ผู้เขียน: lalika69_admin

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ แจงประเด็น คำขวัญวันเด็ก 2569 เน้นเด็กมีความฝันที่เลือกเอง

เมื่อวันที่ 7 มกราคม ที่ผ่านมา ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ได้ออกมาชี้แจงถึงกระแสความคิดเห็นบนโลกออนไลน์เกี่ยวกับ คำขวัญวันเด็ก ประจำปี 2569 ของกรุงเทพมหานคร ที่ตั้งใจสื่อสารกับเด็กและเยาวชนด้วยข้อความที่ว่า:

“ถึงหัวจะดื้อความรู้ ถึงหูจะบ้วนคำขวัญ แต่ใจอย่าทิ้งความฝัน สร้างสรรค์ชีวิตในแบบของเรา”

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ กล่าวว่า แม้ตัวเองอาจจะไม่ได้เชี่ยวชาญด้านการประพันธ์หรือสถานการณ์การใช้ถ้อยคำที่เป็นศิลป์อย่างมากนัก แต่สิ่งสำคัญคือ “เนื้อหา” และ “หัวใจหลัก” ที่ต้องการสื่อผ่านคำขวัญวันเด็ก ปีนี้ เพราะกล่าวโดยง่ายคือ ต้องการให้เด็กๆ มีความสุขกับเส้นทางของตนเอง กล้าฝัน กล้าเลือก และกล้าทำในสิ่งที่ชอบ โดยไม่ยึดติดกับมุมมองจากผู้อื่น

คำขวัญวันเด็ก 2569 สื่อถึงความตั้งใจสร้างแรงบันดาลใจ

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ย้ำว่า ความฝันอาจเปลี่ยนแปลงได้เมื่อเติบโต แต่จุดสำคัญอยู่ที่การ “ไม่ละทิ้งความฝัน” ของตนเอง เพราะมันคือแรงผลักดันให้เด็กๆ สร้างชีวิตอย่างมีความหมาย และเป็นตัวของตัวเองอย่างแท้จริง

นอกเหนือจากการสื่อสารผ่านคำขวัญ ปีนี้ สำนักงาน กทม. ก็เตรียมจัดงานวันเด็กอย่างคึกคักเช่นเคย โดยมีจุดจัดกิจกรรมสร้างสรรค์กระจายอยู่หลายพื้นที่สำคัญของเมือง ทั้งสำหรับเด็ก เยาวชน และครอบครัว ให้สามารถเข้าถึงได้ง่ายและมีความสุขร่วมกัน สถานที่หลักที่เตรียมพร้อม ได้แก่:

  • ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร (ไทย-ญี่ปุ่น) ดินแดง
  • พิพิธภัณฑ์เด็กกรุงเทพมหานคร ทั้ง 2 แห่ง คือ จตุจักร และทุ่งครุ
  • ห้องสมุดเพื่อการเรียนรู้กรุงเทพมหานคร ที่หลายพื้นที่ของกรุงเทพฯ

พลาดกิจกรรมเก้าอี้ผู้ว่าฯ ปีนี้เพราะปรับปรุงพื้นที่

ถึงกระนั้น ปีนี้มีข่าวที่หลายคนอาจเสียดาย คือ กิจกรรมยอดฮิตอย่าง “นั่งเก้าอี้ผู้ว่าฯ” จะถูกระงับชั่วคราว เนื่องจากห้องทำงานของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครอยู่ระหว่างการปรับปรุงและซ่อมแซมพื้นที่ อย่างไรก็ตาม สำนักงาน กทม. ยืนยันว่ากิจกรรมอื่นๆ ในงานวันเด็กจะยังคงเต็มของทั้งด้านความสนุก ความรู้ และประสบการณ์ที่ลูกเล็กลูกโตสามารถเข้าถึงได้อย่างใกล้ชิด

ไม่ว่าจะเป็นเด็ก วัยรุ่น หรือแม้กระทั่งผู้ปกครอง การได้เข้าร่วมกิจกรรมวันเด็กก็ถือเป็นโอกาสในการพัฒนาทักษะผ่านการเล่น การเรียนรู้ และการสร้างประสบการณ์ร่วมกัน ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่มีผลกระทบต่อพัฒนาการของเด็กในระยะยาว

หากคุณเป็นผู้ปกครองหรือเพื่อนของเด็กๆ ลอง安排กิจกรรมในช่วงวันเด็กในกรุงเทพฯ โดยเปิดใจสนุกไปกับกิจกรรมด้านบน แล้วคุณจะเห็นรอยยิ้มและความสุขแบบแท้จริงของพวกเขา

กทม. เสนอ ‘ชะลอ’ ใช้ข้อบัญญัติควบคุมการเลี้ยงสุนัขและแมว 1 ปี เพื่อขยายหน่วยบริการเชิงรุก แก้ไขเงื่อนไขที่เป็นอุปสรรค

เมื่อเร็ว ๆ นี้ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้เปิดเผยว่า กทม. เสนอชะลอการใช้บังคับ ข้อบัญญัติควบคุมการเลี้ยงสุนัขและแมว ซึ่งเคยกำหนดไว้ว่าจะเริ่มใช้ในวันที่ 10 มกราคม 2569 ออกไปอีก 1 ปี เพื่อให้หน่วยงานท้องถิ่นมีเวลาปรับแผนการ ขยายการบริการที่เข้าถึงประชาชนได้มากขึ้น และสร้างความพร้อมให้กับประชาชนในการตอบสนองให้ได้ตรงตามความต้องการ

4 อุปสรรคสำคัญที่ กทม. ต้องเร่งแก้ไขก่อนเปิดใช้ “ข้อบัญญัติควบคุมการเลี้ยงสุนัขและแมว”

ทั้งนี้ จากการประเมินผลเบื้องต้นของ กทม. พบว่ามีปัญหาอุปสรรคที่ต้องแก้ไขอย่างเร่งด่วน ก่อนที่ “ข้อบัญญัติควบคุมการเลี้ยงสุนัขและแมว” จะสามารถนำมาใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และไม่กลายเป็นภาระต่อประชาชน ปัญหาหลักที่เกิดขึ้น ได้แก่:

  • ปริมาณสัตว์เลี้ยงมากกว่าที่คาดการณ์ไว้: คาดกันว่ามีสัตว์เลี้ยงหลายแสนตัวในกรุงเทพ ทำให้ทรัพยากรและการบริการปัจจุบันยังไม่เพียงพอ
  • ข้อจำกัดด้านสถานที่ให้บริการ: การให้บริการส่วนใหญ่จำกัดอยู่ในศูนย์หลักเพียงไม่กี่แห่ง ทำให้ประชาชนจำนวนมากเข้าถึงได้ยาก
  • ความเข้าใจของประชาชนยังต้องเสริม: มีความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของการฝังไมโครชิป และความกลัวบทลงโทษทางกฎหมาย
  • ข้อกำหนดด้านเอกสารซับซ้อน: เช่น ต้องขอหนังสือยินยอมจากเจ้าของที่พัก ปัญหานี้เป็นอุปสรรคใหญ่ที่ทำให้ผู้เช่าไม่สามารถลงทะเบียนสัตว์เลี้ยงได้ตามกฎหมาย

แผนงานถัดไปของกรุงเทพมหานคร

เพื่อแก้ไขปัญหาเหล่านี้ กทม. วางแผนที่จะเพิ่ม “หน่วยบริการเคลื่อนที่เชิงรุก” หรือ Mobile Unit ลงพื้นที่ชุมชนต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้บริการใกล้บ้านมากขึ้น และช่วยลดความยุ่งยากในการเดินทางของประชาชน นอกจากนี้ยังเตรียมปรับปรุงระบบฐานข้อมูล และพิจารณาแก้ไขข้อกำหนดเกี่ยวกับเอกสารยินยอมเพื่อให้สะดวกและเข้าใจง่ายมากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ยังเน้นย้ำว่า การจัดทำกฎหมายข้อบังคับนี้ มีจุดประสงค์หลักไม่ใช่เพื่อลงโทษแต่อย่างใด แต่เป็นการส่งเสริมให้เกิดความรับผิดชอบร่วมกันของผู้เลี้ยง ตลอดจนยกระดับสวัสดิการของสัตว์เลี้ยงและคุณภาพชีวิตของผู้คนในเมืองอย่างยั่งยืน

การขยายเวลาออกไป 1 ปี จึงถือเป็นการเตรียมความพร้อมระยะสั้นก่อนเปิดใช้งาน “ข้อบัญญัติควบคุมการเลี้ยงสุนัขและแมว” อย่างแท้จริง และช่วยให้กรุงเทพฯ เพราะการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่นี้สามารถดำเนินต่อไปในทิศทางที่ถูกต้องและครอบคลุมทุกฝ่าย

หากคุณเป็นเจ้าของสุนัขหรือแมว อย่าปล่อยให้ความล่าช้ากลับเป็นต้นเหตุของความเสี่ยงในอนาคต ให้เริ่มจากเตรียมตัวให้พร้อม ติดตามข่าวสารอัพเดต และเข้ารับบริการฝังไมโครชิพตามแนวทางที่ กทม. เตรียมไว้ ซึ่งจะช่วยลดความยุ่งยากในช่วงที่กฎหมายเข้ามามีผลใช้บังคับ

ที่มา – กทม. เสนอ ‘ชะลอ’ ใช้ข้อบัญญัติควบคุมการเลี้ยงสุนัขและแมว 1 ปี เพื่อขยายหน่วยบริการเชิงรุก แก้ไขเงื่อนไขที่เป็นอุปสรรค

โฆษก ตร. แถลงภาพรวมปฏิบัติการดูแลประชาชนช่วงปีใหม่ 2569 เผยมาตรการเชิงรุกส่งผลสถิติอุบัติเหตุลดลง

เมื่อเร็ว ๆ นี้ พล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ออกมาแถลงถึง โฆษก ตร. แถลงภาพรวมปฏิบัติการดูแลประชาชนช่วงปีใหม่ 2569 เผยมาตรการเชิงรุกส่งผลสถิติอุบัติเหตุลดลง ซึ่งเป็นผลจากการดำเนินการอย่างเข้มแข็งและการวางกลยุทธ์ที่ลงตัวจากนโยบายของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ โดยเน้นการยกระดับมาตรการสำคัญ 3 ด้าน ได้แก่ การรักษาความสงบเรียบร้อย การอำนวยความสะดวกจราจร และการบริหารจัดการพื้นที่อย่างรอบด้าน

โฆษก ตร. แถลงภาพรวมปฏิบัติการดูแลประชาชนช่วงปีใหม่ 2569 เผยมาตรการเชิงรุกส่งผลสถิติอุบัติเหตุลดลง

ในช่วงเทศกาลปีใหม่ที่ผ่านมา ตำรวจได้วางระบบป้องกันและเฝ้าระวังในรูปแบบเครือข่ายใยแมงมุม ครอบคลุมทั่วประเทศ ทั้งในพื้นที่เป้าหมายและสถานที่จัดงานสำคัญ ซึ่งทำให้มีความพร้อมในการรักษาความสงบเรียบร้อยสูงสุด ช่วยให้ประชาชนได้ใช้ชีวิตในบรรยากาศปีใหม่อย่างปลอดภัย

โครงกาฝากบ้านกับตำรวจ – ปลอดภัยสูงสุด

นอกจากนี้ ยังมีโครงการ “โครงกาฝากบ้านกับตำรวจ” ระหว่างวันที่ 22 ธันวาคม 2568 ถึง 5 มกราคม 2569 ที่มีประชาชนให้ความสนใจเข้าร่วมสูงถึง 9,071 หลัง เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ร่วมมือตรวจสอบความปลอดภัยอย่างรอบคอบ และทยอยคืนบ้านให้กับเจ้าของอย่างปลอดภัย 100% อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มความเชื่อมั่นและความใกล้ชิดของประชาชนกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างชัดเจน

สรุปสถิติอุบัติเหตุทางถนน

เมื่อดูจากสถิติในช่วงเวลาควบคุมเข้มข้น ระหว่างวันที่ 30 ธันวาคม 2568 ถึง 5 มกราคม 2569 พบว่ามีอุบัติเหตุสะสมทั้งสิ้น 1,511 ครั้ง ซึ่งเป็นตัวเลขที่ลดลงอย่างชัดเจนเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว โดยมีผู้บาดเจ็บ 1,464 คน และเสียชีวิต 272 ราย การบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด ผ่านการตั้งจุดตรวจและกวดขันวินัยจราจรกว่า 17,550 ครั้งทั่วประเทศ ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้สถานการณ์การจราจรปลอดภัยขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

อีกหนึ่งประเด็นที่น่าสังเกตคือ การดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดในข้อหาหลักสูงถึง 491,436 ราย โดยเฉพาะกรณี “เมาแล้วขับ” ที่พบผู้กระทำผิดมากถึง 18,098 ราย และมีผู้กระทำผิดซ้ำ 139 ราย ซึ่งทางตำรวจได้ดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดและไม่ลักไก่

คำขอบคุณจนถึงประชาชน

พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ยังได้แสดงความชื่นชมและขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายที่ทำงานอย่างเต็มกำลังตลอดช่วงเทศกาล และขอขอบคุณภาคประชาชนที่ให้ความร่วมมือปฏิบัติตามกติกาจราจร ซึ่งถือเป็นพลังสำคัญที่ทำให้การปฏิบัติการดูแลประชาชนเป็นไปอย่างราบรื่นและลดอุบัติเหตุได้อย่างแท้จริง

การรายงานข่าวครั้งนี้บ่งบอกถึงการริเริ่มเชิงรุกของหน่วยงานตำรวจที่ต้องการสื่อสารให้ประชาชนเข้าใจ อย่างทรงประสิทธิภาพในการดูแลความปลอดภัย เราในฐานะผู้ใช้ถนนควรสานต่อความรับผิดชอบนี้ด้วยการรักษาวินัยบนท้องถนน เพื่อปีใหม่ที่ปลอดภัยยิ่งขึ้นในทุกสัมผัส

ที่มา – โฆษก ตร. แถลงภาพรวมปฏิบัติการดูแลประชาชนช่วงปีใหม่ 2569 เผยมาตรการเชิงรุกส่งผลสถิติอุบัติเหตุลดลง

กองทัพภาคที่ 2 เรียกร้องกัมพูชาสอบสวนเหตุยิงเข้าพื้นที่ ‘ช่องบก’ เตือนอย่าให้เกิดซ้ำ ย้ำไทยยึดข้อตกลง-อดกลั้นสูงสุด

เมื่อวันที่ 6 มกราคมที่ผ่านมา กองทัพภาคที่ 2 ได้ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา โดยเฉพาะในบริเวณ ช่องบก อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งมีการรายงานว่ามีการยิงเข้ามาในดินแดนไทย ทำให้เกิดความตึงเครียดระหว่างสองประเทศ

กองทัพภาคที่ 2 เรียกร้องกัมพูชาสอบสวนเหตุยิงเข้าพื้นที่ ‘ช่องบก’ เตือนอย่าให้เกิดซ้ำ

กองทัพภาคที่ 2 ยืนยันว่าขณะนี้สถานการณ์ในพื้นที่ถูกควบคุมอย่างต่อเนื่อง และกำลังพลได้ปฏิบัติตามแผนการที่กำหนดไว้อย่างเข้มงวด เพื่อรักษาความสงบสุขของประชาชนและป้องกันไม่ให้สถานการณ์บานปลาย การรักษาความมั่นคงในครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความพร้อมของกองทัพทั้งในด้านการเฝ้าระวังและการป้องกันพื้นที่

อย่างไรก็ตาม กองทัพภาคที่ 2 ได้แสดงความคาดหวังอย่างชัดเจนต่อฝ่ายกัมพูชาว่าควรดำเนินการสอบสวนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเหตุการณ์อย่างเป็นรูปธรรม และต้องมีการประกาศมาตรการป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะเดียวกันซ้ำอีก

ย้ำไทยยึดข้อตกลง-อดกลั้นสูงสุด

กองทัพภาคที่ 2 ขอยืนยันอีกครั้งว่า ทุกการปฏิบัติการถือปฏิบัติตามกฎหมายระหว่างประเทศ และข้อตกลงที่ไทยได้ลงนามไว้กับกัมพูชามาอย่างเคร่งครัด ไทยยึดมั่นในแนวคิดการใช้ความอดกลั้น ความรับผิดชอบ และการแก้ไขปัญหาแบบสันติวิธี

  • เรียกร้องการสอบสวนอย่างโปร่งใส
  • ย้ำความพร้อมในการรักษาความมั่นคง
  • เน้นความร่วมมือผ่านช่องทางทวิภาคี
  • รักษาความสงบในระยะยาว

การเคารพข้อตกลงร่วมกันระหว่างประเทศเป็นสิ่งสำคัญในการรักษาความสัมพันธ์ที่ดีโดยปรองดอง โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงเช่นชายแดนไทย-กัมพูชา การดำเนินการด้วยความรอบคอบสามารถช่วยลดปัญหา และสร้างความเชื่อมั่นระหว่างทั้งสองฝ่ายได้

ในท้ายที่สุด สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการรักษาความสันติภาพและความปลอดภัยของประชาชนบนพื้นที่ ซึ่งจำเป็นต้องมีความร่วมมืออย่างจริงใจจากทั้งสองฝ่ายในการเผชิญกับปัญหา หันหน้าเข้าหากัน และทำงานร่วมกันอย่างจริงจังเพื่อป้องกันไม่ให้เหตุซ้ำแล้วซ้ำอีก

หากคุณกำลังติดตามสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นี่คือประเด็นที่ควรจับตา เพราะมีผลต่อความมั่นคงและเสถียรภาพของประเทศไทยอย่างมาก ติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด และอย่าลืมตั้งคำถามอยู่เสมอว่า การรักษาสันติภาพภายใต้กรอบสากลนั้นเป็นไปได้เพียงใดในโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในปัจจุบัน

ที่มา – กองทัพภาคที่ 2 เรียกร้องกัมพูชาสอบสวนเหตุยิงเข้าพื้นที่ ‘ช่องบก’ เตือนอย่าให้เกิดซ้ำ ย้ำไทยยึดข้อตกลง-อดกลั้นสูงสุด

Lenovo ThinkBook หมุนได้: สุดล้ำ!

เราเคยเห็น แล็ปท็อปที่พับได้ และ แล็ปท็อปที่ม้วนได้ แต่ถ้าเป็นแล็ปท็อปที่หมุนได้ล่ะ Lenovo เปิดตัวดีไซน์โน้ตบุ๊กสุดแปลกใหม่ที่กำลังจะกลายเป็นผลิตภัณฑ์จริงที่คุณสามารถซื้อได้ นั่นคือ ThinkBook รุ่นใหม่ที่มีหน้าจอแบบบานพับ ในเวอร์ชันที่เหมือนฝันร้ายของโปรแกรมเมอร์ หน้าจอของแล็ปท็อปสามารถตามคุณไปได้ไม่ว่าคุณจะพยายามหลบหนีไปรอบๆ โต๊ะทำงานมากแค่ไหน

ThinkBook Plus Gen 7 Auto Twist ที่มีการเปิดตัวให้กับ Gizmodo สำหรับ งาน CES 2026 ราคา 1,650 ดอลลาร์สหรัฐฯ ใช้บานพับที่สามารถหมุนตามแกนแนวนอนและแนวตั้งได้ นอกจากระบบติดตามใบหน้าด้วยเว็บแคมแล้ว แล็ปท็อปยังสามารถติดตามการเคลื่อนไหวของคุณได้เมื่อคุณเดินไปรอบๆ ระหว่างการประชุม หรือเอนหลังบนเก้าอี้ ดู Netflix และไม่สนใจการแจ้งเตือนทั้งหมดที่คุณได้รับบน Slack Auto Twist จะพร้อมใช้งานในเดือนมิถุนายนปีนี้

เมื่อได้สัมผัสตัวจริง กลไกการหมุนนั้นแทบจะไม่มีเสียงและดูน่าขนลุกเล็กน้อย ด้วยความสามารถในการติดตามร่างกายของคุณได้ดีในขณะที่คุณพยายามหลีกเลี่ยงออกจากเฟรม ปัญหาเดียวในการสาธิตของฉันคือการวางคนสองคนไว้ในเฟรมพร้อมกัน Auto Twist เริ่มสับสนและจะติดตามคนใดคนหนึ่ง แม้ว่าพวกเขาจะอยู่ใกล้กับแล็ปท็อปมากแค่ไหนก็ตาม มันเป็นปัญหาเดียวกับที่ Lenovo’s Smart Motion Concept ที่วางแล็ปท็อป ถึงแม้ว่า ThinkBook จะเคลื่อนที่ได้คล่องตัวกว่าอุปกรณ์ขนาดใหญ่นั้นมาก

แม้ว่าจะมีอุปกรณ์ที่แปลกประหลาดที่ช่วยให้หน้าจอหมุนได้ แต่คุณก็ไม่ได้เสียสละอะไรมากนักเพื่อแลกกับแนวคิดที่กลายเป็นความจริง ThinkBook ขนาด 14 นิ้วรุ่นใหม่มาพร้อมกับจอแสดงผล OLED 2.8K ที่มีอัตราการรีเฟรชสูงถึง 120Hz นอกจากนี้ยังมี โปรเซสเซอร์ Intel Core Ultra Series 3 ภายใน พร้อมตัวเลือกสำหรับชิปที่มีคอร์ GPU Xe3 12 คอร์ พื้นที่ GPU ที่เพิ่มขึ้นนี้อาจมีประโยชน์หากคุณตั้งใจจะทำให้แล็ปท็อปนี้เป็นเวิร์กสเตชันแบบพกพาสำหรับงานกราฟิกเบาๆ

หากยังไม่พอ Lenovo ยังพิจารณาเวอร์ชันปรับปรุงของ แล็ปท็อป ThinkBook Gen 6 Rollable จากปี 2025 อีกด้วย ThinkPad Rollable XD รุ่นใหม่นี้เป็นอุปกรณ์แนวคิดอีกชิ้นที่สร้างขึ้นสำหรับแล็ปท็อปที่เน้นธุรกิจของ Lenovo ซึ่งมีมาอย่างยาวนาน แต่มีความพิเศษคือ ยังคงมีหน้าจอที่ยืดหยุ่นได้ขนาด 14 นิ้ว ซึ่งขยายไปทางเหนือ 16 นิ้วในแนวตั้ง ในขณะที่ ThinkBook ใช้กลไกในการป้อนหน้าจอเข้าไปในตัวแล็ปท็อป ThinkPad ใช้สายเคเบิลใยคาร์บอนและรอกจำนวนมากเพื่อดึงจอแสดงผลเข้าไปในฝาแล็ปท็อป มีพลาสติกใสชิ้นหนึ่งอยู่ด้านบนเพื่อปกป้องส่วนที่บอบบางที่สุดของจอแสดงผลที่พับได้

การใส่จอแสดงผลที่ยืดหยุ่นได้ไว้ในฝา มีประโยชน์หลายประการ ประการแรกคือ ช่วยให้แชสซีมีความพร้อมสำหรับสเปคระดับสูงและอุปกรณ์ระบายความร้อนที่คุณต้องการสำหรับแล็ปท็อปขนาดเล็ก ประการที่สองคือ หน้าจอที่ยุบได้จะกลายเป็นจอแสดงผลรองครึ่งหนึ่งที่ด้านหลัง Lenovo แสดงให้เห็นว่าสิ่งนี้สามารถใช้สำหรับการแจ้งเตือนและการอัปเดตในขณะที่คุณปิดฝา หรือเพื่อแสดงวิดีโอให้กับผู้ที่มองจากด้านตรงข้ามของแล็ปท็อปของคุณ

แนวคิดนั้นยังไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ในชีวิตจริง ThinkBook ที่ม้วนและบิดได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า Lenovo เต็มใจที่จะทำให้ผลิตภัณฑ์แปลกประหลาดเหล่านี้กลายเป็นจริง แน่นอนว่าคุณอาจไม่มีความจำเป็นต้องใช้แล็ปท็อปเหล่านี้ แต่อย่างน้อย Lenovo ก็ยังคงอยู่แถวหน้าในการรักษาดีไซน์แล็ปท็อปแบบเก่าที่ดูจืดชืดให้น่าสนใจอยู่เสมอ

ปัจจุบัน Gizmodo อยู่ในลาสเวกัสตลอดทั้งสัปดาห์ เพื่อนำเสนอทุกสิ่งที่คุณจำเป็นต้องรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีที่เปิดตัวในงาน CES 2026 คุณสามารถติดตาม บล็อกสด CES ของเราได้ที่นี่ และ ค้นหาเนื้อหาทั้งหมดของเราได้ที่นี่

Lenovo ThinkBook หมุนได้: อนาคตของแล็ปท็อป

Lenovo กำลังผลักดันขอบเขตของนวัตกรรมแล็ปท็อปอย่างต่อเนื่อง ด้วยการเปิดตัว Lenovo ThinkBook หมุนได้ และ ThinkPad Rollable XD แนวคิดเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ Lenovo ในการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ และนำเสนอประสบการณ์การใช้งานที่แตกต่างให้กับผู้ใช้ ถึงแม้ว่าผลิตภัณฑ์เหล่านี้อาจจะยังไม่เข้าถึงตลาดผู้บริโภคในวงกว้างในทันที แต่ก็เป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าอนาคตของแล็ปท็อปกำลังจะเปลี่ยนแปลงไป

ทำไม Lenovo ThinkBook หมุนได้ ถึงน่าสนใจ

กลไกการหมุนที่เป็นเอกลักษณ์ของ Lenovo ThinkBook หมุนได้ มอบความสะดวกสบายและความคล่องตัวที่เหนือกว่าแล็ปท็อปทั่วไป ด้วยความสามารถในการติดตามการเคลื่อนไหวของผู้ใช้ ทำให้ผู้ใช้สามารถทำงานหรือเพลิดเพลินกับเนื้อหาได้อย่างสะดวกสบาย ไม่ว่าพวกเขาจะอยู่ที่ใดก็ตาม นอกจากนี้ จอแสดงผล OLED 2.8K ที่มีอัตราการรีเฟรช 120Hz ยังมอบประสบการณ์การรับชมที่คมชัดและลื่นไหล เหมาะสำหรับการใช้งานที่หลากหลาย

  • ความสามารถในการปรับตัว: หน้าจอหมุนได้ช่วยให้แล็ปท็อปปรับให้เข้ากับสภาพแวดล้อมและรูปแบบการใช้งานที่แตกต่างกัน
  • ความสะดวกสบาย: ระบบติดตามใบหน้าช่วยให้ผู้ใช้ไม่ต้องปรับตำแหน่งหน้าจอด้วยตนเอง
  • ประสิทธิภาพ: โปรเซสเซอร์ Intel Core Ultra Series 3 มอบประสิทธิภาพที่ทรงพลังสำหรับการทำงานและการเล่นเกม

โดยรวมแล้ว Lenovo ThinkBook หมุนได้ เป็นตัวอย่างที่น่าตื่นเต้นของนวัตกรรมแล็ปท็อปที่อาจกำหนดอนาคตของคอมพิวเตอร์แบบพกพา แม้ว่าฟีเจอร์การหมุนอาจดูเป็นลูกเล่น แต่ก็แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการสร้างประสบการณ์การใช้งานที่เป็นส่วนตัวและดื่มด่ำมากยิ่งขึ้น

ถึงแม้ว่า Lenovo ThinkBook หมุนได้ และ ThinkPad Rollable XD จะยังเป็นเพียงแนวคิด แต่ก็แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ Lenovo ในการสำรวจความเป็นไปได้ใหม่ๆ ในโลกของแล็ปท็อป การพัฒนาเหล่านี้อาจนำไปสู่ผลิตภัณฑ์ที่น่าตื่นเต้นยิ่งขึ้นในอนาคต

ที่มา – Lenovo Spins Its Latest ThinkBook Right Round (Like a Record, Baby)

ปัญหาแผ่นแปะไฟฟ้าที่หว่างขาได้รับการแก้ไขแล้ว

หากคุณเป็นนักอ่าน Gizmodo ตัวยงตั้งแต่ต้นทศวรรษ 2020 เป็นอย่างน้อย คุณคงทราบดีว่า Jeff Bennett ได้ทำงานเกี่ยวกับแผ่นแปะสำหรับหว่างขาของคุณ ซึ่งเป็นบริเวณเนื้อระหว่างทวารหนักและอวัยวะเพศ ที่ไม่เจ็บเมื่อลอกออก และส่งกระแสไฟฟ้าอ่อน ๆ Victoria Song อดีตเพื่อนร่วมงานของเราติดตามเรื่องนี้มาหกปีแล้ว

สิ่งที่แปลกใหม่คือการนำผลิตภัณฑ์ในฝันของ Bennett ออกสู่ตลาดได้รับการแก้ไขแล้ว Song ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ The Verge คู่แข่งของเรา ค้นพบเมื่อวานนี้ที่งาน CES ว่ามันถูกเรียกว่า MOR patch ได้รับการอนุมัติให้ใช้งานโดย FDA และ คุณสามารถสั่งซื้อได้ทันทีในราคา $299.00 และหว่างขาของคุณจะได้รับการกระตุ้นด้วยไฟฟ้าในเวลาไม่นาน ยินดีด้วย ฉันคิดว่าคุณไม่มีคำถามเพิ่มเติม

หากด้วยเหตุผลแปลก ๆ ที่คุณยังไม่ทราบว่าสิ่งประดิษฐ์นี้เกี่ยวกับอะไร ฉันจะอธิบายให้คุณฟัง: MOR patch มีไว้สำหรับเรื่องเพศ อาจทำให้คุณประหลาดใจ หวังว่าทุกอย่างจะชัดเจนเมื่อคุณดูวิดีโอนี้:

เว็บไซต์ MOR กล่าวว่า หากคุณสวมใส่มัน “คุณอาจรู้สึกเสียวซ่าเล็กน้อย” และ “ผู้ใช้ส่วนใหญ่บรรยายว่ามันเป็นความรู้สึกที่สบาย แม้กระทั่งความรู้สึกที่น่าพึงพอใจที่ช่วยให้พวกเขาสามารถควบคุมได้” แต่ดูเหมือนว่า MOR patch ไม่ได้มีไว้สำหรับอะไรโดยเฉพาะ การอนุมัติจาก FDA เป็นเรื่องของความปลอดภัย และข้อกล่าวอ้างใด ๆ เกี่ยวกับการรักษาสมรรถภาพทางเพศที่ผิดปกติยังไม่ได้รับการตรวจสอบทางการแพทย์ นี่คือสิ่งที่ Bennett พูดถึงอย่างตรงไปตรงมา:

Many have asked why we named our product MOR.

In this video we share the story behind MOR, our FDA-cleared product designed to enhance intimacy, confidence, and connection through safe, proven technology.

What will your MOR be?https://t.co/ukZG94ZXkO pic.twitter.com/sGDtwOTX3L

ดังนั้นโดยส่วนใหญ่แล้ว MOR จึงเป็นของเล่นทางเพศ ไม่ได้สั่งจ่ายโดยแพทย์เหมือนกับเครื่องสั่นหรือ french tickler สิ่งเหล่านี้ถูกโยนเข้าไปในจักรวาลทางเพศเป็นครั้งคราว และพวกมันก็เข้าสู่ช่องทางเพศเฉพาะของใครบางคนหรือไม่ก็ได้ เพศเป็นงานอดิเรกเดียวในโลกที่มีการยอมรับเกือบ 100% โดยมนุษย์เกือบทุกคนที่เคยมีชีวิตอยู่ ดังนั้นผู้ที่มีเพศสัมพันธ์เพียงเล็กน้อยเท่านั้นที่ต้องซื้อเพื่อให้ Bennett เริ่มธุรกิจที่ดีได้

แต่ MOR มาจากบริษัทที่ชื่อว่า Morari Medical โดยที่ “morari” เป็นภาษาละตินแปลว่า “delay” และนั่นเป็นเพราะสิ่งประดิษฐ์นี้เดิมทีถูกคิดค้นขึ้นเพื่อเป็นอุปกรณ์สำหรับจัดการกับการหลั่งเร็ว ดังนั้นเมื่อเว็บไซต์ Morari Medical กล่าวว่าอุปกรณ์นี้ “มีองค์ประกอบที่เมื่อเปิดใช้งานจะรบกวนสัญญาณประสาทจากองคชาตไปยังสมองที่อาจเพิ่มหรือปรับปรุงสมรรถภาพทางเพศ” ความคลุมเครือน่าจะเป็นไปโดยเจตนา แต่คำว่า “รบกวน” สื่อถึงประเด็น

คำรับรองจากอาสาสมัครในการศึกษาที่ไม่ระบุชื่อ เปรียบเทียบ MOR กับเทคโนโลยีที่เป็นที่นิยมอื่น ๆ แม้ว่าจะยังไม่ได้รับการพิสูจน์ “ถ้าคุณเคยมีประสบการณ์กับเครื่อง TENS มันก็เหมือนกับเครื่อง TENS แบบอ่อน ๆ” ผู้เข้าร่วมกล่าวอ้าง เครื่อง TENS ซึ่งเป็นอุปกรณ์กระตุ้นกล้ามเนื้อด้วยไฟฟ้าแบบกาวเช่นกัน ไม่ได้รับการพิสูจน์ทางการแพทย์ว่าสามารถรักษาอะไรได้ แต่ FDA อนุมัติบางส่วนเพื่อความปลอดภัย และ บางคนสาบานกับพวกเขา โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับการบรรเทาอาการปวด

อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่แค่ความเข้มข้นเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการออกแบบโดยรวมของ MOR ที่ทำให้แตกต่างจากเครื่อง TENS แทนที่จะเป็นอิเล็กโทรดที่ติดอยู่กับคอนโทรลเลอร์ด้วยสายไฟเหมือนในเครื่อง TENS เกือบทุกอย่างใน MOR อยู่ระหว่างขาของผู้ใช้ในระหว่างการใช้งาน การควบคุมเกิดขึ้นภายในแอปสมาร์ทโฟน ซึ่งสื่อสารกับแผ่นแปะของคุณผ่านบลูทูธ อาจจะมากเกินไปหน่อยเมื่อเทียบกับรูปแบบการควบคุมเดียวที่แผ่นแปะน่าจะต้องมี: สวิตช์เล็ก ๆ ที่มีตั้งค่า “ต่ำ” “ปานกลาง” และ “สูง” ที่คุณสามารถเปิดก่อนที่คุณจะใช้ โดยอาจมีการหน่วงเวลา 30 วินาทีก่อนที่จะเปิดใช้งาน นอกจากนี้ เมื่อฉันดาวน์โหลดแอป ฉันสังเกตเห็นการตั้งค่าที่บันทึกข้อมูลของคุณ แม้ว่าการตั้งค่าเริ่มต้นจะเป็นการเลือกที่จะไม่รับ ซึ่งเป็นเรื่องดี

แต่ในขณะที่ฉันไม่สามารถอ้างว่าได้ทดสอบ MOR แต่ฉันพบว่าตัวเองชื่นชมความตรงไปตรงมาและความไม่โอ้อวดของแกดเจ็ตนี้และสื่อการตลาด นอกจากนี้ ยังไม่มีการกล่าวถึง “AI” หรือ “ปัญญาประดิษฐ์” ที่ใด ๆ บนเว็บไซต์ของ Morari Medical หรือตัวอุปกรณ์เอง ดังนั้นอย่างน้อยก็มีสิ่งหนึ่งที่ผลิตภัณฑ์นี้ไม่ได้พยายามยัดเยียดอะไรใกล้ก้นของคุณ คนอื่น ๆ ควรทำตามตัวอย่างของ Jeff Bennett

ทำไมต้องใช้แผ่นแปะไฟฟ้าที่หว่างขา?

การใช้แผ่นแปะไฟฟ้าที่หว่างขาอาจเป็นทางเลือกใหม่สำหรับผู้ที่ต้องการเพิ่มประสบการณ์ทางเพศของตนเอง หรือบรรเทาอาการบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพทางเพศ แต่สิ่งสำคัญคือต้องศึกษาข้อมูลให้ละเอียดและปรึกษาแพทย์ก่อนตัดสินใจใช้งาน

ปัญหาแผ่นแปะไฟฟ้าที่หว่างขาได้รับการแก้ไขแล้ว

MOR patch เป็นผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจและอาจเป็นประโยชน์สำหรับบางคน แต่ควรพิจารณาข้อดีข้อเสียอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจซื้อ การที่ปัญหาแผ่นแปะไฟฟ้าที่หว่างขาได้รับการแก้ไขแล้ว อาจเป็นข่าวดีสำหรับผู้ที่กำลังมองหาทางเลือกใหม่ ๆ แต่การใช้งานควรอยู่ภายใต้การดูแลและคำแนะนำของแพทย์

Gizmodo อยู่ที่ลาสเวกัสตลอดทั้งสัปดาห์เพื่อนำเสนอทุกสิ่งที่คุณจำเป็นต้องรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีที่เปิดตัวในงาน CES 2026 คุณสามารถติดตาม บล็อกสด CES ของเราได้ที่นี่ และ ค้นหาเนื้อหาทั้งหมดของเราได้ที่นี่

โดยรวมแล้ว แผ่นแปะไฟฟ้าที่หว่างขา หรือ MOR patch เป็นผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจที่อาจจะตอบโจทย์ใครหลายๆคนได้ แต่ก็ควรศึกษาข้อมูลและปรึกษาแพทย์ก่อนใช้งานจริง เพื่อความปลอดภัยและประสิทธิภาพที่ดีที่สุด

ที่มา – That Problem Where You Can’t Buy an Electrical Pulse-Delivering Patch for Your Taint Has Been Solved

Garmin ให้ใช้ Neural Band ควบคุมรถ

ดูเหมือนว่า Garmin จะไม่สามารถหลีกหนีจากชื่อเสียงของ “บริษัทอุปกรณ์สวมใส่” ได้ แม้ว่าบริษัทจะผลักดันประสบการณ์ห้องโดยสารในรถยนต์ก็ตาม ในงาน CES เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา Garmin ได้ประกาศความร่วมมือกับ Meta ที่เกี่ยวข้องกับการใช้สายรัดข้อมือ Neural Band เพื่อควบคุมหน้าจอรถยนต์

Gizmodo ได้รีวิว Meta Neural Band พร้อมกับแว่นตาอัจฉริยะ Meta Ray-Ban เมื่อเดือนตุลาคม แต่ถือเป็นกรณีการใช้งานใหม่สำหรับสายรัดข้อมือนี้ Garmin กล่าวว่าจะเป็นกรณีการใช้งานแรกในรถยนต์ อย่างไรก็ตาม ยังอยู่ในขั้นตอนการพัฒนาและเป็นเพียง proof of concept เท่านั้น แต่ในการสาธิตใน “รถยนต์” ที่ติดตั้งซอฟต์แวร์ Garmin ฉันได้เห็นว่าอุปกรณ์สวมใส่สามารถให้ผู้โดยสารมีวิธีใหม่ในการนำทางหน้าจอรถยนต์และคุณสมบัติสาระบันเทิงอื่นๆ ได้อย่างไร

ออกแบบมาสำหรับผู้โดยสาร ไม่ใช่คนขับ ไม่ต้องกังวล แถบที่ไม่เป็นอันตรายนี้จะอ่านสัญญาณไฟฟ้าจากกล้ามเนื้อในข้อมือของคุณ ทำให้คุณสามารถใช้ท่าทางด้วยนิ้วโป้ง นิ้วชี้ และนิ้วกลางเพื่อปัด คลิก และซูมกราฟิกบนหน้าจอ การกระตุกเล็กน้อยจากแถบจะบอกให้คุณทราบว่าคุณเชื่อมต่ออยู่ ซึ่งน่าพึงพอใจอย่างน่าประหลาด

Garmin ให้ใช้ Neural Band ควบคุมรถ: ประสบการณ์ใช้งานจริง

ฉันสามารถหมุนภาพ 3 มิติของรถยนต์บนหน้าจอบนคอนโซลกลางได้เพียงแค่ใช้นิ้วในอากาศ โดยไม่จำเป็นต้องใช้หน้าจอสัมผัส Garmin มองว่าอุปกรณ์สวมที่ควบคุมด้วยข้อมือนี้เหมาะสมกับประสบการณ์ผู้โดยสารในรถยนต์เนื่องจากมีการพัฒนา Neural Band จะอยู่ในรถและพร้อมใช้งานสำหรับผู้โดยสารด้านหน้าและด้านหลังเพื่อควบคุมหน้าจอแถวที่สองหรือสาม

แพลตฟอร์มห้องโดยสารรถยนต์ของ Garmin มีผู้ช่วย AI เสมือนจริง ไฟห้องโดยสารแบบไดนามิก ภาพที่สมจริงซึ่งซิงค์กับสื่อที่กำลังเล่น การติดตามอุปกรณ์โดยไม่คำนึงถึงที่นั่งที่คุณอยู่ และวิดีโอแชทจากที่นั่งถึงที่นั่ง สิ่งสุดท้ายนี้มีไว้สำหรับรถมินิแวนและรถ SUV สามแถว

Garmin ให้ใช้ Neural Band ควบคุมรถ: เทคโนโลยีแห่งอนาคต

Garmin มุ่งมั่นที่จะนำเสนอเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยเพื่อยกระดับประสบการณ์การเดินทางในรถยนต์ การใช้ Meta Neural Band เป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งของการแสวงหาเทคโนโลยีใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง การที่ Garmin ให้ใช้ Neural Band ควบคุมรถ แสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ของบริษัทในการสร้างสรรค์ระบบความบันเทิงและการควบคุมที่ใช้งานง่ายและสะดวกสบายสำหรับผู้โดยสารทุกคน

แนวคิดของการควบคุมหน้าจอรถยนต์ด้วยท่าทางอาจดูเหมือนเป็นเรื่องแปลกใหม่ในตอนนี้ แต่ก็มีศักยภาพที่จะปฏิวัติวิธีที่เราโต้ตอบกับรถยนต์ของเราในอนาคต ลองนึกภาพการปรับระดับเสียงเพลง การนำทาง หรือแม้แต่ควบคุมระบบปรับอากาศด้วยการเคลื่อนไหวมือเพียงเล็กน้อย ความเป็นไปได้นั้นไร้ขีดจำกัด

Garmin ไม่ได้เป็นเพียงบริษัทอุปกรณ์สวมใส่อีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมในอุตสาหกรรมยานยนต์ การที่ Garmin ให้ใช้ Neural Band ควบคุมรถ เป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าบริษัทกำลังมุ่งมั่นที่จะสร้างอนาคตของการเดินทางที่เชื่อมต่อถึงกันและสะดวกสบายยิ่งขึ้น

ข้อดีและข้อเสียของการใช้ Neural Band ในรถยนต์

แน่นอนว่าการใช้ Neural Band ในรถยนต์ก็มีทั้งข้อดีและข้อเสียที่ต้องพิจารณา:

  • ข้อดี:
  • เพิ่มความสะดวกสบายและใช้งานง่าย
  • ลดการรบกวนสมาธิในการขับขี่
  • มอบประสบการณ์การเดินทางที่สนุกสนานยิ่งขึ้นสำหรับผู้โดยสาร
  • ข้อเสีย:
  • ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
  • ความจำเป็นในการปรับตัวเข้ากับเทคโนโลยีใหม่
  • อาจมีปัญหาเรื่องความแม่นยำในการตรวจจับท่าทาง

ถึงกระนั้น ประโยชน์ที่อาจได้รับจากการใช้งาน Neural Band ก็มีมากมาย และมีแนวโน้มที่จะได้รับการพัฒนาให้ดีขึ้นเรื่อยๆ ในอนาคต การที่ Garmin ให้ใช้ Neural Band ควบคุมรถ จึงเป็นก้าวสำคัญที่จะนำไปสู่ประสบการณ์การเดินทางที่ดียิ่งขึ้นอย่างแน่นอน

โดยรวมแล้ว การที่ Garmin ร่วมมือกับ Meta เพื่อนำเสนอ Neural Band ในรถยนต์นั้นเป็นเรื่องที่น่าสนใจ และแสดงให้เห็นว่าเทคโนโลยีการสวมใส่สามารถนำมาประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรมยานยนต์ได้อย่างไร เราคงต้องรอดูกันต่อไปว่าแนวคิดนี้จะได้รับการพัฒนาและนำไปใช้อย่างแพร่หลายในอนาคตหรือไม่ แต่ที่แน่ๆ คือ Garmin กำลังเดินหน้าสู่การเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมในวงการรถยนต์อย่างต่อเนื่อง

ที่มา – Garmin Wants Passengers to Use Meta’s Neural Band to Control Car Screens

คิดว่ากาแฟบนเครื่องบินปลอดภัยเหรอ? คิดใหม่!

บางทีคุณอาจจะต้องอยู่ห่างจากน้ำบนเครื่องบิน ขึ้นอยู่กับเที่ยวบินที่คุณเดินทาง รายงานล่าสุดพบว่าสายการบินบางแห่งทำได้แย่กว่าสายการบินอื่น ๆ มากในการรักษาสุขอนามัยของน้ำดื่ม

นักวิจัยจากศูนย์อาหารเพื่อการแพทย์และอายุยืน ตรวจสอบ ข้อมูลตัวอย่างน้ำที่รวบรวมโดยสำนักงานปกป้องสิ่งแวดล้อม (EPA) สายการบินบางแห่งได้รับการจัดอันดับสูงในการมีน้ำบนเครื่องบินที่ปราศจากเชื้อโรคที่อาจก่อให้เกิดโรคจากอาหาร เช่น Escherichia coli อย่างสม่ำเสมอ แต่สายการบินอื่น ๆ อีกมากมายอยู่ในระดับปานกลางถึงแย่ EPA ก็สามารถทำได้ดีกว่านี้เช่นกัน นักวิจัยกล่าว โดยเฉพาะอย่างยิ่งโดยการลงโทษสายการบินที่ฝ่าฝืนกฎอยู่เป็นประจำ

ในปี 2554 EPA ได้ จัดตั้ง กฎว่าด้วยน้ำดื่มบนเครื่องบิน (ADWR) ซึ่งเป็นข้อบังคับที่มุ่งปรับปรุงให้ทันสมัยและปรับปรุงคุณภาพของน้ำดื่มที่ให้บริการระหว่างเที่ยวบิน ซึ่งโดยทั่วไปมาจากถังที่อยู่ในจุดจอดทั้งในและต่างประเทศ

ส่วนหนึ่งของกฎนี้ สายการบินจะต้องทดสอบน้ำของตนเองเป็นประจำเพื่อหาจุลินทรีย์บางชนิด ซึ่งรวมถึงแบคทีเรียโคลิฟอร์ม ซึ่งเป็นกลุ่มจุลินทรีย์ในวงกว้างที่ไม่เพียงแต่ทำให้ผู้คนป่วยได้เท่านั้น แต่ยังมีแนวโน้มที่จะส่งสัญญาณถึงการมีอยู่ของเชื้อโรคอื่น ๆ ที่พบในอุจจาระของมนุษย์ การทดสอบยังสามารถคัดกรองหา E. coli ซึ่งเป็นสายพันธุ์เฉพาะของแบคทีเรียโคลิฟอร์มที่เป็นสาเหตุทั่วไปของโรคที่เกิดจากอาหาร

นอกจากนี้ สายการบินยังต้องแสดงหลักฐานว่าพวกเขาดำเนินการตามมาตรการความปลอดภัยเป็นประจำ เช่น การฆ่าเชื้อและการล้าง และพวกเขาดำเนินการแก้ไขเมื่อพบว่าเครื่องบินของตนเองไม่ผ่านการตรวจสอบความปลอดภัย

การศึกษาเรื่องน้ำของสายการบินของศูนย์ฯ มุ่งเน้นไปที่สายการบินหลัก 10 แห่งและสายการบินระดับภูมิภาค 11 แห่งที่ดำเนินการในสหรัฐอเมริกา นักวิจัยวิเคราะห์ข้อมูล EPA ที่รวบรวมจากสายการบินเหล่านี้ระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2565 ถึง 30 กันยายน 2568 พวกเขาใช้เมตริกหลายอย่างเพื่อจัดอันดับ ซึ่งให้คะแนนตั้งแต่ 0 ถึง 5 ซึ่งแสดงเป็นเกรดตัวอักษรด้วย เกณฑ์เหล่านี้รวมถึงจำนวนการละเมิดทั้งหมดต่อเครื่องบิน การแจ้งเตือนสาธารณะ จำนวนการละเมิดที่เกิดจากการมี E. coli มากเกินไปในน้ำ และความถี่ที่สายการบินทำความสะอาดน้ำ

นักวิจัยพบว่ามีเพียงสายการบินเดียวที่ได้คะแนนเต็ม 5.0 นั่นคือ Delta Airlines Frontier Airlines เป็นสายการบินเดียวที่ได้คะแนน A ด้วยคะแนนรวม 4.80 และ Alaska Airlines เป็นอันดับสามด้วยคะแนน B ที่ 3.85 ในบรรดาสายการบินหลัก American Airlines มีผลงานแย่ที่สุด ด้วยคะแนน D ที่ 1.75 สายการบินระดับภูมิภาคเกือบทุกแห่งมีผลงานที่ไม่ดี โดยมีเพียงแห่งเดียวที่ได้คะแนน B (GoJet Airlines)

Charles Platkin ผู้อำนวยการศูนย์อาหารเพื่อการแพทย์และอายุยืน กล่าวใน แถลงการณ์ ที่เผยแพร่โดยองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรว่า “สายการบินระดับภูมิภาคเกือบทั้งหมดจำเป็นต้องปรับปรุงความปลอดภัยของน้ำบนเครื่องบิน ยกเว้น GoJet Airlines”

ดูเหมือนว่าจะมีการปรับปรุงบ้างตั้งแต่ปี 2562 เมื่อมีการ ศึกษา เรื่องน้ำดื่มของสายการบินที่คล้ายกันโดย Platkin และคนอื่น ๆ Delta Airlines มีคะแนนเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดจากคะแนนเกือบต่ำสุดที่ 1.6 ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แต่สายการบินอื่น ๆ เช่น JetBlue ยังคงมีคะแนนที่ย่ำแย่ และนักวิจัยตั้งข้อสังเกตว่า EPA ยังคงแทบจะไม่เรียกเก็บค่าปรับทางแพ่งจากสายการบินที่ละเมิดกฎ ADWR เป็นประจำ

จากผลการวิจัย ศูนย์ฯ กล่าวว่า ผู้ที่เดินทางโดยเครื่องบินไม่ควรดื่มน้ำใด ๆ ที่ไม่ได้ให้มาในขวดที่ปิดสนิท หากเป็นไปได้ ไม่ควรดื่มกาแฟหรือชาที่ทำจากน้ำบนเครื่องบิน และควรหลีกเลี่ยงการใช้น้ำบนเครื่องบินล้างมือ (ควรใช้เจลล้างมือที่มีแอลกอฮอล์อย่างน้อย 60%)

จากประสบการณ์ส่วนตัว ฉันจะระมัดระวังมากขึ้นเกี่ยวกับสิ่งที่ฉันดื่มบนเครื่องบินแน่นอน

คิดว่ากาแฟบนเครื่องบินปลอดภัยเหรอ? คิดใหม่!

ทำไมคุณต้องคิดใหม่เรื่องกาแฟบนเครื่องบิน?

เรื่องน้ำบนเครื่องบินเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงมานานแล้ว แต่คุณรู้หรือไม่ว่ามันอาจส่งผลต่อกาแฟที่คุณดื่ม? การศึกษาล่าสุดเน้นย้ำว่าคุณภาพน้ำของแต่ละสายการบินนั้นแตกต่างกันอย่างมาก บางสายการบินมีการจัดการที่ดี ทำให้น้ำดื่มปลอดภัยจากเชื้อโรค ในขณะที่บางสายการบินยังต้องปรับปรุงอีกมาก

ดังนั้น ครั้งต่อไปที่คุณกำลังจะสั่งกาแฟบนเครื่องบิน ลองคิดว่ากาแฟบนเครื่องบินปลอดภัยเหรอ? คิดใหม่! ลองพิจารณาข้อมูลจากรายงานเหล่านี้ และอาจเลือกดื่มน้ำบรรจุขวดแทน เพื่อความสบายใจและสุขอนามัยที่ดีกว่า

สรุปประเด็นสำคัญ:

  • คุณภาพน้ำบนเครื่องบินแตกต่างกันไปในแต่ละสายการบิน
  • หลีกเลี่ยงการดื่มน้ำที่ไม่บรรจุขวดบนเครื่องบิน
  • ระมัดระวังการดื่มกาแฟหรือชาที่ทำจากน้ำบนเครื่องบิน
  • ใช้เจลล้างมือแทนการล้างมือด้วยน้ำบนเครื่องบิน

คิดว่ากาแฟบนเครื่องบินปลอดภัยเหรอ? คิดใหม่! แล้วหันมาใส่ใจกับสุขอนามัยในการเดินทางครั้งต่อไปของคุณ เพื่อสุขภาพที่ดีและเที่ยวบินที่สนุกสนาน

ที่มา – Think That Coffee’s Safe on a Plane? Think Again, Researchers Say

เด็ก Stranger Things อย่างน้อยหนึ่งคนคิดว่า Eleven ตายแล้ว

ชะตากรรมของ Eleven เป็นประเด็นถกเถียงที่ใหญ่ที่สุดหลังจากซีรีส์ Stranger Things จบลง ในตอนแรกเราเชื่อว่าเธอเสียสละตัวเองเพื่อหยุดวงจรแห่งความชั่วร้ายที่เกิดขึ้นจากพลังของเธอ แต่ในช่วงเวลาสุดท้ายของตอน ไมค์ เพื่อนสนิทของเธอกลับสร้างเรื่องราวอีกแบบที่อาจจะเปิดประตูสู่ความเป็นไปได้อื่น

หนึ่งในผู้คนที่เข้าร่วมในฉากที่น่าจดจำนั้นคือ Sadie Sink ผู้รับบทเป็น Max เมื่อเร็ว ๆ นี้เธอได้ไปออกรายการ The Tonight Show with Jimmy Fallon และถูกถามว่าเธอคิดว่า Eleven ตายหรือยังมีชีวิตอยู่ และในขณะที่นักแสดงคนอื่น ๆ หลีกเลี่ยงคำถามนี้ (เพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องนี้ในวินาทีเดียว) Sink ไม่ได้ทำเช่นนั้น

“ฉันคิดว่าเธอตายแล้ว” Sink กล่าว “นี่เป็นความคิดเห็นที่ร้อนแรงหรืออะไรทำนองนั้นหรือเปล่า?” Fallon เห็นด้วย และ Sink ก็อธิบายตัวเองเล็กน้อย “ฉันคิดว่าเรื่องราวของไมค์เป็นเพียงเรื่องราวสุดท้าย จากนั้นพวกเขาก็บอกลาวัยเด็ก และนั่นเป็นเพียงเรื่องราวสุดท้าย และนั่นคือทั้งหมด ฉันคิดว่ามันเป็นเหมือนการรับมือกับความรู้สึก”

“ฉันคิดว่ามันแข็งแกร่งกว่า [ถ้าเธอตาย]” เธอกล่าวสรุป “นั่นคือการตีความของฉัน ฉันขอโทษด้วย”

แน่นอนว่าส่วนสุดท้ายนั้นเป็นความจริง การที่ Eleven ตายจริง ๆ จะเป็นการปิดโอกาสที่รัฐบาลหรือคนร้ายทั่วไปจะสามารถใช้เลือดของเธอเพื่อสร้างสิ่งมีชีวิตที่ทรงพลังอื่น ๆ เช่นเดียวกับเธอ หากเธอยังมีชีวิตอยู่ แม้ว่าเธอจะอยู่ที่ไหนสักแห่งที่ห่างไกล ก็ยังมีโอกาสเสมอที่เธอจะถูกค้นพบและจับตัวไป และวงจรทั้งหมดก็จะเริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง มันจะเป็นการกระทำที่ค่อนข้างเสี่ยง โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าคุณไปอยู่ในที่ที่ใครบางคนสามารถหาคุณเจอได้ ดังนั้น ใช่ มันแข็งแกร่งกว่าสำหรับเธอที่จะตาย แต่ไม่มีใครรู้แน่นอน

Sink เป็นเพียงคนเดียวในฉากสำคัญนั้น อย่างไรก็ตาม อีกคนคือ Gaten Matarazzo ผู้รับบท Dusti เมื่อถูกถามคำถามเดียวกันเกี่ยวกับชะตากรรมของ Eleven เขากลับใช้เส้นทางทางการทูตมากกว่า “ฉันมีความคิดเห็น แต่ฉันต้องการเก็บไว้เป็นส่วนตัว” เขาบอกกับ Variety “ฉันไม่รู้ว่าคนอื่นจะทำหรือไม่ แต่ฉันคิดว่าสิ่งใดก็ตามที่เหมาะกับคุณและทำให้การแสดงจบลงได้ดีขึ้นสำหรับคุณก็ถือว่าถูกต้อง คุณมีสิทธิ์ที่จะโต้แย้งมัน แต่สิ่งที่คุณต้องการให้มันเป็นสำหรับคุณนั้นยอดเยี่ยมมาก ฉันคิดว่าพวกเขาเดินอยู่บนเส้นนั้นได้ดีมาก เพราะฉันสังเกตเห็นว่ามีความคิดเห็นแตกออกเป็น 50/50 ในหมู่แฟน ๆ เกี่ยวกับว่าพวกเขาเชื่อหรือไม่”

บางที Sink อาจจะเบื่อกับการที่ไม่สามารถพูดอะไรเกี่ยวกับ Spider-Man ได้มาก เธอเลยตัดสินใจที่จะไปอีกทาง และไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เราชอบที่เธอทำเช่นนั้น

คุณมีความคิดเห็นอย่างไร? คุณอยู่ทีม Sink หรือไม่? แจ้งให้เราทราบด้านล่าง

อยากได้ข่าว io9 เพิ่มเติมหรือไม่? ตรวจสอบว่าเมื่อใดที่จะได้ชม Marvel, Star Wars และ Star Trek ล่าสุด, อะไรต่อไปสำหรับ DC Universe บนภาพยนตร์และทีวี และทุกสิ่งที่คุณควรรู้เกี่ยวกับอนาคตของ Doctor Who

เด็ก Stranger Things อย่างน้อยหนึ่งคนคิดว่า Eleven ตายแล้ว

Sadie Sink คิดว่า Eleven ตายแล้ว จริงหรือ?

Sadie Sink นักแสดงจาก Stranger Things ทำให้แฟนๆ ต่างตกตะลึงด้วยการเปิดเผยว่าเธอเชื่อว่า Eleven อาจจะเสียชีวิตแล้วในตอนจบของซีรีส์ เธอให้เหตุผลว่าเรื่องราวที่ Mike เล่าเป็นเพียง “เรื่องราวสุดท้าย” เพื่อเป็นการรับมือกับการสูญเสียและเป็นการบอกลาวัยเด็ก

ความคิดเห็นของ Sadie Sink เกี่ยวกับชะตากรรมของ เด็ก Stranger Things อย่างน้อยหนึ่งคนคิดว่า Eleven ตายแล้ว จุดประกายให้เกิดการถกเถียงอย่างกว้างขวางในหมู่แฟน ๆ บางคนเห็นด้วยกับเธอโดยเชื่อว่าการตายของ Eleven จะเป็นการปิดฉากเรื่องราวที่ดีกว่า ในขณะที่คนอื่น ๆ ยังคงหวังว่าเธอจะยังมีชีวิตอยู่

Gaten Matarazzo ผู้รับบท Dustin เลือกที่จะไม่แสดงความคิดเห็นส่วนตัวเกี่ยวกับเรื่องนี้ โดยกล่าวว่า “สิ่งใดก็ตามที่เหมาะกับคุณและทำให้การแสดงจบลงได้ดีขึ้นสำหรับคุณก็ถือว่าถูกต้อง” เขายอมรับว่ามีความคิดเห็นที่แตกต่างกันในหมู่แฟน ๆ เกี่ยวกับชะตากรรมของ เด็ก Stranger Things อย่างน้อยหนึ่งคนคิดว่า Eleven ตายแล้ว

แม้ว่าอนาคตของ Eleven จะยังคงเป็นปริศนา แต่การตีความของ Sadie Sink ได้เพิ่มมิติใหม่ให้กับการสนทนา การที่ Sadie Sink พูดถึง เด็ก Stranger Things อย่างน้อยหนึ่งคนคิดว่า Eleven ตายแล้ว ทำให้แฟนๆ กลับมาคิดถึงเรื่องนี้กันอีกครั้ง

คุณคิดว่า Eleven ตายแล้วจริง ๆ หรือไม่? หรือคุณเชื่อว่าเธอยังมีชีวิตอยู่? ร่วมแสดงความคิดเห็นของคุณได้เลย!

ที่มา – At Least One ‘Stranger Things’ Kid Thinks Eleven Is Actually Dead