ผู้เขียน: lalika69_admin

ผู้สร้าง ‘Wicked’ มีไอเดียเพิ่มเติม

ในขณะที่ผู้ชมแห่กันไปชมภาพยนตร์ Wicked: For Good สุดสัปดาห์นี้ (และต่อๆ ไปอีกเรื่อยๆ)… โลกของ Oz อาจมีอะไรให้สำรวจอีกมากมาย

ในระหว่างการเปิดตัวภาพยนตร์รอบปฐมทัศน์ที่นิวยอร์ก สตีเฟน ชวาร์ตซ์ ผู้สร้างละครเพลงเรื่องนี้ บอกกับ The Ankler ว่าอาจยังไม่มี “ไอเดียที่ใช่” สำหรับภาคต่อที่เหมาะสม อย่างไรก็ตาม เขาเปิดเผยว่าเขากำลังทำงานร่วมกับ วินนี โฮลซ์แมน ผู้ร่วมเขียนบทภาพยนตร์ เพื่อพัฒนาไอเดียที่อยู่ในโลกของ Wicked ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับว่า For Good ทำรายได้ที่บ็อกซ์ออฟฟิศได้ดีแค่ไหน แน่นอนว่าเขาคิดว่าเรื่องราวของเอลฟาบาและกลินด้าสมบูรณ์แล้ว ดังนั้นภาคต่อที่มีศักยภาพจะต้องแตกต่างออกไป: “ไม่ใช่ภาคต่อ แต่เป็นส่วนเสริม” เขาบอกกับสื่อ

ไม่ว่าไอเดียนี้จะเป็นอะไร มันแยกจากการดัดแปลงนวนิยายหลัง Wicked ที่เขียนโดย เกรกอรี แม็กไกวร์ รวมถึงหนังสือ Oz ในภายหลังที่เขียนโดย แฟรงค์ แอล. บอม และนักเขียนคนอื่นๆ ในกลุ่ม Oz ดั้งเดิม ข้อกำหนดเพียงอย่างเดียวที่ชวาร์ตซ์มีในตอนนี้คือโครงการดังกล่าวจะต้องอยู่ “เหนือกว่าการทำเงินอย่างเดียว ตอนนี้ยังไม่มีใครเสนอไอเดียที่ผมได้ยินมาซึ่งจะสนับสนุนสิ่งนั้นได้” เขาคิดว่าภาคต่อดังกล่าวอาจมีอยู่จริงได้ แต่ถึงแม้จะไม่มี Wicked และ Wicked: For Good ก็ประสบความสำเร็จในการจุดประกายความสนใจในภาพยนตร์เพลงอีกครั้ง

“เมื่อประสบความสำเร็จ ทุกคนก็ชนะ” สตีเฟน โอเรมัส ผู้อำนวยการสร้างเพลงของภาพยนตร์กล่าวเสริม “ถ้าภาพยนตร์ Wicked ทำให้ผู้คนตื่นเต้นกับการเล่าเรื่องราวผ่านเพลง และมีการสร้างหรือพัฒนาภาพยนตร์มากขึ้น ก็แสดงให้เห็นว่ามันน่าทึ่งมาก”

จากความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ของ Wicked ทำให้ไอเดียในการสร้างภาพยนตร์เพลงกลับมาเฟื่องฟูอีกครั้ง แฟนๆ ต่างตั้งตารอชมภาคต่อหรือภาพยนตร์ที่เกี่ยวข้องกับโลกของ Oz มากขึ้นเรื่อยๆ ผู้สร้าง ‘Wicked’ มีไอเดีย ที่น่าสนใจมากมายเกี่ยวกับเรื่องนี้

ผู้สร้าง ‘Wicked’ มีไอเดียเพิ่มเติม

การที่ สตีเฟน ชวาร์ตซ์ ผู้สร้าง ‘Wicked’ มีไอเดีย ที่จะขยายจักรวาลของ Oz ออกไป ถือเป็นข่าวดีสำหรับแฟนๆ ทั่วโลก เพราะมันหมายความว่าเราอาจจะได้เห็นเรื่องราวใหม่ๆ ที่น่าตื่นเต้นและเข้มข้นกว่าเดิม

ความเป็นไปได้ของภาคต่อและเรื่องราวเสริมจาก ‘Wicked’

ถึงแม้ว่าชวาร์ตซ์จะบอกว่ายังไม่มีไอเดียที่ “ใช่” สำหรับภาคต่อโดยตรง แต่การที่เขากำลังทำงานร่วมกับ วินนี โฮลซ์แมน แสดงให้เห็นว่ามีความเป็นไปได้สูงที่เราจะได้เห็นเรื่องราวเสริมที่เชื่อมโยงกับ Wicked ในอนาคต

การที่ชวาร์ตซ์เน้นย้ำว่าโครงการใหม่จะต้อง “เหนือกว่าการทำเงินอย่างเดียว” แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจในคุณภาพของเนื้อเรื่องและความต้องการที่จะสร้างสิ่งที่พิเศษและมีความหมายสำหรับผู้ชมจริงๆ ผู้สร้าง ‘Wicked’ มีไอเดีย ที่จะทำให้จักรวาลนี้ยิ่งใหญ่ขึ้น

ดังนั้น การที่ ผู้สร้าง ‘Wicked’ มีไอเดีย มากมายสำหรับอนาคตของจักรวาล Oz ทำให้เรามีความหวังว่าจะได้เห็นภาพยนตร์เพลงที่ยอดเยี่ยมและน่าประทับใจมากยิ่งขึ้นต่อไปในอนาคต แฟนๆ ทั่วโลกต่างรอคอยที่จะได้สัมผัสประสบการณ์ใหม่ๆ ในโลกที่เต็มไปด้วยเวทมนตร์และความมหัศจรรย์นี้

จักรวาลของ Oz ยังมีเรื่องราวอีกมากมายที่รอการเปิดเผย และด้วยความสามารถและความคิดสร้างสรรค์ของผู้สร้างอย่าง สตีเฟน ชวาร์ตซ์ เรามั่นใจได้ว่าเรื่องราวเหล่านั้นจะถูกถ่ายทอดออกมาได้อย่างน่าประทับใจและตราตรึงใจผู้ชมอย่างแน่นอน

การกลับมาของภาพยนตร์เพลงเป็นสิ่งที่น่ายินดี และ Wicked ได้พิสูจน์แล้วว่าภาพยนตร์เพลงยังคงมีเสน่ห์และดึงดูดผู้ชมได้เป็นอย่างดี การที่ผู้สร้างมีความคิดที่จะขยายจักรวาลนี้ออกไปจึงเป็นเรื่องที่น่าติดตามอย่างยิ่ง

เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้เห็นไอเดียเหล่านั้นเป็นรูปเป็นร่างในเร็ววัน และได้ดำดิ่งสู่โลกแห่ง Oz อีกครั้ง

ที่มา – The ‘Wicked’ Musical Creator Has Ideas For More

ลูกชาย รมต. พาณิชย์ ทรัมป์ ทำเงินในธุรกิจ Data Center

รัฐบาลทรัมป์พยายามที่จะ เปิดประตู ให้กับอุตสาหกรรม AI สนับสนุนบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีของอเมริกา ในขณะที่พวกเขาพยายามขยายธุรกิจ AI อย่างมาก และนำปัญญาประดิษฐ์ไปใช้ในทุกด้านของชีวิตอเมริกัน การเติบโตทางอุตสาหกรรมนี้มาพร้อมกับ การแย่งชิงทองคำ สำหรับอุตสาหกรรม Data Center ซึ่งให้บริการคลาวด์ที่สนับสนุนแอปพลิเคชันและแพลตฟอร์ม AI หลายรูปแบบ Data Center กำลังถูกสร้างขึ้นทั่วประเทศ และเช่นเดียวกับที่รัฐบาล สนับสนุนความพยายามนี้ เหล่าลูกชายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ของทรัมป์ Howard Lutnick ก็กล่าวกันว่ากำลังทำเงินจากมัน

ข่าวนั้นมาจาก บทความล่าสุด ที่ตีพิมพ์โดย New York Times ซึ่งกล่าวถึงความสัมพันธ์ทางธุรกิจระหว่าง Kyle Lutnick อายุ 29 ปี และ Brandon Lutnick อายุ 27 ปี กับธุรกิจ AI ชื่อ Fermi America หนังสือพิมพ์ฉบับดังกล่าวระบุว่า ในเดือนกรกฎาคม Kyle Lutnick ได้เยี่ยมชมอสังหาริมทรัพย์ในเท็กซัส ซึ่ง Fermi ตั้งใจที่จะสร้าง Data Center แห่งใหม่ ที่นั่น เขาได้พบกับ Toby Neugebauer ผู้ร่วมก่อตั้งและ CEO ของ Fermi ซึ่งเป็นมหาเศรษฐี ปัจจุบันลูกชายของ Lutnick ทั้งสองคนช่วยบริหาร Cantor Fitzgerald ซึ่งเป็นบริษัทบริการทางการเงินที่พ่อของพวกเขาบริหารมานานหลายปี (เขา ก้าวลงจากตำแหน่ง ที่บริษัทเพื่อเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ของทรัมป์) The Times ตั้งข้อสังเกตว่า Cantor Fitzgerald “ช่วยระดมทุน” สำหรับ Data Center แห่งใหม่ของ Fermi และในกระบวนการนี้ “ได้รับค่าธรรมเนียมหลายล้านดอลลาร์”

เมื่อไม่นานมานี้ Lutnick ผู้พ่อ ได้รับการถ่ายภาพร่วมกับ Neuberger ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมที่ออกแบบมาเพื่อเฉลิมฉลองความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ระหว่าง Fermi และบริษัทญี่ปุ่นชื่อ Doosan Enerbility ซึ่งอธิบายว่าเป็น “ผู้จัดหาชิ้นส่วนโรงไฟฟ้านิวเคลียร์รายใหญ่ที่สุดของโลกในช่วง 40 ปีที่ผ่านมา” ความร่วมมือดังกล่าวซึ่งเป็นทางการผ่านบันทึกความเข้าใจ จะ “แสวงหาความร่วมมือที่กว้างขึ้นในหลากหลายโครงการและแพลตฟอร์มเทคโนโลยีเพื่อสนับสนุนกลยุทธ์การพัฒนานิวเคลียร์ระยะยาวของ Fermi America” ตามข่าวประชาสัมพันธ์

บทบาทของ Howard Lutnick ในโครงการที่ลูกชายของเขามีส่วนร่วมทางการเงินได้รับการอธิบายโดยหนังสือพิมพ์ดังนี้:

เหตุการณ์ต่อเนื่องนี้ – ลูกชายทำเงินจากโครงการที่พ่อของเขากำลังส่งเสริมในฐานะเจ้าหน้าที่รัฐบาลกลาง – เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าตั้งแต่ประธานาธิบดีทรัมป์แต่งตั้ง Howard Lutnick เป็นหัวหน้ากระทรวงพาณิชย์ ตามการสอบสวนของ The New York Times ในบทบาทนั้น Mr. Lutnick ได้บิดแขนพันธมิตรชาวอเมริกัน โดยเสนอผลประโยชน์ด้านนโยบายเพื่อแลกกับการลงทุนในโครงการอุตสาหกรรมของสหรัฐฯ The Times พบว่าบางครั้งกลยุทธ์เหล่านี้ได้สร้างโอกาสให้ลูกค้าของครอบครัวของเขาเข้าถึงเงินทุนต่างประเทศที่จำเป็นมาก

The Times ยังตั้งข้อสังเกตอีกว่า “บริษัทของครอบครัวดำเนินงานในหลากหลายอุตสาหกรรม ตั้งแต่สกุลเงินดิจิทัลไปจนถึง Data Center ซึ่งทับซ้อนกับการทำงานของ Mr. Lutnick ในรัฐบาล” กิจกรรมเหล่านี้ได้ก่อให้เกิดความกังวล “ในหมู่เจ้าหน้าที่ระดับสูงในกระทรวงพาณิชย์” The Times เขียน โดยอ้างถึงเจ้าหน้าที่ปัจจุบันและอดีต Gizmodo ติดต่อฝ่ายบริหารของทรัมป์ Fermi America และ Cantor Fitzgerald L.P. เพื่อขอความคิดเห็น

โฆษกทำเนียบขาวกล่าวกับ The Times ว่า “ข้อเท็จจริงก็คือ ผลประโยชน์พิเศษเพียงอย่างเดียวที่ชี้นำรัฐมนตรี Lutnick และส่วนที่เหลือของการตัดสินใจของฝ่ายบริหารของทรัมป์คือผลประโยชน์สูงสุดของชาวอเมริกัน”

การสนับสนุนของทรัมป์สำหรับอุตสาหกรรม AI มีความสำคัญและสม่ำเสมอ ในเดือนมกราคม ทำเนียบขาว ประกาศโครงการ Stargate ซึ่งออกแบบมาเพื่อสนับสนุนการสร้าง “โครงสร้างพื้นฐาน AI” และ Data Center ทั่วสหรัฐอเมริกา ในเดือนกรกฎาคม ฝ่ายบริหารของทรัมป์ยังได้ผ่านคำสั่งผู้บริหารที่ออกแบบมาเพื่อเร่ง การอนุญาตของรัฐบาลกลางสำหรับการก่อสร้าง Data Center รัฐบาลยังพยายามที่จะ ปรับปรุงกฎระเบียบให้ทันสมัยและคลายข้อผูกมัด สำหรับอุตสาหกรรมนิวเคลียร์ ซึ่งธุรกิจ AI มองว่าเป็นทรัพยากรที่สำคัญในการแข่งขันเพื่อควบคุมรอยเท้าพลังงานที่สูงเกินจริงของ AI ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ทรัมป์ยังได้ ร่างคำสั่ง ที่จะอนุญาตให้รัฐบาลกลางดำเนินการกับรัฐที่พยายามแนะนำกฎระเบียบ AI ของตนเอง

ลูกชาย รมต. พาณิชย์ ทรัมป์ ทำเงินในธุรกิจ Data Center

ข้อควรพิจารณาเกี่ยวกับ ลูกชาย รมต. พาณิชย์ ทรัมป์ ทำเงินในธุรกิจ Data Center

การที่ลูกชายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ของอดีตประธานาธิบดีทรัมป์เข้ามามีส่วนร่วมในธุรกิจ Data Center ที่กำลังเติบโตนี้ แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนระหว่างการเมือง ธุรกิจ และเทคโนโลยี และเน้นย้ำถึงความสำคัญของการตรวจสอบและตรวจสอบผลประโยชน์ทับซ้อนที่อาจเกิดขึ้น

การที่อดีตรัฐมนตรีและครอบครัวของเขามีส่วนเกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมที่กำลังเฟื่องฟูที่ได้รับการสนับสนุนจากนโยบายของรัฐบาลอาจทำให้เกิดคำถามเกี่ยวกับจริยธรรมและความโปร่งใส การทำความเข้าใจความเชื่อมโยงเหล่านี้เป็นสิ่งสำคัญสำหรับการประเมินผลกระทบของนโยบายต่อผลประโยชน์ส่วนตัวและสาธารณะ

ธุรกิจ Data Center มีความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากการใช้งาน AI และการเก็บข้อมูลเพิ่มมากขึ้น การติดตามความเคลื่อนไหวของผู้เล่นหลักและผลกระทบต่อภูมิทัศน์ทางเศรษฐกิจจึงเป็นสิ่งสำคัญ

การลงทุนของครอบครัว Lutnick ในธุรกิจ Data Center สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มที่กว้างขึ้นของการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับการเติบโตของ AI อนาคตของอุตสาหกรรม Data Center จะเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับการพัฒนา AI และผลกระทบที่มีต่อสังคม

การที่ลูกชาย รมต. พาณิชย์ ทรัมป์ ทำเงินในธุรกิจ Data Center ตอกย้ำถึงความสำคัญของการกำกับดูแลและการตรวจสอบเพื่อให้แน่ใจว่าผลประโยชน์ส่วนตัวจะไม่ส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจเชิงนโยบาย

ที่มา – The Sons of Trump’s Commerce Secretary Are Making Money in the Data Center Biz

ค้นหาอีเมล Epstein: วิธีที่น่าขนลุก

อยากรู้เกี่ยวกับอีเมลที่เพิ่งเปิดเผยของ Jeffrey Epstein แต่ไม่อยากคลิกผ่านไฟล์จำนวนมากใช่ไหม ตอนนี้มีวิธีค้นหาอีเมล Epstein ได้ง่ายขึ้นมาก และมันทั้งน่าสนใจและน่าขนลุกในเวลาเดียวกัน

มันชื่อ Jmail.world และเป็นโครงการของ Riley Walz และ Luke Igel พวกเขาได้สร้างเครื่องมือที่อาจอธิบายได้ดีที่สุดว่าเป็น Jeffrey Epstein Inbox Simulator ’25 อย่างน้อยนั่นคือสิ่งที่ Charlie Warzel แห่ง The Atlantic กล่าวไว้ และมันให้ความรู้สึกเหมือนคำอธิบายที่เหมาะสม

โดยพื้นฐานแล้วมันมีลักษณะเหมือน Gmail และมีคุณสมบัติที่เหมือนกันมากมาย แม้ว่าจะเป็นวิธีที่ชาญฉลาดในการนำเสนอเอกสารนับหมื่นฉบับที่เผยแพร่โดยคณะกรรมการกำกับดูแลและการปฏิรูปของสภา แต่ก็เป็นความรู้สึกที่แปลกประหลาดมากที่ได้เข้าไปอยู่ในบทบาทของนักค้ามนุษย์ทางเพศที่ล่วงลับไปแล้ว

“ปัญหาคือไฟล์ PDF ที่ชี้ไปข้างต้นอ่านยาก ดังนั้นเรารู้สึกว่าการใส่ไว้ในรูปแบบที่คุ้นเคยด้วยลิงก์ที่แชร์ได้และมุมมองที่จับภาพหน้าจอได้ง่ายจะเป็นประโยชน์สำหรับผู้คน นอกจากนี้เรายังต้องการมุ่งเน้นไปที่อีเมลในชุดนั้นเท่านั้น” Igel บอกกับ Gizmodo ทางอีเมล

Idel เป็นผู้ร่วมก่อตั้ง Kino ผู้ช่วยวิดีโอ AI ที่ช่วยให้ผู้ใช้จัดทำดัชนีวิดีโอจำนวนมาก Idel กล่าวว่าก่อนหน้านี้เขาเคยทำงานที่ SpaceX, NASA และเป็นนักศึกษาปริญญาตรีที่ MIT และเขาสร้างเครื่องมือนี้ร่วมกับ Riley Walz ซึ่งได้ทำ โครงการที่ชาญฉลาด จำนวนมากในอดีต

“Riley และฉันทำสิ่งนี้เสร็จในสองสามชั่วโมงเมื่อคืนวันพุธโดยใช้ Cursor” Igel บอกกับ Gizmodo “นี่เป็นโครงการเขียนโค้ดครั้งแรกที่เราทำร่วมกัน! Riley ได้ทำสิ่งที่น่าทึ่งมากมายเช่นนี้ในอดีตอย่างที่รู้กัน”

Igel บอกกับ Gizmodo ว่ามันคือ “ทั้งหมด” ของอีเมลจากชุดล่าสุดที่เปิดเผยโดยรัฐสภา ดังนั้นแม้ว่ามันจะเป็นโครงการที่น่าสนใจ แต่อย่าคิดว่ามันครอบคลุมทั้งหมด แต่ก็ยังเป็นวิธีที่น่าสนใจในการเรียกดูอินบ็อกซ์ของผู้ชายที่เลวร้ายอย่างแท้จริง

อีเมลเหล่านี้ไม่ใช่ “ไฟล์ Epstein” ที่ทุกคนเรียกร้องในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ไฟล์เหล่านั้นยังคงอยู่ในความครอบครองของกระทรวงยุติธรรม แม้ว่าสภาคองเกรสจะผ่านกฎหมายกำหนดให้มีการเผยแพร่ คำถามคือพวกเขาจะได้เห็นแสงสว่างของวันหรือไม่ ประธานาธิบดีทรัมป์สั่งให้มีการสอบสวนใหม่เกี่ยวกับความเชื่อมโยงของ Epstein กับพรรคเดโมแครตที่ทรงอิทธิพล ดังนั้นหลายคนจึงกังวลว่า DOJ จะบอกว่าพวกเขาไม่สามารถเผยแพร่ไฟล์ใด ๆ ได้เนื่องจากการสอบสวนกำลังดำเนินอยู่ แต่เวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์

วิธีการค้นหาอีเมล Epstein ที่ง่ายและน่าขนลุก

เครื่องมือ Jmail.world ทำให้การค้นหาอีเมล Epstein เป็นเรื่องง่าย เพราะมีอินเตอร์เฟซที่คุ้นเคยและง่ายต่อการใช้งานเหมือน Gmail ทำให้ผู้ใช้งานไม่จำเป็นต้องมีความรู้ทางด้านเทคนิคมากนักก็สามารถใช้งานได้ทันที นี่เป็นข้อได้เปรียบที่สำคัญเพราะช่วยให้คนทั่วไปสามารถเข้าถึงข้อมูลได้มากขึ้น

การที่ Riley Walz และ Luke Igel ร่วมมือกันสร้างเครื่องมือนี้ แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการมีเครื่องมือที่ช่วยให้เข้าถึงข้อมูลได้อย่างสะดวกและรวดเร็วในยุคปัจจุบัน การค้นหาอีเมล Epstein อาจนำไปสู่ข้อมูลที่สำคัญและเป็นประโยชน์ต่อสาธารณชน

ทำไมการค้นหาอีเมล Epstein ถึงสำคัญ?

การเข้าถึงและค้นหาอีเมล Epstein ได้อย่างง่ายดายเป็นสิ่งสำคัญเพราะอีเมลเหล่านั้นอาจมีข้อมูลที่สำคัญเกี่ยวกับการกระทำผิดกฎหมายและการสมรู้ร่วมคิดที่เกี่ยวข้องกับ Jeffrey Epstein การเปิดเผยข้อมูลเหล่านี้อาจนำไปสู่การดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องและนำความยุติธรรมมาสู่ผู้เสียหาย

  • การค้นหาอีเมลอาจเปิดเผยชื่อผู้ที่เกี่ยวข้อง
  • อาจมีหลักฐานการกระทำผิดกฎหมาย
  • ช่วยให้สาธารณชนได้รับรู้ความจริง

การมีเครื่องมือที่ช่วยให้ค้นหาอีเมล Epstein ได้ง่ายขึ้นจึงเป็นสิ่งที่มีประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องการสืบสวนและเปิดเผยความจริงเกี่ยวกับคดีนี้

ที่มา – Search Epstein’s Emails in the Most Unnerving Way Possible

นายกฯ อนุทิน ลงพื้นที่ ‘สี่แยกโรงปูน’ หาดใหญ่ ตรวจน้ำท่วม ช่วยเหลือประชาชน

สถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ของประเทศไทยยังคงเป็นสิ่งที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ล่าสุด (22 พฤศจิกายน) นายกฯ อนุทิน ลงพื้นที่ ‘สี่แยกโรงปูน’ หาดใหญ่ พร้อมคณะ เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำท่วมและให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติในครั้งนี้ สถานการณ์ที่สี่แยกโรงปูนนั้นถือเป็นจุดที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง เนื่องจากฝนที่ตกหนักต่อเนื่องทำให้ปริมาณน้ำสะสมจำนวนมากไหลบ่าเข้าท่วมถนนและชุมชนโดยรอบ ส่งผลให้การสัญจรเป็นไปด้วยความยากลำบาก โดยเฉพาะรถจักรยานยนต์และรถยนต์ขนาดเล็กที่ไม่สามารถขับผ่านได้

ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ได้รับฟังรายงานสรุปสถานการณ์จากผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา และได้ให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานที่กำลังเผชิญกับสถานการณ์เร่งด่วน โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการดูแลความปลอดภัยของประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำและบริเวณที่กระแสน้ำไหลเชี่ยว เนื่องจากสถานการณ์น้ำยังมีแนวโน้มที่จะผันผวนต่อไปจากสภาพอากาศที่ยังมีฝนตกอย่างต่อเนื่อง

นายกฯ อนุทิน ลงพื้นที่ ‘สี่แยกโรงปูน’ หาดใหญ่ มอบถุงยังชีพ

นอกจากการติดตามสถานการณ์แล้ว นายอนุทินยังได้มอบถุงยังชีพ เครื่องอุปโภคบริโภค และน้ำดื่มให้กับผู้ประสบภัย เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น พร้อมกันนี้ยังได้กำชับให้ทุกหน่วยงานเตรียมความพร้อมด้านเครื่องมือและอุปกรณ์สนับสนุนต่างๆ เช่น เครื่องสูบน้ำ รถบรรทุกสูง และเรือท้องแบน เพื่อให้สามารถเข้าช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงทีตลอด 24 ชั่วโมง

นายกรัฐมนตรียังได้เน้นย้ำให้ประชาชนติดตามข่าวสารและข้อมูลแจ้งเตือนจากจังหวัดสงขลาและหน่วยงานภาครัฐอย่างใกล้ชิด และแนะนำให้หลีกเลี่ยงการใช้เส้นทางบริเวณสี่แยกโรงปูนและพื้นที่ที่มีน้ำท่วมขัง เพื่อความปลอดภัยของตนเองและผู้อื่น พร้อมทั้งยืนยันว่ารัฐบาลจะบูรณาการความช่วยเหลืออย่างเต็มที่จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลายและกลับสู่ภาวะปกติ

สถานการณ์น้ำท่วมครั้งนี้ถือเป็นบททดสอบสำคัญในการรับมือกับภัยพิบัติทางธรรมชาติ นายกฯ อนุทิน ลงพื้นที่ ‘สี่แยกโรงปูน’ หาดใหญ่ เพื่อแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการดูแลประชาชน และให้ความช่วยเหลืออย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ การบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการบรรเทาความเดือดร้อนและฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบให้กลับคืนสู่สภาพเดิมโดยเร็ว

การจัดการปัญหาระยะยาวเพื่อป้องกันน้ำท่วมซ้ำ

ถึงแม้ว่าการช่วยเหลือในระยะเฉพาะหน้าจะเป็นสิ่งจำเป็น แต่การวางแผนและดำเนินการแก้ไขปัญหาระยะยาวก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน การปรับปรุงระบบระบายน้ำ การสร้างเขื่อนหรืออ่างเก็บน้ำ การวางผังเมืองที่คำนึงถึงการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ล้วนเป็นมาตรการที่ต้องพิจารณาเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์น้ำท่วมซ้ำรอยในอนาคต การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่งและยั่งยืนจะเป็นการสร้างความมั่นคงและความปลอดภัยให้กับประชาชนในระยะยาว

สถานการณ์ น้ำท่วมหาดใหญ่ เป็นสิ่งที่เตือนใจให้เราตระหนักถึงความสำคัญของการเตรียมพร้อมรับมือกับภัยพิบัติ การมีระบบเตือนภัยที่มีประสิทธิภาพ การให้ความรู้แก่ประชาชนเกี่ยวกับการปฏิบัติตนเมื่อเกิดภัย และการฝึกซ้อมแผนเผชิญเหตุอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยลดความสูญเสียและผลกระทบที่เกิดขึ้นจากภัยธรรมชาติได้

ในยุคที่เทคโนโลยีก้าวหน้า การนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในการบริหารจัดการภัยพิบัติก็เป็นสิ่งที่น่าสนใจ ตัวอย่างเช่น การใช้ระบบเซ็นเซอร์ตรวจวัดระดับน้ำ การใช้โดรนสำรวจพื้นที่ประสบภัย การใช้แอปพลิเคชันแจ้งเตือนภัยพิบัติ หรือการใช้Big Dataวิเคราะห์แนวโน้มของภัยพิบัติ เทคโนโลยีเหล่านี้มีศักยภาพที่จะช่วยให้เราสามารถคาดการณ์ วางแผน และตอบสนองต่อภัยพิบัติได้อย่างแม่นยำและรวดเร็วยิ่งขึ้น

การลงพื้นที่ของนายกรัฐมนตรีอนุทินในครั้งนี้เป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมและพร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่ อย่างไรก็ตาม การแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืนต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่าย และการวางแผนระยะยาวที่ครอบคลุมทุกมิติ เพื่อสร้างความมั่นคงและความปลอดภัยให้กับชุมชนของเรา

ที่มา – นายกฯ อนุทิน ลงพื้นที่ ‘สี่แยกโรงปูน’ หาดใหญ่ ตรวจสถานการณ์น้ำท่วม มอบถุงยังชีพบรรเทาความเดือดร้อนประชาชน

ตะลึง! นักโบราณคดีพบอะไรใต้ทะเลสาบในคีร์กีซสถาน

ทะเลสาบ Issyk-Kul ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของสาธารณรัฐคีร์กีซ หรือที่รู้จักกันในชื่อ คีร์กีซสถาน เป็นทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ และเป็นทะเลสาบบนภูเขาสูงที่ใหญ่เป็นอันดับสองของโลก ใต้ผิวน้ำของมันซ่อนหลุมฝังศพโบราณที่มีอายุหลายศตวรรษ

นักวิจัยได้นำคณะสำรวจโบราณคดีใต้น้ำไปยังทางตะวันตกเฉียงเหนือของ Issyk-Kul เมื่อเร็วๆ นี้ เพื่อตรวจสอบซากเมืองที่เคยตั้งอยู่ตามเส้นทางสายไหมอันโด่งดัง ทีมงานได้ค้นพบซากสุสานยุคกลาง เครื่องปั้นดินเผา และอาคารต่างๆ ยืนยันการมีอยู่ของนิคมโบราณ

Valery Kolchenko นักวิจัยจากสถาบันประวัติศาสตร์ โบราณคดี และชาติพันธุ์วิทยาแห่งสถาบันวิทยาศาสตร์แห่งชาติแห่งสาธารณรัฐคีร์กีซ ซึ่งเข้าร่วมในการตรวจสอบ กล่าวใน แถลงการณ์ โดยสมาคมภูมิศาสตร์รัสเซีย ซึ่งมีส่วนร่วมในการวิจัยด้วยว่า สถานที่แห่งนี้คือ “เมืองหรือกลุ่มการค้าขนาดใหญ่บนส่วนสำคัญของเส้นทางสายไหม” “ในช่วงต้นศตวรรษที่ 15 จากผลพวงของแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ เมืองนี้จมอยู่ใต้น้ำของทะเลสาบ”

Kolchenko เปรียบเทียบเหตุการณ์นี้กับปอมเปอี แม้ว่านิคมแห่งนี้จะถูกทิ้งร้างไปแล้วเมื่อเกิดแผ่นดินไหวก็ตาม อย่างไรก็ตาม ประชากรในภูมิภาคมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมากหลังจากเหตุการณ์ดังกล่าว โดยมีชนเผ่าเร่ร่อนเข้ามาแทนที่แหล่งโบราณคดียุคกลางที่ร่ำรวย ตามที่นักวิจัยกล่าว

นักโบราณคดีได้ตรวจสอบพื้นที่ต่างๆ สี่แห่งของทะเลสาบ ในจุดแรก พวกเขาค้นพบอาคารอิฐที่มีหินโม่ ซึ่งเป็นหนึ่งในคู่ที่จะบดเมล็ดพืชให้เป็นแป้งหรือปลายข้าว พวกเขายังพบหลักฐานของอาคารทางสังคมที่มีการตกแต่ง ซึ่งอาจเป็นมัสยิด โรงอาบน้ำ หรือ madrasa (สถาบันการศึกษาของชาวมุสลิม) ในพื้นที่ที่สอง Kolchenko และเพื่อนร่วมงานระบุสุสานของชาวมุสลิมในศตวรรษที่ 13 ถึง 14 โครงกระดูกที่บันทึกไว้หันหน้าไปทางทิศเหนือไปยังเมกกะ สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดในศาสนาอิสลาม ซึ่งปัจจุบันอยู่ในประเทศซาอุดีอาระเบีย

Maksim Menshikov นักวิจัยจากสถาบันโบราณคดีแห่งสถาบันวิทยาศาสตร์รัสเซีย ซึ่งเข้าร่วมในการค้นพบนี้ด้วย อธิบายว่า “ในศตวรรษที่ 10 รัฐ Kara-Khanid ได้ก่อตั้งขึ้นบนดินแดนนี้” พวกเขาปกครองพื้นที่ทะเลสาบ Issyk-Kul ของเส้นทางสายไหม

“มันเป็นราชวงศ์เตอร์ก ผู้คนในที่นี้ปฏิบัติตามศาสนาต่างๆ: ลัทธินอกศาสนา Tengrianism, ศาสนาพุทธ, ศาสนาคริสต์ Nestorian ชนชั้นปกครองหันมานับถือศาสนาอิสลามตลอดการปกครองของพวกเขา แต่ศาสนานี้แพร่หลายในเอเชียกลางในศตวรรษที่ 13 เท่านั้น” Menshikov กล่าวเสริม “ก่อนหน้านั้น ศาสนาอิสลามเป็นศาสนาของชนชั้นสูงและประชากรที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมทางเศรษฐกิจอย่างแข็งขันเป็นหลัก” สุสานมุสลิมที่เพิ่งค้นพบนี้มีแนวโน้มที่จะเกี่ยวข้องกับช่วงเวลานี้ เนื่องจากภูมิภาคนี้ถูกกล่าวถึงในแหล่งข้อมูลจีนในยุคกลาง นักวิจัยหวังว่าจะเชื่อมโยงการค้นพบของพวกเขากับเอกสารทางประวัติศาสตร์

ณ สถานที่แห่งที่สาม ทีมงานได้ระบุหลุมฝังศพอื่นๆ ที่น่าจะเป็นยุคก่อนหน้านี้ เครื่องปั้นดินเผายุคกลาง และเรือขนาดใหญ่ เนื่องจากเรือถูกฝังอยู่ลึกลงไปใต้ก้นทะเลสาบ ทีมงานไม่สามารถดึงมันออกมาได้ และวางแผนที่จะลองอีกครั้งในฤดูโบราณคดีถัดไป ในสถานที่สุดท้าย นักวิจัยได้ตรวจสอบซากโครงสร้างเพิ่มเติม และทำการขุดเจาะใต้น้ำเพื่อดึงตัวอย่างที่จะเปิดเผยขั้นตอนต่างๆ ของการเปลี่ยนแปลงของนิคม

Kolchenko เปรียบเทียบสถานที่นี้กับปอมเปอี แต่ฉันคิดว่าเอเชียกลางมีแอตแลนติสเป็นของตัวเอง การค้นพบตะลึง! นักโบราณคดีพบอะไรใต้ทะเลสาบในคีร์กีซสถานนี้เป็นเรื่องที่น่าสนใจอย่างยิ่ง เพราะแสดงให้เห็นถึงความรุ่งเรืองของอารยธรรมโบราณที่เคยตั้งอยู่บนเส้นทางสายไหม การค้นพบนี้จะช่วยให้นักประวัติศาสตร์และนักโบราณคดีสามารถเข้าใจประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของภูมิภาคนี้ได้ดียิ่งขึ้น

ตะลึง! นักโบราณคดีพบอะไรใต้ทะเลสาบในคีร์กีซสถาน

การค้นพบตะลึง! นักโบราณคดีพบอะไรใต้ทะเลสาบในคีร์กีซสถาน ทำให้เราเห็นถึงความสำคัญของเส้นทางสายไหมในอดีต ไม่เพียงแต่เป็นเส้นทางการค้าที่เชื่อมต่อตะวันออกและตะวันตก แต่ยังเป็นเส้นทางที่นำพาวัฒนธรรมและความรู้ต่างๆ มาสู่ภูมิภาคนี้ด้วย การค้นพบนี้เป็นเครื่องเตือนใจว่า แม้แต่สิ่งที่ถูกลืมเลือนไปแล้วก็ยังสามารถถูกค้นพบขึ้นมาใหม่ได้

การค้นพบสุสานมุสลิม: ข้อมูลเชิงลึกทางศาสนาและวัฒนธรรม

การค้นพบสุสานมุสลิมในทะเลสาบ Issyk-Kul ให้ข้อมูลเชิงลึกที่สำคัญเกี่ยวกับศาสนาและวัฒนธรรมของผู้คนที่อาศัยอยู่ในภูมิภาคนี้ในยุคกลาง การที่โครงกระดูกหันหน้าไปทางเมกกะแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของศาสนาอิสลามในชีวิตของพวกเขา สุสานนี้อาจเป็นของชนชั้นสูงหรือผู้ที่มีส่วนร่วมในกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการแพร่กระจายของศาสนาอิสลามในเอเชียกลางในยุคนั้น

การสำรวจใต้น้ำในทะเลสาบ Issyk-Kul ยังคงดำเนินต่อไป และนักโบราณคดีหวังว่าจะค้นพบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเมืองโบราณที่จมอยู่ใต้น้ำนี้ การค้นพบตะลึง! นักโบราณคดีพบอะไรใต้ทะเลสาบในคีร์กีซสถานล่าสุดนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการสำรวจประวัติศาสตร์อันยาวนานของภูมิภาคนี้เท่านั้น

ที่มา – You Won’t Believe What Archaeologists Found Beneath This Lake in Kyrgyzstan

สนามบินหาดใหญ่ช่วยผู้โดยสารตกค้างน้ำท่วม รถฟรี-เปลี่ยนไฟลท์ได้

เพื่อนๆครับ ช่วงนี้ใครมีแพลนเดินทางไปหาดใหญ่ อาจจะต้องเผื่อเวลาและติดตามข่าวสารกันหน่อยนะครับ เพราะจากสถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้น ทางท่าอากาศยานหาดใหญ่เค้าไม่ได้นิ่งนอนใจ จัดมาตรการช่วยเหลือผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบอย่างเต็มที่เลยล่ะครับ

เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ทางท่าอากาศยานหาดใหญ่ได้ให้การดูแลและช่วยเหลือผู้โดยสาร รวมถึงผู้ใช้บริการที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมในอำเภอหาดใหญ่ เพื่อให้ทุกคนเดินทางได้อย่างปลอดภัยและสะดวกสบายที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

คุณกฤษฎา พุกะทรัพย์ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานหาดใหญ่ พร้อมทีมผู้บริหาร ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและติดตามมาตรการช่วยเหลือผู้โดยสารภายในอาคารอย่างใกล้ชิด มีการดูแลการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่อย่างเข้มงวดเพื่อให้มั่นใจว่าทุกอย่างเป็นไปด้วยดี

ตลอดเวลาที่ผ่านมา ท่าอากาศยานหาดใหญ่ได้จัดเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวกให้ตลอด 24 ชั่วโมง มีบริการอาหาร น้ำดื่ม และสิ่งอำนวยความสะดวกที่จำเป็นครบครัน เพื่อช่วยเหลือผู้โดยสารที่ไม่สามารถเดินทางออกจากพื้นที่ได้ในช่วงสถานการณ์วิกฤตแบบนี้

ทางท่าอากาศยานหาดใหญ่ยืนยันหนักแน่นเลยครับ ว่ามุ่งมั่นที่จะดูแลความปลอดภัยและให้บริการอย่างเต็มความสามารถ เพื่อให้ผู้โดยสารทุกคนได้รับความสะดวกสบายและอุ่นใจที่สุดในการใช้บริการ จริงๆครับ

สนามบินหาดใหญ่ช่วยผู้โดยสารตกค้างน้ำท่วมขนาดไหน?

สำหรับผู้โดยสารและผู้ใช้บริการที่ต้องการเดินทางเข้าตัวเมืองหาดใหญ่ ทางท่าอากาศยานหาดใหญ่ ร่วมกับกองบิน 56 และ มทบ. 42 ได้จัดรถบริการรับส่งฟรี! โดยสามารถติดต่อใช้บริการได้ที่เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ท่าอากาศยานหาดใหญ่ โดยรถจะวิ่งจากท่าอากาศยานหาดใหญ่ ไปยังแยกสนามบินใน และเซ็นทรัล เฟสติวัล หาดใหญ่ สะดวกมากๆครับ

มาตรการช่วยเหลือจากสายการบิน

นอกจากความช่วยเหลือจากทางท่าอากาศยานแล้ว สายการบินต่างๆ ก็ได้ออกมาตรการช่วยเหลือผู้โดยสารเช่นกันครับ มาดูกันว่ามีอะไรบ้าง:

  • Nok Air: สำหรับผู้โดยสารที่เดินทางเข้า-ออก ท่าอากาศยานนานาชาติหาดใหญ่ ระหว่างวันที่ 23-24 พฤศจิกายน 2568 สามารถเปลี่ยนแปลงเที่ยวบินได้ 1 ครั้ง หรือเปลี่ยนแปลงเส้นทางไปยังท่าอากาศยานใกล้เคียงได้ 1 ครั้ง (ภายใน 1 เดือนนับจากวันเดินทางเดิม) โดยยกเว้นค่าธรรมเนียมการเปลี่ยนแปลงและส่วนต่างค่าโดยสาร ถือว่าใจดีมากๆ
  • Bangkok Airways: แนะนำให้ผู้โดยสารเผื่อเวลาเดินทางมาล่วงหน้าอย่างน้อย 2-3 ชั่วโมงก่อนเวลาออกเดินทาง หากต้องการเปลี่ยนแปลงการเดินทาง สามารถติดต่อ Call Center โทร. 1771 หรือผ่าน Facebook Messenger
  • Thai AirAsia: ผู้โดยสารที่มีเที่ยวบินเข้า-ออก ท่าอากาศยานหาดใหญ่ ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ระหว่างวันที่ 22-28 พฤศจิกายน 2568 สามารถเปลี่ยนแปลงเที่ยวบินได้ 1 ครั้ง หรือเปลี่ยนแปลงวันเดินทางในเส้นทางเดิม ภายใน 30 วันนับจากวันเดินทางเดิม

สรุปง่ายๆ คือ ถ้าใครมีไฟลท์บินไปกลับหาดใหญ่ช่วงนี้ ลองเช็คกับสายการบินดูดีๆ นะครับ ว่ามีมาตรการช่วยเหลืออะไรบ้าง จะได้ไม่ต้องเสียสิทธิ์กันไป

ข้อคิดเห็นเพิ่มเติม

จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เราได้เห็นถึงความร่วมมือร่วมใจของทุกภาคส่วน ทั้งท่าอากาศยานหาดใหญ่ หน่วยงานราชการ และสายการบินต่างๆ ที่พร้อมช่วยเหลือผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบ แสดงให้เห็นว่าในยามวิกฤต คนไทยไม่ทิ้งกันจริงๆ ครับ ใครที่กำลังวางแผนเดินทางไปหาดใหญ่ในช่วงนี้ ก็ขอให้เดินทางโดยสวัสดิภาพ และเผื่อเวลาในการเดินทางกันด้วยนะครับ

สนามบินหาดใหญ่ช่วยผู้โดยสารตกค้างครั้งนี้เป็นบทเรียนสำคัญที่ทำให้เห็นว่าการเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินเป็นสิ่งสำคัญมากๆ ทั้งในระดับบุคคลและระดับองค์กร การมีแผนสำรองและช่องทางการสื่อสารที่ชัดเจน จะช่วยให้เราสามารถจัดการกับปัญหาที่เกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ และลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นได้

ที่มา – ท่าอากาศยานหาดใหญ่ช่วยเหลือผู้โดยสารตกค้างจากเหตุน้ำท่วม จัดรถรับ-ส่งฟรีเข้าเมือง ด้าน 3 สายการบินให้เปลี่ยนเที่ยวบินได้

นายกฯ มอบนโยบายขรก.-ท้องถิ่น ขอนแก่น เร่งอำนวยความสะดวกประชาชน

สวัสดีครับทุกคน! วันนี้เรามาอัปเดตข่าวสารสำคัญจากแวดวงการเมืองกันหน่อย กับภารกิจล่าสุดของท่านนายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล ที่จังหวัดขอนแก่น ซึ่งท่านได้เดินทางไปมอบนโยบายสำคัญแก่ข้าราชการและผู้บริหารท้องถิ่น เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้น เรื่องนี้เป็นอะไรที่น่าสนใจมากๆ เพราะเกี่ยวข้องกับชีวิตความเป็นอยู่ของพวกเราทุกคนโดยตรงเลยครับ

เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ณ ศูนย์การประชุมและแสดงสินค้านานาชาติไคซ์ ขอนแก่น ท่านนายกฯ อนุทิน ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการทำงานอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนอย่างเต็มที่ ท่านยังย้ำอีกว่ารัฐบาลกำลังทำงานอย่างหนักเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและยาเสพติด แม้ว่าจะมีเวลาจำกัดก็ตาม นี่แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นตั้งใจของรัฐบาลในการพัฒนาประเทศอย่างแท้จริง

นายกฯ มอบนโยบายขรก.-ท้องถิ่น ขอนแก่น เร่งอำนวยความสะดวกประชาชน

ท่านนายกฯ อนุทิน กล่าวว่า การเดินทางมาพบปะกับทุกท่านในครั้งนี้ เป็นการทำความรู้จักและสร้างความคุ้นเคยกัน แม้ว่ารัฐบาลจะมีเวลาไม่นานนัก แต่จะทำงานให้กับพี่น้องประชาชนอย่างไม่หยุดนิ่ง พร้อมดำเนินนโยบายที่เป็นประโยชน์คู่ขนานกันไปเพื่อให้มีประสิทธิภาพอย่างเต็มที่ เช่น การขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการผลักดันราคาพืชผลทางการเกษตรให้สูงที่สุดเท่าที่จะทำได้

นอกจากนี้ ท่านยังยกตัวอย่างนโยบายคนละครึ่งพลัส ที่มีส่วนช่วยในการกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะสั้น และสร้างความพึงพอใจให้กับทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย นี่เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของนโยบายที่ตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง

เรื่องของการแก้ไขปัญหายาเสพติดก็เป็นอีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่ท่านนายกฯ ให้ความสนใจ ท่านเน้นย้ำว่ารัฐบาลตั้งเป้าหมายที่จะลดผู้เสพ เพิ่มผู้รักษา ปราบปรามผู้ค้า และทำลายแหล่งผลิตอย่างจริงจัง โดยชื่นชมจังหวัดขอนแก่นที่เป็นต้นแบบการทำงานของศูนย์คอมมูนิตี้ไอโซเลชั่น ที่มีชุมชนร่วมกันดูแล

การสร้างอาชีพและเพิ่มรายได้

ในส่วนของการสร้างอาชีพและเพิ่มรายได้ให้กับพี่น้องประชาชน ท่านนายกฯ กล่าวว่า อยากให้จังหวัดช่วยกันผลักดันการรวมกลุ่มอาชีพ ด้วยการจัดทำแผนงานสร้างอาชีพและเพิ่มรายได้ที่สามารถวัดผลได้จริง เชื่อมโยงกับนโยบายของรัฐบาลในการสนับสนุนสินค้าไทย โดยเน้นย้ำว่าคนต้องซื้อด้วยคุณภาพ ไม่ใช่เพราะความสงสาร

ท่านยังกล่าวทิ้งท้ายว่า ทุกอย่างต้องเกิดจากความฝัน และรัฐบาลมีหน้าที่ที่จะทำให้ความเจริญเหล่านี้กระจายไปสู่ภูมิภาค และสร้างสังคมที่แข็งแกร่ง ขอให้ทุกท่านร่วมมือกันทำให้ระบบที่เราจะดูแลซึ่งกันและกันเข้มแข็ง ไม่เป็นภาระของรัฐ เพื่อนำความสามัคคีกลับคืนมา ท่านยังขอให้ทุกคนใช้อำนาจหน้าที่ที่มีไปช่วยประชาชนโดยที่ไม่ต้องหวังสิ่งตอบแทน นี่แหละครับ คือหัวใจสำคัญของการทำงานเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง

จากข่าวนี้ ผมมองว่าสิ่งที่น่าสนใจคือความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาประเทศอย่างต่อเนื่อง แม้จะมีข้อจำกัดด้านเวลา แต่ก็ยังคงทำงานอย่างเต็มที่เพื่อประโยชน์สุขของประชาชนทุกคน ผมเชื่อว่าด้วยความร่วมมือของทุกภาคส่วน เราจะสามารถสร้างประเทศไทยให้ก้าวหน้าและมั่นคงยิ่งขึ้นได้อย่างแน่นอน

สิ่งที่ผมอยากจะฝากไว้ก็คือ การติดตามข่าวสารและให้ความสนใจกับการดำเนินงานของรัฐบาลอย่างใกล้ชิด เพราะทุกนโยบายที่ออกมา ล้วนมีผลกระทบต่อชีวิตของเราทั้งสิ้น การที่เราเข้าใจและมีส่วนร่วมในการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล จะช่วยให้เราสามารถผลักดันให้เกิดการพัฒนาที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมอย่างแท้จริง

อย่าลืมติดตามข่าวสารและอัปเดตต่างๆ เกี่ยวกับการพัฒนาประเทศของเราอย่างต่อเนื่องนะครับ เพราะอนาคตของประเทศไทยอยู่ในมือของพวกเราทุกคน!

ที่มา – นายกฯ มอบนโยบายขรก.-ท้องถิ่น ขอนแก่น ขอเร่งอำนวยความสะดวกประชาชน ย้ำรัฐบาลทำงานสู้เศรษฐกิจ-ยาเสพติด แม้มีเวลาจำกัด

วิโรจน์ ชี้ภัยสแกมเมอร์! หวั่นไทยแหล่งฟอกเงิน ทำธุรกิจสุจริตเจ๊ง พร้อมเสนอ 5 ทางแก้

สวัสดีครับทุกคน วันนี้เรามาคุยกันถึงเรื่องที่น่าเป็นห่วงมากๆ เรื่องหนึ่ง นั่นก็คือปัญหา “สแกมเมอร์” ที่กำลังคุกคามประเทศไทยของเราอยู่ ซึ่งเรื่องนี้ไม่ได้เป็นแค่เรื่องของการหลอกเงินคนแก่คนเฒ่าอย่างที่เราเคยได้ยินกัน แต่มันส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและธุรกิจสุจริตในวงกว้างเลยทีเดียว

เรื่องนี้ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึงอย่างจริงจังโดยคุณวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส. บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชน ในงานรีชาร์จประชาชน ภายใต้แนวคิด ‘วาระประเทศไทย ความมั่นคงใหม่-เศรษฐกิจใหม่-บริหารประเทศแบบใหม่ ไทยทันโลก’ ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายนที่ผ่านมา

คุณวิโรจน์ได้ฉายภาพให้เราเห็นถึงความน่ากลัวของเครือข่ายสแกมเมอร์เหล่านี้ โดยยกตัวอย่างว่าในกัมพูชามีเครือข่ายสแกมเมอร์อยู่เกือบ 60 แห่ง! สร้างความเสียหายเป็นมูลค่ามหาศาลถึง 125,000 ล้านยูเอสดอลลาร์ต่อปี หรือประมาณ 4-6 แสนล้านบาท และที่น่าตกใจคือ ประเทศไทยเองก็สูญเงินจากการหลอกของสแกมเมอร์ไปถึง 115,300 ล้านบาทต่อปี! ซึ่งเงินจำนวนนี้ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ที่สำคัญไปกว่านั้น คุณวิโรจน์ยังระบุว่า ประเทศไทยกำลังถูกจับตามองว่าเป็นแหล่งฟอกเงินจากบัญชีม้าไปยังกัมพูชา โดยใช้นอมินีในการซื้อธุรกิจที่สร้างกระแสเงินสดรายวัน เช่น ร้านอาหาร หรือผับบาร์ ฟังดูแล้วน่าเป็นห่วงใช่ไหมล่ะครับ?

วิโรจน์ ชี้ภัยสแกมเมอร์! หวั่นไทยแหล่งฟอกเงิน ทำธุรกิจสุจริตเจ๊ง พร้อมเสนอ 5 ทางแก้ เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ ครับ เพราะถ้าเราปล่อยให้มีการหลอกเงินต่อไป โดยที่ไม่สามารถสกัดกั้นได้ ธุรกิจสุจริตในประเทศไทยก็จะทยอยปิดตัวลง พนักงานคอลเซ็นเตอร์ที่ทำมาหากินสุจริตก็จะพลอยเดือดร้อนไปด้วย แถมยังมีการปั่นราคาอสังหาริมทรัพย์ ทำให้มูลนิธิต่างๆ ไม่น่าเชื่อถือ เกิดทัวร์ศูนย์เหรียญ และพนันออนไลน์ตามมาอีกมากมาย

วิโรจน์ ชี้ภัยสแกมเมอร์! หวั่นไทยแหล่งฟอกเงิน ทำธุรกิจสุจริตเจ๊ง พร้อมเสนอ 5 ทางแก้

คุณวิโรจน์ยังชี้ให้เห็นว่า คุณภาพชีวิตของคนไทยก็จะยิ่งแย่ลง ความเปราะบางทางการเงินจะสูงขึ้น กำลังซื้อก็จะลดลง และที่ร้ายแรงที่สุดคือ ประเทศไทยอาจถูกจัดให้เป็นประเทศสีเทา ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อภาคการเงินการธนาคารของเราอย่างใหญ่หลวง เพราะไม่มีใครอยากมาลงทุนในประเทศที่ถูกมองว่าเป็นเครือข่ายของแก๊งสแกมเมอร์ในฐานะคนฟอกเงิน

แล้วเราจะทำยังไงกันดี? คุณวิโรจน์ได้เสนอ 5 ทางแก้ไขที่น่าสนใจมากๆ ดังนี้ครับ:

  1. เร่งสร้างระบบนิเวศให้ไทยมีเกราะคุ้มกันจากสแกมเมอร์ โดยเร่งผลักดันกฎหมายลูกที่เกี่ยวข้องกับ พ.ร.ก. ไซเบอร์ ฉบับที่ 2 มาตรา 8/10 ให้มีความชัดเจนและปฏิบัติได้จริง เพื่อให้ประชาชนรู้ว่าเมื่อเกิดความเสียหายแล้วจะสามารถเรียกร้องความรับผิดชอบจากใครได้บ้าง
  2. หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง เช่น DBD, DOI และกรมสรรพากร ต้องร่วมมือกันปราบนอมินีและธุรกิจศูนย์เหรียญที่ไม่เสียภาษี
  3. บช.สอท., บก.ปอท., ปปง. และ ป.ป.ช. ต้องร่วมมือกับต่างประเทศเพื่อขยายผลจับกุมตัวการใหญ่ให้ได้
  4. ก.ล.ต., ปปง., คปภ. และกรมการปกครอง ต้องทำให้กลุ่มการลงทุนต่างๆ ไม่สามารถปิดบังตัวตนของผู้รับผลประโยชน์ที่แท้จริงได้
  5. ประเทศไทยต้องแสดงความมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง โดยการลงสัตยาบันในมาตรการระหว่างประเทศ และใช้อนุสัญญาว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติเพื่อทลายเครือข่ายใหญ่ในเวทีอาเซียน

คุณวิโรจน์ยังฝากถึงกระทรวงการต่างประเทศให้พิจารณาจัดให้กัมพูชาอยู่ในประเทศสีเทาด้วย

แล้วเราจะช่วยกันป้องกันภัยจากสแกมเมอร์ได้อย่างไร?

นอกเหนือจากมาตรการที่กล่าวมาข้างต้น สิ่งสำคัญที่สุดก็คือพวกเราทุกคนต้องเพิ่มความระมัดระวังและมีสติอยู่เสมอ อย่าหลงเชื่ออะไรง่ายๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้อเสนอที่ฟังดูดีเกินจริง หากมีใครโทรมาขอข้อมูลส่วนตัว หรือชักชวนให้ลงทุนในสิ่งที่เราไม่คุ้นเคย ให้ตั้งสติและตรวจสอบข้อมูลให้รอบคอบก่อนตัดสินใจเสมอ

ปัจจุบัน สื่อต่างๆ ก็พยายามให้ความรู้และเตือนภัยเกี่ยวกับกลโกงของสแกมเมอร์อยู่เสมอ เราควรติดตามข่าวสารและเรียนรู้กลวิธีใหม่ๆ ที่สแกมเมอร์ใช้ เพื่อจะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อ และที่สำคัญที่สุดคือ การบอกต่อและแบ่งปันข้อมูลเหล่านี้ให้กับคนรอบข้าง เพื่อช่วยกันสร้างสังคมที่ไม่ยอมให้สแกมเมอร์มีที่ยืน

เรื่อง วิโรจน์ ชี้ภัยสแกมเมอร์! หวั่นไทยแหล่งฟอกเงิน ทำธุรกิจสุจริตเจ๊ง พร้อมเสนอ 5 ทางแก้ เป็นเรื่องที่พวกเราทุกคนต้องร่วมมือกันแก้ไขนะครับ เพราะภัยจากสแกมเมอร์ไม่ได้เป็นแค่เรื่องของใครคนใดคนหนึ่ง แต่มันเป็นภัยที่คุกคามสังคมและเศรษฐกิจของประเทศเราโดยรวม หากพวกเราทุกคนร่วมมือกัน ผมเชื่อว่าเราจะสามารถเอาชนะภัยร้ายนี้ไปได้อย่างแน่นอนครับ

ที่มา – วิโรจน์ฉายภาพสแกมเมอร์ หวั่นไทยเป็นแหล่งฟอกทุนเทา ทำธุรกิจสุจริตล้มหาย พร้อมเสนอ 5 ทางแก้

ตร. แจ้งความ พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ ปมด้อยค่าองค์กร: ตำรวจคือแก๊งอาชญากรรม

วงการสีกากีร้อนระอุ! สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เดินหน้าเอาจริง แจ้งความดำเนินคดีกับ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) เหตุเพราะคำให้สัมภาษณ์ที่ถูกมองว่าด้อยค่าองค์กรตำรวจอย่างรุนแรง ประเด็นร้อนแรงนี้กำลังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในสังคม อะไรคือชนวนเหตุ และผลกระทบจะเป็นอย่างไร มาเจาะลึกกันครับ

เรื่องราวเริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายนที่ผ่านมา เมื่อตัวแทนจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติเดินทางไปยังกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) เพื่อยื่นเรื่องร้องทุกข์กล่าวโทษ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ในความผิดฐานหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา งานนี้มี พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ เป็นหัวหอกนำทีม พร้อมหลักฐานแน่นปึ้ก

แล้ว ตร. แจ้งความ พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ ปมด้อยค่าองค์กร: ตำรวจคือแก๊งอาชญากรรม นี้มีที่มาอย่างไร?

ประเด็นสำคัญอยู่ที่การให้สัมภาษณ์ของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ในรายการโทรทัศน์ TOP NEWS เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2567 ซึ่งมีการเผยแพร่ผ่าน YouTube ด้วย ถ้อยคำที่กลายเป็นประเด็นคือ “…ตำรวจเนี่ยคือ แก๊งอาชญากรรมที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย” คำพูดนี้เองที่ถูกสำนักงานตำรวจแห่งชาติมองว่าเป็นการใส่ความองค์กรอย่างร้ายแรง

สำนักงานตำรวจแห่งชาติเห็นว่า คำพูดดังกล่าวเป็นการลดทอนคุณค่า ศักดิ์ศรี และเกียรติยศของตำรวจอย่างรุนแรง เกินกว่าการติชมโดยสุจริต ทำให้ประชาชนเสื่อมศรัทธาต่อองค์กร ส่งผลกระทบต่อขวัญกำลังใจของตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ทั่วประเทศ การฟ้องร้องครั้งนี้จึงเป็นการรักษาสิทธิ์และปกป้องชื่อเสียงขององค์กร

ทำไมคำพูด “ตำรวจคือแก๊งอาชญากรรม” ถึงเป็นประเด็น?

คำพูดนี้ ถูกมองว่าเป็นการสรุป generalizations ที่รุนแรงเกินไป แม้ว่าอาจจะมีตำรวจบางนายประพฤติมิชอบ แต่การตีตราองค์กรทั้งหมดว่าเป็น “แก๊งอาชญากรรม” ย่อมสร้างความเสียหายอย่างใหญ่หลวง นอกจากนี้ ยังเป็นการบั่นทอนความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อกระบวนการยุติธรรมอีกด้วย

ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากเหตุการณ์นี้

  • ต่อภาพลักษณ์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ: คดีนี้ส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์ขององค์กรอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ไม่ว่าผลการตัดสินจะเป็นอย่างไร
  • ต่อขวัญกำลังใจของตำรวจ: ตำรวจที่ตั้งใจทำงานอย่างสุจริต อาจรู้สึกท้อแท้และหมดกำลังใจ
  • ต่อความเชื่อมั่นของประชาชน: ความขัดแย้งภายในองค์กร อาจทำให้ประชาชนขาดความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม

เบื้องต้น พนักงานสอบสวนได้รับเรื่องไว้แล้ว และจะดำเนินการสอบสวนต่อไปอย่างละเอียด เพื่อให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย คดีนี้จึงเป็นที่จับตาอย่างยิ่งในสังคม

ความขัดแย้งและความเห็นต่างเป็นเรื่องปกติในสังคม แต่การแสดงความคิดเห็นควรอยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริงและความสุจริตใจ การกล่าวหาโดยปราศจากหลักฐานที่ชัดเจน ย่อมสร้างความเสียหายให้กับบุคคลและองค์กรได้

เรื่องนี้สอนให้เรารู้ว่า การใช้คำพูดต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ โดยเฉพาะเมื่ออยู่ในที่สาธารณะ เพราะอาจส่งผลกระทบในวงกว้างอย่างที่เราคาดไม่ถึงได้ คดี ตร. แจ้งความ พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ ปมด้อยค่าองค์กร: ตำรวจคือแก๊งอาชญากรรม ยังคงต้องติดตามกันต่อไป ว่าบทสรุปจะเป็นอย่างไร

ที่มา – ตร. หอบหลักฐานแจ้งความ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ปมด้อยค่าองค์กร “ตำรวจคือแก๊งอาชญากรรม”