ผู้เขียน: lalika69_admin

เปิดโลกรายงาน BCG: ทำไม AI ถึงสร้างรายได้เพิ่ม 5 เท่า ลดต้นทุน 3 เท่า ได้แค่ 5%?

เคยสงสัยไหมว่าทำไมบางบริษัทถึงก้าวกระโดดด้วยพลังของ AI ในขณะที่บางบริษัทกลับจมอยู่กับค่าใช้จ่ายที่ไม่คุ้มค่า? รายงานล่าสุดจาก Boston Consulting Group (BCG) ในหัวข้อ ‘The Widening AI Value Gap’ อาจมีคำตอบที่คุณกำลังมองหา

รายงานนี้เจาะลึกการสำรวจบริษัทกว่า 1,250 แห่งทั่วโลกที่ลงทุนในเทคโนโลยี AI และสิ่งที่น่าตกใจคือ มีเพียง 5% เท่านั้นที่สามารถปลดล็อกศักยภาพของ AI ได้อย่างเต็มที่ สร้างรายได้เพิ่มขึ้นถึง 5 เท่า และลดต้นทุนได้ 3 เท่า เมื่อเทียบกับบริษัทอื่นๆ ที่เหลืออีกกว่า 60% กลับไม่สามารถสร้างมูลค่าที่จับต้องได้จากการลงทุนใน AI เลย

BCG เรียกบริษัท 5% กลุ่มนี้ว่า ‘Future-built companies’ ซึ่งไม่ได้แค่ประสบความสำเร็จ แต่ยังสร้างช่องว่างของมูลค่า AI (AI Value Gap) ที่กว้างขึ้นเรื่อยๆ อีกด้วย แล้วอะไรคือเคล็ดลับของพวกเขา?

อิษฎา หิรัญวิวัฒน์กุล Managing Director & Senior Partner Head of BCG Thailand ได้ชี้ให้เห็น 3 ปัจจัยสำคัญที่ทำให้บริษัทเหล่านี้สร้าง ‘Real Value’ จาก AI ได้:

  • Continue to Reinvest: ลงทุนซ้ำอย่างต่อเนื่องเมื่อเห็นผลลัพธ์ เพื่อสร้างวงจรแห่งความสำเร็จ
  • Compounding Advantage: ลงทุนถูกจุด จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงเชิงบวก และความสำเร็จนั้นก็จะยิ่งสร้างผลประโยชน์ทบต้นต่อยอดขึ้นไปอีก
  • Execution, Not Experimentation: โฟกัสที่การลงมือทำให้สำเร็จ ไม่ใช่แค่ทดลองไปเรื่อยๆ

“บริษัทส่วนใหญ่ (60%) ที่ไม่ประสบความสำเร็จในการสร้างผลลัพธ์จาก AI มักจะโฟกัสไปที่การทำ Pilot แล้วก็จบแค่ตรงนั้น ทำให้ไม่สามารถขยายผลต่อได้” อิษฎา กล่าว

ในขณะที่บริษัท 5% ที่ประสบความสำเร็จ จะมีความชัดเจนตั้งแต่แรกว่าต้องการให้เกิดผลลัพธ์อะไร และ Value ที่แท้จริงของธุรกิจอยู่ตรงไหน “ส่วนใหญ่แล้ว Value 70% จะอยู่ใน Core Function เช่น R&D, Sales and Marketing, Pricing, Manufacturing ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะสร้างรายได้เพิ่มขึ้น หรือมีการเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัด”

เจาะลึกรายงาน ‘The Widening AI Value Gap’ จาก BCG ทำไมมีองค์กรแค่ 5% ที่สำเร็จ?

อิษฎา อธิบายว่า ข้อแตกต่างที่สำคัญคือ ‘วิธีคิด’ ของผู้นำในการนำ AI มาใช้ในธุรกิจ พวกเขาเลือกที่จะเปลี่ยนวิธีการทำงานก่อน แล้วค่อยดูว่าจะเอา AI มาช่วยได้อย่างไร แทนที่จะมองเป็นการนำเครื่องมือมาใช้ “พวกเขาจะคิดก่อนว่า ถ้าต้องเริ่มบริษัทจากศูนย์ หรือต้องการบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ ควรมีวิธีการทำงานอย่างไร จากนั้นจึงค่อยถามว่า AI จะเข้ามาช่วยได้อย่างไร อาจใช้กฎ 10-20-70 โดย 70% ต้องโฟกัสที่บุคลากรและกระบวนการ 20% เป็นเรื่องของเทคโนโลยี และ 10% คือเครื่องมือหรืออัลกอริทึม”

“บริษัทที่ล้มเหลวส่วนใหญ่มักจะคิดกลับด้าน คือมุ่งไปที่เครื่องมือก่อน แล้วบังคับให้คนใช้ ทำให้เกิดปัญหาในการปฎิบัติงาน และไม่เกิดมูลค่า”

เขาเน้นย้ำว่า ‘ผู้นำ’ คือหัวใจสำคัญของการสร้างคุณค่าจากการใช้ AI ในองค์กร ผู้นำต้องกำหนดเป้าหมายด้าน AI อย่างชัดเจน และโฟกัสที่ Use Case ที่สร้างผลลัพธ์จริง ไม่ปล่อยให้แต่ละแผนกกำหนดทิศทางและเลือกเครื่องมือกันเองจนทรัพยากรกระจัดกระจาย

AI First: ก้าวสำคัญสู่ความสำเร็จ

อิษฎา แนะนำให้คิดแบบ ‘AI First’ โดยให้ AI Agent ซึ่งเป็นระบบที่ผสานความสามารถด้านการคาดการณ์และการสร้างสรรค์ เข้ามาช่วยปรับเปลี่ยนกระบวนการทำงาน ยกตัวอย่างเช่น กระบวนการกู้เงิน ที่เมื่อก่อนอาจใช้เวลา 3-5 วัน แต่ถ้าใช้ AI Agent อาจลดเวลาเหลือไม่กี่ชั่วโมง แล้วโยกคนไปดูเรื่องการกำหนดกฎเกณฑ์ในการคัดกรองแทน

“ถ้าบริษัทไหนคิดเรื่องการปรับเปลี่ยนกระบวนการทำงานใหม่เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ดีขึ้นแบบ AI First แล้วค่อยคิดว่าจะเอา AI Agent หรือเครื่องมือไหนมาประกอบ จากผลการศึกษาพบว่าบริษัทจะไปได้ค่อนข้างไกลและได้เม็ดเงินกลับมาชัดเจนกว่า”

ข้อผิดพลาดที่หลายคนมองข้ามคือ ‘การไม่โฟกัส’ หลายบริษัทโฟกัสไปที่การทำ AI Transformation โดยมี AI Road Map ที่มี Use Case มากมาย แต่กลับไม่สามารถสร้างผลลัพธ์ที่จับต้องได้

“บางบริษัทไม่มีโฟกัส หรือไม่ก็โฟกัสผิดจุด ควรเลือกโฟกัสจุดที่สำคัญจริงๆ ไม่หว่านแห เพราะเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงเร็วมาก การเลือกเครื่องมือผิด อาจทำให้การลงทุนสูญเปล่า”

จาก เจาะลึกรายงาน ‘The Widening AI Value Gap’ จาก BCG ทำไมมีองค์กรแค่ 5% ที่เพิ่มรายได้ 5 เท่า ลดต้นทุน 3 เท่าจากการนำ AI มาใช้ [PR NEWS] เราได้เรียนรู้ว่าการนำ AI มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ไม่ได้อยู่ที่เครื่องมือหรือเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่วิสัยทัศน์ของผู้นำ วิธีคิดในการปรับเปลี่ยนกระบวนการทำงาน และการโฟกัสที่เป้าหมายที่ชัดเจน หากคุณกำลังมองหาโอกาสในการใช้ AI เพื่อขับเคลื่อนธุรกิจของคุณ อย่าลืมเริ่มต้นจากการทำความเข้าใจ Value ที่แท้จริงของธุรกิจ และมองหา Use Case ที่จะสร้างผลกระทบมากที่สุด

AI ไม่ใช่ยาวิเศษที่จะแก้ไขทุกปัญหาได้ แต่มันคือเครื่องมือทรงพลังที่สามารถเปลี่ยนแปลงธุรกิจของคุณได้อย่างมหาศาล ถ้าคุณใช้มันอย่างถูกต้อง

ที่มา – เจาะลึกรายงาน ‘The Widening AI Value Gap’ จาก BCG ทำไมมีองค์กรแค่ 5% ที่เพิ่มรายได้ 5 เท่า ลดต้นทุน 3 เท่าจากการนำ AI มาใช้ [PR NEWS]

สายคอนเสิร์ตเตรียมตัว! Farm Festival On The Hill ที่สิงห์ปาร์ค เชียงราย

เตรียมตัวให้พร้อม! สำหรับเหล่าสายคอนเสิร์ตที่กำลังมองหางานเทศกาลดนตรีส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ ที่มาพร้อมบรรยากาศสุดชิลล์ ท่ามกลางขุนเขาและลมหนาว ขอแนะนำ Farm Festival On The Hill ครั้งที่ 12 ณ สิงห์ปาร์ค เชียงราย งานนี้จัดเต็ม 5 วัน 5 คืน ตั้งแต่วันที่ 10-14 ธันวาคมนี้ ขอบอกเลยว่าพลาดไม่ได้!

สิงห์ปาร์ค เชียงราย เตรียมมอบความสุขส่งท้ายปีด้วยเทศกาลดนตรีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในภาคเหนือ Farm Festival On The Hill ครั้งที่ 12 ขนทัพศิลปินชื่อดังกว่า 60 ชีวิต มาสร้างความสนุกสุดเหวี่ยงตลอด 5 วันเต็มๆ ไม่ว่าจะเป็น BODYSLAM, TILLY BIRDS, THREE MAN DOWN, PIXXIE, URBOYTJ, F.HERO, MILLI, PARADOX และอีกเพียบ! เตรียมเสียงกรี๊ดให้พร้อม แล้วมาสนุกสุดเหวี่ยงไปด้วยกัน

พงษ์รัตน์ เหลืองธำรงเจริญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สิงห์ปาร์ค เชียงราย จำกัด กล่าวว่า “Farm Festival on The Hill เป็นเทศกาลประจำปีที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง โดยมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากเดินทางมาร่วมงานและท่องเที่ยวในจังหวัดเชียงราย ด้วยไลน์อัพศิลปินที่แน่นตลอด 5 คืน พร้อมบรรยากาศที่สวยงามและอากาศเย็นสบาย เราจึงมั่นใจว่าปีนี้งานจะยิ่งใหญ่และสนุกกว่าเดิมแน่นอน”

เตรียมพบกับความสนุกสุดฟินในงาน Farm Festival On The Hill ที่สิงห์ปาร์ค เชียงราย

สำหรับปีนี้ สิงห์ปาร์คฯ ได้เตรียมความพร้อมอย่างเต็มที่ ทั้งด้านสถานที่ ระบบการจัดการ และการปรับปรุงภูมิทัศน์ให้สวยงามตลอดทั้งวัน นอกจากนี้ยังมีโซนกิจกรรมและโซนอาหารที่หลากหลาย ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ไม่ว่าจะเป็นสายกิน สายชิลล์ หรือสายผจญภัย ก็ห้ามพลาด

ไลน์อัพศิลปินสุดปัง ธีมงานสุดจึ้ง

แต่ละวันของงาน Farm Festival On The Hill ที่สิงห์ปาร์ค เชียงราย จะมีธีมที่แตกต่างกันไป:

  • วันแรก: ธีม “ฟาร์มรัก” พบกับศิลปิน T-POP สุดฮิตอย่าง PIXXIE, THREE MAN DOWN, D GERRARD และ JEFF SATUR
  • วันที่สอง: ธีม “ฟาร์มร็อค” เตรียมโดดให้สุดเหวี่ยงกับ BODYSLAM, Y Not 7 x อ่ำ อัมรินทร์, LITTLE JOHN และ ONLY MONDAY
  • วันที่สาม: ธีม “ฟาร์มฮิป” มาแร็ปให้ไฟลุกกับ ต้าร์อูห์, URBOYTJ, F.HERO และ MILLI
  • วันที่สี่: ธีม “ฟาร์มฮา” พบกับความสนุกและเสียงหัวเราะจาก JOKE SOCOOL, ก้อง ห้วยไร่, POLYCAT และ BURIN
  • วันสุดท้าย: ธีม “ฟาร์มแตก” ส่งท้ายความสนุกกับเพลงอกหักจาก LEK RATCHAMET, TILLYBIRDS, KLEAR และ PARADOX

นอกจากนี้ยังมีโซนใหม่ล่าสุดอย่าง Cargo Zone ในธีม “Pirates of the Caribbean” ที่จะเปิดตัวเป็นครั้งแรก พร้อมซุ้มอาหารอร่อยจากร้านดังกว่า 50 ร้านทั่วประเทศ กิจกรรมสนุกๆ อีกมากมาย ทั้งฟาร์มทัวร์ชมไร่ชาและแปลงดอกไม้, ปั่นจักรยาน, ขับสกู๊ตเตอร์, ขับ ATV และ Zipline ชมวิวพาโนรามา 360 องศา

รายละเอียดการซื้อบัตร

สามารถซื้อบัตรได้แล้ววันนี้ ผ่านช่องทางออนไลน์ https://ticket.eventpass.co/event-detail/farm-festival-on-the-hill-2025 หรือช่องทางออฟไลน์ที่จุดบริการร้านค้าหน้าไร่สิงห์ปาร์คฯ, ร้านค้าบ้านแดง และ Department of Tea by Singha Park x MFU ชั้น 3 ตึก M Square

พิเศษ! บัตร Early Bird แบบรายวัน ราคาเพียง 280 บาท (จากปกติ 350 บาท) จำหน่ายระหว่างวันที่ 22-30 พ.ย. 68 และบัตร VIP ราคา 4,000 บาท (จำหน่าย 17 พ.ย.- 14 ธ.ค.) ได้บัตรเข้างาน 4 ใบ, บัตรจอดรถ และทางเข้าพิเศษ

งาน Farm Festival On The Hill ที่สิงห์ปาร์ค เชียงราย ปีนี้ จัดเต็มจริงๆ! เตรียมตัวให้พร้อม แล้วไปสนุกสุดเหวี่ยงด้วยกัน!

ใครที่กำลังมองหาแพลนเที่ยวช่วงปลายปี ห้ามพลาดงานนี้เด็ดขาด! นอกจากจะได้ฟังเพลงเพราะๆ จากศิลปินมากมายแล้ว ยังได้สัมผัสบรรยากาศสุดชิลล์ของเชียงรายอีกด้วย คุ้มค่าสุดๆ!

ที่มา – สายคอนเสิร์ตเตรียมขึ้นเชียงราย 10–14 ธ.ค.นี้ “Farm Festival On The Hill” สิงห์ปาร์ค เชียงราย

กองกำลังบูรพาจับ 20 คนไทยลอบข้ามแดน: กลลวงปอยเปต บัญชีม้า และความทารุณ

สถานการณ์น่าตกใจที่ชายแดน! เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายนที่ผ่านมา กองกำลังบูรพาได้ทำการจับกุมกลุ่มคนไทยถึง 20 ราย ที่พยายามลักลอบข้ามแดนกลับประเทศอย่างผิดกฎหมาย บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ใกล้กับอำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว ปฏิบัติการครั้งนี้เกิดขึ้นจากการลาดตระเวนอย่างเข้มงวดของกองกำลังบูรพา ร่วมกับหน่วยเฉพาะกิจอรัญประเทศ และชุดควบคุมกรมทหารพรานที่ 12 (ร้อย.ทพ.1204) เพื่อป้องกันอาชญากรรมข้ามชาติ

ผู้ที่ถูกจับกุมเป็นชาย 13 ราย และหญิง 7 ราย จากการสอบสวนเบื้องต้น พวกเขาให้การตรงกันว่าตกเป็นเหยื่อของขบวนการหลอกลวงหางาน ซึ่งมีรูปแบบที่น่าสนใจและควรค่าแก่การเตือนภัยให้ทุกคนระมัดระวัง

กลลวงปอยเปต: เมื่อความหวังกลายเป็นฝันร้าย

กลุ่มคนไทยเหล่านี้ถูกหลอกล่อด้วยข้อเสนอทำงานที่เย้ายวนใจในจังหวัดสระแก้ว โดยสัญญาว่าจะได้รับค่าตอบแทนสูงถึง 15,000 – 25,000 บาทต่อเดือน แต่สิ่งที่น่าสงสัยคือ ไม่มีการระบุรายละเอียดของลักษณะงานที่ชัดเจน เมื่อเหยื่อหลงเชื่อเดินทางมาถึง กลับถูกส่งตัวข้ามแดนไปยังกรุงปอยเปต ประเทศกัมพูชาทันที นี่คือจุดเริ่มต้นของฝันร้ายที่พวกเขาต้องเผชิญ

บัญชีม้าและการบังคับขู่เข็ญ

เมื่อข้ามไปยังฝั่งกัมพูชา เหยื่อเหล่านี้ถูกกักขังไว้ในห้องพักและถูกยึดโทรศัพท์มือถือ ข้อมูลส่วนตัวของพวกเขาถูกนำไปใช้ในการเปิดบัญชีธนาคารที่เรียกว่า “บัญชีม้า” ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญที่มิจฉาชีพใช้ในการทำธุรกรรมทางการเงินที่ผิดกฎหมาย นอกจากนี้ ยังมีการใช้ความรุนแรงข่มขู่ หากใครขัดขืนคำสั่งก็จะถูกทำร้ายร่างกาย โดยมีรายงานว่าหัวหน้าแก๊งชาวจีนเป็นผู้ลงมือ

หลังจากที่กลุ่มมิจฉาชีพดำเนินการเปิดบัญชีจนครบตามจำนวนที่ต้องการแล้ว พวกเขาก็ได้ปล่อยตัวเหยื่อทิ้งไว้บริเวณชายแดน โดยให้เดินเท้าลักลอบข้ามกลับประเทศไทยเอง โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ฟังดูเหมือนเป็นการปล่อยตัว แต่แท้จริงแล้วเป็นการผลักภาระและความเสี่ยงให้กับเหยื่อที่ต้องเผชิญกับการจับกุมจากเจ้าหน้าที่

การจับกุมและการดำเนินคดี

โชคดีที่เจ้าหน้าที่ทหารพรานสามารถตรวจพบกลุ่มคนไทยเหล่านี้ขณะนั่งรอรถอยู่บริเวณชายแดน ทำให้พวกพวกเขาได้รับการช่วยเหลือจากการถูกเอารัดเอาเปรียบต่อไป เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจยึดโทรศัพท์มือถือจำนวน 21 เครื่อง ซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญในการสืบสวนขยายผล นอกจากนี้ ผู้ที่ถูกจับกุมทั้ง 20 คน ได้ถูกส่งมอบให้กับพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรคลองน้ำใส จังหวัดสระแก้ว เพื่อดำเนินการสอบสวนและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

เหตุการณ์กองกำลังบูรพาจับ 20 คนไทยลอบข้ามแดนครั้งนี้ เป็นเครื่องเตือนใจให้ทุกคนใช้ความระมัดระวังในการหางาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้อเสนอที่ดูดีเกินจริง และการทำงานในต่างประเทศที่ไม่ได้รับการรับรองอย่างถูกต้องตามกฎหมาย อย่าหลงเชื่อคำโฆษณาชวนเชื่อ เพราะอาจนำไปสู่การตกเป็นเหยื่อของขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติได้

ข้อคิดที่ได้จากเหตุการณ์นี้: การระมัดระวังตัวและตรวจสอบข้อมูลให้ถี่ถ้วนก่อนตัดสินใจ เป็นสิ่งสำคัญในการป้องกันตนเองจากการถูกหลอกลวงในรูปแบบต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่เทคโนโลยีก้าวหน้าและมิจฉาชีพมีกลวิธีที่ซับซ้อนมากยิ่งขึ้น หากพบเจอข้อเสนอที่น่าสงสัย ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อขอคำแนะนำและความช่วยเหลือ

ที่มา – กองกำลังบูรพา จับ 20 คนไทยลอบข้ามแดน ถูกหลอกไปปอยเปต บังคับเปิดบัญชีม้า โดนซ้อมทารุณก่อนปล่อยทิ้งชายแดน

กทม. ย้ำ! ปรับเวลาเข้ากราบพระบรมศพ ถึง 25 พ.ย.นี้

สวัสดีครับทุกคน วันนี้มีข่าวสำคัญจากกรุงเทพมหานคร (กทม.) มาอัปเดตกัน ใครที่วางแผนจะไปกราบถวายบังคมพระบรมศพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ต้องฟังทางนี้เลยนะครับ เพราะมีการปรับเปลี่ยนเวลาเล็กน้อยในช่วงวันที่ 24-25 พฤศจิกายนนี้ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชน

เมื่อวานนี้ (23 พฤศจิกายน) คุณไทวุฒิ ขันแก้ว รองปลัดกรุงเทพมหานคร ได้เป็นประธานในการประชุมติดตามการดำเนินงานประจำวันของ กทม. โดยเน้นย้ำเรื่องการบูรณาการการทำงานร่วมกันของทุกหน่วยงาน เพื่อให้การดูแลประชาชนเป็นไปอย่างเรียบร้อย สมพระเกียรติ และครอบคลุมทั่วถึงทุกคน

คุณไทวุฒิ แจ้งว่า เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายนที่ผ่านมา มีประชาชนเดินทางไปกราบถวายบังคมพระบรมศพฯ อย่างต่อเนื่อง รวมแล้วกว่า 10,242 คน ทำให้ยอดสะสมตั้งแต่วันแรกสูงถึง 140,194 คนเลยทีเดียว ซึ่ง กทม. ก็ได้ระดมกำลังทุกภาคส่วนมาช่วยดูแลและอำนวยความสะดวกอย่างเต็มที่

กทม. ย้ำ! ปรับเวลาเข้ากราบพระบรมศพ ช่วง 24-25 พ.ย. นี้

สิ่งสำคัญที่ต้องทราบก็คือ ช่วงวันที่ 24-25 พฤศจิกายน 2568 นี้ สำนักพระราชวังได้มีการ กทม. ย้ำ! ปรับเวลาเข้ากราบพระบรมศพ ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงเวลาเปิด-ปิดพื้นที่เล็กน้อย เพื่อให้สอดคล้องกับพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศล และเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนอย่างดีที่สุด

โดยในวันที่ 24-25 พฤศจิกายนนี้ จะเปิดให้ประชาชนเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพได้ตั้งแต่เวลา 08.00 – 14.00 น. และจะปิดจุดคัดกรองในเวลา 13.00 น. นะครับ ส่วนช่วงเวลาเข้าชมพระบรมมหาราชวังและวัดพระศรีรัตนศาสดาราม (สำหรับนักท่องเที่ยว) จะเปิดให้เข้าชมตั้งแต่เวลา 08.30 – 12.00 น.

สำหรับใครที่วางแผนจะไปเที่ยวชมพระบรมมหาราชวังและวัดพระแก้วในช่วงเวลาดังกล่าว ก็อย่าลืมเผื่อเวลาและตรวจสอบข้อมูลให้ดีก่อนเดินทางนะครับ

ช่วงเวลาปกติในการเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ

ในส่วนของช่วงเวลาปกติในการเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ จะแบ่งออกเป็น 4 ช่วงเวลา ดังนี้:

  • ช่วงที่ 1: 08.00 – 10.45 น.
  • ช่วงที่ 2: 12.00 – 16.45 น.
  • ช่วงที่ 3: 17.45 – 18.30 น.
  • ช่วงที่ 4: 19.45 – 21.00 น.

ดังนั้น ก่อนเดินทางไปกราบถวายบังคมพระบรมศพฯ อย่าลืมตรวจสอบช่วงเวลาที่เปิดให้เข้าชมให้ดี เพื่อจะได้ไม่เสียเที่ยวและวางแผนการเดินทางได้อย่างเหมาะสมนะครับ นอกจากเรื่องเวลาแล้ว การแต่งกายสุภาพเรียบร้อยก็เป็นสิ่งสำคัญที่ต้องให้ความใส่ใจด้วยนะครับ

สรุปแล้ว กทม. ย้ำ! ปรับเวลาเข้ากราบพระบรมศพ ในช่วงวันที่ 24-25 พฤศจิกายนนี้ ใครมีแพลนไปก็อย่าลืมเช็คเวลาให้ดี จะได้ไม่คลาดเคลื่อนนะครับ ทาง กทม. ก็พยายามอำนวยความสะดวกให้ทุกคนอย่างเต็มที่เพื่อให้การเดินทางไปกราบถวายบังคมพระบรมศพฯ เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและสมพระเกียรติ

การเปลี่ยนแปลงเวลาเล็กน้อยนี้แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการบริหารจัดการพื้นที่และอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนอย่างต่อเนื่อง การติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดจึงเป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้เราสามารถวางแผนการเดินทางและกิจกรรมต่างๆ ได้อย่างราบรื่น

ที่มา – กทม. ย้ำปรับเวลาเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ วันนี้ – 25 พ.ย. ปิดจุดคัดกรอง 13.00 น. เพื่ออำนวยความสะดวกประชาชน

กรมอุตุฯ เตือน! ใต้ฝนหนัก เหนือหนาวเย็น ก่อนอุ่นขึ้นปลายเดือน

สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้เรามาอัปเดตสภาพอากาศที่กำลังเป็นประเด็นร้อนแรงกันอยู่ หลายคนอาจจะเริ่มรู้สึกถึงลมหนาวที่พัดโชยมาเบาๆ ในขณะที่อีกหลายพื้นที่ก็กำลังเผชิญกับฝนตกหนักต่อเนื่อง บอกเลยว่าสภาพอากาศบ้านเราช่วงนี้แปรปรวนจริงๆ ครับ

กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกมาแจ้งเตือนเกี่ยวกับสภาพอากาศในช่วง 10 วันข้างหน้า (24 พฤศจิกายน – 3 ธันวาคม 2568) โดยเฉพาะพื้นที่ภาคใต้ ตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีลงไป ต้องเตรียมรับมือกับฝนตกหนักถึงหนักมากอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะจังหวัดเสี่ยงภัยอย่าง สุราษฎร์ธานี, นครศรีธรรมราช, สงขลา, พัทลุง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส, ตรัง และสตูล ระวังเรื่องน้ำท่วมฉับพลันและดินถล่มกันด้วยนะครับ ใครที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย เตรียมแผนอพยพไว้แต่เนิ่นๆ ก็ดีครับ ส่วนชาวเรือก็ต้องเดินเรือด้วยความระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะคลื่นลมค่อนข้างแรง

ส่วนใครที่อยู่ทางภาคเหนือ ภาคอีสาน และภาคกลางตอนบน เตรียมเสื้อกันหนาวให้พร้อม เพราะอากาศยังคงเย็นถึงหนาว แถมยังมีลมแรงอีกด้วย ช่วงเช้าๆ อาจจะมีหมอกลงหนา ใครที่ต้องขับรถก็เพิ่มความระมัดระวังกันหน่อยนะครับ

กรมอุตุฯ อัปเดต 10 วันล่วงหน้า: เตรียมรับมืออากาศแปรปรวน

สำหรับแนวโน้มสภาพอากาศในช่วงปลายเดือนนี้ (26 พฤศจิกายน – 3 ธันวาคม 2568) อากาศเย็นจะเริ่มอ่อนกำลังลง ทำให้อุณหภูมิค่อยๆ สูงขึ้น แต่ก็ยังมีลมหนาวพัดมาเป็นระลอกๆ อากาศตอนเช้าก็ยังเย็นสบายอยู่ดี ส่วนทางภาคใต้ ฝนที่ตกหนักก็จะค่อยๆ ลดลง คลื่นลมก็จะเริ่มเบาลง แต่ก็ยังต้องระวังปริมาณน้ำฝนสะสมในลุ่มน้ำต่างๆ กันต่อไปครับ

นอกจากนี้ กรมอุตุฯ ยังเฝ้าระวังหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณทะเลจีนใต้ในช่วงวันที่ 27–30 พฤศจิกายน ซึ่งมีโอกาสที่จะพัฒนาเป็นพายุได้ แต่คาดว่าจะอ่อนกำลังลงอย่างรวดเร็วเมื่อเข้าปะทะกับลมหนาว ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบแค่เล็กน้อยเท่านั้น

โดยอาจจะทำให้ภาคใต้ตอนบนแถบเพชรบุรีและประจวบคีรีขันธ์มีฝนตกเล็กน้อย ส่วนภาคกลางตอนล่าง ภาคตะวันออก รวมถึงกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จะมีเมฆเพิ่มขึ้นและความชื้นสูงขึ้น

สิ่งที่ต้องจับตาจาก กรมอุตุฯ อัปเดต 10 วันล่วงหน้า

  • ฝนตกหนักภาคใต้: เตรียมพร้อมรับมือน้ำท่วมฉับพลัน
  • อากาศเย็นภาคเหนือ: ดูแลสุขภาพให้แข็งแรง
  • พายุทะเลจีนใต้: ติดตามข่าวสารใกล้ชิด

สำคัญ: ข้อมูลทั้งหมดนี้เป็นการพยากรณ์ล่วงหน้า อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้เสมอ เพื่อนๆ ควรอัปเดตข้อมูลจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิดนะครับ จะได้เตรียมตัวรับมือกับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงได้ทันท่วงที

แล้วเราควรทำอย่างไรดี?

อย่างแรกเลยคือติดตามข่าวพยากรณ์อากาศอย่างสม่ำเสมอครับ กรมอุตุฯ เค้ามีอัปเดตให้เราตลอด นอกจากนี้ เตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น ทั้งเรื่องน้ำท่วมฉับพลัน ดินถล่ม หรือแม้แต่เรื่องสุขภาพในช่วงที่อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อยๆ แบบนี้

ส่วนตัวผมมองว่า สถานการณ์สภาพอากาศที่แปรปรวนแบบนี้เป็นสัญญาณเตือนให้เราต้องใส่ใจเรื่องสิ่งแวดล้อมมากขึ้น การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นเรื่องที่ส่งผลกระทบต่อพวกเราทุกคน ดังนั้นเราทุกคนต้องช่วยกันลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และหันมาใช้พลังงานสะอาดกันให้มากขึ้น

สุดท้ายนี้ ขอให้ทุกคนดูแลสุขภาพและเตรียมพร้อมรับมือกับสภาพอากาศที่กำลังจะเกิดขึ้นนะครับ และอย่าลืมติดตามข่าวสารจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิดนะครับ

ที่มา – กรมอุตุฯ อัปเดต 10 วันล่วงหน้า เตือนใต้ระวังฝนตกหนักต่อเนื่อง ส่วนไทยตอนบนยังหนาวเย็น ก่อนอุณหภูมิเริ่มสูงขึ้นช่วงปลายเดือน

X-Men กลับสู่โรงเรียนในการ์ตูนใหม่!

ทุกสิ่งเก่าๆ กลับมาใหม่หมด: หลังจากใช้ชีวิตอยู่บนเกาะที่มีความรู้สึก (และ ดาวอังคาร) และแยกทีมกันไป ทั่วประเทศ เหล่า X-Men กำลังกลับมารวมตัวกันอีกครั้งเพื่อสอนเหล่ามนุษย์กลายพันธุ์รุ่นใหม่ และสร้างความวุ่นวายอย่างเต็มที่

Marvel เพิ่งประกาศ X-Men United, ซึ่งมาจากนักเขียนจากเรื่องExceptional X-Men อีฟ แอล. อีวิง และศิลปิน ทิอาโก พาลมา (New Avengers) อย่าสับสนกับภาพยนตร์ปี 2004 ซีรีส์ต่อเนื่องเรื่องใหม่นี้ “เป็นศูนย์กลางของโลกมนุษย์กลายพันธุ์” ตามที่ทอม บรีวูร์ต บรรณาธิการของ Marvel กล่าว เอ็มม่า ฟรอสต์ ได้ก่อตั้งโรงเรียนใหม่ เกรย์แมตเทอร์เลน ซึ่งมีเป้าหมายที่จะ “นำพามนุษย์กลายพันธุ์ไปสู่วิวัฒนาการขั้นต่อไป” ครูของโรงเรียน ได้แก่ วูล์ฟเวอรีน แม็กนีโต และโรก (และแขกรับเชิญที่ไม่ใช่มนุษย์กลายพันธุ์) และสถานที่แห่งนี้มีความหมายว่าเป็นศูนย์กลางที่ “ผู้เล่นหลักทั้งหมดของโลก X จะมารวมตัวกันเพื่อต่อสู้ ผูกมิตรกัน และคลี่คลายความแตกต่าง”

Marvel พิจารณาว่า United เป็นหนังสือเรือธงของโครงการ “Shadows of Tomorrow” ของหนังสือ X-books ซึ่งประกาศเป็นครั้งแรกในระหว่าง New York Comic-Con และอีวิงเรียกหนังสือเล่มนี้ว่า “เป็นช่วงเวลาที่สนุกที่สุดที่ฉันเคยเขียนการ์ตูนมา เกรย์แมตเทอร์เลนเจ๋งมาก เพราะพื้นที่ทางจิตสามารถทำให้สิ่งต่างๆ แปลกประหลาดและเหนือจริงยิ่งขึ้น ในขณะที่ยังคงสร้างขึ้นจากพลังงานของโรงเรียนซาเวียร์คลาสสิกที่พวกเราทุกคนรักมานานหลายทศวรรษ”

เหล่า X-Men ไม่ได้แปลกหน้าสำหรับโรงเรียน และการเปิดตัวโรงเรียนใหม่ทำให้มนุษย์กลายพันธุ์พร้อมสำหรับภาพยนตร์ MCU เรื่องแรกของพวกเขาเมื่อใดก็ตามที่มาถึง (ไม่ต้องพูดถึงเหล่า X-veterans ที่กลับมาโลดแล่นบนจอใหญ่อีกครั้งด้วยภาพยนตร์ Avengers สองเรื่องต่อไปนี้) หวังว่าเกรย์แมตเทอร์จะไม่ถูกระเบิดมากเท่าสถาบันซาเวียร์

X-Men United #1 วางจำหน่ายในวันที่ 11 มีนาคม 2026

อยากได้ข่าว io9 เพิ่มไหม? ลองดูว่าเมื่อไหร่จะคาดหวัง Marvel, Star Wars และ Star Trek รุ่นล่าสุด อะไรต่อไปสำหรับ DC Universe บนภาพยนตร์และทีวี และทุกสิ่งที่คุณจำเป็นต้องรู้เกี่ยวกับอนาคตของ Doctor Who

X-Men กลับสู่โรงเรียนในการ์ตูนใหม่!

การกลับมาของเหล่า X-Men สู่โรงเรียนเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นสำหรับแฟน ๆ หลายคน หลังจากที่พวกเขาได้ผจญภัยไปในสถานที่ต่างๆ มากมาย การได้เห็นพวกเขากลับมาสอนคนรุ่นใหม่จึงเป็นการเปลี่ยนแปลงที่สดใหม่และน่าสนใจ แนวคิดของโรงเรียนเกรย์แมตเทอร์เลนดูเหมือนจะเป็นสถานที่ที่ยอดเยี่ยมสำหรับเรื่องราวใหม่ ๆ ที่จะเกิดขึ้น และฉันแทบรอไม่ไหวที่จะได้เห็นว่าอีฟ แอล. อีวิง และทิอาโก พาลมา จะทำอะไรกับการ์ตูนเรื่องนี้

ทำไม X-Men กลับสู่โรงเรียนในการ์ตูนใหม่ถึงน่าสนใจ?

มีหลายเหตุผลว่าทำไม X-Men กลับสู่โรงเรียนในการ์ตูนใหม่! ถึงเป็นสิ่งที่น่าสนใจ ประการแรก การได้เห็นเหล่า X-Men กลับมาในบทบาทของการเป็นครูเป็นเรื่องที่น่าสนใจ เพราะมันเป็นการเปลี่ยนแปลงที่แตกต่างจากที่เราเคยเห็นพวกเขามาก่อน ประการที่สอง แนวคิดของโรงเรียนเกรย์แมตเทอร์เลนดูเหมือนจะเป็นสถานที่ที่ยอดเยี่ยมสำหรับเรื่องราวใหม่ ๆ ที่จะเกิดขึ้น เพราะมันมีพื้นที่ทางจิตที่สามารถทำให้สิ่งต่างๆ แปลกประหลาดและเหนือจริงยิ่งขึ้น ประการที่สาม อีฟ แอล. อีวิง เป็นนักเขียนที่มีความสามารถ และฉันแทบรอไม่ไหวที่จะได้เห็นว่าเธอจะทำอะไรกับการ์ตูนเรื่องนี้

  • การเปลี่ยนแปลงบทบาทของเหล่า X-Men
  • แนวคิดของโรงเรียนเกรย์แมตเทอร์เลน
  • อีฟ แอล. อีวิง เป็นนักเขียนที่มีความสามารถ

โดยรวมแล้ว X-Men กลับสู่โรงเรียนในการ์ตูนใหม่! เป็นการ์ตูนที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง และฉันแทบรอไม่ไหวที่จะได้เห็นว่ามันจะเป็นอย่างไร ฉันคิดว่ามันจะเป็นเรื่องที่สนุกและน่าติดตามอย่างแน่นอน

X-Men กลับสู่โรงเรียนในการ์ตูนใหม่! เป็นการเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจและสดใหม่สำหรับทีม X-Men การที่พวกเขาหันมาสอนคนรุ่นใหม่เป็นการเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาถึงประวัติของพวกเขา ฉันคิดว่ามันจะเป็นเรื่องที่สนุกที่จะได้เห็นว่าพวกเขาจะทำอย่างไรในบทบาทใหม่นี้

ที่มา – The Next Big X-Men Comic Takes Mutantkind Back to School

เปิดโลกศิลป์ Castlevania: Nocturne ใน Art Book!

Castlevania: Nocturne ซีซั่นสองสุดมันส์เพิ่งจะปล่อยออกมาเมื่อต้นปีที่ผ่านมา และในขณะที่แฟนๆ ต่างรอคอยข่าวคราวเกี่ยวกับอนาคตของซีรีส์ Netflix และ Powerhouse ก็เตรียมปล่อย Art Book ที่อัดแน่นไปด้วยเนื้อหาจากสองซีซั่นแรก

หนังสือ 208 หน้า ที่มีกำหนดวางจำหน่ายในเดือนมีนาคมนี้ จะนำเสนอ “งานคอนเซ็ปต์อาร์ตที่ไม่เคยเปิดเผยที่ไหนมาก่อน, การออกแบบงานสร้าง และสตอรี่บอร์ดสุดตระการตา” ที่ครอบคลุมตัวละคร สถานที่ และสัตว์ประหลาดจากซีรีส์ พร้อมด้วยความคิดเห็นจากทีมงาน Powerhouse ลองชมบางส่วนของหน้าหนังสือด้านล่างเพื่อดู Richter Belmont, Eduoard (ในร่างสัตว์ประหลาด) และสตอรี่บอร์ดจากตอนต่างๆ ในซีซั่นแรก

Art Book เป็นที่นิยมอย่างมาก และโชคดีที่ Netflix ชื่นชอบการผลิต Art Book สำหรับผลงานแอนิเมชั่นยอดฮิตของตัวเอง ซีรีส์ Castlevania ภาคต้นฉบับก็มีหนังสือของตัวเองที่ครอบคลุมทั้งสี่ซีซั่น และ Arcane และ ภาพยนตร์หลายเรื่อง ก็ได้รับการตอบรับในรูปแบบเดียวกัน สิ่งนี้ช่วยให้ผลงานที่โดดเด่นที่สุดของ Netflix ดูดีมากๆ และได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก เช่นเดียวกับภาคก่อน Castlevania: Nocturne ได้รับการยกย่องในด้านภาพและแอนิเมชั่น ดังนั้นอย่างน้อย Netflix ก็รู้ว่าจะใช้ประโยชน์จากสิ่งนั้นอย่างไร

สำหรับแฟน ๆ ของซีรีส์ หรือใครก็ตามที่สนใจเนื้อหาเบื้องหลังและต้องการทราบว่าสิ่งต่างๆ ถูกสร้างขึ้นมาได้อย่างไร Art Book เล่มนี้คุ้มค่าที่จะซื้อเมื่อวางจำหน่ายในวันที่ 3 มีนาคม 2026 ในราคา 55 ดอลลาร์สหรัฐ

เรื่องน่าสนใจเกี่ยวกับ Art Book ของ Castlevania: Nocturne คือการรวบรวมขั้นตอนการสร้างสรรค์โลกเเห่งเเวมไพร์ ตั้งเเต่การออกเเบบตัวละคร การสร้างฉาก จนถึงการวางสตอรี่บอร์ดอย่างละเอียด ทำให้เราได้เห็นถึงความใส่ใจในทุกรายละเอียดที่ทีมงาน Powerhouse ทุ่มเทให้กับซีรีส์นี้

ต้องการข่าว io9 เพิ่มเติมหรือไม่? ตรวจสอบกำหนดการฉายล่าสุดของ Marvel, Star Wars และ Star Trek สิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปสำหรับ DC Universe บนภาพยนตร์และทีวี และทุกสิ่งที่คุณจำเป็นต้องรู้เกี่ยวกับอนาคตของ Doctor Who

เจาะลึกโลกศิลปะของ Castlevania: Nocturne

Art Book Castlevania: Nocturne ไม่ได้เป็นเพียงเเค่การรวบรวมภาพสวยๆ เเต่ยังเป็นเหมือนไทม์เเคปซูลที่พาเราย้อนกลับไปสำรวจเบื้องหลังการสร้างสรรค์ซีรีส์ดัง ตั้งเเต่งานคอนเซ็ปต์อาร์ต สเก็ตช์ตัวละคร ไปจนถึงสตอรี่บอร์ดที่ไม่เคยเปิดเผยที่ไหนมาก่อน

ทำไม Art Book Castlevania: Nocturne ถึงน่าสนใจ?

สำหรับเเฟนๆ ซีรีส์ Castlevania: Nocturne การได้เห็นวิวัฒนาการของงานศิลปะตั้งเเต่เริ่มต้นจนกลายเป็นภาพที่สมบูรณ์เเบบบนหน้าจอ ถือเป็นประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้น นอกจากนี้ Art Book เล่มนี้ยังเป็นเเรงบันดาลใจให้กับศิลปิน นักวาดภาพ หรือทุกคนที่ชื่นชอบงานศิลปะ เพราะเราจะได้เห็นเทคนิค เเละกระบวนการคิดสร้างสรรค์ของทีมงาน Powerhouse ที่อยู่เบื้องหลังซีรีส์

โดยรวมเเล้ว Art Book Castlevania: Nocturne เป็นของสะสมที่เเฟนซีรีส์ไม่ควรพลาด เเละเป็นหนังสือที่เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบงานศิลปะเเละการ์ตูนอีกด้วย มันไม่ใช่เเค่หนังสือภาพ เเต่เป็นการเดินทางสู่โลกเเห่งความคิดสร้างสรรค์เเละจินตนาการ

ที่มา – The Magnifique ‘Castlevania: Nocturne’ Art Comes Together In New Art Book

ฟีเจอร์ใหม่ X เผย **ผู้รักชาติ MAGA** หลายคนอยู่ต่างแดน

ช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา X ของ Elon Musk ได้เริ่มเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ที่เรียกว่า “เกี่ยวกับโปรไฟล์นี้” และความวุ่นวายก็เกิดขึ้นตามมา

ด้วยฟีเจอร์นี้ ผู้ใช้สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับบัญชีของบุคคลอื่นได้ เช่น จำนวนครั้งที่พวกเขาเปลี่ยนชื่อผู้ใช้ เมื่อเข้าร่วมแพลตฟอร์ม และที่อยู่ที่พวกเขาอยู่

ฟีเจอร์สุดท้ายนี้ได้ก่อให้เกิดความโกลาหล ผู้ใช้ค้นพบมากขึ้นเรื่อยๆ ว่าบัญชีอินฟลูเอนเซอร์ MAGA ที่ดูเหมือนจะรักอเมริกาส่วนใหญ่นั้น แท้จริงแล้วไม่ได้อยู่ในสหรัฐอเมริกาเลย

ตัวอย่างเช่น @MAGANationX บัญชีที่มีผู้ติดตามเกือบ 400,000 คน บัญชีนั้นอ้างว่าเป็น “America First Patriot Voice” แต่ฟีเจอร์ใหม่นี้เผยให้เห็นว่าจริงๆ แล้วอยู่ในยุโรปตะวันออก อีกบัญชีหนึ่งชื่อ @1776General_ ซึ่งในประวัติส่วนตัวอ้างว่าเป็น “Ethnically American” แท้จริงแล้วอยู่ในตุรกี

รายการยังคงดำเนินต่อไป อีกบัญชีหนึ่งที่มีชื่อผู้ใช้ว่า “America First” จริงๆ แล้วอยู่ในบังกลาเทศ หนึ่ง บัญชี ที่โพสต์อ้างว่า Trump กำลังส่งมอบ “อย่างแน่นอน” ในสิ่งที่เขาโหวตให้ และอ้างว่าอยู่ในเวอร์จิเนีย แท้จริงแล้วเป็นอีกบัญชีจากยุโรปตะวันออก ปรากฏว่า บัญชีแฟนคลับจำนวนมากสำหรับครอบครัว Trump ก็อยู่ในต่างประเทศเช่นกัน ตั้งแต่แฟนคลับ Barron Trump จากยุโรปตะวันออก ไปจนถึงบัญชีชาวไนจีเรียที่อุทิศให้กับ Ivanka Trump และบัญชีชาวมาซิโดเนียสำหรับข่าว Kai Trump

ไม่ใช่แค่บัญชี MAGA เท่านั้น บัญชีที่ถูกลบไปแล้ว ที่มีผู้ติดตามมากกว่า 50,000 คน ซึ่งอ้างในประวัติส่วนตัวว่าเป็น “Proud Democrat” และ “Professional MAGA Hunter” แท้จริงแล้วอยู่ในเคนยา

เป้าหมายของฟีเจอร์ใหม่นี้ ตามที่ Nikita Bier หัวหน้าฝ่ายผลิตภัณฑ์ของ X Nikita Bier กล่าวคือ เพื่อช่วยให้ผู้ใช้ “ตรวจสอบความถูกต้องของเนื้อหาที่พวกเขาเห็นบน X”

บัญชีเหล่านี้อาจใช้ VPN ด้วย แต่เพื่อช่วยในการพิจารณาเรื่องนั้น วิศวกรย้อนรอย คนหนึ่งอ้างว่า X สามารถตรวจจับการเชื่อมต่อ VPN และติดป้ายข้อมูลตำแหน่งของบัญชีนั้นว่าเป็น “ประเทศหรือภูมิภาคอาจไม่ถูกต้อง” บัญชีบางบัญชีบน X แสดงป้ายกำกับนี้

บ่อยครั้งที่ฟีเจอร์นี้สามารถช่วยให้ผู้ใช้เข้าใจได้ว่าบัญชีใดบ้างที่อาจมีวาระซ่อนเร้น

ตัวอย่างเช่น บัญชีหลายบัญชีที่มีเนื้อหาคล้ายกัน โกหกเกี่ยวกับตำแหน่งที่ตั้ง และดูเหมือนว่าจะอยู่ในภูมิภาคเดียวกัน อาจบ่งชี้ว่าพวกเขาทั้งหมดเป็นส่วนหนึ่งของฟาร์มบอท

บัญชีที่โกหกเกี่ยวกับตำแหน่งที่ตั้งของตนเองอาจเป็นเครื่องมือที่ใช้ในการรณรงค์เพื่ออิทธิพลจากต่างประเทศ ไม่ว่าจะผ่านการมีส่วนร่วมในการดำเนินการฟาร์มบอทที่ปรับปรุงด้วย AI หรือการจ่ายเงินให้ผู้ใช้แต่ละราย หน่วยงานต่างประเทศอาจพยายามที่จะเปลี่ยนแปลงความคิดเห็นของประชาชนหรือก่อให้เกิดความแตกแยกทางการเมืองโดยการผลักดันเรื่องเล่าที่เป็นเท็จและเผยแพร่ข้อมูลที่ผิดพลาด รัสเซีย, จีน, อิหร่าน, อิสราเอล และ สหรัฐอเมริกา เองก็ถูกกล่าวหาว่าดำเนินแคมเปญอิทธิพลจากต่างประเทศบนโซเชียลมีเดีย รัสเซียพัวพันกับ อิทธิพลต่างประเทศที่สนับสนุนทรัมป์ ในช่วงนำไปสู่การเลือกตั้งประธานาธิบดีปี 2024

ฟีเจอร์ใหม่ X เผย ผู้รักชาติ MAGA หลายคนอยู่ต่างแดน

ฟีเจอร์ใหม่นี้เป็นเหมือนดาบสองคม เพราะแม้จะช่วยให้เราตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลได้ แต่ก็อาจถูกใช้เพื่อระบุตัวและโจมตีผู้ที่มีความเห็นต่างได้เช่นกัน ดังนั้น การใช้งานจึงต้องระมัดระวังและมีวิจารณญาณ

แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าบัญชีไหนเป็นของจริง และบัญชีไหนเป็นบอท?

นอกเหนือจากการตรวจสอบตำแหน่งที่ตั้งแล้ว เราควรพิจารณาปัจจัยอื่นๆ ประกอบด้วย เช่น รูปแบบการโพสต์ เนื้อหา และปฏิสัมพันธ์กับผู้ใช้อื่นๆ หากบัญชีนั้นโพสต์ถี่เกินไป ใช้ภาษาที่ไม่เป็นธรรมชาติ หรือมีปฏิสัมพันธ์กับผู้ใช้อื่นๆ อย่างผิดปกติ ก็อาจเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าเป็นบัญชีปลอมได้

ผู้รักชาติ MAGA หลายคนอาจจะรู้สึกไม่พอใจที่ถูกเปิดเผยข้อมูลส่วนตัว แต่ในขณะเดียวกัน ฟีเจอร์นี้ก็ช่วยให้เราตระหนักถึงภัยคุกคามจากการแทรกแซงจากต่างชาติ และช่วยให้เราใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลข่าวสารมากขึ้น

ดังนั้น การที่ X เปิดตัวฟีเจอร์นี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการสร้างแพลตฟอร์มที่โปร่งใสและน่าเชื่อถือมากขึ้น แต่การจะทำให้ประสบความสำเร็จอย่างแท้จริงนั้น ขึ้นอยู่กับการใช้งานของผู้ใช้แต่ละคนด้วย

ที่มา – New X Feature Reveals Many MAGA Patriots on X Are Not Even Based in The U.S.

แอรอน พอล ไม่กลับ Invincible เพราะ Powerplex ดาร์ก

แอรอน พอล โลดแล่นในวงการนักพากย์เสียงมาตั้งแต่จบ Breaking Bad และผลงานล่าสุดของเขาคือ Invincible ทาง Prime Video ซึ่งเขารับบทเป็น Powerplex ตัวร้ายผู้ควบคุมไฟฟ้าที่มีปัญหากับมาร์ค เพราะน้องสาวและหลานสาวของเขาเสียชีวิตระหว่างการต่อสู้ระหว่าง Invincible ปะทะ Omni-Man ในซีซั่นแรก ไม่ว่าคุณจะชอบแอรอน พอลในบทบาทนี้มากแค่ไหน แต่ปรากฏว่าเขาจะไม่กลับมารับบทนี้อีกแล้ว

ในตอนล่าสุดของ พอดแคสต์ Kinda Funny นักแสดงหนุ่มกล่าวว่าเขาปฏิเสธข้อเสนอที่จะกลับมาใน ซีซั่นต่อๆ ไป เหตุผลของเขาคือ “มันทรมานเกินไป” และเขา “ไม่รู้สึกสบายใจ” ที่จะกลับไปสวมบทบาทอนิเมชั่นของ Scott Duvall อีกครั้ง แม้ว่าเขาจะเป็นแฟนของรายการและทีมงาน แต่เขา “ไม่อยากทำมันอีกต่อไป สิ่งที่มันทำกับผม ผมไม่ชอบ” แอรอน พอล ไม่กลับ Invincible เพราะเหตุผลนี้นี่เอง

Powerplex ปรากฏตัวครั้งแรกในตอนที่สามของซีซั่น “All I Can Say is Sorry” ซึ่งระหว่างการต่อสู้กับ Invincible เขาฆ่าภรรยาและลูกชายของเขาโดยไม่ได้ตั้งใจ มันเป็นตอนที่หดหู่ที่ทำให้มาร์คอยู่ในสภาพอารมณ์ที่ย่ำแย่ และ Powerplex ก็ปรากฏตัวในตอนถัดมาทันที “What Have I Done?” ซึ่งเขาช่วยฮีโร่ฆ่า Invincible เวอร์ชั่นจักรวาลคู่ขนานจำนวนมาก และต้องการแก้แค้นมาร์คต่อไปขณะที่เขากำลังจะไปช่วยโลก Powerplex ปรากฏตัวในคอมมิคไปเรื่อยๆ ดังนั้นเราจะได้เห็นเขาอีกมาก และถึงแม้จะมีเสียงใหม่ เขาก็อาจจะอันตรายเหมือนเดิมสำหรับมาร์คหรือใครก็ตามที่ขวางทางเขา

Invincible จะกลับมาพร้อมกับซีซั่นที่สี่ในเดือนมีนาคม สำหรับใครที่อยากฟังเสียงของแอรอน พอลในบทบาทฮีโร่ที่ไม่หดหู่ ก็ยังมี Dispatch ของ AdHoc Studio ซึ่งได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล Game Awards

แอรอน พอล ไม่กลับ Invincible ทำให้แฟนๆ หลายคนเสียดาย แต่ก็เข้าใจได้ถึงเหตุผลของเขา

[ผ่าน AVClub]

ต้องการข่าว io9 เพิ่มเติมหรือไม่? ตรวจสอบกำหนดการฉายล่าสุดของ Marvel, Star Wars และ Star Trek, สิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปสำหรับ DC Universe บนภาพยนตร์และทีวี และทุกสิ่งที่คุณต้องรู้เกี่ยวกับอนาคตของ Doctor Who

ทำไม แอรอน พอล ไม่กลับ Invincible?

เหตุผลหลักที่แอรอน พอล ไม่กลับ Invincible คือบทบาท Powerplex นั้นส่งผลกระทบต่อจิตใจของเขามากเกินไป เขารู้สึกว่าการแสดงบทบาทที่มืดมนและเต็มไปด้วยความโศกเศร้านั้น “ทรมานเกินไป” และเขาไม่ต้องการที่จะกลับไปเผชิญกับความรู้สึกเหล่านั้นอีกครั้ง

ผลกระทบของ Powerplex ต่อ แอรอน พอล

Powerplex เป็นตัวละครที่มีเรื่องราวเบื้องหลังที่น่าเศร้า เขาต้องสูญเสียภรรยาและลูกชายไป ซึ่งเหตุการณ์นี้ส่งผลกระทบต่อจิตใจของเขาอย่างมาก แอรอน พอล ไม่กลับ Invincible อาจเป็นเพราะเขาต้องการหลีกเลี่ยงการกลับไปสัมผัสกับความรู้สึกเหล่านั้นอีกครั้ง การแสดงบทบาทที่ต้องเผชิญกับความโศกเศร้าและการสูญเสียอาจเป็นเรื่องที่ยากลำบากสำหรับนักแสดงหลายคน

แม้ว่า แอรอน พอล ไม่กลับ Invincible จะทำให้แฟนๆ ผิดหวัง แต่เราก็ต้องเคารพการตัดสินใจของเขา การดูแลสุขภาพจิตใจของตนเองเป็นสิ่งสำคัญที่สุด และการที่เขาตัดสินใจที่จะไม่รับบทบาทที่ส่งผลกระทบต่อจิตใจของเขาเป็นสิ่งที่ควรได้รับการสนับสนุน

ที่มา – Aaron Paul Won’t Return to ‘Invincible’ Because Powerplex Was So Dark