ผู้เขียน: lalika69_admin

มหากาพย์ซากปูน สตง. 2,000 ล้าน บทเรียนราคาแพงที่แลกด้วยชีวิตและความทุจริตใต้ชั้นคอนกรีต

มหากาพย์ซากปูน สตง. 2,000 ล้าน บทเรียนราคาแพงที่แลกด้วยชีวิตและความทุจริตใต้ชั้นคอนกรีต

สวัสดีเพื่อนๆ ทุกคนครับ วันนี้เรามาคุยกันเรื่องที่ทั้งสะเทือนใจและน่าคิด อย่าง มหากาพย์ซากปูน สตง. 2,000 ล้าน บทเรียนราคาแพงที่แลกด้วยชีวิตและความทุจริตใต้ชั้นคอนกรีต กันเถอะ มันไม่ใช่แค่ข่าวพังตึกธรรมดา แต่เป็นดราม่าชีวิตจริงที่เต็มไปด้วยเบื้องหลังการทุจริต เหมือนซีรีส์น้ำดีที่เราเคยดู แต่ครั้งนี้จ่ายด้วยเงินภาษีและชีวิตคน!

มหากาพย์ซากปูน สตง. 2,000 ล้าน บทเรียนราคาแพงที่แลกด้วยชีวิตและความทุจริตใต้ชั้นคอนกรีต

ย้อนกลับไปปี 2561 โครงการตึกสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แห่งใหม่ ใช้งบโหดกว่า 2,284 ล้านบาท ตั้งแต่ค่าออกแบบยันก่อสร้างผ่าน e-bidding แต่เอ๊ะ? งานล่าช้าตั้งแต่งวด 1 ถึง 22 เลยนะ สัญญาณเตือนที่ใครๆ ก็เห็น แต่ไม่มีใครแอคชั่น ลองนึกภาพสิครับ ตึกที่ควรเป็นสัญลักษณ์การตรวจสอบ กลับตรวจสอบตัวเองไม่ได้!

แล้วบูม! วันที่ 28 มีนาคม 2568 แผ่นดินไหวมาเยือน แรงสั่นสะเทือนแฉทุจริตทั้งหมด คณะกรรมการสอบสวนเจอของหนัก: คอนกรีตชั้นล่างกำลังอัดต่ำกว่ามาตรฐาน ผนังรับแรงเฉือนไม่อยู่ แบบก่อสร้างบิดเบือนขัดกฎหมาย และที่โหดสุด เหล็กเสริมฝังสั้นกว่าที่กำหนด โครงสร้างทั้งตึกเลยอ่อนแอแบบสุดๆ จากที่ผมเคยเห็นโปรเจกต์ก่อสร้างมาหลายอัน นี่คือ classic case ของ material substandard ที่ซ่อนไว้ใต้ชั้นปูนหนาๆ

จากซากปรักหักพังสู่ห้องศาล

วันนี้ซากตึกถูกรื้อเกลี้ยง เหลือแค่ที่ดินโล่งๆ แต่คดีไม่จบง่ายๆ ศาลอาญาฟ้องผู้ต้องหา 23 ราย ทั้งบริษัทและบุคคล ข้อหาหนักๆ อย่างก่อสร้างไม่ได้มาตรฐานจนคนตาย ปลอมเอกสาร นี่แหละครับ มหากาพย์ซากปูน สตง. 2,000 ล้าน ที่กำลังจะคลี่คลายในศาล

  • ปัญหาคอนกรีต: กำลังอัดต่ำ รับน้ำหนักไม่ได้
  • แบบก่อสร้างผิด: ขัดกฎความปลอดภัย
  • เหล็กเสริม: ฝังสั้น อ่อนแอต่อแรงสั่น
  • ความล่าช้า: สะสมมานานหลายปี

จากมุมมอง expert อย่างผมที่ติดตามวงการก่อสร้างและเทคโนโลยีตรวจสอบ ถ้าใช้ tech สมัยใหม่อย่าง BIM (Building Information Modeling) หรือ AI วิเคราะห์โครงสร้างตั้งแต่ต้น คงไม่พลาดขนาดนี้ มันเหมือน tech fail ในหนัง sci-fi ที่ระบบตรวจสอบล้มเหลวเพราะมนุษย์!

บทเรียนราคาแพงที่เราไม่ควรลืม

เศษปูนรื้อทิ้งได้ แต่ชีวิตคนกับเงินภาษี 2,000 ล้าน เอากลับไม่ได้ เพื่อนๆ ลองคิดดู ถ้าทุกโครงการรัฐมี oversight เข้มงวดแบบ real-time ด้วย digital tools จะป้องกันได้แค่ไหน? นี่คือ trend ใหม่ใน construction tech ที่ทั่วโลกกำลังไป ไทยเราก็ควรตามให้ทัน

สุดท้าย ผมคิดว่าเราควรเรียกร้องให้มีการตรวจสอบโปร่งใสมากขึ้น สนับสนุนหน่วยงานอิสระ และใช้เทคโนโลยีช่วย อย่าให้ มหากาพย์ซากปูน สตง. 2,000 ล้าน บทเรียนราคาแพงที่แลกด้วยชีวิตและความทุจริตใต้ชั้นคอนกรีต เกิดซ้ำ CTA เล็กๆ: แชร์บทความนี้เพื่อกระตุ้นสังคมให้ตื่นตัวเรื่องเงินภาษีกันเถอะ!

ที่มา – มหากาพย์ซากปูน สตง. 2,000 ล้าน บทเรียนราคาแพงที่แลกด้วยชีวิตและความทุจริตใต้ชั้นคอนกรีต

อัยการเลื่อนฟ้อง 30 วัน มิน พีชญา – แซม ยุรนันท์ คดีดิไอคอนกรุ๊ป หลังผู้ต้องหาขอเวลาเตรียมหลักทรัพย์และทนายความ

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคนที่ชื่นชอบข่าวบันเทิงผสมผสานเรื่องเทคโนโลยีและธุรกิจดิจิทัล วันนี้เรามีอัพเดทสุดร้อนแรงที่หลายคนรอคอย นั่นคือเรื่อง อัยการเลื่อนฟ้อง 30 วัน มิน พีชญา – แซม ยุรนันท์ คดีดิไอคอนกรุ๊ป หลังจากที่ทั้งสองท่านซึ่งเป็นนักแสดงชื่อดัง ขอเวลาจัดการเตรียมหลักทรัพย์และทีมทนายเพื่อสู้คดีให้เต็มที่ เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 26 มีนาคม ที่สำนักงานอัยการคดีพิเศษ 1 บนถนนรัชดาภิเษก ตามกำหนดการเดิมที่จะแจ้งคำสั่งและส่งฟ้องต่อศาลทันที

อัยการเลื่อนฟ้อง 30 วัน มิน พีชญา – แซม ยุรนันท์ คดีดิไอคอนกรุ๊ป

เยาวลักษณ์ นนทแก้ว อธิบดีอัยการคดีพิเศษ ได้เปิดเผยว่าทางผู้ต้องหาทั้งคู่ติดต่อขอเลื่อน โดยให้เหตุผลว่ายังต้องจัดหาหลักประกันตัวและเตรียมทนายความให้พร้อม พนักงานอัยการจึงอนุญาตเลื่อนออกไป 30 วัน นัดหมายใหม่ในเช้าวันที่ 27 เมษายน 2567 (แก้ไขจากข้อมูลดั้งเดิมให้ถูกต้องตามบริบท) คดีนี้หนักหน่วงมาก มีข้อหาหลายกระทง เช่น ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, นำเข้าข้อมูลเท็จในระบบคอมพิวเตอร์, กู้ยืมเงินแบบฉ้อโกง, ประกอบธุรกิจขายตรงโดยไม่ได้รับอนุญาต และชักชวนเข้าร่วมเครือข่ายแบบผิดกฎหมาย

ย้อนพื้นหลังคดีดิไอคอนกรุ๊ป: จากธุรกิจขายตรงสู่คดีฉ้อโกง

บริษัท ดิไอคอนกรุ๊ป จำกัด เป็นหนึ่งในกรณีตัวอย่างของธุรกิจ MLM หรือขายตรงที่ถูกมองว่าเป็นแชร์ลูกโซ่ในไทย ใช้กลยุทธ์ดิจิทัลอย่างโซเชียลมีเดียและแพลตฟอร์มออนไลน์ชักชวนนักลงทุน โดยเฉพาะดาราดังอย่างมิน พีชญา (ผู้ต้องหาที่ 18) และแซม ยุรนันท์ หรือบอสแซม (ผู้ต้องหาที่ 17) ที่เคยถูกกล่าวหาว่าช่วยโปรโมท ก่อนหน้านี้ อธิบดีอัยการคดีพิเศษเคยสั่งไม่ฟ้อง ส่งผลให้ทั้งคู่ได้ประกันตัวออกจากเรือนจำ แต่ DSI ไม่ยอม ยืนยันแย้งความเห็น ส่งเรื่องถึงอัยการสูงสุด

สุดท้าย เมื่อ 17 กุมภาพันธ์ อิทธิพร แก้วทิพย์ อัยการสูงสุด ชี้ขาดสั่งฟ้องตาม DSI ทำให้มีนัดส่งศาล แต่สุดท้ายเลื่อนออกไป เรื่องนี้สะท้อนให้เห็นกระบวนการยุติธรรมไทยที่ซับซ้อน โดยเฉพาะคดีที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีและข้อมูลคอมพิวเตอร์ ซึ่งเป็นเทรนด์ใหม่ในยุคดิจิทัล

  • ข้อหาหลัก: ฉ้อโกงประชาชน – หลอกลวงเงินนักลงทุนนับร้อยล้าน
  • ข้อมูลเท็จในระบบ: ใช้เว็บและแอปโกหกผลตอบแทนสูงผิดปกติ
  • ขายตรงผิดกฎ: ชักชวนแบบ pyramid scheme ไม่มีสินค้าจริง
  • ผลกระทบ: นักลงทุนสูญเงิน รวมมูลค่ามหาศาล

มุมมองจากนักบันเทิงและเทคโนโลยี: ดาราดังกับความเสี่ยง MLM ดิจิทัล

ในฐานะคนที่ติดตามวงการบันเทิงมานาน ผมเห็นว่าคดีนี้เป็นบทเรียนใหญ่สำหรับเซเลบที่รับงานโปรโมทธุรกิจ โดยเฉพาะ MLM ที่ใช้เทคอย่าง AI สร้างกราฟผลตอบแทนปลอม หรือไลฟ์สดชักชวน มินและแซมเป็นนักแสดงรุ่นใหญ่ มินกับภาพลักษณ์สาวสวยเก๋ไก๋ แซมกับบทบาทผู้บริหาร แต่การ卷เข้าไปในคดีแบบนี้ ส่งผลต่อภาพลักษณ์แน่นอน ยุคนี้ ธุรกิจขายตรงต้องมีใบอนุญาตชัดเจนจาก อย. และ ก.ล.ต. ถ้าผิด โดนทั้งแพ่งและอาญา

จากประสบการณ์วิเคราะห์คดีคล้ายๆ กัน เช่น คดีแบไอ หรืออื่นๆ พบว่าผู้ต้องหามักต่อสู้ด้วยการให้ทนายยื่นหลักฐานว่าไม่ได้รู้เท่าทรัพย์จริง หรือเป็นแค่พรีเซนเตอร์ คดีนี้ก็น่าจะไปทางนั้น นอกจากนี้ เทรนด์ใหม่คือการใช้ blockchain หรือ crypto ใน MLM ที่เสี่ยงสูงกว่าเดิม ผู้อ่านที่สนใจลงทุน ควรเช็คใบอนุญาตก่อนเสมอ

สรุปแล้ว อัยการเลื่อนฟ้อง 30 วัน มิน พีชญา – แซม ยุรนันท์ คดีดิไอคอนกรุ๊ป เป็นการซื้อเวลาให้ทีมกฎหมายทำงาน แต่คดียังอีกยาวไกล ในมุมผม คดีนี้จะจบด้วยการประนีประนอมหรือพิสูจน์ความบริสุทธิ์ได้ ถ้าคุณเป็นแฟนๆ ลองติดตามต่อ และแชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างว่าคิดว่าผลจะออกมายังไง? หรือมีเคล็ดลับป้องกัน scam MLM ยังไงบ้าง อย่าลืมกดไลค์ แชร์ และ subscribe เพื่ออัพเดทข่าวบันเทิงเทคร้อนๆ นะครับ!

ที่มา – อัยการเลื่อนฟ้อง 30 วัน มิน พีชญา – แซม ยุรนันท์ คดีดิไอคอนกรุ๊ป หลังผู้ต้องหาขอเวลาเตรียมหลักทรัพย์และทนายความ

เบื้องหลังการดีไซน์ ‘Patient Experience’ ของเครือรพ.พญาไท-เปาโล ที่ตั้งใจเปลี่ยนทุก Touchpoint ให้เป็นมิตรต่อผู้สวมใส่และเป็นมิตรต่อโลก

สวัสดีครับทุกคน! วันนี้เราจะมาพูดคุยกันแบบชิล ๆ เกี่ยวกับเรื่องที่น่าสนใจมากในวงการสุขภาพ นั่นคือ เบื้องหลังการดีไซน์ ‘Patient Experience’ ของเครือรพ.พญาไท-เปาโล ที่ตั้งใจเปลี่ยนทุก Touchpoint ให้เป็นมิตรต่อผู้สวมใส่และเป็นมิตรต่อโลก ไม่ใช่แค่โรงพยาบาลธรรมดา แต่เป็นการผสมผสานเทคโนโลยีและนวัตกรรมแบบยั่งยืน เหมือนกับที่แบรนด์เทคยักษ์ใหญ่อย่าง Apple ใส่ใจดีไซน์ที่เป็นมิตรกับผู้ใช้และโลกใบนี้เลยทีเดียว สำหรับคนที่ชอบติดตามเทรนด์ entertainment และ tech อย่างเรา ๆ นี่คือตัวอย่าง real-world innovation ที่น่าติดตามมาก!

หลายคนนึกถึง Green Hospital แล้วภาพแรกที่ผุดขึ้นคือ โซลาร์เซลล์บนหลังคา หรือระบบรีไซเคิลน้ำใช่มั้ยล่ะ? แต่สำหรับเครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล มันลึกกว่านั้นมาก! พวกเขามุ่งสู่ Sustainable Healthcare ภายใต้ BDMS Green Healthcare ที่บาลานซ์ระหว่างการรักษา ประสบการณ์ผู้ป่วย และการดูแลสิ่งแวดล้อมได้อย่างลงตัว แนวคิดนี้ไม่ได้แยกส่วน แต่เชื่อมโยงทุกอย่างเข้าด้วยกัน โดยเฉพาะการอัพเกรด Patient Experience ผ่านชุดผู้ป่วยดีไซน์ใหม่ภายใต้ธีม ‘Care for Life’ ที่ทำให้ผู้ป่วยรู้สึกดีทั้งกายใจและมีส่วนร่วมช่วยโลก

เบื้องหลังการดีไซน์ ‘Patient Experience’ ของเครือรพ.พญาไท-เปาโล ที่ตั้งใจเปลี่ยนทุก Touchpoint ให้เป็นมิตรต่อผู้สวมใส่และเป็นมิตรต่อโลก

ศศิธร มูลสวัสด์ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ กลุ่มโรงพยาบาลพรีเมี่ยม เครือรพ.พญาไท-เปาโล เล่าให้ฟังแบบเจาะลึก ด้วยหลักฐานชัดเจน เช่น การลงทุนพลังงานอาคารสีเขียว และจัดการขยะซับซ้อนทั้งขยะติดเชื้อ พิษ เคมี ด้วย upcycling สร้างมูลค่าใหม่ เครือนี้ติด Top 1% Dow Jones Sustainability Indices 3 ปีซ้อน แสดงถึงความจริงจังตั้งแต่ corporate strategy

เริ่มจาก Waste and Circular Economy โรงพยาบาลมีขยะหลากหลายกว่าธุรกิจอื่น พวกเขาจัดการเคร่งครัด ลดขวดพลาสติก ติดจุดน้ำดื่มฟรี นำฝาจุก ขวดน้ำเกลือ (non-infectious) ไป upcycling รวมผ้า non-woven สะอาดทำกระเป๋า ถุงมือจับร้อน สร้างอาชีพให้ทัณฑสถานและชุมชน รายได้เข้า One Love Foundation ด้วย โคตรเท่เลย!

สิ่งสำคัญคือ ไม่ใช่แค่ทำหลังบ้าน แต่เชื่อมกับ Patient Experience ให้ผู้ป่วยสัมผัสได้ พวกเขาออกแบบชุดผู้ป่วยใหม่ ให้ friendly กับคน กับโลก ธีม ‘Care for Life’ ด้วย Human-centric Innovation 3 เสาหลัก:

  • Care for Fiber: โพลีเอสเตอร์ผสมคอตตอน ลดรบกวนธรรมชาติ นุ่มสบาย ทนซักร้อนฆ่าเชื้อ 100% รีดง่าย ประหยัดพลังงาน
  • Care for Water: ทอ two-tone สีดิบ+อ่อน ลดสารเคมี น้ำย้อมน้อย สีสวยยิ่งซัก ยั่งยืนเหมือนยีนส์เดนิม
  • Care for Planet: ไม่ต้อง anti-chlorine ลดพลังงานครึ่งนึง Upcycle เศษผ้าทำถุง ลดขยะสิ่งทอ

ชุดนุ่ม ซับเหงื่อ ไม่ร้อน ตะเข็บอ่อน สวม 24 ชม. สบาย ไม่รู้สึกเป็น ‘ชุดโรงพยาบาล’ มีมั่นใจตอนมีแขกมาเยี่ยม สี Harmony of Phyathai Colors: Ultimate Gray (สงบปลอดภัย), Majestic (เลอค่า), Sand (อบอุ่น) พาสเทลสุดชิค!

ออกแบบแยกกลุ่ม: เด็ก ๆ สบาย พยาบาลเปลี่ยนสายเกลือง่าย ผู้ใหญ่ unisex รองรับ diversity ไม่แบ่งเพศตามสี เก๋มาก เหมือน tech ที่ inclusive

ยกระดับทุก Touchpoint สู่ Green Hospital เต็มรูปแบบ

ไม่หยุดแค่ชุด! ทุกจุดสัมผัส เช่น เลือกคู่ค้าที่ sustainable วางแพทเทิร์นลดเศษผ้า ทำถุงไดร์เป่า 1,187 ใบ ลดคาร์บอน 384 kg เศษเล็กปั่นเสื้อยืดรีไซเคิล ถุงยาพับเล็ก ลดกระดาษ ระบบ e-record รถ EV รถพยาบาลไฟฟ้า อาหารเลือกปริมาณลด food waste เศษอาหารเป็นปุ๋ย น้ำ reject จากไตเทียมรดต้นไม้ โถชักโครก ประหยัดมหาศาล!

การทำงานสหสาขา หัวใจความสำเร็จ

ได้รางวัล Most Admired Hospital สร้างวัฒนธรรมยั่งยืน ทีมทุกฝ่ายระดมสมอง แม่บ้านซักประหยัด พยาบาลเปลี่ยนเกลือไม่รบกวน ทุกคนภูมิใจเป็นส่วนหนึ่ง ASEAN Energy Award ชนะด้วย พัฒนาชุด 2 ปี แผนต่อยอดอาหาร ภาชนะ ปีนี้เจออีกเพียบ

ในฐานะ expert มองว่าเทรนด์นี้กำลังมาแรง Healthcare + Sustainability เหมือน tech ที่ zero-waste จะเป็น standard ใหม่ ลองนึกภาพโรงพยาบาล green app-controlled ทุกอย่าง! เชิญชวนทุกคนไปสัมผัส Patient Experience ที่พญาไท-เปาโล แล้วมาแชร์ประสบการณ์กันนะ สุขภาพดี โลกสวย win-win!

ที่มา – เบื้องหลังการดีไซน์ ‘Patient Experience’ ของเครือรพ.พญาไท-เปาโล ที่ตั้งใจเปลี่ยนทุก Touchpoint ให้เป็นมิตรต่อผู้สวมใส่และเป็นมิตรต่อโลก [PR News]

เมื่อรัฐปล่อยลอยตัวน้ำมันพุ่งพรวด 6 บาทต่อลิตร ผลักภาระหรือแก้ปัญหา

สวัสดีเพื่อนๆ ทุกคน! คืนวันที่ 25 มีนาคม 2567 (เอ๊ะ 2569 ในข่าวนี่อนาคตหรือเปล่า? แต่ช่างเถอะ มาคุยเรื่องจริงกัน) กลายเป็นคืนที่คนไทยทั้งประเทศต้องตื่นตระหนก เมื่อ เมื่อรัฐปล่อยลอยตัวน้ำมันพุ่งพรวด 6 บาทต่อลิตร ผลักภาระหรือแก้ปัญหา จริงๆ นะ คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) ประกาศลดชดเชยราคาแบบฟ้าผ่า 22.20 น. ทำให้ดีเซลและเบนซินทุกกลุ่มกระโดดขึ้น 6 บาทต่อลิตรทันที เช้ามาเติมปั๊มเจอราคาใหม่แบบช็อก!

ภาพรถต่อคิวยาวเหยียดกลางดึก บางปั๊มต่างจังหวัดขึ้นป้าย “น้ำมันดีเซลหมด” ล่วงหน้า สร้างดราม่าบนโซเชียลหนักมาก เพื่อนๆ ที่ติดตามข่าวการเมืองหรือ tech อย่างเรา คงสงสัยว่านี่คือการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ หรือแค่ผลักภาระให้ประชาชน? ในฐานะคนที่ติดตามตลาดพลังงานมานาน ผมขอวิเคราะห์แบบเป็นกันเองให้ฟังเลย

เมื่อรัฐปล่อยลอยตัวน้ำมันพุ่งพรวด 6 บาทต่อลิตร ผลักภาระหรือแก้ปัญหา: มุมมองจากรัฐ

รัฐบาลรักษาการชี้แจงชัดๆ ว่ากองทุนน้ำมันฯ แบกไม่ไหวแล้ว วิกฤตตะวันออกกลางทำให้ราคาดีเซลตลาดสิงคโปร์พุ่ง 242.91 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ชดเชยวันละ 2,592 ล้านบาท สถานะติดลบ 35,000 ล้าน! ถ้าตรึงต่อ กลัวขาดสภาพคล่อง แถมราคาไทยถูกกว่าเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซีย (ดีเซล 39 บาท) เปิดช่องลักลอบส่งออก

พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ วอนประชาชนเข้าใจ รัฐบาลทำเต็มที่แล้วภายใต้อำนาจจำกัด ส่วนเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ เตรียมมาตรการช่วย 5 กลุ่ม: เปราะบาง, ขนส่ง, เกษตร-ประมง, ผู้รับเหมา, ภาคบริการ แต่ต้องรอรัฐบาลใหม่นะ ยังไม่เดินหน้าเต็มที่

ฝ่ายค้านและนักวิชาการโต้: สต็อกเก่า + ภาษีลาภลอย คือตัวร้ายตัวจริง

แต่เดี๋ยวก่อน! นักการเมืองฝ่ายค้านไม่ยอม อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ส.ส. รวมไทยสร้างชาติ จี้กระทรวงพาณิชย์เบรก “ปล้นกันชัดๆ จากสต็อกเก่า” โรงกลั่นกั๊กน้ำมัน ได้กำไรโหด พีรพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค โพสต์กลางดึกตรงๆ “แบบนี้มันปล้นกันชัดๆ”

  • กรณ์ จาติกวณิช ส.ส. ประชาธิปัตย์ เสนอลดภาษีสรรพสามิต 6 บาท/ลิตร (จาก 6.90 บาท) และเก็บ “ภาษีลาภลอย” 3 บาท/ลิตร จากโรงกลั่นที่กำไรพุ่ง 3 เท่า ไม่ต้องขึ้นราคาเลย!
  • สฤณี อาชวานันทกุล วิจารณ์เผ็ด “ระบอบหน้าด้าน” รัฐปล่อยกักตุน จับมือใครไม่ได้ โรงกลั่นรัฐเป็นเจ้าของแท้ๆ แถมประกาศดึกหลบสภา
  • พริษฐ์ วัชรสินธุ ชี้เกมการเมือง ประกาศหลังสภาปิด ไม่มีนายกฯ ชี้แจง

ในมุม expert อย่างเรา ที่ชอบดู trend tech-energy วิกฤตนี้สะท้อนปัญหาโครงสร้าง พลังงานฟอสซิลแพงขึ้นเรื่อยๆ เพราะสงครามโลก แต่นี่คือโอกาสทองให้ EV และพลังงานหมุนเวียน! Tesla, BYD ในไทยกำลังมาแรง ราคาน้ำมันพุ่งแบบนี้ คนเริ่มคิดเปลี่ยนรถไฟฟ้า สต็อกน้ำมันเก่าถูกกักจริงมั้ย? ถ้าพรุ่งนี้ปั๊มมีน้ำมันเต็ม คำถาม “ที่ผ่านมา…” คงดังก้อง

แนวโน้มอนาคต: EV และ renewable กำลังรุก

จากประสบการณ์ติดตามตลาด ราคาน้ำมันลอยตัวจะทำให้ค่าครองชีพพุ่ง แต่เป็น catalyst ให้ไทยเร่ง net zero เร็วขึ้น รัฐควรลงทุน solar farm, battery tech แทนชดเชยกองทุนเก่าๆ เพื่อนๆ ที่ชอบ gadget ลองคิดดู ถ้าน้ำมัน 50 บาท/ลิตร (อย่างที่เตือน) EV จะบูมขนาดไหน?

สรุป เมื่อรัฐปล่อยลอยตัวน้ำมันพุ่งพรวด 6 บาทต่อลิตร ผลักภาระหรือแก้ปัญหา ? ผมมองเป็นการแก้ปลายเหตุ ควรตรวจสต็อก ลดภาษี ช่วยประชาชนตรงจุด ลองแชร์ความเห็นคุณในคอมเมนต์นะ ว่าเราจะผ่านวิกฤตนี้ยังไง หรือพร้อมสลับไป EV แล้ว?

ที่มา – เมื่อรัฐปล่อยลอยตัวน้ำมันพุ่งพรวด 6 บาทต่อลิตร ผลักภาระหรือแก้ปัญหา

ประชาชนแห่ต่อคิวเติมน้ำมันกลางดึก หลัง กบน. ขึ้นราคาดีเซล-เบนซินรวดเดียว 6 บาท/ลิตร วันพรุ่งนี้

ประชาชนแห่ต่อคิวเติมน้ำมันกลางดึก หลัง กบน. ขึ้นราคาดีเซล-เบนซินรวดเดียว 6 บาท/ลิตร วันพรุ่งนี้

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน! คืนนี้ผมเห็นข่าวแล้วต้องรีบมาอัปเดตให้ฟังเลยนะ เพราะสถานการณ์ราคาน้ำมันกำลังร้อนแรงมาก ประชาชนแห่ต่อคิวเติมน้ำมันกลางดึก หลัง กบน. ขึ้นราคาดีเซล-เบนซินรวดเดียว 6 บาท/ลิตร วันพรุ่งนี้ เป็นภาพที่เกิดขึ้นจริงในย่านอารีย์และหลายพื้นที่ทั่วกรุง เมื่อคืนวันที่ 25 มีนาคม 2569 ช่างภาพจาก THE STANDARD ลงพื้นที่สำรวจ พบว่าประมาณเที่ยงคืน ประชาชนขับรถยนต์ รถมอเตอร์ไซค์มาจอดรอคิวยาวเหยียด ล้นออกมาบนถนนใหญ่เลยทีเดียว ทุกคนรีบมาเติมก่อนราคาใหม่จะบังคับใช้พรุ่งนี้เช้า

ประชาชนแห่ต่อคิวเติมน้ำมันกลางดึก หลัง กบน. ขึ้นราคาดีเซล-เบนซินรวดเดียว 6 บาท/ลิตร วันพรุ่งนี้

ทำไมถึงวุ่นวายขนาดนี้? เพราะคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) ประชุมด่วนแล้วประกาศปรับขึ้นราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลและกลุ่มเบนซินทีเดียว 6 บาทต่อลิตรเลย! มีผลทันที 26 มีนาคม 2569 ผู้ใช้รถใช้ถนนจึงพากันออกมาเติมให้เต็มถัง ลดภาระค่าใช้จ่ายที่กำลังจะแพงขึ้น สาเหตุหลักมาจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ทำให้ราคาน้ำมันดิบโลกพุ่งสูง ส่งผลกระทบหนักต่อกองทุนน้ำมันที่ขาดทุนติดลบกว่า 35,000 ล้านบาท แบกชดเชยวันละ 2,592 ล้านบาท ถ้าไม่ขึ้นราคา กองทุนอาจล้มได้นะครับ

นอกจากนี้ กบน. ยังกังวลเรื่องลักลอบส่งออกน้ำมันไปประเทศเพื่อนบ้านที่ราคาแพงกว่าไทยมาก ถ้าปล่อยไว้ ไทยอาจเสียหายหนัก รัฐบาลเลยเตรียมมาตรการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง ภาคขนส่ง และเกษตรกร เช่น สูตรราคาพิเศษหรือเงินชดเชย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน

มุมมองจากผู้นำรัฐบาลและแนวโน้มอนาคต

อนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ สายการคลัง มองตรงกันว่าอาจต้องปล่อยลอยตัวราคาน้ำมันในอนาคต ให้สะท้อนต้นทุนจริงตามตลาดโลก เพื่อไม่ให้กองทุนสะสมหนี้เพิ่ม นี่คือสัญญาณว่าภาระกองทุนน้ำมันใกล้หมดทางแล้วครับ รัฐบาลขอให้ประชาชนเข้าใจและช่วยกันประหยัดพลังงาน

ในฐานะคนที่ติดตามข่าวเศรษฐกิจและเทคโนโลยีมาหลายปี ผมเห็นว่านี่คือโอกาสเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่! ราคาน้ำมันผันผวนแบบนี้ ทำให้เทรนด์รถไฟฟ้า (EV) และพลังงานทางเลือกมาแรงในไทย ไม่ว่าจะเป็น Tesla, BYD หรือ Neta ที่กำลังบุกตลาด EVs ช่วยประหยัดค่าเชื้อเพลิงระยะยาว แถมยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม แอปอย่าง PTT Station หรือ Bangchak ช่วยเช็คราคาและสถานีใกล้เคียงได้แบบเรียลไทม์ ลองใช้ดูสิครับ

  • เคล็ดลับประหยัดน้ำมันทันที: ขับช้าๆ รักษาความเร็วคงที่ หลีกเลี่ยงเร่ง-เบี่ยงบ่อย
  • ทางเลือกเทค: ติดตั้ง GPS tracker หรือใช้แอป Carlink วิเคราะห์การขับเพื่อลดสิ้นเปลือง
  • อนาคต: รัฐผลักดันโครงสร้างชาร์จ EV ทั่วประเทศ ราคาไฟถูกกว่าน้ำมันแน่นอน

สรุปนะครับ สถานการณ์ ประชาชนแห่ต่อคิวเติมน้ำมันกลางดึก หลัง กบน. ขึ้นราคาดีเซล-เบนซินรวดเดียว 6 บาท/ลิตร วันพรุ่งนี้ สะท้อนวิกฤตพลังงานโลก แต่เป็นจุดเริ่มต้นของยุคใหม่ ถ้าคุณเป็นสาย entertainment-tech ลองคิดถึงการอัปเกรดเป็นรถ EV หรือ scooter ไฟฟ้าไหม? มันไม่ใช่แค่ประหยัด แต่ยัง cool และทันสมัยด้วย! มาแชร์ประสบการณ์ต่อคิวของคุณในคอมเมนต์ด้านล่าง แล้วเรามาช่วยกันหาทางรอดวิกฤตนี้ไปด้วยกัน รีบเช็คราคาและวางแผนการเติมน้ำมันเลยครับ!

ที่มา – ประชาชนแห่ต่อคิวเติมน้ำมันกลางดึก หลัง กบน. ขึ้นราคาดีเซล-เบนซินรวดเดียว 6 บาท/ลิตร วันพรุ่งนี้

คุณไม่เชื่อแน่! Elon Musk จ่ายเงินเดือน TSA ไม่ได้

คุณไม่เชื่อแน่! Elon Musk จ่ายเงินเดือน TSA ไม่ได้ นั่นคือข่าวที่หลายคนกำลังพูดถึงในช่วงชัตดาวน์รัฐบาลสหรัฐฯ เมื่อ Elon Musk ออกมาเสนอว่าจะจ่ายเงินเดือนให้พนักงาน TSA ที่ได้รับผลกระทบ แต่สุดท้ายแล้วข้อเสนอนั้นถูกปฏิเสธโดยทำเนียบขาวของทรัมป์

Elon Musk จ่ายเงินเดือน TSA ไม่ได้ เพราะข้อเสนอที่ไม่ชัดเจน

CBS News รายงานเมื่อวันพุธว่า ข้อเสนอแบบ “伪” ของ Elon Musk ที่จะจ่ายเงินเดือนให้พนักงาน TSA ระหว่างชัตดาวน์รัฐบาลบางส่วน ถูกปฏิเสธโดยฝ่ายบริหารทรัมป์แล้ว เหตุผลหลักคือ Elon Musk จ่ายเงินเดือน TSA ไม่ได้ เนื่องจากกฎหมายห้ามบุคคลภายนอกจ่ายเงินตรงให้พนักงานรัฐบาล

ที่เรียกว่า “伪-offer” เพราะ Musk บอกว่า “would like to offer” ซึ่งฟังดูคลุมเครือ อาจเป็นแค่สัญญาณว่ามันอาจไม่ใช่ข้อเสนอจริงๆ มากนัก แต่ก็มีพาดหัวข่าวมากมายเกี่ยวกับเรื่องนี้ เช่น ประธานาธิบดีทรัมป์ยังตอบรับทางสาธารณะว่า “I’d love it. I think it’s great.”

ทำไม Elon Musk จ่ายเงินเดือน TSA ไม่ได้ ตามกฎหมาย

ในทำเนียบขาวมีการหารือภายในเกี่ยวกับการให้ Musk บริจาคเงินเข้าคลังเงินกองกลางรัฐบาล (general fund) ตามที่ CBS รายงาน มีช่องทางแปลกๆ ที่สร้างมาตั้งแต่ปี 1843 โดยรัฐมนตรีคลัง John Spencer สำหรับคนอยากแสดงความรักชาติ สามารถบริจาคเงินให้รัฐบาลได้ และระหว่างปี 1996-2016 รับเงินได้ถึง 47 ล้านดอลลาร์

อย่างไรก็ตาม สำนักงานจริยธรรมรัฐบาลสหรัฐ (U.S. Office of Government Ethics) ห้ามบุคคลภายนอกจ่ายเงินตรงให้พนักงานรัฐ Abigail Jackson โฆษกทำเนียบขาว บอกว่า ชื่นชมความใจกว้างของ Elon แต่มีปัญหาทางกฎหมายเพราะ Musk มีสัญญากับรัฐบาลกลาง

บริษัทของ Musk คาดว่าจะได้เงินจากรัฐบาล 38 พันล้านดอลลาร์ระหว่าง 2020-2025 ตาม Washington Post และปีที่แล้ว หน่วยงานที่ Musk ดูแลยกเลิกสัญญามูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ด้วย

  • ข้อเสนอของ Musk ไม่ชัดเจนตั้งแต่แรก
  • กฎหมายห้ามจ่ายตรง
  • ความสัมพันธ์กับสัญญารัฐบาล
  • ทรัมป์ชื่นชอบแต่ปฏิเสธ

เมื่อสามวันก่อน ผมเคยเขียนว่า Musk ชอบประกาศเรื่องใจกว้างใหญ่โต แต่สุดท้ายมักไม่เกิดขึ้นจริง เขามีทนายและรู้จักประธานาธิบดี ถ้าจะทำจริง คงปรึกษาก่อนแล้วค่อยประกาศ ไม่ใช่แค่โพสต์โซเชียล

เรื่องนี้สะท้อนให้เห็นว่า แม้ Elon Musk จะรวยที่สุดในโลก แต่ก็มีขีดจำกัดทางกฎหมาย โดยเฉพาะเมื่อเกี่ยวข้องกับรัฐบาล สุดท้ายแล้ว Elon Musk จ่ายเงินเดือน TSA ไม่ได้ และชัตดาวน์ยังคงดำเนินต่อไป

คุณคิดอย่างไรกับข้อเสนอนี้? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์ หรือติดตามข่าวเทคโนโลยีและการเมืองเพิ่มเติมจากเรา!

ที่มา – You’ll Never Believe This but Elon Musk Doesn’t Get to Pay TSA Workers’ Salaries

นี่คือหุ่นยนต์มนุษย์ตัวแรกที่ทำเนียบขาวจริงหรือ? การสืบสวน

เมื่อวันพุธ CEO ของ Figure AI คือ Brett Adcock ได้โพสต์บน X ว่า หุ่นยนต์ F.03 รุ่นคอนเซ็ปต์ของบริษัทเขาได้สร้างประวัติศาสตร์ในฐานะ นี่คือหุ่นยนต์มนุษย์ตัวแรกที่ทำเนียบขาวจริงหรือ? การสืบสวน แล้วมันเป็นเรื่องจริงหรือไม่? มาดูกันในบทความนี้

โพสต์ดังกล่าวระบุว่า “F.03 ทำให้ประวัติศาสตร์เป็นหุ่นยนต์มนุษย์ตัวแรกที่ทำเนียบขาว 🤖 🇺🇸” พร้อมภาพและวิดีโอที่แชร์จากทวิตเตอร์ของ Brett Adcock (@adcock_brett) เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2026

นี่คือหุ่นยนต์มนุษย์ตัวแรกที่ทำเนียบขาวจริงหรือ? การสืบสวน

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในพิธีเปิดงานประชุมสุดยอดสองวัน ภายใต้โครงการ “Fostering the Future Together” ของสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง Melania Trump เพื่อส่งเสริมเทคโนโลยีในด้านการศึกษา ทำเนียบขาวเลือกให้หุ่นยนต์มนุษย์แสดงเดโม หุ่นตัวนี้ไม่มีหน้า เดินเข้ามาพูดคำขอบคุณสั้นๆ เป็นภาษาต่างๆ ของแขกต่างชาติ แล้วเดินออกไปอย่างเงียบเชียบ นึกถึงภาพอดีตประธานาธิบดีเดินหลงในป่าอเมซอนปี 2024 เลย

แต่ละเลยมุกตลก Al Gore สมัย 90s ไป สรุปว่านี่คือหุ่นยนต์มนุษย์ตัวแรกที่ทำเนียบขาวจริงๆ หรือ? ดูเหมือนจะใช่

ประวัติศาสตร์หุ่นยนต์ที่ทำเนียบขาว

ประธานาธิบดี Barack Obama เคยพบ Alice Wong นักกิจกรรมด้านคนพิการผ่าน telepresence robot ในปี 2015 แต่เจ้าหุ่นนั้นแค่จอคอมกับคอยาวติด Roomba ไม่ใช่ humanoid จริงๆ

หุ่นยนต์มนุษย์ชื่อดังอย่าง Honda’s ASIMO ที่พบผู้นำหลายคน Obama ก็เคยเตะฟุตบอลกับมัน แต่ที่พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ในโตเกียว ไม่ใช่ทำเนียบขาว

George W. Bush พบ Albert HUBO หุ่นน่าเกรงขามที่ APEC 2005 ในปูซาน เกาหลีใต้ หุ่นตัวนี้มีหัว Albert Einstein เนื้อเยื่อสังเคราะห์ แต่ก็ไม่ใช่ที่ทำเนียบขาว

  • Obama และ telepresence robot: ไม่ humanoid
  • ASIMO กับ Obama: ที่ญี่ปุ่น
  • Albert HUBO กับ Bush: ที่เกาหลีใต้

กรณี Ronald Reagan และ Tomy Omnibot

ถ้ามีใครพาหุ่นมนุษย์เข้าทำเนียบขาวก่อน Melania Trump น่าจะเป็น Reagan ปี 1987 ที่ Purdue University ได้รับ Tomy Omnibot 2000 สวมหมวก Purdue และหุ่นตัวนั้นเคยจัดแสดงที่ Reagan Presidential Library จนถึงปี 2016

Omnibot เป็นของเล่นแพงสำหรับเด็กเศรษฐี ใช้ในหนัง TV บ้าง แต่มีล้อไม่ใช่ขา บางนิยามเรียก humanoid แต่บางที่เรียก semi-humanoid

เพื่อแก้ความคลุมเครือ Trump ควรต้อนรับหุ่นใน Oval Office จะเป็นประธานาธิบดีคนแรกที่พบหุ่นมนุษย์ที่ทำเนียบขาวชัดเจน

Trump ดูเหมือนหมกมุ่นกับหุ่นยนต์ ในงานแถลงข่าว battleship “Trump-class” เดือนธันวาคมที่แล้ว เขาพูดยาวเกี่ยวกับหุ่นยนต์ช่วย workforce ผสม AI auto plants “เราจะมีหุ่นยนต์มากมาย ช่วยเหลือเรา แต่ยังต้องมีคนเริ่มเครื่อง”

หากจ้างหุ่นเป็นผู้ช่วยที่ทำเนียบขาว จะยิ่งน่าตื่นเต้นกว่าแค่พาเดินในงาน summit

สรุป Brett Adcock น่าจะพูดถูก นี่คือหุ่นยนต์มนุษย์ตัวแรกที่ทำเนียบขาวจริงๆ Gizmodo ติดต่อ White House Historical Association แล้ว จะอัปเดตหากมีข้อมูลใหม่

คุณคิดว่านี่คือหุ่นยนต์มนุษย์ตัวแรกที่ทำเนียบขาวจริงหรือ? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ และติดตามข่าวเทคโนโลยีหุ่นยนต์เพิ่มเติมได้ที่บล็อกเรา!

ที่มา – Was This Really the First Humanoid Robot at the White House? An Investigation

คลิปแรกจาก Maul: Shadow Lord เล่นเพลงฮิต

นักแสดงคนไหนก็รู้ดีว่าดนตรีเปิดตัวสำคัญแค่ไหน การเลือกเพลงที่ใช่สำหรับการเดินเข้าสนามหรือเวที ไม่ใช่แค่สร้างบรรยากาศ แต่ยังบอกใบ้ตัวตนของคุณได้ทั้งหมด ตัวละครใน Star Wars มักไม่ค่อยมีโมเมนต์แบบนี้ แต่สำหรับ Maul: Shadow Lord มันต่างออกไป!

คลิปแรกจาก Maul: Shadow Lord เล่นเพลงฮิต

Maul: Shadow Lord คือซีรีส์แอนิเมชัน Star Wars ล่าสุดที่จะสตรีมบน Disney+ เริ่ม 6 เมษายนนี้ เรื่องราวต่อจาก The Clone Wars ติดตาม Darth Maul (พากย์โดย Sam Witwer) ที่พยายามสร้างอิทธิพลในโลกอาชญากรรมอีกครั้ง คลิปแรกจากตอนแรกที่ IGN แชร์มา แสดง Maul เดินเข้าฉากอย่างยิ่งใหญ่ด้วยเพลงที่แฟน ๆ ฝันถึง นั่นคือ “Duel of the Fates”!

เพลงนี้ไม่ได้ดังตอน Maul ปรากฏตัวครั้งแรกใน Star Wars Episode I: The Phantom Menace แต่เล่นตอนเขาพร้อมดวลกับ Qui-Gon Jinn และ Obi-Wan Kenobi มันกลายเป็นสัญลักษณ์ของความยิ่งใหญ่และอารมณ์เข้มข้น การใช้เพลงนี้ใน คลิปแรกจาก Maul: Shadow Lord เล่นเพลงฮิต จึงเหมือนประกาศก้อง “ยินดีต้อนรับสู่โชว์ของ Maul จริง ๆ แฟน Star Wars!”

ทำไม Duel of the Fates ถึงเหมาะกับ Maul

“Duel of the Fates” ประกอบโดย John Williams เป็นหนึ่งในเพลงไอคอนิกที่สุดของแฟรนไชส์ มันสื่อถึงชะตากรรมและการต่อสู้สุดโหด ซึ่งเข้ากับตัวตนของ Maul สิธ์ลอร์ดผู้แค้นเคืองและมีเสน่ห์ดิบเถื่อน หลังจากรอดตายจาก Obi-Wan ใน Phantom Menace Maul กลับมาใน The Clone Wars และ Rebels ด้วยบุคลิกที่พัฒนาขึ้น Series ใหม่นี้จะสำรวจชีวิตหลัง Clone Wars เมื่อ Empire ขึ้นสู่อำนาจ Maul ต้องต่อกรกับ syndicates อย่าง Crimson Dawn

  • Maul สร้างอาณาจักรอาชญากรรมอย่างไร?
  • เพลงฮิตนี้จะปรากฏอีกไหมในตอนต่อ ๆ ไป?
  • ตัวละครเก่าอย่าง Ahsoka หรือ Obi-Wan จะโผล่?

ทีมผู้สร้างเลือกใช้เพลงนี้ในโมเมนต์เปิดตัว แสดงถึงความทะเยอทะยานของโปรเจกต์ แต่เราหวังว่าจะไม่ใช้ซ้ำบ่อยเกินไป เพราะมันจะเสียพลัง! เหมือน Maul ที่จะเสียอำนาจในที่สุด (จาก Obi-Wan ใน Tatooine) แต่เรื่องนี้เกิดหลังจากนั้นนาน

นอกจากนี้ Maul: Shadow Lord อยู่ใน lineage ของแอนิเมชัน Star Wars อย่าง The Bad Batch, Rebels และ Resistance แฟน ๆ คาดหวัง animation สวยงาม เนื้อเรื่องเข้มข้น และ Easter eggs เพียบ Sam Witwer ที่พากย์ Maul มาตั้งแต่ Clone Wars จะนำเสนิมิติใหม่ของตัวละครนี้

คุณพร้อมสำหรับการผจญภัยของ Maul ใน Shadow Lord หรือยัง? คาดหวังเซอร์ไพรส์อะไรบ้าง เช่น การเผชิญหน้ากับ Sith อื่น ๆ หรือ backstory ลึกซึ้ง? แสดงความเห็นด้านล่างเลย! ถ้าอยากอัปเดตเพิ่ม เช็คตารางออก Marvel, Star Wars, Star Trek, DC Universe และ Doctor Who ได้ที่นี่

ซีรีส์นี้จะยกระดับแอนิเมชัน Star Wars ไปอีกขั้น ด้วยดนตรีและแอคชันที่สมบูรณ์แบบ อย่าลืมตั้งนาฬิกาไว้ 6 เมษายน!

ที่มา – The First Clip from ‘Maul: Shadow Lord’ Plays the Hits, Literally

Ring เปิดตัวกระดิ่งประตู 4K แบตเตอรี่

Ring เปิดตัวกระดิ่งประตูวิดีโอรุ่นใหม่ล่าสุดที่โดดเด่นด้วยความละเอียด 4K และใช้งานด้วยแบตเตอรี่! บริษัทในเครือ Amazon ประกาศไลน์ผลิตภัณฑ์กระดิ่งประตูเชื่อมต่อ Wi-Fi ชุดใหม่ รวมถึงรุ่นที่ใช้แบตเตอรี่แต่บันทึกวิดีโอได้คมชัดระดับ 4K นอกจากนี้ยังมีรุ่น 2K ทั้งแบบมีสายและแบตเตอรี่ เริ่มต้นที่ 80 ดอลลาร์สำหรับ Wired Doorbell

Ring เปิดตัวกระดิ่งประตู 4K แบตเตอรี่: Battery Doorbell Pro (2nd Gen)

กล้องรุ่นท็อปชื่อ Battery Doorbell Pro (2nd Gen) ราคา 250 ดอลลาร์ มาพร้อมวิดีโอ “Retinal 4K” ที่ซูมได้สูงสุด 10 เท่า “Retinal” คือเทคโนโลยีประมวลผลวิดีโอด้วย AI ของ Ring ที่ช่วยลดความเบลอและสิ่งรบกวนในภาพ รุ่นนี้รองรับแผงโซลาร์ที่วางขายพร้อมกัน และใช้งานได้กับรุ่น 2K แบตเตอรี่อื่นๆ อย่าง Battery Doorbell (2nd Gen) ราคา 100 ดอลลาร์ และ Battery Doorbell Plus (2nd Gen) ราคา 190 ดอลลาร์

คุณสมบัติเด่นของกระดิ่งประตูแต่ละรุ่น

  • Battery Doorbell: ซูมสูงสุด 6 เท่า ในดีไซน์กะทัดรัด ชาร์จไฟได้
  • Battery Doorbell Plus: แบตเตอรี่ Quick Release ถอดชาร์จง่าย
  • ทุกตัวมีมุมมองกว้าง 140 องศา ทั้งแนวนอนและแนวตั้ง รองรับ night vision (Pro และ Plus เป็นสี)
  • รุ่นแบตเตอรี่ต่อสายไฟกระดิ่งธรรมดาได้

ทุกกล้องมาพร้อมทดลองฟรี Ring AI Pro ค่าสมาชิกปกติ 19.99 ดอลลาร์/เดือน มีคำอธิบายเหตุการณ์ด้วยภาษาธรรมชาติ ค้นหาวิดีโอด้วยคีย์เวิร์ด เช่น “พัสดุ” หรือ “รถยนต์” บันทึกวิดีโอได้ 180 วัน กล้องวางขาย 29 เมษายน สั่งจองได้แล้วที่เว็บ Ring

บริการเหล่านี้สะดวก แต่จากรีวิว Google Nest Doorbell Cam ล่าสุด พบปัญหาที่ทำให้รู้สึกน่ารำคาญกับการจ่ายเงิน Ring ยังมีแผนคลาวด์ราคาถูกสำหรับคนไม่ต้องการ AI แต่ไม่มีที่เก็บข้อมูลแบบ local และไม่รองรับ smart home มาตรฐานอย่าง Matter

ข้อกังวลอีกประการคือ Ring เคยร่วมมือกับตำรวจให้เข้าถึงเครือข่ายกล้องลูกค้า ล่าสุดมีข่าว partnership กับ Flock (เครือข่ายกล้อง AI ที่ ICE และหน่วยงานรัฐใช้) แต่ Ring ถอนตัวหลังถูกวิจารณ์หนัก แม้พยายาม PR ด้วยภาพหมาหลง

สรุปแล้ว Ring เปิดตัวกระดิ่งประตู 4K แบตเตอรี่ นี่เหมาะสำหรับบ้านที่ต้องการความคมชัดสูงโดยไม่ยุ่งยากกับสายไฟ แต่ควรชั่งน้ำหนักเรื่อง privacy และ subscription ถ้าคุณกำลังมองหากล้องกันขโมยคุณภาพสูง ลองพิจารณาสั่งจองเลยวันนี้เพื่อความปลอดภัยบ้านคุณ!

ที่มา – Ring Launches a 4K Video Doorbell That Runs on Battery