กทม. เสนอ ‘ชะลอ’ ใช้ข้อบัญญัติควบคุมการเลี้ยงสุนัขและแมว 1 ปี เพื่อขยายหน่วยบริการเชิงรุก แก้ไขเงื่อนไขที่เป็นอุปสรรค
เมื่อเร็ว ๆ นี้ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้เปิดเผยว่า กทม. เสนอชะลอการใช้บังคับ ข้อบัญญัติควบคุมการเลี้ยงสุนัขและแมว ซึ่งเคยกำหนดไว้ว่าจะเริ่มใช้ในวันที่ 10 มกราคม 2569 ออกไปอีก 1 ปี เพื่อให้หน่วยงานท้องถิ่นมีเวลาปรับแผนการ ขยายการบริการที่เข้าถึงประชาชนได้มากขึ้น และสร้างความพร้อมให้กับประชาชนในการตอบสนองให้ได้ตรงตามความต้องการ
4 อุปสรรคสำคัญที่ กทม. ต้องเร่งแก้ไขก่อนเปิดใช้ “ข้อบัญญัติควบคุมการเลี้ยงสุนัขและแมว”
ทั้งนี้ จากการประเมินผลเบื้องต้นของ กทม. พบว่ามีปัญหาอุปสรรคที่ต้องแก้ไขอย่างเร่งด่วน ก่อนที่ “ข้อบัญญัติควบคุมการเลี้ยงสุนัขและแมว” จะสามารถนำมาใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และไม่กลายเป็นภาระต่อประชาชน ปัญหาหลักที่เกิดขึ้น ได้แก่:
- ปริมาณสัตว์เลี้ยงมากกว่าที่คาดการณ์ไว้: คาดกันว่ามีสัตว์เลี้ยงหลายแสนตัวในกรุงเทพ ทำให้ทรัพยากรและการบริการปัจจุบันยังไม่เพียงพอ
- ข้อจำกัดด้านสถานที่ให้บริการ: การให้บริการส่วนใหญ่จำกัดอยู่ในศูนย์หลักเพียงไม่กี่แห่ง ทำให้ประชาชนจำนวนมากเข้าถึงได้ยาก
- ความเข้าใจของประชาชนยังต้องเสริม: มีความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของการฝังไมโครชิป และความกลัวบทลงโทษทางกฎหมาย
- ข้อกำหนดด้านเอกสารซับซ้อน: เช่น ต้องขอหนังสือยินยอมจากเจ้าของที่พัก ปัญหานี้เป็นอุปสรรคใหญ่ที่ทำให้ผู้เช่าไม่สามารถลงทะเบียนสัตว์เลี้ยงได้ตามกฎหมาย
แผนงานถัดไปของกรุงเทพมหานคร
เพื่อแก้ไขปัญหาเหล่านี้ กทม. วางแผนที่จะเพิ่ม “หน่วยบริการเคลื่อนที่เชิงรุก” หรือ Mobile Unit ลงพื้นที่ชุมชนต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้บริการใกล้บ้านมากขึ้น และช่วยลดความยุ่งยากในการเดินทางของประชาชน นอกจากนี้ยังเตรียมปรับปรุงระบบฐานข้อมูล และพิจารณาแก้ไขข้อกำหนดเกี่ยวกับเอกสารยินยอมเพื่อให้สะดวกและเข้าใจง่ายมากยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ยังเน้นย้ำว่า การจัดทำกฎหมายข้อบังคับนี้ มีจุดประสงค์หลักไม่ใช่เพื่อลงโทษแต่อย่างใด แต่เป็นการส่งเสริมให้เกิดความรับผิดชอบร่วมกันของผู้เลี้ยง ตลอดจนยกระดับสวัสดิการของสัตว์เลี้ยงและคุณภาพชีวิตของผู้คนในเมืองอย่างยั่งยืน
การขยายเวลาออกไป 1 ปี จึงถือเป็นการเตรียมความพร้อมระยะสั้นก่อนเปิดใช้งาน “ข้อบัญญัติควบคุมการเลี้ยงสุนัขและแมว” อย่างแท้จริง และช่วยให้กรุงเทพฯ เพราะการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่นี้สามารถดำเนินต่อไปในทิศทางที่ถูกต้องและครอบคลุมทุกฝ่าย
หากคุณเป็นเจ้าของสุนัขหรือแมว อย่าปล่อยให้ความล่าช้ากลับเป็นต้นเหตุของความเสี่ยงในอนาคต ให้เริ่มจากเตรียมตัวให้พร้อม ติดตามข่าวสารอัพเดต และเข้ารับบริการฝังไมโครชิพตามแนวทางที่ กทม. เตรียมไว้ ซึ่งจะช่วยลดความยุ่งยากในช่วงที่กฎหมายเข้ามามีผลใช้บังคับ
