ผู้เขียน: lalika69_admin

ทนายความ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ร้องทุกข์กล่าวโทษตำรวจชุดทำคดีสินบนทอง ละเว้นไม่แจ้งข้อหา ‘พ.ต.อ.ภาคภูมิ’ ตั้งข้อสงสัยคลิปหลักฐาน – อำนาจสอบสวน

วันนี้ (6 มกราคม 2569) สถานีตำรวจนครบาลพหลโยธิน เป็นเวทีสำคัญเมื่อ สัญญาภัชระ สามารถ ทนายความผู้รับมอบอำนาจจาก พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน เพื่อยื่นคำร้องกล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน 2 ชุด ที่เกี่ยวข้องกับคดีสินบนทอง พร้อมกับเรียกร้องความเป็นธรรมอย่างชัดเจน

ทนายความ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ร้องทุกข์กล่าวโทษตำรวจชุดทำคดีสินบนทอง ละเว้นไม่แจ้งข้อหา ‘พ.ต.อ.ภาคภูมิ’ ตั้งข้อสงสัยคลิปหลักฐาน – อำนาจสอบสวน

ทนายสัญญาภัชระ ระบุว่าการกล่าวโทษในครั้งนี้เกิดจากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา ซึ่งตนเองเข้าร่วมรับฟังการสืบสวนแล้วพบความผิดปกติสำคัญ คือ พนักงานสอบสวนไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหาต่อ พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิสมัย ผู้ซึ่งถูกกล่าวอ้างว่าเป็นผู้นำทองคำมอบให้กรรมการ ป.ป.ช.

“ตามกฎหมาย หากจะใช้บุคคลเป็นพยาน ต้องแจ้งข้อกล่าวหาและดำเนินคดีไปก่อน” ทนายสัญญาภัชระ กล่าวเสริม และมองว่าพฤติการณ์ของชุดสอบสวนนี้เข้าข่ายละเมิดประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157

สองชุดสอบสวนที่ถูกกล่าวโทษ

  • ชุดพนักงานสืบสวนตามคำสั่ง ตร. ที่ 580/2566 นำโดย พล.ต.ต.ทินกร รังมาตย์
  • ชุดคณะพนักงานสอบสวนตามคำสั่งกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ที่ 343/2566 นำโดย พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม และ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว

ทนายยังตั้งข้อสงสัยต่อความน่าเชื่อถือของหลักฐานที่เผยต่อสื่อ โดยเฉพาะคลิปวิดีโอที่มีการเผยแพร่เกี่ยวกับทองคำ ซึ่งเขาชี้ว่าในคลิปไม่ปรากฏภาพของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ แต่อย่างใด และตั้งคำถามว่ามีการตัดต่อภาพหรือเสียงตาม พ.ร.บ.อุ้มหาย มาตรา 22 หรือไม่

อีกประเด็นคือมีข่าวว่ามีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของกรรมการ ป.ป.ช. ถูกควบคุมตัวเพื่อให้การ ซึ่งหากเป็นจริงถือเป็นการฝ่าฝืน พ.ร.บ.อุ้มหาย อย่างชัดเจน และอาจทำลายความน่าเชื่อถือของคดีอย่างรุนแรง

อำนาจสอบสวนควรอยู่ที่ใคร?

ทนายสัญญาภัชระ ย้ำว่ากรณีนี้ควรอยู่ในอำนาจของคณะกรรมการ ป.ป.ช. โดยตรงตาม พ.ร.ป.ป้องกันและปราบปรามการทุจริต มาตรา 61 เนื่องจากเกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่ระดับสูง และการให้พนักงานสอบสวนตำรวจดำเนินคดีเองสร้างรังเกียจเรื่องความเป็นกลาง เนื่องจากหลายคนเป็นคู่กรณีเดิมกับ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์

ในตอนท้ายทนายได้ยืนยันว่า พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด และมั่นใจในความบริสุทธิ์ของตนเอง หลังจากเสร็จสิ้นขั้นตอนที่ สน.พหลโยธิน จะไปขอยื่นหนังสือคัดค้านต่อ ป.ป.ช. เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรม

เหตุการณ์นี้สะท้อนปัญหาความไม่โปร่งใสและความน่าเชื่อถือของระบบยุติธรรม มันเปิดกว้างต่อการตีความและ istedi็นท์หลายมุม การขอความเป็นธรรมในครั้งนี้จึงเป็นเพราะไม่เพียงแค่ตัวบุคคล แต่เพื่อคุ้มครองกระบวนการยุติธรรมของสังคมด้วย

อย่าลืมติดตามประเด็นนี้ต่อเนื่อง เพราะความจริงย่อมต้องปรากฏ

ที่มา – ทนายความ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ร้องทุกข์กล่าวโทษตำรวจชุดทำคดีสินบนทอง ละเว้นไม่แจ้งข้อหา ‘พ.ต.อ.ภาคภูมิ’ ตั้งข้อสงสัยคลิปหลักฐาน – อำนาจสอบสวน

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ มั่นใจหลักฐานมัดตัวการใหญ่คดีสินบนทองคำ เผยปม พ.ต.อ.ภาคภูมิ ยอมเป็นพยานเพราะห่วงศักดิ์ศรีบิดา

วันนี้ (6 มกราคม 2026) พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง หรือรอง ผบช.ก. ได้ให้ข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับความคืบหน้าของคดีที่เกี่ยวข้องกับข้อหาว่า พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นผู้ให้สินบนทองคำแก่กรรมการ ป.ป.ช. ซึ่งคดีนี้มีความซับซ้อนและดึงดูดความสนใจของสาธารณชนจำนวนมาก

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ มั่นใจหลักฐานมัดตัวการใหญ่คดีสินบนทองคำ

ในการเปิดเผยครั้งนี้ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ย้ำว่า การดำเนินคดีเป็นไปโดยไม่มีเจตนาเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัวหรือการกลั่นแกล้ง แต่เน้นไปที่ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ มั่นใจหลักฐานมัดตัวการใหญ่คดีสินบนทองคำ โดยใช้พยานหลักฐานจริงและข้อเท็จจริงในการพิสูจน์ทุกขั้นตอน

ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ยังได้รวบรวมหลักฐานใหม่ๆ ที่เสริมความน่าเชื่อถือ เช่น การจำลองเหตุการณ์ที่ใช้รถยนต์รุ่นเดียวกันกับที่เกิดเหตุจริง โดยมี พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิศมัย เป็นผู้ให้ข้อมูลที่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง ทั้งเรื่องระยะการมองเห็นและรายละเอียดอื่นๆ และมีคลิปวิดีโอเป็นการยืนยัน

ปมพยานรับสภาพด้วยความหนักใจเพราะห่วงศักดิ์ศรีบิดา

สิ่งที่น่าสนใจคือ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ เปิดเผยสาเหตุที่ทำให้ พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิศมัย ตัดสินใจ “เปิดประตู” ออกมาเป็นพยาน ซึ่งเกี่ยวข้องกับความกังวลเรื่องศักดิ์ศรีของครอบครัว โดยเฉพาะความเสียใจของบิดา ซึ่งเป็นอดีตนักเรียนนายร้อยตำรวจ ที่ต้องเสียใจจนเปรยเรื่องการฆ่าตัวตายจากความกดดันและความเสื่อมเสียภาพลักษณ์

“.เขากระตุกหูกระตุกตาผมจนมองข้ามสิ่งผิดพลาดขององค์กรไปแล้ว คืนนี้เขาสารภาพกับตัวเองว่าต้องใช้ชีวิตเพื่อต่อสู้กับความผิด ผมก็รู้สึกสะเทือนใจ และเริ่มเข้าใจเหตุผลที่เขาเปิดใจ

คดีสร้างคลื่นกระทบภาพลักษณ์ตำรวจ

ที่ผ่านมาคลิปวิดีโอที่ถูกเผยแพร่เผยให้เห็นถึงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของบุคคลที่เกี่ยวข้องกับคดี ซึ่งกระตุ้นให้สังคมตั้งคำถามกับธรรมนิยมภายในองค์กรตำรวจ ทั้งในเรื่องของสิทธิบัตรเจ้าหน้าที่ การสนับสนุนและปกป้องสมาชิก และบทบาทของผู้บังคับบัญชาที่ควรรับผิดชอบมากขึ้น

นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลเปิดเผยว่า พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ มีพฤติกรรมที่รุนแรงกับลูกน้อง ทั้งการถือเสื้อขูดกับข้างรถ หรือทำร้ายร่างกายจนเป็นเหตุให้มีใบรับรองแพทย์ชัดเจน ซึ่งเป็นปัญหาที่ควรได้รับการตรวจสอบอย่างจริงจัง

ขณะนี้สำนวนคดียังอยู่ในมือของ ป.ป.ช. ซึ่งพร้อมดำเนินการตามกฎหมายอย่างเข้มงวด หากมีความผิดก็จะแจ้งข้อกล่าวหาทันที โดยไม่มีการกลั่นแกล้งหรือช่วยเหลือใคร

ในที่สุด พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ทิ้งท้ายว่า เขาเชื่อว่าด้วยความชัดเจนของหลักฐาน ผู้ถูกกล่าวหาอาจเลือกหนีออกจากประเทศในอนาคต แต่ตนยืนยันอย่างมั่นใจว่า “แม้เคยเป็นพี่น้องสนิท แต่ถ้าทำผิดกฎหมายต้องยอมรับผลตามกฎหมาย”

ในยุคที่ประชาชนต้องการความโปร่งใส คดีประเภทนี้จึงไม่ใช่เพียงเรื่องของคนในเบื้องต้น แต่เป็นเสียงสะท้อนของสังคมที่เรียกร้องให้มีระบบยุติธรรมที่ยุต्यธรรมและมีจริยธรรม ดังนั้นการปฏิรูป และการบริหารภายในหน่วยงานความมั่นคงจึงเป็นเรื่องที่ต้องคำนึงเป็นอันดับหนึ่ง เพื่อเคารพความเชื่อมั่นของประชาชนที่วางไว้ไว้เสมอ

อย่าลืมติดตามข่าวคดีนี้อย่างใกล้ชิด เพราะเรื่องที่เกี่ยวกับความยุติธรรมไม่มีทางเลือก หากเราเงียบเสียงจะกลายเป็นภาคีของความไม่ถูกต้อง

ที่มา – พล.ต.ต.จรูญเกียรติ มั่นใจหลักฐานมัดตัวการใหญ่คดีสินบนทองคำ เผยปม พ.ต.อ.ภาคภูมิ ยอมเป็นพยานเพราะห่วงศักดิ์ศรีบิดา

ตำรวจไล่ไทมไลน์ เปิดคลิปภาพ-เสียง ใบเสร็จทอง พฤติกรรมคดีสินบนทองคำโยงอดีตรองผบ.ตร. ยืนยันไม่มีตัดต่อใส่ความ ขอศาลโซเชียลอย่าตัดสิน

เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2568 ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการบช.ก. และ พล.ต.ต.ประสงค์ เฉลิมพันธ์ ผู้บังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ ร่วมแถลงข่าวคดีสินบนทองคำที่เกี่ยวข้องกับ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

ประเด็นคดีมีต้นเนื่องจากการที่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ สั่งการให้ สามารถ ส่งมอบทองคำ จำนวน 2 กล่อง น้ำหนักรวม 246 บาท ให้กับ พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิศมัย เพื่อไปส่งต่อให้ กก.ป.ป.ช. โดยมีเป้าหมายเพื่อ “จูงใจ” ให้มีการตัดสินไม่ชี้มูลความผิดในข้อหาที่เกี่ยวข้องกับตัวเขาในแง่ทั้งวินัยและการถูกกล่าวหาอาญา

ตำรวจไล่ไทมไลน์ เปิดคลิปภาพ-เสียง ใบเสร็จทอง พฤติกรรมคดีสินบนทองคำโยงอดีตรองผบ.ตร.

วันที่ 1 กันยายน พ.ต.อ.ภาคภูมิ ได้นำทองคำไปส่งมอบกับ สุรสิทธิ์ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยประจำตัวของคุณ เอกวิทย์ กุลศรี กรรมการ ป.ป.ช. ณ ลานจอดรถสมาคมชาวปักษ์ใต้ เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร ซึ่งจากการสอบสวนพบว่า มีพยานที่ยืนยันการรับทองของกรรมการ เอกวิทย์ นั่งในรถประจำตำแหน่งขณะเกิดเหตุ

ภายหลังจากการรับทอง เอกวิทย์ ได้ขยับการสอบสวนให้ดำเนินไปอย่างเร่งด่วน จนกระทั่งทำให้มีการ มติไม่ชี้มูลความผิด ต่อ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์

พนักงานสอบสวนบุกค้นและรวบรวมหลักฐานที่สำคัญ รวมถึง ใบเสร็จรับทองกว่า 70 ใบ และพบทองคำอีก 120 บาท ในห้องทำงานของผู้ต้องหารายหนึ่ง โดยมีการตรวจสอบว่าเป็นทองรางเดียวกันหรือไม่ ซึ่งอยู่ระหว่างดำเนินการ

สำหรับสถานะของ พ.ต.อ.ภาคภูมิ พนักงานสอบสวนจัดว่าอยู่ในฐานะเป็นผู้กล่าวโทษและพยาน ไม่ใช่ผู้ต้องหา เนื่องจากการกระทำเกิดขึ้นตามคำสั่งและภายใต้ความจำยอมของผู้รับผิดชอบ เป็นคำสั่งจาก พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล โดยไม่มีความล่วงเกินหรือความแค้นส่วนตัว

หลักฐานจากคลิปภาพและเสียงสำคัญ

สำคัญที่สุดคือเจ้าหน้าที่เปิดเผยวิดีโอและคลิปเสียงสนทนาที่ระบุถึงรายละเอียดของการจัดการสินบน โดยมีภาพการส่งทองจาก พ.ต.อ.ภาคภูมิ ไปยังเจ้าหน้าที่ของกรรมการ ป.ป.ช. และยืนยันไม่มีการตัดต่อ หรือดัดแปลงใดๆ

เพื่อความโปร่งใสและยุติธรรม ทางตำรวจยืนยันว่าได้ทำงานอย่างรอบคอบ เปิดโอกาสให้บุคคลภายนอกตรวจสอบข้อมูล พร้อมกันนั้น ตำรวจยืนยันว่าไม่กังวลต่อข้อกล่าวหาหรือการฟ้องร้องกลับ เพราะถือว่าหน้าที่ของตนคือการ สืบสวนเพื่อความเป็นธรรม และทุกผลย่อมต้องพิจารณาโดยศาลเท่านั้น

  • เอกวิทย์: เจ้าพนักงานรับทรัพย์สินโดยมิชอบ
  • สุรสิทธิ์: สนับสนุนเจ้าพนักงานรับทรัพย์สิน
  • พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ และผู้ร่วมขบวนการอีก 4 ราย: ร่วมกันให้ทรัพย์สินแก่เจ้าหน้าที่เพื่อจูงใจ

ข่าวคดีนี้สะท้อนให้เห็นภาพใหญ่ของรัฐธรรมนูญที่มีพลวัต และการท้าทายระบบคุณธรรมในวงการบังคับใช้กฎหมาย การติดตามรายละเอียดคดีนี้อาจช่วยให้สังคมเข้าใจความซับซ้อนของอำนาจและบทบาทของ กก.ป.ป.ช./คณะกรรมการ ป.ป.ช. มากยิ่งขึ้น

ใครสนใจข่าวคดีดังกล่าว สามารถติดตามและเตรียมใจรับข้อมูลเพิ่มเติมจากทั้งด้านกฎหมายและจริยธรรมทางราชการได้ต่อ อย่าลืมติดตามแนวโน้มต่อเนื่องที่อาจเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์การทำงานของหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายในไทย

ติดตามข่าวเพิ่มเติมในประเด็นนี้ได้ที่ ที่มา

Hyundai แย่งซีน Tesla เรื่องโรงงานหุ่นยนต์?

Hyundai ไม่ได้อ้างว่าหุ่นยนต์จะครองโลก หรือช่วยมนุษยชาติ แต่ในวันจันทร์ที่งาน CES ที่ผ่านมา พวกเขาอาจทำลายความเชื่อมั่นของนักลงทุนใน Elon Musk และ Tesla ก็เป็นได้

Hyundai ผลิตรถยนต์ได้มากกว่า Tesla มาก ในช่วงสามปีที่ผ่านมา Hyundai ขายรถยนต์ได้ประมาณ 7 ล้านคันต่อปีทั่วโลก ในขณะที่ Tesla ขายได้ราวๆ 1.8 ล้านคันต่อปี ในช่วงเวลาเดียวกัน

สิ่งที่ทำให้ Tesla เป็นที่รักของ Wall Street ไม่ใช่ปริมาณการผลิตในปัจจุบัน แต่เป็นเรื่องราวทางธุรกิจที่ทำให้นักลงทุนต้องการซื้อหุ้นด้วยความคาดหวังว่าจะได้กำไรมหาศาล เรื่องราวนั้นส่วนหนึ่งมาจากคำสัญญาของ Elon Musk เกี่ยวกับอนาคตของรถยนต์ไร้คนขับ ซึ่งเขาอ้างว่า Tesla จะเอาชนะ Waymo ได้อย่างราบคาบ แต่ที่สำคัญกว่านั้นคือคำกล่าวอ้างของ Musk ที่ว่าหุ่นยนต์ Optimus ของเขามีประสิทธิภาพมากจนอาจ ยุติความยากจน กลายเป็น “ผลิตภัณฑ์ที่ใหญ่ที่สุดตลอดกาล” และสร้างรายได้ “ไม่จำกัด”

แต่หุ่นยนต์ของ Tesla ยังต้องพิสูจน์ตัวเองอีกมาก Elon Musk เคยกล่าวเมื่อไม่ถึงห้าปีที่แล้วว่าจะเปิดตัวหุ่นยนต์ต้นแบบ แต่กลับกลายเป็นคนใส่ชุดไลคร่า และ ทั้งหมดเป็นเรื่องตลกปลอมๆ ที่น่าอึดอัด

ในทางตรงกันข้าม Hyundai เป็นเจ้าของ Boston Dynamics บริษัทที่มีอายุสามทศวรรษ และเป็นผู้บุกเบิกหุ่นยนต์สี่ขาที่น่าขนลุก และหุ่นยนต์ สองขา ที่เคยเป็นไวรัลและทำให้ผู้คนพูดตลกซ้ำๆ ว่า “กำจัดมันด้วยไฟ” Boston Dynamics เขียนหนังสือเกี่ยวกับหุ่นยนต์ในยุคปัจจุบันอย่างแน่นอน

ลองชม Zachary Jackowski หัวหน้าโครงการ Atlas ที่ Boston Dynamics โปรโมทหุ่นยนต์ของเขา โดยคำนึงถึงว่าคู่แข่งของเขาคือ Elon Musk:

เขาอ้างว่าในขณะที่สิ่งที่เคลื่อนไหวอยู่นั้นเป็นเพียงหุ่นยนต์ต้นแบบเพื่อการวิจัย บริษัทของเขากำลัง “ทำงานอย่างหนักเพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ Atlas จริง” และมันจะเป็น “หุ่นยนต์ที่ดีที่สุดและง่ายที่สุดเท่าที่เราเคยสร้างมา” เขาอ้างว่ามันจะกันน้ำได้ และสามารถทนต่ออุณหภูมิได้ต่ำถึง -4 องศาฟาเรนไฮต์ และสูงถึง 104 องศาฟาเรนไฮต์

Jackowski อ้างว่า Boston Dynamics และ Hyundai กำลังรวบรวม “ชุดข้อมูลที่สมบูรณ์ที่สุดในโลกเพื่อฝึกทักษะหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ในการผลิต” และฝั่งรถยนต์ของบริษัทจะใช้และผลิตสิ่งเหล่านี้ใน “โรงงานหุ่นยนต์แห่งใหม่ที่สามารถผลิตหุ่นยนต์ Atlas ได้ 30,000 ตัวต่อปี”

แน่นอนว่านี่เป็นเพียงการโฆษณาเกินจริง ยังไม่มีทางรู้ว่าอะไรคือสิ่งที่ต้องการปลอบประโลมนักลงทุนและคณะกรรมการบริหารที่กระตือรือร้นที่จะลดต้นทุนแรงงาน และอะไรคือสิ่งที่ต้องการดึงดูดความสนใจของธุรกิจที่กำลังคิดจะมาเป็นลูกค้าหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์

ในขณะเดียวกัน Elon Musk จะได้รับค่าตอบแทนมูลค่าล้านล้านดอลลาร์ก็ต่อเมื่อเขา ติดตั้งหุ่นยนต์ Optimus 1 ล้านตัว ดังนั้นจึงค่อนข้างชัดเจนว่าอะไรเป็นแรงจูงใจของเขา อย่างไรก็ตาม เขาได้เลื่อนวันเริ่มต้นสำหรับหุ่นยนต์ Optimus ซึ่งย้อนกลับไปในปี 2024 ควรจะทำงานในโรงงาน Tesla ในปี 2025 และวางจำหน่ายให้บริษัทอื่นๆ ในปี 2026 แต่คำกล่าวอ้างของ Musk เกี่ยวกับแอปพลิเคชันสำหรับหุ่นยนต์ของเขายังคงขยายออกไป ในเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว เขา เปรียบเทียบ หุ่นยนต์ Optimus กับการมี “C-3PO/R2-D2 ส่วนตัว”

ถ้าคุณกำลังอ่านบทความวิเคราะห์นี้ Tesla อาจไม่ได้ทำให้คุณรู้สึกอบอุ่นใจ แต่ Hyundai ก็ไม่ควรเช่นกัน มันคือ Chaebol ซึ่งหมายถึงหนึ่งใน บริษัทขนาดใหญ่ที่อื้อฉาวและมีความสัมพันธ์ที่น่ากังวลกับรัฐบาลของประเทศนั้น เมื่อพูดถึงการสร้างกองทัพหุ่นยนต์ที่มีศักยภาพในการบดขยี้อำนาจแรงงานและสร้างรายได้ “ไม่จำกัด” คำถามคือคุณควรสนับสนุนบริษัทอย่าง Tesla หรือบริษัทอย่าง Hyundai หรือไม่? มันคือ เรื่องราวที่แปลกประหลาดของบริษัทไหนที่คุณคิดว่าน่าเชื่อถือมากกว่ากัน?

Hyundai อาจแย่งซีน Tesla เรื่องโรงงานหุ่นยนต์

Hyundai อาจแย่งซีน Tesla เรื่องโรงงานหุ่นยนต์ ทำให้เกิดคำถามว่าใครจะเป็นผู้นำในการปฏิวัติอุตสาหกรรมหุ่นยนต์

ความท้าทายของ Tesla ในการสร้างโรงงานหุ่นยนต์

ความสำเร็จของ Hyundai ในการสร้างความน่าเชื่อถือในด้านหุ่นยนต์ ทำให้ Hyundai อาจแย่งซีน Tesla เรื่องโรงงานหุ่นยนต์ ได้อย่างน่าสนใจ สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายที่ Tesla เผชิญในการทำให้วิสัยทัศน์ของ Optimus เป็นจริง

Hyundai กำลังเดินหน้าอย่างรวดเร็วในการพัฒนาหุ่นยนต์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบอย่างมากต่อภาพลักษณ์ของ Hyundai อาจแย่งซีน Tesla เรื่องโรงงานหุ่นยนต์ ในอนาคตอันใกล้

การแข่งขันในตลาดหุ่นยนต์กำลังร้อนระอุ และการที่ Hyundai ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำด้านหุ่นยนต์ อาจทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในอุตสาหกรรม Hyundai อาจแย่งซีน Tesla เรื่องโรงงานหุ่นยนต์

ที่มา – Hyundai and Boston Dynamics May Have Just Stolen the Robot Factory Narrative Away from Tesla

นายกฯ แถลงจี้กัมพูชาแจงข้อเท็จจริง ปมอ้างอุบัติเหตุระเบิดเนิน 469 ทำทหารไทยเจ็บ 1 นาย ยันพร้อมตอบโต้ทั้งการทูต-กองทัพ

สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชากลับมาเป็นประเด็นร้อนอีกครั้ง หลังจากมีรายงานว่าทหารไทยได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ระเบิดบริเวณเนิน 469 ใกล้พรมแดน อันเป็นเหตุให้นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีแถลงข่าวอย่างเป็นทางการ พร้อมเตรียมการตอบโต้ทั้งทางการทูตและทางทหาร ล่าสุดเมื่อวันที่ 6 มกราคม 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยคณะผู้บริหารระดับสูงได้ออกมาให้ข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับสถานการณ์ดังกล่าว และชี้แจงแนวทางการดำเนินการของรัฐบาลอย่างรอบด้าน

นายกฯ แถลงจี้กัมพูชาแจงข้อเท็จจริง

ในการแถลงข่าวครั้งนี้ รัฐบาลยืนยันว่าได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดตั้งแต่เกิดเหตุ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการตามขั้นตอนที่กำหนดไว้ในบันทึกข้อตกลง Joint Statement ที่ลงนามร่วมกับกัมพูชามายาวนาน อย่างไรก็ตาม จากการสืบสวนเบื้องต้น พบว่ากัมพูชาอ้างว่าเป็นความผิดพลาดหรืออุบัติเหตุจากฝ่ายตน ซึ่งรัฐบาลไทยต้องการให้ฝ่ายกัมพูชาให้รายละเอียดชัดเจนว่าจะรับผิดชอบอย่างไรกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

เจ้าหน้าที่จากกระทรวงการต่างประเทศได้ออกหนังสือถึงรัฐมนตรีต่างประเทศของกัมพูชา เพื่อเรียกร้องให้มีการชี้แจงอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการละเมิดข้อตกลงหยุดยิงที่มีอยู่ และรัฐบาลไทยยืนยันว่าจะพิจารณาทุกทางเลือก ทั้งทางการทูตและทางทหาร หากจำเป็นและเหมาะสม

การเตรียมพร้อมของไทยอยู่ในทุกด้าน

พล.อ. ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่า กองทัพไทยได้ตรวจสอบสถานการณ์ทันทีหลังเกิดเหตุ และทำการประท้วงทางทหารต่อฝ่ายความมั่นคงของกัมพูชาแล้วตามขั้นตอนที่เหมาะสม โดยระบุว่าแม้ลูกกระสุนที่ตกในดินแดนไทยจะไม่ได้เปิดฉากการยิงตอบโต้ทันที แต่กองทัพพร้อมจะพิจารณาใช้มาตรการตอบโต้ในทุกรูปแบบหากจำเป็น

  • ติดตามสถานการณ์แบบเรียลไทม์จากหน่วยลาดตระเวนชายแดน
  • ประชุมคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาแนวทางการปฏิบัติที่เหมาะสม
  • ประท้วงทางทหารต่อฝ่ายกัมพูชาเพื่อเรียกร้องความชัดเจน
  • เตรียมแผนตอบโต้ทั้งทางการทูตและทางทหารไว้พร้อมใช้งาน

นายกรัฐมนตรีย้ำว่า การแถลงข่าวครั้งนี้เป็นเพียงการแจ้งข่าวเบื้องต้นเท่านั้น ประเทศไทยจะเดินหน้าติดตามสถานการณ์อย่างละเอียด และหากถึงจุดที่ต้องมีการตอบโต้อย่างจริงจัง รัฐบาลจะดำเนินการอย่างมีเป้าหมายและเหมาะสม โดยให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของประชาชนและทหารไทยเป็นอันดับหนึ่ง

ชาวบ้านยังปลอดภัย แต่ต้องเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง

ระหว่างนี้ รัฐบาลยังไม่ประกาศให้ประชาชนในพื้นที่ชายแดน evacuate (อพยพ) อย่างไรก็ตาม หน่วยงานท้องถิ่นได้ถูกกำชับให้ติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด และพร้อมประสานความช่วยเหลือหากมีความจำเป็น กระทรวงมหาดไทยได้จัดเจ้าหน้าที่วงในติดต่อกับชุมชนบริเวณชายแดนเพื่อให้ความมั่นใจว่าการดำเนินชีวิตประจำวันของชาวบ้านยังเป็นไปอย่างปกติ

อย่างไรก็ตาม การยุติความขัดแย้งนั้นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่าย โดยเฉพาะฝ่ายกัมพูชาที่ต้องชี้แจงสถานการณ์อย่างชัดเจนและยอมรับความรับผิดชอบอย่างเป็นทางการ เพื่อไม่ให้สถานการณ์แย่ลงไปกว่านี้

สุดท้ายนี้ สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาในครั้งนี้เป็นการเตือนความจำอีกครั้งว่าความสงบสุขมิใช่เรื่องที่มั่นคงตลอดกาล ทุกฝ่ายต้องเคารพข้อตกลงร่วมกันเพื่อรักษาความมั่นคงบนพรมแดน ขอให้ทั้งสองประเทศหาทางออกร่วมกันอย่างชาญฉลาดและมีสติ เพื่อรักษาความสงบสุขของประชาชนในพื้นที่

หากคุณเป็นผู้ติดตามประเด็นการเมืองหรือความมั่นคงในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อย่าพลาดการติดตามข่าวอย่างใกล้ชิดจากแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ และช่วยกันเดินหน้าเผยแพร่ข้อมูลที่เป็นกลาง สร้างความเข้าใจรอบด้านในสถานการณ์ที่ซับซ้อนเช่นนี้

ที่มา – นายกฯ แถลงจี้กัมพูชาแจงข้อเท็จจริง ปมอ้างอุบัติเหตุระเบิดเนิน 469 ทำทหารไทยเจ็บ 1 นาย ยันพร้อมตอบโต้ทั้งการทูต-กองทัพ

รฟท. เผยยอดผู้โดยสารรถไฟช่วงปีใหม่ 2569 ทะลุ 9.4 แสนคน ย้ำการเดินรถราบรื่น ปลอดภัย ไร้ผู้โดยสารตกค้าง

ตามรายงานล่าสุดจาก การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เมื่อวานนี้ (5 มกราคม 2569) ทรงศักดิ์ อนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รองผู้ว่าการรถไฟฯ รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าการ เปิดเผยว่า ในช่วงเทศกาลปีใหม่ที่ผ่านมา (ระหว่าง 26 ธันวาคม 2568 ถึง 4 มกราคม 2569) รฟท. เผยยอดผู้โดยสารรถไฟช่วงปีใหม่ 2569 ทะลุ 9.4 แสนคน ซึ่งถือว่าเป็นตัวเลขที่น่าประทับใจอย่างมาก

ทั้งนี้ การรถไฟฯ ได้เตรียมความพร้อมอย่างเต็มที่เพื่อให้บริการประชาชนและนักท่องเที่ยวอย่างครอบคลุมและปลอดภัย โดยมีการจัดขบวนรถเฉลี่ยวันละ 210 ขบวน รวมถึงการเพิ่มตู้โดยสารและจัดขบวนรถเสริมพิเศษในเส้นทางที่มีความต้องการสูง เช่น สายเหนือ สายตะวันออกเฉียงเหนือ และสายใต้ ทำให้การเดินรถเป็นไปอย่างราบรื่น และไม่มีรายงานผู้โดยสารตกค้าง

รฟท. เผยยอดผู้โดยสารรถไฟช่วงปีใหม่ 2569 ทะลุ 9.4 แสนคน

ยอดรวมผู้โดยสารรถไฟทั่วประเทศในช่วงเทศกาลปีใหม่รวมเป็นจำนวน 948,416 คน โดยแบ่งตามประเภทขบวนรถและทิศทางการเดินทางดังนี้:

  • ขบวนรถปกติ: 931,745 คน
  • ขบวนรถเสริมพิเศษ: 16,671 คน
  • ผู้โดยสารขาเข้า: 470,189 คน
  • ผู้โดยสารขาออก: 478,227 คน

เมื่อวิเคราะห์ตามเส้นทางที่มีความหนาแน่นสูงสุด พบว่า เส้นทางสายใต้ เป็นสายที่มีผู้โดยสารมากที่สุด โดยมียอดโดยสารรวม 310,293 คน รองลงมาคือ สายตะวันออกเฉียงเหนือ 251,228 คน และ สายเหนือ 181,265 คน

ความปลอดภัยเป็นอันดับแรก

ท่านรองผู้ว่าการฯ ย้ำว่า ความปลอดภัยถือเป็นหัวใจสำคัญของการเดินรถ โดยมีการตรวจสอบสภาพรถจักร ตู้โดยสาร และทีมงานอย่างละเอียดก่อนเดินรถ นอกจากนี้ยังมีการจัดเจ้าหน้าที่ประจำจุดสำคัญและมีศูนย์ติดตามสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง

“การรถไฟแห่งประเทศไทยยังคงมุ่งมั่นในการพัฒนาคุณภาพและดูแลความปลอดภัยของผู้ใช้บริการอย่างเต็มที่ เพื่อให้การเดินทางของทุกคนสะดวก ปลอดภัย และไม่มีกังวล”

ด้วยการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพและความพร้อมอย่างครอบคลุม รฟท. เผยยอดผู้โดยสารรถไฟช่วงปีใหม่ 2569 ทะลุ 9.4 แสนคน ภายใต้บรรยากาศของการเดินทางที่ราบรื่นและปลอดภัย เป็นสัญญาณที่ดีของระบบขนส่งสาธารณะในประเทศไทยที่ก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคง

ผู้โดยสารสามารถสอบถามข้อมูลหรือแจ้งเหตุด่วนได้ที่ศูนย์บริการลูกค้าสัมพันธ์โทร. 1690 หรือติดตามข่าวสารได้ทางเพจ Facebook: ทีมพีอาร์การรถไฟแห่งประเทศไทย ตลอด 24 ชั่วโมง

หากคุณเป็นหนึ่งในผู้เดินทางในเทศกาลปีใหม่ที่ผ่านมา พวกเรายินดีที่จะฟังประสบการณ์ของคุณผ่านคอมเมนต์ใต้โพสต์ อย่าลืมแชร์และช่วยกระจายข่าวดี ๆ แบบนี้ให้เพื่อน ๆ ได้รับรู้ด้วยนะคะ!

ที่มา – รฟท. เผยยอดผู้โดยสารรถไฟช่วงปีใหม่ 2569 ทะลุ 9.4 แสนคน ย้ำการเดินรถราบรื่น ปลอดภัย ไร้ผู้โดยสารตกค้าง

Qualcomm โชว์แผนที่ AI พัฒนารถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติ

ในงาน CES ที่ผ่านมา Qualcomm ได้นำเสนอระบบแผนที่ AI ที่จะช่วยยกระดับรถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติให้เหนือชั้นยิ่งขึ้น โดยระบบนี้จะทำงานร่วมกับ Snapdragon Ride Pilot ซึ่งเป็นระบบช่วยเหลือการขับขี่ของ Qualcomm เอง

ถึงแม้ว่าระบบช่วยเหลือการขับขี่และระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติในเมืองและบนทางหลวงจะเป็นที่น่าสนใจอยู่แล้ว แต่ฟีเจอร์เพิ่มเติมอย่างแผนที่ AI พัฒนารถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัตินี้กลับได้รับความสนใจเป็นพิเศษ เพราะมีเป้าหมายที่จะสร้างประสบการณ์การขับขี่ที่ราบรื่นและปลอดภัยยิ่งขึ้น

(หมายเหตุ: Qualcomm เป็นผู้สนับสนุนการเดินทาง ที่พัก และอาหารในการเดินทางไปงาน CES ของฉัน แต่ไม่มีค่าตอบแทนอื่น ๆ และ Qualcomm ไม่มีส่วนร่วมในการแก้ไขหรือมีอิทธิพลต่อเนื้อหาของฉัน)

Qualcomm ได้แสดงให้เห็นว่าแผนที่ AI พัฒนารถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติที่สร้างโดย HERE Technologies สามารถทำอะไรได้บ้างเมื่อทำงานร่วมกับ Snapdragon Ride Pilot ซึ่งเป็นระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติระดับ 2+ ทาง Qualcomm กล่าวว่าแผนที่เหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของการสร้างประสบการณ์การขับขี่ที่ราบรื่นและปลอดภัย ทั้งในขณะที่ผู้ขับขี่ที่เป็นมนุษย์และคอมพิวเตอร์กำลังควบคุมรถ

HERE กล่าวว่าแผนที่ของพวกเขาสร้าง “e-horizon” ที่คาดการณ์ถนนที่อยู่ไกลเกินกว่าที่รถจะมองเห็นได้ นอกจากนี้ยังมีมุมมองของภูมิประเทศถนนแบบเลนต่อเลน ซึ่งช่วยให้การเปลี่ยนเลนทำได้ดีขึ้น

แม้ว่า Qualcomm จะไม่ได้เข้ามาแข่งขันในตลาด robotaxi แต่ก็เป็นผู้อยู่เบื้องหลังยานยนต์หลายคันบนท้องถนนด้วยชิป Snapdragon

Qualcomm ให้บริการด้านข้อมูลและความบันเทิง การเชื่อมต่อในรถยนต์ จอแสดงผลบนแดชบอร์ด ฟีเจอร์ด้านความปลอดภัย และฟีเจอร์ขั้นสูงอื่น ๆ ในรถยนต์จากผู้ผลิตเช่น BMW, General Motors และ Ford ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแพ็คเกจ Snapdragon Digital Chassis HERE เป็นหนึ่งในintegrationsมากมายที่สามารถทำงานร่วมกับ Snapdragon Ride Pilot ของ Qualcomm ได้

HERE กล่าวว่าแผนที่การขับขี่ขั้นสูงของบริษัทฯ สามารถใช้งานได้ใน 60 ประเทศแล้ว และมีแผนที่จะขยายไปยัง 100 ประเทศภายในปีนี้

แผนที่ AI พัฒนารถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติ

แผนที่ AI พัฒนารถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัตินี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนารถยนต์แห่งอนาคต เพราะช่วยให้รถยนต์สามารถรับรู้สภาพแวดล้อมรอบตัวได้อย่างแม่นยำและวางแผนการเดินทางได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ประโยชน์ของแผนที่ AI พัฒนารถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติ

  • เพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่
  • ช่วยให้การขับขี่ราบรื่นยิ่งขึ้น
  • ประหยัดพลังงาน
  • ลดการปล่อยมลพิษ

แผนที่ AI พัฒนารถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติ ถือเป็นก้าวสำคัญของการพัฒนารถยนต์แห่งอนาคต และมีศักยภาพที่จะเปลี่ยนแปลงรูปแบบการเดินทางของเราไปอย่างสิ้นเชิง การผสานรวมเทคโนโลยี AI เข้ากับแผนที่นำทางจะช่วยให้รถยนต์สามารถขับเคลื่อนได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะนำไปสู่การลดอุบัติเหตุ ลดการปล่อยมลพิษ และสร้างประสบการณ์การขับขี่ที่สะดวกสบายยิ่งขึ้นสำหรับผู้ใช้งานทุกคน

ที่มา – Qualcomm Shows Off AI-Powered Maps, a New Feature to Level Up Self-Driving Cars

ปีหน้ามีอะไรในทีวี: เจาะลึกอนาคตวงการโทรทัศน์

วงการโทรทัศน์ในปีหน้ามีอะไรน่าตื่นเต้นบ้าง มาดูกัน! ปี 2026 สัญญาว่าจะเต็มไปด้วยซีรีส์ใหม่และการกลับมาของแฟรนไชส์ดังมากมาย แต่หลายเรื่องก็จะมาพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เตรียมพบกับ Star Trek: Starfleet Academy ที่จะพาคุณไปสัมผัสประสบการณ์ในโรงเรียน Starfleet และ Game of Thrones: A Knight of the Seven Kingdoms ที่จะนำเสนอเรื่องราวการผจญภัยที่เล็กลงแต่เข้มข้นไม่แพ้กัน

นอกจากนี้ เรายังจะได้ชมซีรีส์ใหม่จาก DC (Lanterns), Marvel (Wonder Man), และ Sony (Spider-Noir) อีกด้วย Blade Runner 2099 จะพาเรากลับไปสู่โลกดิสโทเปียที่คุ้นเคย เช่นเดียวกับ The Testaments ภาคต่อของ The Handmaid’s Tale และซีรีส์ฮิตที่กลับมาพร้อมการปรับโฉมในสไตล์ร็อคแอนด์โรล: Interview With the Vampire ซีซั่นที่สาม ซึ่งปัจจุบันใช้ชื่อว่า The Vampire Lestat

การกลับมาของซีซั่นที่สองที่หลายคนตั้งตารอ ได้แก่ Paradise, Monarch: Legacy of Monsters และไลฟ์แอ็กชัน One Piece ซีซั่นที่สามของ House of the Dragon จะมาถึงหลังจาก A Knight of the Seven Kingdoms ไม่นาน เพื่อให้กระแส Westeros ยังคงอยู่ต่อไป นอกจากนี้ ยังมีการสิ้นสุดที่น่าจับตามองกับซีซั่นที่ห้าของ The Boys ซึ่งจะสร้างความฮือฮาอย่างแน่นอนในขณะที่บอกลาโลกซูเปอร์ฮีโร่แนวเสียดสี

แต่เราก็ตื่นเต้นกับชื่อเรื่องใหม่ๆ ที่กำลังจะมาถึงเช่นกัน รวมถึงซีรีส์สยองขวัญสามเรื่องที่สร้างจากภาพยนตร์ ได้แก่ The ‘Burbs แนวตลกดำ, Crystal Lake ซึ่งเป็นภาคต้นของ Friday the 13th และผลงานล่าสุดของ Mike Flanagan ผู้ดัดแปลง Stephen King เป็นซีรีส์ นั่นคือ Carrie

อีกหนึ่งการดัดแปลงที่เราหวังว่าจะได้ชมในปีนี้ แม้ว่าจะยังไม่มีการยืนยันวันวางจำหน่าย: Neuromancer เรื่องราวไซเบอร์พังก์สุดล้ำของ William Gibson ที่ Apple TV นำมาสร้าง

Netflix ยังคงยึดมั่นในรูปแบบการปล่อยซีรีส์แบบรวดเดียวจบ แต่ก็มีการแบ่งตอนในซีซั่นออกเป็นช่วงๆ มากขึ้น เช่นเดียวกับ Wednesday ซีซั่นสองและ Stranger Things ซีซั่นห้า นั่นเป็นวิธีหนึ่งในการทำให้การสนทนาเกี่ยวกับซีรีส์ของคุณดำเนินต่อไป ซึ่งเป็นสิ่งที่ Fallout ของ Prime Video ทำได้ดี โดยเปลี่ยนจากการปล่อยรวดเดียวจบเป็นการปล่อยรายสัปดาห์สำหรับซีซั่นที่สองปัจจุบัน

ตัวอย่างที่ใหญ่ที่สุดของสิ่งนั้นในทางกลับกันอาจเป็นการตัดสินใจของ Hulu ที่จะปล่อย Futurama ซีซั่นที่ 10 ทั้งหมดในคราวเดียว ซึ่งเป็นครั้งแรกสำหรับรายการนี้และอาจเป็นเหตุผลว่าทำไมเราถึงไม่ค่อยเห็นใครพูดถึงตอนต่างๆ ที่จริง ๆ แล้ว ยอดเยี่ยม

เราไม่ได้บอกว่าเราต่อต้านการดูรวดเดียวจบ แต่คุณค่าของการปล่อยรายสัปดาห์แบบเก่าเป็นสิ่งที่เราตระหนักถึงมากขึ้น มันทำให้คุณมีโอกาสที่จะปล่อยให้เนื้อเรื่องสำคัญๆ ซึมซับในช่วงหลายวัน และถ้าคุณสามารถปกป้องตัวเองจากสปอยเลอร์ได้ ตัวเลือกในการดูรวดเดียวจบก็ยังมีอยู่เสมอ: รอจนกว่าซีซั่นจะจบ แล้วค่อยตะครุบทุกอย่างพร้อมกัน

@GameOfThrones บน X—นี่คือแหล่งข่าวสารสำหรับ A Knight of the Seven Kingdoms และ House of the Dragon ในปีนี้ และหากมีการสั่งผลิตซีรีส์ดัดแปลงจาก George R.R. Martin เรื่องอื่นๆ อีก คุณสามารถเดิมพันได้เลยว่าบัญชีนี้จะมี GIF ที่ได้แรงบันดาลใจมาเพื่อรายงานข่าว

@Bradcalebkane บน Instagram—ผู้จัดรายการของ Crystal Lake และผู้ร่วมจัดรายการของ It: Welcome to Derry (ประกาศซีซั่นสองอยู่ที่ไหน HBO?) มักจะโพสต์ภาพถ่ายและอัปเดตเบื้องหลัง

James Gunn บน X และ Instagram—ราวกับว่าคุณยังไม่ได้ติดตามผู้ชายคนนี้อยู่แล้ว? หัวหน้าของ DC ไม่เพียงแต่ปล่อยข่าวเกี่ยวกับภาพยนตร์ของค่ายเท่านั้น แต่เขายังเป็นแหล่งข้อมูลที่อุดมสมบูรณ์สำหรับรายการทีวีของสตูดิโออีกด้วย

@AppleTV บน X—ข่าวสารมากมาย แต่ก็มีมมากมายเช่นกัน เราจะคิดถึงเนื้อหา Carol ทั้งหมดเมื่อกระแส Pluribus เปลี่ยนไปสำหรับสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไป

A24: แม้ว่าฝ่ายภาพยนตร์จะยังคงเป็นเจ้าตลาด แต่ขอบเขตการผลิตของบริษัทนี้ยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดย Crystal Lake จะมาถึง Peacock ในปีนี้ เราอยากรู้ว่า A24 ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องการเสี่ยงกับโปรเจ็กต์ประเภทต่างๆ จะนำอะไรมาสู่หน้าจอขนาดเล็กในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

Netflix: ข้อตกลง Warner Bros. นั้นยังไม่เป็นทางการอย่างเป็นทางการ แต่มีใครสงสัยในพลังของ Tudum บ้าง? ในปี 2026 เราจะจับตาดูความเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ของฮอลลีวูดนี้อย่างใกล้ชิด และดูว่ามันจะส่งผลต่อการผลิตภาพยนตร์และการฉายภาพยนตร์อย่างไร นอกจากนี้ คลังทองคำย้อนหลังของ Warner Bros. อะไรบ้างที่อาจปรากฏในคลังของ Netflix เร็วๆ นี้

Apple TV ได้มอบความสุขทางวิทยาศาสตร์ให้เรามากมายในรายการต่างๆ เช่น Severance, Foundation, For All Mankind และ Pluribus แต่ยังไม่ได้ผจญภัยลึกลงไปในสยองขวัญมากนัก Widow’s Bay ที่ดูน่าสนใจ นำแสดงโดย Matthew Rhys ในบทนายกเทศมนตรีของเกาะต้องสาปนอกชายฝั่งนิวอิงแลนด์ อาจเปลี่ยนแปลงสิ่งนั้นได้ สตรีมเมอร์อธิบายว่าเป็นส่วนผสมของ “สยองขวัญของแท้กับตลกที่ขับเคลื่อนด้วยตัวละคร” และถ้าสามารถปรับโทนนั้นให้ถูกต้องได้ เราอาจมีรายการโปรดใหม่เมื่อเปิดตัว

ต้องการข่าวสาร io9 เพิ่มเติมหรือไม่? ตรวจสอบว่าเมื่อใดควรรอคอย Marvel, Star Wars และ Star Trek ล่าสุด อะไรต่อไปสำหรับ DC Universe ในภาพยนตร์และทีวี และทุกสิ่งที่คุณจำเป็นต้องรู้เกี่ยวกับอนาคตของ Doctor Who

ปีหน้ามีอะไรในทีวี

เจาะลึกสิ่งที่น่าสนใจในวงการทีวี ปีหน้ามีอะไรในทีวี ที่คุณไม่ควรพลาด!

โดยรวมแล้ว ปีหน้ามีอะไรในทีวี สัญญาว่าจะเป็นปีที่น่าตื่นเต้นสำหรับคนรักซีรีส์ ด้วยการกลับมาของแฟรนไชส์ดัง ซีรีส์ใหม่ที่น่าสนใจ และการเปลี่ยนแปลงในรูปแบบการเผยแพร่เนื้อหา เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับปีที่เต็มไปด้วยความบันเทิง!

ที่มา – The Year Ahead in TV

CEO Samsung เผย ปัญหาขาดแคลนหน่วยความจำ

สำหรับใครที่ติดตามข่าวสารในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา คงจะไม่แปลกใจที่ปัญหาขาดแคลนหน่วยความจำที่ขับเคลื่อนด้วย AI กำลังผลักดันราคาอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้บริโภคให้สูงขึ้น และแนวโน้มการเพิ่มขึ้นนี้ยังไม่มีทีท่าว่าจะชะลอตัวลงในเร็ววัน

ล่าสุด TM Roh ผู้บริหารร่วมของ Samsung ได้ออกมาตระหนักถึงวิกฤตนี้แล้ว หลังจากที่ผู้บริโภคส่วนใหญ่เริ่มทำใจยอมรับสถานการณ์นี้ไปเมื่อหลายเดือนก่อน ในการสัมภาษณ์กับสำนักข่าว Reuters ที่งาน CES Roh ได้กล่าวถึงปัญหาขาดแคลนหน่วยความจำและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของเกาหลีใต้

“เนื่องจากสถานการณ์นี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ไม่มีบริษัทใดรอดพ้นจากผลกระทบนี้ได้” Roh กล่าวกับ Reuters พร้อมยอมรับว่าปัญหาขาดแคลนหน่วยความจำอาจส่งผลกระทบไม่เพียงแต่สมาร์ทโฟนเท่านั้น แต่ยังรวมถึงทีวีและเครื่องใช้ในบ้านด้วย

เขากล่าวเสริมว่าผลกระทบบางอย่างเป็นสิ่งที่ “หลีกเลี่ยงไม่ได้” และตามรายงานของ Reuters เขายังไม่ได้ตัดความเป็นไปได้ที่จะมีการขึ้นราคา แม้ว่าบริษัทจะพยายามทำงานร่วมกับพันธมิตรเพื่อลดผลกระทบบางส่วนในระยะยาว

เป็นที่ชัดเจนมานานหลายเดือนแล้วว่าการเติบโตของ AI ควบคู่ไปกับการแข่งขันของอุตสาหกรรมในการสร้างศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ กำลังดึงกำลังการผลิตสำหรับชิปหน่วยความจำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับ DRAM (dynamic random access memory) และ NAND flash storage

Tom’s Hardware รายงานเมื่อต้นปีนี้ว่าโครงการศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่อย่าง Stargate ของ OpenAI ต้องการ DRAM wafers เพิ่มขึ้นอีกหลายแสนแผ่นต่อเดือน ซึ่งคิดเป็นประมาณ 40% ของผลผลิต DRAM ทั่วโลก ในเดือนตุลาคม OpenAI ได้ทำ ข้อตกลงกับ Samsung และ SK Hynix เพื่อขยายการผลิตชิปหน่วยความจำขั้นสูง โดยตั้งเป้าหมายเริ่มผลิต DRAM wafers ใหม่ประมาณ 900,000 แผ่นต่อเดือน

และนั่นเป็นเพียงบริษัทเดียว Google, Meta และ Microsoft ต่างก็กำลังสร้างศูนย์ข้อมูลของตนเองเพื่อฝึกอบรมและใช้งานโมเดล AI รุ่นต่อไป

การจัดหาชิปให้กับบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่เหล่านี้พิสูจน์แล้วว่ามีกำไรมากสำหรับบริษัทเซมิคอนดักเตอร์ ในความเป็นจริง Micron เพิ่งตัดสินใจที่จะ ยุติแบรนด์ธุรกิจผู้บริโภค Crucial เพื่อมุ่งเน้นไปที่ความต้องการของศูนย์ข้อมูล การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวทำให้ซัพพลายสำหรับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้บริโภคตึงตัวขึ้น ซึ่งช่วยผลักดันราคาให้สูงขึ้น ที่แย่กว่านั้น นักวิเคราะห์เตือนว่าแม้ว่าซัพพลายจะคงที่ในที่สุด ราคาที่สูงขึ้นเหล่านี้อาจกลายเป็น the new normal

ในขณะที่การขาดแคลนชิปอาจเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจเซมิคอนดักเตอร์ของ Samsung แต่ก็มีความเสี่ยงที่จะสร้างแรงกดดันต่อแผนกสมาร์ทโฟนและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้บริโภค

บริษัทวิจัยตลาด IDC คาดการณ์ว่า ตลาดสมาร์ทโฟนทั่วโลกอาจหดตัวลง 5% ในปีหน้า ขณะที่ตลาดพีซีอาจหดตัวลงมากถึง 9% ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผลมาจากราคาที่สูงขึ้น

ถึงกระนั้น Samsung ก็ดูเหมือนจะเดินหน้าเต็มกำลังกับความทะเยอทะยานด้าน AI

“เราจะนำ AI ไปใช้กับผลิตภัณฑ์ทุกประเภท ฟังก์ชันทุกอย่าง และบริการทั้งหมดให้เร็วที่สุด” Roh กล่าวกับ Reuters

บริษัทวางแผนที่จะเพิ่มจำนวนอุปกรณ์มือถือที่มาพร้อมกับฟีเจอร์ “Galaxy AI” เป็นสองเท่าในปีนี้ รวมถึงสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต เป็นประมาณ 800 ล้านเครื่อง

ปัญหาขาดแคลนหน่วยความจำ: Samsung ยอมรับแล้ว

ผลกระทบจากปัญหาขาดแคลนหน่วยความจำต่อผู้บริโภค

ปัญหาขาดแคลนหน่วยความจำในปัจจุบันส่งผลกระทบต่อผู้บริโภคโดยตรงผ่านราคาสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่สูงขึ้น ไม่ว่าจะเป็นสมาร์ทโฟน คอมพิวเตอร์ หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน แนวโน้มนี้อาจส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค และอาจนำไปสู่การชะลอตัวของตลาดในภาพรวม

การที่ Samsung ออกมายอมรับถึงปัญหาดังกล่าว แสดงให้เห็นถึงความรุนแรงของสถานการณ์ และความจำเป็นในการเตรียมรับมือกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

ที่มา – Samsung CEO Says What We Already Know About the Memory Shortage