ตร.น้ำขยายผลเครือข่ายค้าอาวุธข้ามชาติ ยึดกระสุนสงคราม 30,000 นัด ซุกสปีดโบตกลางทะเลตราด

ตร.น้ำขยายผลเครือข่ายค้าอาวุธข้ามชาติ ยึดกระสุนสงคราม 30,000 นัด ซุกสปีดโบตกลางทะเลตราด กลายเป็นคดีสำคัญที่สะท้อนความเข้มข้นของการปราบปรามขบวนการลักลอบขนเครื่องกระสุนข้ามพรมแดน โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจน้ำร่วมกับกองทัพเรือเข้าตรวจค้นเรือสปีดโบตต้องสงสัยบริเวณน่านน้ำใกล้เกาะกูด จังหวัดตราด และพบกระสุนอาวุธสงครามจำนวนมากซุกซ่อนอยู่ภายในเรือ

ปฏิบัติการครั้งนี้เกิดขึ้นหลังเจ้าหน้าที่ได้รับเบาะแสเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวของกลุ่มบุคคลที่อาจเกี่ยวข้องกับการขนส่งสิ่งของผิดกฎหมายกลางทะเล ระหว่างวันที่ 31 ตุลาคมถึง 1 พฤศจิกายน 2569 เจ้าหน้าที่จึงจัดกำลังเฝ้าสังเกตการณ์บริเวณเส้นทางทางน้ำ กระทั่งพบเรือสปีดโบตสีขาวแล่นออกจากแม่น้ำเวฬุ มุ่งหน้าไปทางเกาะกูด ก่อนเดินทางกลับเข้ามาในช่วงเช้ามืดของวันที่ 1 พฤศจิกายน เวลาประมาณ 05.40 น.

ตร.น้ำขยายผลเครือข่ายค้าอาวุธข้ามชาติ ยึดกระสุนสงคราม 30,000 นัด ซุกสปีดโบตกลางทะเลตราด

เมื่อเจ้าหน้าที่แสดงตัวและเข้าตรวจค้นเรือ พบผู้ที่อยู่บนเรือทั้งหมด 5 คน แบ่งเป็นชาวไทย 4 คน และชาวกัมพูชา 1 คน ภายในห้องหัวเรือพบกระสอบที่พันด้วยกระดาษกาว ภายในบรรจุเครื่องกระสุนจำนวนมาก เมื่อนับรวมแล้วพบกระสุนอาวุธสงครามมากกว่า 30,000 นัด จึงตรวจยึดไว้เป็นของกลางเพื่อดำเนินการตรวจสอบและขยายผลทางคดี

ข้อมูลเบื้องต้นจากการสอบสวนระบุว่า ผู้ควบคุมเรือชาวไทยได้รับการว่าจ้างผ่านแอปพลิเคชัน LINE จากบุคคลที่ใช้ชื่อว่า “ดนัย” ให้ขับเรือไปรับชาวกัมพูชาและสิ่งของบางอย่างจากเรือไม้ ซึ่งเดินทางมาจากฝั่งกัมพูชา โดยมีการนัดหมายกันกลางทะเล ผู้ควบคุมเรืออ้างว่าไม่ทราบว่าสิ่งของที่รับมานั้นเป็นเครื่องกระสุนหรือเกี่ยวข้องกับอาวุธสงคราม

หลังจากรับของแล้ว เรือมีแผนจะนำสิ่งของไปจอดบริเวณท่าเรือธรรมชาติริมแม่น้ำเวฬุ อำเภอเขาสมิง จังหวัดตราด แต่ถูกเจ้าหน้าที่สกัดไว้ได้ก่อน เหตุการณ์นี้จึงถือเป็นอีกหนึ่งหลักฐานสำคัญที่ช่วยให้ตำรวจมองเห็นเส้นทางการขนส่งและบุคคลที่อาจทำหน้าที่แตกต่างกันภายในเครือข่าย

คดีนี้เชื่อมโยงกับการจับกุมครั้งก่อน

การจับกุมครั้งล่าสุดไม่ได้เป็นคดีที่เกิดขึ้นโดยลำพัง แต่เป็นการขยายผลจากคดีลักลอบขนเครื่องกระสุนอาวุธสงครามเมื่อวันที่ 21 สิงหาคมที่ผ่านมา ในคดีดังกล่าว เจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดกระสุนได้มากกว่า 20,000 นัด การพบของกลางเพิ่มเติมในครั้งนี้จึงทำให้แนวทางการสืบสวนมีความชัดเจนมากขึ้น และอาจนำไปสู่การเปิดเผยโครงสร้างของขบวนการที่ดำเนินงานต่อเนื่อง

เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า กระสุนในลอตล่าสุดอยู่ในสภาพใหม่ และมีข้อมูลระบุว่าผลิตจากประเทศจีน แนวทางการสืบสวนเชื่อว่าเครื่องกระสุนอาจถูกลำเลียงต่อไปยังประเทศเพื่อนบ้านทางฝั่งตะวันตก อย่างไรก็ตาม รายละเอียดเกี่ยวกับปลายทาง ผู้รับของ และผู้สนับสนุนรายอื่นยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบตามขั้นตอนกฎหมาย

ประเด็นที่น่าจับตาคือการใช้เรือสปีดโบตและการติดต่อผ่านแอปพลิเคชันสื่อสารทั่วไป ซึ่งสะท้อนว่าขบวนการลักลอบอาจแบ่งหน้าที่กันอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่ผู้จัดหาสิ่งของ ผู้ว่าจ้างคนขับเรือ ผู้ประสานงาน ไปจนถึงผู้รับของปลายทาง การทำงานของเจ้าหน้าที่จึงจำเป็นต้องอาศัยทั้งการข่าว การเฝ้าระวังเส้นทางน้ำ และการตรวจสอบข้อมูลการสื่อสารประกอบกัน

เจ้าหน้าที่เร่งติดตามผู้จ้างวาน

พลตำรวจโท พรศักดิ์ เลารุจิราลัย ผู้บังคับการตำรวจน้ำ และพันตำรวจเอก นิรัตน์ ช่วยจิตต์ รองผู้บังคับการตำรวจน้ำ เปิดเผยว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างเร่งขยายผลเพื่อค้นหาความเชื่อมโยงของผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด โดยเฉพาะกลุ่มผู้จ้างวานชาวไทยที่อาจมีบทบาทสำคัญในการจัดการขนส่งและประสานงานกับบุคคลจากต่างประเทศ

การดำเนินคดีจะต้องพิจารณาพยานหลักฐานของแต่ละบุคคลอย่างรอบคอบ ทั้งเส้นทางการเดินเรือ การติดต่อสื่อสาร การรับจ้างขนส่ง และความรู้เห็นเกี่ยวกับสิ่งของที่อยู่บนเรือ เพื่อให้การแจ้งข้อหาเป็นไปตามข้อเท็จจริง ผู้ที่ให้ข้อมูลหรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับเครือข่ายอาจเป็นกุญแจสำคัญในการนำไปสู่ผู้สั่งการระดับบน

  • เจ้าหน้าที่ตรวจยึดกระสุนอาวุธสงครามมากกว่า 30,000 นัด
  • ของกลางถูกซุกซ่อนในห้องหัวเรือสปีดโบต
  • พบผู้โดยสารและลูกเรือรวม 5 คน เป็นชาวไทย 4 คน และชาวกัมพูชา 1 คน
  • คดีนี้ขยายผลจากการจับกุมเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม ซึ่งยึดกระสุนได้กว่า 20,000 นัด
  • ตำรวจอยู่ระหว่างติดตามผู้จ้างวานและเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง

สำหรับประชาชนทั่วไป คดีนี้แสดงให้เห็นว่าการลักลอบขนเครื่องกระสุนไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะพื้นที่ชายแดนทางบก แต่ยังอาจใช้เส้นทางทะเลและเรือขนาดเล็กเพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบ ดังนั้น การแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยงาน รวมถึงการแจ้งเบาะแสจากคนในพื้นที่ จึงมีความสำคัญอย่างมากต่อการป้องกันอาชญากรรมข้ามชาติ

ในภาพรวม ข่าว ตร.น้ำขยายผลเครือข่ายค้าอาวุธข้ามชาติ ยึดกระสุนสงคราม 30,000 นัด ซุกสปีดโบตกลางทะเลตราด เป็นสัญญาณว่าหน่วยงานความมั่นคงกำลังเพิ่มความเข้มงวดกับเส้นทางลำเลียงทางน้ำ และใช้การขยายผลเพื่อจัดการเครือข่ายมากกว่าการจับกุมผู้ขนส่งเพียงระดับปฏิบัติการ สิ่งที่ต้องติดตามต่อไปคือเจ้าหน้าที่จะสามารถเชื่อมโยงผู้จ้างวาน ผู้รับของ และแหล่งที่มาของกระสุนได้มากน้อยเพียงใด

ประชาชนควรติดตามข้อมูลจากหน่วยงานทางการ และหลีกเลี่ยงการเผยแพร่ข้อมูลที่ยังไม่ได้รับการยืนยัน เพราะคดีลักษณะนี้เกี่ยวข้องกับความมั่นคงและความปลอดภัยของสังคม การร่วมกันแจ้งเบาะแสอย่างรับผิดชอบจะช่วยให้เจ้าหน้าที่ทำงานได้รวดเร็วและตรงจุดมากขึ้น

ที่มา – ตร.น้ำขยายผลเครือข่ายค้าอาวุธข้ามชาติ ยึดกระสุนสงคราม 30,000 นัด ซุกสปีดโบตกลางทะเลตราด

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *