ผู้เขียน: lalika69_admin

Gundam Hathaway 2: ภาคต่อที่รอคอย ฉายมกราคมนี้

ผ่านไปเกือบสี่ปีนับตั้งแต่ Mobile Suit Gundam พาเรากลับสู่ดราม่าการเมืองดาราศาสตร์ของ Universal Century ใน Hathaway ซึ่งเป็นภาพยนตร์เรื่องแรกในไตรภาคที่วางแผนไว้ ดัดแปลงจากซีรีส์นวนิยายปี 1989 ของผู้สร้าง Gundam โยชิยูกิ โทมิโนะ และตอนนี้ หลังจากเงียบหายไปนานหลายปี ในที่สุดเราก็รู้ว่าจะได้ชมเมื่อไหร่

เนื่องในโอกาสการจัดงาน New York Comic Con ในวันนี้ Bandai Namco Filmworks ได้ปล่อยตัวอย่างแรกแบบเต็มๆ ของภาพยนตร์ Hathaway เรื่องที่สอง The Sorcery of Nymph Circe ซึ่งมีฉากอยู่ในปี 0105 ของไทม์ไลน์หลักของ Gundam นั่นคือ Universal Century หลายสิบปีหลังเหตุการณ์ใน Mobile Suit Gundam และไตรภาคของผู้สืบทอด เรื่องราวติดตาม Hathaway Noa ลูกชายของอดีตกัปตันยาน White Base ผู้โด่งดังในช่วงสงครามหนึ่งปี Bright Noa ในขณะที่เขาเป็นผู้นำกลุ่มต่อต้านชื่อ Mafty ในการต่อสู้กับการปฏิบัติต่อผู้ตั้งรกรากในอวกาศที่เผด็จการมากขึ้นของ Earth Federation

Sorcery of Nymph Circe จะดำเนินเรื่องต่อจากเหตุการณ์ในภาพยนตร์เรื่องแรก ซึ่ง Hathaway พบว่าตัวเองขัดแย้งกับ Kenneth Sleg (Junichi Suwabe) ผู้บัญชาการสหพันธ์ ซึ่งได้รับมอบหมายให้นำหน่วยที่ตั้งใจจะทำลาย Mafty และผู้นำของมัน แต่ทั้งสองกลับมาพบกับ Gigi Andulicia (Reina Ueda) หญิงสาวลึกลับ หลังจากการโจมตีของผู้ก่อการร้ายบนเครื่องบินอวกาศ ตอนนี้ Gigi โคจรอยู่รอบตัว Kenneth และ Hathaway และผลกระทบของเธอที่มีต่อ Hathaway จะทำให้เขาสั่นคลอนในขณะที่เขาพิจารณาความเชื่อมั่นของเขาในการต่อสู้กับสหพันธ์ที่เขาเคยต่อสู้ด้วยในวัยเด็ก

ภาพยนตร์เรื่องแรกเน้นไปที่การตรวจสอบความตึงเครียดทางการเมืองที่เกิดขึ้นใหม่ระหว่างโลกและอาณานิคมในอวกาศ (วงจรต่อเนื่องใน Gundam) แม้ว่าในช่วงเวลาที่หายากของการต่อสู้ด้วยหุ่นยนต์ มันก็สามารถมอบ สิ่งที่ดีที่สุด ที่ซีรีส์ Gundam มีให้ ตัวอย่างใหม่นี้ แม้ว่าจะสลับไปมาระหว่าง Hathaway, Kenneth และ Gigi แต่ดูเหมือนว่าจะเน้นไปที่การต่อสู้ด้วย Mobile Suit มากขึ้น ดังนั้นบางทีเราอาจจะได้เห็นสิ่งหลังๆ มากขึ้นในครั้งนี้

Mobile Suit Gundam Hathaway: The Sorcery of Nymph Circe จะเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ญี่ปุ่นในวันที่ 30 มกราคม 2026 ยังไม่มีการยืนยันวันที่สำหรับการฉายในสหรัฐอเมริกา แต่ต่างจากภาพยนตร์เรื่องแรกที่ฉายรอบปฐมทัศน์เฉพาะบน Netflix ปัจจุบันคาดว่าภาพยนตร์เรื่องนี้จะเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ของสหรัฐฯ

สำหรับแฟน Gundam Hathaway 2: ภาคต่อที่รอคอย ถือเป็นข่าวดีอย่างยิ่ง การกลับมาของ Hathaway Noa และการต่อสู้ของเขากับ Earth Federation จะเข้มข้นขึ้นอย่างแน่นอน นอกจากนี้ การปรากฏตัวของ Gigi Andulicia จะทำให้เรื่องราวมีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น

สำหรับใครที่รอคอย Gundam Hathaway 2: ภาคต่อที่รอคอย ต้องอดใจรอกันอีกหน่อย แต่รับรองว่าคุ้มค่ากับการรอคอยอย่างแน่นอน

Gundam Hathaway 2: ภาคต่อที่รอคอย

ทำไม Gundam Hathaway 2: ภาคต่อที่รอคอย ถึงน่าติดตาม?

  • เรื่องราวเข้มข้นและซับซ้อน
  • ตัวละครมีมิติและน่าติดตาม
  • ภาพสวยงามและอลังการ
  • เพลงประกอบไพเราะและเร้าใจ

โดยรวมแล้ว Gundam Hathaway 2: ภาคต่อที่รอคอย เป็นภาพยนตร์ที่ไม่ควรพลาดสำหรับแฟน Gundam และแฟนภาพยนตร์อนิเมะทุกคน

แม้ว่ากำหนดการฉายในอเมริกาจะยังไม่แน่นอน แต่การที่ภาพยนตร์เรื่องนี้มีแนวโน้มจะเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ ถือเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับแฟนๆ ในต่างประเทศที่รอคอยที่จะได้รับชมเรื่องราวการต่อสู้ของ Hathaway Noa บนจอใหญ่

ที่มา – The Long-Awaited ‘Mobile Suit Gundam: Hathaway’ Sequel Hits Japan in January

สามนักวิจัยผู้คิดค้น “โครงข่ายโลหะ-อินทรีย์” คว้าโนเบลเคมี 2025

เฮ้ทุกคน! เตรียมเฮกันดังๆ เพราะปี 2025 นี้ รางวัลโนเบลสาขาเคมีตกเป็นของสามนักวิจัยสุดเจ๋ง ผู้คิดค้นวัสดุที่จะมาพลิกโฉมโลกของเราให้ดีขึ้น นั่นก็คือ “โครงข่ายโลหะ-อินทรีย์” หรือที่เรียกกันติดปากว่า “มอฟส์” (MOFs) นั่นเอง

คณะกรรมการรางวัลโนเบลจากราชบัณฑิตยสภาวิทยาศาสตร์แห่งสวีเดน ประกาศชื่อผู้ได้รับรางวัล ได้แก่ ศาสตราจารย์ซูซูมุ คิตะกาวะ จากมหาวิทยาลัยเกียวโต, ศาสตราจารย์ริชาร์ด ร็อบสัน จากมหาวิทยาลัยเมลเบิร์น และศาสตราจารย์โอมาร์ ยากี จากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย วิทยาเขตเบิร์กลีย์ ทั้งสามท่านนี้แหละครับ คือฮีโร่ตัวจริงของเรา

“โครงข่ายโลหะ-อินทรีย์” คืออะไร? ทำไมถึงสำคัญ?

แล้วไอ้เจ้า “โครงข่ายโลหะ-อินทรีย์” ที่ว่าเนี่ย มันคืออะไรกัน? ทำไมถึงทำให้คนทั้งโลกตื่นเต้นได้ขนาดนี้? ลองนึกภาพฟองน้ำจิ๋วๆ ที่มีรูพรุนเยอะแยะมากมายในระดับนาโนเมตรดูสิครับ นั่นแหละคือมอฟส์! รูพรุนเหล่านี้ทำให้มอฟส์มีพื้นที่ผิวภายในมหาศาล มากขนาดที่ว่ามอฟส์แค่ช้อนชาเดียว มีพื้นที่ผิวเท่ากับสนามเทนนิสสองสนามเลยทีเดียว!

แต่ความเจ๋งของมันไม่ได้จบแค่นั้น เพราะนักวิทยาศาสตร์สามารถปรับแต่งรูพรุนเหล่านี้ให้ “เหนียว” หรือจับกับโมเลกุลของก๊าซต่างๆ ได้ นั่นหมายความว่าเราสามารถใช้มอฟส์เป็นทั้งฟองน้ำดูดซับ หรือตะแกรงร่อนโมเลกุลจิ๋วๆ เพื่อดักจับ แยกแยะ และกักเก็บก๊าซและสารเคมีต่างๆ ได้ในปริมาณมหาศาล

ประโยชน์ที่แท้จริงของ “โครงข่ายโลหะ-อินทรีย์”

คุณสมบัติสุดยอดของ “โครงข่ายโลหะ-อินทรีย์” นี้เอง ที่จะช่วยเราแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมต่างๆ ได้อย่างเหลือเชื่อ ลองคิดดูสิครับว่าเราสามารถใช้มอฟส์ดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากโรงงานผลิตปูนซีเมนต์ หรือโรงไฟฟ้าได้มากแค่ไหน หรือแม้แต่ช่วยลดมลภาวะจากขยะพลาสติกได้ด้วย!

ศ.คิตะกาวะกล่าวหลังทราบข่าวว่า “ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งและดีใจมาก” แต่ก็ไม่ลืมที่จะรีบไปประชุมต่อ (ฮา) แสดงให้เห็นว่านักวิทยาศาสตร์เหล่านี้ทำงานกันอย่างหนักจริงๆ เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีที่จะช่วยโลกของเรา

คณะกรรมการรางวัลโนเบลเปรียบเทียบผลงานของนักวิทยาศาสตร์ทั้งสามว่าเป็น “สถาปัตยกรรมในระดับโมเลกุล” เพราะพวกเขาสร้างโครงสร้างใหม่ๆ ที่ก๊าซและสารเคมีสามารถไหลผ่านได้ โดยสามารถดักจับก๊าซพิษ สารเคมีอันตราย หรือแม้แต่สารเคมีชั่วนิรันดร์อย่าง PFAS ที่ปนเปื้อนในดินและแหล่งน้ำได้อีกด้วย

นักวิจัยเหล่านี้ เริ่มต้นคิดค้นมอฟส์กันตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 1970 และ 1980 โดยใช้วิธีนำไอออนของโลหะมาวางเป็นรากฐาน แล้วเชื่อมต่อกันด้วยโมเลกุลอินทรีย์ จนเกิดเป็นโครงข่ายที่มีช่องว่างมากมาย

ศ.ร็อบสัน ถึงขนาดเจาะรูบนโต๊ะทำงาน เพื่อสร้างแบบจำลองอะตอมด้วยลูกบอลไม้ ส่วน ศ.คิตะกาวะ และ ศ.ยากี ก็ช่วยกันปรับปรุงโครงสร้างมอฟส์ให้แข็งแรงและเสถียรยิ่งขึ้น ทำให้สามารถนำไปใช้งานได้จริง

อนาคตของ “โครงข่ายโลหะ-อินทรีย์”

ปัจจุบัน นักวิจัยสามารถออกแบบมอฟส์ได้นับหมื่นแบบ เพื่อใช้งานที่หลากหลาย เช่น ดักจับน้ำในอากาศในทะเลทราย, ขจัดสารพิษ, เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาเคมี หรือแม้แต่วัสดุตัวนำไฟฟ้า

ถึงแม้ว่าการใช้งานมอฟส์ในปัจจุบันจะยังจำกัดอยู่ แต่บริษัทเทคโนโลยีหลายแห่งกำลังพัฒนาวิธีการผลิตมอฟส์ในระดับอุตสาหกรรม เพื่อลดต้นทุนและทำให้ทุกคนเข้าถึงเทคโนโลยีนี้ได้ง่ายขึ้นในอนาคต

ศ.เชลา โรแวน จากราชบัณฑิตยสมาคมของสหราชอาณาจักร มองว่านักเคมีทั้งสามได้วางรากฐานที่สำคัญสำหรับการวิจัยเคมียุคใหม่

เรื่องราวชีวิตของนักวิทยาศาสตร์เหล่านี้ก็เป็นแรงบันดาลใจอย่างมาก ศ.คิตะกาวะได้รับแรงบันดาลใจจากปรัชญา “ประโยชน์ของสิ่งที่ไร้ประโยชน์” ของจวงจื่อ ส่วน ศ.ยากี เติบโตมาจากครอบครัวที่ยากจน แต่ก็ไม่ย่อท้อต่อความฝัน

นักเคมีทั้งสามจะได้รับเงินรางวัลจำนวน 11 ล้านโครนสวีเดน โดยพิธีมอบรางวัลจะมีขึ้นในวันที่ 10 ธันวาคม

รางวัลโนเบลสาขาเคมีปี 2025 นี้ ไม่ได้เป็นเพียงแค่การยกย่องนักวิทยาศาสตร์ทั้งสามท่านเท่านั้น แต่ยังเป็นการส่งสัญญาณว่าเทคโนโลยีใหม่ๆ อย่าง “โครงข่ายโลหะ-อินทรีย์” จะมีบทบาทสำคัญในการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมและความท้าทายต่างๆ ที่โลกของเรากำลังเผชิญอยู่ ขอเป็นกำลังใจให้กับนักวิจัยทุกคน และหวังว่าเราจะได้เห็นการนำมอฟส์มาใช้ในชีวิตประจำวันของเรามากขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้!

ที่มา – สามนักวิจัยผู้คิดค้น “โครงข่ายโลหะ-อินทรีย์” คว้าโนเบลเคมี 2025

มหกรรมหนังสือแห่งชาติ เปิดฉากยิ่งใหญ่ในธีม ‘Melody of Books’

เริ่มต้นขึ้นแล้วอย่างยิ่งใหญ่สำหรับ ‘งานมหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 30’ หรือ Book Expo Thailand 2025 ที่มาพร้อมแนวคิดสุดสร้างสรรค์ ‘Melody of Books – อ่านหรือยัง ฟังหรือเปล่า’ ผสานโลกของหนังสือและเสียงดนตรีเข้าด้วยกันอย่างลงตัว หวังจุดประกายพลังแห่งการอ่านให้กึกก้องในสังคมไทย

ภายในงานอัดแน่นไปด้วยหนังสือกว่า 2 ล้านเล่ม จาก 400 สำนักพิมพ์ชั้นนำ รวม 900 บูธ พร้อมโปรโมชั่นสุดพิเศษมากมาย งานนี้คาดการณ์ว่าจะดึงดูดนักอ่านกว่า 1.3 ล้านคน และกระตุ้นมูลค่าตลาดหนังสือไทยให้ทะลุ 20,000 ล้านบาทไปเลย!

มหกรรมหนังสือแห่งชาติ เปิดฉากยิ่งใหญ่ในธีม ‘Melody of Books’

ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ในฐานะประธานเปิดงาน ได้กล่าวถึงความสำคัญของการอ่าน ว่าเป็นรากฐานสำคัญของการเรียนรู้ และเป็น ‘ทุนมนุษย์’ ที่มีค่าอย่างยิ่ง เพราะเมื่อประชาชนมีทักษะการอ่านและการคิดวิเคราะห์ที่ดี ประเทศก็จะสามารถพัฒนาไปได้อย่างยั่งยืน

“หลายประเทศที่ประสบความสำเร็จได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า การสร้างสังคมแห่งการอ่าน คือการลงทุนที่คุ้มค่าและยั่งยืนที่สุด” เธอกล่าว

นอกจากนี้ ซาบีดายังได้กล่าวขอบคุณสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย (PUBAT) ที่ร่วมแรงร่วมใจกันจัดงานนี้ขึ้น ซึ่งเป็นเวทีสำคัญให้นักเขียน นักอ่าน และผู้ประกอบการ ได้มาแลกเปลี่ยนแรงบันดาลใจ และร่วมกันสร้างสังคมไทยให้เป็น ‘สังคมแห่งการอ่าน’ อย่างแท้จริง

6 โซนไฮไลต์ ที่คุณไม่ควรพลาดในงาน มหกรรมหนังสือแห่งชาติ เปิดฉากยิ่งใหญ่ในธีม ‘Melody of Books’

ณัฐกร วุฒิชัยพรกุล นายกสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย เผยว่า ปีนี้งานขยายพื้นที่ครอบคลุมถึง 3 ฮอลล์ใหญ่ จัดเต็ม 6 โซนหลัก ได้แก่

  1. โซนหนังสือนิยายและวรรณกรรม: สำหรับนักอ่านที่รักการผจญภัยในโลกจินตนาการ
  2. โซนหนังสือทั่วไป: ครอบคลุมทุกความรู้ที่คุณต้องการ
  3. โซนหนังสือเก่า: พบกับหนังสือหายาก และหนังสือทรงคุณค่า
  4. โซนหนังสือเด็กและการศึกษา: สร้างแรงบันดาลใจให้เด็กๆ รักการอ่าน
  5. โซนหนังสือการ์ตูนและวัยรุ่น: เอาใจวัยรุ่นนักอ่าน
  6. โซน NON BOOK และบอร์ดเกม: สำหรับผู้ที่มองหาความบันเทิงรูปแบบใหม่

ภายในงานยังมีกิจกรรมอีกกว่า 100 รายการ ที่ผสมผสานความรู้ แรงบันดาลใจ และความบันเทิงไว้อย่างลงตัว ตัวอย่างเช่น:

  • View ’til Touch: นิทรรศการอินเทอร์แอคทีฟ ที่ให้ผู้ชม ‘ฟังเพลงจากตัวอักษร’ และสร้างเสียงดนตรีจากหนังสือผ่านโปรแกรม Suno
  • ‘Read for The Blind’ กิจกรรมบันทึกเสียงอ่านหนังสือ เพื่อผลิตหนังสือเสียงให้ผู้พิการทางสายตา
  • ‘Little Read Universe’ โซนสร้างแรงบันดาลใจสำหรับเด็ก
  • การแสดง “เจ้าขุนทองและผองเพื่อน” ผสมผสานดนตรี นิทาน และหุ่นมือ

รวมถึงการประกวดใหญ่ PUBAT Contest ทั้งการเล่านิทาน การแต่งเพลงส่งเสริมการอ่าน และการโต้วาทีระดับมัธยมทั่วประเทศ

ผลสำรวจเผย เยาวชนไทยยังรักการอ่าน มหกรรมหนังสือแห่งชาติ เปิดฉากยิ่งใหญ่ในธีม ‘Melody of Books’

ผลสำรวจพฤติกรรมการอ่านล่าสุด พบว่าคนไทยยังคงนิยมอ่านหนังสือเล่มจริง โดยเฉพาะในกลุ่มอายุ 15–18 ปี ที่มีการซื้อหนังสือแบบเสียค่าใช้จ่ายถึง 86% ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า ‘เยาวชนไทยยังรักการอ่าน’ แม้ว่าโลกดิจิทัลจะเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยเฉลี่ยแล้วคนไทยใช้เวลาอ่านหนังสือวันละ 50.77 นาที (หนังสือกระดาษ: 51 นาที, การอ่านออนไลน์: 152 นาที)

ประเภทของหนังสือที่ได้รับความนิยมสูงสุดคือ หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (56%) หนังสือกระดาษ (26%) และหนังสือเสียง (15%)

ณัฐกรกล่าวว่า ตัวเลขเหล่านี้ยืนยันว่าอุตสาหกรรมหนังสือไทยยังมีศักยภาพในการเติบโต โดยมีมูลค่าตลาดกว่า 20,000 ล้านบาท และยังขยายตัวเฉลี่ย 3.5% ต่อปี

สำหรับงาน Book Expo Thailand 2025 จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 9 – 19 ตุลาคม 2568 เวลา 10.00 – 21.00 น. ณ ฮอลล์ 5–7 ชั้น LG ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

เตรียมพบกับหนังสือปกใหม่กว่า 2,000 ปก นักเขียนชื่อดัง และโปรโมชั่นสุดพิเศษจากทุกสำนักพิมพ์ พร้อมบริการจัดส่งถึงบ้านโดยไปรษณีย์ไทย

เพื่อนๆ นักอ่านห้ามพลาด! งานนี้เป็นโอกาสดีที่จะได้พบปะนักเขียนคนโปรด เลือกซื้อหนังสือในราคาพิเศษ และร่วมกิจกรรมสนุกๆ อีกมากมาย มาเติมเต็มแรงบันดาลใจ และร่วมสร้างสังคมแห่งการอ่านไปด้วยกัน

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เพจ Thai Book Fair

CONTENT CONTENT2 CONTENT3 CONTENT4 CONTENT5 CONTENT6 CONTENT7 CONTENT8 CONTENT9 CONTENT10 CONTENT11 CONTENT12 CONTENT13 CONTENT14 CONTENT15

ที่มา – มหกรรมหนังสือแห่งชาติ เปิดฉากยิ่งใหญ่ในธีม ‘Melody of Books’ ผสานโลกหนังสือกับเสียงดนตรี จุดประกายตลาดหนังสือ 2 หมื่นล้าน 9-19 ต.ค.นี้

เราไม่รู้ว่ากำลังกลัวอะไร… ในใจอยากให้มันหยุดสักที: เหตุความรุนแรงชายแดนใต้ในยุคอนุทินสะท้อนอะไรให้คิดบ้าง

“เราไม่รู้ว่ากำลังกลัวอะไร… ในใจอยากให้มันหยุดสักที”

ช่วงต้นเดือนตุลาคม 2568 ประชาชนในสามจังหวัดชายแดนใต้ได้เผชิญกับเหตุการณ์ความรุนแรงระลอกใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการปล้นร้านทองในห้างใหญ่ที่อำเภอนราธิวาส หรือเหตุลอบวางระเบิดที่ยะลา ซึ่งสร้างความหวั่นวิตกให้กับผู้คนที่ต้องใช้ชีวิตในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง มีทั้งผู้ลี้ภัยจากความรุนแรงมานาน ชาวบ้านที่คุ้นเคยกับการเดินชีวิตคู่กับเดินทางในเชิงป้องกัน แต่ลึก ๆ แล้วยังอยากให้วงจรความรุนแรงนี้สิ้นสุดลงเสียที

รัฐบาลเพิ่งแต่งตั้งคณะพูดคุยสันติภาพ

แม้สถานการณ์ความไม่สงบจะเพิ่งเกิดขึ้นซ้ำ แต่รัฐบาลของนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูลก็มีท่าทีพยายามแก้ไขอย่างจริงจัง ด้วยการเสนอชื่อ พลเอกสมศักดิ์ รุ่งสิตา เป็นหัวหน้าคณะสันติภาพคนใหม่ ซึ่งนับเป็นความหวังในการกลับมาคุยกันบนโต๊ะเจรจาอีกครั้ง หลังจากที่ขาดมันไปทั้งที่ตำแหน่งนี้ยังว่างอยู่กว่าปีกว่ารัฐบาลพัฒนาทักษิณจะเข้ามารับตำแหน่ง

เหตุปล้นทองสะท้อนบทสนทนาที่ไม่จบ

  • ดีเอ็นเอจากคดีหารือให้เชื่อมโยงกลับไปที่กลุ่มบีอาร์เอ็น ทวดาให้เหตุผลลบหลู่อำนาจ
  • ทหารและตำรวจยันบุคคลทั่วไปไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง หวังให้ประชาชนร่วมเป็นแนวร่วมแจ้งเบาะแส
  • นักวิชาการเตือนการหยุดว่างเว้นกระบวนการพูดคุยอาจทำให้ความไม่สงบเพิ่ม

บทท้าความรุนแรงในยุคอนุทินและการเข้าใจทางสังคม

ผศ.ดร.ศรีสมภพ จิตภิรมย์ศรี เจ้าของศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้ชี้ว่า เหตุการณ์ความรุนแรงที่เพิ่มในช่วงนี้อาจมีลักษณะเป็นการ “ทดสอบ” รัฐบาลใหม่ ขณะเดียวกันก็แสดงแสนยานุภาพถึงแม้จะขาดเครือข่ายในสังคม เขาชี้ว่าการก่อความรุนแรงแบบโจรงออกมูลทำให้เห็นช่องโยนความผิดไปให้ “บีอีเอ็น” อย่างง่าย เวลาที่งบเฉพาะทางยังไม่อนุมัติ
ส่วนครูหญิงที่ให้สัมภาษณ์โดยแอบชื่อ เล่าให้ฟังน้ำเสียง “ไม่อยากจะได้ยินข่าวระเบิดอีก” ของคนในพื้นที่ พร้อมกับความตั้งคำถามว่า สถานการณ์จะสงบได้เมื่อไหร่

การปราบปรามภัยแทรกซ้อนตัดท่อน้ำเลี้ยงสู่ความรุนแรง

การเจอการลักลอบน้ำมันและลักลอบยาเสพติดอย่างรวดเร็วในพื้นที่ ทางฝ่ายความมั่นคงเชื่อมโยงเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ “ผู้ก่อความไม่สงบ” จำเป็นต้องปรับท่าทีเป็นการโจรงแบบตรง ๆ จากที่เคยซ่อนวิวัฒนาการไว้เบื้องหลัง

แรงกดดันและความหวังในกระบวนการสันติภาพ

ผศ.ดร.รุ่งรวี เฉลิมศรีภิญโญรัช สถาบันสันติศึกษา ม.สงขลานครินทร์ แชร์ประเด็นว่า การจัดการความรุนแรงภาคใต้ไม่ควรเพียงเน้น “เกมกล้ามเนื้อ” แต่ควรมีการเจรจาอย่างเป็นทางการ ผลลัพธ์ระบุว่า: “สงครามทุกอย่างมักจบลงบนโต๊ะเจรจา”
? ”เราไม่รู้ว่าถึงเวลาจะบอกว่าอะไรคือสันติภาพได้เมื่อไหร่” – นี่อาจเป็นคำถามที่เจ้าหน้าที่และผู้บริสุทธิ์ทั้งสองฝ่ายต้องตอบตรงกลาง ด้วยการเข้าใจว่าจุดมุ่งสุดท้ายไม่ใช่การชนะ แต่การอยู่อย่างสงบสงบ

แคลิฟอร์เนียให้ผู้อยู่อาศัยเลือกไม่รับการเก็บข้อมูล

สัปดาห์นี้ Gavin Newsom ผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนียได้ลงนามในกฎหมายใหม่ที่จะทำให้ชาวแคลิฟอร์เนียสามารถเลือกไม่รับการเก็บข้อมูลดิจิทัลได้อย่างง่ายดายด้วยพอร์ทัลง่ายๆ ที่ควรใช้ได้กับทุกเว็บไซต์ในเบราว์เซอร์ของพวกเขา การเคลื่อนไหวนี้สัญญาว่าจะทำให้การคุ้มครองความเป็นส่วนตัวทางดิจิทัลของรัฐนั้นง่ายต่อการใช้ประโยชน์มากขึ้น และอาจสร้างแบบอย่างใหม่สำหรับกฎระเบียบด้านความเป็นส่วนตัวในอนาคต

ใน ข่าวประชาสัมพันธ์ ที่เผยแพร่เมื่อสัปดาห์นี้ สำนักงานของ Newsom ประกาศการผ่านกฎหมายใหม่สองฉบับ ได้แก่ SB 361 และ AB 566 ซึ่งจะเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับกฎหมาย California Consumer Privacy Act ที่สำคัญของรัฐ CCPA ซึ่งสร้างขึ้นในปี 2018 ทำให้ผู้ที่อยู่ในรัฐมีสิทธิ์ที่จะขอให้บริษัทแบ่งปันข้อมูลที่เก็บรวบรวมเกี่ยวกับพวกเขาในฐานะส่วนหนึ่งของแนวทางการดำเนินธุรกิจ แต่ยังให้ลบข้อมูลเหล่านั้นได้อีกด้วย

การผ่าน CCPA เป็นเรื่องใหญ่ แต่เช่นเดียวกับกฎหมายสำคัญอื่นๆ การดำเนินการตามกฎหมายนี้ยังไม่สมบูรณ์แบบเท่าที่ควร ในขณะที่ CCPA บังคับให้บริษัทต่างๆ เป็นครั้งแรกที่ให้ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตควบคุมข้อมูลของตนได้ในระดับหนึ่ง แต่กลไกที่การควบคุมนั้นสามารถใช้ได้นั้นไม่สมบูรณ์แบบเสมอไป

กล่าวอีกนัยหนึ่ง ช่องโหว่ในกฎหมายได้สร้างสถานการณ์ที่ทุกครั้งที่ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตเข้าชมเว็บไซต์ พวกเขาถูกบังคับให้ต้องผ่านขั้นตอนที่น่ารำคาญในการเลือกการตั้งค่าความเป็นส่วนตัวของตน ในบางกรณี บริษัทต่างๆ ได้ใช้ประโยชน์จากกระบวนการนี้โดยทำให้สับสนหรือนำทางได้ยาก ซึ่งเป็นการเอียงตาชั่งให้เข้าข้างพวกเขา

อย่างไรก็ตาม ตอนนี้เนื่องจากการผ่าน AB 566 ชาวแคลิฟอร์เนียควรจะสามารถเลือกไม่รับการเก็บรวบรวมข้อมูลทั้งหมดผ่านพอร์ทัลง่ายๆ ที่มีให้ใช้งานผ่านเว็บเบราว์เซอร์ของพวกเขา กฎหมายนี้ “ช่วยให้ผู้บริโภคใช้สิทธิ์ในการเลือกไม่รับ” ภายใต้ CCPA โดย “กำหนดให้เบราว์เซอร์ต้องมีคุณสมบัติในการส่งสัญญาณการตั้งค่าการเลือกไม่รับไปยังเว็บไซต์ เพื่อให้ชาวแคลิฟอร์เนียสามารถเลือกไม่รับการขายข้อมูลของบุคคลที่สามได้ในคราวเดียว แทนที่จะต้องทำในแต่ละเว็บไซต์” ข่าวประชาสัมพันธ์ของ Newsom ระบุ

นี่เป็นก้าวสำคัญในการให้ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตควบคุมข้อมูลของตนได้มากขึ้น แม้ว่ากฎหมายจะเพิ่งผ่านเข้าไป แต่ก็ยังไม่ชัดเจนว่ากฎระเบียบนี้จะปรากฏให้ผู้บริโภคเห็นได้อย่างไร หวังว่ามันจะง่ายเหมือนกับการทำเครื่องหมายในช่องในเบราว์เซอร์ของคุณ

กฎหมายนี้ทำให้แคลิฟอร์เนียก้าวนำหน้าส่วนอื่นๆ ของประเทศเมื่อพูดถึงการบังคับใช้ความเป็นส่วนตัวทางดิจิทัล ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา รัฐยังได้ดำเนินการเพื่อปรับปรุงความสามารถในการดูแลและลงโทษบริษัทต่างๆ ที่ละเมิดกฎหมายนี้ ปัจจุบันการบังคับใช้ดำเนินการผ่านสำนักงานอัยการสูงสุดของรัฐ ในปีนี้ บริษัทจำนวนหนึ่ง รวมถึง บริษัทรถแทรกเตอร์ และ สำนักพิมพ์ข้อมูลด้านสุขภาพ ถูกปรับเป็นเงินมากกว่าล้านดอลลาร์สำหรับการละเมิด CCPA ที่ถูกกล่าวหา อย่างไรก็ตาม ในปี 2020 รัฐยังได้อนุมัติการสร้างหน่วยงานใหม่ California Privacy Protection Agency (หรือ CPPA ซึ่งถูกเรียกว่า “ตำรวจความเป็นส่วนตัว” แห่งแรกของประเทศ) ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบในการบริหารและดำเนินการ CCPA

นอกจากนี้ SB 361 ยังลงนามในกฎหมายในสัปดาห์นี้ ซึ่งออกแบบมาเพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับทะเบียนนายหน้าซื้อขายข้อมูลที่มีอยู่แล้วในแคลิฟอร์เนีย กฎหมายนี้จะให้ผู้บริโภค “ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลที่รวบรวมโดยนายหน้าซื้อขายข้อมูล และผู้ที่อาจเข้าถึงข้อมูลของผู้บริโภค” สำนักงานของ Newsom กล่าว

แคลิฟอร์เนียให้ผู้อยู่อาศัยเลือกไม่รับการเก็บข้อมูล

การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้มีความหมายอย่างมากสำหรับชาวแคลิฟอร์เนีย และอาจเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงสิ่งที่กำลังจะมาในอนาคตอันใกล้ เมื่อผู้คนตระหนักถึงความสำคัญของความเป็นส่วนตัวทางออนไลน์มากขึ้น รัฐอื่นๆ อาจพิจารณาทำตามตัวอย่างของแคลิฟอร์เนีย

ทำไมการ เลือกไม่รับการเก็บข้อมูล ถึงสำคัญ

การที่รัฐแคลิฟอร์เนียอนุญาตให้ผู้อยู่อาศัย เลือกไม่รับการเก็บข้อมูล ได้ง่ายขึ้นนั้น เป็นเรื่องที่น่ายินดีอย่างยิ่ง เพราะมันเป็นการเพิ่มอำนาจให้ผู้บริโภคในการควบคุมข้อมูลส่วนตัวของตนเอง ในโลกที่ข้อมูลส่วนตัวถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์ที่มีค่า การมีสิทธิ์ในการตัดสินใจว่าจะแบ่งปันข้อมูลของตนเองหรือไม่นั้น เป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง

ดังนั้น หากคุณเป็นชาวแคลิฟอร์เนีย อย่าลืมใช้สิทธิของคุณในการเลือกไม่รับการเก็บข้อมูล เพื่อปกป้องความเป็นส่วนตัวของคุณ และส่งสัญญาณไปยังบริษัทต่างๆ ว่าคุณให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัว

ที่มา – California Lets Residents Opt-Out of a Ton of Data Collection on the Web

Hasbro เผยโฉม Marvel และ Star Wars สุดเจ๋ง!

นักสะสมของเล่นมักจะวงกลมสองวันในปฏิทินของพวกเขาเสมอ: San Diego Comic-Con และ New York Comic Con นั่นเป็นเพราะบริษัทที่มีลิขสิทธิ์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกอย่าง Hasbro มักจะมีการเปิดเผยที่น่าทึ่งมากมายเกี่ยวกับสิ่งที่แฟนๆ ต้องการจะซื้อในช่วงไม่กี่เดือนข้างหน้า

Hasbro เพิ่งเสร็จสิ้นการประชุม New York Comic Con ประจำปี 2025 และไม่ทำให้ผิดหวัง โดยนำเสนอตัวละคร Marvel ที่ได้รับความนิยมอย่างมาก รวมถึงของหายากที่แฟนๆ ชื่นชอบ และ Star Wars ที่หลากหลาย ด้านล่างนี้ เราจะแจกแจงรายละเอียดทั้งหมด

Hasbro เผยโฉม Marvel และ Star Wars สุดเจ๋ง!

Marvel Legends

“ได้รับแรงบันดาลใจจากรูปลักษณ์ของ Apocalypse ในซีรีส์แอนิเมชั่น X-Men ’97 แอ็กชั่นฟิกเกอร์ขนาด 6 นิ้วนี้จะสูงตระหง่านเหนือตัวละคร Marvel Legends ส่วนใหญ่ด้วยความสูง 12 นิ้ว และมีจุดขยับมากกว่า 25 จุด” ราคา $120 และพร้อมให้สั่งซื้อล่วงหน้าได้แล้วบน Hasbro Pulse วันที่คาดว่าจะจัดส่ง: ฤดูใบไม้ร่วงปี 2026

“ฟิกเกอร์ Marvel สะสมขนาด 6 นิ้วนี้มีรายละเอียดที่เหมือนกับตัวละครจาก Marvel’s X-Men and Wolverine comics แอ็กชั่นฟิกเกอร์ Wolverine (WWII Logan) สามารถขยับได้เต็มที่ด้วยการออกแบบระดับพรีเมียมและหัว แขน และขาที่สามารถจัดท่าทางได้ ชุดแอ็กชั่นฟิกเกอร์ Marvel นี้มาพร้อมกับอุปกรณ์เสริม 7 ชิ้น รวมถึงมือสำรอง 3 ข้าง หัวสำรอง มีด กระเป๋า และอุปกรณ์เสริมอาวุธ” ราคา $28 และพร้อมให้สั่งซื้อล่วงหน้าเวลา 13:00 น. ET ในวันที่ 10 ตุลาคมบน Hasbro Pulse วันที่คาดว่าจะจัดส่ง: ฤดูใบไม้ร่วงปี 2025

ที่นี่เรามีสองแพ็คคู่ มีฟิกเกอร์ Medusa และ Gordon และฟิกเกอร์ Black Bolt และ Triton แต่ละชุดราคาประมาณ $60 และพร้อมให้สั่งซื้อล่วงหน้าเวลา 13:00 น. ET ในวันที่ 21 ตุลาคมบน Hasbro Pulse วันที่คาดว่าจะจัดส่ง: ฤดูใบไม้ร่วงปี 2025

ฟิกเกอร์ Spider-Man จากสามจักรวาลใหม่กำลังมาถึง มี Spider-Man 2099, Cardiac และ Dark Avengers Spider-Man แต่ละตัวราคา $28 การสั่งซื้อล่วงหน้า Dark Avenger เวลา 13:00 น. ET ในวันที่ 10 ตุลาคม (โดยมีวันที่คาดว่าจะจัดส่งในฤดูใบไม้ร่วงปี 2025) ในขณะที่อีกสองตัวคือวันที่ 29 ตุลาคม (โดยมีวันที่คาดว่าจะจัดส่งในฤดูใบไม้ผลิปี 2026) ทั้งหมดที่ Hasbro Pulse

นั่นคือรายการโปรดของเรา แต่มีการประกาศ Marvel Legends อื่นๆ อีกมากมาย มี Phantom Rider, Warbow, Enchantress, Werewolf by Night และ Iron Man: Mark 72 ด้วย ทั้งหมดนี้ราคา $28 และพร้อมให้สั่งซื้อล่วงหน้าเวลา 13:00 น. ET ในวันที่ 10 ตุลาคมบน Hasbro Pulse วันที่คาดว่าจะจัดส่ง: ฤดูใบไม้ร่วงปี 2025

Star Wars จาก Hasbro จะมีอะไรน่าสนใจบ้าง?

เมื่อย้ายไปสู่กาแล็กซีอันไกลโพ้น นี่คือสิ่งที่ Hasbro มีให้สำหรับ Star Wars

“แอ็กชั่นฟิกเกอร์ Star Wars Hasbro นี้มีรายละเอียดที่เหมือนกับ Boba Fett จาก Star Wars: The Book of Boba Fett ฟิกเกอร์นี้มาพร้อมกับหมวกที่ถอดออกได้ อุปกรณ์เสริมบลาสเตอร์ อุปกรณ์เสริมปืนไรเฟิล และเจ็ตแพ็คพร้อมจรวดที่ถอดออกได้” ราคา $28 และจะพร้อมให้สั่งซื้อล่วงหน้าเวลา 13:00 น. ET ในวันที่ 10 ตุลาคมบน Hasbro Pulse วันที่คาดว่าจะจัดส่งคือต้นปี 2026

“แอ็กชั่นฟิกเกอร์ Star Wars Hasbro นี้มีรายละเอียดที่เหมือนกับ Darth Vader จาก Star Wars: Obi-Wan Kenobi มาพร้อมกับไลท์เซเบอร์สีแดงอันเป็นเอกลักษณ์ของ Vader เพื่อการโพสท่าแบบไดนามิกบนชั้นวางของแฟนๆ” ราคา $28 และจะพร้อมให้สั่งซื้อล่วงหน้าเวลา 13:00 น. ET ในวันที่ 10 ตุลาคมบน Hasbro Pulse วันที่คาดว่าจะจัดส่งคือต้นปี 2026

“ชุดแอ็กชั่นฟิกเกอร์ Star Wars Hasbro นี้มีรายละเอียดที่เหมือนกับ Purge Trooper และ Patrol Trooper จาก Star Wars Jedi: Survivor ฟิกเกอร์เหล่านี้มาพร้อมกับอุปกรณ์เสริมบลาสเตอร์สองชิ้น โล่ปราบจลาจล และกระบองไฟฟ้าช็อตพร้อมเอฟเฟกต์ช็อตที่ถอดออกได้” ตัวนี้ก็สั่งซื้อล่วงหน้าในวันที่ 10 ตุลาคมเช่นกัน แต่เวลา 10:00 น. ET เฉพาะที่ Walmart. จะวางจำหน่ายในปี 2026

สุดท้ายนี้ นี่คือสองการเพิ่มใหม่ใน Vintage Collection: Padme Amidala และ Shaak Ti แต่ละตัวราคา $20 และจะพร้อมให้สั่งซื้อล่วงหน้าเวลา 13:00 น. ET ในวันที่ 25 ตุลาคมบน Hasbro Pulse วันที่คาดว่าจะจัดส่งคือต้นปี 2026

โดยรวมแล้วงาน New York Comic Con 2025 ของ Hasbro นั้นน่าประทับใจมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับแฟน ๆ ของ Marvel และ Star Wars มีสินค้าให้เลือกมากมาย ตั้งแต่ฟิกเกอร์ยอดนิยมอย่าง Boba Fett และ Darth Vader ไปจนถึงตัวละครที่หายากกว่าอย่าง Cardiac และ Purge Trooper ทำให้งานนี้เป็นสิ่งที่นักสะสมไม่ควรพลาด Hasbro เผยโฉม Marvel และ Star Wars สุดเจ๋ง! จริงๆ

ที่มา – The Coolest Hasbro Marvel and ‘Star Wars’ Reveals of New York Comic Con 2025

Intel ยังผลิตการ์ดจออยู่ไหม?

มีบางอย่างที่แปลกประหลาดเกิดขึ้นที่ Intel บริษัทกำลังมองหาที่จะปรับตัวให้เพรียวบางในขณะที่สร้างขีดความสามารถในการผลิตชิป การผจญภัยครั้งใหม่ของยักษ์ใหญ่ด้านชิปของสหรัฐฯ ในการ์ดจอไม่ได้รับการชื่นชมจากชุมชนผู้ซื้อพีซี โดยเฉพาะอย่างยิ่ง GPU Battlemage ระดับเริ่มต้น อย่าง B850 ท่ามกลางกระแสข่าวลือเกี่ยวกับการประกาศ Panther Lake ครั้งใหญ่ สิ่งหนึ่งที่ดูเหมือนจะขาดหายไป: แนวคิดที่ชัดเจนเกี่ยวกับแผนการในอนาคตสำหรับ GPU โดยมีหรือไม่มีความช่วยเหลือจาก Nvidia

(การเปิดเผยข้อมูลทั้งหมด: Intel เชิญฉันไปที่โรงงานผลิตชิปเซ็ตใน Phoenix, Ariz ค่าเดินทางและที่พัก Intel เป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย แต่ Gizmodo ไม่ได้รับประกันว่าจะมีการรายงานข่าวใดๆ เป็นเงื่อนไขในการยอมรับการเดินทาง)

ด้วยการเปิดตัว Panther Lake และ การอัปเดตซอฟต์แวร์ XeSS upscaling ทำให้ Intel เปิดตัวสถาปัตยกรรมไมโครกราฟิก Xe3 ใหม่ ซึ่งอยู่ภายใต้กลุ่ม Arc B-Series (Battlemage) Intel กล่าวว่าเราควรคาดหวังประสิทธิภาพที่ดีขึ้นที่วัตต์ที่ต่ำกว่ารุ่น Arrow Lake H ก่อนหน้า และอัตราเฟรมที่ดีขึ้นมากในเกมที่มีชิป 12Xe core variants แต่สิ่งอื่น ๆ ล่ะ? Intel ให้รายละเอียดว่า “Next Arc family” จะถูกระบุว่าเป็น Xe3P ไม่ใช่ Xe4 มันจะเป็น GPU แบบแยกหรือไม่ หรือที่รู้จักกันในชื่อ “Celestial” หรือ C-line ของการ์ดจอที่มีข่าวลือ?

Tom Petersen หัวหน้าฝ่ายสถาปัตยกรรม กราฟิก และซอฟต์แวร์ของ Intel กล่าวกับผู้สื่อข่าวในการถามตอบแบบ Roundtable ว่า Panther Lake จะเป็นเพียงการบอกใบ้ถึงสิ่งที่ชื่อนี้บอกเป็นนัย “Xe3P เป็นความก้าวหน้าทางสถาปัตยกรรมที่สำคัญจากที่เราเป็นอยู่ในปัจจุบัน” เขากล่าว ไม่ว่านั่นจะหมายถึงผลิตภัณฑ์ทั้งตระกูลหรือไม่ก็ตาม ก็ไม่สำคัญ อย่างไรก็ตาม มันอาจจะยังเรียกว่า “Celestial” เพื่อประโยชน์ของความต่อเนื่องมากกว่าสิ่งอื่นใด

Petersen กล่าวว่า “การตั้งชื่อของเราไม่ดีนัก” “ถ้าเรารู้ในสิ่งที่เราตอนนี้รู้ เราจะตั้งชื่อสิ่งเหล่านั้นต่างออกไป”

Intel มีสิ่งอื่น ๆ ในใจ บริษัทต้องการให้คุณรู้ว่า Fab 52 ใน Chandler, Ariz. ที่สร้าง กระบวนการ 18A ใหม่ของบริษัท กำลังดำเนินการอยู่ มากเสียจนพวกเขาจับฉันและนักข่าวและนักวิเคราะห์คนอื่น ๆ สวมชุดกระต่ายขาวเพื่อตรวจสอบสถานที่นั้น เพียงเพื่อเข้าไปในวิหารแห่งซิลิกอนแห่งนี้ ร่างกายของคุณจะถูกห่อหุ้มตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยชั้นกันน้ำ Gore-Tex ดวงตาและเท้าของคุณจะถูกปกคลุม และคุณจะเริ่มกลมกลืนกับทุกคนที่เดินเตร่ไปตามพื้นเหล่านั้น ฉันจะบอกอะไรคุณได้? ไม่มาก นัก ฉันบอกไม่ได้ว่าพื้นโรงงานที่พวกเขาทำชิปเป็นตารางฟุตนั้นใหญ่แค่ไหน? “เยอะมากกก” หรืออย่างน้อยนั่นคือสิ่งที่ Thomas Hannaford โฆษกของ Intel ได้รับอนุญาตให้พูด ฉันไม่สามารถถ่ายรูปได้ ฉันไม่สามารถบอกคุณได้ว่าเครื่อง Lithography ใหญ่แค่ไหน นั่นจะทำให้คู่แข่งมีความได้เปรียบ อาจให้สัญญาณแก่โลกถึงจำนวนชิปที่พวกเขาวางแผนจะจัดส่ง หรือนั่นคือสิ่งที่ Intel อ้าง

ในขณะที่ฉันจ้องมองไปยังหุ่นยนต์รับส่งที่บินอยู่บนเพดาน ซึ่งดูเหมือนยานพาหนะ “Recognizer” สองง่ามจาก ภาพยนตร์ Tron ในขณะที่พวกมันบรรทุกเวเฟอร์ไปมาตามรางบนเพดาน ฉันบอกได้เลยว่าฉันเป็นทรัพยากรสำหรับพันธกิจของ Intel Fab 52 อยู่ในการผลิตตั้งแต่ปี 2021 ตั้งแต่นั้นมา ผู้ที่เริ่มต้น Intel ในภารกิจนี้สำหรับการผลิตในสหรัฐฯ Pat Gelsinger ถูกผลักดันออก จากตำแหน่ง CEO และบริษัทก็เข้าสู่วังวนที่กินเวลานานหนึ่งปีซึ่งถึงจุดสุดยอดด้วย ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผลักดันให้รัฐบาลกลาง ถือหุ้น 10% ในบริษัท จากนั้น Nvidia ก็เข้ามาพร้อมกับ กระเป๋าเงินขนาด Scrooge McDuck (5 พันล้านดอลลาร์) เพื่อเติมเชื้อเพลิงให้กับเตาเผาชิปเพิ่มเติม ท่ามกลางเงินทุนที่เปลี่ยนมือ ผู้บริหารระดับสูงของ Nvidia และ Intel ยกย่องชิปคอมโบใหม่ ที่จะรวม CPU ของ Team Blue เข้ากับ GPU ของ Team Green

โรง Fab มีความสำคัญพอๆ กับชิปที่พวกเขาทำ และในขณะที่ฉันสามารถนั่งที่นี่และพรรณนาถึงชิปศูนย์ข้อมูล Clearwater Forest ของบริษัท สาธารณชนที่ซื้อพีซีสนใจเฉพาะสิ่งที่กำลังจะลงเอยในเดสก์ท็อปหรือแล็ปท็อปของพวกเขา บริษัทต่างๆ ไม่ชอบพูดถึงอนาคตของพวกเขา แต่จากสิ่งที่ผู้บริหารของ Intel กล่าวเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว บริษัทเองก็ยังคงพยายามคิดว่าความร่วมมือหมายถึงอะไร

Petersen กล่าวว่า “มันใหม่เอี่ยม” โดยอ้างถึงชิปที่ยังไม่รู้จักซึ่งสามารถทำได้กับ Nvidia “เราไม่รู้คำตอบทั้งหมดเกี่ยวกับเรื่องนั้น คุณจะรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องนั้นค่อนข้างเร็ว เรายังอยู่ในโหมดค้นหาทุกสิ่ง”

ตกลง Intel ยังผลิตการ์ดจออยู่ไหม?

แล้วอนาคตของ Intel ในการผลิตการ์ดจอเป็นอย่างไร?

คำถามที่ว่า Intel ยังผลิตการ์ดจออยู่ไหม เป็นคำถามที่อยู่ในใจของหลายๆ คนในวงการเทคโนโลยี โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาถึงการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นภายในบริษัทในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ถึงแม้ว่า Intel จะกำลังเผชิญกับความท้าทายหลายอย่าง แต่พวกเขาก็ยังคงมุ่งมั่นที่จะพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ และนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจให้กับผู้บริโภค ดังนั้นการที่ถามว่า Intel ยังผลิตการ์ดจออยู่ไหม คำตอบตรงไปตรงมาก็คือ ใช่ แต่ทิศทางในอนาคตนั้นยังไม่ชัดเจนนัก

อนาคตของ Intel ยังผลิตการ์ดจออยู่ไหม นั้นขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย รวมถึงความสำเร็จของสถาปัตยกรรม Xe3P และความร่วมมือกับ Nvidia ในการพัฒนาชิปคอมโบ แม้ว่า Intel จะกำลังเผชิญกับการแข่งขันที่รุนแรงจาก AMD และ Nvidia แต่พวกเขาก็ยังมีทรัพยากรและประสบการณ์ที่จะสามารถแข่งขันได้อย่างมีประสิทธิภาพ การจับตามองการพัฒนาของ Intel ในตลาดการ์ดจอจึงเป็นสิ่งที่น่าสนใจอย่างยิ่ง

ถึงแม้ว่าสถานการณ์ปัจจุบันอาจจะดูไม่แน่นอน แต่ Intel ยังคงเป็นผู้เล่นสำคัญในตลาดเทคโนโลยี และพวกเขาก็มีศักยภาพที่จะกลับมาเป็นผู้นำในตลาดการ์ดจอได้อีกครั้ง การตัดสินใจเชิงกลยุทธ์และการลงทุนในการวิจัยและพัฒนาจะเป็นกุญแจสำคัญสำหรับความสำเร็จของ Intel ในอนาคต

ดังนั้นแล้ว, สรุปได้ว่า Intel ยังคงอยู่ในตลาดการ์ดจอ และกำลังพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม, อนาคตของพวกเขาในตลาดนี้ยังคงไม่แน่นอน และต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด แน่นอนว่าการพัฒนาของพวกเขาส่งผลกระทบต่อผู้บริโภคและอุตสาหกรรมโดยรวมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ที่มา – So, Is Intel Still Making Graphics Cards?

งานวิจัยชี้: หนูตุ่นบางตัวเกิดมาเพื่อล้างส้วม!

คุณอาจจะอยู่ในบ้านที่แบ่งงานกันทำ คุณล้างจาน คนอื่นทิ้งขยะ จากการศึกษาใหม่พบว่าคุณไม่ต่างจากนิสัยของหนูตุ่นเปลือยมากนัก

ผลการวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Science Advances แสดงให้เห็นว่าหนูตุ่นเปลือยแต่ละตัวมีหน้าที่เฉพาะสำหรับอาณานิคมของพวกมัน รวมถึงการขุด การขนส่งขยะ และการทำความสะอาด “ส้วม” นักวิจัยระบุว่า การศึกษาเผยให้เห็นว่าหนูเหล่านี้ดำเนินรูปแบบการจัดสรรงานที่ช่วยให้อาณานิคมทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

“โดยรวมแล้ว ผลการวิจัยของเราเผยให้เห็นบทบาทที่แตกต่างกันของผู้เพาะพันธุ์และความหลากหลายทางพฤติกรรมที่น่าทึ่งในหมู่ผู้ที่ไม่ใช่ผู้เพาะพันธุ์ ซึ่งเน้นย้ำถึงความซับซ้อนขององค์กรทางสังคมของหนูตุ่นเปลือย” พวกเขาเขียน

หนูตุ่นเปลือย (Heterocephalus glaber) เป็นสัตว์ฟันแทะขนาดเล็ก ไม่มีขน อาศัยอยู่ใต้ดินในอาณานิคมขนาดใหญ่ อาณานิคมเหล่านี้สามารถประกอบด้วยสมาชิกหลายร้อยตัวและแผ่ขยายไปทั่วอุโมงค์หลายไมล์

อาณานิคมเหล่านี้เป็นแบบสังคมสมบูรณ์ (eusocial) ซึ่งหมายความว่าพวกมันแสดงให้เห็นถึงระดับสูงสุดของการจัดระเบียบในพฤติกรรมทางสังคมของสัตว์ ในระบบสังคมสมบูรณ์ ตัวเมียเพียงตัวเดียวและตัวผู้ไม่กี่ตัวให้กำเนิดลูกทั้งหมด ในขณะที่สมาชิกส่วนใหญ่อื่นๆ ถูกนำไปใช้งาน อาณานิคมผึ้งเป็นอีกตัวอย่างทั่วไปของระบบสังคมสมบูรณ์ ที่น่าทึ่งคือ หนูตุ่นเปลือยเป็นหนึ่งในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมเพียงสองชนิดที่เป็นที่รู้จักซึ่งแสดงโครงสร้างทางสังคมนี้

เช่นเดียวกับผึ้ง นักวิทยาศาสตร์ได้ค้นพบว่าหนูตุ่นเปลือยทำงานหลากหลายประเภท แต่ก็ไม่ชัดเจนว่าแต่ละตัวจะยึดติดกับงานเฉพาะอย่างสม่ำเสมอหรือไม่ หรือมีความยืดหยุ่นมากกว่า คำตอบสำหรับคำถามนี้ยังคงเข้าใจยากสำหรับนักวิจัยมานาน เนื่องมาจากความท้าทายในการตรวจสอบอาณานิคมใต้ดินทั้งหมดเป็นระยะเวลานาน แต่ทีมงานที่นำโดย Masanori Yamakawa จากมหาวิทยาลัย Kumamoto ในญี่ปุ่นได้พบวิธี

Yamakawa และเพื่อนร่วมงานของเขาได้พัฒนาระบบติดตามด้วยคลื่นความถี่วิทยุ (RFID) แบบอัตโนมัติ เพื่อตรวจสอบหนูตุ่นเปลือย 102 ตัว ในห้าอาณานิคมที่ถูกกักขังเป็นเวลา 30 วัน

แต่ละอาณานิคมกำหนดหน้าที่เฉพาะให้กับ “ห้อง” ต่างๆ โดยทั่วไปรวมถึงรัง ส้วม ที่ทิ้งขยะ และห้องเพิ่มเติมอีกหกห้อง รังเป็นที่ที่สมาชิกมารวมตัวกันและพักผ่อน ที่ทิ้งขยะเป็นที่ที่พวกเขาทิ้งของเสีย เช่น อาหารที่เหลือหรืออุจจาระแห้ง และส้วม…คุณคงนึกภาพออก

นักวิจัยฝังไมโครชิปในหนูตุ่น และติดตั้งเครื่องตรวจจับทั่วทั้งกล่องอาณานิคม ทำให้พวกเขาสามารถติดตามทุกที่ที่พวกมันไป และพวกมันมีปฏิสัมพันธ์กับสมาชิกตัวใดบ้าง ในขณะที่กลุ่มผู้เพาะพันธุ์อยู่ด้วยกัน สมาชิกที่ไม่ใช่ผู้เพาะพันธุ์สามารถแบ่งออกเป็นหก “กลุ่ม” ตามพฤติกรรมของพวกมัน

จากห้องที่พวกมันใช้เวลาอยู่นาน นักวิจัยอนุมานว่ากลุ่มเหล่านี้กำลังดำเนินงานที่แตกต่างกัน และเฉพาะเจาะจง ตัวอย่างเช่น สมาชิกกลุ่มที่ 1 แสดงให้เห็นถึงการเคลื่อนไหวสูง และมีการเข้าพักในห้องขยะอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งบ่งชี้ว่าพวกมันอาจทำหน้าที่เป็นคนเก็บขยะ ในขณะเดียวกัน สมาชิกกลุ่มที่ 5 ซึ่งใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ในห้องส้วม อาจมีหน้าที่ทำความสะอาดส้วม

นักวิจัยพบว่าน้ำหนักตัวและอายุของแต่ละตัวมีผลอย่างมีนัยสำคัญต่อการมอบหมายกลุ่มของพวกมัน ซึ่งบ่งชี้ว่างานของหนูตุ่นเปลือยอาจเปลี่ยนแปลงไปเมื่อพวกมันโตขึ้น แต่สมาชิกส่วนใหญ่ (95%) ยึดติดกับบทบาทที่ได้รับมอบหมายตลอดระยะเวลา 30 วันของการศึกษา ซึ่งบ่งชี้ว่าพวกมันไม่ได้สลับงานกันบ่อยนัก อาจเป็นช่วงเวลาที่น่าเศร้าสำหรับหนูตุ่นที่ทำหน้าที่ล้างส้วม

งานวิจัยนี้นำเสนอภาพรวมโดยละเอียดเกี่ยวกับโครงสร้างทางสังคมที่ซับซ้อนของสายพันธุ์ที่เข้าใจยากนี้ การศึกษาในอนาคตสามารถสร้างต่อยอดจากข้อมูลเชิงลึกเหล่านี้ได้โดยการปรับเปลี่ยนตัวแปรเพื่อกระตุ้นการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม หรือรวมวิธีการสังเกตอื่นๆ ตามที่นักวิจัยกล่าว สิ่งนี้สามารถช่วย “เปิดเผยกลไกพื้นฐานที่ขับเคลื่อนสังคมแห่งความร่วมมือ” ที่พวกเขากล่าว

งานวิจัยชี้: หนูตุ่นบางตัวเกิดมาเพื่อล้างส้วม!

ทำความเข้าใจบทบาทของหนูตุ่นที่เกิดมาเพื่อล้างส้วม

การค้นพบนี้แสดงให้เห็นถึงความเชี่ยวชาญเฉพาะทางในโลกของสัตว์ ซึ่งในกรณีนี้คือ หนูตุ่นบางตัวเกิดมาเพื่อล้างส้วม เป็นเรื่องที่น่าสนใจอย่างยิ่งที่สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเล็กเหล่านี้มีการแบ่งงานที่ชัดเจนเช่นนี้

การศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับพฤติกรรมของหนูตุ่นที่เกิดมาเพื่อล้างส้วม และบทบาทอื่นๆ ในอาณานิคมของพวกมัน อาจให้ข้อมูลเชิงลึกที่สำคัญเกี่ยวกับวิวัฒนาการของสังคมและความร่วมมือ

งานวิจัยชี้: หนูตุ่นบางตัวเกิดมาเพื่อล้างส้วม ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่น่าทึ่งในโลกของสัตว์ และยังคงเป็นหัวข้อที่น่าสนใจสำหรับการศึกษาและค้นคว้าต่อไป

ที่มา – Some Naked Mole-Rats Are Just Born to Clean Toilets, Study Suggests

‘แก้ไขแล้ว’ ภาพผลงานศิลปะบนฝาผนัง ซอยเจริญกรุง 30 ฟื้นคืนชีพชีวา

เมื่อไม่นานมานี้ ซอยเจริญกรุง 30 กลายเป็นจุดศูนย์กลางของกระแสสังคมเมื่อผลงานศิลปะบนฝาผนัง ที่สร้างสรรค์โดยศิลปินนานาชาติ ถูกทำลายอย่างน่าเสียดาย แต่ตอนนี้มีข่าวดีว่า ‘แก้ไขแล้ว’ ภาพผลงานศิลปะบนฝาผนัง ซอยเจริญกรุง 30 ได้รับการฟื้นฟูจนกลับคืนสู่สภาพเดิมอย่างสมบูรณ์ โดยมีทั้งศิลปินท้องถิ่นและต่างประเทศร่วมกันซ่อมแซม ภายใต้โครงการ ‘Krung Thep Creative Streets’ ของกรุงเทพมหานคร

‘แก้ไขแล้ว’ ภาพผลงานศิลปะบนฝาผนัง ซอยเจริญกรุง 30 กลับมาอีกครั้ง

ช่างภาพข่าว THE STANDARD ได้ไปติดตามเหตุการณ์เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม ที่ซอยเจริญกรุง 30 ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่ศิลปะที่ได้รับความเสียหาย พบว่าศิลปินอย่าง เสพสม ศิลปินสตรีทอาร์ตจากเชียงใหม่ กำลังเป็นหนึ่งในทีมที่มาร่วมฟื้นฟูผลงานที่เคยถูกทำลาย งานนี้เขาและทีมได้ร่วมมือกับศิลปินต่างประเทศ ซึ่งเพิ่งกลับมาช่วยกันระบายสีซ้ำ แก้ไขจุดเสียหาย จนกลายเป็นภาพที่สดใส น่าติดตามอีกครั้ง

เสพสม กล่าวว่า ตั้งแต่วันก่อน เขาและทีมช่างได้ร่วมมือกับศิลปินระดับนานาชาติในการ “บอมบ์” งาน หรือการวาดทับผลงานเก่า จนเสร็จ วันนี้จึงกลับมาตรวจสอบ พร้อมด้วยความหวังว่าภาพจะไม่ถูกทำลายอีกครั้ง นับเป็นประสบการณ์ที่ทั้งซับซ้อน แต่ก็เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ

หลังจากเหตุการณ์ที่มีกลุ่มบุคคลฉีดพ่นภาพศิลปะ ทำให้ทาง สถานเอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทย ต้องออกมาประสานงาน ร่วมกับกรุงเทพมหานคร ในการจัดเจริญกรุง 30 ให้กลับมาเป็นพื้นที่ศิลปะที่น่าชื่นชม

นอกจากนี้ ยังมีเจ้าหน้าที่ตำรวจจากสถานีตำรวจนครบาล (สน.) บางรัก ที่เพิ่มการลาดตระเวน ช่วยเฝ้าระวัง ป้องกันไม่ให้มีคนร้ายมาทำลายผลงานศิลปะ ซึ่งถือเป็นการร่วมมือที่สามารถสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้กับศิลปิน รวมทั้งเป็นการส่งสัญญาณว่า ผลงานศิลปะบนฝาผนัง คือสมบัติของทุกคน ไม่ใช่ของใครคนใดคนหนึ่ง

ประชาชน ช่วยกันเฝ้า ไม่ให้ ‘แก้ไขแล้ว’ กลับกลายเป็นลายเซ็นเดิม

ทางกรุงเทพมหานคร ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ย้ำเตือนประชาชน ขอให้ร่วมเป็น “หูเป็นตา” ดูแลทรัพย์สินสาธารณะ รวมถึงภาพผลงานศิลปะ จำเลย ใครก็ตามที่มีพฤติกรรมขีดเขียน ฉีดพ่น บนผนัง กำแพง หรือประตู ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ส่วนตัว หรือสาธารณะ ถือว่าผิดกฎหมาย ต้องรับโทษ จำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือ ปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

หากพบเห็นผู้กระทำผิด หรือเห็นการบอมบ์ภาพศิลปะ ขอเชิญแจ้งเบาะแส ผ่าน LINE @Traffyfondue หรือ ไปที่สถานีตำรวจนครบาลในพื้นที่ใกล้บ้าน อย่าปล่อยให้ ‘ภาพ’ มีราคาเพียงราคาวัสดุที่ใช้ระบายสี แต่ให้นึกถึง “คุณค่า” ที่ซ่อนอยู่ ภายใต้งานศิลปะ

ด้วยการสร้างสรรค์ของศิลปิน 15 ชาติ ที่มารวมตัวกันกลายเป็นมรดกทางวัฒนธรรมบนผนัง หลายพื้นที่ ถึงแม้จะมีอุปสรรค แต่ความร่วมมือ สร้างคอมโบ ช่วยกัน 15 จุด รวม 15 สำนึก ร่วมรักษางานศิลปะ นับเป็นบทใหม่ของกรุงเทพ ที่กำลังกลายเป็น “เมืองคอนกรีต” ที่มีชีวิตชีวา

สุดท้าย ต้องขอบคุณ ผู้ว่า รองผู้ว่า ตำรวจ ศิลปิน ฯลฯ ที่ไม่ยอมแพ้ ทุกแรงผลัก ทำให้ ‘แก้ไขแล้ว’ ภาพผลงานศิลปะบนฝาผนัง ซอยเจริญกรุง 30 กลับมายิ้มให้ตอนเช้า ของทุกคน จริง ๆ นี้แหละ คำสำคัญของ “ศิลปะ” ที่กำลังเปลี่ยนโครงสร้างเมืองของเรา

ดูงานศิลปะ ติดตามสังคม ศิลปะ แบบเรียล แบบคู่คุณค่า

ร่วมกันปกป้อง ไม่ให้ “เสีย” ฟรี ให้ “รัก” อย่างมีหัวใจ ไม่ใช่อิมัลส์ หรือภาพแคป แต่เป็นความรัก ที่มีลำโพง ที่มีพลัง นั่น คือ คำมั่น ต่อ ฝาผนัง ที่ ไม่ใช่แค่ผนัง แต่ คือ กำแพง ที่ สายตา มองแทรกตัว ไม่ยอมตาก ต่อ คน บอมบ์ วัฒนธรรม ได้อีก

ที่มา – ‘แก้ไขแล้ว’ ภาพผลงานศิลปะบนฝาผนัง ซอยเจริญกรุง 30