เปิดโลกรายงาน BCG: ทำไม AI ถึงสร้างรายได้เพิ่ม 5 เท่า ลดต้นทุน 3 เท่า ได้แค่ 5%?
เคยสงสัยไหมว่าทำไมบางบริษัทถึงก้าวกระโดดด้วยพลังของ AI ในขณะที่บางบริษัทกลับจมอยู่กับค่าใช้จ่ายที่ไม่คุ้มค่า? รายงานล่าสุดจาก Boston Consulting Group (BCG) ในหัวข้อ ‘The Widening AI Value Gap’ อาจมีคำตอบที่คุณกำลังมองหา
รายงานนี้เจาะลึกการสำรวจบริษัทกว่า 1,250 แห่งทั่วโลกที่ลงทุนในเทคโนโลยี AI และสิ่งที่น่าตกใจคือ มีเพียง 5% เท่านั้นที่สามารถปลดล็อกศักยภาพของ AI ได้อย่างเต็มที่ สร้างรายได้เพิ่มขึ้นถึง 5 เท่า และลดต้นทุนได้ 3 เท่า เมื่อเทียบกับบริษัทอื่นๆ ที่เหลืออีกกว่า 60% กลับไม่สามารถสร้างมูลค่าที่จับต้องได้จากการลงทุนใน AI เลย
BCG เรียกบริษัท 5% กลุ่มนี้ว่า ‘Future-built companies’ ซึ่งไม่ได้แค่ประสบความสำเร็จ แต่ยังสร้างช่องว่างของมูลค่า AI (AI Value Gap) ที่กว้างขึ้นเรื่อยๆ อีกด้วย แล้วอะไรคือเคล็ดลับของพวกเขา?
อิษฎา หิรัญวิวัฒน์กุล Managing Director & Senior Partner Head of BCG Thailand ได้ชี้ให้เห็น 3 ปัจจัยสำคัญที่ทำให้บริษัทเหล่านี้สร้าง ‘Real Value’ จาก AI ได้:
- Continue to Reinvest: ลงทุนซ้ำอย่างต่อเนื่องเมื่อเห็นผลลัพธ์ เพื่อสร้างวงจรแห่งความสำเร็จ
- Compounding Advantage: ลงทุนถูกจุด จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงเชิงบวก และความสำเร็จนั้นก็จะยิ่งสร้างผลประโยชน์ทบต้นต่อยอดขึ้นไปอีก
- Execution, Not Experimentation: โฟกัสที่การลงมือทำให้สำเร็จ ไม่ใช่แค่ทดลองไปเรื่อยๆ
“บริษัทส่วนใหญ่ (60%) ที่ไม่ประสบความสำเร็จในการสร้างผลลัพธ์จาก AI มักจะโฟกัสไปที่การทำ Pilot แล้วก็จบแค่ตรงนั้น ทำให้ไม่สามารถขยายผลต่อได้” อิษฎา กล่าว
ในขณะที่บริษัท 5% ที่ประสบความสำเร็จ จะมีความชัดเจนตั้งแต่แรกว่าต้องการให้เกิดผลลัพธ์อะไร และ Value ที่แท้จริงของธุรกิจอยู่ตรงไหน “ส่วนใหญ่แล้ว Value 70% จะอยู่ใน Core Function เช่น R&D, Sales and Marketing, Pricing, Manufacturing ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะสร้างรายได้เพิ่มขึ้น หรือมีการเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัด”
เจาะลึกรายงาน ‘The Widening AI Value Gap’ จาก BCG ทำไมมีองค์กรแค่ 5% ที่สำเร็จ?
อิษฎา อธิบายว่า ข้อแตกต่างที่สำคัญคือ ‘วิธีคิด’ ของผู้นำในการนำ AI มาใช้ในธุรกิจ พวกเขาเลือกที่จะเปลี่ยนวิธีการทำงานก่อน แล้วค่อยดูว่าจะเอา AI มาช่วยได้อย่างไร แทนที่จะมองเป็นการนำเครื่องมือมาใช้ “พวกเขาจะคิดก่อนว่า ถ้าต้องเริ่มบริษัทจากศูนย์ หรือต้องการบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ ควรมีวิธีการทำงานอย่างไร จากนั้นจึงค่อยถามว่า AI จะเข้ามาช่วยได้อย่างไร อาจใช้กฎ 10-20-70 โดย 70% ต้องโฟกัสที่บุคลากรและกระบวนการ 20% เป็นเรื่องของเทคโนโลยี และ 10% คือเครื่องมือหรืออัลกอริทึม”
“บริษัทที่ล้มเหลวส่วนใหญ่มักจะคิดกลับด้าน คือมุ่งไปที่เครื่องมือก่อน แล้วบังคับให้คนใช้ ทำให้เกิดปัญหาในการปฎิบัติงาน และไม่เกิดมูลค่า”
เขาเน้นย้ำว่า ‘ผู้นำ’ คือหัวใจสำคัญของการสร้างคุณค่าจากการใช้ AI ในองค์กร ผู้นำต้องกำหนดเป้าหมายด้าน AI อย่างชัดเจน และโฟกัสที่ Use Case ที่สร้างผลลัพธ์จริง ไม่ปล่อยให้แต่ละแผนกกำหนดทิศทางและเลือกเครื่องมือกันเองจนทรัพยากรกระจัดกระจาย
AI First: ก้าวสำคัญสู่ความสำเร็จ
อิษฎา แนะนำให้คิดแบบ ‘AI First’ โดยให้ AI Agent ซึ่งเป็นระบบที่ผสานความสามารถด้านการคาดการณ์และการสร้างสรรค์ เข้ามาช่วยปรับเปลี่ยนกระบวนการทำงาน ยกตัวอย่างเช่น กระบวนการกู้เงิน ที่เมื่อก่อนอาจใช้เวลา 3-5 วัน แต่ถ้าใช้ AI Agent อาจลดเวลาเหลือไม่กี่ชั่วโมง แล้วโยกคนไปดูเรื่องการกำหนดกฎเกณฑ์ในการคัดกรองแทน
“ถ้าบริษัทไหนคิดเรื่องการปรับเปลี่ยนกระบวนการทำงานใหม่เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ดีขึ้นแบบ AI First แล้วค่อยคิดว่าจะเอา AI Agent หรือเครื่องมือไหนมาประกอบ จากผลการศึกษาพบว่าบริษัทจะไปได้ค่อนข้างไกลและได้เม็ดเงินกลับมาชัดเจนกว่า”
ข้อผิดพลาดที่หลายคนมองข้ามคือ ‘การไม่โฟกัส’ หลายบริษัทโฟกัสไปที่การทำ AI Transformation โดยมี AI Road Map ที่มี Use Case มากมาย แต่กลับไม่สามารถสร้างผลลัพธ์ที่จับต้องได้
“บางบริษัทไม่มีโฟกัส หรือไม่ก็โฟกัสผิดจุด ควรเลือกโฟกัสจุดที่สำคัญจริงๆ ไม่หว่านแห เพราะเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงเร็วมาก การเลือกเครื่องมือผิด อาจทำให้การลงทุนสูญเปล่า”
จาก เจาะลึกรายงาน ‘The Widening AI Value Gap’ จาก BCG ทำไมมีองค์กรแค่ 5% ที่เพิ่มรายได้ 5 เท่า ลดต้นทุน 3 เท่าจากการนำ AI มาใช้ [PR NEWS] เราได้เรียนรู้ว่าการนำ AI มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ไม่ได้อยู่ที่เครื่องมือหรือเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่วิสัยทัศน์ของผู้นำ วิธีคิดในการปรับเปลี่ยนกระบวนการทำงาน และการโฟกัสที่เป้าหมายที่ชัดเจน หากคุณกำลังมองหาโอกาสในการใช้ AI เพื่อขับเคลื่อนธุรกิจของคุณ อย่าลืมเริ่มต้นจากการทำความเข้าใจ Value ที่แท้จริงของธุรกิจ และมองหา Use Case ที่จะสร้างผลกระทบมากที่สุด
AI ไม่ใช่ยาวิเศษที่จะแก้ไขทุกปัญหาได้ แต่มันคือเครื่องมือทรงพลังที่สามารถเปลี่ยนแปลงธุรกิจของคุณได้อย่างมหาศาล ถ้าคุณใช้มันอย่างถูกต้อง