว็บไซต์ รูปแบบการสนับสนุนลูกค้า และเส้นทางการโอนเงินที่เกี่ยวข้องกับบัญชีในไทย

DSI อาจเชิญนักเล่นพนันชาวไทยมาให้ข้อมูล

DSI กำลังรวบรวมเลขบัญชีธนาคารของกลุ่มนักเล่นพนันชาวไทยที่เคยรับโอนเงินจาก Shuffle.com เพื่อดูยอดเงิน ความถี่ และระยะเวลาของธุรกรรม หากพบรูปแบบที่น่าสงสัย เจ้าหน้าที่อาจออกหมายเรียกบุคคลเหล่านั้นมาให้ถ้อยคำในฐานะพยาน การถูกเชิญมาให้ข้อมูลไม่ได้หมายความว่าบุคคลนั้นถูกตัดสินว่ากระทำผิด แต่เป็นขั้นตอนเพื่อช่วยให้เจ้าหน้าที่เข้าใจเส้นทางเงินและความสัมพันธ์ของผู้เกี่ยวข้อง

สำหรับประชาชนที่อาจได้รับหนังสือเชิญ ควรเตรียมเอกสารเกี่ยวกับบัญชีธนาคาร รายการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล และหลักฐานการทำธุรกรรมให้ครบถ้วน หากไม่แน่ใจเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ของตนเอง การปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายก่อนเข้าพบเจ้าหน้าที่ก็เป็นแนวทางที่เหมาะสม และควรให้ข้อมูลตามข้อเท็จจริงโดยไม่ลบหรือแก้ไขหลักฐานดิจิทัล

ความแตกต่างระหว่างคดีเว็บพนันกับคดีสแกมเมอร์

DSI อธิบายว่าคดีเว็บพนันออนไลน์มีลักษณะแตกต่างจากคดีสแกมเมอร์ เพราะผู้เล่นมักสมัครใจเข้าเล่นด้วยตนเอง จึงไม่ได้มีผู้เสียหายในความหมายเดียวกับผู้ที่ถูกหลอกให้โอนเงิน อย่างไรก็ตาม การไม่มีผู้เสียหายโดยตรงไม่ได้ทำให้ธุรกรรมทั้งหมดถูกต้องตามกฎหมาย เจ้าหน้าที่อาจตรวจสอบต่อว่ามีความผิดตามพระราชบัญญัติการพนัน กฎหมายคอมพิวเตอร์ หรือกฎหมายป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินหรือไม่

หากมีการยึดหรืออายัดทรัพย์สินในคดีลักษณะนี้ ทรัพย์สินดังกล่าวอาจไม่ได้ถูกนำไปเฉลี่ยคืนผู้เล่นเหมือนคดีฉ้อโกง แต่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง. อาจเสนอศาลให้มีคำสั่งให้ทรัพย์ตกเป็นของแผ่นดิน ทั้งนี้ต้องพิจารณาจากพยานหลักฐานและคำสั่งของศาลเป็นสำคัญ

ประเด็นที่ต้องติดตามต่อจากนี้

  • ผลการวิเคราะห์เส้นทางเงินจากบัญชีธนาคารและกระเป๋าสินทรัพย์ดิจิทัล
  • ข้อมูลเพิ่มเติมจาก Bitkub เกี่ยวกับธุรกรรมบนบล็อกเชน 6 แห่ง
  • บทบาทที่แท้จริงของผู้ถือหุ้นและผู้เกี่ยวข้องกับ Shuffle.com
  • การเชิญนักเล่นชาวไทยมาให้ข้อมูลในฐานะพยาน
  • การพิจารณาว่าคดีเข้าข่ายความผิดตามกฎหมายการพนันหรือกฎหมายฟอกเงินหรือไม่

โดยสรุป DSI เจาะเว็บพนัน Shuffle.com แกะรอยหุ้น ไท่หยาง ซาง จ่อเชิญนักเล่นบัญชีคนไทย เช็กให้ชัดเล่นพนันหรือเทรดปกติ สะท้อนว่าการตรวจสอบแพลตฟอร์มดิจิทัลยุคใหม่ต้องอาศัยทั้งความรู้ด้านกฎหมาย การเงิน และเทคโนโลยีบล็อกเชน การพบชื่อบุคคลหรือธุรกรรมจำนวนมากยังไม่เพียงพอที่จะสรุปความผิด จำเป็นต้องแยกแยะให้ชัดระหว่างการลงทุน การซื้อขายคริปโต และการพนัน ผู้ติดตามข่าวควรรอข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและไม่เผยแพร่ข้อกล่าวหาที่ยังไม่ได้รับการยืนยัน ขณะเดียวกันผู้ใช้งานควรตรวจสอบใบอนุญาตและความเสี่ยงทางกฎหมายก่อนทำธุรกรรมกับแพลตฟอร์มออนไลน์ทุกประเภท

ที่มา – DSI เจาะเว็บพนัน Shuffle.com แกะรอยหุ้น ไท่หยาง ซาง จ่อเชิญนักเล่นบัญชีคนไทย เช็กให้ชัดเล่นพนันหรือเทรดปกติ

รัฐบาลหนุนเดินทางวันหยุดวันปิยมหาราช ยกเว้นค่าผ่านทางพิเศษ 3 สาย 63 ด่าน

รัฐบาลหนุนเดินทางวันหยุดวันปิยมหาราช ยกเว้นค่าผ่านทางพิเศษ 3 สาย 63 ด่าน เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนที่วางแผนเดินทางในวันศุกร์ที่ 23 ตุลาคม 2569 ซึ่งตรงกับวันปิยมหาราชและเป็นวันหยุดราชการประจำปี มาตรการนี้ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง พร้อมบรรเทาปัญหาการจราจรบริเวณด่านเก็บค่าผ่านทางในช่วงที่มีประชาชนออกเดินทางจำนวนมาก

พลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า การทางพิเศษแห่งประเทศไทย หรือ กทพ. ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงคมนาคม ได้ประกาศยกเว้นค่าผ่านทางพิเศษรวม 3 สายทาง จำนวนทั้งหมด 63 ด่าน โดยเปิดให้ประชาชนใช้เส้นทางได้โดยไม่ต้องเสียค่าผ่านทางตลอดช่วงวันหยุดดังกล่าว ถือเป็นอีกหนึ่งมาตรการที่ช่วยสนับสนุนการเดินทางท่องเที่ยว การกลับภูมิลำเนา และการใช้เวลาร่วมกับครอบครัว

รัฐบาลหนุนเดินทางวันหยุดวันปิยมหาราช ยกเว้นค่าผ่านทางพิเศษ 3 สาย 63 ด่าน

สำหรับเส้นทางที่ได้รับการยกเว้นค่าผ่านทาง มีทั้งเส้นทางหลักที่เชื่อมต่อพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล รวมถึงเส้นทางที่ประชาชนใช้เดินทางไปยังจังหวัดใกล้เคียง การยกเว้นค่าผ่านทางครั้งนี้จึงมีประโยชน์ทั้งสำหรับผู้ที่เดินทางระยะสั้นในเมืองและผู้ที่เดินทางออกต่างจังหวัด โดยมีรายละเอียดดังนี้

  • ทางพิเศษเฉลิมมหานคร เส้นทางดินแดง-บางนา-ดาวคะนอง ยกเว้นค่าผ่านทางจำนวน 21 ด่าน
  • ทางพิเศษศรีรัช เส้นทางแจ้งวัฒนะ-บางโคล่-ศรีนครินทร์ ยกเว้นค่าผ่านทางจำนวน 32 ด่าน
  • ทางพิเศษอุดรรัถยา เส้นทางบางปะอิน-ปากเกร็ด ยกเว้นค่าผ่านทางจำนวน 10 ด่าน

เมื่อรวมทั้ง 3 เส้นทาง จะมีด่านที่เปิดให้ใช้บริการโดยไม่คิดค่าผ่านทางทั้งหมด 63 ด่าน ประชาชนจึงสามารถตรวจสอบเส้นทางล่วงหน้าและเลือกใช้ทางพิเศษให้เหมาะกับจุดหมายปลายทางได้ การวางแผนเส้นทางก่อนออกเดินทางยังช่วยลดเวลาบนท้องถนน และทำให้การเดินทางในช่วงวันหยุดมีความคล่องตัวมากขึ้น

ตรวจสอบการปิดเบี่ยงจราจรบริเวณด่านจตุโชติ

นอกจากมาตรการยกเว้นค่าผ่านทางแล้ว กทพ. ยังแจ้งประกาศปิดเบี่ยงจราจรชั่วคราวบนทางพิเศษฉลองรัช บริเวณด่านเก็บค่าผ่านทางจตุโชติ ฝั่งขาเข้า เพื่อดำเนินการติดตั้งคานคอนกรีตสำหรับโครงการทางพิเศษฉลองรัชส่วนต่อขยาย การปิดเบี่ยงจะเกิดขึ้นบริเวณไหล่ทางด้านขวา ระยะทางประมาณ 500 เมตร

กำหนดการปิดเบี่ยงจราจรแบ่งเป็นช่วงเวลา ดังนี้

  • วันที่ 24 ตุลาคม 2569 เวลา 09.00-15.00 น. และเวลา 21.00-04.00 น. ของวันที่ 25 ตุลาคม 2569
  • วันที่ 25 ตุลาคม 2569 เวลา 09.00-15.00 น. และเวลา 21.00-04.00 น. ของวันที่ 26 ตุลาคม 2569

อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้ทางยังสามารถเดินทางได้ตามปกติครบทั้ง 3 ช่องจราจร ผู้ขับขี่ควรลดความเร็วเมื่อเข้าใกล้พื้นที่ก่อสร้าง สังเกตป้ายเตือนและสัญญาณจากเจ้าหน้าที่ รวมถึงเว้นระยะห่างจากรถคันหน้าเพื่อเพิ่มความปลอดภัย โดยเฉพาะในช่วงเวลากลางคืนที่ทัศนวิสัยอาจลดลง

วางแผนเดินทางให้ปลอดภัยในช่วงวันหยุด

แม้ รัฐบาลหนุนเดินทางวันหยุดวันปิยมหาราช ยกเว้นค่าผ่านทางพิเศษ 3 สาย 63 ด่าน จะช่วยลดภาระค่าใช้จ่าย แต่ผู้ใช้รถควรเตรียมความพร้อมก่อนออกเดินทาง ตรวจสอบสภาพรถ น้ำมันหรือแบตเตอรี่ ระบบเบรก ยางรถยนต์ และอุปกรณ์ฉุกเฉินให้เรียบร้อย หากต้องเดินทางไกล ควรพักผ่อนให้เพียงพอและหลีกเลี่ยงการขับรถต่อเนื่องเป็นเวลานาน

ผู้ขับขี่ควรปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด ไม่ขับรถเร็วเกินกำหนด ไม่ใช้โทรศัพท์มือถือขณะขับรถ และไม่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก่อนหรือระหว่างการขับขี่ นอกจากนี้ ควรใช้เข็มขัดนิรภัยทุกที่นั่ง และจัดให้เด็กนั่งในตำแหน่งที่ปลอดภัยเหมาะสมกับวัย

มาตรการยกเว้นค่าผ่านทางในวันหยุดสะท้อนแนวทางการบริหารจัดการการเดินทางที่มุ่งช่วยประชาชนทั้งด้านค่าใช้จ่ายและความสะดวก ขณะเดียวกัน การก่อสร้างและพัฒนาโครงข่ายทางพิเศษก็มีบทบาทต่อการรองรับปริมาณรถในอนาคต หากประชาชนร่วมกันวางแผนเส้นทางและขับขี่อย่างมีวินัย ก็จะช่วยลดความแออัดและลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุได้อย่างมาก

ใครมีแผนเดินทางในวันปิยมหาราช ควรตรวจสอบข้อมูลเส้นทางและช่วงเวลาปิดเบี่ยงก่อนออกจากบ้าน พร้อมเผื่อเวลาเดินทางให้เหมาะสม ที่สำคัญคือขับขี่ปลอดภัย ไม่ย้อนศร เพื่อให้ทุกคนเดินทางถึงจุดหมายโดยสวัสดิภาพ

ที่มา – รัฐบาลหนุนเดินทางวันหยุดวันปิยมหาราช ยกเว้นค่าผ่านทางพิเศษ 3 สาย 63 ด่าน

เงินเยียวยาน้ำท่วม กทม. 2.9 พันล้าน โอนถึงมือใคร ขอรับสิทธิอะไร และเขตไหนยื่นเรื่องเยอะสุด?

เงินเยียวยาน้ำท่วม กทม. 2.9 พันล้าน โอนถึงมือใคร ขอรับสิทธิอะไร และเขตไหนยื่นเรื่องเยอะสุด? เป็นคำถามที่หลายครัวเรือนในกรุงเทพมหานครกำลังติดตามอย่างใกล้ชิด หลังมีการอนุมัติงบช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมเป็นวงเงินรวมกว่า 2.9 พันล้านบาท ข้อมูลล่าสุดสะท้อนให้เห็นทั้งจำนวนผู้ได้รับสิทธิ ความคืบหน้าการโอนเงิน และเขตที่มีประชาชนยื่นคำร้องมากที่สุด

มาตรการนี้มีเป้าหมายเพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ไม่ว่าจะเป็นค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ค่าซ่อมแซมบ้าน ค่าเครื่องมือทำมาหากิน หรือค่าที่พักชั่วคราว โดยผู้ที่ลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชันทางรัฐสามารถติดตามสถานะคำร้องของตัวเองได้ผ่านระบบออนไลน์ ทำให้ไม่จำเป็นต้องเดินทางไปติดต่อหน่วยงานด้วยตัวเองในทุกขั้นตอน

สรุปเงินเยียวยาน้ำท่วม กทม. 2.9 พันล้าน โอนถึงมือใคร ขอรับสิทธิอะไร และเขตไหนยื่นเรื่องเยอะสุด?

ยอดอนุมัติรวมและจำนวนครัวเรือน

กรุงเทพมหานครอนุมัติเงินเยียวยารวมทั้งสิ้น 2,902,775,000 บาท ครอบคลุมประชาชนจำนวน 408,427 ครัวเรือน ที่ยื่นคำร้องผ่านแอปพลิเคชันทางรัฐ โดยการช่วยเหลือแบ่งตามหลักเกณฑ์ความเสียหายของแต่ละครัวเรือน ทำให้ผู้มีสิทธิได้รับเงินในจำนวนแตกต่างกันตามเงื่อนไขที่กำหนด

  • ได้รับเงินเยียวยา 9,000 บาท จำนวน 215,160 ครัวเรือน
  • ได้รับเงินเยียวยา 5,000 บาท จำนวน 193,267 ครัวเรือน

จากจำนวนครัวเรือนที่ได้รับการอนุมัติทั้งหมด มีการโอนเงินสำเร็จแล้ว 248,643 ครัวเรือน ตัวเลขนี้แสดงให้เห็นว่าการจ่ายเงินมีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง แม้ยังมีผู้ยื่นคำร้องอีกจำนวนมากที่อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อมูลหรือรอการดำเนินการในขั้นตอนถัดไป

เขตไหนยื่นเรื่องมากที่สุด

สถิติการลงทะเบียนผ่านโครงการ Claim Bangkok พบว่า 5 เขตที่มีจำนวนคำร้องสูงสุด ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ที่มีประชากรหนาแน่นและได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมในหลายชุมชน โดยมีรายละเอียดดังนี้

  1. เขตลาดกระบัง จำนวน 20,045 คำร้อง
  2. เขตบางกะปิ จำนวน 14,251 คำร้อง
  3. เขตสายไหม จำนวน 11,145 คำร้อง
  4. เขตคลองสามวา จำนวน 8,291 คำร้อง
  5. เขตมีนบุรี จำนวน 7,269 คำร้อง

ลาดกระบังมีจำนวนคำร้องสูงสุดอย่างชัดเจน โดยมีมากกว่า 20,000 คำร้อง สะท้อนถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นในพื้นที่ รวมถึงจำนวนครัวเรือนและชุมชนที่ต้องการความช่วยเหลือ ขณะที่บางกะปิและสายไหมมีจำนวนคำร้องตามมาเป็นอันดับสองและสาม การจัดอันดับนี้อาจช่วยให้เห็นภาพว่าพื้นที่ใดควรได้รับการติดตามและสนับสนุนด้านการฟื้นฟูเป็นพิเศษ

ประชาชนขอรับสิทธิช่วยเหลือด้านใดมากที่สุด

จากคำร้องทั้งหมด 134,752 คำร้อง สิทธิที่ประชาชนขอรับความช่วยเหลือมากที่สุดคือ ค่าดำรงชีพ จำนวน 96,041 คำร้อง เนื่องจากน้ำท่วมส่งผลโดยตรงต่อรายได้ ค่าเดินทาง ค่าอาหาร และค่าใช้จ่ายจำเป็นในแต่ละวัน รองลงมาคือค่าซ่อมบ้าน ซึ่งมีจำนวน 72,848 คำร้อง สะท้อนว่าหลายครัวเรือนต้องรับมือกับความเสียหายของพื้น ผนัง เครื่องใช้ไฟฟ้า และโครงสร้างภายในบ้าน

  • ค่าดำรงชีพ จำนวน 96,041 คำร้อง
  • ค่าซ่อมบ้าน จำนวน 72,848 คำร้อง
  • ค่าเครื่องมือประกอบอาชีพ จำนวน 37,737 คำร้อง
  • ค่าที่พักชั่วคราว จำนวน 21,718 คำร้อง
  • ค่ารักษาพยาบาล จำนวน 1,679 คำร้อง

อีกหนึ่งประเด็นที่น่าสนใจคือมีผู้ขอรับความช่วยเหลือด้านเครื่องมือประกอบอาชีพถึง 37,737 คำร้อง ตัวเลขนี้ชี้ให้เห็นว่าน้ำท่วมไม่ได้กระทบเฉพาะที่อยู่อาศัยเท่านั้น แต่ยังทำให้ประชาชนจำนวนมากไม่สามารถประกอบอาชีพหรือหารายได้ตามปกติได้ด้วย ดังนั้น การเยียวยาที่รวดเร็วจึงมีความสำคัญต่อการทำให้ครอบครัวกลับมาใช้ชีวิตและทำงานได้อีกครั้ง

สถานะคำร้องที่ควรตรวจสอบ

สำหรับผู้ที่ลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชันทางรัฐ ควรหมั่นตรวจสอบสถานะคำร้องอย่างสม่ำเสมอ โดยข้อมูลล่าสุดพบว่าสถานะสีเหลืองมีสัดส่วนประมาณ 60% หมายถึงคำร้องที่ต้องตรวจสอบหลักฐานเพิ่มเติม ผู้ยื่นคำร้องอาจต้องเตรียมเอกสารหรือข้อมูลประกอบให้ครบถ้วน เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถพิจารณาสิทธิได้เร็วขึ้น

ส่วนสถานะสีแดงมีสัดส่วนประมาณ 10% และหมายถึงคำร้องที่ไม่เข้าเงื่อนไขตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด อย่างไรก็ตาม ผู้ยื่นควรอ่านรายละเอียดในระบบให้ชัดเจน เพราะบางกรณีอาจเกิดจากข้อมูลไม่ครบ ข้อมูลไม่ตรงกัน หรือเอกสารไม่สามารถยืนยันความเสียหายได้ หากมีช่องทางให้แก้ไขหรือยื่นข้อมูลเพิ่มเติม ก็ควรดำเนินการภายในเวลาที่กำหนด

การตรวจสอบสถานะด้วยตัวเองยังช่วยลดความสับสนเกี่ยวกับกำหนดการโอนเงิน ผู้ที่ได้รับอนุมัติแล้วควรตรวจสอบบัญชีธนาคารหรือช่องทางรับเงินที่ลงทะเบียนไว้ หากพบปัญหาเงินยังไม่เข้า ควรติดต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรง และหลีกเลี่ยงการส่งข้อมูลส่วนตัวให้บุคคลที่อ้างตัวว่าสามารถเร่งรัดเงินเยียวยาได้ เพราะอาจเป็นมิจฉาชีพ

มุมมองต่อการเยียวยาและการติดตามหลังน้ำลด

เงินเยียวยาเป็นความช่วยเหลือที่จำเป็นในระยะเร่งด่วน แต่การฟื้นฟูหลังน้ำลดควรดำเนินการควบคู่กัน ทั้งการปรับปรุงระบบระบายน้ำ การแจ้งเตือนภัยที่เข้าถึงชุมชน และการวางแผนช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง เช่น ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดบ้าน และผู้ประกอบอาชีพรายย่อย ข้อมูลคำร้องจากแต่ละเขตจึงไม่ได้มีความหมายเฉพาะเรื่องการจ่ายเงินเท่านั้น แต่ยังเป็นฐานข้อมูลสำคัญสำหรับวางแผนรับมือภัยพิบัติในอนาคต

สำหรับประชาชนที่ยื่นเรื่องแล้ว แนะนำให้เก็บหลักฐานการลงทะเบียน ภาพถ่ายความเสียหาย และเอกสารที่เกี่ยวข้องไว้ให้ครบ พร้อมติดตามประกาศจากกรุงเทพมหานครหรือช่องทางราชการอย่างเป็นทางการอย่างต่อเนื่อง หากยังไม่ได้ยื่นคำร้อง ควรตรวจสอบว่าพื้นที่และความเสียหายของตนเองเข้าเกณฑ์หรือไม่ การติดตามข้อมูลจากแหล่งที่เชื่อถือได้จะช่วยให้ไม่พลาดสิทธิและลดความเสี่ยงจากข่าวปลอม

โดยสรุป เงินเยียวยาน้ำท่วม กทม. 2.9 พันล้าน โอนถึงมือใคร ขอรับสิทธิอะไร และเขตไหนยื่นเรื่องเยอะสุด? แสดงให้เห็นว่ามีประชาชนได้รับอนุมัติแล้วกว่า 408,000 ครัวเรือน และมีการโอนสำเร็จแล้วเกือบ 249,000 ครัวเรือน ขณะเดียวกัน ผู้ที่มีสถานะสีเหลืองควรเตรียมหลักฐานให้พร้อมและตรวจสอบระบบอย่างสม่ำเสมอ มุมมองที่สำคัญคือการเยียวยาควรเดินหน้าต่อเนื่องจนผู้ได้รับผลกระทบสามารถกลับมาใช้ชีวิตและประกอบอาชีพได้อย่างมั่นคง

คำแนะนำ: ตรวจสอบสถานะคำร้องผ่านช่องทางราชการเท่านั้น อย่าเปิดเผยรหัสผ่านหรือข้อมูลทางการเงินแก่บุคคลอื่น และติดตามประกาศการโอนเงินจากกรุงเทพมหานครอย่างใกล้ชิด เพื่อรักษาสิทธิของตัวเองให้ครบถ้วน

ที่มา – เงินเยียวยาน้ำท่วม กทม. 2.9 พันล้าน โอนถึงมือใคร ขอรับสิทธิอะไร และเขตไหนยื่นเรื่องเยอะสุด?