ผู้เขียน: lalika69_admin

ค้นพบเกาะใหม่ในโซนอันตรายแอนตาร์กติกา

ค้นพบเกาะใหม่ในโซนอันตรายแอนตาร์กติกา

ในการสำรวจแอนตาร์กติกาที่กำลังมุ่งหน้าไปยัง ‘โซนอันตราย’ นักวิทยาศาสตร์จากเรือไอซ์เบรกเกอร์ Polarstern ได้ค้นพบเกาะใหม่ที่ยังไม่เคยถูกบันทึกไว้บนแผนที่โดยบังเอิญ! จากภาพถ่ายดาวเทียม เกาะนี้แทบแยกไม่ออกจากฝูงน้ำแข็งที่ลอยอยู่รอบๆ และเมื่อเข้าใกล้จากขอบฟ้าในทะเลเวดเดลล์ของแอนตาร์กติกา มันดูเหมือนน้ำแข็งที่ปกคลุมด้วยโคลนและคราบสกปรกจากมหาสมุทร แต่ทีมจากสถาบัน Alfred Wegener Institute (AWI) ยืนยันแล้วว่า นี่คือเกาะที่แท้จริง

ค้นพบเกาะใหม่ในโซนอันตรายแอนตาร์กติกา อย่างไร?

เกาะลึกลับนี้มีขนาดประมาณทำเนียบขาวสหรัฐฯ หรือราว 6,200 ตารางเมตร ยังไม่มีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการ แต่ทีม Polarstern ได้สำรวจอย่างละเอียดแล้ว และพิกัดที่แน่นอนจะถูกเพิ่มลงในแผนที่เดินเรือระหว่างประเทศในเร็วๆ นี้ ก่อนหน้านี้ พื้นที่นี้ถูกระบุผิดพลาดไปประมาณ 1 ไมล์ทะเล และถูกกำหนดเป็น ‘โซนอันตราย’ บนแผนที่เดินเรือ ทำให้เรือต่างๆ หลีกเลี่ยงโดยไม่รู้ตัว

Simon Dreutter นักธรณีฟิสิกส์จาก AWI ผู้ดูแลข้อมูล bathymetric (การทำแผนที่พื้นทะเลด้วยโซนาร์ เลเซอร์ LiDAR สีน้ำเงิน-เขียว) เป็นคนแรกที่สงสัย เขากล่าวว่า “แผนที่เดินเรือแสดงพื้นที่อันตรายที่ยังไม่ถูกสำรวจ แต่ไม่ชัดเจนว่ามันคืออะไรหรือข้อมูลมาจากไหน” Dreutter ตรวจสอบฐานข้อมูลชายฝั่งทั้งหมด แล้วมองออกไปจากดาดฟ้า เห็น ‘น้ำแข็งสกปรก’ ที่ใกล้เข้ามา เมื่อเข้าใกล้ ก็พบว่าเป็นหิน! พวกเขาจึงเปลี่ยนทิศทางไปตรวจสอบ

รายละเอียดการสำรวจเกาะใหม่ในโซนอันตราย

เรือ Polarstern ซึ่งมีทีมนักวิทยาศาสตร์ ช่างเทคนิค และลูกเรือ 93 คน จาก Helmholtz Centre for Polar and Marine Research ออกเดินทางเพื่อติดตามการไหลของน้ำแข็งและน้ำจากชั้นน้ำแข็ง Larsen ที่กำลังละลายตั้งแต่ 8 กุมภาพันธ์ 2026 พายุรุนแรงบังคับให้พวกเขาหลบหลังเกาะ Joinville ใกล้ Danger Islands และที่นั่นเองที่พวกเขาค้นพบเกาะใหม่นี้

ด้วยข้อมูล bathymetric ทีมนำเรือเข้าใกล้ในระยะปลอดภัย โดยมีน้ำลึกอย่างน้อย 50 เมตรใต้ท้องเรือ จากระยะ 150 เมตร พวกเขาล้อมรอบเกาะด้วยโซนาร์ multibeam echo sounder เพื่อสร้างภาพ 3D พื้นทะเล และใช้โดรนถ่ายภาพเพื่อวัดความสูงและชายฝั่ง เกาะนี้สูงสุด 16 เมตร ยาว 130 เมตร (ยาวกว่าเรือ Polarstern เล็กน้อย) และกว้าง 50 เมตร

ยังไม่แน่ชัดว่าการละลายของน้ำแข็งจาก climate change เป็นสาเหตุหลักหรือไม่ แต่ AWI รายงานว่าน้ำแข็งทะเลในบริเวณนี้ลดลงตั้งแต่ปี 2017 เนื่องจากน้ำผิวดินอุ่นขึ้น นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ Polarstern ค้นพบสิ่งใหม่ ในปี 2014 Boris Dorschel-Herr ค้นพบภูเขาทะเลสองลูกในมหาสมุทรแอตแลนติกใต้และทะเลเวดเดลล์

  • ขนาดเกาะ: 6,200 ตร.ม. (เท่าทำเนียบขาว)
  • ความสูง: 16 เมตร
  • ความยาว: 130 เมตร
  • ความกว้าง: 50 เมตร
  • สถานที่: ทะเลเวดเดลล์ ทางตะวันตกเฉียงเหนือแอนตาร์กติกา

ก่อนที่เกาะนี้จะมีชื่ออย่างเป็นทางการใน IBCSO ลองคิดชื่อสนุกๆ ดู เช่น ‘Elliot Rocks’ หรือ ‘Minotaur Pass’ ที่เคยใช้ในแอนตาร์กติกา คุณล่ะ คิดชื่อเกาะนี้ว่าอะไร? คอมเมนต์บอกเราด้วยนะ! การค้นพบแบบนี้แสดงให้เห็นว่าแอนตาร์กติกายังมีสิ่งมหัศจรรย์ซ่อนอยู่มากมาย รอให้เทคโนโลยีและความกล้าหาญของนักสำรวจเผยให้เห็น

ที่มา – Antarctic Expedition to ‘Danger Zone’ Accidentally Discovers Previously Uncharted Island

ล่าทิทันในคลิป Monarch: Legacy of Monsters

หนึ่งในปริศนาใหญ่ของซีซั่น 2 Monarch: Legacy of Monsters คือเจ้าสัตว์ประหลาดลึกลับที่เรียกว่า Titan X สัตว์ร้ายยักษ์ใหญ่ที่อพยพไปทั่วโลก สร้างความโกลาหลวุ่นวายไปหมด! หลังจากที่ทีม Monarch พยายามควบคุมมันแต่ล้มเหลวในตอนก่อนๆ ล่าสุดในตอนที่ 7 พวกเขากำลัง ล่าทิทันในคลิป Monarch: Legacy of Monsters กันแบบสุดมันส์ และเรามีคลิปเอ็กซ์คลูซีฟมาให้ดูก่อนใคร!

ล่าทิทันในคลิป Monarch: Legacy of Monsters

io9 ร่วมมือเอ็กซ์คลูซีฟนำเสนอคลิปจากตอนที่ 7 “String Theory” ของซีซั่น 2 โดยทีม Monarch สามารถย้ายตำแหน่ง Titan X ได้สำเร็จ (ด้วยความช่วยเหลือแบบไม่ orthodox สักหน่อย) ขณะที่เจ้าสัตว์มีหนวดยักษ์กำลังขึ้นบกพอดี! คลิปนี้เผยให้เห็นการไล่ล่าที่ตื่นเต้นสุดๆ ทำให้แฟนๆ Godzilla และ Kong รอไม่ไหวแล้ว

ซีรีส์ Monarch: Legacy of Monsters เป็นส่วนหนึ่งของ MonsterVerse ที่ขยายเรื่องราวหลังจาก Godzilla vs. Kong โดยโฟกัสที่องค์กร Monarch และการค้นพบไททันต่างๆ Titan X เป็นตัวละครใหม่ที่ลึกลับ มีลักษณะคล้ายสัตว์ทะเลยักษ์ที่มีหนวดยาว สร้างความน่าสะพรึงกลัวให้กับโลกในซีซั่นนี้

ล่าทิทันในคลิป Monarch: Legacy of Monsters: เรื่องย่อตอนที่ 7

นี่คือ logline ลึกลับของตอนนี้:

  • Shaw ได้รับสัญญาณวิทยุที่เป็นไปไม่ได้
  • Cate และ Keiko ค้นพบความเชื่อมโยงโบราณกับ Titan X
  • Isabel มีข้อเสนอให้ Kentaro

ตอนนี้จะออกอากาศบน Apple TV+ ในวันที่ 10 เมษายนนี้ อย่าพลาดเด็ดขาด!

ทำไม ล่าทิทันในคลิป Monarch: Legacy of Monsters ถึงน่าตื่นเต้น? เพราะมันเชื่อมโยงกับเรื่องราวใหญ่ของ MonsterVerse ที่มี Godzilla, Kong และไททันอื่นๆ ซีซั่น 2 นี้เพิ่มความเข้มข้นด้วยตัวร้ายใหม่ๆ และพล็อตที่ซับซ้อนยิ่งขึ้น แฟนๆ ที่ชื่นชอบ kaiju action ต้องชอบแน่นอน โดยเฉพาะฉากไล่ล่าบนบกที่เต็มไปด้วยความตึงเครียดและเอฟเฟกต์พิเศษสุดอลังการ

นอกจากนี้ ซีรีส์ยังสำรวจประวัติศาสตร์ของ Monarch และความลับของไททันที่ซ่อนอยู่ในโลกใต้ทะเล ถ้าคุณเคยดู Godzilla: King of the Monsters หรือ Godzilla x Kong: The New Empire แล้ว คุณจะเข้าใจว่าทำไม Titan X ถึงเป็นกุญแจสำคัญในการต่อสู้ครั้งใหญ่ที่จะมาถึง

อยากรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ MonsterVerse? ติดตามข่าว Marvel, Star Wars, Star Trek, DC Universe และ Doctor Who ได้ที่นี่เลย!

สำหรับผมแล้ว ล่าทิทันในคลิป Monarch: Legacy of Monsters คือไฮไลต์ของสัปดาห์นี้ มันทำให้อยากรีบสตรีมทั้งซีซั่น! ถ้าคุณเป็นแฟนไคจูตัวจริง ต้องไปดูตอนที่ 7 วันพรุ่งนี้บน Apple TV+ แล้วรีบมาคอมเมนต์บอกว่าคิดยังไงกับ Titan X นะ

ที่มา – Go Titan Hunting in a Clip From This Week’s ‘Monarch: Legacy of Monsters’ (Exclusive)

นายกฯ สะอื้นทั้งน้ำตา เผยความในใจถึง ‘ผบ.ทอ.’ กับภารกิจปกป้องอธิปไตย ได้รับเสียงกระซิบทำให้มั่นใจรับชัยชนะ ช่วงสู้รบไทย-กัมพูชา

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวบล็อกที่ชื่นชอบเรื่องราวบันเทิงการเมืองและเทคโนโลยีทหาร! วันนี้ผมมีเรื่องราวสุดประทับใจและซึ้งน้ำตาแบบที่หาได้ยากในวงการข่าวไทย นั่นคือเหตุการณ์ที่ นายกฯ สะอื้นทั้งน้ำตา เผยความในใจถึง ‘ผบ.ทอ.’ กับภารกิจปกป้องอธิปไตย ได้รับเสียงกระซิบทำให้มั่นใจรับชัยชนะ ช่วงสู้รบไทย-กัมพูชา เรื่องนี้เกิดขึ้นในวันกองทัพอากาศประจำปี 2569 ที่โรงเรียนนายเรืออากาศ โดยนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ได้มาสุนทรพจน์และเปิดใจสุดซึ้ง ทำให้ทุกคนในงานต้องเงียบกริบและซึ้งตามเลยครับ

นายกฯ สะอื้นทั้งน้ำตา เผยความในใจถึง ‘ผบ.ทอ.’ กับภารกิจปกป้องอธิปไตย ได้รับเสียงกระซิบทำให้มั่นใจรับชัยชนะ ช่วงสู้รบไทย-กัมพูชา

เริ่มจากบรรยากาศงานเลี้ยงรับรองเนื่องในวันกองทัพอากาศ อนุทินเริ่มด้วยการขอบคุณและชื่นช magnกำลังพลทุกคนที่อุทิศตนปกป้องเอกราช อธิปไตย และความมั่นคงของชาติ ไม่ว่าจะเป็นการช่วยเหลือภัยพิบัติ ลำเลียงยา การแพทย์ฉุกเฉิน หรือป้องกันชายแดน กองทัพอากาศไทยทำได้ยอดเยี่ยมมาก! เขายังชื่นชมผู้บัญชาการทหารอากาศและทุกท่านที่ทำให้ประชาชนเชื่อมั่นและภาคภูมิใจ

อนุทินมั่นใจว่ากองทัพอากาศจะพัฒนาต่อเนื่อง ทั้งบุคลากร ยุทโธปกรณ์ และเทคโนโลยีบินทันสมัย เพื่อรับมือภัยคุกคามทุกมิติ รวมถึงความร่วมมือกับมิตรประเทศเพื่อเสถียรภาพภูมิภาค สุดท้ายอวยพรให้ทุกคนสุขภาพดี เจริญรุ่งเรือง

โมเมนต์น้ำตาคลอ: เสียงกระซิบลึกลับจาก ผบ.ทอ.

แต่ไฮไลต์ที่ทำให้ทุกคนตะลึงคือตอนที่อนุทินเปิดใจส่วนตัว! เขาบอกว่าตั้งแต่เป็นนายกฯ ต้องตัดสินใจเรื่องอธิปไตยสำคัญมาก เขาเชื่อมั่นในกองทัพทุกเหล่า ทั้งบก เรือ อากาศ และตำรวจ แล้วจู่ๆ ก็สะอื้นไห้ น้ำตาไหลพราก! เขาเผยว่ามี ‘เสียงกระซิบ’ จากผู้บัญชาการทหารอากาศท่านนี้ ที่ทำให้กล้าตัดสินใจเด็ดขาด ส่งผลให้ไทยได้รับชัยชนะในช่วงสู้รบไทย-กัมพูชา (น่าจะหมายถึงเหตุการณ์ตึงเครียดชายแดนอย่างพระวิหารสมัยก่อน) และทำให้ชาติเป็นที่เกรงขาม รายละเอียดเก็บเป็นความลับระหว่างกัน สุดยอดความภักดีและสามัคคี!

ในมุมมองของผมที่ติดตามข่าวทหารและเทคโนโลยีมานาน นี่คือตัวอย่าง leadership ที่แท้จริง ในยุคที่สงครามเปลี่ยนไปสู่ cyber warfare, drone, และ AI กองทัพอากาศไทยต้องอัพเกรด F-16, Gripen ด้วยเทคโนโลยีล้ำๆ เช่น radar ขั้นสูงหรือ unmanned aerial vehicles (UAV) เพื่อปกป้องอธิปไตยได้ดีขึ้น เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นว่าความไว้วางใจระหว่างผู้นำกับนายทหารสำคัญแค่ไหน โดยเฉพาะใน conflict ไทย-กัมพูชาที่เคยร้อนระอุ

  • บทบาทกองทัพอากาศ: ไม่ใช่แค่รบ แต่ช่วยประชาชนภัยพิบัติ ลำเลียงวัคซีนโควิดด้วยเฮลิคอปเตอร์
  • เทคโนโลยีทันสมัย: ลงทุน satellite surveillance และ fighter jet รุ่นใหม่ เพื่อรับมือจีน-เวียดนามในทะเลจีนใต้
  • บทเรียนจากอดีต: สู้รบไทย-กัมพูชาสอนว่าการตัดสินใจรวดเร็ว+ intel ดี=ชัยชนะ

มุมมองผู้เชี่ยวชาญ: แนวโน้มอนาคต

จากประสบการณ์ผมที่ศึกษาการทหารเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เหตุการณ์ นายกฯ สะอื้นทั้งน้ำตา เผยความในใจถึง ‘ผบ.ทอ.’ นี้สะท้อน unity ในกองทัพไทยที่แข็งแกร่ง ท่ามกลาง tech disruption อย่าง hypersonic missiles หรือ quantum encryption ที่大国อย่างจีน-สหรัฐแข่งขัน ไทยควร boost budget รีเสิร์ช UAV และ train pilot กับ AI simulation เพื่อไม่ให้ล้าหลัง

สุดท้าย ผมคิดว่านี่คือแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่สนใจอาชีพทหารและ tech defense ลองนึกภาพ fighter pilot ไทยใช้ VR training สู้ virtual war! ถ้าคุณภูมิใจในชาติ รีบแชร์โพสต์นี้ และติดตามบล็อกผมเพื่ออัพเดทข่าว entertainment การเมือง+tech ทหารนะครับ สนับสนุนกองทัพอากาศไทยให้แข็งแกร่งต่อไป!

ที่มา – นายกฯ สะอื้นทั้งน้ำตา เผยความในใจถึง ‘ผบ.ทอ.’ กับภารกิจปกป้องอธิปไตย ได้รับเสียงกระซิบทำให้มั่นใจรับชัยชนะ ช่วงสู้รบไทย-กัมพูชา

ภาพแรก Ray Gunn ภาพยนตร์แอนิเมชัน Brad Bird

Brad Bird ผู้กำกับชื่อดังที่เคยสร้างสรรค์ผลงานระดับตำนานอย่าง The Iron Giant, The Incredibles และ Ratatouille ได้กลับมาพร้อมโปรเจกต์ใหม่ที่น่าตื่นเต้นสุดๆ เมื่อพูดถึงหนังแอนิเมชันจาก Brad Bird แฟนๆ ต้องตื่นเต้นเป็นธรรมดา และในที่สุด ภาพแรก Ray Gunn ก็ถูกเปิดเผยออกมาแล้ว หลังจากรอคอยมานานหลายปี

ภาพแรก Ray Gunn

ภาพแรก Ray Gunn นำเสนอเรื่องราวในโลกอนาคตแบบย้อนยุคสไตล์ปี 1939 โดยมี Sam Rockwell รับบท Ray Gunn นักสืบเอกชนสุดเท่ที่ต้องสืบคดีสุดลึกลับ เกี่ยวข้องกับเอเลี่ยน การฆาตกรรม และดาวเด่นชื่อ Venus Nova ที่พากย์เสียงโดย Scarlett Johansson หนังเรื่องนี้จะสตรีมบน Netflix ในช่วงปลายปีนี้

นอกจากนี้ยังมี Tom Waits มาพากย์เสียงตัวละคร Eyera สีเขียวที่ปรากฏเคียงข้าง Ray Gunn ดูจากภาพที่ปล่อยออกมา Venus Nova ดูโดดเด่นมาก ส่วน Ray Gunn ก็มีสไตล์นักสืบฮาร์ดบอยล์แบบคลาสสิกผสมไซไฟได้อย่างลงตัว

แรงบันดาลใจเบื้องหลังภาพแรก Ray Gunn

“Ray Gunn อยู่ในหัวผมมานานกว่า 30 ปีแล้ว” Brad Bird กล่าวในแถลงการณ์ “หนังเรื่องนี้ผสมผสานไซไฟเข้ากับหนังนักสืบคลาสสิกยุค 40s มันคือ Maltese Falcon พบกับ Buck Rogers ผมชื่นชอบทั้งสองแนวนี้ การนำมารวมกันมันสนุกมาก และเป็นโอกาสในการเล่นกับองค์ประกอบภาพยนตร์ที่ยิ่งใหญ่ รวมถึงตัวละครสุดขั้ว”

Bird ยังเน้นย้ำว่า “มีกลุ่มคนจำนวนมากที่ไม่ดูแอนิเมชัน ผมอยากชักชวนพวกเขาเพราะแอนิเมชันคือศิลปะชั้นเลิศที่ถูกจำกัดในใจคนมากเกินไป มันน่าสนใจเกินกว่าจะเล่าเรื่องได้แค่นั้น”

Scarlett Johansson ก็ตื่นเต้นไม่แพ้กัน “การร่วมงานกับ Brad Bird คือจุดไคลแมกซ์ในอาชีพของฉัน ผมรักผลงานเขามาตลอดชีวิต โปรเจกต์นี้พิเศษมากเพราะมันสะท้อนการเดินทางศิลปะของ Brad ในตอนนี้ ผมรอไม่ไหวที่อยากให้ผู้ชมเห็นแอนิเมชันสุดล้ำที่ไม่เหมือนใคร”

ทำไม Ray Gunn ถึงน่าจับตามอง

Ray Gunn ไม่ใช่แอนิเมชันธรรมดา แต่เป็นการผสมผสานไซไฟเข้มข้นแบบฮาร์ดบอยล์ นักสืบเอกชนในโลกอนาคตที่เต็มไปด้วยเอเลี่ยนและปริศนาฆาตกรรม ทำให้มันแตกต่างจากหนังแอนิเมชันทั่วไป คะแนนใหญ่คือทีมนักพากย์ตัวเท่ Sam Rockwell ที่ถนัดบทตัวเอกสุดคูล Scarlett Johansson ที่เสียงนุ่มนวลแต่ทรงพลัง และ Tom Waits ที่เพิ่มความแปลกประหลาดแบบลงตัว

Brad Bird มีประวัติการกำกับที่พิสูจน์ตัวเองมาแล้ว จาก The Iron Giant ที่อบอุ่นหัวใจ The Incredibles แอคชั่นสุดมันส์ ไปจนถึง Ratatouille ที่ชนะออสการ์ Ray Gunn จึงถูกมองว่าเป็นหนึ่งในหนังที่รอคอยที่สุดของปี

  • Sam Rockwell เป็น Ray Gunn นักสืบหลัก
  • Scarlett Johansson เป็น Venus Nova ดาวเด่นลึกลับ
  • Tom Waits เป็น Eyera ตัวละครสีเขียวสุดแปลก
  • กำกับโดย Brad Bird
  • สตรีมบน Netflix ปลายปีนี้

นอกจากนี้ยังมีองค์ประกอบภาพที่สวยงาม สไตล์เรท्रोฟิวเจอร์ที่ผสม noir detective กับ sci-fi ยุคเก่า ทำให้ ภาพแรก Ray Gunn ดึงดูดสายตาทันที

ความคาดหวังจากแฟนๆ

แฟนหนังแอนิเมชันต่างพูดถึง Ray Gunn กันหนาหูในโซเชียล โดยเฉพาะหลังจาก ภาพแรก Ray Gunn หลุดออกมา บรรยากาศหนังดูเข้มข้นแต่สนุกสนาน เหมาะสำหรับคนรักทั้งไซไฟและนักสืบคลาสสิก Bird ยังยืนยันว่าจะผลักดันขอบเขตแอนิเมชันให้กว้างขึ้น

สรุปแล้ว Ray Gunn คือหนังไซไฟนักสืบแอนิเมชันจาก Brad Bird ที่มี Sam Rockwell, Scarlett Johansson และ Tom Waits มันคือหนึ่งในภาพยนตร์ที่รอคอยที่สุดของปีนี้แน่นอน

คุณคิดว่า Ray Gunn จะเจ๋งแค่ไหน? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์และติดตามข่าวอัพเดทหนังใหม่ๆ จากเราเพื่อไม่พลาด!

ที่มา – Finally, a First Look at Brad Bird’s New Animated Sci-Fi Detective Movie

ผู้ว่าฯ แบงก์ชาติยืนยัน ‘ตรึงดอกเบี้ย’ ประคองเศรษฐกิจให้นานที่สุด ห่วงสงครามยืดเยื้อฉุดเศรษฐกิจไทย ‘หัวปัก’

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน! วันนี้เรามาคุยเรื่องเศรษฐกิจไทยกันแบบชิลๆ แต่ได้ข้อมูลจริงจังจากผู้ว่าฯ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) คุณวิทัย รัตนากร ที่เพิ่งออกมาพูดเมื่อ 9 เมษายน เกี่ยวกับสถานการณ์ร้อนๆ จากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งกำลังทำให้ทุกคนกังวลหนัก โดยเฉพาะเรื่องน้ำมันแพงและห่วงโซ่อุปทานที่สะดุด ชวนคิดถึงวิกฤตพลังงานที่อาจลากยาวยิ่งกว่าโควิดซะอีก

ผู้ว่าฯ แบงก์ชาติยืนยัน ‘ตรึงดอกเบี้ย’ ประคองเศรษฐกิจให้นานที่สุด ห่วงสงครามยืดเยื้อฉุดเศรษฐกิจไทย ‘หัวปัก’ นี่คือประเด็นหลักที่ท่านย้ำชัดเจนเลยครับ ในกรณีฐาน (Baseline) เศรษฐกิจไทยปี 2569 อาจโตแค่ 1.3-1.7% ชะลอจาก 2.4% ปีก่อนหน้า ถ้าสงครามจบเร็วๆ ภายใน 2 สัปดาห์ GDP อาจแตะ 1.7% แต่เงินเฟ้อปีละ 2.5% ถ้าจบกลางปี GDP 1.3% แต่เฟ้อพุ่ง 3.5% ทะลุกรอบเป้า 1-3% แน่นอน!

ผู้ว่าฯ แบงก์ชาติยืนยัน ‘ตรึงดอกเบี้ย’ ประคองเศรษฐกิจให้นานที่สุด ห่วงสงครามยืดเยื้อฉุดเศรษฐกิจไทย ‘หัวปัก’

ทำไมธปท. ถึงเลือกตรึงดอกเบี้ยไม่ลดเพิ่ม? เพราะเฟ้อจากอุปทาน (Supply Shock) แบบนี้ การขึ้นดอกเบี้ยช่วยไม่ได้ แถมเสี่ยงทำลายอุปสงค์ (Demand) ไปอีก ผู้ว่าฯ บอกชัด ดอกเบี้ยปัจจุบัน ‘ผ่อนคลายเต็มที่แล้ว’ และเทรนด์ธนาคารกลางโลกคือ ‘คง’ หรือ ‘ขึ้น’ ไม่ใช่ลด ส่งสัญญาณชัด ไม่มีลดดอกเบี้ยเพิ่มแน่นอน เพื่อประคองเศรษฐกิจให้นานที่สุดครับ

ปัจจัยเสี่ยง 3 อย่างที่ต้องจับตา: 1) ระยะเวลา Duration ของสงคราม 2) ความรุนแรง Intensity เช่นโครงสร้างพลังงานพังแค่ไหน 3) Disruption ห่วงโซ่อุปทาน น้ำมัน เม็ดพลาสติก ปิโตรเคมี ถ้าขาดแคลนหนัก เศรษฐกิจไทยโดนเต็มๆ โดยเฉพาะ SME พ่อค้าแม่ค้าที่ใช้น้ำมันเยอะ แตกต่างจากโควิดที่ปิดแล้วเปิดจบ แต่ครั้งนี้ธุรกิจเปิดแต่ต้นทุนพุ่ง ค่าครองชีพแพง ลากยาวกว่าต้มยำกุ้งปี 40 ซะอีก!

วิกฤตพลังงานกระทบใครหนักสุด? SME และคนตัวเล็ก!

ผู้ว่าฯ เปรียบชัด: โควิดรายได้ศูนย์แต่จบเร็ว ตอนนี้รายได้ยังมีแต่ไม่มีวัตถุดิบ น้ำมันแพงยาวๆ ทุกอย่างแพงตาม ชาวบ้านเดือดร้อนหนัก โดยเฉพาะกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการค้าขายและขนส่ง ฟังแล้วอดห่วงไม่ได้เลยครับ

เครื่องมือช่วยเหลือจากธปท. พร้อมลุย!

  • ขอความร่วมมือแบงก์และนอนแบงก์ ช่วยลูกหนี้เชิงป้องกัน เช่น จ่ายเฉพาะดอก ลดค่างวด ลดดอกเบี้ย ตัดเงินต้นก่อน สำหรับลีสซิ่งรถ รถจักรยานยนต์ สินเชื่อจำนำทะเบียน สินเชื่อส่วนบุคคล
  • มาตรการ SMEs Secure+ เติมสภาพคล่องให้ SME ที่มีหลักทรัพย์
  • ถ้าถึงขั้นวิกฤต อาจออกพ.ร.ก. Soft Loan ดอกเบี้ยต่ำ สนับสนุน EV โซลาร์เซลล์ พลังงานทางเลือก
  • อื่นๆ เช่น DR TDR พักหนี้ ปรับ Minimum Payment บัตรเครดิต (ปัจจุบัน 8% ไม่กลับ 10%)

ยังไม่รวมมาตรการกระตุ้นรัฐบาลใหม่ที่คาดว่าจะมา ไม่ว่าจะ พ.ร.ก.กู้เงินหรือเกมเล็ก ผู้ว่าฯ บอกยังไม่รู้รายละเอียด แต่เชื่อว่าจะช่วย GDP เพิ่มได้

มุมมองผู้เชี่ยวชาญอย่างผมมองว่า สถานการณ์นี้คล้าย disruption ในวงการเทค ถ้า supply chain พังเหมือนชิปขาดแคลนตอนโควิด เศรษฐกิจไทยต้องปรับตัวเร็ว สนับสนุน EV และพลังงานสะอาดจะเป็นเทรนด์ใหญ่ ลดพึ่งพาน้ำมัน ตอนนี้แนะนำเพื่อนๆ วางแผนการเงินดีๆ เก็บสต็อกของใช้จำเป็น และติดตามข่าวธปท. ใกล้ชิด ถ้าสงครามจบเร็ว เศรษฐกิจฟื้นไว แต่ถ้ายืดเยื้อ ต้องพร้อมรับมือ!

ที่มา – ผู้ว่าฯ แบงก์ชาติยืนยัน ‘ตรึงดอกเบี้ย’ ประคองเศรษฐกิจให้นานที่สุด ห่วงสงครามยืดเยื้อฉุดเศรษฐกิจไทย ‘หัวปัก’

สายหวานไม่รอด! โรงงานน้ำตาลทราย จ่อปรับขึ้นราคา พ.ค. หลังแบกต้นทุนน้ำมัน วิกฤตเม็ดพลาสติกอ่วม 40%

สวัสดีครับเพื่อนๆ สายหวานและคนรักของหวานทั้งหลาย! ถ้าคุณเป็นคนที่ชอบจิบชานมไข่มุก กินขนมหวาน หรือใส่น้ำตาลในกาแฟทุกวัน ข่าวนี้คงทำให้ใจเต้นรัวเลยล่ะ เพราะสายหวานไม่รอด! โรงงานน้ำตาลทราย จ่อปรับขึ้นราคา พ.ค. หลังแบกต้นทุนน้ำมัน วิกฤตเม็ดพลาสติกอ่วม 40% ผมในฐานะคนที่ติดตามข่าวเศรษฐกิจและเทรนด์โลกมานาน จะเล่าให้ฟังแบบเป็นกันเอง พร้อม insight ลึกๆ ว่ามันกระทบเรายังไง และควรรับมือแบบไหนในยุคที่ supply chain โลกวุ่นวายแบบนี้ คล้ายๆ กับ chip shortage ในวงการเทคเลยนะ

สายหวานไม่รอด! โรงงานน้ำตาลทราย จ่อปรับขึ้นราคา พ.ค. หลังแบกต้นทุนน้ำมัน วิกฤตเม็ดพลาสติกอ่วม 40%

เรื่องทั้งหมดเริ่มจากสมชาย หาญหิรัญ ประธานคณะกรรมการประสานงาน 3 สมาคมโรงงานน้ำตาลทราย ที่ออกมาแถลงชัดๆ ว่าตรึงราคาน้ำตาลทรายได้ถึงสิ้นเดือนเมษายนเท่านั้น พอเข้าพฤษภาคมต้องปรับขึ้นแน่นอน เหตุผลหลักคือต้นทุนการผลิตพุ่งกระฉูดจากปัจจัยโลก

อย่างแรกคือวิกฤตเม็ดพลาสติก! ราคาเม็ดพลาสติกในตลาดโลกทะยานขึ้น ทำให้ต้นทุนบรรจุภัณฑ์อย่างถุงและกระสอบน้ำตาลแพงขึ้นเฉลี่ย 40% เลยทีเดียว คิดดูสิครับ ถุงพลาสติกที่เราเห็นในซูเปอร์ทั่วไป แพงขนาดนี้ โรงงานแบกไหวได้ยังไง

ที่สอง ราคาน้ำมันที่ยังแรงไม่หยุด ส่งผลให้ค่าขนส่งสินค้าจากโรงงานไปคลัง ไปร้านค้าปลีกทั่วประเทศพุ่งตาม ต้นทุนแฝงพวกนี้สะสมในทุกขั้นตอน ไม่ใช่แค่ผลิต แต่รวมถึงกระจายสินค้าด้วย โรงงานพยายามบริหารเต็มที่แล้วนะ ทั้งซื้อวัตถุดิบล่วงหน้า ควบคุมค่าใช้จ่าย แต่ห่วงโซ่อุปทานโลกผันผวนเกิน ซัพพลายเออร์ต่างปรับราคาตามต้นทุนหมด

  • ต้นทุนบรรจุภัณฑ์พุ่ง 40% จากเม็ดพลาสติก
  • ค่าขนส่งสูง จากน้ำมันแพง
  • พลังงานและปิโตรเคมี กระทบอุตสาหกรรมทั้งระบบ

ตลอดเดือนเมษายน โรงงานอุ้มผู้บริโภคเต็มที่ ร่วมมือกับรัฐชะลอผลกระทบในช่วงค่าครองชีพสูง แต่พอมิ.ย. ไม่ไหวแล้ว ต้องทบทวนโครงสร้างราคาเพื่อสมดุลระยะยาว ไทยผลิตน้ำตาลได้ 11.8 ล้านตันต่อปี บริโภคในประเทศ 2.35 ล้านตัน แบ่งเป็นครัวเรือน 450,000 ตัน ที่เหลือไปอุตสาหกรรมอาหาร เครื่องดื่ม ยา

ปรับเฉพาะราคาขายปลีก ไม่กระทบอุตสาหกรรม

ดีใจตรงที่ปรับแค่ราคาขายปลีกสำหรับครัวเรือนนะครับ ราคาให้ภาคอุตสาหกรรมยังเหมือนเดิม ป้องกันไม่ให้ราคาขนม ขนมขบเคี้ยว เครื่องดื่มพุ่งตาม คล้ายๆ กลยุทธ์ในวงการเทคที่แยก consumer price กับ B2B เพื่อรักษา ecosystem ไว้ สมชายย้ำว่าทำเพื่อทุกฝ่าย เกษตรกร ผู้ประกอบการ ผู้บริโภค

ทั้งนี้ กกร. ประกาศน้ำตาลทรายเป็นสินค้าควบคุม สอน. ดูแล หากปรับต้องแจ้งกรมการค้าภายในก่อน ทุกอย่างโปร่งใสครับ

จากประสบการณ์ผมที่เห็นเทรนด์ supply chain โลก ไม่ว่าจะน้ำมันจากตะวันออกกลาง หรือพลาสติกจากจีน สถานการณ์แบบนี้จะยืดเยื้อไปอีกสักพัก คล้ายวิกฤตชิปในเทคที่ทำให้ gadget แพง อนาคตคาดว่าราคาน้ำตาลอาจขึ้นต่อเนื่องถ้าพลังงานไม่นิ่ง

คำแนะนำจากผม: สายหวานลองสต็อกน้ำตาลไว้บ้าง หรือหันมาใช้น้ำตาลเทียม หญ้าหวานที่ low cal เหมาะกับคนรักสุขภาพ ลดปริมาณน้ำตาลในชีวิตประจำวันเพื่อสุขภาพและกระเป๋าตังค์ เริ่มจากกาแฟไม่หวาน หรือทำสมูทตี้ผลไม้แทน ลองดูนะครับ สุขภาพดี เงินเหลือ!

ติดตามข่าวอัพเดทเพิ่มเติมได้ที่นี่เลย ถ้าชอบแชร์ต่อให้เพื่อนสายหวานด้วยนะ 👉

ที่มา – สายหวานไม่รอด! โรงงานน้ำตาลทราย จ่อปรับขึ้นราคา พ.ค. หลังแบกต้นทุนน้ำมัน วิกฤตเม็ดพลาสติกอ่วม 40%

Artemis 2 วันที่ 9: อัปเดตภารกิจสดๆ 🔴

สวัสดีเพื่อนๆ ชาวอวกาศ! วันนี้เรามาถึง Artemis 2 วันที่ 9 แล้วนะ ภารกิจประวัติศาสตร์ที่ส่งนักบินอวกาศ 4 คนวนรอบด้านมืดของดวงจันทร์และกลับโลก Orion กำลังพุ่งกลับสู่โลกด้วยความเร็วสูงสุด กำหนดลงจอดในมหาสมุทรแปซิฟิกวันศุกร์นี้ อย่าพลาดเลย!

Artemis 2 วันที่ 9: เตรียมกลับโลกเต็มสูบ

วันนี้เป็นวันสุดท้ายเต็มวันในอวกาศของลูกเรือ NASA’s Reid Wiseman, Victor Glover, Christina Koch และ Jeremy Hansen จาก CSA พวกเขาตื่นมาพร้อมเพลง “Under Pressure” ของ Queen และ David Bowie อยู่ห่างโลก 200,278 ไมล์ และดวงจันทร์ 83,549 ไมล์ ได้รับข้อความจาก CSA ด้วย

กิจกรรมวันนี้คึกคักมาก: ทดสอบระบบเก็บขยะสำรอง (หลังจากมีปัญหาโถชักโครกไปแล้ว), ทดสอบชุด orthostatic intolerance เพื่อช่วยเรื่องความดันเลือดตอนกลับโลก, และฝึกป้องกันรังสีจากพายุสุริยะ โดยสร้างที่หลบภัยจากของใน Orion

Artemis 2 วันที่ 9: การบินด้วยมือและการปรับ轨道的

ช่วงค่ำ ลูกเรือจะควบคุม Orion ด้วยมือ ทดสอบการเล็งเป้าหมายและโหมดควบคุมต่างๆ เริ่ม 9:59 p.m. ET ก่อนหน้านี้ Orion ทำ trajectory correction burn 15 วินาที ปรับความเร็ว 1.6 ฟุต/วินาที เพื่อลงจอดตรงจุด Koch และ Hansen ตรวจสอบขั้นตอน

NASA ยืนยัน USS John P. Murtha ออกเดินทางไปรับแล้ว ลูกเรือยังถ่ายรูปงามๆ อย่างทางช้างเผือก, โลกและดวงจันทร์ตอน flyby ดู Earthset สวยมาก เห็นเมฆวนเหนือออสเตรเลียและ Ohm crater ชัดเจน

พวกเขาพบแสงวาบจากอุกกาบาตกระทบดวงจันทร์ ช่วยนักวิทยาศาสตร์ศึกษาอัตราการกระทบและโครงสร้างดวงจันทร์ NASA ชวนนักดาราศาสตร์สมัครเล่นร่วมสังเกตด้วยกล้องโทรทรรศน์ ถ่ายวิดีโอส่ง science.nasa.gov

  • ภาพ Orion, ดวงจันทร์, โลกในเฟรมเดียว
  • ทางช้างเผือกจากหน้าต่าง Orion
  • South Pole-Aitken basin ที่เก่าแก่ที่สุด

ก่อนหน้านี้ในภารกิจ พวกเขาถอดรหัสระยะทางไกลสุดจากโลก เกิน Apollo 13 ชื่อ crater ใหม่ “Integrity” และ “Carroll” ตอน flyby พวกเขาสังเกต craters, lava flows, ridges สีน้ำตาล-เขียว ไม่เคยเห็นใกล้ๆ มาก่อน

ภารกิจนี้ทำลายสถิติมนุษย์ไปไกลสุดจากโลก 252,756 ไมล์ และเป็นครั้งแรกใน 54 ปีที่มนุษย์ออกจาก low-Earth orbit ถ่าย Earthrise, eclipse, ใช้ eclipse glasses ด้วย

ติดตามสดได้ที่ NASA livestream อย่าลืมเช็ค AROW สำหรับ軌道实时!

ภารกิจ Artemis 2 แสดงให้เห็นว่ามนุษย์พร้อมสำรวจลึกเข้าไปอีก สมัครใจเป็นนักดาราศาสตร์ช่วย NASA สิ สนุกและมีส่วนร่วมประวัติศาสตร์!

ที่มา – Artemis 2 Day 9: Follow the Mission With Our Live Updates 🔴

ถอดรหัส “ความเชื่อมั่น” กลยุทธ์ที่พา KBank เป็นผู้นำคว้าอันดับ 1 Forbes World’s Best Banks ไทย 3 ปีซ้อน

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวเทคและบันเทิง! ในยุคที่เปิดบัญชีธนาคารทำได้ในไม่กี่นาทีผ่านมือถือ แล้วย้ายธนาคารก็ง่ายเหมือนสลายแอป ลูกค้าอย่างเราก็ไม่ได้เลือกแค่จากฟีเจอร์เท่ๆ หรือชื่อดังอีกต่อไป แต่เลือกจาก ‘ความมั่นใจ’ ว่าธนาคารนี้ใช้แล้วจะไม่พลาด! วันนี้เราจะมาถอดรหัส “ความเชื่อมั่น” กลยุทธ์ที่พา KBank เป็นผู้นำคว้าอันดับ 1 Forbes World’s Best Banks ไทย 3 ปีซ้อน กันแบบชิลๆ เหมือนคุยกับเพื่อน แต่ได้ insight ระดับโปรเลยนะ

ถอดรหัส “ความเชื่อมั่น” กลยุทธ์ที่พา KBank เป็นผู้นำคว้าอันดับ 1 Forbes World’s Best Banks ไทย 3 ปีซ้อน

การแข่งขันธนาคารสมัยนี้ไม่ใช่แค่ขนาดใหญ่หรือสาขาเยอะ แต่คือความรู้สึกของลูกค้าตอนโอนเงิน ติดต่อ call center หรือใช้แอป KBank พิสูจน์แล้วว่าความเชื่อมั่นคือกุญแจสู่ความสำเร็จ หลังจาก Forbes นิตยสารธุรกิจโลกชื่อดัง จัดอันดับ KBank เป็นธนาคารที่ดีที่สุดในไทย 3 ปีติด! เหมือน superhero ในโลกการเงินที่ลูกค้าฮือฮา

Forbes ใช้เกณฑ์อะไรคัด KBank ให้ติด top?

Forbes สำรวจจากลูกค้าจริงกว่า 54,000 คน ใน 34 ประเทศ เกณฑ์หลัก 7 ด้าน: ความพึงพอใจโดยรวม, การแนะนำ, ความน่าเชื่อถือ, เงื่อนไขบริการ, การดูแลลูกค้า, บริการดิจิทัล, และคำแนะนำการเงิน เหล่านี้รวมกันคือประสบการณ์ยาวๆ ที่ KBank ทำได้ดีสุดในไทย เหมือนรีวิว Netflix ที่เราดูแล้วติดใจ อยาก recommend ให้เพื่อน

ทำไม Trust ถึงเป็น KPI สุดฮอตของธนาคาร?

ปกติเราวัดธนาคารจากสินทรัพย์หรือกำไร แต่ Statista เผยว่าลูกค้าทั่วโลกให้ Trust น้ำหนักสูงสุด 24.9% รองลงมาเป็นดิจิทัล 20.1% Trust เกิดจากทุก touchpoint เช่น โอนเงินไว, แก้ปัญหาแอปเร็ว เหมือนใช้ TikTok ที่ลื่นปรื๊ด ไม่ lag!

เฟรมเวิร์ก “3+1 & Productivity” สูตรลับ KBank

ไม่ใช่โชคช่วย! KBank ใช้ยุทธศาสตร์ “3+1 และ Productivity” สร้าง Trust ต่อเนื่อง

  • 1. Trust through Stability: จัดการสินเชื่อด้วย Data & AI รัดกุม เติบโตคุณภาพ เหมือนระบบรักษาความปลอดภัยในเกม online ที่ไม่เคย bug
  • 2. Trust through Everyday Use: ขยายค่าธรรมเนียมผ่านบริการรายวัน ดิจิทัลครบครัน K PLUS สำหรับบุคคล, K BIZ สำหรับ SME ใช้ทุกวันมั่นใจ
  • 3. Trust through Experience: Digital First Experience แอปใช้งานง่ายไร้รอยต่อ ผสานคนกับเทค เหมือน streaming หนังที่ buffer ไม่เคยขาด
  • +1 Trust through Future Relevance: สร้างรายได้ใหม่ รับนวัตกรรม ลูกค้ามั่นใจอนาคต

บวก Productivity ใช้ AI ลดต้นทุน ยกระดับบริการ personalize ทุกจุดสัมผัส

ผู้นำ 3 ปีซ้อนจากความสม่ำเสมอ

รางวัล 3 ปีติดจากลูกค้าจริง แสดงว่าระบบ KBank แข็งแกร่ง ลูกค้าจำ ‘สะดุด’ มากกว่า ‘ดี’ ดังนั้นต้อง consistent ทุกวัน ในตลาดฟีเจอร์คล้ายกัน Trust คือตัวตัดสิน

Trend อนาคต: ธนาคารจะเหมือน tech giant ต้อง win heart ลูกค้าด้วย Trust ลองโหลด K PLUS มาทดสอบดูสิ รับรองติดใจ! หรือคุณมีประสบการณ์ KBank ยังไง แชร์ในคอมเมนต์เลยนะ

ที่มา – ถอดรหัส “ความเชื่อมั่น” กลยุทธ์ที่พา KBank เป็นผู้นำคว้าอันดับ 1 Forbes World’s Best Banks ไทย 3 ปีซ้อน [ADVERTORIAL]

การรวมตัว American Horror Story อาจเป็นภาคต่อ Coven

American Horror Story หรือที่แฟนๆ ชาวไทยรู้จักในชื่อ อเมริกันฮอเรียนสตอรี่ มาฉายตั้งแต่ปี 2011 แล้ว ทำให้มีฤดูกาลให้เลือกมากมายสำหรับการโหวต “ฤดูกาลที่ดีที่สุด” แต่ถ้าพูดถึงลิสต์โปรดของใครหลายคน ฤดูกาลที่ 3 Coven มักจะติดอันดับเสมอ และ Ryan Murphy ผู้สร้างก็ตระหนักดีถึงเรื่องนี้ ตัวละครแม่มดบางตัวเคยกลับมาในฤดูกาลที่ 8 Apocalypse ซึ่งครอสโอเวอร์กับ Murder House (ฤดูกาล 1) และ Hotel (ฤดูกาล 5) แต่ล่าสุดดูเหมือนว่าจะมีการร่ายเวทมนตร์รอบใหม่ เมื่อมีการยืนยันตัวละครที่ Sarah Paulson ดาราประจำ AHS จะรับบทในฤดูกาลที่ 13 ที่กำลังจะมาถึง

การรวมตัว American Horror Story อาจเป็นภาคต่อ Coven

มีการแชร์บนโซเชียลมีเดียเมื่อวันพุธที่ผ่านมา ว่าเป็น Cordelia Goode จาก Coven ซึ่งเคยโผล่ใน Hotel และมีบทบาทสำคัญใน Apocalypse คำบรรยายระบุว่า “เราสร้าง Robichaux Academy ใหม่ทั้งหมด” ชี้ให้เห็นว่ารฤดูกาล 13 ที่ยังไม่มีชื่ออย่างเป็นทางการ จะพาพวกเราไปกลับยังโรงเรียนแม่มดชื่อดังในนิวออร์ลีนส์ ส่วน “The Supreme Rises” ตามที่ Entertainment Weekly เตือนไว้ Apocalypse เผยว่า Mallory ของ Billie Lourd นักเรียนที่ทรงพลังมากจาก Robichaux Academy กำหนดชะตาให้เหนือกว่า Cordelia ในฐานะ Supreme คนต่อไป

การกลับมาอีกครั้งที่แฟนๆ รอคอยใน American Horror Story คือ Jessica Lange ที่เพิ่งประกาศไปเมื่อต้นสัปดาห์นี้ผ่านโซเชียลมีเดียเช่นกัน เธอปรากฏครั้งสุดท้ายใน Apocalypse เรื่องราวของฤดูกาล 13 ยังไม่ค่อยมีข้อมูลมากนัก นอกจากคำว่า “แม่มด” ดังนั้นยังไม่แน่ใจว่าเธอจะเล่น Constance Langdon จาก Murder House (ที่เธอชนะเอ็มมี่) หรือ Fiona Goode จาก Coven (ที่เธอชนะเอ็มมี่อีกครั้ง) หรือตัวละครใหม่

นักแสดง Coven กลับมาร่วมงานในฤดูกาล 13

การที่ Sarah Paulson กลับมาเป็น Cordelia ลูกสาวของ Fiona อาจเป็น hint แต่ Fiona ก็ตายใน Coven อยู่ดี นักแสดงคุ้นหน้าอีกหลายคนจะกลับมาในฤดูกาล 13 ได้แก่ Billie Lourd, Evan Peters, Angela Bassett, Kathy Bates, Emma Roberts, Gabourey Sidibe และ Leslie Grossman นอกจากนี้ Ariana Grande ที่เคยเล่นใน Scream Queens ของ Ryan Murphy ร่วมกับ Lourd และ Roberts ก็จะมาร่วมด้วย

ทำไมการรวมตัว American Horror Story อาจเป็นภาคต่อ Coven? Coven เป็นฤดูกาลที่ได้รับความนิยมสูงสุดด้วยเรื่องราวแม่มดเวทมนตร์ สนุก ลึกลับ และมีดราม่าครบรส การนำ Robichaux Academy กลับมาใหม่ บวกกับ Cordelia และ Supreme plot ชี้ชัดว่าอาจต่อยอดจาก Apocalypse ที่ Mallory กลายเป็น Supreme ใหม่ Jessica Lange อาจกลับมาเป็น Fiona ผ่านเวทมนตร์อะไรสักอย่าง เพราะใน AHS ตัวละครตายแล้วแต่กลับมาได้เสมอ!

ฤดูกาลก่อนๆ ของ AHS มักมี crossover สุดเซอร์ไพรส์ ทำให้แฟนๆ ตื่นเต้น Ryan Murphy เก่งเรื่องหมุนเวียนนักแสดงชั้นนำ ทำให้แต่ละฤดูสดใหม่แต่เชื่อมโยงกัน Apocalypse คือตัวอย่างชัดเจนที่รวม Murder House, Hotel และ Coven เข้าด้วยกัน สำหรับฤดูกาล 13 นี้น่าจะยิ่งใหญ่ไม่แพ้ ด้วย Ariana Grande ที่จะเพิ่มความสดใหม่จากป๊อปสตาร์สู่สยองขวัญ

  • Sarah Paulson as Cordelia Goode – Supreme ปัจจุบัน
  • Jessica Lange – Fiona Goode หรือ Constance?
  • Billie Lourd as Mallory – Supreme อนาคต
  • Evan Peters – ตัวร้ายสุดฮอต
  • Angela Bassett, Kathy Bates, Emma Roberts และอื่นๆ

แฟนๆ Coven คงตื่นเต้นสุดๆ เพราะนี่อาจเป็นการปิดท้ายหรือต่อยอด witch universe ที่สมบูรณ์แบบ อย่าพลาดติดตามข่าวอัปเดตฤดูกาลใหม่ๆ ของ Marvel, Star Wars, Star Trek, DC Universe และ Doctor Who ได้ที่เว็บเรา!

ในความเห็นผม การรวมตัว American Horror Story อาจเป็นภาคต่อ Coven จริงๆ นี่แหละที่จะเป็นฤดูกาลที่ดีที่สุดในรอบหลายปี Ryan Murphy ไม่เคยทำให้ผิดหวัง ลุ้นเลยว่าปลายปีนี้จะได้ดูเมื่อไหร่ คุณคิดยังไง คอมเมนต์บอกหน่อย!

ที่มา – ‘The ‘American Horror Story’ Reunion Could Be a Sequel to ‘Coven’