ผู้เขียน: lalika69_admin

ยักษ์ใหญ่เทคยุโรปตัดขาดบริษัทลูกสหรัฐหลังสัญญา ICE

ยักษ์ใหญ่เทคโนโลยียุโรปตัดขาดบริษัทลูกสหรัฐหลังสัญญา ICE กำลังเป็นข่าวใหญ่ที่สะเทือนวงการเทคโนโลยีทั่วโลก โดยเฉพาะ Capgemini บริษัทจากฝรั่งเศสที่ประกาศ divest หรือตัดขาดจากบริษัทลูก Capgemini Government Solutions ทันที หลังถูกวิพากษ์วิจารณ์หนักจากสัญญากับ ICE หรือ Immigration and Customs Enforcement ของสหรัฐฯ

ยักษ์ใหญ่เทคโนโลยียุโรปตัดขาดบริษัทลูกสหรัฐ หลังสัญญา ICE มูลค่ามหาศาล

Capgemini ได้รับเลือกเป็นผู้รับเหมาหลักสำหรับโปรแกรมติดตาม “skip-tracing” ของ ICE ซึ่งเป็นเทคนิคที่เคยใช้โดยนักเก็บหนี้เพื่อตามหาคนที่หายตัวไป โปรแกรมนี้มุ่งติดตามชาว移民 50,000 คนต่อเดือน โดยเริ่มจากระบบเทคโนโลยีทั้งหมดเพื่อหาที่อยู่และสถานที่ทำงาน จากนั้นยืนยันด้วยการเฝ้าติดตามด้วยตัวบุคคล รวมถึงการถ่ายภาพ ตามรายงานของ Washington Post

สัญญานี้ซึ่ง ICE มอบให้ 10 บริษัทในเดือนธันวาคม มีมูลค่าสูงสุดกว่า 1 พันล้านดอลลาร์ภายในสิ้นปีหน้า โดย Capgemini Government Solutions ได้รับโอกาสสูงสุดที่ 365 ล้านดอลลาร์ใน 2 ปี บริษัทลูกนี้ทำงานกับ Department of Homeland Security (DHS) มากว่า 15 ปีแล้วตามที่ CEO Aiman Ezzat ระบุ

แรงกดดันจากผู้ประท้วงและสังคมยุโรป

ท่ามกลางการปราบปรามชาว移民อย่างรุนแรงของ ICE ผู้ประท้วงทั่วสหรัฐฯ จัด การนัดหยุดงานทั่วประเทศ และ การ бойкот พนักงานเทคโนโลยีหลายร้อยคนลงนามจดหมายเรียกร้องให้ยกเลิกสัญญากับ ICE แม้แต่ในอิตาลีก็มีผู้ประท้วงเมื่อเจ้าหน้าที่ ICE มาประจำการที่เวทีโอลิมปิกฤดูหนาวมิลาน

ในฝรั่งเศส ความไม่พอใจพุ่งสูงหลังเหตุยิงสังหาร Renee Good และ Alex Pretti โดยเจ้าหน้าที่ ICE ที่มินนีอาโปลิสเมื่อเดือนที่แล้ว สหภาพแรงงานและรัฐมนตรีเศรษฐกิจ Roland Lescure กดดันให้ Capgemini ทบทวนสัญญากับรัฐบาลสหรัฐฯ คณะกรรมการอิสระเริ่มตรวจสอบเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

CEO Ezzat โพสต์บน LinkedIn ว่าเพิ่งทราบรายละเอียดสัญญาจากแหล่งสาธารณะ ซึ่งขัดกับธุรกิจหลักของบริษัท สัปดาห์ถัดมา การตรวจสอบสรุปว่ากฎหมายสหรัฐฯ จำกัดการควบคุมของกลุ่มแม่ ทำให้ไม่สอดคล้องกับเป้าหมาย Capgemini จึงประกาศ divest ใน แถลงการณ์

บริบทความตึงเครียดระหว่างฝรั่งเศส-สหรัฐฯ

เหตุการณ์นี้เกิดท่ามกลางความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ชาวยุโรปไม่พอใจนโยบายทรัมป์ตั้งแต่เข้ารับตำแหน่ง ชาวฝรั่งเศส бойкот Tesla เนื่องจาก Elon Musk สนิทกับทรัมป์ รวมถึงแบรนด์อเมริกันอย่าง Coca-Cola และ McDonald’s ขณะที่ทรัมป์ขู่วางภาษี ฝรั่งเศสพยายามลดการพึ่งพาเทคโนโลยีอเมริกันในหน่วยงานรัฐ และเรียกร้องให้ EU ใช้ “trade bazooka” ต่อบริษัทอย่าง Meta และ Google

  • Capgemini ทำงานกับ DHS มานาน แต่สัญญา ICE นี้เกินขอบเขต
  • ผู้ประท้วง anti-ICE กดดันบริษัทเทคทั่วโลก
  • การ divest แสดงถึงอิทธิพลของสังคมต่อธุรกิจ

ยักษ์ใหญ่เทคโนโลยียุโรปตัดขาดบริษัทลูกสหรัฐหลังสัญญา ICE จึงเป็นตัวอย่างชัดเจนว่าธุรกิจต้องเลือกระหว่างกำไรกับจริยธรรม สถานการณ์นี้อาจกระตุ้นบริษัทอื่นๆ ให้ทบทวนสัญญาคล้ายกัน คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์และติดตามข่าวเทคโนโลยีที่เรานำเสนอต่อไป

ที่มา – European Tech Giant Cuts Off U.S. Subsidiary After Multimillion Dollar ICE Contract

โปรดิวเซอร์ Upgrade เผยซีรีส์ที่เกือบเกิดขึ้น

แฟน ๆ ภาพยนตร์ไซไฟสุดมันส์ Upgrade ของผู้กำกับ Leigh Whannell คงจำได้ดีว่ามีช่วงหนึ่งที่เคยมีข่าวลือเรื่องภาคต่อจะเกิดขึ้น ประกาศแล้ว เปลี่ยนเป็นซีรีส์ทีวี แล้วก็…เงียบหายไป จนปีที่แล้ว Whannell บอกว่าหนังเรื่องนี้จะเป็น one-and-done เท่านั้น แล้ว โปรดิวเซอร์ Upgrade เผยซีรีส์ที่เกือบเกิดขึ้น จริง ๆ มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?

โปรดิวเซอร์ Upgrade เผยซีรีส์ที่เกือบเกิดขึ้น

Tim Walsh โปรดิวเซอร์ของหนัง Upgrade ที่ถูกดึงมาทำหน้าที่เขียนและโชว์รันเนอร์ของซีรีส์ ได้เปิดใจในบทสัมภาษณ์ล่าสุดกับ BloodyDisgusting ว่าโปรเจกต์นี้เจออุปสรรคเพียบก่อนถูกยกเลิก เขาและ Whannell ขายโปรเจกต์ให้ Peacock ตั้งแต่ปี 2019 แต่แล้วโลกก็เข้าสู่ช่วง “tumultuous time” โดยเฉพาะการเริ่ม writers room ในวันแรกที่โลกปิดตัวเพราะโควิด-19

พล็อตซีรีส์ที่เสี่ยงเกินไป

อีกอุปสรรคใหญ่คือพล็อตของซีรีส์ Upgrade ที่จะเล่าเรื่อง 4 โจรที่ถูกฝังชิป STEM เพื่อหวังให้กลับตัว เป็นแนวคล้าย A Clockwork Orange Walsh มองว่ามันเสี่ยงเกินไปที่จะออกอากาศในช่วงที่รายการเกี่ยวกับตำรวจและอาชญากร “ไม่เป็นที่นิยม” คงหมายถึงการประท้วงเรื่องความรุนแรงของตำรวจในช่วงหลัง ๆ และการถกเถียงว่าทีวีช่วย “ฟอกขาว” ให้ตำรวจยังไง

ผู้บริหาร Peacock เปลี่ยน สยบทุกอย่าง

แต่ตัวการใหญ่สุดที่อยู่นอกเหนืออำนาจของ Walsh คือ เมื่อนักเขียนพร้อม สคริปต์เสร็จเรียบร้อย ผู้บริหารระดับสูงของ Peacock คนหนึ่งถูกไล่ออก ผู้มาแทน “คิดว่าตัวเองรู้ดีที่สุด” แล้วตัดโปรเจกต์ทิ้งทันที นั่นคือจุดจบของการมีส่วนร่วมของ Walsh เขายอมรับว่ามัน “ยังเจ็บปวด” ที่ไม่ได้ทำ แม้จะมีคนพยายามรื้อฟื้นโดยไม่มีเขา

  • ขายโปรเจกต์ให้ Peacock ปี 2019
  • เริ่ม writers room วันแรกของโควิด
  • พล็อตเสี่ยงเรื่องอาชญากรกับ STEM
  • ผู้บริหารใหม่ยกเลิกทุกอย่าง

ถึงอย่างนั้น Walsh ยังอยากร่วมงานกับ Whannell อีกในอนาคต บางทีวันหนึ่งอาจรื้อซีรีส์ Upgrade ขึ้นมาใหม่ หรือเอาไอเดียไปใช้ในโปรเจกต์อื่น

ย้อนกลับไป Upgrade (2018) เป็นหนังที่พลิกโฉมแนวไซไฟแอคชั่น ด้วยตัวละคร Grey ที่ถูกชิป AI STEM ควบคุมร่างกาย ต่อสู้แบบ brutal และ subversive สุด ๆ จนแฟน ๆ เรียกร้องภาคต่อ แต่สุดท้ายกลายเป็น one-and-done Walsh เผยว่าซีรีส์จะขยายจักรวาลนี้ โดยโฟกัสอาชญากรที่ได้ชิป STEM เพื่อ reform พวกเขา คล้าย dystopian society ที่รัฐใช้เทคโนโลยีควบคุมมนุษย์

น่าเสียดายที่ไม่ได้เห็น แต่ก็เข้าใจสถานการณ์ Hollywood ในยุคโควิด สตรีมมิงแพลตฟอร์มอย่าง Peacock ต้องปรับตัวหนัก การเปลี่ยนผู้บริหารบ่อย ๆ ทำให้โปรเจกต์ดี ๆ หลุดมือไปเยอะ เหมือนหลายเรื่องที่เรารู้จัก

สำหรับแฟน sci-fi Upgrade ยังคงเป็นหนังคลาสสิกที่หาดูได้ง่าย แนะนำให้ย้อนดูซ้ำ แล้วจินตนาการว่า ถ้าซีรีส์เกิดขึ้นจะมันส์ขนาดไหน คุณคิดยังไงกับเรื่องนี้? คอมเมนต์บอกกันได้เลย!

อย่าพลาดข่าวหนัง Marvel, Star Wars, Star Trek, DC Universe และ Doctor Who ล่าสุด ที่นี่

ติดตามข่าวภาพยนตร์และซีรีส์ไซไฟอัปเดตทุกวัน เพื่อไม่พลาดโปรเจกต์เจ๋ง ๆ แบบนี้!

ที่มา – ‘Upgrade’ Producer Dishes On the TV Sequel That Almost Was

แมทธิว ลิลลาร์ด ยินดี Netflix เอา Scooby-Doo กลับมา

หลังจากที่ Netflix คว้าสิทธิ์ The Addams Family และ Avatar: The Last Airbender มาแล้ว ตอนนี้ก็ถึงคิวของ Scooby-Doo ที่จะกลับมาฉายในรูปแบบไลฟ์แอคชั่น! ไม่ว่าคุณจะคิดยังไงกับการดัดแปลงเรื่องนี้ แต่ก็ได้รับการรับรองเบาๆ จาก แมทธิว ลิลลาร์ด ดาราแฟรนไชส์คนเก่าแล้วล่ะ

แมทธิว ลิลลาร์ด ยินดี Netflix เอา Scooby-Doo กลับมา

เมื่อเร็วๆ นี้ แมทธิว ลิลลาร์ด ในบทแช็กกี้คนเก่า ได้ให้สัมภาษณ์กับ Entertainment Weekly ว่าเขารู้สึก “ดีใจมาก” ที่มีตอนใหม่ของ Scooby-Doo กลับมา เพราะเรื่องนี้ขาดหายไปนาน โดยเฉพาะแอนิเมชั่น และ “มันจำเป็นต้องกลับมา” สำหรับเขา Scooby-Doo มีบทบาทสำคัญในการแนะนำเด็กๆ ให้รู้จักเรื่องผีเรื่องผีสิงและการเล่าเรื่อง รวมถึงสอนบทเรียนสำคัญ เช่น “มิตรภาพ การยึดติดกันเป็นกลุ่ม การทำงานร่วมกันแก้ปริศนา” และที่สำคัญคือ “โดยปกติแล้ว มันคือผู้ชายผิวขาวอันตรายที่ซ่อนตัวหลังหน้ากาก นี่คือสิ่งที่เด็กๆ ต้องเรียนรู้”

คำขอสุดเรียบง่ายจากแมทธิว ลิลลาร์ด

นอกจากนี้ ลิลลาร์ด ยังใช้เวทีนี้เรียกร้องไปยัง Netflix อย่างเรียบง่าย: ให้ Scooby-Doo เป็น Scooby-Doo จริงๆ ไม่ใช่รายการอื่นที่มาแปลงกาย ในยุคสมัยนี้ที่หลายเรื่องพยายามดัดแปลง เช่น Velma ของ Mindy Kaling ซึ่งเป็นเรื่องยากสำหรับคนที่ยึดติดกับต้นฉบับอย่างเขา เขาเชื่อว่า Netflix ควร “ยึดมั่นในสิ่งที่พิสูจน์แล้วว่าดี และลองทำดู […]แก่นแท้ของมันคือเรื่องมิตรภาพ มันน่ารักมาก และหวังว่าพวกเขาจะรักษาสิ่งนั้นไว้”

ตามพล็อตที่เปิดเผย แช็กกี้และแดฟนี่เป็นเพื่อนเก่าจากค่ายฤดูร้อนที่รวมทีมกับเวลม่าและเฟรด เพื่อไขคดีฆาตกรรมที่อาจมีเรื่องเหนือธรรมชาติ โดยมีสคูบี้เป็นพยานคนเดียว แม้จะถูกเรียกว่า “การตีความใหม่สมัยใหม่” แต่ก็มีโอกาสที่ Netflix จะฟังคำของลิลลาร์ด ถ้าไม่เวิร์ค ก็ยังมี คลาสสิกเก่าๆ และ อนิเมะที่กำลังมา ให้ดู

ทำไม Scooby-Doo ถึงยังคงเป็นตำนาน?

Scooby-Doo เริ่มต้นมาตั้งแต่ปี 1969 ด้วยแก๊ง Mystery Inc. ที่ไล่ล่าปริศนาและจับคนร้ายในชุดผี แม้จะดูเรียบง่าย แต่กลับสอนเด็กๆ เรื่องตรรกะ การสังเกต และมิตรภาพได้อย่างลงตัว ลิลลาร์ด เองเคยรับบทแช็กกี้ในไลฟ์แอคชั่นอย่าง Scooby-Doo (2002) และ Scooby-Doo 2: Monsters Unleashed (2004) ซึ่งประสบความสำเร็จด้านบ็อกซ์ออฟฟิศ แม้รีวิวจะผสมๆ แต่แฟนๆ ชอบเคมีของนักแสดง

  • จุดเด่นของ Scooby-Doo: มิตรภาพที่เหนียวแน่น
  • ปริศนาที่แก้ได้ด้วยสมอง ไม่ใช่เวทมนตร์
  • อารมณ์ขันจากสคูบี้และแช็กกี้
  • บทเรียนชีวิตที่ซ่อนอยู่ในความสนุก

การกลับมาครั้งนี้ของ Netflix น่าจะดึงดูดทั้งแฟนเก่าและเด็กยุคใหม่ โดยเฉพาะหลังจากที่แฟรนไชส์มีทั้งอนิเมะ สปินออฟ และไลฟ์แอคชั่นมาแล้วมากมาย ลิลลาร์ด ย้ำว่าความสำเร็จอยู่ที่การรักษาแก่นแท้ ถ้า Netflix ทำได้ ก็น่าจะเป็นฮิตติดชาร์ตแน่นอน

ยุคสตรีมมิ่งตอนนี้เต็มไปด้วยการรีเมคเก่า แต่ Scooby-Doo มีเสน่ห์ที่ยากจะเลียนแบบ คุณคิดยังไงกับโปรเจกต์นี้? คอมเมนต์บอกเราด้วยนะ และอย่าลืมติดตามข่าว Marvel, Star Wars, Star Trek และอนาคตของ Doctor Who!

ในความเห็นผม การกลับมาของ Scooby-Doo บน Netflix จะเป็นโอกาสทอง ถ้าทำให้สนุกแบบต้นฉบับ แฟนๆ อย่างลิลลาร์ด คงยิ้มกว้างแน่ๆ

ที่มา – Matthew Lillard Is Happy Netflix Is Bringing ‘Scooby-Doo’ Back

‘คิมิทสึ โนะ ยาiba: ปราสาทนิรันดร์กาล’ กลับมาฉายในญี่ปุ่น

ปี 2025 ถือเป็นปีทองของแฟนอนิเมะเลยทีเดียว โดยเฉพาะกับภาพยนตร์อนิเมะเรื่องยิ่งใหญ่อย่าง ‘คิมิทสึ โนะ ยาiba: ปราสาทนิรันดร์กาล’ ซึ่งเป็นส่วนแรกของไตรภาคปิดฉากซีรีส์ชอนเน็นสุดฮิตที่ทำลายสถิติ box office และทำให้แฟนๆ ตื่นเต้นไปทั่วโลก ตอนนี้ Sony ก็ไม่ยอมปล่อยโอกาสทองนี้หลุดมือ กำลังจุดไฟความฮอตอีกครั้งด้วยการนำกลับมาฉายในโรงภาพยนตร์!

‘คิมิทสึ โนะ ยาiba: ปราสาทนิรันดร์กาล’ กลับมาฉายในโรงภาพยนตร์ญี่ปุ่น

เริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 20 กุมภาพันธ์นี้ โรงภาพยนตร์เลือกสรรในญี่ปุ่นจะนำ ปราสาทนิรันดร์กาล กลับมาฉายในรูปแบบสุดพิเศษอย่าง Ultra 4DX และ ScreenX แบบสามจอ ซึ่งรูปแบบ ScreenX เคยถูกใช้ในหนังดังอย่าง Mission: Impossible และ Wicked: For Good การที่ ‘คิมิทสึ โนะ ยาiba: ปราสาทนิรันดร์กาล’ กลับมาฉายในโรงภาพยนตร์ญี่ปุ่น ในรูปแบบนี้จึงเป็นเรื่องน่าตื่นเต้นมาก เพราะนี่เป็นครั้งแรกของแฟรนไชส์คิมิทสึที่ได้ ScreenX และยังเป็นอนิเมะเรื่องแรกในประวัติศาสตร์ที่ได้รับการแปลงสภาพแบบนี้ด้วย!

กำหนดการฉายและรูปแบบพิเศษของ ‘คิมิทสึ โนะ ยาiba: ปราสาทนิรันดร์กาล’

รูปแบบ Ultra 4DX จะทำให้คุณรู้สึกเหมือนอยู่ในสนามรบกับทานจิโรและเหล่าหมัดดาบ โดยมีเอฟเฟกต์พิเศษอย่างลม ฝน แสง และการสั่นสะเทือนที่ซิงค์กับฉากแอคชั่นสุดอลังการ ส่วน ScreenX จะขยายภาพไปยังผนังด้านข้างทั้งสามด้าน ทำให้การต่อสู้กับอสูรในปราสาทนิรันดร์กาลสมจริงยิ่งขึ้น

  • Ultra 4DX: เอฟเฟกต์ 4 มิติเต็มรูปแบบ เหมาะกับฉากระเบิดและต่อสู้ดุเดือด
  • ScreenX: ภาพกว้าง 270 องศา ครั้งแรกสำหรับอนิเมะ

ตอนนี้การฉายจำกัดเฉพาะญี่ปุ่นและฟิลิปปินส์เท่านั้น แต่จากกระแสในทวิตเตอร์ online chatter คาดว่าประเทศอื่นๆ อาจตามมาในไม่ช้า นอกจากนี้ยังมีข่าวลือจาก Polygon ว่าอาจกลับมาฉาย IMAX ในโรงที่ไม่มี 4DX หรือ ScreenX ซึ่งถ้าเป็นจริง นี่จะเป็นครั้งแรกที่หนังคิมิทสึเรื่องไหนได้ re-release แบบนี้ เพราะ Mugen Train หรือหนังคอมไพล์จาก arc อื่นๆ เคยฉายแค่รอบเดียว

ทำไมแฟนคิมิทสึไม่ควรพลาดการกลับมาฉายครั้งนี้

ซีรีส์ คิมิทสึ โนะ ยาiba สร้างปรากฏการณ์ทั่วโลกตั้งแต่ Mugen Train ที่ทำรายได้สูงสุดในญี่ปุ่น ปราสาทนิรันดร์กาลส่วนแรกนำเสนอการต่อสู้สุดเข้มข้นกับอสูรระดับบนอย่างอากาซะและเหล่าหมัดดาบ โดย ufotable สตูดิโอชั้นนำที่ขึ้นชื่อเรื่องอนิเมชั่นแอคชั่นลื่นไหลและภาพสวยสะดุดตา แฟนๆ ชื่นชอบทั้งเนื้อเรื่องดราม่า การพัฒนาตัวละคร และเพลงประกอบจาก LiSA ที่ติดหู

ถ้าคุณยังรอสตรีมมิ่ง บอกเลยว่าต้องรอนาน! เพราะหนังอนิเมะบิ๊กแบบนี้มักเว้นช่วงเพื่อโปรโมทโรงฉาย ดังนั้นรีบคว้าตั๋วไปสัมผัสประสบการณ์ใหญ่บนจอเงินก่อนดีกว่า โดยเฉพาะในญี่ปุ่นที่บรรยากาศแฟนๆ คึกคักสุดๆ

สำหรับแฟนอนิเมะตัวจริง การได้ดู ‘คิมิทสึ โนะ ยาiba: ปราสาทนิรันดร์กาล’ กลับมาฉายในโรงภาพยนตร์ญี่ปุ่น ในรูปแบบใหม่นี้คือโอกาสทองที่หาไม่ได้ง่ายๆ มันไม่ใช่แค่ดูหนัง แต่เป็นการดื่มด่ำจักรวาลอสูรและนักล่าแบบเต็มสูบ อย่าพลาดนะ ถ้ามีโอกาสไปญี่ปุ่นช่วงนี้ จองตั๋วเลย! หรือติดตามข่าวอัพเดทส่วนต่อไปของไตรภาคที่กำลังจะมา

อยากอัพเดทข่าวอนิเมะ Marvel Star Wars หรือ DC มากกว่านี้? คลิกดูได้เลย Marvel Star Wars และอื่นๆ!

ที่มา – ‘Demon Slayer: Infinity Castle’ Returns to Theaters in Japan

The Last of Us จบเมื่อไหร่? HBO ยังไม่รู้

แฟนซีรีส์สุดฮิต The Last of Us คงกำลังตื่นเต้นกับข่าวลือเรื่องอนาคตของเรื่องนี้ใช่ไหม? เรารู้กันดีว่าซีซั่น 3 กำลังอยู่ในขั้นตอนการผลิต แต่คำถามใหญ่ที่ทุกคนอยากรู้คือ The Last of Us จบเมื่อไหร่? ล่าสุด HBO เองก็ยังตอบไม่ได้ชัดเจน!

The Last of Us จบเมื่อไหร่? HBO ยังไม่รู้

ในบทสัมภาษณ์ยาวเหยียดของ Casey Bloys หัวหน้า HBO ที่ให้สัมภาษณ์กับ Deadline เขาพูดถึงอนาคตของ The Last of Us ว่ามัน “ดูเหมือนจะมีศักยภาพไปต่อได้” แต่สุดท้ายก็โยนให้กับ Craig Mazin โชว์รันเนอร์ของเรื่อง คำตอบแบบนี้มันเหมือนไม่ตอบอะไรเลยใช่ไหม? แต่จริงๆ แล้ว มันสะท้อนว่าทีมงานกำลังวางแผนอย่างละเอียด

Craig Mazin วางแผนซีซั่นไหนบ้าง?

ปีที่แล้ว Craig Mazin เคยเปิดเผยว่าการดัดแปลง The Last of Us Part II อาจต้องใช้ถึง 3 ซีซั่นเลยทีเดียว เขาบอกว่าถ้าจะยัดทุกอย่างใน 2 ซีซั่น มันจะนานเกินไป แนวทางหนึ่งคือทำซีซั่น 3 ให้ยาวขึ้น แต่ทีมเขียนบทก็เตรียมแผนสำรองไว้แล้ว “เราคิดแผนล่วงหน้าถึงซีซั่น 3 และ 4 เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนที่สุด” Mazin กล่าว โดยเฉพาะปัญหาของซีซั่น 2 ที่เนื้อเรื่องจากเกม Part II มันยาวเกิน 1 ซีซั่นไปไกลมาก

The Last of Us Part II เป็นเกมที่เนื้อเรื่องซับซ้อน มีตัวละครและพล็อตย่อยเยอะแยะ ไม่แปลกใจถ้าซีรีส์จะต้องใช้เวลานานในการเล่าให้สมบูรณ์แบบ เปรียบเทียบกับภาคแรกที่สั้นกว่า ถ้าทำจบเร็วเกินไป แฟนเก่าๆ กับแฟนใหม่ที่ดูแต่ซีรีส์อาจไม่พอใจก็ได้

  • ซีซั่น 1: ดัดแปลงจาก Part I สำเร็จลุล่วง
  • ซีซั่น 2: เริ่ม Part II แต่ไม่จบ
  • ซีซั่น 3: อาจยาว หรือต่อด้วย 4
  • HBO ยืนยัน Kaitlyn Dever มารับบท Abby ในซีซั่น 3

ตอนนี้อย่ากังวลเรื่องจบมากนัก ลองโฟกัสที่วันกลับมาของซีรีส์ดีกว่า ซึ่งคาดว่าจะเป็นปี 2027 แบบไม่มีรีเมคซีซั่นเก่าๆ นะ หวังว่าจะไม่เลื่อน!

นอกจากนี้ HBO ยังมีโปรเจกต์อื่นๆ น่าสนใจ เช่น Welcome to Derry หรือสปินออฟ Game of Thrones ที่เราติดตามอยู่ ถ้าคุณเป็นแฟนจักรวาลบันเทิงใหญ่ ลองเช็คตาราง Marvel, Star Wars, Star Trek, DC Universe และ Doctor Who ได้เลย

สำหรับผมแล้ว The Last of Us จบเมื่อไหร่? มันไม่ใช่ปัญหาใหญ่ ถ้าทีมงานอย่าง Mazin ยังทุ่มเทแบบนี้ ซีรีส์เรื่องนี้จะกลายเป็นตำนานแน่นอน คุณคิดยังไง? คอมเมนต์บอกกันหน่อยว่าอยากให้จบกี่ซีซั่น และอย่าลืมแชร์บทความนี้ให้เพื่อนแฟนคลับ!

ที่มา – When Does ‘The Last of Us’ End? HBO Doesn’t Know

รีวิว SwitchBot Lock Ultra ล็อกอัจฉริยะติดตั้งทับ

SwitchBot แบรนด์ที่เริ่มจากการทำหุ่นยนต์กดปุ่มอัจฉริยะตัวเล็กๆ ชอบทำสินค้าที่แปลกใหม่ในวงการสมาร์ทโฮม แน่นอนว่ามีอุปกรณ์ทั่วไปอย่างเซ็นเซอร์หรือหุ่นยนต์ดูดฝุ่น แต่ที่โดดเด่นคือ รีวิว SwitchBot Lock Ultra ล็อกประตูอัจฉริยะแบบติดตั้งทับที่ไม่ต้องถอดล็อกเดิมออกในบางกรณี

SwitchBot Lock Ultra ราคา 140 ดอลลาร์ ใช้งานกับเดดบอลต์ธรรมดาได้ง่ายๆ แค่เปลี่ยนส่วนหมุนด้านในเท่านั้น แต่จุดเด่นคือซื้อชุดอะแดปเตอร์เพิ่มอีก 20 ดอลลาร์ ก็ติดตั้งกับล็อกแบบ jimmy-proof หรือ mortise ได้ เหมือนล็อก SwitchBot รุ่นแรกที่ครอบทับแล้วควบคุมให้

นี่คือสิ่งที่ทำให้ผมสนใจ เพราะประตูคนเดินเข้าอาคารแยกของผมใช้ล็อก jimmy-proof แบบลูปเกาะกันแล้วสไลด์บาร์ล็อกแนวตั้ง อยากอัพเกรดเป็นสมาร์ทมานาน แต่ไม่มีตัวเลือกอื่นนอกจาก SwitchBot ที่ไม่ต้องผ่าประตูใหญ่ (อีกทางคืออะแดปเตอร์ August ที่น่าสงสัย)

รีวิว SwitchBot Lock Ultra

ล็อกอัจฉริยะติดตั้งทับที่ยืดหยุ่น รองรับหลายแบบ แต่ไม่เหมาะกับประตูหลักที่ใช้งานบ่อย

ข้อดี

  • ติดตั้งง่าย ไม่ต้องเปลี่ยนล็อกเดิม ครอบทับได้หลากหลายรวม jimmy-proof และ mortise
  • ดีไซน์โค้งมนสีดำด้าน สวยงามกว่าคู่แข่ง
  • แบตเตอรี่ชาร์จได้ ถอดเปลี่ยนง่าย ชาร์จ 6 ชม. ใช้งานปีนึง (10 ครั้ง/วัน) มีแบตสำรอง
  • แอป SwitchBot ปรับแต่งได้เยอะ เช่น อัพล็อกอัตโนมัติตาม GPS, เสียงเตือน, ความเร็วหมุนช้า-เงียบ, ปิดไฟและเสียงได้
  • ฟีเจอร์เจ๋งอย่าง Quick Key (แตะข้อศอกปลดล็อก), Night Mode
  • ทนหนาวได้ถึง -4°F (Keypad Vision ทน 14°F) ทดสอบจริงถึง -12°F ยังใช้ได้

ข้อเสีย

  • สมองอยู่ด้านในอย่างเดียว ด้านนอกยังใช้กุญแจ ปลดล็อกด้วยแอปช้า 1-10 วินาที
  • Matter ผ่าน Hub ช้าและไม่เสถียรกับ Apple Home
  • ต้องเชื่อม Bluetooth ถึงปรับตั้งค่าได้
  • Keypad Vision (100 ดอลลาร์) สแกนลายนิ้ว/หน้าไม่ค่อยแม่นยำ ต้องอัพเดทเฟิร์มแวร์ ปลดด้วยรหัสดีสุด
  • HomeKey-like ใช้ได้เฉพาะบัตรรถไฟญี่ปุ่น

ผมชอบ รีวิว SwitchBot Lock Ultra มาก สำหรับประตูรองอย่างโรงรถ เพราะแก้ปัญหาล็อกแปลกได้ ไม่ต้องแจกกุญแจใหม่ ไม่โฆษณาว่าใช้สมาร์ทล็อกแพง ด้านนอกยังดูปกติ

ติดตั้งเดดบอลต์ต้องถอดนิดหน่อย แต่ jimmy-proof ง่ายสุด ครอบอะแดปเตอร์ยาง กาวติดแน่นแม้อากาศหนาว

ควบคุมด้วยแอปน่าเชื่อถือ Bluetooth ดีกว่า Matter ที่ล้มเหลวบ่อย แอปมีตั้งค่าแจ่มๆ แต่บางอันซ่อนไว้ต้องเปิดก่อนเห็น เช่น Quick Key หรือ Night Mode

เพิ่ม keypad ได้ เช่น Keypad Vision สแกนนิ้ว/หน้า/MIFARE แต่ตอนนี้รหัสดีสุด ถ้าอยากประหยัด Keypad Touch (60 ดอลลาร์) ก็พอ

สรุป รีวิว SwitchBot Lock Ultra เหมาะสำหรับคนต้องการสมาร์ทล็อกติดตั้งง่าย ราคาไม่แพง ด้วยอะแดปเตอร์ 20 ดอลลาร์ เป็นทางออกเดียวสำหรับล็อกพิเศษ แต่ถ้าประตูหลักหรืองบถึง Aqara U100 (190 ดอลลาร์) หรือ TCL D2 Pro (170 ดอลลาร์) ก็ดีกว่าเพราะมี keypad ในตัว

อย่างไรก็ตาม มันเป็นล็อกดีๆ โมดูลาร์ เพิ่ม keypad ทีหลังได้ ผมไม่ใส่หน้าบ้านแต่โรงรถแจ่มเลย ลองดูเลยถ้าประตูรองของคุณ!

ดู SwitchBot Lock Ultra ที่ Amazon

ที่มา – SwitchBot Lock Ultra Review: A Good Retrofit Smart Lock for Secondary Doors

เซ็นเซอร์รถยนต์ตรวจหลุมบ่อให้รัฐบาล? Honda ค้นพบ

คุณเคยคิดไหมว่าถ้ากล้องและเซ็นเซอร์ในรถยนต์ที่ใช้หลีกเลี่ยงอุบัติเหตุ สามารถช่วยตรวจจับหลุมบ่อบนถนนหรือป้ายจราจรเสียหายให้หน่วยงานรัฐได้ล่ะ? มันฟังดูเหมือนนิยายวิทยาศาสตร์ แต่ Honda ได้ทดลองจริงแล้ว! ในยุคที่รถยนต์สมัยใหม่ติดตั้งเซ็นเซอร์และกล้องเพื่อความปลอดภัยมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะรถแท็กซี่ไร้คนขับ เทคโนโลยีเหล่านี้กำลังถูกนำไปใช้ในทางใหม่ที่น่าตื่นเต้น

เซ็นเซอร์รถยนต์ตรวจหลุมบ่อให้รัฐบาล Honda ค้นพบ

Honda ซึ่งมีฐานการผลิตและพัฒนารถยนต์ขนาดใหญ่ในรัฐโอไฮโอ สหรัฐอเมริกา ได้ร่วมมือกับ DriveOhio ซึ่งเป็นหน่วยงานภายใต้ Ohio Department of Transportation (ODOT) เพื่อทำการทดลองเป็นเวลา 2 ปี โครงการนี้ร่วมกับมหาวิทยาลัย Cincinnati, Parsons Corporation และ i-Probe Inc โดยมีเจ้าหน้าที่ ODOT ขับรถ Honda ที่ติดตั้งกล้องและ LiDAR เพื่อสำรวจถนนกว่า 3,000 ไมล์ทั่วรัฐ

โครงการเริ่มต้นในปี 2021 ด้วยระบบต้นแบบ Proactive Roadway Maintenance System ที่สามารถตรวจจับปัญหาต่างๆ ได้ เช่น ถนนชำรุด ราวกันชนเสียหาย ไหล่ทางทรุดตัว ป้ายจราจรจางหรือหายไป และเส้นแบ่งเลนไม่ชัดเจน ระบบนี้ทำงานกับรถทุกประเภท ไม่ใช่แค่รถ Honda

เซ็นเซอร์รถยนต์ตรวจหลุมบ่อถนนทำงานอย่างไร

เซ็นเซอร์รถยนต์ตรวจหลุมบ่อถนนให้รัฐบาล โดยใช้ข้อมูลจากกล้องและ LiDAR ที่เก็บข้อมูลต่อเนื่องขณะขับขี่ปกติ Daisuke Oshima ประธานและ CEO ของ i-Probe กล่าวว่า “เซ็นเซอร์ในรถยนต์ผลิตเพื่อการขับขี่และความปลอดภัยเป็นหลัก ไม่ใช่สำหรับตรวจสอบโครงสร้างถนน แต่การเก็บข้อมูลต่อเนื่องในชีวิตประจำวัน สร้างคุณค่าอย่างมหาศาลเมื่อนำมารวมกัน ต้องมีวิเคราะห์ที่ออกแบบมาเฉพาะเพื่อจัดการลักษณะเหล่านี้ และโครงการนี้แสดงให้เห็นว่า ข้อมูลจากเซ็นเซอร์รถสามารถเสริมการตรวจสอบแบบเดิม และช่วยจัดการโครงสร้างถนนเชิงรุกได้”

ทีมมนุษย์ยืนยันข้อมูลที่ระบบตรวจพบ โดยใช้เทคโนโลยีจาก Parsons และ i-Robot เพื่อตรวจสอบความหยาบของถนน คุณภาพเส้นเลนและป้ายจราจร ผลลัพธ์น่าทึ่ง: สำเร็จ 99% ในการหาป้ายเสียหายหรือซ่อนเร้น 93% สำหรับราวกันชนเสีย และ 89% สำหรับหลุมบ่อ!

Sue Bai หัวหน้าวิศวกรด้านความยั่งยืนและพัฒนาธุรกิจของ American Honda กล่าวว่า “การใช้ข้อมูลรถยนต์แบบเรียลไทม์เพื่อตรวจจับอันตรายบนถนนและปัญหาโครงสร้าง Honda, ODOT และพันธมิตร กำลังแสดงให้เห็นว่า วิธีแก้ปัญหาที่ชาญฉลาดและปรับตัวได้ สามารถเพิ่มความปลอดภัย ลดต้นทุน และทำให้ถนนปลอดภัยยิ่งขึ้นสำหรับทุกคน”

  • ประหยัดต้นทุน: ODOT สามารถประหยัด 4.5 ล้านดอลลาร์สในการบำรุงรักษาถนน จากการลดเวลาตรวจสอบด้วยมนุษย์ การวางแผนซ่อมแซมที่ดีขึ้น และบำรุงรักษาเชิงป้องกัน
  • ความแม่นยำสูง: ระบบทำงานได้ดีแม้ในสภาพถนนจริง
  • ขยายผล: Honda วางแผนเฟสต่อไป ให้ผู้ขับขี่แชร์ข้อมูลแบบไม่ระบุตัวตนกับหน่วยงาน เพื่อรายงานปัญหาถนนที่อาจเกิดในอนาคต

เทคโนโลยีนี้ไม่เพียงช่วยรัฐบาลประหยัดงบประมาณ แต่ยังทำให้ถนนของเราปลอดภัยขึ้น ลดอุบัติเหตุจากหลุมบ่อหรือป้ายเสียหาย คุณลองนึกภาพดูสิว่ารถของคุณกำลังช่วยสังคมโดยไม่รู้ตัว! ในอนาคต ระบบเซ็นเซอร์รถยนต์ตรวจหลุมบ่อถนนให้รัฐบาล อาจกลายเป็นมาตรฐานทั่วโลก

คุณคิดยังไงกับไอเดียนี้? ถ้ารถของคุณช่วยตรวจถนนได้ จะยอมแชร์ข้อมูลไหม? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ได้รู้จักเทคโนโลยีสุดล้ำจาก Honda กันเถอะ!

ที่มา – What If the Sensors on Your Car Were Inspecting Potholes for the Government? Honda Found Out

วัดเจดีย์หลวงจัด พิธีจุดประทีป 3,000 ดวง น้อมสักการะพระพันปีหลวง วาระครบ 100 วัน แห่งการถวายความอาลัย

สวัสดีเพื่อนๆ ทุกคน! ถ้าคุณเป็นสายเที่ยวเชียงใหม่ ชอบบรรยากาศวัฒนธรรมล้านนา หรือแม้แต่คนที่ติดตามข่าวบันเทิงและไลฟ์สไตล์แบบผสมผสานเทคโนโลยีสมัยใหม่ บทความนี้เหมาะสำหรับคุณเลยนะคะ เมื่อวานนี้ (31 มกราคม) ที่วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร อำเภอเมืองเชียงใหม่ มีกิจกรรมสุดประทับใจที่เรียกว่า วัดเจดีย์หลวงจัด พิธีจุดประทีป 3,000 ดวง น้อมสักการะพระพันปีหลวง วาระครบ 100 วัน แห่งการถวายความอาลัย พิธีนี้จัดขึ้นเพื่อถวายความอาลัยแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในวาระครบ 100 วัน หรือสตมวารนั่นเองค่ะ

วัดเจดีย์หลวงจัด พิธีจุดประทีป 3,000 ดวง น้อมสักการะพระพันปีหลวง วาระครบ 100 วัน แห่งการถวายความอาลัย

พิธีเริ่มต้นเวลา 19.30 น. โดยมีศิวะ ธรรมมิกานนท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานนำ บรรยากาศเต็มไปด้วยความสงบและศรัทธา ประชาชน นักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติมาร่วมกันอย่างคึกคัก จุดประทีปหรือที่เรียกว่า ‘ผางปะตี๊ด’ รอบองค์พระธาตุเจดีย์หลวง แสงไฟนับ 3,000 ดวงส่องสว่างท้องฟ้า สะท้อนถึงพลังแห่งความจงรักภักดีและพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อปวงชนชาวไทย ทุกคนร่วมสักการะ ถ่ายรูปเป็นที่ระลึก แชร์ลงโซเชียลมีเดียแบบเรียลไทม์ เหมือนเทศกาลไลท์อัพสุดอลังการที่ผสมผสานเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ากับประเพณีโบราณ

คุณรู้มั้ยคะว่าวัดเจดีย์หลวงวรวิหารเป็นวัดสำคัญที่สุดแห่งหนึ่งในเชียงใหม่ สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยพระยาแก้ววิชา (กษัตริย์องค์ที่ 8 แห่งราชวงศ์มังราย) องค์พระธาตุเจดีย์หลวงประดิษฐานพระเกศาธาตุของพระพุทธเจ้า 4 กระอง และพระบรมสารีริกธาตุ ปกติวัดนี้จัดพิธีจุดประทีปปีละแค่ 2 ครั้ง คือวันลอยกระทงและวันขึ้นปีใหม่ แต่ครั้งนี้พิเศษมาก จุดถึง 3,000 ดวงเพื่อพุทธบูชาและราชสักการะ ถือเป็นโอกาสทองสำหรับคนรักวัฒนธรรมที่อยากสัมผัสประเพณีล้านนาแท้ๆ

ความหมายลึกซึ้งของพิธีผางปะตี๊ด

ในวัฒนธรรมล้านนา การจุดประทีปไม่ใช่แค่ส่องแสงสวยงาม แต่สื่อถึงการขจัดอุปสรรค เมตตาธรรม และการถวายราชสักการะ แสงไฟแต่ละดวงเหมือนดวงวิญญาณที่ลอยขึ้นสวรรค์ แถมในยุคดิจิทัลนี้ ผู้เข้าร่วมหลายคนใช้โดรนถ่ายวิดีโอ 4K หรือไลฟ์สตรีมผ่าน TikTok และ Instagram Reels ทำให้เหตุการณ์นี้กลายเป็น viral content ในหมู่สายบันเทิงและเทคโนโลยีได้ง่ายๆ จากประสบการณ์ของผมที่เคยตามงานวัฒนธรรมเชียงใหม่มาหลายปี พิธีแบบนี้ช่วยเชื่อมโยงคนรุ่นใหม่กับมรดกบรรพบุรุษได้ดีสุดๆ

  • จำนวนประทีปกว่า 3,000 ดวง – พิเศษยิ่งกว่าปกติ
  • ผู้เข้าร่วมหลากหลายชาติ – เทศกาลท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม
  • บรรยากาศสงบแต่ตระการตา – เหมาะถ่ายรูปเช็คอิน

นอกจากนี้ ยังสะท้อน trend spiritual tourism ที่กำลังมาแรงในไทยและทั่วโลก โดยเฉพาะหลังโควิด คนหันมาหาความสงบจากวัดวาอารามและประเพณีโบราณมากขึ้น เชียงใหม่เองก็เป็นจุดหมายฮอตฮิต เพราะมีวัดสวยๆ อย่างวัดเจดีย์หลวง ป Doi Suthep ที่ผสมผสานกับคาเฟ่เท่ๆ และ gadget ท่องเที่ยวอย่างแอพนำทาง AR

ในฐานะคนที่ชื่นชอบทั้ง entertainment อย่างเทศกาลแสงสี และ tech insight ผมมองว่าพิธีนี้คือตัวอย่าง perfect ของการ blend tradition กับ modern life ถ้าคุณกำลังวางแผนเที่ยวเชียงใหม่ ลองเช็คปฏิทินวัดเจดีย์หลวงดูนะคะ รับรองได้รูปสวยๆ อัพรีลส์ได้เป็นร้อย! หรือถ้าอยากสัมผัสพลังศรัทธาแบบนี้ อย่าลืมไปร่วมงานประเพณีล้านนาครั้งหน้า จะได้ไม่พลาดความประทับใจ

ที่มา – วัดเจดีย์หลวงจัด พิธีจุดประทีป 3,000 ดวง น้อมสักการะพระพันปีหลวง วาระครบ 100 วัน แห่งการถวายความอาลัย

เลือกตั้ง 2569 : การต่างประเทศฉบับพรรคประชาชน ภายใต้ชายที่ชื่อ ‘พิศาล มาณวพัฒน์’

สวัสดีเพื่อนๆ ชาวไทยที่สนใจการเมืองและโลกเทคโนโลยี! ในยุคที่โลกหมุนติ้วด้วยสงครามการค้า เทคโนโลยี AI และปัญหาไซเบอร์สแกม ประเทศไทยเราก็ต้องมีนโยบายต่างประเทศที่ฉลาดล้ำหน้าใช่มั้ยล่ะ วันนี้เราจะมาคุยกันแบบชิลๆ เกี่ยวกับ เลือกตั้ง 2569 : การต่างประเทศฉบับพรรคประชาชน ภายใต้ชายที่ชื่อ ‘พิศาล มาณวพัฒน์’ ทูตพิศาล อดีตเอกอัครราชทูตไทยประจำวอชิงตัน ผู้มากประสบการณ์ จะพาไทยกลับมาสง่างามบนเวทีโลกยังไง มาฟังกันเลย!

เลือกตั้ง 2569 : การต่างประเทศฉบับพรรคประชาชน ภายใต้ชายที่ชื่อ ‘พิศาล มาณวพัฒน์’

โลกยุคทรัมป์กำลังพลิกผัน สหรัฐฯ กลับมาเล่นเดี่ยว ไม่สนกติกาเก่า ทูตพิศาลมองว่าไทยต้องปรับตัวแบบ practical ไม่ใช่แค่นิ่งเฉย แต่ใช้จุดแข็งเราเป็น middle power เศรษฐกิจอันดับ 30 โลก ประชากร 70 ล้าน ที่ตั้งยุทธศาสตร์เชื่อมเอเชียใต้-ตะวันออก สัมพันธ์ดีทั้งสหรัฐฯ-จีน พรรคประชาชนชูแนว ‘ไม่โปรสหรัฐฯ ไม่โปรจีน แต่โปรไทย’ ใช้ทูตฉลาดต่อรองให้มหาอำนาจเกรงใจเรา!

ภูมิทัศน์โลกใหม่: สหรัฐฯ เขียนกติกาเอง

ทรัมป์ตั้ง Board of Peace ท้าทาย UN ไทยควรชั่งน้ำหนัก ถ้าได้ประโยชน์และไม่ขัดกฎหมายระหว่างประเทศก็เข้าร่วมได้ แต่ต้องรักษากติกาสากลไว้เป็นเกราะป้องกันปลาเล็กอย่างเรา ทูตพิศาลย้ำ โลกหลังดาวอส มาร์ก คาร์นีย์ชี้ middle power ต้องลุกขึ้น Middle Power อย่างไทยต้อง practical ปรับตัวจริงจัง

บทบาทไทยในโลกยุคใหม่

‘เราไม่ใช่ประเทศเล็ก!’ ทูตพิศาลพูดชัด ไทยมีศักยภาพมหาศาล พรรคประชาชนจะยึดหลักการ เช่น จัดการรัสเซีย-ยูเครน ไม่ abstain แต่ยืนตามกฎหมาย สร้างภาพลักษณ์สง่างาม หลังรัฐประหารบทบาทเราจาง ถึงเวลากลับมา!

ปฏิรูกระทรวงต่างประเทศ

ต้องผ่าตัดโครงสร้าง ให้หน่วยงานไทยในต่างแดนทำงานเป็นทีม รองนายกฯ ดูแลปฏิรูปโดยเฉพาะ เปลี่ยน mindset ให้คล่องตัว มุ่งเพื่อนบ้านก่อน เมียนมา สแกมเมอร์ ชายแดนกัมพูชา

  • การทูตนำ ทหารหนุน แก้ชายแดนด้วยเจรจา
  • ใช้ปฏิญญากัวลาลัมเปอร์ กดดันทุ่นระเบิด สแกมเมอร์
  • ตั้งทูตพิเศษปราบสแกม เหมือนจีน หลิวจงอี สร้างวอร์รูมครบวงจร

ปัญหาสแกมกระทบ tech เราโดยตรง ไทยต้องนำประชุมจริงจัง ร่วมสหรัฐฯ จีน ญี่ปุ่น ตัดท่อทุนเทา

ฝ่าพายุภูมิเศรษฐศาสตร์

ไทยพึ่งสหรัฐฯ ส่งออก 18% จีนนักท่องเที่ยว SME ต้องลดพึ่งพา ยกระดับ supply chain ดึงเทคโนโลยีจีน-ญี่ปุ่น อาเซียนแบ่งบทบาท หาตลาดใหม่ อินเดีย ตะวันออกกลาง แอฟริกา OECD ต้องสานต่อ ไม่ต้อง BRICS เต็มตัว หลีกเสี่ยงทรัมป์

อาเซียนและปัญหาร้อน

เป็นประธานอาเซียน ไทยล้างภาพสแกมฮับ สร้างมาตรฐาน ปัญหาเมียนมา ทะเลจีนใต้ ไต้หวัน ยึดสันติ กฎหมาย ไม่เลือกข้าง ชัดเจนกับมหาอำนาจว่าไม่ร่วมปิดล้อม

สุดท้าย ทูตพิศาลเชื่อ ถ้ารัฐบาลสะอาดต่อเนื่อง 2-3 สมัย การต่างประเทศไทยจะกลับมาสดใส ไม่ต้องพูด แต่ทำเห็น! ในยุค tech disruption แบบนี้ นโยบายโปรไทยจะช่วยไทยแข็งแกร่ง ดึง investment tech กระจายความเสี่ยง ลองติดตาม เลือกตั้ง 2569 : การต่างประเทศฉบับพรรคประชาชน ภายใต้ชายที่ชื่อ ‘พิศาล มาณวพัฒน์’ แล้วคุณจะเห็นอนาคตไทยชัดขึ้น ไปโหวตให้อนาคตดีๆ กันเถอะ!

ที่มา – เลือกตั้ง 2569 : การต่างประเทศฉบับพรรคประชาชน ภายใต้ชายที่ชื่อ ‘พิศาล มาณวพัฒน์’