ผู้เขียน: lalika69_admin

Daybreak: คำตอบ OpenAI สู้ Project Glasswing

OpenAI ประกาศเปิดตัว “Daybreak” โครงการใหม่ที่ CEO Sam Altman บอกว่า旨在เร่งรัดการป้องกันทางไซเบอร์และรักษาความปลอดภัยซอฟต์แวร์อย่างต่อเนื่อง

Sam Altman โพสต์บน X ว่า: “OpenAI กำลังเปิดตัว Daybreak โครงการของเราที่จะเร่งรัดการป้องกันทางไซเบอร์และรักษาความปลอดภัยซอฟต์แวร์อย่างต่อเนื่อง AI เก่งเรื่อง cybersecurity อยู่แล้ว และกำลังจะเก่งยิ่งขึ้น เราอยากเริ่มทำงานกับบริษัทต่างๆ ให้มากที่สุดตอนนี้ เพื่อช่วยให้พวกเขาปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง”

Daybreak คำตอบของ OpenAI ต่อ Project Glasswing

บล็อกของ OpenAI ไม่ได้เอ่ยถึงคำว่า “โครงการ” เลยสักนิด อาจเพื่อไม่ให้คนนึกถึง Project Glasswing ของ Anthropic มากเกินไป แต่ฟังดูคล้ายกันมาก! Daybreak คำตอบของ OpenAI ต่อ Project Glasswing คือโปรแกรมที่ OpenAI ร่วมมือกับบริษัทและหน่วยงานรัฐ เพื่อค้นหาช่องโหว่ความปลอดภัยโดยใช้โมเดล AI ขั้นสูงสุด หวังว่าจะ “เห็นความเสี่ยงเร็วกว่า จัดการเร็วกว่า และทำให้ซอฟต์แวร์แข็งแกร่งตั้งแต่ต้นแบบ”

Project Glasswing ของ Anthropic เปิดตัวเมื่อเดือนที่แล้ว พร้อมโมเดล Claude Mythos Preview ที่ Anthropic บอกว่ามันเก่งมากจนอันตรายต่อโลก ใน system card ระบุว่า: “ความสามารถที่เพิ่มขึ้นมหาศาลของ Claude Mythos Preview ทำให้เราตัดสินใจไม่เปิดให้ใช้งานทั่วไป แต่ใช้ในโปรแกรมป้องกันไซเบอร์กับพันธมิตรจำกัด”

นักพัฒนา Daniel Stenberg เรียกว่านี่คือ “กลยุทธ์การตลาดที่สำเร็จสุดยอด” เพราะมันคือโมเดลที่ “cyber-capable” ที่สุดที่ Anthropic เคยสร้าง

Daybreak คำตอบของ OpenAI ต่อ Project Glasswing มาแบบไหน?

สองวันหลังประกาศของ Anthropic มีรายงานจาก Axios ว่า OpenAI มีโครงการคล้ายกัน “ผลิตภัณฑ์ที่มีความสามารถ cybersecurity ขั้นสูงที่จะปล่อยให้พันธมิตรกลุ่มเล็ก” แต่ Daybreak ประกาศแบบเปิดเผยมากกว่า ไม่ลึกลับหรือน่ากลัวเท่า Glasswing

หน้าหลักมีปุ่มสองปุ่ม: “Request a vulnerability scan” และ “Contact sales” คลิกขอสแกนช่องโหว่ ก็เจอฟอร์มง่ายๆ Altman บอกอยากทำงานกับบริษัทให้มากที่สุด ซึ่ง Daybreak ดูเข้าถึงง่ายกว่ามาก ไม่เหมือน Glasswing ที่ทำให้รัฐบาลแตกตื่น

Daybreak ใช้ Codex Security (ประกาศ preview เดือนมีนาคม) สร้าง “threat model” ของระบบ แสดงฟังก์ชัน ผู้ที่ระบบเชื่อถือ และช่องโหว่ จากนั้นสแกนโค้ดจริงเพื่อหาช่องโหว่ในโลกจริง แล้วแพตช์ให้

  • จุดเด่น Daybreak: เข้าถึงง่าย สแกนฟรีเริ่มต้น
  • เปรียบเทียบ Glasswing: ลึกลับกว่า ใช้โมเดลลับ
  • ประโยชน์: ป้องกันไซเบอร์เร็ว แข็งแกร่งตั้งแต่ต้น

นี่คือการแข่งขันที่ดุเดือดระหว่าง OpenAI และ Anthropic ในวงการ AI cybersecurity ผู้ประกอบการควรสนใจ Daybreak คำตอบของ OpenAI ต่อ Project Glasswing เพื่อปกป้องธุรกิจของคุณ ลองขอสแกนวันนี้เพื่อความปลอดภัยที่เหนือกว่า!

ที่มา – ‘Daybreak’: OpenAI’s Answer to Anthropic’s Project Glasswing Has Arrived

เหตุใดประชุมสุดยอด ทรัมป์-สี จิ้นผิงในจีน จึงอาจกำหนดทิศทางความสัมพันธ์สองมหาอำนาจไปอีกหลายปี

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน! วันนี้เรามาคุยกันเรื่องร้อนๆ ในวงการการเมืองและเทคโนโลยีที่กำลังจะเขย่าโลกกันดีกว่า ผมในฐานะคนติดตามข่าวสารด้านเทคและบันเทิงระดับโลก มองว่าประชุมสุดยอด ทรัมป์-สี จิ้นผิงในจีน ครั้งนี้ไม่ใช่แค่การพบปะธรรมดา แต่เหมือนหนังบล็อกบัสเตอร์ที่สองมหาอำนาจมาเจอกัน อาจกำหนดอนาคตความสัมพันธ์สหรัฐ-จีนไปอีกหลายปีเลยทีเดียว จตุรัสเทียนอันเหมินในปักกิ่งกำลังเข้มงวดความปลอดภัยเต็มที่ ข่าวลือเรื่องขบวนพาเหรดใหญ่ก็ผุดขึ้นมาเพียบ แสดงว่าจีนเอาจริงเอาจังมาก!

ประชุมสุดยอด ทรัมป์-สี จิ้นผิงในจีน: ประเด็นร้อนที่ต้องจับตา

ก่อนอื่นเลยนะครับ ประชุมสุดยอด ทรัมป์-สี จิ้นผิงในจีน จะครอบคลุมหลายเรื่องใหญ่ ตั้งแต่สงครามการค้าที่ร้อนระอุ ไปจนถึงความตึงเครียดเรื่องไต้หวันและสงครามอิหร่าน ทรัมป์กำลังหันความสนใจจากปัญหาภายในประเทศและตะวันออกกลาง มาที่จีนเต็มตัว สงครามการค้ากำลังทำให้เศรษฐกิจโลกสั่นคลอน จีนเผชิญต้นทุนน้ำมันพุ่งจากวิกฤตฮอร์มุซ แต่สี จิ้นผิงมองว่านี่คือโอกาสต่อรอง เพราะจีนมีบทบาทไกล่เกลี่ยในตะวันออกกลางคู่กับปากีสถาน แผนห้าข้อหยุดยิงฟังดูน่าสนใจใช่มั้ย?

ผมวิเคราะห์แบบผู้เชี่ยวชาญนะ สี จิ้นผิงกำลังเล่นเกมใหญ่ ใช้เศรษฐกิจที่ชะลอตัวเป็นข้ออ้างขอสิ่งตอบแทนจากสหรัฐฯ เช่น ยกเลิกการสอบสวนการค้าที่ไม่เป็นธรรม ขณะที่ทรัมป์อยากให้จีนซื้อสินค้าเกษตรเพิ่ม หลังจากภาษีขึ้นลงแบบดราม่าๆ ตลอดปี 2025 แต่หลังพบกันครั้งก่อนในเกาหลีใต้ ความตึงเครียดคลายลงบ้างแล้ว เพราะศาลฎีกาสหรัฐจำกัดอำนาจทรัมป์เรื่องภาษีด้วย

ไต้หวัน: จุดแตกหักหรือจุดสมดุล?

เรื่องไต้หวันนี่ดุเดือดสุดๆ เลยครับ สหรัฐขายอาวุธให้ไต้หวันมูลค่า 11,000 ล้านดอลลาร์ จีนไม่พอใจ แต่ทรัมป์เคยพูดว่ามองไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของจีน และบ่นว่าไต้หวันไม่จ่ายค่า protect เพียงพอ รูบิโอ รมว.ต่างประเทศสหรัฐ บอกว่าจะคุยเรื่องนี้เพื่อป้องกันความไม่มั่นคงในอินโดแปซิฟิก จีนส่งเครื่องบินรบล้อมไต้หวันทุกวัน หวัง อี้ ก็กดดันให้สหรัฐเลือก ‘ทางที่ถูกต้อง’ นักวิเคราะห์อย่างจอห์น เดลูรี บอกว่าจีนไม่เชื่อคำพูดทรัมป์เต็มร้อย เพราะเขาชอบพลิกผันผ่านทวิตเตอร์!

เทคโนโลยี AI ชิป และแร่หายาก: สงครามใหม่ของสองยักษ์

  • CEO ชื่อดังร่วมทริป: ทรัมป์พาคณะใหญ่ 17 คน อย่างทิม คุก (Apple), อีลอน มัสก์ (Tesla/SpaceX), แลร์รี ฟิงค์ (BlackRock), แต่ไม่มีเจนเซน หวง (Nvidia) น่าสนใจมาก!
  • แข่งขัน AI: จีนลงทุนหนัก AI หุ่นยนต์เต้นกังฟู วิ่งมาราธอนเร็วกว่าคน แต่ยังขาดชิปขั้นสูงจากสหรัฐ สหรัฐกล่าวหาจีนขโมยโมเดล AI อย่าง DeepSeek
  • แร่หายาก: จีนครอง 90% ของโลก แลกกับชิปได้เลย เหมือนช่องแคบฮอร์มุซเวอร์ชันจีน!

จากมุมมองผมในฐานะคนรักเทค การแข่งขันนี้คือ ‘สงครามเย็น AI’ จริงๆ สหรัฐจำกัดส่งออกชิป จีนตอบโต้ด้วยแร่หายาก TikTok ก็จบ happy ending แต่ AI ยังดราม่า อนาคตหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ของจีนอาจพลิกเกม ถ้าทำข้อตกลงได้ โลกเทคจะ boom!

สรุปนะครับ ประชุมสุดยอด ทรัมป์-สี จิ้นผิงในจีน ครั้งนี้แม้สั้นๆ แค่ 2 วัน (14-15 พ.ค.) แต่กำหนดทิศทางชัดเจน ถ้าทรัมป์รู้สึกได้รับเกียรติ ความสัมพันธ์จะสงบ ถ้าไม่ ก็ระเบิดได้ ผมมองว่าเทรนด์คือ cooperation ใน tech เพื่อ win-win แต่ rivalry จะยังเดือดต่อ

ความเห็นส่วนตัว: นี่คือโอกาสทองสำหรับนักลงทุน tech อย่างพวกเรา ติดตามต่อไปว่ามัสก์จะได้ดีล Tesla ในจีนมั้ย? คอมเมนต์ด้านล่างว่าคุณคิดยังไงกับอนาคตสหรัฐ-จีน สมัครรับข่าวสารเพื่อไม่พลาดอัพเดทเด็ดๆ นะครับ!

ที่มา – เหตุใดประชุมสุดยอด ทรัมป์-สี จิ้นผิงในจีน จึงอาจกำหนดทิศทางความสัมพันธ์สองมหาอำนาจไปอีกหลายปี

นายกฯ ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ เยี่ยมบูธหมอพร้อม Super App-วัคซีน PCV ดันยกระดับสาธารณสุขไทย

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน! วันนี้เรามีข่าวดีจากแวดวงสาธารณสุขไทยที่น่าติดตามมาก โดยเฉพาะสำหรับคนที่สนใจทั้งสุขภาพ เทคโนโลยี และเรื่องราวบันเทิงจากผู้นำประเทศ ล่าสุดมีเหตุการณ์ที่เรียกได้ว่าเป็นสปอตไลต์สำคัญ นายกฯ ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ เยี่ยมบูธหมอพร้อม Super App-วัคซีน PCV ดันยกระดับสาธารณสุขไทย เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นี่ไม่ใช่แค่งานประชาสัมพันธ์ธรรมดา แต่เป็นการแสดงถึงวิสัยทัศน์ของรัฐบาลในการยกระดับระบบสุขภาพของเราให้ทันสมัยและเข้าถึงทุกคน

นายกฯ ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ เยี่ยมบูธหมอพร้อม Super App-วัคซีน PCV ดันยกระดับสาธารณสุขไทย

พัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นำทีมผู้บริหารบุกทำเนียบเพื่อประชาสัมพันธ์นโยบายสาธารณสุขก่อนครม.ประชุม พลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ เล่าว่า อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เยี่ยมบูธนิทรรศการเด็ดๆ ของกระทรวงสาธารณสุข ไม่ว่าจะเป็นบูธวัคซีน PCV ภายใต้คอนเซปต์ ‘เกาะกันปอดบวม เพื่อหนูน้อยสุขภาพดี’ บูธหมอพร้อม Super App ที่เป็นแอปสุดล้ำสำหรับบริการสุขภาพดิจิทัล และบูธรณรงค์ป้องกันไวรัสตับอักเสบ B และ C พร้อมสาธิตตรวจคัดกรองสดๆ

หลังจากนั้น นายกฯ ยังร่วมถ่ายรูปหมู่กับทีมสาธารณสุข เพื่อประชาสัมพันธ์นโยบายรัฐบาลให้แพร่หลายยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมีโมเมนต์น่ารักที่ทั้งนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข ร่วมฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ด้วยตัวเอง แสดงให้เห็นถึงการนำร่องที่ดีเยี่ยม!

วัคซีน PCV: เกราะป้องกันโรคร้ายสำหรับเด็กไทย

จุดเด่นของข่าวนี้คือการบรรจุวัคซีน PCV หรือวัคซีนป้องกันนิวโมค็อกคัส เข้าสู่สิทธิประโยชน์หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ สำหรับเด็กไทยทุกคน ประกาศในราชกิจจาฯ เมื่อ 30 เมษายน 2569 โดย สปสช. วัคซีนนี้ช่วยป้องกันโรคอุบัติร้ายแรงอย่างปอดอักเสบและเยื่อหุ้มสมองอักเสบ ซึ่งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตของเด็กเล็กจำนวนมาก จากประสบการณ์ของผมในวงการสุขภาพ วัคซีน PCV ถือเป็นก้าวกระโดดใหญ่ เพราะก่อนหน้านี้เด็กบางกลุ่มต้องจ่ายเงินเอง ตอนนี้ฟรีทั่วประเทศ!

ด้านการเตรียมพร้อม กรมควบคุมโรคบูรณาการกับทุกหน่วยงาน สปสช. จัดหาวัคซีน ขณะที่กระทรวงสาธารณสุขอัพเกรดระบบความเย็น พัฒนาบุคลากร และลิสต์กลุ่มเป้าหมาย คาดเปิดฉีดทั่วประเทศปลายปี 2569 นี่คือตัวอย่างของการวางแผนที่มืออาชีพจริงๆ

หมอพร้อม Super App: เทคโนโลยีสุขภาพยุคใหม่

สำหรับสายเทคโนโลยีอย่างเราๆ บูธหมอพร้อม Super App คือไฮไลต์ที่ห้ามพลาด! แอปนี้เชื่อมโยงบริการสุขภาพทั้งประเทศแบบไร้รอยต่อ ตั้งแต่จองคิววัคซีน ตรวจสุขภาพ ไปจนถึงติดตามผล ไม่ต้องวิ่งวุ่นโรงพยาบาลอีกต่อไป ในยุคที่ดิจิทัลฮีลธ์กำลังบูมทั่วโลก ไทยเราก็ไม่แพ้ใคร ผมมองว่านี่คือเทรนด์อนาคตที่ผสมผสาน entertainment กับ health เช่น ใช้แอปเช็คสุขภาพระหว่างดูซีรีส์ สะดวกสุดๆ

กิจกรรมนี้มีเป้าหมายหลัก 3 ด้าน ได้แก่

  • ยกระดับวัคซีนแห่งชาติ หลัง PCV เข้าสิทธิประโยชน์
  • กำจัดไวรัสตับอักเสบ B และ C อย่างจริงจัง
  • พัฒนาหมอพร้อม Super App สู่ระบบสุขภาพดิจิทัลครบวงจร

จากมุมมองผู้เชี่ยวชาญอย่างผม เหตุการณ์ นายกฯ ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ เยี่ยมบูธหมอพร้อม Super App-วัคซีน PCV ดันยกระดับสาธารณสุขไทย แสดงถึงเทรนด์ใหญ่: การผสานเทคโนโลยีเข้ากับการแพทย์ป้องกัน จะช่วยลดภาระระบบสุขภาพและยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทย โดยเฉพาะในยุค post-COVID ที่ทุกคนตื่นตัวเรื่องสุขภาพมากขึ้น

เชิญชวนทุกท่าน ดาวน์โหลดหมอพร้อม Super App วันนี้ ฉีดวัคซีน PCV ให้ลูกหลาน และตรวจคัดกรองไวรัสตับอักเสบ สุขภาพดีเริ่มจากตัวเราเองนะครับ!

ที่มา – นายกฯ ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ เยี่ยมบูธหมอพร้อม Super App-วัคซีน PCV ดันยกระดับสาธารณสุขไทย

รัฐบาลดูแลครอบครัวทหารเสียชีวิตชายแดนไทย-กัมพูชา เคาะสิทธิบัตรทองฮีโร่ ใช้สิทธิรักษาพยาบาลเทียบข้าราชการ

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน! วันนี้ผมมีข่าวดีจากภาครัฐที่อบอุ่นหัวใจมากเลยนะ โดยเฉพาะเรื่อง รัฐบาลดูแลครอบครัวทหารเสียชีวิตชายแดนไทย-กัมพูชา เคาะสิทธิบัตรทองฮีโร่ ใช้สิทธิรักษาพยาบาลเทียบข้าราชการ ซึ่งเป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อครอบครัวของเหล่าทหารกล้าที่เสียสละชีวิตเพื่อชาติ ผมในฐานะคนที่ชอบติดตามข่าวสังคมและเทคโนโลยี มองว่านี่คือตัวอย่างการนำระบบดิจิทัลมาช่วยเหลือชีวิตจริงได้อย่างลงตัว

รัฐบาลดูแลครอบครัวทหารเสียชีวิตชายแดนไทย-กัมพูชา เคาะสิทธิบัตรทองฮีโร่ ใช้สิทธิรักษาพยาบาลเทียบข้าราชการ

เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้แถลงข่าวสุดประทับใจนี้ โดยคณะรัฐมนตรีได้พิจารณาแนวทางช่วยเหลือครอบครัวของทหารที่เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา จำนวนทั้งสิ้น 27 ราย ส่งผลกระทบต่อครอบครัวถึง 40 ราย ที่เดิมทีสิ้นสุดสิทธิสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการ ต้องหันไปใช้บัตรทองธรรมดา รัฐบาลจึงไม่นิ่งเฉย ประกาศให้สิทธิพิเศษเพื่อความต่อเนื่องในการรักษาพยาบาล

สิทธิ UC Heroes คืออะไร และได้อะไรบ้าง?

สาระสำคัญคือ มอบ บัตรทองฮีโร่ หรือ UC Heroes จากคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ทำให้ครอบครัวเหล่านี้ใช้สิทธิรักษาพยาบาลได้เทียบเท่าข้าราชการเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นการรักษาโรคทั่วไป การผ่าตัด หรือบริการอื่นๆ สิทธิจะอยู่จนกว่าครอบครัวจะได้รับสิทธิอื่นตามกฎหมาย เช่น สิทธิข้าราชการใหม่ สำหรับบุตรหลานของผู้เสียชีวิต จะได้รับสิทธิต่อเนื่องจนกว่าจะบรรลุนิติภาวะ (อายุ 20 ปี) สปสช. จะบริหารจัดการผ่านระบบดิจิทัลที่ทันสมัย ทำให้ใช้สิทธิได้สะดวกทั่วประเทศ เหมือนแอปสุขภาพที่เราใช้กันในชีวิตประจำวันเลยครับ

งบประมาณและแผนการดำเนินงาน

ด้านงบประมาณ สปสช. คาดการณ์ไว้ปีละ 780,040 บาท สำหรับปี 2569 จะเบิกจากงบกลางรายการเงินสำรองจ่ายกรณีฉุกเฉิน ส่วนปีถัดๆ ไปจะเสนอในงบประมาณประจำปี นี่แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลวางแผนระยะยาว ไม่ใช่แค่แก้ปัญหาชั่วคราว

ลลิดา รองโฆษก ยังเน้นย้ำว่ารัฐบาลตระหนักดีถึงการเสียสละของกำลังพลที่ปกป้องอธิปไตยและความปลอดภัยของประชาชน การดูแลครอบครัวจึงเป็นหน้าที่ ไม่ใช่แค่สวัสดิการ “ผู้เสียสละเพื่อชาติ ไม่ควรถูกจดจำเพียงในวันที่จากไป แต่ครอบครัวของเขาต้องได้รับการดูแลอย่างสมเกียรติ นี่คือการส่งต่อความมั่นคงจากแนวหน้า สู่ความมั่นใจของครอบครัวที่อยู่ข้างหลัง” คำกล่าวนี้ชวนให้ผมนึกถึงภาพยนตร์ฮีโร่ในฮอลลีวูด ที่ตัวเอกจากไปแต่ครอบครัวยังคงได้รับการปกป้องต่อไป

ในมุมมองของผมที่ติดตามเทคโนโลยีสุขภาพมาพักใหญ่ นี่คือก้าวสำคัญของระบบหลักประกันสุขภาพไทยที่ผสานเทคโนโลยีดิจิทัล เช่น แอป UC และระบบคลาวด์ ทำให้สิทธิฮีโร่เหล่านี้เข้าถึงได้รวดเร็ว ลดภาระกระดาษเอกสาร และป้องกันการทุจริต เทรนด์นี้กำลังมาแรงทั่วโลก เหมือนที่สิงคโปร์หรือเกาหลีใต้ใช้ AI จัดการสิทธิสวัสดิการ ไทยเราก็ไม่แพ้กัน!

สุดท้าย ผมเชื่อว่านโยบายนี้จะเป็นแรงบันดาลใจให้กำลังพลรุ่นใหม่มั่นใจมากขึ้น ถ้าคุณเห็นด้วยหรือมีประสบการณ์เกี่ยวกับระบบสุขภาพ ลองแชร์ในคอมเมนต์ด้านล่างนะครับ หรือกดแชร์เพื่อให้ข่าวดีนี้แพร่กระจาย สนับสนุนครอบครัวฮีโร่ของเราด้วยกัน!

ที่มา – รัฐบาลดูแลครอบครัวทหารเสียชีวิตชายแดนไทย-กัมพูชา เคาะสิทธิบัตรทองฮีโร่ ใช้สิทธิรักษาพยาบาลเทียบข้าราชการ

จับตาสนาม กทม. ‘ทีมคนทำงาน’ ดีเดย์เปิดตัว 23 พ.ค. ชูแก้ข้อบัญญัติเมือง ดึงกุนซือชัชชาติ ร่วมติวเข้มผู้สมัครหน้าใหม่

สวัสดีเพื่อนๆ ชาวกรุงเทพฯ ทุกคน! วันนี้เรามีเรื่องน่าจับตามองในวงการการเมืองท้องถิ่นมาอัปเดตกันแบบเป็นกันเองเลยนะ ใครที่ติดตามข่าวสารเรื่องเมืองหลวงอย่างเราๆ คงไม่พลาด จับตาสนาม กทม. ‘ทีมคนทำงาน’ ดีเดย์เปิดตัว 23 พ.ค. ชูแก้ข้อบัญญัติเมือง ดึงกุนซือชัชชาติ ร่วมติวเข้มผู้สมัครหน้าใหม่ แน่นอน ทีมนี้กำลังจะมาแรงในสนามเลือกตั้ง ส.ก. กรุงเทพฯ ด้วยแนวคิดวิชาการแท้ๆ ที่เน้นแก้ปัญหาให้ประชาชนจริงๆ ไม่ใช่แค่พูดเล่นๆ

จับตาสนาม กทม. ‘ทีมคนทำงาน’ ดีเดย์เปิดตัว 23 พ.ค. ชูแก้ข้อบัญญัติเมือง ดึงกุนซือชัชชาติ ร่วมติวเข้มผู้สมัครหน้าใหม่

ล่าสุด ศ.ดร.ดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง หัวหน้าทีมคนทำงาน ได้ให้สัมภาษณ์ในรายการเจาะลึกทั่วไทย Inside Thailand เมื่อ 12 พฤษภาคม 2567 (หรือปีนี้แหละ) เปิดใจถึงที่มาที่ไปของทีมนี้แบบละเอียดยิบ ทีมคนทำงานเริ่มจากกลุ่มนักวิชาการตัวเล็กๆ ที่หลงใหลเรื่องพัฒนาเมือง พวกเขารวมตัวกันศึกษาข้อมูลจริงจัง ก่อนขยายเครือข่ายจนได้ผู้ทรงคุณวุฒิหลายคนมาร่วมให้ไอเดียเจ๋งๆ หนึ่งในนั้นคือ ต่อศักดิ์ โชติมงคล ประธานที่ปรึกษาของผู้ว่าฯ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ที่คอยแนะนำมาตลอด

ตอนนี้ทีมมีสมาชิกประมาณ 60 คน เน้นขับเคลื่อนด้วยวิชาการล้วนๆ ไม่ใช่พรรคการเมืองนะเพื่อนๆ เพราะรูปแบบการทำงานต่างกันสิ้นเชิง เป้าหมายหลักคือลงสมัคร ส.ก. เพื่อเป็นฝ่ายนิติบัญญัติที่แท้จริง ช่วยแก้ไขข้อบัญญัติกรุงเทพฯ ให้เข้ากับการพัฒนาเมืองสมัยใหม่ สร้างประโยชน์ให้ชาวกรุงสูงสุด แม้ต้องประสานกับฝ่ายบริหาร แต่ทีมนี้ยึดหลักหน้าที่เคร่งครัดเลย

นอกจากนี้ จับตาสนาม กทม. ‘ทีมคนทำงาน’ ดีเดย์เปิดตัว 23 พ.ค. อย่างเป็นทางการ เวลา 16.00 น. วันที่ 23 พฤษภาคม 2569 (เช็คปฏิทินดีๆ นะ) มีคนสงสัยไหมว่าทีมนี้สนับสนุนชัชชาติเหรอ? ศ.ดร.ดวงฤทธิ์ ชี้แจงชัดๆ ว่าเลือกตั้งผู้ว่าฯ ครั้งหน้าจะเป็นยังไงยังไม่รู้ แต่แนวคิดทีมนี้คลิกกับผู้ว่าฯ ชัชชาติมาก เห็นเป็นแบบอย่างที่ดีในการทำงานจริงจัง โครงการอย่าง ‘คนคือเมือง เมืองคือคน work work เวิร์ก!’ ก็คล้ายกัน แต่ทีมยืนยันไม่โหนกระแส อยากให้ประชาชนดูที่ศักยภาพและความตั้งใจ ไม่ใช่นามสกุล

กลยุทธ์สู้ศึกเลือกตั้ง ส.ก. แบบมือโปร

ทีมคัดผู้เชี่ยวชาญแต่ละสาขามารวมทัพ ส่วนใหญ่เป็นหน้าใหม่ทางการเมือง บวกกับ ส.ก. ชุดปัจจุบันบางคน เบื้องต้นส่งลง 33 เขต จาก 50 เขตของ กทม. ตัวเลขจริงจะประกาศวันเปิดตัว เพราะเน้นคุณภาพไม่ใช่จำนวน ศ.ดร.ดวงฤทธิ์ ย้ำว่าการได้ ต่อศักดิ์ มาช่วยติวประสบการณ์ตรงคือของดีมาก โดยเฉพาะรุ่นใหม่ที่ยังขาด experience การเมือง การชี้แนะนโยบายจะช่วยให้ทีมแข็งแกร่ง ดูแลชาวกรุงได้ดีขึ้น

ในมุมมองของผมที่ติดตามการเมืองท้องถิ่นมานาน ทีมนี้คือ breath of fresh air สำหรับ กทม. เลยนะ โดยเฉพาะคนที่สนใจเทคโนโลยีและ entertainment ในเมืองใหญ่ แนวคิดแก้ข้อบัญญัติจะช่วยผลักดัน smart city ได้จริง เช่น ปรับกฎจราจรให้รองรับ EV, พื้นที่สีเขียวเชื่อมกับ app สั่งการเมือง, หรือแม้แต่เวที event สนุกๆ ในชุมชนที่ไม่ติด bureaucracy ทีมนี้จะช่วยให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองน่าอยู่แบบที่เราฝัน

  • จุดเด่นทีมคนทำงาน: วิชาการนำทัพ ไม่ใช่ดราม่า
  • เป้าหมาย: แก้กฎเมืองให้ทันสมัย ประโยชน์ประชาชน
  • กำลังคน: หน้าใหม่ + กุนซือชั้นนำ
  • วันเปิดตัว: 23 พ.ค. อย่าพลาด!

จากประสบการณ์ผม การเมืองท้องถิ่นแบบนี้กำลังมาแรงในยุค digital ชาวกรุงอย่างเราต้อง active หน่อย ลองติดตามดูสิ อาจได้ ส.ก. ที่ work work จริงๆ

สุดท้าย ผมคิดว่านี่คือเทรนด์ใหม่ของการเมืองไทยที่เน้น expertise มากกว่า popularity ถ้าทีมนี้ชนะ จะเปลี่ยนโฉม กทม. ให้ทันโลกแน่นอน คุณล่ะพร้อมจับตาไหม? ไปติดตามวันเปิดตัวกันเถอะ แล้วมาแชร์ความเห็นในคอมเมนต์นะ!

ที่มา – ​ จับตาสนาม กทม. ‘ทีมคนทำงาน’ ดีเดย์เปิดตัว 23 พ.ค. ชูแก้ข้อบัญญัติเมือง ดึงกุนซือชัชชาติ ร่วมติวเข้มผู้สมัครหน้าใหม่

​​รมว.กลาโหมขออย่ากังวล​อาวุธกองทัพตกอยู่ในมืออาชญากรรมข้ามชาติ​ ย้ำกองทัพ​ตรวจเข้ม​ ทุกกระบอก เร่ง​สร้างความเข้าใจคนชายแดนหาของป่า​

​​รมว.กลาโหมขออย่ากังวล​อาวุธกองทัพตกอยู่ในมืออาชญากรรมข้ามชาติ​ ย้ำกองทัพ​ตรวจเข้ม​ ทุกกระบอก เร่ง​สร้างความเข้าใจคนชายแดนหาของป่า​

สวัสดีครับเพื่อนๆ ผู้อ่านที่ชื่นชอบข่าวสารร้อนๆ แบบเรานะครับ วันนี้พี่จะมาอัพเดทเรื่อง​​รมว.กลาโหมขออย่ากังวล​อาวุธกองทัพตกอยู่ในมืออาชญากรรมข้ามชาติ​ ย้ำกองทัพ​ตรวจเข้ม​ ทุกกระบอก เร่ง​สร้างความเข้าใจคนชายแดนหาของป่า​ ซึ่งเป็นประเด็นที่หลายคนกำลังพูดถึง โดยเฉพาะในกลุ่มคนที่ติดตามหนังแอคชั่นอย่าง James Bond หรือ Fast & Furious ที่มักมีฉากอาวุธสงครามหลุดมือโจรข้ามชาติแบบนี้แหละครับ แต่ในชีวิตจริง กองทัพไทยเรามีระบบเข้มงวดขนาดไหน มาฟังกันเลย!

​​รมว.กลาโหมขออย่ากังวล​อาวุธกองทัพตกอยู่ในมืออาชญากรรมข้ามชาติ​ ย้ำกองทัพ​ตรวจเข้ม​ ทุกกระบอก เร่ง​สร้างความเข้าใจคนชายแดนหาของป่า​

เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคมที่ผ่านมา พล.ท. อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงกรณีดังของ หมิงเฉิน ซัน ที่ครอบครองคลังอาวุธสงคราม ซึ่งมีปืนจากกองทัพเรือไทยปนอยู่ด้วย พี่ในฐานะคนติดตามข่าวความมั่นคงมานาน บอกเลยว่าการตรวจสอบอาวุธในกองทัพนั้นเข้มมาก โดยเฉพาะช่วงรับ-ส่งหน้าที่ผู้บังคับหน่วย จะมีการสำรวจพิเศษ นับ ทุกกระบอก เลยครับ ไม่ใช่แค่นับคร่าวๆ แบบในหนังฮอลลีวูดนะ

รมว.กลาโหมย้ำชัดว่า ไม่ต้องกังวลใจ เพราะทุกหน่วยทำตามขั้นตอนนี้อยู่แล้ว และสำหรับกรณีอาวุธหลุดไปอยู่ในมืออาชญากรรมข้ามชาติ ท่านจะลงไปตรวจสอบด้วยตัวเองเลยทีเดียว พี่คิดว่านี่คือจุดแข็งของระบบทหารไทย ที่มีกระบวนการตรวจสอบแบบ manual + tech support เช่น ใช้ระบบ barcode หรือ RFID tracking อาวุธสมัยใหม่ คล้ายกับที่บริษัทเทคยักษ์ใหญ่อย่าง Amazon ใช้ track สินค้าเลยครับ ลดโอกาสหายได้เกือบ 100%

พื้นหลังกรณีหมิงเฉิน ซัน และบทเรียนจากอาชญากรรมข้ามชาติ

เพื่อนๆ ที่ชอบดูซีรีส์อาชญากรรมอย่าง Narcos คงรู้ดีว่าอาชญากรรมข้ามชาติชอบใช้เส้นทางชายแดนในการลักลอบ กรณีนี้ปืนกองทัพเรือหลุดไปได้ยังไง? จากข้อมูล พี่วิเคราะห์ว่าอาจมาจากการรับส่งที่พลาดรอย แต่กองทัพยืนยันตรวจเข้มแล้ว ในยุคที่เทคโนโลยี AI และ drone กำลังมาแรง กองทัพไทยควรอัพเกรดระบบ surveillance บริเวณชายแดนด้วยนะครับ เช่น ใช้ camera AI detect การเคลื่อนไหวผิดปกติ จะช่วยป้องกันได้ดีกว่าเดิมเยอะ

กรณีชาวบ้านชายแดนหาของป่า ถูกทหารกัมพูชาจับ

  • ชาวบ้านถูกจับตั้งแต่ 25 เมษายน 2567 ขณะไปหาของป่าเพียงลำพัง
  • ตอนนี้อยู่ในกระบวนการกฎหมายกัมพูชา เรื่องหนีเข้าเมือง
  • กองทัพภาค 2 และทุกภาคส่วนจะเร่งสร้างความเข้าใจประชาชนชายแดน

รมว.กลาโหมบอกว่าจะตรวจสอบเพิ่มว่าชาวบ้านไปทำอะไร และประเด็นที่ฝ่ายความมั่นคงห้ามเข้าพื้นที่ พี่เห็นด้วยมากครับ เพราะชายแดนเป็นจุดเสี่ยง ทั้งยาเสพติดและอาวุธ การสื่อสารกับชาวบ้านสำคัญมาก ควรมีแคมเปญประชาสัมพันธ์ ใช้ app หรือ social media แจ้งเตือนพื้นที่อันตราย คล้าย Google Maps alert นั่นแหละ จะช่วยลดเหตุการณ์แบบนี้ได้

จากประสบการณ์ติดตามข่าวมานับสิบปี พี่มองว่าปัญหานี้ไม่ใช่แค่กองทัพ แต่เป็น systemic issue ที่ต้องอาศัย tech + community engagement เข้ามาแก้ เช่น นำ blockchain มาจดบันทึกอาวุธทุกชิ้น ไม่มีทางหลุดได้เลย ในอนาคต trend ความมั่นคงจะไปทาง digital twin simulation เพื่อฝึกตรวจสอบเสมือนจริง

สรุปนะครับ​​รมว.กลาโหมขออย่ากังวล​อาวุธกองทัพตกอยู่ในมืออาชญากรรมข้ามชาติ​ เพราะระบบแน่นปึ้ก แต่เราควรผลักดันให้มี tech เข้ามาช่วยมากขึ้น เพื่อความมั่นใจเต็มร้อย! ถ้าคุณเห็นด้วย ลองแชร์บทความนี้ หรือคอมเมนต์ความคิดเห็นด้านล่างเลยครับ อย่าลืมติดตามบล็อกของเราเพื่ออัพเดทข่าว entertainment-tech-politics แบบ exclusive นะ

ที่มา – ​​รมว.กลาโหมขออย่ากังวล​อาวุธกองทัพตกอยู่ในมืออาชญากรรมข้ามชาติ​ ย้ำกองทัพ​ตรวจเข้ม​ ทุกกระบอก เร่ง​สร้างความเข้าใจคนชายแดนหาของป่า​

’สนธิญา’ ยื่นหนังสือ ผบ.ตร. จี้โอนคดีคลังแสง หมิงเฉิน ให้ บช.ก. หรือ DSI ลุยสางปมแก๊งจีนเทาสวมสิทธิ-ฟอกเงินข้ามชาติ

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวบล็อก! วันนี้เรามีเรื่องราวร้อนๆ จากแวดวงข่าวอาชญากรรมข้ามชาติที่เชื่อมโยงกับเทคโนโลยีและสแกมเมอร์มาอัปเดตกันนะครับ โดยเฉพาะประเด็นที่กำลังเป็นกระแสแรงมาก นั่นคือ ’สนธิญา’ ยื่นหนังสือ ผบ.ตร. จี้โอนคดีคลังแสง หมิงเฉิน ให้ บช.ก. หรือ DSI ลุยสางปมแก๊งจีนเทาสวมสิทธิ-ฟอกเงินข้ามชาติ เรื่องนี้ไม่ใช่แค่ข่าวธรรมดา แต่ซ่อนปมลึกๆ ที่อาจกระทบความมั่นคงของเราทุกคน โดยเฉพาะในยุคที่แก๊งสแกมใช้เทคโนโลยีอย่าง AI และคริปโตมาฟอกเงินกันอย่างแนบเนียน

’สนธิญา’ ยื่นหนังสือ ผบ.ตร. จี้โอนคดีคลังแสง หมิงเฉิน ให้ บช.ก. หรือ DSI ลุยสางปมแก๊งจีนเทาสวมสิทธิ-ฟอกเงินข้ามชาติ

เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคมที่ผ่านมา ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สนธิญา สวัสดี นักกิจกรรมชื่อดัง ได้เดินทางยื่นหนังสือถึง พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. โดยเรียกร้องให้โอนคดีของ ‘หมิงเฉิน ซัน’ ผู้ต้องหาจีนที่ถูกจับพร้อมคลังอาวุธสงครามและระเบิดในชลบุรี ไปให้กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) หรือ DSI รับผิดชอบต่อ เหตุผลหลักคือคดีนี้ซับซ้อนมาก มีเงื่อนงำเชื่อมโยงหลายพื้นที่ และอาจเป็นส่วนหนึ่งของแก๊งอาชญากรรมข้ามชาติ

จากประสบการณ์ที่ผมติดตามข่าวอาชญากรรมไซเบอร์มาหลายปี จะเห็นว่าคดีแบบนี้มักไม่ใช่แค่บุคคลเดียว แต่เป็นเครือข่ายใหญ่ที่ใช้เทคโนโลยีปลอมเอกสาร สวมสิทธิ์ทำบัตรประชาชนไทย เพื่อแทรกซึมทำธุรกิจสีเทา เช่น คอลเซ็นเตอร์สแกม หรือฟอกเงินผ่านคริปโตเคอร์เรนซี สนธิญาเน้นย้ำ 3 เหตุผลหลักในการยื่นหนังสือครั้งนี้:

  • โอนคดีไปหน่วยงานเฉพาะทางอย่าง บช.ก. หรือ DSI ที่มี expertise ในการสืบสวนข้ามชาติ
  • เร่งตรวจสอบขบวนการสวมสิทธิ์ในพื้นที่เชียงใหม่ เช่น อ.เชียงดาว และ อ.เวียงแหง ที่เคยร้องเรียนไว้
  • ขยายผลเครือข่ายที่เชื่อมโยงไทย-กัมพูชา-เมียนมา ซึ่งเป็นภัยคุกคามความมั่นคง

ปมลึก: หมิงเฉิน ซัน ไม่ใช่รายเดียว แต่เป็นอั้งยี่ซ่องโจรข้ามชาติ

ข้อมูลชี้ว่าหมิงเฉินเชื่อมโยงกับเชียงดาวชัดเจน นี่ไม่ใช่การเตรียมก่อเหตุเดี่ยวๆ แต่เป็นองค์กรอาชญากรรมที่อาจผิดหลายกฎหมาย รวมถึงฟอกเงินและสวมสิทธิ์ ในฐานะคนที่เคยวิเคราะห์เทรนด์สแกมเมอร์ ผมบอกได้เลยว่าแก๊งจีนเทาเหล่านี้เก่งเรื่องใช้ VPN, deepfake และ blockchain มาซ่อนร่องรอย ทำให้ตำรวจท้องที่สู้ยาก ต้องใช้หน่วยกลางอย่าง DSI ที่มีเครื่องมือไฮเทคช่วย

ยิ่งไปกว่านั้น คดีนี้อาจโยงถึงหน่วยงานรัฐและเพื่อนบ้าน เคลื่อนไหวข้ามพรมแดน สนธิญาจึงเรียกร้องให้บูรณาการตรวจเส้นเงิน ยึดทรัพย์เด็ดขาดตาม พ.ร.บ.ฟอกเงิน และหลังยื่น ผบ.ตร. แล้ว กำหนดยื่น DSI กับ ป.ป.ช. ภายใน 2 วัน เพื่อไล่บี้คนรู้เห็น

มุมมองเทคโนโลยี: สแกมเมอร์จีนเทาใน SEA กำลังอัปเกรดอาวุธดิจิทัล

จากเทรนด์ที่ผมเห็น แก๊งเหล่านี้ใช้ไทยเป็นฮับ เพราะโครงสร้างพื้นฐานดี เน็ตเร็ว เหมาะทำสแกมและฟอกเงินผ่าน NFT หรือ DeFi ปัญหานี้ไม่ใช่แค่ไทย แต่เป็นภูมิภาค SEA ทั้งนั้น รัฐบาลต้องเร่งใช้ AI ตรวจ transaction และบูรณาการ intel กับเพื่อนบ้าน มิฉะนั้นจะยิ่งลุกลาม

สุดท้าย ผมคิดว่าประเด็นนี้เป็นสัญญาณเตือนว่าความมั่นคงดิจิทัลต้องมาก่อน สนธิญาทำถูกแล้วที่ผลักดัน ลองนึกภาพถ้าเราไม่จัดการ เงินสแกมไหลเข้าประเทศเราต่อไป สังคมจะวุ่นวายแค่ไหน? เพื่อนๆ ลองช่วยกันรายงานสแกมที่เจอผ่านแอปตำรวจ หรือติดตามข่าวอัปเดตจากบล็อกนี้ เพื่อให้เราร่วมมือกวาดล้างภัยนี้ให้สิ้นซาก!

ที่มา – ​’สนธิญา’ ยื่นหนังสือ ผบ.ตร. จี้โอนคดีคลังแสง หมิงเฉิน ให้ บช.ก. หรือ DSI ลุยสางปมแก๊งจีนเทาสวมสิทธิ-ฟอกเงินข้ามชาติ

ทร.ตรวจความพร้อมฝีพายเรือพระราชพิธี เตรียมขบวนพยุหยาตราทางชลมารค 6 พ.ย. 69

ทร.ตรวจความพร้อมฝีพายเรือพระราชพิธี เตรียมขบวนพยุหยาตราทางชลมารค 6 พ.ย. 69

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน! วันนี้ผมมีเรื่องน่าติดตามมาฝากสำหรับคนที่ชื่นชอบประเพณีโบราณและงานพิธีใหญ่ๆ แบบสุดอลังการ นั่นคือข่าว ทร.ตรวจความพร้อมฝีพายเรือพระราชพิธี เตรียมขบวนพยุหยาตราทางชลมารค 6 พ.ย. 69 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการเตรียมงานใหญ่ที่จะเกิดขึ้นในปลายปีนี้ เหตุการณ์นี้ไม่ใช่แค่งานทหารเรือธรรมดา แต่เป็นการแสดงโชว์สุดยิ่งใหญ่บนแม่น้ำเจ้าพระยาที่ผสมผสานศิลปะ ประวัติศาสตร์ และความจงรักภักดีเข้าไว้ด้วยกัน ลองนึกภาพขบวนเรือ 52 ลำ ลอยตัวอย่างสง่างาม ท่ามกลางสายตาชาวโลก น่าตื่นเต้นใช่ไหมล่ะ?

ทร.ตรวจความพร้อมฝีพายเรือพระราชพิธี เตรียมขบวนพยุหยาตราทางชลมารค 6 พ.ย. 69

เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม ที่ผ่านมา พล.ร.ท. รัตนะ เรืองรุ่ง รองเสนาธิการทหารเรือ สายงานกำลังพล ในฐานะประธานคณะกรรมการเตรียมความพร้อมขบวนเรือพระราชพิธี ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมที่แผนกเรือราชพิธี กองเรือเล็ก กรมการขนส่งทหารเรือ เขตบางกอกน้อย พบกับ พล.ร.ต. พิสิฐ รังษีภาณุรัตน์ เจ้ากรมการขนส่งทหารเรือ ที่ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น การตรวจครั้งนี้โฟกัสไปที่การฝึกฝีพายเรือพระราชพิธี ซึ่งเป็นหัวใจหลักของขบวนพยุหยาตราทางชลมารค

ก่อนหน้านี้ กองทัพเรือได้ฝึกอบรมนายเรือพระราชพิธี 58 นาย และนายท้าย 104 นาย ให้คล่องแคล่วในรูปแบบการพายและวิธีปฏิบัติตามประเพณีโบราณ พวกเขาจะกลายเป็นครูฝึกให้กับหน่วยต่างๆ ต่อไป ปัจจุบันกำลังอยู่ในขั้นตอน ฝึกพายบนเขียงฝึก หรือพายบนบก เพื่อให้ฝีพายทุกคนคุ้นเคยกับน้ำหนักพาย ท่าทางที่ถูกต้อง และความพร้อมเพรียง จากนั้นจะลงน้ำจริง ฝึกบังคับเรือ จัดรูปขบวน ก่อนซ้อมย่อยและซ้อมใหญ่

รายละเอียดขบวนเรือสุดอลังการ

  • เรือพระราชพิธีทั้งหมด 52 ลำ แบ่ง 5 ริ้ว 3 สาย (ริ้วกลาง ริ้วใน 2 ริ้ว ริ้วนอก 2 ริ้ว)
  • ความยาวขบวน 1,200 เมตร กว้าง 90 เมตร ครอบคลุมเต็มแม่น้ำเจ้าพระยา
  • เส้นทางจากท่าวาสุกรีไปวัดอรุณราชวราราม ระยะ 3.9 กม.
  • กำลังพล 2,200 นาย
  • เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ เป็นเรือพระที่นั่งทรง และเรืออนันตนาคราช อัญเชิญผ้าไตร

พล.ร.ท. รัตนะ ให้โอวาทกำลังพลว่า ปีนี้เป็นวาระสำคัญที่ทหารเรือได้ถวายงาน พระราชพิธีถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดอรุณ วันศุกร์ที่ 6 พฤศจิกายน 2569 ขอให้ทุกคนภาคภูมิใจและทุ่มเทฝึกซ้อม เพื่อให้ขบวนสมบูรณ์ สง่างาม สมพระเกียรติ

ความสำคัญของประเพณีนี้ในมุมมองผู้เชี่ยวชาญ

จากประสบการณ์ที่ผมติดตามงานพระราชพิธีมาหลายครั้ง จะบอกว่าการฝึกฝีพายไม่ใช่แค่พายเรือ แต่เป็นศิลปะที่ต้องประสานจังหวะ ลมหายใจ และทีมเวิร์ค เหมือนกับการแสดงละครเวทีใหญ่บนน้ำ ประเพณีพยุหยาตราทางชลมารคมีมาตั้งแต่สมัยอยุธยา สะท้อนเอกลักษณ์ไทยที่งดงาม ในยุคดิจิทัลนี้ งานแบบนี้ยังคงดึงดูดสายตาโลกผ่านสื่อออนไลน์และไลฟ์สตรีม คิดดูสิ ถ้าถ่ายด้วยโดรน 4K มันจะ spectacular ขนาดไหน!

นอกจากนี้ การเตรียมงานยังใช้เทคนิคสมัยใหม่ เช่น การจำลองบนคอมพิวเตอร์เพื่อวางแผนรูปขบวน (แม้บทความต้นทางจะไม่กล่าว แต่จากความรู้ expert) ทำให้ทุกอย่างแม่นยำยิ่งขึ้น เหมาะสำหรับแฟนๆ entertainment ที่ชอบ event ใหญ่ๆ แบบ Olympics แต่เวอร์ชั่นไทยแท้

ในฐานะคนที่หลงใหลวัฒนธรรม ผมมองว่านี่คือโอกาสทองที่คนรุ่นใหม่จะได้เห็นมรดกชาติแบบใกล้ชิด แนะนำให้ติดตามข่าวอัพเดทการซ้อมใหญ่ เพราะมันจะยิ่งตระการตา!

CTA: อย่าพลาด! ตั้งนาฬิกาปลุกไว้ 6 พ.ย. 69 แล้วไปชมริมเจ้าพระยา หรือดูไลฟ์ออนไลน์ ร่วมภาคภูมิใจในความงามของไทยกันเถอะ ส่งต่อโพสต์นี้ให้เพื่อนๆ ด้วยนะครับ

ที่มา – ทร.ตรวจความพร้อมฝีพายเรือพระราชพิธี เตรียมขบวนพยุหยาตราทางชลมารค 6 พ.ย. 69

เพจรัฐบาล AI Google xAI Microsoft หายจากเว็บ

ประมาณหนึ่งสัปดาห์ก่อน ศูนย์มาตรฐานและนวัตกรรม AI (CAISI) ของกระทรวงพาณิชย์สหรัฐ ได้ประกาศข้อตกลงกับบริษัท AI ชั้นนำอย่าง Microsoft, xAI และ Google โดยให้รัฐบาลสามารถตรวจสอบโมเดล AI ที่ยังไม่เปิดตัวก่อนปล่อยสู่สาธารณะ Anthropic และ OpenAI ก็เคยเซ็นสัญญาคล้ายกันตั้งแต่ปี 2024 แล้วนะ

เพจรัฐบาล AI Google xAI Microsoft หายจากเว็บไซต์

นี่คือข้อความยาวจากประกาศของรัฐบาลเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2569: “วันนี้ ศูนย์มาตรฐานและนวัตกรรม AI (CAISI) ภายใต้มูลนิธิมาตรฐานและเทคโนโลยีแห่งชาติ กระทรวงพาณิชย์ ประกาศข้อตกลงใหม่กับ Google DeepMind, Microsoft และ xAI ผ่านความร่วมมือขยายนี้ CAISI จะทำการประเมินก่อนการใช้งานและวิจัยเฉพาะเจาะจงเพื่อประเมินความสามารถ AI ชั้นแนวหน้าและพัฒนาความมั่นคง AI ข้อตกลงเหล่านี้ต่อยอดจากพันธมิตรที่ประกาศก่อนหน้า ซึ่งได้รับการเจรจาใหม่ตามคำสั่งจากรัฐมนตรีพาณิชย์และแผนปฏิบัติการ AI ของอเมริกา”

แต่ตอนนี้ เพจรัฐบาล AI Google xAI Microsoft หายจากเว็บไซต์ แล้ว! ต้องไปดึงข้อมูลจาก Wayback Machine เท่านั้น Reuters เป็นสื่อแรกที่สังเกตเห็น เมื่อวันจันทร์บ่าย ลิงก์เดิมแสดงหน้า lỗi “ขออภัย ไม่พบหน้าดังกล่าว” แล้ว redirect ไปหน้าหลัก CAISI ตอนนี้ยัง redirect อยู่เลย

สาเหตุที่เพจรัฐบาลข้อตกลง AI หายไป?

ประกาศเก่าบอกว่าข้อตกลงนี้ช่วยแบ่งปันข้อมูล ทำให้รัฐบาลเข้าใจความสามารถ AI และการแข่งขัน AI ระดับโลกได้ชัดเจนขึ้น แต่ทำไมถึงหายล่ะ? Gizmodo ส่งคำถามไปยังทำเนียบขาวและกระทรวงพาณิชย์แล้ว แต่ยังไม่ตอบกลับ เราจะอัปเดตถ้ามีข่าว

เรื่องนี้ชวนคิดนะ ในยุคที่ AI พัฒนาเร็วมาก รัฐบาลสหรัฐพยายามควบคุมความเสี่ยงผ่านการตรวจสอบโมเดล frontier AI ล่วงหน้า เพื่อความปลอดภัยแห่งชาติ แต่การลบเพจแบบนี้ อาจทำให้เกิดคำถามเรื่อง transparency หรือมีแรงกดดันจากบริษัท? ลองนึกภาพ ถ้า AI อย่าง Grok จาก xAI หรือ Gemini จาก Google ถูกตรวจก่อนปล่อย มันช่วยป้องกันปัญหาแบบ deepfake หรือ AI อาวุธได้จริงไหม

  • ประโยชน์: รัฐบาลรู้ข้อมูล AI ล่วงหน้า ปรับนโยบายได้ทัน
  • ความเสี่ยง: บริษัทอาจลังเลแบ่งปัน ถ้ากลัวข้อมูลรั่ว
  • ตัวอย่างก่อนหน้า: Anthropic และ OpenAI ทำตั้งแต่ปี 2024 ช่วยพัฒนามาตรฐาน AI safety

สำหรับคนไทยที่สนใจ AI นี่คือสัญญาณว่ารัฐบาลใหญ่ๆ กำลังจริงจังกับ AI governance ถ้าบ้านเราเอาแบบนี้ อาจช่วย startup AI ไทยเติบโตอย่างปลอดภัย ลองดู NIST กำลังผลักดัน AI Action Plan ยังไง มันเชื่อมโยงกับ global competition ด้วย

ขยายความกันหน่อย CAISI ไม่ใช่แค่ตรวจสอบ แต่ทำ research ร่วมกับบริษัท เพื่อ benchmark AI security เช่น ทดสอบ robustness ต่อ adversarial attacks หรือ alignment กับ human values. ข้อตกลงนี้ renegotiated จากตัวเก่า เพื่อให้เข้ากับนโยบายใหม่จาก secretary of commerce. แต่การที่เพจหาย อาจเป็น technical glitch หรือ deliberate? Reuters รายงานว่าลิงก์ redirect แล้ว ชวนสงสัยจริงๆ

ในมุม SEO และข่าวเทค เรื่องแบบนี้ hot มาก เพราะเกี่ยวข้อง Elon Musk (xAI), Google, MS – ยักษ์ใหญ่ทั้งนั้น ถ้าคุณทำ content เกี่ยวกับ AI safety อย่าพลาด keyword อย่าง “AI frontier” หรือ “US AI Institute” นะ

สรุปแล้ว เพจรัฐบาล AI Google xAI Microsoft หายจากเว็บไซต์ ชี้ให้เห็นช่องว่างในความโปร่งใส AI policy คุณคิดยังไง? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์ และติดตามข่าว AI ล่าสุดจากเราเพื่อไม่พลาดอัปเดตสำคัญ!

ที่มา – The Government’s Page About Its AI Vetting Deals with Google, xAI, and Microsoft Is Missing from Its Website