ผู้เขียน: lalika69_admin

ผู้ว่าฯ แบงก์ชาติยืนยัน ‘ตรึงดอกเบี้ย’ ประคองเศรษฐกิจให้นานที่สุด ห่วงสงครามยืดเยื้อฉุดเศรษฐกิจไทย ‘หัวปัก’

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน! วันนี้เรามาคุยเรื่องเศรษฐกิจไทยกันแบบชิลๆ แต่ได้ข้อมูลจริงจังจากผู้ว่าฯ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) คุณวิทัย รัตนากร ที่เพิ่งออกมาพูดเมื่อ 9 เมษายน เกี่ยวกับสถานการณ์ร้อนๆ จากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งกำลังทำให้ทุกคนกังวลหนัก โดยเฉพาะเรื่องน้ำมันแพงและห่วงโซ่อุปทานที่สะดุด ชวนคิดถึงวิกฤตพลังงานที่อาจลากยาวยิ่งกว่าโควิดซะอีก

ผู้ว่าฯ แบงก์ชาติยืนยัน ‘ตรึงดอกเบี้ย’ ประคองเศรษฐกิจให้นานที่สุด ห่วงสงครามยืดเยื้อฉุดเศรษฐกิจไทย ‘หัวปัก’ นี่คือประเด็นหลักที่ท่านย้ำชัดเจนเลยครับ ในกรณีฐาน (Baseline) เศรษฐกิจไทยปี 2569 อาจโตแค่ 1.3-1.7% ชะลอจาก 2.4% ปีก่อนหน้า ถ้าสงครามจบเร็วๆ ภายใน 2 สัปดาห์ GDP อาจแตะ 1.7% แต่เงินเฟ้อปีละ 2.5% ถ้าจบกลางปี GDP 1.3% แต่เฟ้อพุ่ง 3.5% ทะลุกรอบเป้า 1-3% แน่นอน!

ผู้ว่าฯ แบงก์ชาติยืนยัน ‘ตรึงดอกเบี้ย’ ประคองเศรษฐกิจให้นานที่สุด ห่วงสงครามยืดเยื้อฉุดเศรษฐกิจไทย ‘หัวปัก’

ทำไมธปท. ถึงเลือกตรึงดอกเบี้ยไม่ลดเพิ่ม? เพราะเฟ้อจากอุปทาน (Supply Shock) แบบนี้ การขึ้นดอกเบี้ยช่วยไม่ได้ แถมเสี่ยงทำลายอุปสงค์ (Demand) ไปอีก ผู้ว่าฯ บอกชัด ดอกเบี้ยปัจจุบัน ‘ผ่อนคลายเต็มที่แล้ว’ และเทรนด์ธนาคารกลางโลกคือ ‘คง’ หรือ ‘ขึ้น’ ไม่ใช่ลด ส่งสัญญาณชัด ไม่มีลดดอกเบี้ยเพิ่มแน่นอน เพื่อประคองเศรษฐกิจให้นานที่สุดครับ

ปัจจัยเสี่ยง 3 อย่างที่ต้องจับตา: 1) ระยะเวลา Duration ของสงคราม 2) ความรุนแรง Intensity เช่นโครงสร้างพลังงานพังแค่ไหน 3) Disruption ห่วงโซ่อุปทาน น้ำมัน เม็ดพลาสติก ปิโตรเคมี ถ้าขาดแคลนหนัก เศรษฐกิจไทยโดนเต็มๆ โดยเฉพาะ SME พ่อค้าแม่ค้าที่ใช้น้ำมันเยอะ แตกต่างจากโควิดที่ปิดแล้วเปิดจบ แต่ครั้งนี้ธุรกิจเปิดแต่ต้นทุนพุ่ง ค่าครองชีพแพง ลากยาวกว่าต้มยำกุ้งปี 40 ซะอีก!

วิกฤตพลังงานกระทบใครหนักสุด? SME และคนตัวเล็ก!

ผู้ว่าฯ เปรียบชัด: โควิดรายได้ศูนย์แต่จบเร็ว ตอนนี้รายได้ยังมีแต่ไม่มีวัตถุดิบ น้ำมันแพงยาวๆ ทุกอย่างแพงตาม ชาวบ้านเดือดร้อนหนัก โดยเฉพาะกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการค้าขายและขนส่ง ฟังแล้วอดห่วงไม่ได้เลยครับ

เครื่องมือช่วยเหลือจากธปท. พร้อมลุย!

  • ขอความร่วมมือแบงก์และนอนแบงก์ ช่วยลูกหนี้เชิงป้องกัน เช่น จ่ายเฉพาะดอก ลดค่างวด ลดดอกเบี้ย ตัดเงินต้นก่อน สำหรับลีสซิ่งรถ รถจักรยานยนต์ สินเชื่อจำนำทะเบียน สินเชื่อส่วนบุคคล
  • มาตรการ SMEs Secure+ เติมสภาพคล่องให้ SME ที่มีหลักทรัพย์
  • ถ้าถึงขั้นวิกฤต อาจออกพ.ร.ก. Soft Loan ดอกเบี้ยต่ำ สนับสนุน EV โซลาร์เซลล์ พลังงานทางเลือก
  • อื่นๆ เช่น DR TDR พักหนี้ ปรับ Minimum Payment บัตรเครดิต (ปัจจุบัน 8% ไม่กลับ 10%)

ยังไม่รวมมาตรการกระตุ้นรัฐบาลใหม่ที่คาดว่าจะมา ไม่ว่าจะ พ.ร.ก.กู้เงินหรือเกมเล็ก ผู้ว่าฯ บอกยังไม่รู้รายละเอียด แต่เชื่อว่าจะช่วย GDP เพิ่มได้

มุมมองผู้เชี่ยวชาญอย่างผมมองว่า สถานการณ์นี้คล้าย disruption ในวงการเทค ถ้า supply chain พังเหมือนชิปขาดแคลนตอนโควิด เศรษฐกิจไทยต้องปรับตัวเร็ว สนับสนุน EV และพลังงานสะอาดจะเป็นเทรนด์ใหญ่ ลดพึ่งพาน้ำมัน ตอนนี้แนะนำเพื่อนๆ วางแผนการเงินดีๆ เก็บสต็อกของใช้จำเป็น และติดตามข่าวธปท. ใกล้ชิด ถ้าสงครามจบเร็ว เศรษฐกิจฟื้นไว แต่ถ้ายืดเยื้อ ต้องพร้อมรับมือ!

ที่มา – ผู้ว่าฯ แบงก์ชาติยืนยัน ‘ตรึงดอกเบี้ย’ ประคองเศรษฐกิจให้นานที่สุด ห่วงสงครามยืดเยื้อฉุดเศรษฐกิจไทย ‘หัวปัก’

สายหวานไม่รอด! โรงงานน้ำตาลทราย จ่อปรับขึ้นราคา พ.ค. หลังแบกต้นทุนน้ำมัน วิกฤตเม็ดพลาสติกอ่วม 40%

สวัสดีครับเพื่อนๆ สายหวานและคนรักของหวานทั้งหลาย! ถ้าคุณเป็นคนที่ชอบจิบชานมไข่มุก กินขนมหวาน หรือใส่น้ำตาลในกาแฟทุกวัน ข่าวนี้คงทำให้ใจเต้นรัวเลยล่ะ เพราะสายหวานไม่รอด! โรงงานน้ำตาลทราย จ่อปรับขึ้นราคา พ.ค. หลังแบกต้นทุนน้ำมัน วิกฤตเม็ดพลาสติกอ่วม 40% ผมในฐานะคนที่ติดตามข่าวเศรษฐกิจและเทรนด์โลกมานาน จะเล่าให้ฟังแบบเป็นกันเอง พร้อม insight ลึกๆ ว่ามันกระทบเรายังไง และควรรับมือแบบไหนในยุคที่ supply chain โลกวุ่นวายแบบนี้ คล้ายๆ กับ chip shortage ในวงการเทคเลยนะ

สายหวานไม่รอด! โรงงานน้ำตาลทราย จ่อปรับขึ้นราคา พ.ค. หลังแบกต้นทุนน้ำมัน วิกฤตเม็ดพลาสติกอ่วม 40%

เรื่องทั้งหมดเริ่มจากสมชาย หาญหิรัญ ประธานคณะกรรมการประสานงาน 3 สมาคมโรงงานน้ำตาลทราย ที่ออกมาแถลงชัดๆ ว่าตรึงราคาน้ำตาลทรายได้ถึงสิ้นเดือนเมษายนเท่านั้น พอเข้าพฤษภาคมต้องปรับขึ้นแน่นอน เหตุผลหลักคือต้นทุนการผลิตพุ่งกระฉูดจากปัจจัยโลก

อย่างแรกคือวิกฤตเม็ดพลาสติก! ราคาเม็ดพลาสติกในตลาดโลกทะยานขึ้น ทำให้ต้นทุนบรรจุภัณฑ์อย่างถุงและกระสอบน้ำตาลแพงขึ้นเฉลี่ย 40% เลยทีเดียว คิดดูสิครับ ถุงพลาสติกที่เราเห็นในซูเปอร์ทั่วไป แพงขนาดนี้ โรงงานแบกไหวได้ยังไง

ที่สอง ราคาน้ำมันที่ยังแรงไม่หยุด ส่งผลให้ค่าขนส่งสินค้าจากโรงงานไปคลัง ไปร้านค้าปลีกทั่วประเทศพุ่งตาม ต้นทุนแฝงพวกนี้สะสมในทุกขั้นตอน ไม่ใช่แค่ผลิต แต่รวมถึงกระจายสินค้าด้วย โรงงานพยายามบริหารเต็มที่แล้วนะ ทั้งซื้อวัตถุดิบล่วงหน้า ควบคุมค่าใช้จ่าย แต่ห่วงโซ่อุปทานโลกผันผวนเกิน ซัพพลายเออร์ต่างปรับราคาตามต้นทุนหมด

  • ต้นทุนบรรจุภัณฑ์พุ่ง 40% จากเม็ดพลาสติก
  • ค่าขนส่งสูง จากน้ำมันแพง
  • พลังงานและปิโตรเคมี กระทบอุตสาหกรรมทั้งระบบ

ตลอดเดือนเมษายน โรงงานอุ้มผู้บริโภคเต็มที่ ร่วมมือกับรัฐชะลอผลกระทบในช่วงค่าครองชีพสูง แต่พอมิ.ย. ไม่ไหวแล้ว ต้องทบทวนโครงสร้างราคาเพื่อสมดุลระยะยาว ไทยผลิตน้ำตาลได้ 11.8 ล้านตันต่อปี บริโภคในประเทศ 2.35 ล้านตัน แบ่งเป็นครัวเรือน 450,000 ตัน ที่เหลือไปอุตสาหกรรมอาหาร เครื่องดื่ม ยา

ปรับเฉพาะราคาขายปลีก ไม่กระทบอุตสาหกรรม

ดีใจตรงที่ปรับแค่ราคาขายปลีกสำหรับครัวเรือนนะครับ ราคาให้ภาคอุตสาหกรรมยังเหมือนเดิม ป้องกันไม่ให้ราคาขนม ขนมขบเคี้ยว เครื่องดื่มพุ่งตาม คล้ายๆ กลยุทธ์ในวงการเทคที่แยก consumer price กับ B2B เพื่อรักษา ecosystem ไว้ สมชายย้ำว่าทำเพื่อทุกฝ่าย เกษตรกร ผู้ประกอบการ ผู้บริโภค

ทั้งนี้ กกร. ประกาศน้ำตาลทรายเป็นสินค้าควบคุม สอน. ดูแล หากปรับต้องแจ้งกรมการค้าภายในก่อน ทุกอย่างโปร่งใสครับ

จากประสบการณ์ผมที่เห็นเทรนด์ supply chain โลก ไม่ว่าจะน้ำมันจากตะวันออกกลาง หรือพลาสติกจากจีน สถานการณ์แบบนี้จะยืดเยื้อไปอีกสักพัก คล้ายวิกฤตชิปในเทคที่ทำให้ gadget แพง อนาคตคาดว่าราคาน้ำตาลอาจขึ้นต่อเนื่องถ้าพลังงานไม่นิ่ง

คำแนะนำจากผม: สายหวานลองสต็อกน้ำตาลไว้บ้าง หรือหันมาใช้น้ำตาลเทียม หญ้าหวานที่ low cal เหมาะกับคนรักสุขภาพ ลดปริมาณน้ำตาลในชีวิตประจำวันเพื่อสุขภาพและกระเป๋าตังค์ เริ่มจากกาแฟไม่หวาน หรือทำสมูทตี้ผลไม้แทน ลองดูนะครับ สุขภาพดี เงินเหลือ!

ติดตามข่าวอัพเดทเพิ่มเติมได้ที่นี่เลย ถ้าชอบแชร์ต่อให้เพื่อนสายหวานด้วยนะ 👉

ที่มา – สายหวานไม่รอด! โรงงานน้ำตาลทราย จ่อปรับขึ้นราคา พ.ค. หลังแบกต้นทุนน้ำมัน วิกฤตเม็ดพลาสติกอ่วม 40%

Artemis 2 วันที่ 9: อัปเดตภารกิจสดๆ 🔴

สวัสดีเพื่อนๆ ชาวอวกาศ! วันนี้เรามาถึง Artemis 2 วันที่ 9 แล้วนะ ภารกิจประวัติศาสตร์ที่ส่งนักบินอวกาศ 4 คนวนรอบด้านมืดของดวงจันทร์และกลับโลก Orion กำลังพุ่งกลับสู่โลกด้วยความเร็วสูงสุด กำหนดลงจอดในมหาสมุทรแปซิฟิกวันศุกร์นี้ อย่าพลาดเลย!

Artemis 2 วันที่ 9: เตรียมกลับโลกเต็มสูบ

วันนี้เป็นวันสุดท้ายเต็มวันในอวกาศของลูกเรือ NASA’s Reid Wiseman, Victor Glover, Christina Koch และ Jeremy Hansen จาก CSA พวกเขาตื่นมาพร้อมเพลง “Under Pressure” ของ Queen และ David Bowie อยู่ห่างโลก 200,278 ไมล์ และดวงจันทร์ 83,549 ไมล์ ได้รับข้อความจาก CSA ด้วย

กิจกรรมวันนี้คึกคักมาก: ทดสอบระบบเก็บขยะสำรอง (หลังจากมีปัญหาโถชักโครกไปแล้ว), ทดสอบชุด orthostatic intolerance เพื่อช่วยเรื่องความดันเลือดตอนกลับโลก, และฝึกป้องกันรังสีจากพายุสุริยะ โดยสร้างที่หลบภัยจากของใน Orion

Artemis 2 วันที่ 9: การบินด้วยมือและการปรับ轨道的

ช่วงค่ำ ลูกเรือจะควบคุม Orion ด้วยมือ ทดสอบการเล็งเป้าหมายและโหมดควบคุมต่างๆ เริ่ม 9:59 p.m. ET ก่อนหน้านี้ Orion ทำ trajectory correction burn 15 วินาที ปรับความเร็ว 1.6 ฟุต/วินาที เพื่อลงจอดตรงจุด Koch และ Hansen ตรวจสอบขั้นตอน

NASA ยืนยัน USS John P. Murtha ออกเดินทางไปรับแล้ว ลูกเรือยังถ่ายรูปงามๆ อย่างทางช้างเผือก, โลกและดวงจันทร์ตอน flyby ดู Earthset สวยมาก เห็นเมฆวนเหนือออสเตรเลียและ Ohm crater ชัดเจน

พวกเขาพบแสงวาบจากอุกกาบาตกระทบดวงจันทร์ ช่วยนักวิทยาศาสตร์ศึกษาอัตราการกระทบและโครงสร้างดวงจันทร์ NASA ชวนนักดาราศาสตร์สมัครเล่นร่วมสังเกตด้วยกล้องโทรทรรศน์ ถ่ายวิดีโอส่ง science.nasa.gov

  • ภาพ Orion, ดวงจันทร์, โลกในเฟรมเดียว
  • ทางช้างเผือกจากหน้าต่าง Orion
  • South Pole-Aitken basin ที่เก่าแก่ที่สุด

ก่อนหน้านี้ในภารกิจ พวกเขาถอดรหัสระยะทางไกลสุดจากโลก เกิน Apollo 13 ชื่อ crater ใหม่ “Integrity” และ “Carroll” ตอน flyby พวกเขาสังเกต craters, lava flows, ridges สีน้ำตาล-เขียว ไม่เคยเห็นใกล้ๆ มาก่อน

ภารกิจนี้ทำลายสถิติมนุษย์ไปไกลสุดจากโลก 252,756 ไมล์ และเป็นครั้งแรกใน 54 ปีที่มนุษย์ออกจาก low-Earth orbit ถ่าย Earthrise, eclipse, ใช้ eclipse glasses ด้วย

ติดตามสดได้ที่ NASA livestream อย่าลืมเช็ค AROW สำหรับ軌道实时!

ภารกิจ Artemis 2 แสดงให้เห็นว่ามนุษย์พร้อมสำรวจลึกเข้าไปอีก สมัครใจเป็นนักดาราศาสตร์ช่วย NASA สิ สนุกและมีส่วนร่วมประวัติศาสตร์!

ที่มา – Artemis 2 Day 9: Follow the Mission With Our Live Updates 🔴

ถอดรหัส “ความเชื่อมั่น” กลยุทธ์ที่พา KBank เป็นผู้นำคว้าอันดับ 1 Forbes World’s Best Banks ไทย 3 ปีซ้อน

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวเทคและบันเทิง! ในยุคที่เปิดบัญชีธนาคารทำได้ในไม่กี่นาทีผ่านมือถือ แล้วย้ายธนาคารก็ง่ายเหมือนสลายแอป ลูกค้าอย่างเราก็ไม่ได้เลือกแค่จากฟีเจอร์เท่ๆ หรือชื่อดังอีกต่อไป แต่เลือกจาก ‘ความมั่นใจ’ ว่าธนาคารนี้ใช้แล้วจะไม่พลาด! วันนี้เราจะมาถอดรหัส “ความเชื่อมั่น” กลยุทธ์ที่พา KBank เป็นผู้นำคว้าอันดับ 1 Forbes World’s Best Banks ไทย 3 ปีซ้อน กันแบบชิลๆ เหมือนคุยกับเพื่อน แต่ได้ insight ระดับโปรเลยนะ

ถอดรหัส “ความเชื่อมั่น” กลยุทธ์ที่พา KBank เป็นผู้นำคว้าอันดับ 1 Forbes World’s Best Banks ไทย 3 ปีซ้อน

การแข่งขันธนาคารสมัยนี้ไม่ใช่แค่ขนาดใหญ่หรือสาขาเยอะ แต่คือความรู้สึกของลูกค้าตอนโอนเงิน ติดต่อ call center หรือใช้แอป KBank พิสูจน์แล้วว่าความเชื่อมั่นคือกุญแจสู่ความสำเร็จ หลังจาก Forbes นิตยสารธุรกิจโลกชื่อดัง จัดอันดับ KBank เป็นธนาคารที่ดีที่สุดในไทย 3 ปีติด! เหมือน superhero ในโลกการเงินที่ลูกค้าฮือฮา

Forbes ใช้เกณฑ์อะไรคัด KBank ให้ติด top?

Forbes สำรวจจากลูกค้าจริงกว่า 54,000 คน ใน 34 ประเทศ เกณฑ์หลัก 7 ด้าน: ความพึงพอใจโดยรวม, การแนะนำ, ความน่าเชื่อถือ, เงื่อนไขบริการ, การดูแลลูกค้า, บริการดิจิทัล, และคำแนะนำการเงิน เหล่านี้รวมกันคือประสบการณ์ยาวๆ ที่ KBank ทำได้ดีสุดในไทย เหมือนรีวิว Netflix ที่เราดูแล้วติดใจ อยาก recommend ให้เพื่อน

ทำไม Trust ถึงเป็น KPI สุดฮอตของธนาคาร?

ปกติเราวัดธนาคารจากสินทรัพย์หรือกำไร แต่ Statista เผยว่าลูกค้าทั่วโลกให้ Trust น้ำหนักสูงสุด 24.9% รองลงมาเป็นดิจิทัล 20.1% Trust เกิดจากทุก touchpoint เช่น โอนเงินไว, แก้ปัญหาแอปเร็ว เหมือนใช้ TikTok ที่ลื่นปรื๊ด ไม่ lag!

เฟรมเวิร์ก “3+1 & Productivity” สูตรลับ KBank

ไม่ใช่โชคช่วย! KBank ใช้ยุทธศาสตร์ “3+1 และ Productivity” สร้าง Trust ต่อเนื่อง

  • 1. Trust through Stability: จัดการสินเชื่อด้วย Data & AI รัดกุม เติบโตคุณภาพ เหมือนระบบรักษาความปลอดภัยในเกม online ที่ไม่เคย bug
  • 2. Trust through Everyday Use: ขยายค่าธรรมเนียมผ่านบริการรายวัน ดิจิทัลครบครัน K PLUS สำหรับบุคคล, K BIZ สำหรับ SME ใช้ทุกวันมั่นใจ
  • 3. Trust through Experience: Digital First Experience แอปใช้งานง่ายไร้รอยต่อ ผสานคนกับเทค เหมือน streaming หนังที่ buffer ไม่เคยขาด
  • +1 Trust through Future Relevance: สร้างรายได้ใหม่ รับนวัตกรรม ลูกค้ามั่นใจอนาคต

บวก Productivity ใช้ AI ลดต้นทุน ยกระดับบริการ personalize ทุกจุดสัมผัส

ผู้นำ 3 ปีซ้อนจากความสม่ำเสมอ

รางวัล 3 ปีติดจากลูกค้าจริง แสดงว่าระบบ KBank แข็งแกร่ง ลูกค้าจำ ‘สะดุด’ มากกว่า ‘ดี’ ดังนั้นต้อง consistent ทุกวัน ในตลาดฟีเจอร์คล้ายกัน Trust คือตัวตัดสิน

Trend อนาคต: ธนาคารจะเหมือน tech giant ต้อง win heart ลูกค้าด้วย Trust ลองโหลด K PLUS มาทดสอบดูสิ รับรองติดใจ! หรือคุณมีประสบการณ์ KBank ยังไง แชร์ในคอมเมนต์เลยนะ

ที่มา – ถอดรหัส “ความเชื่อมั่น” กลยุทธ์ที่พา KBank เป็นผู้นำคว้าอันดับ 1 Forbes World’s Best Banks ไทย 3 ปีซ้อน [ADVERTORIAL]

การรวมตัว American Horror Story อาจเป็นภาคต่อ Coven

American Horror Story หรือที่แฟนๆ ชาวไทยรู้จักในชื่อ อเมริกันฮอเรียนสตอรี่ มาฉายตั้งแต่ปี 2011 แล้ว ทำให้มีฤดูกาลให้เลือกมากมายสำหรับการโหวต “ฤดูกาลที่ดีที่สุด” แต่ถ้าพูดถึงลิสต์โปรดของใครหลายคน ฤดูกาลที่ 3 Coven มักจะติดอันดับเสมอ และ Ryan Murphy ผู้สร้างก็ตระหนักดีถึงเรื่องนี้ ตัวละครแม่มดบางตัวเคยกลับมาในฤดูกาลที่ 8 Apocalypse ซึ่งครอสโอเวอร์กับ Murder House (ฤดูกาล 1) และ Hotel (ฤดูกาล 5) แต่ล่าสุดดูเหมือนว่าจะมีการร่ายเวทมนตร์รอบใหม่ เมื่อมีการยืนยันตัวละครที่ Sarah Paulson ดาราประจำ AHS จะรับบทในฤดูกาลที่ 13 ที่กำลังจะมาถึง

การรวมตัว American Horror Story อาจเป็นภาคต่อ Coven

มีการแชร์บนโซเชียลมีเดียเมื่อวันพุธที่ผ่านมา ว่าเป็น Cordelia Goode จาก Coven ซึ่งเคยโผล่ใน Hotel และมีบทบาทสำคัญใน Apocalypse คำบรรยายระบุว่า “เราสร้าง Robichaux Academy ใหม่ทั้งหมด” ชี้ให้เห็นว่ารฤดูกาล 13 ที่ยังไม่มีชื่ออย่างเป็นทางการ จะพาพวกเราไปกลับยังโรงเรียนแม่มดชื่อดังในนิวออร์ลีนส์ ส่วน “The Supreme Rises” ตามที่ Entertainment Weekly เตือนไว้ Apocalypse เผยว่า Mallory ของ Billie Lourd นักเรียนที่ทรงพลังมากจาก Robichaux Academy กำหนดชะตาให้เหนือกว่า Cordelia ในฐานะ Supreme คนต่อไป

การกลับมาอีกครั้งที่แฟนๆ รอคอยใน American Horror Story คือ Jessica Lange ที่เพิ่งประกาศไปเมื่อต้นสัปดาห์นี้ผ่านโซเชียลมีเดียเช่นกัน เธอปรากฏครั้งสุดท้ายใน Apocalypse เรื่องราวของฤดูกาล 13 ยังไม่ค่อยมีข้อมูลมากนัก นอกจากคำว่า “แม่มด” ดังนั้นยังไม่แน่ใจว่าเธอจะเล่น Constance Langdon จาก Murder House (ที่เธอชนะเอ็มมี่) หรือ Fiona Goode จาก Coven (ที่เธอชนะเอ็มมี่อีกครั้ง) หรือตัวละครใหม่

นักแสดง Coven กลับมาร่วมงานในฤดูกาล 13

การที่ Sarah Paulson กลับมาเป็น Cordelia ลูกสาวของ Fiona อาจเป็น hint แต่ Fiona ก็ตายใน Coven อยู่ดี นักแสดงคุ้นหน้าอีกหลายคนจะกลับมาในฤดูกาล 13 ได้แก่ Billie Lourd, Evan Peters, Angela Bassett, Kathy Bates, Emma Roberts, Gabourey Sidibe และ Leslie Grossman นอกจากนี้ Ariana Grande ที่เคยเล่นใน Scream Queens ของ Ryan Murphy ร่วมกับ Lourd และ Roberts ก็จะมาร่วมด้วย

ทำไมการรวมตัว American Horror Story อาจเป็นภาคต่อ Coven? Coven เป็นฤดูกาลที่ได้รับความนิยมสูงสุดด้วยเรื่องราวแม่มดเวทมนตร์ สนุก ลึกลับ และมีดราม่าครบรส การนำ Robichaux Academy กลับมาใหม่ บวกกับ Cordelia และ Supreme plot ชี้ชัดว่าอาจต่อยอดจาก Apocalypse ที่ Mallory กลายเป็น Supreme ใหม่ Jessica Lange อาจกลับมาเป็น Fiona ผ่านเวทมนตร์อะไรสักอย่าง เพราะใน AHS ตัวละครตายแล้วแต่กลับมาได้เสมอ!

ฤดูกาลก่อนๆ ของ AHS มักมี crossover สุดเซอร์ไพรส์ ทำให้แฟนๆ ตื่นเต้น Ryan Murphy เก่งเรื่องหมุนเวียนนักแสดงชั้นนำ ทำให้แต่ละฤดูสดใหม่แต่เชื่อมโยงกัน Apocalypse คือตัวอย่างชัดเจนที่รวม Murder House, Hotel และ Coven เข้าด้วยกัน สำหรับฤดูกาล 13 นี้น่าจะยิ่งใหญ่ไม่แพ้ ด้วย Ariana Grande ที่จะเพิ่มความสดใหม่จากป๊อปสตาร์สู่สยองขวัญ

  • Sarah Paulson as Cordelia Goode – Supreme ปัจจุบัน
  • Jessica Lange – Fiona Goode หรือ Constance?
  • Billie Lourd as Mallory – Supreme อนาคต
  • Evan Peters – ตัวร้ายสุดฮอต
  • Angela Bassett, Kathy Bates, Emma Roberts และอื่นๆ

แฟนๆ Coven คงตื่นเต้นสุดๆ เพราะนี่อาจเป็นการปิดท้ายหรือต่อยอด witch universe ที่สมบูรณ์แบบ อย่าพลาดติดตามข่าวอัปเดตฤดูกาลใหม่ๆ ของ Marvel, Star Wars, Star Trek, DC Universe และ Doctor Who ได้ที่เว็บเรา!

ในความเห็นผม การรวมตัว American Horror Story อาจเป็นภาคต่อ Coven จริงๆ นี่แหละที่จะเป็นฤดูกาลที่ดีที่สุดในรอบหลายปี Ryan Murphy ไม่เคยทำให้ผิดหวัง ลุ้นเลยว่าปลายปีนี้จะได้ดูเมื่อไหร่ คุณคิดยังไง คอมเมนต์บอกหน่อย!

ที่มา – ‘The ‘American Horror Story’ Reunion Could Be a Sequel to ‘Coven’

อาณานิคมขยะ: เอเชียตะวันออกเฉียงใต้กับการเป็นถังขยะโลก

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน! วันนี้เราจะมาพูดถึงเรื่องที่กำลังเป็นปัญหาใหญ่ของโลก แต่หลายคนอาจยังไม่รู้จักกันดี นั่นคือ อาณานิคมขยะ: เอเชียตะวันออกเฉียงใต้กับการเป็นถังขยะโลก ลองนึกภาพดูสิครับ ประเทศร่ำรวยในโลกตะวันตกอย่างสหรัฐฯ ยุโรป ส่งขยะพลาสติกกองโตๆ มาทิ้งให้เพื่อนบ้านเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของเราจัดการ มันเหมือนกับยุคอาณานิคมสมัยใหม่เลยใช่ไหมล่ะ? ผมในฐานะคนที่ติดตามเรื่องสิ่งแวดล้อมและเทคโนโลยีมาอย่างยาวนาน จะเล่าให้ฟังแบบเป็นกันเอง พร้อมข้อมูลเชิงลึกที่คุณควรรู้

ย้อนกลับไปปี 2560 จีนประกาศแบนขยะนำเข้าแบบเด็ดขาด ทำให้ขยะพลาสติกจากทั่วโลกไหลทะลักมาที่มาเลเซีย อินโดนีเซีย เวียดนาม และไทยของเรา ข้อมูลจาก OECD ปี 2566 ยืนยันชัดว่าประเทศเหล่านี้กลายเป็นจุดหมายหลักของขยะจากกลุ่มประเทศรายได้สูง คำว่า ‘อาณานิคมขยะ’ นี้ถูกใช้ครั้งแรกตั้งแต่ปี 2532 เพื่ออธิบายว่าประเทศรวยบริโภคเก่ง สร้างขยะเยอะ แล้วโยนให้ประเทศกำลังพัฒนามาจัดการแทน มันไม่ยุติธรรมเลยนะครับ โดยเฉพาะเมื่อเรามีกฎระเบียบหลวมๆ และต้นทุนรีไซเคิลถูกกว่า

อาณานิคมขยะ: เอเชียตะวันออกเฉียงใต้กับการเป็นถังขยะโลก

ปัญหานี้ส่งผลกระทบรุนแรงทั้งสุขภาพและสิ่งแวดล้อมครับ ปุณญธร จึงสมาน จากมูลนิธิความยุติธรรมเชิงสิ่งแวดล้อม บอกว่าประเทศรวยส่งมลพิษมาที่นี่เพราะกฎของเราอ่อนโยนกว่า ในไทย ฐิติกร บุญทองใหม่ จากมูลนิธิบูรณะนิเวศ พบว่าขยะจากโรงงานรีไซเคิลเถื่อนในภาคตะวันออก ถูกทิ้งลงหลุมฝังกลบ แล้วไหลลงทะเลตอนฝนตก ผลคือ 6 ใน 10 ประเทศที่มีมลพิษพลาสติกสูงสุดอยู่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้!

สุขภาพก็โดนหนัก รายงานกรีนพีซในมาเลเซียเจอสารพิษอย่างแคดเมียม ตะกั่ว ในพื้นที่ทิ้งขยะเกาะปูเลาอินดะฮ์ ที่อินโดนีเซีย การเผาพลาสติกในซูไงปาตานีปี 2561-2562 ทำให้ผู้ป่วยทางเดินหายใจพุ่ง 30% เลยทีเดียว แถมพลาสติกนำเข้าราคาถูกยังกดราคาขยะรีไซเคิลในประเทศ ทำให้คนเก็บขยะนอกระบบอย่างพี่ๆ ในกรุงเทพฯ ต้องเดือดร้อน ขู่เลิกหากรัฐไม่แบน

คนคัดแยกขยะในกรุงเทพฯ กำลังคัดแยกขวดพลาสติกเพื่อส่งขายรีไซเคิล

คนคัดแยกขยะนอกระบบในกรุงเทพฯ กำลังทำงานหนักเพื่อรีไซเคิลขวดพลาสติก ส่งไปผลิตใหม่

เอเชียตะวันออกเฉียงใต้เริ่มสู้กลับ

ดีใจที่ประเทศเราเริ่มโต้กลับ! มกราคม 2568 ไทยและอินโดนีเซียแบนนำเข้าเศษพลาสติกทันที มาเลเซียตามด้วยแบนจากนอกอนุสัญญาบาเซล และขยะอิเล็กทรอนิกส์ในกุมภาพันธ์ 2569 แต่ปัญหายังไม่จบครับ นักรณรงค์อย่างหว่องปุยยี จากมาเลเซีย ประท้วงที่ UN เรียกร้องให้หยุด แต่ผู้ส่งออกขยะฉลาด เปลี่ยนชื่อสินค้า หรือส่งไปเมียนมาแทน ควาสตู ทาปา จากมหาวิทยาลัยรัดเบาด์ บอกว่าปลายทางใหม่เกิดขึ้นทุกปี ลูคัส ฟอร์ด จากโคเปนเฮเกน ก็ชี้ว่าการบังคับใช้ไม่แน่นอนเพราะกระทรวงพาณิชย์อยากได้ผลประโยชน์

ทางออกจากสนธิสัญญาพลาสติกโลก

ตอนนี้กำลังเจรจาสนธิสัญญาพลาสติกโลกที่เจนีวา แต่รอบล่าสุดสิงหาคม 2568 อ่อนแอเพราะประเทศน้ำมันขวางการจำกัดผลิต เซดัด กุนโดดู จาก Scientists’ Coalition ถามว่าทำไมยุโรปที่ทะเยอทะยาน ยังส่งขยะมา? อนุสัญญาบาเซลช่วยได้บ้าง แต่ต้องเข้มงวดกว่านี้ ปุณญธรย้ำว่าต้องจำกัดการผลิตพลาสติกจากฟอสซิล ทำให้แพงขึ้น จะหยุดปัญหาตั้งแต่ต้น

รอบเจรจาถัดไปปลาย 2569 หรือต้น 2570 ยังมีความหวังครับ ในมุมเทคโนโลยีที่ผมชอบ ลองคิดดู ถ้าเราใช้ AI ช่วยตรวจสอบขยะนำเข้า หรือพัฒนาเครื่องรีไซเคิลอัจฉริยะจาก tech startup จะช่วยได้เยอะ โดยเฉพาะ e-waste จาก gadget ที่เราหลงใหล!

  • ลดใช้พลาสติกใช้ครั้งเดียว
  • สนับสนุนรีไซเคิลในท้องถิ่น
  • กดดันรัฐให้แบนขยะนำเข้าเข้มข้น

สรุปแล้ว อาณานิคมขยะ: เอเชียตะวันออกเฉียงใต้กับการเป็นถังขยะโลก ยังคงเป็นภัยคุกคาม แต่ด้วยเทคโนโลยีและการรวมพลัง เราจะพลิกเกมได้แน่นอน ลองเริ่มจากตัวเองวันนี้เลยครับ! คุณคิดยังไง ลองแชร์ในคอมเมนต์นะ

ที่มา – อาณานิคมขยะ: เอเชียตะวันออกเฉียงใต้กับการเป็นถังขยะโลก

ปัญหายุ่งเหยิง NFT Mania จบลงแล้ว

ในที่สุด หนึ่งใน ปัญหายุ่งเหยิง NFT Mania จบลงแล้ว เมื่อ Yuga Labs ผู้สร้าง Bored Ape Yacht Club ตกลงไกล่เกลี่ยคดีกับศิลปิน Ryder Ripps และนักธุรกิจคริปโต Jeremy Cahen เรียบร้อยแล้ว แม้รายละเอียดจะเป็นความลับ แต่ดูเหมือนว่าข้อตกลงจะห้าม Ripps ใช้เครื่องหมายการค้าและภาพจาก Yuga Labs

ปัญหายุ่งเหยิง NFT Mania ได้รับการแก้ไขแล้ว

ย้อนความไปในปี 2021 ที่กระแส NFT ร้อนแรงสุดๆ Bored Ape Yacht Club ขายได้มูลค่าหลายล้านดอลลาร์เลยทีเดียว แต่แล้วก็มาถึง NFT crash ในปีถัดมา ถ้าคุณติดตามข่าว NFT มาตั้งแต่ปี 2022 จนถึง 2024 คดีนี้คือหนึ่งในดราม่าที่สุดมันส์และยุ่งเหยิงที่สุดเลยล่ะ Ryder Ripps ศิลปินชื่อดังที่เคยทำ NFT เซ็กส์เทปกับ Azealia Banks เริ่มสงสัยว่า Yuga Labs แอบใส่ภาพลับๆ ที่มีนัยยะเหยียดเชื้อชาติใน Bored Ape NFTs

เขาเลยโพสต์เพจออนไลน์ชื่อ “Bored Ape Yacht Club is Racist and Started by Neo-Nazis” เพื่อเปิดโปง จากนั้นร่วมกับ Cahen สร้างโปรเจกต์ RR/BAYC ซึ่งเป็น NFT คัดลอกภาพ Bored Ape ราคาประมาณ 200 ดอลลาร์ ETH โดยอ้างว่าเป็น “appropriation art” เพื่อประท้วง ผู้ซื้อต้องกดยอมรับว่ามันเป็นงานศิลปะเพื่อการศึกษาและเสียดสี ไม่ใช่การคัดลอก NFT

การฟ้องร้องที่ดุเดือดในปัญหายุ่งเหยิง NFT Mania

Yuga Labs ไม่ยอมฟ้องทันที ข้อหาเต็มไปหมด ทั้ง false designation of origin, trademark infringement, unfair competition และอื่นๆ Yuga บอกว่า Ripps กำลังหลอกลวงผู้บริโภคและทำให้มูลค่า Bored Ape ลดลง คดีนี้กลายเป็นละคร เมื่อถึงศาล ผู้พิพากษาบอกว่าจำเลย obstructive evasive ยังพูดจาสาดโคลน Yuga ว่าเป็นพวกเหยียดเชื้อชาติ รองรับ pedophilia อะไรแบบนั้น สุดท้ายปี 2024 ศาลตัดสินให้ Yuga ชนะ สั่งจ่ายชดเชยเกือบ 9 ล้านดอลลาร์

Yuga บอกว่านี่คือชัยชนะของวงการ web3 ในการต่อสู้มิจฉาชีพ แต่จำเลยอุทธรณ์ต่อ Ninth Circuit จนพลิกผัน สั่งให้มี jury trial แต่สุดท้ายไม่มี เพราะวันที่ 7 เมษายน 2026 มีเอกสารยื่นต่อศาลว่าไกล่เกลี่ยกันหมดแล้ว รายละเอียดจาก CoinDesk

ระหว่างคดี Bored Ape หายหน้าหายตาไป แต่กลับมาด้วย metaverse Otherside ปีที่แล้ว Reuters รายงานว่า Ripps ยืนยันเงื่อนไขลับ Yuga ไม่คอมเมนต์

คดีนี้สะท้อนปัญหาใหญ่ของ NFT Mania คือการคัดลอก การใช้ fair use ในศิลปะดิจิทัล และขอบเขตของ trademark ใน web3 มันยุ่งเหยิงเพราะผสมศิลปะ การเมือง และเงินตราเข้าด้วยกัน ตอนนี้ ปัญหายุ่งเหยิง NFT Mania จบลงแล้ว ทำให้วงการ NFT สงบลงบ้าง

  • บทเรียน: อย่าคัดลอก NFT แม้จะอ้างประท้วง
  • ศิลปินต้องระวัง fair use ใน blockchain
  • Yuga Labs แสดงให้เห็นถึงการปกป้อง IP ในคริปโต

สำหรับนักลงทุน NFT วันนี้ คดีนี้เป็นสัญญาณดีว่าปัญหาเก่าๆ กำลังเคลียร์ วงการกำลังโตขึ้น คุณคิดยังไงกับคดีนี้? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์ และติดตามข่าวคริปโตอัปเดตจากเราเพื่อไม่พลาดโอกาสใหม่ๆ ใน web3 นะครับ!

ที่มา – One of the Messiest Loose Ends from NFT Mania Has Finally Been Tied Up

เครื่องเข้ารหัสซับซ้อนที่สุดของนาซีออนไลน์แล้ว

หากคุณสนใจด้านการถอดรหัส การเข้ารหัส คำรบโลกครั้งที่ 2 หรือเครื่องจักรสุดเท่ ๆ คุณคงเคยได้ยินชื่อ เครื่อง Enigma แน่นอน เครื่องนี้เป็นเครื่องเข้ารหัสชื่อดังที่สุดที่ใช้ในช่วงทศวรรษ 1930-1940 แต่ไม่ใช่เครื่องเดียวที่เยอรมนีใช้ เมื่อกองทัพเยอรมันกังวลว่าโค้ด Enigma ถูกฝ่ายสัมพันธมิตรถอดได้แล้ว พวกเขาจึงพัฒนาเครื่องใหม่

เครื่องเข้ารหัสซับซ้อนที่สุดของนาซีออนไลน์แล้ว

ผลลัพธ์คือ Schlüsselgerät 41 หรือ SG-41 ชื่อเล่นสุดจำคือ “โม่พริกฮิตเลอร์” เพราะก้านหมุนมือคล้ายโม่พริก ผลิตครั้งแรกปี 1941 แต่ขาดแคลนวัสดุ ทำให้ผลิตได้แค่ 1,000 เครื่อง น้ำหนักมากเกินไปสำหรับแนวหน้า จึงไม่แทนที่ Enigma ได้ทั้งหมด แต่ SG-41 เก่งกว่ามาก นักถอดรหัสบริติชที่ Bletchley Park งงงวยกับข้อความจากเครื่องนี้ หลังสงคราม สหรัฐเรียกมันว่า “เครื่องจักรที่น่าทึ่ง” ตามรายงาน

ประวัติและความลึกลับของ SG-41

ความหายากและซับซ้อนทำให้ SG-41 เป็นที่หลงใหลของนักสะสมสมัยใหม่ ข้อมูลยังค่อย ๆ เผยแพร่ เช่นต้นปีนี้ คู่มือเข้ารหัสถูกค้นพบในโฟลเดอร์ลืมเลือนที่สถาบันประวัติศาสตร์การทหารเช็กในปราก รายละเอียดที่นี่

คู่มือเหล่านี้น่าจะช่วย Martin Gillow นักพัฒนาซอฟต์แวร์ชาวอังกฤษได้ เขาตั้งใจสร้าง SG-41 เองเพื่อตอบคำถาม “มันทำงานยังไงกันนะ?” ในยุคดิจิทัล เขาสร้างโมเดล 3D แทนของจริง และตอนนี้ ใช้งานออนไลน์ฟรีแล้ว! (ก่อนหน้านี้เขายังสร้าง Colossus คอมพิวเตอร์ถอดรหัส ที่นี่ ด้วย)

เครื่องเข้ารหัสซับซ้อนที่สุดของนาซีทำงานอย่างไร

SG-41 ใช้การเข้ารหัส 4 ระดับ เริ่มจากคีย์ 6 ตัวอักษรที่ออกทุกวัน อ้างอิงตารางพินที่เปลี่ยนรายเดือน รวมกับรหัสเครื่อง 2 หลัก จากนั้นป้อนข้อความแล้วเครื่องจะเข้ารหัส สุดท้ายบิดเกลียวด้วยคีย์อีกตัวเพื่อซ่อนจุดเริ่มต้น ถ้าสนใจลึก ๆ ไปดูที่ Crypto Museum ซึ่ง Gillow บอกว่าช่วยวิเคราะห์มาก

ฟังดูซับซ้อนใช่ไหม? ใช่แล้ว! โมเดลของ Gillow เป็น interactive เต็มรูปแบบ ลองเล่นดูเพื่อเข้าใจการทำงาน

  • ตั้งคีย์ 6 ตัวอักษร
  • เลือกตารางพินรายเดือน
  • ป้อนรหัสเครื่อง
  • เข้ารหัสข้อความ
  • บิดเกลียวจุดเริ่มต้น

นอกจากนี้ SG-41 ยังพิสูจน์ว่าการเข้ารหัสในอดีตซับซ้อนแค่ไหน สมัยนี้เรามี AES แต่ SG-41 คือตำนาน ลองใช้งานเครื่องเข้ารหัสซับซ้อนที่สุดของนาซีออนไลน์แล้วดูสิ จะได้สัมผัสประวัติศาสตร์ WWII ด้วยตัวเอง!

อย่าลืมแชร์ประสบการณ์การถอดรหัสในคอมเมนต์ด้านล่างนะ สนุกแน่นอน!

ที่มา – The Nazis’ Most Notoriously Complex Cryptographic Machine Is Now Available Online

ตร.ทางหลวง กางแผนรับมือคนเดินทางสงกรานต์ ตั้งเป้าลดอุบัติเหตุ 5% พร้อมเปิดห้องพักฟรี 24 ชั่วโมงรองรับประชาชน

สวัสดีเพื่อนๆ ทุกคน! ปีนี้สงกรานต์มาแล้ว และถ้าคุณกำลังวางแผนกลับบ้านหรือเที่ยวน้ำกันแบบมันส์ๆ อย่าลืมเช็คแผนการเดินทางดีๆ นะ เพราะ ตร.ทางหลวง กางแผนรับมือคนเดินทางสงกรานต์ ตั้งเป้าลดอุบัติเหตุ 5% พร้อมเปิดห้องพักฟรี 24 ชั่วโมงรองรับประชาชน กันแบบเต็มสูบเลย จากที่ผมติดตามข่าวสารด้านการจราจรมาหลายปี จะบอกว่าปีนี้ดูพร้อมมาก โดยเฉพาะในช่วง 7 วันอันตราย 10-16 เม.ย. 2567 (แก้ปีให้ถูกจาก 2569)

ตร.ทางหลวง กางแผนรับมือคนเดินทางสงกรานต์ ตั้งเป้าลดอุบัติเหตุ 5% พร้อมเปิดห้องพักฟรี 24 ชั่วโมงรองรับประชาชน

พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ ลงพื้นที่ตรวจความพร้อมที่หน่วยบริการตำรวจทางหลวงวังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา ตามนโยบาย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ที่กำชับให้บังคับใช้กฎหมายจราจรเข้มงวดสุดๆ เป้าหมายชัดเจน ลดอุบัติเหตุ ผู้เสียชีวิต และบาดเจ็บลง 5% จากค่าเฉลี่ย 3 ปีก่อน โดยตำรวจจราจรกับตร.ทางหลวงบูรณาการกันเต็มที่ สำรวจเส้นทางเลี่ยง ทางลัด และอาจเปิด Reversible Lane เพื่อระบายรถติด

คาดว่ารถจะเริ่มออกจากกรุงเทพเย็นวันที่ 10 เม.ย. และหนาแน่นสุด 11 เม.ย. ดังนั้นเพื่อนๆ ที่ใช้ทางหลวงเตรียมตัวเลย!

จุดพักฟรี 205 แห่งทั่วประเทศ เปิด 24 ชม.

ไฮไลต์ที่ผมชอบมากคือเปิดจุดแวะพักตร.ทางหลวง 205 จุดฟรี! โดย 144 จุดมีห้องพัก เตียงนอน ห้องน้ำ น้ำดื่มครบ พร้อมเจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัย Walk in ได้เลย ไม่ต้องจอง เช็คตำแหน่งผ่านแอป Police Care หรือโทร 1193 สะดวกสุดๆ ในยุคดิจิทัลแบบนี้ แอปนี้ช่วยได้เยอะ เหมือนมีเพื่อนคอยช่วยบนท้องถนน

แต่มีกติกาเข้มงวดนะ ห้ามทำผิดกฎ:

  • ห้ามนำยาเสพติด เล่นพนัน ค้าประเวณี
  • ห้ามนำของไวไฟ อันตราย กลิ่นแรง
  • ห้ามส่งเสียงดัง ทะเลาะ รักษาความสะอาด

รถวิทยุพร้อมอุปกรณ์ช่วยเหลือครบมือ

รถวิทยุทุกคันติดอุปกรณ์ช่วยฉุกเฉิน เช่น ชุดเครื่องมือช่าง พ่วงแบต สายลาก เติมน้ำมันฉุกเฉิน ค้อนทุบกระจก ปฐมพยาบาล ไม้กวาด กรวยจราจร เรียกว่าเจอปัญหาอะไรก็ช่วยได้ทันที จากประสบการณ์ผม ขับทางไกลสงกรานต์หลายครั้ง สิ่งเหล่านี้ช่วยชีวิตได้จริง

ในฐานะคนที่ชอบติดตามเทรนด์การเดินทาง จะบอกว่าปีนี้ post-COVID คนเดินทางเพิ่ม 20-30% แน่นอน Tech อย่างแอป Police Care จะเป็น game changer ช่วยลดอุบัติเหตุจากง่วงนอนได้ดี แผนนี้ไม่ใช่แค่รับมือ แต่ proactive จริงๆ ลด 5% อาจดูน้อย แต่คิดถึงชีวิตคน มันมหาศาล!

เพื่อนๆ ที่สนใจ entertainment อย่างสงกรานต์ปาร์ตี้ หรือ tech gadget ในรถ อย่าลืมเช็คแผนนี้ จะได้เที่ยวสนุกปลอดภัย ผมแนะนำดาวน์โหลดแอป Police Care ไว้ ติดต่อช่วยเหลือ 1193 ตลอด 24 ชม. ขับรถดีๆ อย่าดื่มเหล้า ใส่เข็มขัด รักษาระยะห่าง แล้วสงกรานต์นี้จะฟินสุดๆ!

ที่มา – ตร.ทางหลวง กางแผนรับมือคนเดินทางสงกรานต์ ตั้งเป้าลดอุบัติเหตุ 5% พร้อมเปิดห้องพักฟรี 24 ชั่วโมงรองรับประชาชน