ผู้เขียน: lalika69_admin

ผบ.ทอ. บินสวีเดน ติดตามความคืบหน้า Gripen E/F ลำแรกเข้าสายการผลิตแล้ว

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวเทคโนโลยีและข่าวบันเทิงที่แอบชอบเรื่องเครื่องบินรบสุดล้ำสมัย! วันนี้เรามีข่าวดีจากวงการทหารอากาศไทยที่น่าตื่นเต้นมากๆ เลยนะครับ ผบ.ทอ. บินสวีเดน ติดตามความคืบหน้า Gripen E/F ลำแรกเข้าสายการผลิตแล้ว นี่คือก้าวสำคัญที่ทำให้แฟนๆ เทคอย่างเราต้องยิ้มกว้าง เพราะ Gripen E/F คือเครื่องบินขับไล่รุ่นใหม่ที่ผสมผสานเทคโนโลยีสุดไฮเทคไว้เพียบ เหมือนกับ gadget สุดล้ำที่หลุดมาจากหนังไซไฟเลยล่ะ!

ผบ.ทอ. บินสวีเดน ติดตามความคืบหน้า Gripen E/F ลำแรกเข้าสายการผลิตแล้ว

เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคมที่ผ่านมา พล.อ.อ. เสกสรร คันธา ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) ในฐานะประธานกรรมการบริหารโครงการร่วมไทย-สวีเดนระดับรัฐบาล ได้นำคณะกรรมการโครงการจัดหาเครื่องบินขับไล่โจมตีทดแทนระยะที่ 1 (Gripen E/F) เดินทางไปยัง Swedish Defence Materiel Administration (FMV) ในกรุงสตอกโฮล์ม ประเทศสวีเดน เพื่อติดตามความคืบหน้าของโครงการนี้อย่างใกล้ชิด โดยได้หารือกับ Ms. Eva Hagwall รองผู้อำนวยการใหญ่ของ FMV เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือในอนาคตให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

ข่าวนี้ยิ่งน่าตื่นเต้นเพราะตอนนี้ ผบ.ทอ. บินสวีเดน ติดตามความคืบหน้า Gripen E/F ลำแรกเข้าสายการผลิตแล้ว จริงๆ ด้วย! บริษัท Saab ในเมืองลินเชอปิง ได้เริ่มผลิตลำแรกของกองทัพอากาศไทยเรียบร้อยแล้ว ซึ่งเป็นสัญญาณว่าทุกอย่างกำลังไปได้สวยตามแผน

ย้อนรอยโครงการ Gripen E/F: จากสัญญาสู่สายการผลิต

ย้อนกลับไปเมื่อเดือนสิงหาคม 2568 กองทัพอากาศไทยได้เซ็นสัญญาซื้อ Gripen E/F ระยะที่ 1 จำนวน 4 ลำ ภายใต้โครงการ ‘บรูพาสันติ 1’ (Peace Burapha 1) มูลค่าราว 19,500 ล้านบาท ร่วมกับ FMV และ Saab สวีเดน โครงการนี้ใช้งบประมาณปี 2568-2572 และกำหนดส่งมอบในปี 2572 ส่วนระยะที่ 2 จะเพิ่มอีก 4 ลำในปีงบ 2571 รวมทั้งโครงการ 1 ฝูงบิน 12 ลำ เพื่อทดแทน F-16A/B เก่าที่ประจำการอยู่ที่กองบิน 1 นครราชสีมา

Gripen E/F ไม่ใช่เครื่องบินรบธรรมดานะครับ มันคือสุดยอดเทคโนโลยีจากสวีเดนที่มาพร้อม radar AESA คลื่นแกมมาแบบ Active Electronically Scanned Array ที่สแกนเป้าหมายได้ไกลและแม่นยำสุดๆ, ระบบ avionics ทันสมัยรองรับการเชื่อมต่อข้อมูลแบบ real-time, และเครื่องยนต์ GE F414 ที่ให้แรงขับมหาศาล ทำความเร็วเหนือเสียงได้สบายๆ แถมยังประหยัดเชื้อเพลิง เหมาะกับการรบสมัยใหม่ที่เน้น multi-role ทั้งโจมตี ต่อต้านอากาศยาน และลาดตระเวน

  • จุดเด่นเทคโนโลยี: ระบบ supercruise บินเหนือเสียงโดยไม่ต้องใช้ afterburner
  • อาวุธ: รองรับขีปนาวุธ Meteor, IRIS-T, และ bomb ล้ำสมัย
  • การบำรุงรักษา: ออกแบบให้ maintenance ง่าย ลดต้นทุนระยะยาว
  • ความปลอดภัย: ระบบ fly-by-wire อัตโนมัติช่วยนักบิน

ในฐานะคนที่ติดตามข่าวเทคโนโลยีการทหารมานาน ผมมองว่า Gripen E/F จะเป็น game changer สำหรับกองทัพอากาศไทยเลยครับ เพราะมันอัพเกรดขีดความสามารถจาก F-16 เก่าแบบก้าวกระโดด ช่วยให้ไทยมีอำนาจทางอากาศที่ทันสมัยในภูมิภาคอาเซียน ท่ามกลางกระแส tension ทางการเมืองที่เพิ่มขึ้น แถม Saab ยัง transfer technology มาด้วย ทำให้ไทยพัฒนาอุตสาหกรรมการบินได้เองในอนาคต

อนาคตของ Gripen ในไทย: เทรนด์ที่ต้องจับตา

เทรนด์ใหญ่ในวงการ aviation ตอนนี้คือการใช้ AI และ unmanned systems ร่วมกับ fighter jet แบบ Gripen ซึ่ง Saab กำลังพัฒนาอยู่แล้ว ลองนึกภาพ Gripen E/F บินคู่กับ drone swarm ต่อสู้แบบไร้คนขับ น่าตื่นเต้นใช่มั้ยล่ะ? สำหรับไทย โครงการนี้ไม่ใช่แค่ซื้อเครื่องบิน แต่เป็นการลงทุนในความมั่นคงและเทคโนโลยีที่ยั่งยืน

สุดท้ายนี้ ผมคิดว่าแฟนๆ เทคอย่างเราควรติดตามข่าวนี้ต่อไป เพราะมันอาจนำไปสู่การพัฒนาเทคโนโลยีอื่นๆ ในไทยได้ ถ้าคุณชื่นชอบข่าวแบบนี้ ลองแชร์และคอมเมนต์ด้านล่างว่าคิดยังไงกับ Gripen E/F บ้างนะครับ! อย่าลืม subscribe เพื่อไม่พลาดอัพเดทล่าสุด

ที่มา – ผบ.ทอ. บินสวีเดน ติดตามความคืบหน้า Gripen E/F ลำแรกเข้าสายการผลิตแล้ว

ตร. ลุยล้างนอมินีต่างชาติฮุบเกาะพะงัน ยึดที่ดิน 150 ล้าน สั่งขยายผลสอบเส้นทางเงินพลูวิลล่าเถื่อน

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวบล็อกที่ชื่นชอบข่าวบันเทิงและเทคโนโลยี! เกาะพะงันไม่ได้มีแค่ปาร์ตี้ฟูลมูนสุดเหวี่ยงที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั่วโลกเท่านั้น แต่ยังเป็นจุดร้อนของปัญหาทุนต่างชาติที่แฝงตัวมาฮุบที่ดินผ่านนอมินีด้วยนะครับ วันนี้เราจะมาอัปเดตข่าวใหญ่ที่กำลังเป็นกระแส กับปฏิบัติการเด็ดขาดจากตำรวจแห่งชาติ

ตร. ลุยล้างนอมินีต่างชาติฮุบเกาะพะงัน ยึดที่ดิน 150 ล้าน สั่งขยายผลสอบเส้นทางเงินพลูวิลล่าเถื่อน

เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคมที่ผ่านมา พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มอบหมายให้ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. ด้านความมั่นคง นำทีมศูนย์ปราบปรามคนร้ายข้ามชาติและเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย (ศปชก.ตร.) บูรณาการกำลังบุกเกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี เปิดปฏิบัติการทลายนอมินีต่างชาติแบบถอนรากถอนโคน ปูพรมตรวจค้นบริษัทเป้าหมายถึง 243 แห่ง พบเจอบริษัทต้องสงสัย 27 ราย ยึดโฉนดที่ดิน 37 แปลง กว่า 51 ไร่ มูลค่า 150 ล้านบาทเต็มๆ!

น่าทึ่งใช่มั้ยครับ? ศาลอนุมัติหมายจับผู้ต้องหา 3 ราย จับกุมคนไทยที่เป็นนอมินีได้ 2 ราย ข้อหาช่วยต่างชาติถือหุ้นแทน ส่วนต่างชาติ 1 รายกำลังหลบหนี จากข้อมูลเชิงลึก พบนิติบุคคลบนเกาะ 3,754 ราย มีต่างชาติร่วมหุ้นถึง 2,381 ราย ตำรวจเลยโฟกัสบริษัทพิรุธ เช่น ต่างชาติถือหุ้น 49% สูงสุดตามกฎหมาย แต่ยังเป็นกรรมการตัดสินใจหลัก หรือคนไทยชื่อซ้ำหลายบริษัท แจ้งประกันสังคมเข้าออกบ่อยผิดปกติ แบบนี้ไม่น่าใช่พนักงานจริงๆ แน่นอน

ขยายผลสู่พลูวิลล่าเถื่อนและเส้นเงินลับ

บ่าย 4 โมงเย็น รอง ผบ.ตร.ประชุมใหญ่ร่วมกรมพัฒนาธุรกิจการค้า พาณิชย์จังหวัด และสำนักงานที่ดิน สั่งขยายผลสอบพลูวิลล่าผิดกฎหมายว่ามีนอมินีไหม และไล่เส้นทางการเงินเครือข่ายนี้ ตรงตามนโยบายนายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล ที่กำชับจัดการทุนต่างชาติเด็ดขาด ปิดท้ายด้วยตั้งชุดสืบสวนจากตำรวจภูธรภาค 8 ร่วม สภ.เกาะพะงัน ถ้าพบเจ้าหน้าที่รัฐรู้เห็น ยกข้อมูลส่ง ผบ.ตร. และนายกฯ จัดการโหดๆ ตามกฎหมาย

เพื่อนๆ รู้มั้ยครับ นอมินีคือ ‘ตัวแทน straw man’ ที่ต่างชาติใช้คนไทยถือครองที่ดินหรือหุ้นแทน เพราะกฎหมายไทยห้ามต่างชาติถือที่ดินเกิน 49% ในบางธุรกิจ ปัญหานี้รุนแรงในพื้นที่ท่องเที่ยวอย่างเกาะพะงัน ที่ดึงดูดนักลงทุนต่างชาติสร้างรีสอร์ท พลูวิลล่าหรูๆ สำหรับ digital nomads หรือเซเลบปาร์ตี้ แต่กลับกลายเป็นการฮุบที่ดินคนไทย ส่งผลกระทบเศรษฐกิจท้องถิ่นและความมั่นคง

  • ทำไมเกาะพะงัน? ดังจากฟูลมูนปาร์ตี้ ท่องเที่ยวรายได้ปีละพันล้าน แต่ทุนต่างชาติแฝงตัวสร้าง villa เถื่อน
  • ผลกระทบเทคโนโลยี: หลายเครือข่ายใช้นวัตกรรมดิจิทัลซ่อนเส้นเงิน เช่น crypto หรือ app จดทะเบียนปลอม
  • เทรนด์ปี 2024: รัฐบาลไทยเข้มงวดมากขึ้น หลังปัญหานอมินีระบาดกรุงเทพฯ-ภูเก็ต

ในฐานะคนติดตามข่าวมาหลายปี ผมเห็นว่านี่เป็นก้าวสำคัญ รัฐบาลเริ่มใช้ big data วิเคราะห์นิติบุคคล ช่วยปกป้องสมบัติชาติจากทุนจีน-รัสเซีย-ยุโรปที่บุกหนัก หวังว่าจะขยายไปทั่วประเทศ โดยเฉพาะจุดท่องเที่ยวยอดฮิต

ความเห็นส่วนตัว: สุดยอดเลยครับปฏิบัติการนี้! มันไม่ใช่แค่ยึดที่ดิน แต่เป็นการฟื้นความเชื่อมั่นนักลงทุนไทยแท้ๆ หากคุณเป็นเจ้าของที่ดินหรือทำธุรกิจท่องเที่ยว อย่าลืมตรวจสอบพันธมิตรดีๆ นะครับ CTA: แชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ และติดตามบล็อกเราสำหรับอัปเดตข่าวเทรนด์ท่องเที่ยว-เทคต่อไป!

ที่มา – ตร. ลุยล้างนอมินีต่างชาติฮุบเกาะพะงัน ยึดที่ดิน 150 ล้าน สั่งขยายผลสอบเส้นทางเงินพลูวิลล่าเถื่อน

โดมทองคำทรัมป์ค่าใช้จ่าย 1.2 ล้านล้านดอลลาร์

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เสนอโครงการ โดมทองคำของทรัมป์ ซึ่งเป็นระบบป้องกันขีปนาวุธเพื่อยิงสกัดภัยคุกคามต่อสหรัฐอเมริกา ค่าใช้จ่ายในการพัฒนา ติดตั้ง และใช้งานตลอด 20 ปี จะสูงถึง โดมทองคำของทรัมป์จะมีค่าใช้จ่าย 1.2 ล้านล้านดอลลาร์ ตามประมาณการใหม่จากสำนักงานงบประมาณรัฐสภา (CBO) ซึ่งมากกว่า 175 พันล้านดอลลาร์ที่ทรัมป์เคยประกาศไว้เมื่อปีที่แล้วเพียงเล็กน้อย

โดมทองคำของทรัมป์จะมีค่าใช้จ่าย 1.2 ล้านล้านดอลลาร์

ทรัมป์ลงนามคำสั่งบริหารเพื่อสร้างโครงการนี้ในเดือนมกราคม 2025 หลังเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยที่สอง โดยตอนแรกเรียกว่า “Iron Dome for America” ซึ่งเลียนแบบระบบ Iron Dome ของอิสราเอล แต่ชื่อ “โดมทองคำ” ได้รับความนิยมมากกว่า เนื่องจากความชื่นชอบสิ่งของสีทองแบบโก้เก๋ของทรัมป์

ทรัมป์อ้างว่าโครงการนี้จำเป็นเพื่อปกป้องสหรัฐฯ จากภัยคุกคามทั้งจากพื้นดินและอวกาศ แม้การใช้อาวุธในอวกาศยังไม่เป็นจริงตามที่เขาพูด ในงานแถลงข่าวที่ห้องรูปไข่เดือนพฤษภาคม 2025 ทรัมป์บอกว่า “โดมทองคำจะรวมกับระบบป้องกันที่มีอยู่ และพร้อมใช้งานก่อนหมดวาระผม ใน 3 ปีข้างหน้า”

แรงบันดาลใจจากยุคเรแกนและความท้าทาย

วิสัยทัศน์นี้ได้แรงบันดาลใจจากประธานาธิบดีโรนัลด์ เรแกน ในยุค 1980s ที่พยายามสร้าง Strategic Defense Initiative หรือ “Star Wars” ซึ่งใช้เลเซอร์จากดาวเทียมยิงสกัดขีปนาวุธ แต่ถูกเยาะเย้ย

ปัญหาหลักของระบบป้องกันขีปนาวุธอย่าง Iron Dome คือการยิงกระสุนสกัดกระสุน ซึ่งยากมาก แม้ Iron Dome ของอิสราเอลจะได้ผลดี แต่ปกป้องพื้นที่เล็กกว่าสหรัฐฯ มาก ผู้เชี่ยวชาญบอก Gizmodo ว่า “อิสราเอลขนาดเท่าชวีเจอร์ซีย์เท่านั้น”

  • Iron Dome ถูกโจมตีท่วมท้นได้ เช่น Hezbollah ยิงจรวด 100 ลูกในเดือนมีนาคม เพียงครึ่งเดียวถูกสกัด
  • การป้องกันสหรัฐฯ ต้องครอบคลุมพื้นที่กว้างใหญ่ ต้องใช้เทคโนโลยีขั้นสูง
  • ค่าใช้จ่ายมหาศาลสำหรับดาวเทียมและระบบอวกาศ

วุฒิสมาชิกเจฟฟ์ เมอร์ก์ลีย์ จากพรรคเดโมแครต รัฐโอเรกอน เรียกโครงการนี้ว่า “ของขวัญมหึมาสู่บริษัทรับเหมากองทัพ โดยเงินจากคนทำงานอเมริกัน” CBO ประมาณการนี้ตามคำขอของเขา

ผู้เชี่ยวชาญอย่างโจเซฟ ซิรินซิโอเน อดีตประธาน Ploughshares Fund บอกว่า “โดมทองคำไม่มีโอกาสสกัดการโจมตีขีปนาวุธที่มุ่งมั่น” แม้ลงทุนวิจัยมานาน 40 ปี การศึกษาปีที่แล้วชี้ว่าป้องกันโจมตีจากเกาหลีเหนือต้องใช้ดาวเทียมกว่า 1,000 ลูกต่อขีปนาวุธลูกเดียว และเกาหลีเหนือตอบโต้ด้วยการยิงทำลายดาวเทียมได้

รัฐสภาสหรัฐที่นำโดยรีพับลิกันอนุมัติงบ 24 พันล้านดอลลาร์เมื่อซัมเมอร์ที่แล้ว แต่ต้องเพิ่มอีกมากเพื่อให้โครงการเป็นจริง

โครงการ โดมทองคำของทรัมป์จะมีค่าใช้จ่าย 1.2 ล้านล้านดอลลาร์ นี้อาจเป็นภาระงบประมาณมหาศาล โดยไม่รับประกันความสำเร็จ คุณคิดว่าคุ้มค่าหรือไม่? แสดงความเห็นในคอมเมนต์และติดตามข่าวสารด้านเทคโนโลยีกลาโหมเพิ่มเติม!

ที่มา – Trump’s Golden Dome Will Cost $1.2 Trillion (With a T)

เคลียร์คิวให้ว่าง ล็อกวันให้พร้อม! ‘Marketing Oops! Summit 2026’ + Canva + “ถกไม่เถียง” Live Debate: AI vs Human ยกระดับสู่ Experience Platform เต็มรูปแบบ 11 มิ.ย. นี้

สวัสดีค่ะเพื่อนๆ ทุกคน! ถ้าคุณเป็นนักการตลาดหรือคนที่หลงใหลในเทคโนโลยีและความบันเทิง ไม่มีทางพลาด Marketing Oops! Summit 2026 แน่นอนนะคะ งานสุดยิ่งใหญ่ที่กลับมาอีกครั้งในวันที่ 11 มิถุนายน 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC) ธีมปีนี้คือ “Intelligence in Action: Bolder, Bigger and Beyond” ที่ไม่ใช่แค่พูดคุยทฤษฎี แต่ยกเครื่องใหญ่ให้เป็น Experience Platform เต็มรูปแบบ มาดูกันว่าทำไมต้องเคลียร์คิวให้ว่างและล็อกวันนี้ไว้เลย!

AssetWise สปอนเซอร์หลักปีที่ 2 ตอกย้ำพลังขับเคลื่อนวงการ

เริ่มจาก Title Sponsor สุดแกร่งอย่าง AssetWise ที่ร่วมงานต่อเนื่องปีที่ 2 แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการยกระดับวงการการตลาดไทย จากที่เคยเป็นเวทีแชร์เทรนด์ ปีนี้ Marketing Oops! Summit 2026 เปลี่ยนโฟกัสไปสู่ “Execution จริง” เพราะยุคนี้ปัญหาไม่ใช่การเข้าถึง AI หรือ Data แล้ว แต่คือการรับมือโลกที่การตลาดยากขึ้น ทีมเล็กลง งบน้อยลง และ Agentic AI กำลังพลิกโฉมองค์กรทั้งหมด คุณณธิดา รัฐธนาวุฒิ ผู้ก่อตั้ง Marketing Oops! บอกว่าทุกเซสชันจะให้ insight ที่นำไปใช้ได้ทันที ช่วยอัพเกรดสกิลให้ทันโลกใหม่

ส่วนคุณปณีตา มาลัยวงศ์ จาก AssetWise เน้นย้ำว่าความร่วมมือนี้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์สร้าง Quality of Life ผ่านประสบการณ์ที่ตอบโจทย์ lifestyle สมัยใหม่ ไม่ใช่แค่ขายอสังหา แต่สร้าง impact จริง!

Marketing Oops! Summit 2026 กับ Canva ครั้งแรกบนเวทีไทย – ไม่ใช่แค่ Keynote!

ไฮไลต์สุดปังคือ Canva ที่เลือก Marketing Oops! Summit 2026 เป็นเวทีไทยแรก และมาแบบจัดเต็ม 2 เซสชัน!

  • The Canva Generation (Main Stage): พูดถึงการเปลี่ยน paradigm เมื่อ Gen Z + AI ทำให้ทุกคนในองค์กรเป็นครีเอทีฟได้ ไม่ใช่แค่ทีมสร้างสรรค์
  • Creative at Scale: Watch AI Build a Campaign (Live Execution Theater): Live Demo สุดห้ามพลาด! Canva จะสร้างแคมเปญด้วย AI บนเวทีจริง จาก ideation ไป deployment ในไม่กี่นาที ย่น workflow จากวันเหลือวินาที เห็นของจริงเลยค่ะ

นี่แหละที่สะท้อนอนาคตการตลาด: เชื่อมการคิดกับการทำเข้าด้วยกันแบบไร้รอยต่อ

“ถกไม่เถียง” Live Debate: AI vs Human – โอกาสหรือจุดจบ?

อีกหนึ่งความบันเทิงที่ผสมสาระ รายการดัง “ถกไม่เถียง” มาลงเวทีจริง หัวข้อ “AI vs Human: โลกที่ใครก็เก่งได้ด้วย AI — โอกาส หรือจุดจบของ Skill?” ผู้辩论ทั้งฝั่ง pro-AI และ human judgment จะถกประเด็นลึกๆ ที่องค์กรต้องตัดสินใจ ไม่ให้คำตอบสำเร็จรูป แต่กระตุ้นให้คุณคิดเอง รับรองสนุกและได้ insight ระดับ industry!

Experience ใหม่ 4 มิติ ที่ทำให้ Marketing Oops! Summit 2026 แตกต่าง

  • Experience Theater: Live Demo + Real Case + Deep Dive เห็นการทำงานจริง
  • AI LIVE Playground: ลองเล่น AI ในบริบทธุรกิจ เช่น AI Commerce, Content, CX
  • Physical AI (Exclusive): AI ที่ฝังในโลกจริง สไตล์ CES 2026
  • MOS Black Night: After Party ครั้งแรก Networking สุดคูล พร้อมโชว์จาก “กรุงเทพราตรี” ศิลปิน Gen Z ไวรัล TikTok

จากความสำเร็จปี 2025 ที่มี 2,400 คนเข้าร่วม 90+ Speakers 60+ Brands ปีนี้ยิ่งใหญ่กว่า เป็นศูนย์กลางกำหนดทิศทางอุตสาหกรรมจริงๆ

ซื้อบัตรเลย! Early Bird เพียง 1,999 บาท

🎟 Early Bird 1,999 บาท (ถึง 31 พ.ค. 2569)
🎟 ราคาปกติ 3,900 บาท
📍 11 มิ.ย. 2569 QSNCC

  • ✔ Workshop Claude Co-work ฟรี
  • ✔ Workshop AI Search for Brand ฟรี
  • ✔ ดูย้อนหลัง 3 เดือน
  • 🔥 Group Discount: 5-9 ใบ ลด 10% | 10+ ใบ ลด 15%

ซื้อบัตรเดี๋ยวนี้! | บัตรองค์กร | รายละเอียด: คลิกที่นี่

ในฐานะคนที่ติดตามเทรนด์การตลาดมานาน บอกเลยว่า Marketing Oops! Summit 2026 คือโอกาสทองที่จะเห็น AI เปลี่ยนเกมจริงๆ ถ้าคุณอยากนำหน้าคู่แข่งในปี 2026 รีบจองบัตร Early Bird แล้วมาพบกันนะคะ! Trend ใหญ่คือใครใช้ Intelligence เป็น Action ได้ ชนะหมด

ที่มา – เคลียร์คิวให้ว่าง ล็อกวันให้พร้อม! ‘Marketing Oops! Summit 2026’ + Canva + “ถกไม่เถียง” Live Debate: AI vs Human ยกระดับสู่ Experience Platform เต็มรูปแบบ 11 มิ.ย. นี้

ทรัมป์เยือนจีนในรอบ 10 ปี จะพบความเปลี่ยนแปลงที่ สี จิ้นผิงทำไว้อย่างไรบ้าง ?

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวบล็อก! วันนี้เรามาคุยกันเรื่องใหญ่ที่กำลังเป็นกระแสฮอตเลย นั่นคือ ทรัมป์เยือนจีนในรอบ 10 ปี จะพบความเปลี่ยนแปลงที่ สี จิ้นผิงทำไว้อย่างไรบ้าง ? หลังจากห่างหายไปนาน โดนัลด์ ทรัมป์ กำลังกลับมาที่แผ่นดินใหญ่จีนอีกครั้ง และครั้งนี้จีนไม่ใช่จีนคนเดิมแล้วนะครับ สี จิ้นผิง ได้พลิกโฉมประเทศให้กลายเป็นยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมที่แข็งแกร่งสุดๆ ไปดูกันเลยว่ามีอะไรเปลี่ยนบ้าง!

ทรัมป์เยือนจีนในรอบ 10 ปี จะพบความเปลี่ยนแปลงที่ สี จิ้นผิงทำไว้อย่างไรบ้าง ?

ย้อนกลับไปปี 2017 ทรัมป์เคยได้รับการต้อนรับสุดหรูที่พระราชวังต้องห้าม แต่ครั้งนี้พิธีต้อนรับที่จงหนานไห่ก็น่าจะยิ่งใหญ่ไม่แพ้กัน วาระสำคัญยังคงตึงเครียดเรื่องการค้า เทคโนโลยี ไต้หวัน และล่าสุดคืออิหร่าน แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือจีนตอนนี้มั่นใจและแข็งแกร่งกว่าเดิมมาก สี จิ้นผิงครองอำนาจสมัยที่ 3 พัฒนา ‘พลังการผลิตใหม่’ ด้วยการเทเงินมหาศาลลงพลังงานหมุนเวียน หุ่นยนต์ และ AI ทำให้จีนกลายเป็นผู้นำโลกด้านเทคไปแล้วครับ

นครฉงชิ่ง: เมืองแห่งอนาคตที่ทรัมป์ต้องตะลึง

ถ้าทรัมป์อยากเห็นอนาคตจีนจริงๆ ต้องออกไปนอกปักกิ่ง ลองไปนครฉงชิ่งสิครับ! เมืองนี้เปลี่ยนจากฐานผลิตเดิมๆ กลายเป็นสัญลักษณ์ ‘ทันสมัย’ ด้วยเงินลงทุนพันล้านดอลลาร์ ตึกระฟ้าสูงเสียดฟ้า แสงนีออนพุ่งทะยาน เหมือนหลุดมาจากหนังไซไฟ ประชากร 30 ล้านคน นักท่องเที่ยวต่างชาติแห่มาถึง 2 ล้านคนต่อปี แซงปักกิ่งและเซี่ยงไฮ้ไปแล้ว!

  • เทคโนโลยีล้ำสมัย: หุ่นยนต์เต้นกังฟู เด็กอนุบาลเล่นกับหุ่นยนต์ปลา จีนมีหุ่นยนต์อุตสาหกรรมมากที่สุดในโลก และวางแผนลงทุน 400 พันล้านดอลลาร์ปีนี้
  • รถยนต์ไฟฟ้า: ฉงชิ่งเป็นหัวใจผลิต EV ใหญ่สุด ลูเซีย เฉิน ผู้ขายรถบอกว่าตอนนี้ทุกคนหันมาใช้ EV เพราะราคาน้ำมันพุ่งจากวิกฤติตะวันออกกลาง
  • การค้าใหม่: รถไฟเชื่อมเอเชียกลางถึงยุโรป ช่วยขายสินค้าได้ไกลขึ้น ไม่พึ่งสหรัฐฯ เท่าเดิม

แต่ก็มีราคาต้องจ่ายนะครับ เศรษฐกิจชะลอ หนี้ก้อนโต อัตโนมัติทำให้คนตกงาน แต่พรรคคอมมิวนิสต์ยังควบคุมแน่น ชาวจีนบางคนมองทรัมป์ว่า ‘ชวน เจี้ยนกั๋ว’ หรือผู้สร้างชาติ เพราะสงครามการค้าทำให้จีนผงาดแทน!

การแข่งขันเทคและ AI: จุดตึงเครียดหลัก

จีนอยากได้ชิป AI จาก Nvidia แต่สหรัฐฯ จำกัดการส่งออก ทรัมป์ผ่อนคลายบ้าง แต่ยังไม่สุด ชาวฉงชิ่งมองสหรัฐฯ เป็นดินแดนเสรีภาพ แต่ความฝันเรียนต่อยากขึ้นเพราะความสัมพันธ์ตึงเครียด นักวิเคราะห์เตือนว่าการแข่ง AI อาจอันตราย ถ้าผู้ไม่หวังดีแฮ็กระบบสำคัญได้

ด้านการค้า ส่งออกจีนไปสหรัฐฯ ลด 20% แล้ว สหรัฐฯ เป็นคู่ค้าอันดับ 3 รองอาเซียนและ EU จีนกล้าสู้ภาษีทรัมป์มากขึ้น ทรัมป์หวังจีนช่วยไกล่เกลี่ยอิหร่าน และเพิ่มซื้อสินค้าอเมริกัน

ในมุม entertainment ฉงชิ่งกลายเป็นจุดเช็คอินไวรัล ‘กินรถไฟ’ หรือถ่ายรถไฟพุ่งเข้าตึก ชาวจีนรุ่นเก่าก็สนุกตาม แสดงถึง soft power ที่สี จิ้นผิงสร้าง

สรุปแล้ว ทรัมป์เยือนจีนในรอบ 10 ปี จะพบความเปลี่ยนแปลงที่ สี จิ้นผิงทำไว้อย่างไรบ้าง ? คำตอบคือจีนที่เข้มแข็ง มั่นใจ และก้าวสู่ซูเปอร์พาวเวอร์ด้านเทคแล้วครับ ในฐานะคนติดตามเทคและข่าวบันเทิง ผมมองว่าการเยือนครั้งนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นยุคใหม่ของความร่วมมือ ถ้าทั้งสองฝ่ายวาง competition ลงบ้าง

เทรนด์ที่ควรจับตา: จีนกำลังเป็นผู้นำ EV และหุ่นยนต์ ถ้าคุณสนใจลงทุนหรือเที่ยว ลองวางแผนไปฉงชิ่งดูครับ! CTA: แชร์ความคิดเห็นของคุณในคอมเมนต์ ว่าทรัมป์จะเจรจาสำเร็จมั้ย?

ที่มา – ทรัมป์เยือนจีนในรอบ 10 ปี จะพบความเปลี่ยนแปลงที่ สี จิ้นผิงทำไว้อย่างไรบ้าง ?

ราชทัณฑ์เผยอาการ ‘หมิงเฉิน ซัน’ แพทย์คาดกินยาเกินขนาดก่อนเข้าเรือนจำ ไม่พบสารเสพติด พร้อมตรึงกำลังคุมเข้ม 24 ชม.

สวัสดีเพื่อนๆ ทุกคนนะครับ วันนี้ผมมีข่าวอัปเดตล่าสุดจากกรมราชทัณฑ์มาฝากกัน ซึ่งเป็นเรื่องที่หลายคนกำลังให้ความสนใจสำหรับเคสของ ‘หมิงเฉิน ซัน’ ชาวจีนวัย 31 ปี ผู้ต้องขังในคดีครอบครองอาวุธสงครามและวัตถุระเบิดสุดร้ายแรง กรมราชทัณฑ์เพิ่งออกแถลงการณ์ชี้แจงเรื่อง ราชทัณฑ์เผยอาการ ‘หมิงเฉิน ซัน’ แพทย์คาดกินยาเกินขนาดก่อนเข้าเรือนจำ ไม่พบสารเสพติด พร้อมตรึงกำลังคุมเข้ม 24 ชม. หลังจากที่เจ้าตัวมีอาการป่วยฉุกเฉินจนต้องรีบส่งโรงพยาบาล ผมในฐานะคนที่ติดตามข่าวบันเทิงและเทคโนโลยีมาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะเคสต่างชาติดังๆ ในไทย มองว่านี่เป็นตัวอย่างที่ดีของระบบราชทัณฑ์ไทยที่โปร่งใสและมาตรฐานสูง มาดูรายละเอียดกันเลยครับ

ราชทัณฑ์เผยอาการ ‘หมิงเฉิน ซัน’ แพทย์คาดกินยาเกินขนาดก่อนเข้าเรือนจำ ไม่พบสารเสพติด พร้อมตรึงกำลังคุมเข้ม 24 ชม.

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2567 ‘หมิงเฉิน ซัน’ เพิ่งถูกส่งตัวเข้าควบคุมตัวที่เรือนจำพิเศษพัทยาได้แค่ 2 ชั่วโมง อาการป่วยฉุกเฉินก็กำเริบทันที ทีมราชทัณฑ์ต้องรีบส่งไปที่โรงพยาบาลพัทยาปัทมคุณ (โรงพยาบาลบางละมุง) แบบด่วนจี๋ จากรายงานของโรงพยาบาล ทีมแพทย์ลงมือตรวจละเอียดยิบเลยครับ ทั้งเจาะเลือด เอกซเรย์ปอด CT Scan สมอง สุดท้ายตั้งข้อสันนิษฐานว่า น่าจะกินยาประจำตัวเกินขนาดก่อนเข้าคุก เพราะเมื่อสอดสายยางล้างท้อง กลับเจอของเหลวสีฟ้าตกค้างในระบบทางเดินอาหาร!

แพทย์รีบฉีดยาต้านพิษทันที อาการดีขึ้นชัดเจน ขยับตัวได้และตอบสนองดี มาถึงวันที่ 12 พฤษภาคม รู้สึกตัวดี สามารถทำตามคำสั่งแพทย์ได้ แต่ยังต้องใช้เครื่องช่วยหายใจและให้อาหารทางสายยางต่อ ผลตรวจปัสสาวะเบื้องต้น ไม่พบสารเสพติดเลยสักชนิด! ตอนนี้ส่งเลือดไปเช็คเพิ่มเติมเรื่องแอลกอฮอล์ เบนโซไดอะซีปีน และสารเคมียาฆ่าแมลง คาดผลออกวันศุกร์นี้หรือช้าสุดสัปดาห์หน้า

เกิดก่อนเข้าคุกแน่นอน เพราะเรือนจำเข้มงวดสุดๆ

กรมราชทัณฑ์ยืนยันชัดว่าอาการนี้น่าจะเกิดก่อนส่งตัวเข้าคุก เพราะเรือนจำห้ามยาเข้ามาเด็ดขาด เว้นแต่ตรวจแล้วอนุมัติจากแพทย์ประจำเรือนจำเท่านั้น นี่คือมาตรฐานที่เข้มแข็งมากครับ จากประสบการณ์ที่ผมเห็นเคสผู้ต้องขังต่างชาติหลายราย โดยเฉพาะในพัทยาที่เป็น hotspot ข่าวบันเทิงและธุรกิจเทคผิดกฎหมาย มักมีดราม่าเรื่องสุขภาพแบบนี้ แต่ครั้งนี้ราชทัณฑ์จัดการได้รวดเร็วและโปร่งใส

มาตรการรักษาความปลอดภัยระดับสูงสุด ตรึงกำลัง 24 ชม.

ไม่ปล่อยให้เกิดช่องโหว่นะครับ เรือนจำพิเศษพัทยายกระดับการคุมเข้ม เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์เฝ้าติดตัวใกล้ชิด แถมประสานตำรวจ สภ.บางละมุง และหน่วยปฏิบัติการพิเศษ (นปพ.) กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 มาช่วยตรึงกำลังรอบโรงพยาบาลตลอด 24 ชั่วโมง! นี่แหละครับมาตรฐานสากลที่ยึดสิทธิมนุษยชนเป็นหลัก ไม่ให้เกิดเหตุไม่คาดฝัน

  • สรุปอาการล่าสุด: รู้สึกตัวดี ทำตามคำสั่งได้ แต่ยังช่วยหายใจและให้อาหารทางสาย
  • ผลตรวจ: ไม่พบสารเสพติด รอผลเลือดละเอียด
  • สาเหตุ: คาดกินยาเกินก่อนเข้าคุก
  • ความปลอดภัย: คุมเข้ม 24 ชม. โดยเจ้าหน้าที่ชั้นนำ

จากมุมมองของผมที่ติดตามวงการเทคโนโลยีและบันเทิง เคส ‘หมิงเฉิน ซัน’ นี้น่าสนใจเพราะเชื่อมโยงกับโลกดาร์กเว็บและอาวุธไฮเทคที่ชาวต่างชาติมักพกมาในไทยเพื่อธุรกิจผิดกฎหมาย มันสะท้อน trend ว่าปัญหาสุขภาพจิตและยาในผู้ต้องขังต่างชาติกำลังเพิ่มขึ้น กรมราชทัณฑ์ไทยทำได้ดีมากที่อัปเดตข่าวแบบเรียลไทม์ สร้างความมั่นใจให้สังคม

สุดท้าย ผมคิดว่านี่เป็นบทเรียนสำคัญสำหรับทุกคน ไม่ว่าจะ celeb หรือ tech entrepreneur อย่าประมาทเรื่องยาและสุขภาพนะครับ ถ้าอยากอัปเดตข่าวเพิ่มเติมหรือแชร์มุมมอง ลองคอมเมนต์มาบอกกันได้เลย! ติดตามบล็อกเราเพื่อข่าวบันเทิงเทคแบบ expert ครับ

ที่มา – ราชทัณฑ์เผยอาการ ‘หมิงเฉิน ซัน’ แพทย์คาดกินยาเกินขนาดก่อนเข้าเรือนจำ ไม่พบสารเสพติด พร้อมตรึงกำลังคุมเข้ม 24 ชม.

ประชาชนแห่เก็บพันธุ์ข้าวพระราชทาน เสริมสิริมงคลวันพืชมงคล 2569 สร้างขวัญกำลังใจเริ่มต้นฤดูกาลผลิต

วันนี้เรามาพูดถึงเหตุการณ์สุดคึกคักที่เพิ่งเกิดขึ้นไปเมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2569 นั่นคือ ประชาชนแห่เก็บพันธุ์ข้าวพระราชทาน เสริมสิริมงคลวันพืชมงคล 2569 สร้างขวัญกำลังใจเริ่มต้นฤดูกาลผลิต หลังจากพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญเสร็จสิ้น มณฑลพิธีท้องสนามหลวงแทบแตก เพราะเกษตรกรและประชาชนจากทั่วประเทศต่างพากันกรูเข้าไปเก็บเมล็ดข้าวเปลือกและต้นกล้าจากลานแรกนา เหตุผลหลักคือเพื่อนำเมล็ดพันธุ์พระราชทานนี้ไปบูชาหรือผสมกับข้าวในนาของตัวเอง เชื่อว่ามันจะนำพาความสิริมงคล พืชผลอุดมสมบูรณ์ และความเจริญรุ่งเรืองมาสู่ชีวิตเกษตรกรตลอดปี

ประชาชนแห่เก็บพันธุ์ข้าวพระราชทาน เสริมสิริมงคลวันพืชมงคล 2569 สร้างขวัญกำลังใจเริ่มต้นฤดูกาลผลิต

บรรยากาศวันนั้นสุดยิ่งใหญ่จริงๆ ค่ะ ลองนึกภาพเกษตรกรยืนรอคิวกันยาวเหยียด บางคนมาจากต่างจังหวัดตั้งแต่เช้ามืด เพื่อไม่พลาดเมล็ดข้าวศักดิ์สิทธิ์นี้ พันธุ์ข้าวที่ใช้ในพิธีมาจากโครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้กรมการข้าวนำมาใช้ น้ำหนักรวมกว่า 5,147 กิโลกรัม เลยทีเดียว ผ่านการคัดสรรมาอย่างดีเยี่ยม เหมาะสำหรับแจกจ่ายให้ชาวนาเริ่มฤดูทำนาเดือนหก

พันธุ์ข้าวพระราชทานสุดพิเศษ 7 สายพันธุ์

สำหรับคนที่สนใจพันธุ์ข้าวที่แจกในวันนั้น มีทั้งข้าวนาสวนและข้าวเหนียว รวม 7 สายพันธุ์เด็ดๆ เลยนะคะ ที่คัดมาเพื่อคุณภาพสูงสุด:

  • ขาวดอกมะลิ 105: หอมกรุ่น คุณภาพส่งออก
  • กข 79: ทนทานต่อโรค แข็งแรงดี
  • กข 26: ผลผลิตสูง เหมาะกับนาไทย
  • และอีก 4 สายพันธุ์ที่ผ่านการทดลองจากสวนจิตรลดา

เมล็ดเหล่านี้ไม่ใช่แค่พันธุ์ดีธรรมดา แต่เป็นสัญลักษณ์ของพระราชกรณียกิจด้านเกษตรที่ยั่งยืน ทำให้ชาวนามีขวัญกำลังใจเต็มเปี่ยม

วันพืชมงคล: วันเกษตรกรแห่งชาติ

รู้ไหมคะว่าวันพืชมงคลนี้ยังเป็นวันเกษตรกรตามมติคณะรัฐมนตรีด้วย เป็นโอกาสให้ทุกคนระลึกถึงอาชีพเกษตรที่เป็นกระดูกสันหลังของไทย ในฐานะคนที่ติดตามเรื่องเกษตรมานาน ผมเห็นว่าประเพณีนี้ช่วยเชื่อมโยงคนรุ่นใหม่กับรากเหง้าทางวัฒนธรรม แม้ยุคนี้จะมีเทคโนโลยีอย่างโดรนหว่านข้าว AI วิเคราะห์ดิน หรือแอปตรวจโรคพืช แต่ความเชื่อและกำลังใจจากพระราชพิธีนี้ยังคงเป็นพลังสำคัญที่ขาดไม่ได้

ลองคิดดูสิคะ ถ้าเกษตรกรนำเมล็ดพระราชทานผสมกับเทคนิคสมัยใหม่ เช่น precision farming ผลผลิตต้องพุ่งกระฉูดแน่ๆ ปีนี้หลายพื้นที่เริ่มใช้ IoT ตรวจความชื้นในนาแล้ว ทำให้ประหยัดน้ำ ลดต้นทุน ผสมกับสิริมงคลแบบนี้ ฤดูกาลผลิต 2569 น่าจะโชคดีสุดๆ

จากที่เห็นภาพประชาชนยืนเบียดเสียดเก็บเมล็ด บรรยากาศอบอุ่น เหมือนครอบครัวใหญ่ของชาติ สะท้อนความศรัทธาในพระราชกรณียกิจที่ช่วยเหลือเกษตรกรมานับไม่ถ้วน ไม่ว่าจะเป็นโครงการพระราชดำริเรื่องน้ำหรือเมล็ดพันธุ์ท้องถิ่น

ในมุมมองของผม ในยุคที่ entertainment และ tech ครองโลก แต่เกษตรไทยยังต้องการนวัตกรรมผสมผสานประเพณีแบบนี้ เพื่อความยั่งยืนระยะยาว ชาวนารุ่นใหม่ควรลองนำเมล็ดเหล่านี้ไปทดลองใน smart farm ดู จะได้ทั้งผลผลิตดีและเรื่องเล่าสิริมงคล

สุดท้ายนี้ อยากชวนทุกคนช่วยกันสนับสนุนเกษตรกรไทยนะคะ ด้วยการซื้อข้าวไทยแท้ หรือแชร์เรื่องราวดีๆ แบบนี้ เพื่อให้อาชีพเกษตรรุ่งเรืองต่อไป ลองไปเก็บเมล็ดพระราชทานปีหน้าดูสิ สนุกและได้บุญแน่นอน!

ที่มา – ประชาชนแห่เก็บพันธุ์ข้าวพระราชทาน เสริมสิริมงคลวันพืชมงคล 2569 สร้างขวัญกำลังใจเริ่มต้นฤดูกาลผลิต

จุลพันธ์เผยตัวเลขผีน้อยทะลุหลักแสนคน เร่งถกเกาหลีใต้ขอผ่อนผัน หลัง แรงงาน 4 จังหวัดถูกแบน รับไทยอำนาจต่อรองน้อยเหตุหลบหนีเอง

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน! วันนี้เรามาคุยกันแบบชิลๆ เรื่องข่าวแรงงานไทยในเกาหลีใต้ที่กำลังเป็นประเด็นร้อนเลยนะครับ โดยเฉพาะ จุลพันธ์เผยตัวเลขผีน้อยทะลุหลักแสนคน เร่งถกเกาหลีใต้ขอผ่อนผัน หลัง แรงงาน 4 จังหวัดถูกแบน รับไทยอำนาจต่อรองน้อยเหตุหลบหนีเอง จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ผู้เชี่ยวชาญด้านแรงงานต่างประเทศ ได้ออกมาให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2567 เปิดเผยตัวเลขผีน้อยไทยที่หลบหนีไปทำงานผิดกฎหมายในเกาหลีใต้ทะลุหลักแสนคนแล้ว! ปัญหานี้มาจากวีซ่า E-8 ที่แรงงานบางส่วนเลือกหลบหนี ส่งผลให้ 4 จังหวัดของไทยถูกแบนรับแรงงานใหม่ซะงั้น

จุลพันธ์เผยตัวเลขผีน้อยทะลุหลักแสนคน เร่งถกเกาหลีใต้ขอผ่อนผัน หลัง แรงงาน 4 จังหวัดถูกแบน รับไทยอำนาจต่อรองน้อยเหตุหลบหนีเอง

ตาม MOU ระหว่างไทย-เกาหลีใต้ ถ้าแรงงานจากจังหวัดไหนหลบหนีเกิน 20% จังหวัดนั้นจะถูกระงับรับคนใหม่ทันที ล็อตแรกที่ส่งไปดันมีสัดส่วนหลบหนีสูงเกินคาด จนเกิดปัญหาลามไปทั้งระบบ จุลพันธ์ยอมรับว่าต้องเร่งเจรจากับเกาหลีใต้เพื่อขอผ่อนผัน เพราะไม่ใช่ทุกคนจะทำผิด มีแรงงานเกือบ 80% ที่ตั้งใจทำงานถูกกฎหมายแท้ๆ ครับ การเจรจานี้สำคัญมาก เพราะ MOU เป็นข้อตกลงร่วมกัน ไม่ใช่ฝ่ายเดียวสั่งมา

ทำไมปัญหาผีน้อยถึงรุนแรงขนาดนี้?

จุลพันธ์เผยว่าปัจจุบันผีน้อยไทยทั่วโลกอยู่ที่ 100,000-130,000 คนเลยทีเดียว! ในเกาหลีใต้ ระบบวีซ่าซับซ้อนมาก พอสัญญาหมดต้องกลับไทยแล้วสมัครใหม่ ไม่รับประกันว่างานเดิมรออยู่ แรงงานเลยเลือกอยู่ต่อแบบผิดกฎหมายเพราะรักงานและนายจ้างเก่า ปัญหานี้แก้มานานหลายยุค แต่ก็ยังวนลูปเดิมๆ นะครับ จากประสบการณ์ของผมที่ติดตามเรื่องแรงงานมานับสิบปี ตลาดแรงงานโลกแข่งขันดุเดือด ถ้าไทยหยุดส่ง ฟิลิปปินส์หรือเวียดนามพร้อมแทรกซะเลย เหมือนตะวันออกกลางที่ผ่านมา

แนวทางแก้ไขที่รัฐบาลกำลังคิด?

เพิ่มโทษคนหลบหนี? ทำได้แต่จุลพันธ์บอกว่ามันย้อนกลับมาทำร้ายแรงงานดีๆ เช่น เก็บเงินประกันก่อนไป กู้หนี้ยืมสินเพิ่ม รัฐเลยไม่อยากใช้วิธีนี้ ค่าปรับก็ไร้ประโยชน์เพราะหนีไปแล้วใครจ่าย? ส่งออกแรงงานใหม่กว่าจะได้ไม่ใช่เรื่องง่าย รัฐเลยมุ่งดึงผีน้อยเข้าสู่ระบบถูกกฎหมายมากกว่า แต่บังคับกลับยากเพราะเสรีภาพส่วนบุคคล

  • ข้อดีของการทำงานถูกกฎหมาย: มีสวัสดิการ ประกันสังคม สิทธิ์เต็ม
  • ความเสี่ยงผีน้อย: โดนจับ ไร้สิทธิ์ ชีวิตลำบาก
  • โอกาสใหม่: รัฐช่วยฝึกทักษะให้แข่งขันได้

ในมุมมองของผมที่เคยเห็นเคสจริงๆ หลายราย แรงงานไทยเก่งมากเรื่องฝีมือ ถ้าปรับระบบให้ยืดหยุ่นกว่านี้ เช่น ขยายวีซ่าให้ต่อได้ง่าย ผีน้อยคงลดลงเยอะ Trend ตอนนี้คือ digital nomad และ gig economy กำลังมาแรง รัฐไทยควร integrate เทคโนโลยีช่วย matching แรงงานกับนายจ้างเกาหลีให้ตรงจุด ลดโอกาสหลบหนี

สุดท้ายนี้ ผมคิดว่าปัญหานี้เป็นโอกาสให้ไทยพัฒนากองทุนแรงงานให้แข็งแกร่งขึ้น สร้างหลักประกันให้แรงงานมั่นใจ ถ้าคุณหรือคนใกล้ตัวสนใจไปทำงานเกาหลีใต้ แนะนำศึกษาข้อมูลดีๆ เลือกทางถูกกฎหมายเพื่ออนาคตยั่งยืนนะครับ! แชร์ประสบการณ์ของคุณในคอมเมนต์ด้านล่างเลย สนับสนุนกันให้แรงงานไทยไปได้ไกล!

ที่มา – จุลพันธ์เผยตัวเลขผีน้อยทะลุหลักแสนคน เร่งถกเกาหลีใต้ขอผ่อนผัน หลัง แรงงาน 4 จังหวัดถูกแบน รับไทยอำนาจต่อรองน้อยเหตุหลบหนีเอง

เจนเซ่น หวง เข้าร่วมคณะมหาเศรษฐีทรัมป์ในจีน

เจนเซ่น หวง เข้าร่วมคณะมหาเศรษฐีของทรัมป์ในจีน

ไม่ต้องกังวลนะทุกคน เจนเซ่น หวง กำลังจะไปจีนกับประธานาธิบดีทรัมป์แล้ว! หลังจากเลื่อนมาหกสัปดาห์เพราะสงครามอิหร่าน ประธานาธิบดีทรัมป์เดินทางถึงปักกิ่งในวันพุธนี้ เพื่อประชุมสุดยอดตัวต่อตัวกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ซึ่งเป็นผู้นำที่ทรัมป์ชื่นชอบและเคารพมาตั้งแต่สมัยการบริหารครั้งก่อน

ตามรายงานของ CNBC ทรัมป์พาคณะมหาเศรษฐีและซีอีโอบริษัทชั้นนำจากวงการธนาคาร การเงิน และเทคโนโลยีไปด้วย รายชื่อเริ่มต้นประกอบด้วยมหาเศรษฐีชื่อดังอย่าง Elon Musk, Tim Cook, Larry Fink และอื่นๆ

รายชื่อผู้บริหารและบริษัทที่ร่วมคณะทรัมป์

  • Elon Musk (Tesla/SpaceX)
  • Tim Cook (Apple)
  • Larry Fink (BlackRock)
  • ผู้บริหารจาก Boeing
  • Cargill
  • Citigroup
  • Coherent
  • GE Aerospace
  • Goldman Sachs
  • Illumina
  • Mastercard
  • Meta
  • Micron
  • Qualcomm
  • Visa

แต่ที่น่าแปลกใจคือ Nvidia และ CEO เจนเซ่น หวง ไม่อยู่ในรายชื่อเริ่มต้น ทั้งที่ทรัมป์เป็นแฟนตัวยงของหวง สิ่งนี้ทำให้เกิดการคาดเดาว่า Nvidia อาจกระทบยอดขายชิป AI ในจีน ซึ่งหวงมองว่าเป็นตลาดมูลค่า 50 พันล้านดอลลาร์ Bloomberg ระบุว่าการถูกเมินนี้อาจเป็นอุปสรรคต่อการขายชิป AI ของ Nvidia ในจีน

แต่ล่าสุด New York Times รายงานว่า เจนเซ่น หวง เข้าร่วมคณะมหาเศรษฐีของทรัมป์ในจีน โดย Air Force One ไปรับหวงที่อลาสก้าตอนแวะทางไปจีน คณะบินสุดหรูนี้สมบูรณ์แบบแล้ว!

ทรัมป์โพสต์บน Truth Social ว่า “CNBC รายงานผิดว่า เจนเซ่น หวง แห่ง Nvidia ไม่ได้รับเชิญไปรวมกลุ่มนักธุรกิจชั้นนำของโลกที่กำลังไปจีนอย่างภาคภูมิใจ จริงๆ แล้วเจนเซ่นอยู่บน Air Force One และจะไม่ขอให้เขาออกไปแน่นอน CNBC รายงานผิด หรือเรียกว่ารายงานปลอม!”

ดีใจที่มหาเศรษฐีคนที่ 5 CEO ของบริษัทมีมูลค่ามากที่สุดในโลก จะได้นำเสนอเคสของ Nvidia ต่อผู้นำจีนสัปดาห์นี้ การที่ เจนเซ่น หวง เข้าร่วมคณะมหาเศรษฐีของทรัมป์ในจีน แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์อันดีระหว่างทรัมป์กับ Nvidia ท่ามกลางข้อจำกัดการส่งออกชิปไปจีนที่เข้มงวด

นอกจากนี้ ทรัมป์ยังเคยพบปะกับเจนเซ่น หวง เพื่อหารือเรื่องการควบคุมการส่งออก ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญสำหรับอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ Nvidia เองก็พึ่งพาตลาดจีนอย่างมาก โดยเฉพาะชิปสำหรับ AI ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว การเดินทางครั้งนี้จึงเป็นโอกาสทองสำหรับ Nvidia ในการเจรจาเปิดตลาด

อย่างไรก็ตาม ในระหว่างตอบคำถามนักข่าวเรื่องสงครามอิหร่าน ทรัมป์เผยมุมมองต่อชาวอเมริกันรากหญ้าว่าไม่ได้คิดถึงสถานการณ์ทางการเงินของพวกเขามากนัก แต่สำหรับคณะนี้ มันคือการรวมตัวของยักษ์ใหญ่ธุรกิจเพื่อผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ

การที่เจนเซ่น หวง เข้าร่วมคณะมหาเศรษฐีของทรัมป์ในจีน บ่งบอกถึงศักยภาพของ Nvidia ในเวทีโลก และอาจนำไปสู่ข้อตกลงใหญ่ในอนาคต คุณคิดว่าการเยือนครั้งนี้จะเปลี่ยนนโยบายการค้าสหรัฐ-จีนอย่างไร? ติดตามข่าวเทคโนโลยีและการเมืองเพิ่มเติมได้ที่บล็อกของเรา!

ที่มา – Jensen Huang Joins Trump’s Tycoon Entourage in China