วิโรจน์ ชี้ภัยสแกมเมอร์! หวั่นไทยแหล่งฟอกเงิน ทำธุรกิจสุจริตเจ๊ง พร้อมเสนอ 5 ทางแก้
สวัสดีครับทุกคน วันนี้เรามาคุยกันถึงเรื่องที่น่าเป็นห่วงมากๆ เรื่องหนึ่ง นั่นก็คือปัญหา “สแกมเมอร์” ที่กำลังคุกคามประเทศไทยของเราอยู่ ซึ่งเรื่องนี้ไม่ได้เป็นแค่เรื่องของการหลอกเงินคนแก่คนเฒ่าอย่างที่เราเคยได้ยินกัน แต่มันส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและธุรกิจสุจริตในวงกว้างเลยทีเดียว
เรื่องนี้ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึงอย่างจริงจังโดยคุณวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส. บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชน ในงานรีชาร์จประชาชน ภายใต้แนวคิด ‘วาระประเทศไทย ความมั่นคงใหม่-เศรษฐกิจใหม่-บริหารประเทศแบบใหม่ ไทยทันโลก’ ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายนที่ผ่านมา
คุณวิโรจน์ได้ฉายภาพให้เราเห็นถึงความน่ากลัวของเครือข่ายสแกมเมอร์เหล่านี้ โดยยกตัวอย่างว่าในกัมพูชามีเครือข่ายสแกมเมอร์อยู่เกือบ 60 แห่ง! สร้างความเสียหายเป็นมูลค่ามหาศาลถึง 125,000 ล้านยูเอสดอลลาร์ต่อปี หรือประมาณ 4-6 แสนล้านบาท และที่น่าตกใจคือ ประเทศไทยเองก็สูญเงินจากการหลอกของสแกมเมอร์ไปถึง 115,300 ล้านบาทต่อปี! ซึ่งเงินจำนวนนี้ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ที่สำคัญไปกว่านั้น คุณวิโรจน์ยังระบุว่า ประเทศไทยกำลังถูกจับตามองว่าเป็นแหล่งฟอกเงินจากบัญชีม้าไปยังกัมพูชา โดยใช้นอมินีในการซื้อธุรกิจที่สร้างกระแสเงินสดรายวัน เช่น ร้านอาหาร หรือผับบาร์ ฟังดูแล้วน่าเป็นห่วงใช่ไหมล่ะครับ?
วิโรจน์ ชี้ภัยสแกมเมอร์! หวั่นไทยแหล่งฟอกเงิน ทำธุรกิจสุจริตเจ๊ง พร้อมเสนอ 5 ทางแก้ เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ ครับ เพราะถ้าเราปล่อยให้มีการหลอกเงินต่อไป โดยที่ไม่สามารถสกัดกั้นได้ ธุรกิจสุจริตในประเทศไทยก็จะทยอยปิดตัวลง พนักงานคอลเซ็นเตอร์ที่ทำมาหากินสุจริตก็จะพลอยเดือดร้อนไปด้วย แถมยังมีการปั่นราคาอสังหาริมทรัพย์ ทำให้มูลนิธิต่างๆ ไม่น่าเชื่อถือ เกิดทัวร์ศูนย์เหรียญ และพนันออนไลน์ตามมาอีกมากมาย
วิโรจน์ ชี้ภัยสแกมเมอร์! หวั่นไทยแหล่งฟอกเงิน ทำธุรกิจสุจริตเจ๊ง พร้อมเสนอ 5 ทางแก้
คุณวิโรจน์ยังชี้ให้เห็นว่า คุณภาพชีวิตของคนไทยก็จะยิ่งแย่ลง ความเปราะบางทางการเงินจะสูงขึ้น กำลังซื้อก็จะลดลง และที่ร้ายแรงที่สุดคือ ประเทศไทยอาจถูกจัดให้เป็นประเทศสีเทา ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อภาคการเงินการธนาคารของเราอย่างใหญ่หลวง เพราะไม่มีใครอยากมาลงทุนในประเทศที่ถูกมองว่าเป็นเครือข่ายของแก๊งสแกมเมอร์ในฐานะคนฟอกเงิน
แล้วเราจะทำยังไงกันดี? คุณวิโรจน์ได้เสนอ 5 ทางแก้ไขที่น่าสนใจมากๆ ดังนี้ครับ:
- เร่งสร้างระบบนิเวศให้ไทยมีเกราะคุ้มกันจากสแกมเมอร์ โดยเร่งผลักดันกฎหมายลูกที่เกี่ยวข้องกับ พ.ร.ก. ไซเบอร์ ฉบับที่ 2 มาตรา 8/10 ให้มีความชัดเจนและปฏิบัติได้จริง เพื่อให้ประชาชนรู้ว่าเมื่อเกิดความเสียหายแล้วจะสามารถเรียกร้องความรับผิดชอบจากใครได้บ้าง
- หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง เช่น DBD, DOI และกรมสรรพากร ต้องร่วมมือกันปราบนอมินีและธุรกิจศูนย์เหรียญที่ไม่เสียภาษี
- บช.สอท., บก.ปอท., ปปง. และ ป.ป.ช. ต้องร่วมมือกับต่างประเทศเพื่อขยายผลจับกุมตัวการใหญ่ให้ได้
- ก.ล.ต., ปปง., คปภ. และกรมการปกครอง ต้องทำให้กลุ่มการลงทุนต่างๆ ไม่สามารถปิดบังตัวตนของผู้รับผลประโยชน์ที่แท้จริงได้
- ประเทศไทยต้องแสดงความมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง โดยการลงสัตยาบันในมาตรการระหว่างประเทศ และใช้อนุสัญญาว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติเพื่อทลายเครือข่ายใหญ่ในเวทีอาเซียน
คุณวิโรจน์ยังฝากถึงกระทรวงการต่างประเทศให้พิจารณาจัดให้กัมพูชาอยู่ในประเทศสีเทาด้วย
แล้วเราจะช่วยกันป้องกันภัยจากสแกมเมอร์ได้อย่างไร?
นอกเหนือจากมาตรการที่กล่าวมาข้างต้น สิ่งสำคัญที่สุดก็คือพวกเราทุกคนต้องเพิ่มความระมัดระวังและมีสติอยู่เสมอ อย่าหลงเชื่ออะไรง่ายๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้อเสนอที่ฟังดูดีเกินจริง หากมีใครโทรมาขอข้อมูลส่วนตัว หรือชักชวนให้ลงทุนในสิ่งที่เราไม่คุ้นเคย ให้ตั้งสติและตรวจสอบข้อมูลให้รอบคอบก่อนตัดสินใจเสมอ
ปัจจุบัน สื่อต่างๆ ก็พยายามให้ความรู้และเตือนภัยเกี่ยวกับกลโกงของสแกมเมอร์อยู่เสมอ เราควรติดตามข่าวสารและเรียนรู้กลวิธีใหม่ๆ ที่สแกมเมอร์ใช้ เพื่อจะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อ และที่สำคัญที่สุดคือ การบอกต่อและแบ่งปันข้อมูลเหล่านี้ให้กับคนรอบข้าง เพื่อช่วยกันสร้างสังคมที่ไม่ยอมให้สแกมเมอร์มีที่ยืน
เรื่อง วิโรจน์ ชี้ภัยสแกมเมอร์! หวั่นไทยแหล่งฟอกเงิน ทำธุรกิจสุจริตเจ๊ง พร้อมเสนอ 5 ทางแก้ เป็นเรื่องที่พวกเราทุกคนต้องร่วมมือกันแก้ไขนะครับ เพราะภัยจากสแกมเมอร์ไม่ได้เป็นแค่เรื่องของใครคนใดคนหนึ่ง แต่มันเป็นภัยที่คุกคามสังคมและเศรษฐกิจของประเทศเราโดยรวม หากพวกเราทุกคนร่วมมือกัน ผมเชื่อว่าเราจะสามารถเอาชนะภัยร้ายนี้ไปได้อย่างแน่นอนครับ
ที่มา – วิโรจน์ฉายภาพสแกมเมอร์ หวั่นไทยเป็นแหล่งฟอกทุนเทา ทำธุรกิจสุจริตล้มหาย พร้อมเสนอ 5 ทางแก้
