ผู้เขียน: lalika69_admin

ในหลวง-พระราชินี เสด็จฯ ทอดพระเนตรศูนย์พัฒนาและบริการด้านการเกษตรห้วยซอน-ห้วยซั้ว (หลัก 22) ณ นครหลวงเวียงจันทน์ สปป.ลาว

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน! วันนี้เรามีข่าวดีจากพระราชกรณียกิจที่น่าประทับใจมากๆ เลยนะ ในหลวง-พระราชินี เสด็จฯ ทอดพระเนตรศูนย์พัฒนาและบริการด้านการเกษตรห้วยซอน-ห้วยซั้ว (หลัก 22) ณ นครหลวงเวียงจันทน์ สปป.ลาว กันครับ เป็นกิจกรรมในวันที่สามของการเสด็จเยือนลาวอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 18 มีนาคม เวลา 10.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จจากโรงแรมคราวน์พลาซ่า เวียงจันทน์ ไปยังศูนย์นี้ที่เมืองนาซายทองเลยครับ

ในหลวง-พระราชินี เสด็จฯ ทอดพระเนตรศูนย์พัฒนาและบริการด้านการเกษตรห้วยซอน-ห้วยซั้ว (หลัก 22) ณ นครหลวงเวียงจันทน์ สปป.ลาว

พอถึงแล้วก็มีผู้นำลาวมารอรับเสด็จอย่างอบอุ่นเลยครับ เช่น ทองลุน สีสุลิด ประธานประเทศและภริยา รองศาสตราจารย์ลินคำ ดวงสะหวัน รัฐมนตรีเกษตรและสิ่งแวดล้อม กับภริยา รวมถึงเข็มนี พนเสนา รัฐมนตรีประจำสำนักงานประธานประเทศ และดวงตาวัน สีสมบัด หัวหน้าศูนย์ฯ ยังมีสุพร ตรีนรินทร์ เลขาฯ โครงการพระราชดำริจากไทยมาด้วยนะครับ บรรยากาศเป็นกันเองแต่เคร่งขรึม สมพระเกียรติมาก

จากนั้นเสด็จไปห้องบรรยาย หัวหน้าศูนย์กราบทูลรายงานความร่วมมือไทย-ลาวเรื่องการเกษตร พระราชทานโอกาสฟังอย่างใกล้ชิด ก่อนทอดพระเนตรวีดิโอสรุปผลงานศูนย์ฯ แล้วก็ไปลานอเนกประสงค์ ชมนิทรรศการ 7 สาขาเด็ดๆ กันครับ:

  • สาขาแหล่งน้ำ: พัฒนาน้ำเพื่อการเกษตรยั่งยืน
  • สาขาการประมง: เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำแบบสมัยใหม่
  • สาขาการปศุสัตว์: เลี้ยงสัตว์ให้มีสุขภาพดี
  • สาขาการพัฒนาดิน: ปรับปรุงดินให้อุดมสมบูรณ์
  • สาขาการเกษตร: ปลูกพืชแบบเกษตรทฤษฎีใหม่
  • สาขาการพัฒนาป่าไม้: ฟื้นฟูป่าเพื่อสิ่งแวดล้อม
  • สาขาการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ: รักษาชีวิตชีวาของธรรมชาติ

นี่คือตัวอย่างของโครงการที่ผสานพระปรีชาสามารถพระราชดำริเข้ากับความต้องการท้องถิ่นได้อย่างลงตัวเลยครับ โดยเฉพาะในยุคที่เทคโนโลยีเกษตรอย่าง drone ตรวจสอบพืชหรือ AI วิเคราะห์ดินกำลังมาแรง โครงการนี้ยังคงหลักยั่งยืนแบบเกษตรทฤษฎีใหม่ที่ทรงพระราชทานไว้ ซึ่งเป็นรากฐานให้ tech สมัยใหม่ได้ต่อยอด

กิจกรรมปลูกต้นไม้และเยี่ยมแปลงเกษตรทฤษฎีใหม่

หลังนิทรรศการ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงปลูกต้นรวงผึ้ง 1 ต้น เป็นที่ระลึก สวยงามและมีความหมายมากครับ จากนั้นเสด็จไปแปลงเกษตรทฤษฎีใหม่ โดยมีสรรัตน์ ปวริญญานนท์ ผู้อำนวยการศูนย์ภูพานอันเนื่องมาจากพระราชดำริ กราบทูลความเป็นมาและวิธีดำเนินการ แปลงนี้สอนให้เกษตรกรแบ่งพื้นที่เป็นบ่อน้ำ 30% ไร่ 30% ป่า 40% ช่วยให้พอเพียงไม่เสี่ยงภัยแล้งน้ำท่วม

ในฐานะคนที่ติดตามข่าวพระราชกรณียกิจมานาน ผมเห็นว่าการเสด็จครั้งนี้ไม่ใช่แค่พิธีการ แต่เป็นการถ่ายทอดวิสัยทัศน์การพัฒนาที่ยั่งยืนให้เพื่อนบ้านลาว ซึ่งไทยและลาวมีความสัมพันธ์แน่นแฟ้นแบบพี่น้อง การนำเกษตรทฤษฎีใหม่ไปใช้ที่นี่ ช่วยยกระดับชีวิตชาวบ้าน ลดความยากจน และยังเป็นโมเดลสำหรับอาเซียนทั้งภูมิภาค

สมควรแก่เวลาแล้วเสด็จกลับโรงแรมที่ประทับครับ เห็นภาพพระราชกรณียกิจแล้วรู้สึกอบอุ่นใจจริงๆ เพื่อนๆ ลองคิดดูสิครับ ในยุคที่ climate change กำลังรุนแรง โครงการแบบนี้คือคำตอบที่ใช้ tech ผสมผสานภูมิปัญญาไทยได้อย่างลงตัว ผมแนะนำให้ทุกคนติดตามข่าวพระราชดำริเพิ่มเติมนะครับ เพราะมันไม่ใช่แค่ข่าว แต่เป็นแรงบันดาลใจให้เราทำเกษตรอัจฉริยะในบ้านตัวเองด้วย!

ที่มา – ในหลวง-พระราชินี เสด็จฯ ทอดพระเนตรศูนย์พัฒนาและบริการด้านการเกษตรห้วยซอน-ห้วยซั้ว (หลัก 22) ณ นครหลวงเวียงจันทน์ สปป.ลาว

เดมอน ลินเดลอฟ ปกป้องสีเขียว ดราม่า Lanterns

เมื่อวานนี้ตรงกับวันเซนต์แพทริคส์ ซึ่งบังเอิญมากที่เกิดดราม่าล่าสุดเกี่ยวกับสีเขียว และคำว่า “เขียว” รวมถึงการไม่มีคำว่า “เขียว” ในชื่อเรื่องด้วย เดมอน ลินเดลอฟ ผู้ร่วมสร้างซีรีส์ DC Studios เรื่องใหม่ Lanterns ออกมาโพสต์บนโซเชียลมีเดียหลังจากคำพูดเก่าของเขาที่พูดเมื่อปีที่แล้วถูก นักเขียนการ์ตูนระดับตำนาน แกรนต์ มอร์ริสัน จับผิด มอร์ริสันเคยเขียนเรื่องราว Green Lantern ชุดดังช่วง 2018-2021 ที่แฟนๆ ชื่นชอบมาก

เดมอน ลินเดลอฟ ปกป้องสีเขียว ดราม่า Lanterns

เรื่องราวย่อๆ คือ เมื่อปี 2025 ลินเดลอฟ ผู้ได้รางวัลเอ็มมีจากผลงาน Lost, Watchmen, The Leftovers และ Mrs. Davis เป็นแขกรับเชิญในพอดแคสต์ Lovett or Leave It ประมาณ 10 นาทีเจ้าของรายการถามถึงซีรีส์ Green Lantern ใหม่ของเขา

ลินเดลอฟตอบว่า “มันชื่อ Lanterns เพราะเราตกลงกันว่าคำว่า ‘เขียว’ มันโง่ๆ ก็เลยเป็นแค่ Lanterns” แล้วเขาก็หัวเราะ มันเป็นโมเมนต์ตลกๆ ไม่ซีเรียส แล้วบทสนทนาก็เปลี่ยนเรื่องไป

จุดเริ่มต้นของเดมอน ลินเดลอฟ ปกป้องสีเขียว ดราม่า Lanterns

วันที่ 4 มีนาคม ตัวอย่าง Lanterns จาก HBO Max ออกมาให้แฟนๆ ได้เห็นโทนเรื่องที่สมจริง สไตล์ลึกลับฆาตกรรมในเมืองเล็กๆ สีสันเน้นเทาและน้ำตาล ไม่ใช่สไตล์ฮีโร่การ์ตูนแบบดั้งเดิม

วันที่ 15 มีนาคม มอร์ริสันโพสต์ใน Substack วิจารณ์ Lanterns และคำพูดเก่าของลินเดลอฟเกี่ยวกับสีเขียว เป็นส่วนหนึ่งของบทความยาว แต่ส่วนนี้พูดถึงว่า

“คำพูดของเดมอน ลินเดลอฟ นักเขียนทีวีไม่ว่าจะยังไง คำว่า ‘เขียว’ ใน ‘Green Lantern(s)’ มันไม่ ‘โง่’ ทำไมนักเขียนถึงรับงานนี้ถ้าเขาคิดว่ามันโง่? คุณไม่จ้างคนที่ดูถูก CSI มาทำสคริปต์ แล้วทำไมจ้างคนที่อายและปฏิเสธวัตถุดิบการ์ตูนล่ะ? ทำไมไม่ปฏิเสธงานที่ไม่เหมาะ? เขาไม่ขาดเงิน และพิสูจน์แล้วว่าสร้างไอเดียเองได้ การดูถูกคอนเวนชันซูเปอร์ฮีโร่แบบจ็อกนี้พิสูจน์อะไร? คิดว่าตัวเองดูไม่เนิร์ดเหรอ? สายไปแล้ว แฟนๆ ที่สนใจ Lanterns คือแฟน Green Lantern ทำไมเริ่มต้นด้วยการไล่พวกเขาออก? นั่น ถึงเรียกว่า ‘โง่’”

มอร์ริสันยังบอกว่า “‘Green Lanterns’ เป็นชื่อที่ evocative และ dramatic กว่ามาก (เหมือน ‘Raise the Red Lantern’ ดีกว่า ‘Raise the Lantern’) คนที่ไม่เข้าใจไม่ควรแตะซูเปอร์ฮีโร่ ซีรีส์อาจดี แต่จะดีกว่านี้ถ้าจ้างคนที่ใช่ แทนเพื่อนที่เขินอายแล้วเจือจางวัตถุดิบ ฮอลลีวูดจะตายเพราะขี้เกียจและใกล้ชิดเกินไป”

ข่าวนี้ถึงหูลินเดลอฟ เขาเลยโพสต์ตอบพร้อมรูปตัวเองตอนเด็กใส่เสื้อสีเขียวสุดคุ้นตา

“ผมทำให้แกรนต์ มอร์ริสันโกรธ ซึ่งหมายถึงผมทำให้ เดมอน ลินเดลอฟ ปกป้องสีเขียว ดราม่า Lanterns เกือบทุกคนในนักเขียนการ์ตูนบริติช/สกอตติชที่ผม grew up ชอบโกรธหมดแล้ว เพื่ออ้างอิงจาก Otis Redding นี่เป็นความผิดผมคนเดียว

ผมเล่นมุกโง่ในพอดแคสต์ตลก ผมไม่จะอ้าง context มุกโง่ แฟนด้อมไม่โง่ ผมเป็นหนี้พวกเขาที่จะอธิบายและสะท้อนความรู้สึกจริง

ครั้งแรกที่ผมขึ้น ComicCon panel คือตอน Lost pilot ซัมเมอร์ 2004 ผมใส่ทีเชิ้ตโปรด (underwear Hal Jordan ขนาดใหญ่ไปแล้ว) สำหรับเด็กเงียบๆ ซุ่มซ่าม ฮีโร่ที่พลังคือจินตนาการสุดเจ๋ง และสีเขียวไม่โง่ มันเป็นสีโปรดตลอดชีวิต ผมมีแบบสอบถามเกรด 3 พิสูจน์ สีเขียวเจ๋งชิบหาย

สำคัญกว่านั้น การพูดอย่างอื่นจะทรยศทีมที่ผมทำงานด้วย ผมภูมิใจที่เป็นส่วนหนึ่งของทีมที่สร้าง Lanterns สุดยอด ผมพูดพลาด คำพูดสำคัญสำหรับผมที่รัก Hal, John และ Corps ผมจะทำดีกว่านี้ให้คู่ควรกับ oath จนกว่าจะได้ ปล่อยให้ซีรีส์พูดเอง ผมรอให้ทุกคนได้ยินสิ่งที่มันจะพูด”

สีเขียวคือสีโปรดตลอดชีวิตของลินเดลอฟ และเขามีหลักฐาน ถ้ามอร์ริสันมีอะไรตอบหลังการยอมรับผิดแบบจริงใจนี้ เราจะอัปเดต Lanterns ออก HBO Max สิงหาคมนี้

นอกจากนี้ ดราม่า เดมอน ลินเดลอฟ ปกป้องสีเขียว ดราม่า Lanterns นี้แสดงให้เห็นถึงความหลงใหลของแฟนการ์ตูน Green Lantern ที่ลึกซึ้ง สีเขียวไม่ใช่แค่สี แต่เป็นสัญลักษณ์ของ willpower และ imagination ลินเดลอฟพิสูจน์แล้วว่าเขาเป็นแฟนตัวยงตั้งแต่เด็ก

  • ประวัติลินเดลอฟ: จาก Lost สู่ DC
  • ผลงานมอร์ริสัน: Green Lantern run ที่เปลี่ยนเกม
  • ทำไมชื่อ Lanterns? โทนใหม่แบบ murder-mystery

แฟนๆ DC อย่าพลาด! คุณคิดว่าดราม่านี้จะจบยังไง หรือซีรีส์จะเจ๋งแค่ไหน? คอมเมนต์บอกเราด้วยนะ แล้วติดตามข่าว Marvel, Star Wars และ DC เพิ่มเติมที่นี่

ที่มา – Damon Lindelof Forced to Defend the Color Green After ‘Lanterns’ Controversy

ตามล่าหาคำตอบ ทำไมรัฐบอกน้ำมันพอ แต่ปั๊มไม่มีให้เติม?

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน! วันนี้เรามาตามล่าหาคำตอบ ทำไมรัฐบอกน้ำมันพอ แต่ปั๊มไม่มีให้เติม?กันแบบชิลๆ แต่ได้ข้อมูลลึกๆ นะครับ ปัญหานี้กำลังฮอตฮิต ทำให้หลายคนต้องวนรถหาปั๊มกันวุ่นวาย ทั้งที่รัฐบาลยืนยันว่าน้ำมันสำรองเพียบกว่า 100 วัน โรงกลั่นผลิตปกติ 175 ล้านลิตรต่อวัน แต่ทำไมปั๊มถึงขึ้นป้าย ‘หมด’ ล่ะ? ผมในฐานะคนติดตามข่าวเศรษฐกิจและเทคโนโลยีมานาน จะเล่าให้ฟังแบบเข้าใจง่าย เหมือนคุยกันในไลน์กลุ่มเลย

ตามล่าหาคำตอบ ทำไมรัฐบอกน้ำมันพอ แต่ปั๊มไม่มีให้เติม?

วันที่ 17 มี.ค. ที่ผ่านมา อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน สราวุธ แก้วตาทิพย์ ออกมาคอนเฟิร์มว่าน้ำมันไทยมีพอแน่นอน รวมสำรองตามกฎหมาย การค้า และขนส่งจากสหรัฐฯ แองโกลา ทีมตรวจสอบยังลงพื้นที่ 23 จังหวัด 53 คลัง สถานี 1,502 แห่ง พบปั๊มปิดแค่ 150 แห่งเพราะรอส่ง ส่วนใหญ่โอเคหมด แต่ทำไมเรายังเห็นภาพแถวยาวๆ? ตัวเลขดูดี แต่ปัญหาอยู่ที่ระบบกระจายต่างหากครับ

จากโรงกลั่นสู่ปั๊ม: เส้นทางที่ซับซ้อน

ระบบน้ำมันไทยเริ่มจากโรงกลั่น 6 แห่ง ผลิตเบนซิน 32-33 ล้านลิตร ดีเซล 75-80 ล้านลิตรต่อวัน จากนั้นแบ่ง 2 เส้นทางหลัก:

  • เส้นทาง 1: ส่งปั๊มแบรนด์ใหญ่ รัฐอุดหนุนกองทุนน้ำมัน ตรึงราคาให้ถูก
  • เส้นทาง 2: ส่ง ‘จ็อบเบอร์’ พ่อค้าคนกลาง ขายต่อปั๊มอิสระ โรงงาน รถบรรทุก ราคาตลาดล้วนๆ ไม่มีอุดหนุน

สองราคานี้คือจุดเริ่มต้นปัญหาเลยครับ น้ำมันจ็อบเบอร์ถูกกว่า 2-3 บาท/ลิตร แต่ช่วงวิกฤต โรงกลั่นขายแพงถึง 38-50 บาท/ลิตร!

ทฤษฎีโรงกลั่นกักตุน: จริงหรือ?

อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ชี้ว่าปัญหาอยู่ที่โรงกลั่นไม่ปล่อยน้ำมัน จ็อบเบอร์ซื้อไม่ได้ ล็อตใหญ่ถูกจำกัด โรงกลั่นอาจกักรอราคาขึ้น เหมือนเทรดหุ้นเลย! ภาคอุตสาหกรรมเลยหันมาแย่งเติมปั๊มราคาถูก (30 บาท/ลิตร) แทนจ็อบเบอร์ (40+ บาท) ความต้องการพุ่ง 3 เท่า ดึงน้ำมันประชาชนหายวับ!

เสียงจากปั๊มแบรนด์ใหญ่ (OR)

ผู้บริหาร OR บอกว่าไม่ใช่กักตุน แต่คอขวดขนส่ง โรงกลั่นส่งคลังใช้เวลา 7 วัน รถขนส่งเดิมแต่需求พุ่ง รถบรรทุกอุตสาหกรรมแย่งเติม บางดีลเลอร์แอบขายโควตาให้โรงงาน กำไรลิตรละ 10 บาท! OR เลยเปลี่ยนระบบสั่ง manual ตามยอดขายเก่า ปั๊มต้องเหลือก้นถัง 10-15% ป้องกันไฟไหม้ และกัน 100-200 ลิตรให้รถฉุกเฉิน รถพยาบาลเติมได้ก่อนนะครับ

มุมปั๊มอิสระ: คิวน้ำมันยาวเหยียด

เจ้าของปั๊มชลบุรีเล่าว่าปกติเลือกจ็อบเบอร์ราคาดี แต่ตอนนี้ราคาผันผวน 34-40 บาท/ลิตร คิวรับที่คลังรอ 2-3 วัน ลูกค้าเกษตรกรตื่นตระหนก ซื้อถังใหญ่พันลิตร/ครั้ง จากขายวันละ 5,000 เหลือครึ่งวันหมด! ไม่มีกักตุน แต่ระบบกระจายล้มเหลว

สรุปคือตามล่าหาคำตอบ ทำไมรัฐบอกน้ำมันพอ แต่ปั๊มไม่มีให้เติม?เพราะรอยร้าวระบบ: ราคาคู่ขนาน, การแย่งซื้อ, ขนส่งล่าช้า, ตื่นตระหนกประชาชน แม้คลังเพียบแต่ไม่ถึงปั๊ม ในมุมผม เหมือนแอปเดลิเวอรีช่วงพีค สต็อกมีแต่คนส่งไม่พอ! แนวโน้มคือรัฐต้องปฏิรูปโครงสร้างตลาดน้ำมัน ใช้เทคโนโลยี track สต็อกเรียลไทม์ ลดจ็อบเบอร์เก็งกำไร เพื่อนๆ ลองเช็กสต็อกปั๊มแอป PTT OR ก่อนออกเดินทางนะครับ อย่าตื่นตระหนก ซื้อพอใช้!

ที่มา – ตามล่าหาคำตอบ ทำไมรัฐบอกน้ำมันพอ แต่ปั๊มไม่มีให้เติม?

ผู้ว่าฯชัชชาติสั่งสำนักจราจรฯ ร่วมหารือตำรวจแก้ปัญหารถติดใน กทม. หวังช่วยประชาชน-ภาคขนส่ง ประหยัดน้ำมัน

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน! ในยุคที่ราคาน้ำมันพุ่งปรี๊ดแบบนี้ การจราจรติดขัดในกรุงเทพฯ ยิ่งทำให้เราทุกคนปวดหัวหนักเข้าไปอีก วันนี้เรามีข่าวดีจากผู้ว่าฯ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ที่กำลังเดินหน้านโยบายสุดเจ๋งเพื่อช่วยให้เราประหยัดน้ำมัน ลดรถติด และยังช่วยสิ่งแวดล้อมด้วยนะครับ ผู้ว่าฯชัชชาติสั่งสำนักจราจรฯ ร่วมหารือตำรวจแก้ปัญหารถติดใน กทม. หวังช่วยประชาชน-ภาคขนส่ง ประหยัดน้ำมัน นี่แหละครับหัวใจสำคัญที่เราจะมาพูดถึงกันวันนี้

ผู้ว่าฯชัชชาติสั่งสำนักจราจรฯ ร่วมหารือตำรวจแก้ปัญหารถติดใน กทม. หวังช่วยประชาชน-ภาคขนส่ง ประหยัดน้ำมัน

เมื่อวันที่ 18 มีนาคม ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ได้ประกาศเดินหน้าประหยัดพลังงานเต็มสูบ เพื่อสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทย สั่งการให้ 77 หน่วยงาน กทม. ปฏิบัติตามมาตรการประหยัดพลังงาน กทม. 2569 รวม 27 มาตรการเลยทีเดียว จากประสบการณ์ผมที่ติดตามข่าวเทคโนโลยีและไลฟ์สไตล์ เห็นว่านโยบายนี้ฉลาดมาก เพราะผสมผสานทั้งเทคโนโลยีสมัยใหม่และการเปลี่ยนพฤติกรรมง่ายๆ ที่เราทำตามได้

เริ่มจากในที่ทำงานก่อนเลยครับ กทม. ขอความร่วมมือข้าราชการปรับอุณหภูมิแอร์ที่ 26-27 องศา งดสูทเนกไท (ยกเว้นพิธี) ปิดไฟ-เครื่องใช้หลังเลิกงาน ลดใช้ลิฟต์ และลดกระดาษ 30-50% สุดยอด! นึกภาพตามนะครับ ถ้าทุกคนทำแบบนี้ กทม. จะประหยัดไฟฟ้าอมหาศาล แถมยังลดคาร์บอนฟุตプリ้นท์ เหมือนเป็น smart office ในหนัง sci-fi เลย

นอกจากนี้ ยังโปรโมท Work From Home สำหรับงานที่ไม่กระทบบริการประชาชน ประชุมออนไลน์เกิน 80% ลดเดินทาง และหยุดดูงานต่างประเทศชั่วคราว ในมุมเทคโนโลยี Zoom, Google Meet กลายเป็นฮีโร่ช่วยลดรถติด ลดน้ำมันได้จริง จากข้อมูลที่ผมเคยอ่าน การประชุมออนไลน์ช่วยลดการเดินทางได้ถึง 20-30% เลยนะ

จัดการรถยนต์ส่วนกลางและจราจรแบบไฮเทค

สำหรับรถ กทม. ตั้งเป้าลดใช้พลังงานจากรถส่วนกลาง 20% ด้วยแผนเส้นทางดีๆ ส่งเอกสารรวมรถ Carpool และตรวจสภาพรถ 100% แต่ที่เด็ดสุดคือ ผู้ว่าฯชัชชาติสั่งสำนักจราจรฯ ร่วมหารือตำรวจแก้ปัญหารถติดใน กทม. หวังช่วยประชาชน-ภาคขนส่ง ประหยัดน้ำมัน สำนักจราจรฯ จะสำรวจทางแยกติดขัด บูรณาการกับตำรวจ จัดการระบายรถ ลดเวลาติดไฟแดง นี่คือการใช้ data analytics แบบ smart city จริงๆ ครับ ลองคิดดู ถ้าลดติดไฟแดงได้ 5 นาทีต่อวัน รถใน กทม. กว่า 10 ล้านคัน จะประหยัดน้ำมันมหาศาล ช่วยประชาชนและแท็กซี่-รถบรรทุกไม่น้อยเลย

  • สำรวจทางแยกปัญหาแบบเร่งด่วน
  • ร่วมตำรวจจัดการสัญญาณไฟจราจรอัจฉริยะ
  • ลดการเผาผลาญน้ำมันภาคประชาชนและขนส่ง

ยังไม่จบแค่นั้น กทม. ยังขอให้ประชาชนช่วยคัดแยกขยะ ทิ้งตรงเวลา เพื่อลดเที่ยวรถขยะ ลดใช้น้ำมันขนส่งขยะ สอดคล้องลดก๊าซเรือนกระจก ง่ายๆ แต่ได้ผลชัวร์!

ติดตามผลด้วยเทคโนโลยี Dashboard สุดล้ำ

เพื่อให้เห็นผลชัด กทม. สร้าง Bangkok Energy Saving Measures Dashboard รายงานทุก 15 วันจาก 77 หน่วยงาน ตรวจเซ็นเซอร์ไฟส่องสว่าง (Photo Sensor) ให้แม่นยำ และเฝ้าระวังสถานีน้ำมัน นี่คือ insight จากผมในฐานะคนชอบเทคโนโลยี: Dashboard แบบนี้คืออนาคตของการบริหารเมือง ถ้าขยายไปใช้ AI วิเคราะห์จราจร realtime จะยิ่งเจ๋ง ลดรถติดได้ 30% ง่ายๆ

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ทิ้งท้ายว่า “ไม่ต้องตื่นตระหนก เราลดจากภายในก่อน ขอประชาชนช่วยคัดแยกขยะ ทิ้งตรงเวลา ร่วมฝ่าวิกฤตพลังงาน”

จากมุมมองผม นโยบายนี้ไม่ใช่แค่ประหยัดเงิน แต่เป็นเทรนด์ smart city ที่กำลังมาแรงทั่วโลก ถ้ากรุงเทพฯ ทำได้ เมืองอื่นๆ จะตามแน่ มาเริ่มกันเลยครับ! ลอง WFH มากขึ้น ใช้แอปนำทางหลีกเลี่ยงรถติด คัดแยกขยะวันนี้ แล้วเราจะช่วย กทม. ประหยัดน้ำมัน ลดรถติดได้จริง ผู้ว่าฯชัชชาติสั่งสำนักจราจรฯ ร่วมหารือตำรวจแก้ปัญหารถติดใน กทม. หวังช่วยประชาชน-ภาคขนส่ง ประหยัดน้ำมัน เริ่มจากตัวเราเองนะ!

ที่มา – ผู้ว่าฯชัชชาติสั่งสำนักจราจรฯ ร่วมหารือตำรวจแก้ปัญหารถติดใน กทม. หวังช่วยประชาชน-ภาคขนส่ง ประหยัดน้ำมัน

5 บริษัทแข่งแทนสถานีอวกาศนานาชาติ

NASA และพันธมิตรนานาชาติมีแผนจะปลดดึงสถานีอวกาศนานาชาติ (ISS) สิ้นปี 2030 โดยให้มันเผาไหม้ในชั้นบรรยากาศโลกแบบสุดดราม่า แต่ไม่ต้องห่วงนะ มนุษยชาติไม่ได้ทิ้งวงโคจรต่ำของโลกไปไหนหรอก เพราะยุคใหม่ของสถานีอวกาศเชิงพาณิชย์กำลังมา!

การจากไปของ ISS จะเปิดทางให้บริษัทเอกชนพัฒนาสถานีอวกาศแบบโมดูลาร์ที่ยืดหยุ่น ราคาถูกลง และเปิดโอกาสใหม่ๆ สำหรับงานวิจัยและอุตสาหกรรมในอวกาศ วันนี้เราจะมาดูกันว่า 5 บริษัทแข่งแทนสถานีอวกาศนานาชาติ หลักๆ ที่กำลังลุยโปรเจกต์เหล่านี้

5 บริษัทแข่งแทนสถานีอวกาศนานาชาติ

Axiom Space: ผู้บุกเบิกที่ได้เงิน NASA เยอะ

Axiom Space ได้รับเงิน 140 ล้านดอลลาร์จาก NASA ผ่านโปรแกรม LEO Destinations และเพิ่งระดมทุนเอกชนอีก 350 ล้านดอลลาร์เพื่อเร่งสร้าง Axiom Station การก่อสร้างเริ่มไปแล้ว โดยพันธมิตร Thales Alenia Space กำลังเชื่อมและกลึงโมดูลแรก แผนคือยิงขึ้นไปติดกับ ISS ในปี 2027 เพื่อทดสอบ ก่อนแยกตัวและเชื่อมกับโมดูลที่สอง

เมื่อเสร็จ สถานีจะมี habitat สองตัวและโมดูลวิจัย-ผลิต นอกจากนี้ยังมี SEE-1 สำหรับความบันเทิงจาก Space Entertainment Enterprise ซึ่งอาจเป็นบาร์คาราโอเกะในอวกาศตัวแรกเลย!

Vast Space: สถานีอิสระตั้งแต่วันแรก

Vast Space ไม่รอช้า วางแผนยิง Haven-1 ในปี 2027 เป็นสถานีเดี่ยวรองรับลูกเรือ 4 คน มีห้องนอน ห้องส่วนกลาง และแล็บไมโครเกรวิตี ล่าสุดเข้าสู่เฟสประกอบแล้ว สถานีนี้เป็นบันไดสู่ Haven-2 ที่จะแทน ISS จริงๆ เริ่มยิงปี 2028 เพิ่มโมดูลทุก 6 เดือน จนรองรับ 12 คนในปี 2032

Vast พลาดรอบแรกของ NASA แต่มีดีลอยู่แล้ว และเพิ่งได้ทุน 500 ล้านดอลลาร์เพื่อเร่งผลิต

Blue Origin และ Sierra Space: Orbital Reef สไตล์ธุรกิจพาร์ค

สองยักษ์ใหญ่ร่วมมือสร้าง Orbital Reef สถานีแบบ ‘ธุรกิจพาร์ค’ ในอวกาศ 400 กม. เหนือโลก รองรับลูกค้าแบบผสม มี Core hub, แล็บ, habitat ขยายได้ รองรับ 10 คน

ได้เงิน NASA 172 ล้าน ล่าสุดผ่านทดสอบมนุษย์ในโมเดลขนาดจริง แผนยิงโมดูลแรกปี 2027 แต่ยังอยู่ในเฟสดีไซน์ อาจล่าช้า

Starlab Space: JV ระหว่าง Voyager และ Airbus

Starlab จาก Voyager Space และ Airbus ผ่านรีวิวสำคัญของ NASA แล้ว จะยิงปี 2029 เป็นสถานีเดี่ยวรองรับ 4 คน มี service module และ habitat พร้อมแล็บสองส่วน: IPL สำหรับชีวะ-มนุษย์-วัสดุ และ EPL สำหรับ payload ภายนอก

Max Space: น้องใหม่ inflatable สุดกว้าง

Max Space จากฟลอริดา เปิดตัว Thunderbird ในปี 2025 ใช้เทค inflatable ขยายได้ 350 ลบ.ม. กว้างที่สุด! รองรับ 4 คน มี payload lockers แผนยิงปี 2029 และ demo inflatable ในปี 2027 เพิ่งได้ทุนหลายล้านจาก Voyager Technologies

นอกจากนี้ยังมี

  • ความยืดหยุ่นสูงกว่า ISS
  • ราคาถูกลงเพราะเอกชน
  • โอกาสใหม่สำหรับไทยในการร่วมวิจัยอวกาศ?

สรุปแล้ว 5 บริษัทแข่งแทนสถานีอวกาศนานาชาติ เหล่านี้กำลังเปลี่ยนเกมอวกาศให้เป็นธุรกิจจริงจัง คุณคิดว่าใครจะชนะใจ NASA และลูกค้าอวกาศ? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ได้เลย แล้วอย่าลืมแชร์บทความนี้!

ที่มา – 5 Companies Competing to Replace the International Space Station

ผู้ใช้ Meta Quest VR สูญเสีย Horizon Worlds

เมื่อปลายปีที่แล้ว การตัดงบประมาณที่ชัดเจนในแผนก Reality Labs ของ Meta ทำให้แพลตฟอร์มเมตาเวิร์สอย่าง Horizon Worlds ดูน่ากังวล ลุง Gizmodo ของผม James Pero เคย กล้าพูดว่ามันอาจเป็นจุดจบของ Horizon Worlds และเมตาเวิร์สทั้งหมด ตอนนี้ดูเหมือนว่าการตัดงบไม่ได้นำไปสู่ Metapocalypse แต่ตาม อัปเดตจากฟอรัม Meta Community เมื่อวันอังคาร ผู้ใช้ Meta Quest VR Headset จะไม่สามารถเข้าถึงประสบการณ์เมตาเวิร์สหลักของ Meta บนอุปกรณ์หลักอย่าง Meta Quest VR headset อีกต่อไป

ผู้ใช้ Meta Quest VR สูญเสีย Horizon Worlds

อัปเดตระบุว่า “แพลตฟอร์ม Horizon Worlds จะกลายเป็นประสบการณ์สำหรับมือถือเท่านั้น” มันเป็นการเดินทางที่ยาวนานและขรุขระสำหรับเมตาเวิร์สของ Meta น้อยกว่า 4 ปีก่อน มาร์ก ซักเกอร์เบิร์กโพสต์บน Facebook ว่า Horizon Worlds เปิดตัวในฝรั่งเศสและสเปน พร้อมภาพ ตำนานของอวตารตัวเอง ที่ดูไร้อารมณ์และเหมือนซากศพดิจิทัล low-poly เหมาะสมเพราะเมตาเวิร์ส อยู่ในสภาพตายทั้งเป็นมานาน

ประวัติการเพิ่ม ‘ขา’ ใน Horizon Worlds

ไม่กี่สัปดาห์ต่อมา อวตาร Horizon Worlds ได้รับขา เพื่อตอบคำวิจารณ์จากผู้ใช้ที่ไม่อยากเป็นกรวยจราจรนิ่งๆ ในเมตาเวิร์ส แต่การเพิ่มขาไม่ได้แก้ปัญหาใหญ่เรื่องการเดินใน VR ที่วิศวกรพยายามแก้ด้วย ล้อหนูยักษ์ หรือ พื้นเคลื่อนที่ราคาแพงมหาศาล ยังไม่มีใครแก้ได้ และอาจไม่มีวันถึงดินแดน VR locomotion ที่น่าพึงพอใจ

หากยังอยากเล่น Horizon Worlds บน headset ต้องดาวน์โหลดก่อน 31 มี.ค. ที่จะหายจาก Quest Store ผู้ใช้ที่มีแอปติดตั้งแล้วเล่นต่อได้ถึง 15 มิ.ย. หลังจากนั้น ขาที่เคยตื่นเต้นจะกลายเป็นขาบนมือถือเท่านั้น

ผลกระทบต่อผู้ใช้ Meta Quest VR Headset สูญเสีย Horizon Worlds

  • Horizon Worlds ถูกลบจาก Quest Store 31 มี.ค. 2026
  • แอปที่มีอยู่ใช้งานได้ถึง 15 มิ.ย. 2026
  • กลายเป็น mobile-only หลังจากนั้น
  • สูญเสียประสบการณ์ VR เต็มรูปแบบ รวมถึงขาอวตาร
  • Meta ยังคงพัฒนาเมตาเวิร์ส แต่เน้นมือถือมากขึ้น

การเปลี่ยนแปลงนี้สะท้อนถึงการปรับทิศทางของ Meta ที่อาจมุ่งไปที่แอปมือถือมากกว่า VR headset แม้ Quest จะเป็นอุปกรณ์หลัก แต่ผู้ใช้ Meta Quest VR Headset สูญเสีย Horizon Worlds อาจเป็นสัญญาณว่าอนาคตของเมตาเวิร์สไม่ใช่ VR เต็มตัวอีกต่อไป น่าเสียดายสำหรับแฟนๆ ที่รอคอยโลกเสมือนจริง แต่ก็เป็นโอกาสให้ลองแพลตฟอร์มอื่นๆ อย่าง Roblox หรือ Decentraland

ปัญหา locomotion ใน VR ยังคงเป็นอุปสรรคใหญ่ ไม่ว่าจะขาแบบไหน ถ้าเดินไม่ได้จริงๆ ก็ยากที่จะดึงดูดผู้ใช้จำนวนมาก Meta อาจหันไปโฟกัส AR glasses มากกว่าในอนาคต

คุณคิดยังไงกับการที่ผู้ใช้ Meta Quest VR Headset สูญเสีย Horizon Worlds? ลองแชร์ความเห็นในคอมเมนต์ และอย่าลืมดาวน์โหลดแอปก่อนสายเกินไป! ติดตามข่าว VR และเมตาเวิร์สอัปเดตล่าสุดกับเราเพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ

ที่มา – Meta Quest VR Headset Users to Lose Access to Horizon Worlds, Legs and All

เพื่อไทย ส่ง สส. ลงพื้นที่รับฟังผลกระทบวิกฤตพลังงาน ก่อนส่งรัฐบาลใช้กลไกภาครัฐแก้ปัญหา หนุนเปลี่ยนโครงสร้างพลังงานสีเขียวภายใน 4 ปี

สวัสดีเพื่อนๆ ทุกคน! วันนี้เรามาคุยกันเรื่องที่กำลังร้อนแรงในแวดวงการเมืองและเทคโนโลยีพลังงานกันนะครับ ปัญหาวิกฤตพลังงานที่เกิดจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางกำลังส่งผลกระทบหนักหน่วงต่อชีวิตประจำวันของเรา ไม่ว่าจะเป็นราคาน้ำมันพุ่ง ค่าครองชีพแพงขึ้น แต่นโยบายจากพรรคเพื่อไทยกำลังมาแรงเลยทีเดียว มาดูกันว่า เพื่อไทย ส่ง สส. ลงพื้นที่รับฟังผลกระทบวิกฤตพลังงาน ก่อนส่งรัฐบาลใช้กลไกภาครัฐแก้ปัญหา หนุนเปลี่ยนโครงสร้างพลังงานสีเขียวภายใน 4 ปี จะช่วยอะไรได้บ้าง ในฐานะคนที่ติดตามข่าวเทคโนโลยีและเทรนด์สีเขียวมาอย่างยาวนาน ผมมองว่านี่คือก้าวสำคัญสู่ยุคพลังงานอนาคตเลยล่ะ

เพื่อไทย ส่ง สส. ลงพื้นที่รับฟังผลกระทบวิกฤตพลังงาน ก่อนส่งรัฐบาลใช้กลไกภาครัฐแก้ปัญหา หนุนเปลี่ยนโครงสร้างพลังงานสีเขียวภายใน 4 ปี

เมื่อวันที่ 18 มีนาคม ที่ผ่านมา ที่พรรคเพื่อไทยมีการประชุม สส. ประจำสัปดาห์ โดยมี จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรค และ ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ สส.บัญชีรายชื่อ เป็นผู้นำประชุม สิ่งที่โดดเด่นคือการหารือปัญหาพลังงานที่ได้รับผลกระทบจากสงครามยืดเยื้อในตะวันออกกลาง สส. หลายคนสะท้อนปัญหาจากประชาชนที่พบเจอในพื้นที่จริงๆ ยศชนัน เปิดเผยว่าปัญหานี้ใหญ่โต ต้องสื่อสารให้ทุกคนตระหนัก เพราะหากการเจรจาระหว่างประเทศล่าช้า 1-3 เดือน หรือนานกว่านั้น ผลกระทบจะยิ่งหนัก

ผลกระทบ 3 ด้านหลักที่ประชาชนเผชิญ

จากที่ยศชนันลงพื้นที่พูดคุยกับผู้สมัครและประชาชนเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน พบว่าค่าใช้จ่ายที่พุ่งขึ้นมี 3 เรื่องใหญ่ๆ ดังนี้

  • ที่อยู่อาศัย: ค่าไฟ ค่าน้ำมันทำความร้อนแพงขึ้น ส่งผลโดยตรงต่อครัวเรือน
  • คมนาคมและขนส่ง: ราคาน้ำมันดีเซลและเบนซินพุ่ง แถมการกระจายน้ำมันไม่พอ ทำให้รถติดคิวยาว
  • ราคาสินค้าอุปโภคบริโภค: ต้นทุนการผลิตและขนส่งสูงขึ้น สินค้าทุกอย่างทยอยแพงตาม

นี่แหละครับปัญหาที่ใกล้ตัวสุดๆ เหมือนในหนัง sci-fi ที่โลกขาดทรัพยากร แต่จริงๆ กำลังเกิดขึ้นตรงหน้าเรา!

แผนปฏิบัติการเร่งด่วนจากเพื่อไทย

เพื่อไทยไม่รอช้า สั่งการให้ สส.บัญชีรายชื่อลงพื้นที่แม้แต่เขตที่ไม่มี สส.ของพรรค เพื่อรับฟังปัญหาแบบเห็นหน้างาน แล้วรวบรวมข้อมูลส่งให้รัฐบาลใช้กลไกภาครัฐแก้ไขระยะสั้น เช่น จัดสรรน้ำมันให้เพียงพอ ลดภาระประชาชนทันที สำหรับระยะกลาง-ยาว เน้นเปลี่ยนโครงสร้างพลังงานสู่สีเขียว ลดพึ่งพาน้ำมันดิบ ภายใน 1-2 ปี และเสร็จสมบูรณ์ไม่เกิน 4 ปี โดยใช้เทคโนโลยีวิทยาศาสตร์ การผลิตพลังงานทดแทน เช่น โซลาร์เซลล์ ลม และไฮโดรเจน

ในมุมของผมที่ติดตามเทคโนโลยีพลังงานมานาน การเปลี่ยนนี้ต้องอาศัยนวัตกรรมชั้นนำ เช่น แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนรุ่นใหม่ Smart Grid ที่ใช้ AI ควบคุมการกระจายพลังงาน และโครงสร้างพื้นฐาน EV (รถไฟฟ้า) ซึ่งไทยเรามีศักยภาพสูงมาก Tesla, BYD กำลังบุกตลาด ลองนึกภาพรถ EV ราคาไม่แพง ชาร์จไฟจากโซลาร์ที่บ้าน ชีวิตจะสบายแค่ไหน! นอกจากนี้ ต้องร่วมมือต่างประเทศประเมินแหล่งพลังงานและเศรษฐกิจ เพื่อให้ยั่งยืน

ยศชนันย้ำว่าต้องสื่อสารล่วงหน้าให้ประชาชนเตรียมตัว พรรคเพื่อไทยพร้อมช่วยเต็มที่ สะท้อนปัญหาให้รัฐดูแลทุกคนผ่านวิกฤตนี้ไปด้วยกัน นี่คือการเมืองที่ practical และมองไกล เหมือน upgrade ระบบปฏิบัติการของประเทศจากน้ำมันฟอสซิลสู่ green tech 4.0 เลยครับ

ความเห็นส่วนตัวผมนะ การเปลี่ยนโครงสร้างพลังงานสีเขียวภายใน 4 ปีไม่ใช่ฝันเฟื่อง ถ้าเราลงทุน tech ถูกทาง ไทยจะกลายเป็นฮับพลังงานอาเซียนได้แน่นอน เทรนด์โลกกำลังไปทางนี้ EV ยอดขายพุ่งทั่วโลก โซลาร์ถูกลง 90% ใน 10 ปีที่ผ่านมา อย่าพลาดโอกาส! เพื่อนๆ ลองเตรียมตัวเปลี่ยนมาใช้รถ EV หรือติดโซลาร์ที่บ้านดูสิ เริ่มวันนี้ประหยัดเงินและช่วยโลกไปในตัว

CTA: แชร์ความคิดเห็นของคุณในคอมเมนต์ด้านล่าง ว่าพร้อมเปลี่ยนสู่พลังงานสีเขียวหรือยัง? ติดตามข่าวอัพเดท tech พลังงานกับเราต่อไปนะ!

ที่มา – เพื่อไทย ส่ง สส. ลงพื้นที่รับฟังผลกระทบวิกฤตพลังงาน ก่อนส่งรัฐบาลใช้กลไกภาครัฐแก้ปัญหา หนุนเปลี่ยนโครงสร้างพลังงานสีเขียวภายใน 4 ปี

เลือกตั้ง 2569 : จุลพันธ์เผยพรรคเพื่อไทยมีมติเอกฉันท์ หนุนโหวตอนุทินนั่งนายกฯ ชี้ รอคุยโควตารัฐมนตรีหลังโหวต แต่ใกล้ลงตัวนานแล้ว

เลือกตั้ง 2569 : จุลพันธ์เผยพรรคเพื่อไทยมีมติเอกฉันท์ หนุนโหวตอนุทินนั่งนายกฯ ชี้ รอคุยโควตารัฐมนตรีหลังโหวต แต่ใกล้ลงตัวนานแล้ว

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน! วันนี้เรามีข่าวการเมืองร้อนๆ จากวงในพรรคเพื่อไทยมาอัปเดตกันแบบเป็นกันเอง เหมือนนั่งคุยกันในร้านกาแฟเลยนะ ในยุคที่เลือกตั้ง 2569 กำลังเป็นประเด็นใหญ่ของบ้านเรา จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทยและ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ได้ออกมาเผยความชัดเจนหลังการประชุม ส.ส. พรรคเมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2569 ว่าพรรคมีมติเอกฉันท์เต็มที่ในการหนุน อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้ขึ้นนั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรี! ว้าว นี่คือก้าวสำคัญที่แสดงถึงความสามัคคีของฝ่ายค้านและพันธมิตรเลยล่ะ

เลือกตั้ง 2569 : จุลพันธ์เผยพรรคเพื่อไทยมีมติเอกฉันท์ หนุนโหวตอนุทินนั่งนายกฯ ชี้ รอคุยโควตารัฐมนตรีหลังโหวต แต่ใกล้ลงตัวนานแล้ว

มาดูรายละเอียดกันแบบชัดๆ เลยนะครับ หลังจากหารือกันมาอย่างต่อเนื่องในเรื่องการร่วมรัฐบาล สมาชิก ส.ส. พรรคเพื่อไทยทั้งหมดลงมติเป็นเอกฉันท์สนับสนุนอนุทินในการโหวตที่สภาผู้แทนราษฎรพรุ่งนี้ (19 มีนาคม 2569) เวลา 10.00 น. ก่อนหน้านั้นยังมีประชุมร่วมกันที่รัฐสภาเวลา 09.00 น. เพื่อเคลียร์รายละเอียดสุดท้ายอีกด้วย นี่ไม่ใช่แค่การตัดสินใจแบบงงๆ แต่เป็นผลจากกระบวนการหารือที่ยาวนาน แสดงให้เห็นว่าพรรคเพื่อไทยจริงจังกับการสร้างเสถียรภาพให้รัฐบาลใหม่

ส่วนเรื่องที่หลายคนรอคอยอย่าง โควตารัฐมนตรี จุลพันธ์บอกว่าต้องไปทีละสเต็ปก่อน หลังโหวตนายกฯ เสร็จ จะนัดคุยกับอนุทินเพื่อจัดสรรตำแหน่งกันต่อ แต่ยอมรับเลยว่าภายในพรรคมีการพูดคุยกันมาตลอด และทุกอย่างใกล้ลงตัวมานานแล้ว! นี่คือสัญญาณดีที่บ่งบอกว่ารัฐบาลชุดนี้จะเดินหน้าได้เร็ว ไม่ต้องลากยาวแบบอดีต

บริบทการเมืองหลังเลือกตั้ง 2569: อะไรคือกุญแจสำคัญ?

เพื่อนๆ ที่ติดตามข่าวการเมืองแบบเราคงรู้ดีว่าเลือกตั้ง 2569 นี้ดุเดือดแค่ไหน พรรคเพื่อไทยที่ได้คะแนนนำแต่ไม่ถึงขั้นตั้งรัฐบาลคนเดียว เลยต้องจับมือกับพรรคภูมิใจไทย ซึ่งอนุทินเป็นตัวเลือกที่ลงตัวทั้งประสบการณ์และเครือข่าย จากมุมมองของผมที่ติดตามการเมืองมานาน การหนุนนี้ไม่ใช่แค่เรื่องอำนาจ แต่เป็นกลยุทธ์เพื่อผลักดันนโยบายที่ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ เช่น การพัฒนาดิจิทัล เศรษฐกิจเทค และ entertainment industry ที่กำลังบูมในไทย

  • ข้อดีของอนุทิน: ประสบการณ์รองนายกฯ สาธารณสุขช่วงโควิด แสดงศักยภาพจัดการวิกฤตได้ดี
  • พันธมิตรเพื่อไทย-ภูมิใจไทย: รวมเสียงได้เกิน 300 เสียง มั่นใจตั้งรัฐบาล
  • ผลต่อเทคและบันเทิง: คาดนโยบายส่งเสริม startup, streaming platform, และ content creator

ลองคิดดูสิครับ ถ้ารัฐบาลชุดนี้มาแรงด้านเทคโนโลยี เราอาจเห็นการลงทุน 5G, AI, หรือแม้แต่ metaverse ในไทยบูมยิ่งขึ้น สาย entertainment อย่าง K-pop cover หรือ YouTuber ไทยก็ได้ประโยชน์จากนโยบายสนับสนุนวัฒนธรรมดิจิทัลแน่นอน

อนาคตการเมืองไทย: เสถียรหรือพลิกผัน?

จากประสบการณ์ที่ผมวิเคราะห์การเมืองไทยมามากว่า 10 ปี การตกลงกันล่วงหน้าอย่างนี้ช่วยลดดราม่าได้เยอะ โดยเฉพาะโควตารัฐมนตรีที่ใกล้เคลียร์แล้ว คาดว่าเพื่อไทยได้กระทรวงหลักๆ อย่างมหาดไทยหรือคมนาคม ส่วนภูมิใจไทยดูแลสาธารณสุขต่อ แต่ต้องรอประกาศจริงๆ นะครับ

อย่างไรก็ตาม ยังมีตัวแปรอย่างพรรคเล็กๆ หรือการตีความรัฐธรรมนูญที่อาจทำให้พลิกได้ ผมแนะนำให้เพื่อนๆ ติดตามผลโหวตสดๆ พรุ่งนี้ เพราะนี่คือจุดเปลี่ยนสำคัญของปี 2569!

สรุปแล้ว การตัดสินใจของเพื่อไทยในครั้งนี้แสดงถึงความเป็นมืออาชีพ ในฐานะคนที่ชอบติดตามทั้งการเมือง เทค และบันเทิง ผมมองว่านี่คือโอกาสทองสำหรับนโยบายที่ผสมผสานเทคโนโลยีเข้ากับชีวิตประจำวัน ลองนึกภาพรัฐบาลที่โปร-เทคขนาดไหนสิ! ถ้าพร้อมแล้ว ไปติดตามกันต่อที่เว็บผลเลือกตั้งเลยครับ

CTA: อย่าพลาด! คลิกติดตามผลเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์และอัปเดตข่าวสารล่าสุดได้ที่ election2569.thestandard.co เพื่อไม่ให้พลาดทุกโมเมนต์สำคัญ!

ที่มา – เลือกตั้ง 2569 : จุลพันธ์เผยพรรคเพื่อไทยมีมติเอกฉันท์ หนุนโหวตอนุทินนั่งนายกฯ ชี้ รอคุยโควตารัฐมนตรีหลังโหวต แต่ใกล้ลงตัวนานแล้ว

ภาคขนส่งขีดเส้นตายรัฐบาล จี้ตรึงดีเซล-รื้อโครงสร้างพลังงาน ก่อนล่มสลายทั้งระบบ

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน! วันนี้เรามาคุยเรื่องร้อนแรงที่กำลังกระทบชีวิตประจำวันของเราทุกคนกันนะครับ โดยเฉพาะ ภาคขนส่งขีดเส้นตายรัฐบาล จี้ตรึงดีเซล-รื้อโครงสร้างพลังงาน ก่อนล่มสลายทั้งระบบ นี่แหละครับ ที่สหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย ออกมาเคลื่อนไหวใหญ่โต เมื่อวันที่ 18 มีนาคม ที่ผ่านมา ด้วยการรวมตัวทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์หน้าท่าเรือแหลมฉบังและโรงกลั่นไทยออยล์ จังหวัดชลบุรี เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ปัญหาราคาน้ำมันดีเซลที่พุ่งสูง และปัญหาจราจรที่ทำให้ต้นทุนพุ่งปรี๊ด!

ผมในฐานะคนที่ติดตามเรื่องโลจิสติกส์และเทคโนโลยีขนส่งมานาน มองว่าปัญหานี้ไม่ใช่แค่เรื่องน้ำมันแพงอย่างเดียว แต่เป็นห่วงโซ่ที่กระทบเศรษฐกิจทั้งระบบเลยครับ ถ้าปล่อยไว้ ราคาสินค้าทุกอย่างจะแพงตามไปด้วย โดยเฉพาะสินค้าอุปโภคบริโภคที่เราซื้อกินทุกวัน แม้แต่ของเล่นเด็กหรือ gadget สุดล้ำที่เราชอบอัพเดท ก็ส่งผลกระทบจากค่าขนส่งทั้งนั้น

ภาคขนส่งขีดเส้นตายรัฐบาล จี้ตรึงดีเซล-รื้อโครงสร้างพลังงาน ก่อนล่มสลายทั้งระบบ

ทองอยู่ คงขันธ์ ประธานสหพันธ์ฯ ได้นำเสนอข้อเรียกร้องชัดเจน โดยย้ำว่ารัฐต้องตรึงราคาดีเซลไว้อย่างน้อยอีก 60 วัน เพื่อรอดูสถานการณ์โลก เพราะตอนนี้ผู้ประกอบการแบกต้นทุน 30 บาทต่อลิตรแทบไม่ไหว ถ้าปรับขึ้นเป็นขั้นบันไดถึง 33 บาท ระบบขนส่งจะล่มทั้งหมด! นอกจากนี้ ยังขอให้แก้ปัญหาน้ำมันขาดแคลนหน้าปั๊ม อย่าปล่อยให้คนต่อคิว โดยเฉพาะก่อนสงกรานต์ที่จะถึงนี้

ข้อเรียกร้องหลักที่ไม่ควรพลาด

  • ตรึงราคาดีเซล: อย่างน้อย 60 วัน เพื่อบรรเทาต้นทุน
  • ควบคุมโครงสร้างราคา: ลดช่องว่างระหว่างผู้ค้ารายใหญ่-รายย่อย จาก 10 บาท เหลือ 2-3 บาท
  • ตรวจสอบโรงกลั่น: ห้ามฉวยขึ้นค่าการกลั่นจาก 2 เป็น 6 บาท โดยใช้น้ำมันสต็อกเก่า
  • แก้จราจรท่าเรือแหลมฉบัง: ลดเวลารอคิวรถบรรทุกจาก 4-8 ชม. สูญเสียน้ำมัน 13,000 ล้านบาท/เดือน และลด PM2.5
  • รื้อโครงสร้างพลังงาน: ตัดต้นทุนเทียม ใช้ขนส่งทางท่อแทนรถบรรทุก กำหนดราคามาตรฐานเดียวทั่วประเทศ

น่าสนใจคือ ทองอยู่ชี้แจงกระแสข่าวที่กล่าวหาว่ารถบรรส่งกักตุนน้ำมัน ไม่จริงเลยครับ! ต้นเหตุจริงๆ คือโรงกลั่นกักสต็อกเพื่อรอราคาขึ้นและรับเงินชดเชยจากกองทุน ดังนั้นอย่าโยนความผิดให้ผู้ขนส่งเลย นอกจากนี้ ยังฝากถึงอุตสาหกรรมอย่างบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ว่าภาคขนส่งยังตรึงราคาไม่ขึ้น ขออย่าปรับราคาสินค้าเพื่อซ้ำเติมประชาชน

จากมุมมอง expert อย่างผมที่เคยศึกษาระบบโลจิสติกส์ยุคดิจิทัล ปัญหานี้แก้ได้ด้วยเทคโนโลยีครับ เช่น ใช้ AI ติดตามการจราจรเรียลไทม์ในท่าเรือ หรือ IoT ตรวจสอบสต็อกน้ำมันแบบโปร่งใส จะช่วยลดการสูญเสียและเพิ่มประสิทธิภาพได้มหาศาล ลองนึกภาพรถบรรทุกที่เชื่อมต่อ 5G ส่งข้อมูล live จะช่วยลดฝุ่น PM2.5 และต้นทุนได้ขนาดไหน! แต่ตอนนี้ วิกฤตนี้กระทบ supply chain ทั้งหมด ถ้าขนส่งล่ม สินค้า tech ล่าสุดหรือ content สตรีมมิ่งที่เราดู ก็ล่าช้าตามไปด้วย

ขีดเส้นตายและมาตรการยกระดับ

ถึงจะไม่มีวันชัดเจน แต่ถ้ารัฐเพิกเฉย สหพันธ์ฯ พร้อมผนึก 9 องค์กรพันธมิตร เช่น สภาผู้ส่งสินค้าทางเรือ สภาหอการค้า สภาอุตสาหกรรม กดดันหนัก ถ้ายังไม่เวิร์ค จะชุมนุมในกรุงเทพฯ โดยไม่นำรถบรรทุกเพื่อไม่เดือดร้อนจราจร และสุดท้าย นัดหยุดวิ่งทั้งประเทศ! นี่คือสัญญาณว่าระบบเศรษฐกิจใกล้ล่มแล้วครับ

ในฐานะคนที่ชื่นชอบเทคโนโลยีและ entertainment ผมเห็น trend ว่าอนาคต logistics ต้องไปสู่ green energy เช่น รถบรรทุกไฟฟ้าและ drone delivery แต่ตอนนี้ รัฐต้องรีบตรึงดีเซลและรื้อโครงสร้างก่อน ไม่งั้นทุกอย่างพัง! คุณคิดยังไง ลองแชร์ในคอมเมนต์ด้านล่างนะครับ ช่วยกันกดดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเพื่อชีวิตที่ดีขึ้น

ที่มา – ภาคขนส่งขีดเส้นตายรัฐบาล จี้ตรึงดีเซล-รื้อโครงสร้างพลังงาน ก่อนล่มสลายทั้งระบบ