ผู้เขียน: lalika69_admin

นายกฯ ร่วมทำพิธีบรรจุอัฐิ 42 ทหารกล้าไทย-กัมพูชา ขอสดุดีแด่ดวงวิญญาณของทหารผ่านศึก

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวบล็อก! วันนี้ผมมีเรื่องราวสุดซึ้งใจมาฝากกัน จากเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ สถานที่แห่งเกียรติยศของเหล่าทหารกล้าไทย องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้จัดงานใหญ่เนื่องในวันทหารผ่านศึก ภายใต้ธีม ‘3 กุมภาพันธ์ ทหารผ่านศึกน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง’ เพื่อรำลึกถึงพระคุณอันยิ่งใหญ่ที่พระองค์ทรงมีต่อทหารผ่านศึกและครอบครัว รวมถึงเชิดชูวีรกรรมของทหารที่สละเลือดเนื้อปกป้องชาติ

นายกฯ ร่วมทำพิธีบรรจุอัฐิ 42 ทหารกล้าไทย-กัมพูชา ขอสดุดีแด่ดวงวิญญาณของทหารผ่านศึก

ไฮไลต์สำคัญของงานนี้คือ นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย อนุทิน ชาญวีรกูล ได้มาเป็นประธานในพิธีบรรจุอัฐิทหารกล้า 42 นาย ที่เสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่รักษาอธิปไตยชายแดนไทย-กัมพูชา พิธีจัดขึ้นที่ห้องจารึกชื่อผู้สละชีพเพื่อชาติ ภายในอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ มี พล.อ. กานต์นาท นิกรยานนท์ ผู้อำนวยการองค์การฯ และครอบครัวของเหล่าทหารกล้าเข้าร่วมด้วย บรรยากาศเต็มไปด้วยความเคารพและน้ำตาแห่งความภาคภูมิใจ

อนุทิน ชาญวีรกูล เป็นประธานในพิธีบรรจุอัฐิทหารกล้า 42 นาย

ระหว่างพิธี นายกฯ อนุทินได้กล่าวสุนทรพจน์สุดประทับใจ สดุดีความเสียสละของทหารผ่านศึกทั้ง 42 นายว่า ‘ความกล้าหาญเด็ดเดี่ยวและความเสียสละอันยิ่งใหญ่ของท่านจะเป็นเครื่องเตือนใจและจารึกอยู่ในหัวใจของปวงชนชาวไทยตลอดไป ขอให้ทุกท่านจงสถิต ณ พิมานอันสงบสุขตราบชั่วกาลนิรันดร์’ คำกล่าวนี้ทำให้ทุกคนในงานซาบซึ้ง จนรู้สึกถึงความสงบสุขที่บ้านเมืองมีวันนี้ได้มาจากเลือดเนื้อของวีรบุรุษเหล่านี้

ความสำคัญของวันทหารผ่านศึกและการรำลึกวีรกรรม

วันทหารผ่านศึกไม่ใช่แค่งานรำลึกธรรมดา แต่เป็นการเชิดชูเกียรติให้ประชาชนรู้ถึงวีรกรรมที่ทหารไทยสละชีวิตปกป้องเอกราช โดยเฉพาะกรณีชายแดนไทย-กัมพูชา ที่ในอดีตเคยมีข้อพิพาทรุนแรง แต่ปัจจุบันกลายเป็นสัญลักษณ์ของความสามัคคี ผมในฐานะคนที่ติดตามประวัติศาสตร์การทหารมานาน มองว่าพิธีแบบนี้ช่วยเยียวยาบาดแผลเก่า สร้างสะพานเชื่อมมิตรภาพไทย-กัมพูชาให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

  • รำลึกพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ ที่ทรงช่วยเหลือทหารผ่านศึก
  • บรรจุอัฐิทหาร 42 นายจากสมรภูมิชายแดน
  • นายกฯ สดุดีดวงวิญญาณ สร้างแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่
  • ส่งเสริมค่านิยมชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

ภาพพิธีบรรจุอัฐิทหารกล้า

จากประสบการณ์ของผมที่เคยไปงานรำลึกแบบนี้หลายครั้ง จะเห็นว่ามันไม่ใช่แค่พิธี แต่เป็นการถ่ายทอดค่านิยมสู่คนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะในยุคที่เทคโนโลยีครองโลก การมีเรื่องราวฮีโร่จริงๆ แบบนี้ เหมือนหนังสงครามฮอลลีวูดที่สร้างแรงบันดาลใจ แต่เป็นของเราจริงๆ! มันช่วยให้เราเห็นคุณค่าของ peace ที่ได้มาจาก sacrifice ทำให้เข้าใจว่าความสงบสุขวันนี้ไม่ได้มาเพราะฟลุ๊ค

นายกฯ ร่วมทำพิธีบรรจุอัฐิ 42 ทหารกล้าไทย-กัมพูชา: Insight จากผู้เชี่ยวชาญ

ในมุมมองของผม การที่นายกฯ อนุทินมาร่วมด้วยตัวเอง แสดงถึงความเคารพต่อทหารและประวัติศาสตร์ชาติ โดยเฉพาะทหารชายแดนที่ต้องเผชิญศึกหนักหน่วง นี่คือตัวอย่างที่ดีของผู้นำที่ ‘walk the talk’ ไม่ใช่แค่พูด แต่ลงมือทำ ช่วยเสริมภาพลักษณ์รัฐบาลให้ใกล้ชิดประชาชนมากขึ้น ในยุคที่ข่าว entertainment และ tech ดังระเบิด แต่เรื่องแบบนี้ก็น่าติดตามไม่แพ้กัน เพราะมันสะท้อน identity ของชาติเรา

สุดท้าย ผมคิดว่าการรำลึกเช่นนี้เป็นเทรนด์ที่กำลังมาแรงทั่วโลก เหมือนที่อเมริกามี Veterans Day มันช่วยสร้าง unity ในสังคมที่แตกแยก ลองคิดดูสิ ถ้าเราเอาเทคโนโลยี AR/VR มาทำ virtual tour อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิได้ จะน่าทึ่งแค่ไหน! ชวนเพื่อนๆ ไปเยี่ยมชมอนุสาวรีย์กันนะครับ เพื่อน้อมรำลึกและซึมซับพลังบวกจากวีรบุรุษ

ที่มา – นายกฯ ร่วมทำพิธีบรรจุอัฐิ 42 ทหารกล้าไทย-กัมพูชา ขอสดุดีแด่ดวงวิญญาณของทหารผ่านศึก

เลือกตั้ง 2569 : ภูมิพัฒน์ ลั่นดอนเมืองต้องดีกว่าเดิม ใครไม่ทำเพื่อไทยทำ ชี้คนในพื้นที่ตอบรับนโยบายล้างหนี้-เติมทุนของเพื่อไทย เชื่อช่วยให้ชีวิตดีขึ้นแน่

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน! วันนี้เรามาพูดถึงประเด็นร้อนในวงการการเมืองไทยกันบ้างนะครับ โดยเฉพาะการหาเสียงเลือกตั้ง สส. กรุงเทพฯ ปี 2569 ที่กำลังเข้มข้นมากขึ้นทุกวัน ผมในฐานะคนติดตามข่าวการเมืองและเทคโนโลยีมาอย่างยาวนาน มองว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องนโยบาย แต่เป็นโอกาสให้พื้นที่อย่างดอนเมือง ซึ่งเป็นฮับสำคัญของกรุงเทพฯ ทั้งสนามบิน สตาร์ทอัพ และวงการบันเทิง ได้รับการยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ให้ดีขึ้นจริงๆ

เลือกตั้ง 2569 : ภูมิพัฒน์ ลั่นดอนเมืองต้องดีกว่าเดิม ใครไม่ทำเพื่อไทยทำ ชี้คนในพื้นที่ตอบรับนโยบายล้างหนี้-เติมทุนของเพื่อไทย เชื่อช่วยให้ชีวิตดีขึ้นแน่

เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ภูมิพัฒน์ โหสกุล ผู้สมัคร สส. กรุงเทพฯ เขตดอนเมือง หมายเลข 5 พรรคเพื่อไทย ได้ลงพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชน และได้รับการตอบรับอย่างอบอุ่นมากครับ จากที่ผมติดตามมา ชาวดอนเมืองหลายคนยังคงคิดถึงผลงานของนายการุณ โหสกุล อดีต สส. ดอนเมืองที่เคยทำงานเพื่อพื้นที่อย่างใกล้ชิด แต่ 2 ปีที่ผ่านมา พื้นที่นี้เหมือนถูกทิ้งร้าง ไม่มีใครเข้ามาแก้ปัญหา ทำให้ชีวิตประจำวันของชาวบ้านลำบากขึ้นเยอะ ทั้งค่าครองชีพสูง ค่าหนี้สินกดทับ

ภูมิพัฒน์ ย้ำชัดเจนด้วยคำมั่นสัญญา “ใครไม่ทำ ผมทำ” ซึ่งเป็นวลีที่โดนใจชาวบ้านสุดๆ เลยครับ นอกจากนี้ นโยบายเด่นของพรรคเพื่อไทยอย่าง นโยบายล้างหนี้-เติมทุน ก็เป็นที่ชื่นชอบมาก เพราะตอบโจทย์คนไทยยุคดิจิทัลที่กำลังดิ้นรนกับหนี้สิน โดยเฉพาะฟรีแลนซ์ในวงการเทคโนโลยีและบันเทิงที่กระจายตัวอยู่ในดอนเมือง นโยบายนี้จะช่วยล้างหนี้ให้ประชาชน ลดภาระดอกเบี้ย และเติมเงินทุนหมุนเวียน ทำให้รายได้เพิ่มขึ้น สามารถลงทุนในธุรกิจเล็กๆ หรือสตาร์ทอัพได้ง่ายขึ้น

ทำไมนโยบายนี้ถึงเหมาะกับดอนเมือง?

ดอนเมืองไม่ใช่แค่ย่านสนามบินนะครับ แต่เป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพสูง ทั้งอุตสาหกรรมการบิน เทคโนโลยี drone สตาร์ทอัพด้านโลจิสติกส์ และคอมมูนิตี้ครีเอเตอร์ที่ทำคอนเทนต์บันเทิงออนไลน์เพียบ จากประสบการณ์ที่ผมเห็นในวงการ tech ชาวบ้านที่นี่หลายคนเป็น SME หรือ gig worker ที่โดนพิษโควิดและเศรษฐกิจถดถอยเล่นงานหนัก นโยบายล้างหนี้จะช่วยให้พวกเขาลุกขึ้นยืนได้อีกครั้ง เช่น ล้างหนี้บัตรเครดิตหรือสินเชื่อส่วนบุคคล แล้วเติมทุนดอกเบี้ย 0% สำหรับธุรกิจใหม่ๆ ซึ่งผมเชื่อว่าจะกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่นให้คึกคัก เหมือนที่เคยเกิดในพื้นที่อื่นๆ ที่เพื่อไทยชนะเลือกตั้ง

  • ล้างหนี้ให้ประชาชน: ลดภาระหนี้ครัวเรือนที่สูงถึง 90% ของ GDP ไทย
  • เติมทุนหมุนเวียน: เงินก้อนแรกสำหรับ SME และสตาร์ทอัพ โดยเฉพาะ tech และ entertainment
  • ต่อยอดงานเก่า: สานต่อจากพ่อของภูมิพัฒน์ ผสมผสานคนรุ่นใหม่แก้ปัญหาใหม่ คนรุ่นเก่าแก้ปัญหาเก่า

ภูมิพัฒน์ ยังเน้นย้ำว่าการเป็น สส. ที่ดีคือการทำงานเพื่อประชาชนเป็นหลัก ไม่ใช่แค่หาเสียง เขาพร้อมสานงานต่อจากนายการุณ และทำให้ดอนเมืองดีกว่าเดิม โดยใช้ประสบการณ์จากรุ่นพ่อสอนมา ผมมองว่านี่คือจุดแข็ง เพราะดอนเมืองมีปัญหาหลากหลาย ตั้งแต่จราจร สิ่งแวดล้อม ไปจนถึงโอกาสงานสำหรับเยาวชน ถ้าคนรุ่นใหม่อย่างภูมิพัฒน์เข้ามา ผสมกับทีมงานเก่า ก็น่าจะเห็นผลชัดเจน

มุมมอง expert: เทรนด์การเมืองที่เชื่อม tech-entertainment

จากที่ผมติดตามเทรนด์โลก การเมืองสมัยใหม่ต้องเชื่อมโยงกับเทคโนโลยี เช่น ในดอนเมืองที่เป็น gateway ของ aviation tech นโยบายเพื่อไทยจะช่วยผลักดัน digital economy ให้ชาวบ้านเข้าถึงทุนง่ายขึ้น สร้างงานใหม่ใน metaverse หรือ content creation ที่กำลังบูม ส่วนวงการบันเทิง ชาวดอนเมืองหลายคนเป็น influencer หรือ producer อิสระ ล้างหนี้จะช่วยให้พวกเขาลงทุนอุปกรณ์ tech ใหม่ๆ ได้ ผมคาดการณ์ว่า ถ้าภูมิพัฒน์ชนะ เขตนี้จะกลายเป็น model สำหรับกรุงเทพฯ อื่นๆ

สุดท้าย ผมขอให้ความเห็นส่วนตัวนะครับ: ในยุคที่เศรษฐกิจผันผวนแบบนี้ นโยบายที่ช่วยตรงจุดแบบนี้แหละที่จะทำให้ชีวิตดีขึ้นจริงๆ ชาวดอนเมืองลองพิจารณาดู แล้วไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งกันเยอะๆ นะครับ เพื่ออนาคตที่สดใสกว่าเดิม! ติดตามข่าวเลือกตั้ง 2569 เพิ่มเติมได้ที่ เว็บไซต์เลือกตั้ง 2569

ที่มา – เลือกตั้ง 2569 : ภูมิพัฒน์ ลั่นดอนเมืองต้องดีกว่าเดิม ใครไม่ทำเพื่อไทยทำ ชี้คนในพื้นที่ตอบรับนโยบายล้างหนี้-เติมทุนของเพื่อไทย เชื่อช่วยให้ชีวิตดีขึ้นแน่

SpaceX กับ xAI รวมเป็นยักษ์ใหญ่สุดเพี้ยน เอาจริง

ข่าวใหญ่มาอีกแล้ว! SpaceX กับ xAI รวมเป็นยักษ์ใหญ่สุดเพี้ยน ตามข่าวลือที่แพร่สะพัดมานาน SpaceX กำลังเข้าซื้อ xAI บริษัท AI ของ Elon Musk เอง Valuation พุ่งทะยานไปถึง 1.5 ล้านล้านดอลลาร์ สร้างโอกาส IPO ที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ เพียงแค่สองเดือนก่อน SpaceX ยังมีมูลค่าประมาณ 800 พันล้านเหรียญเท่านั้น นี่มันก้าวกระโดดชัดๆ!

SpaceX กับ xAI รวมเป็นยักษ์ใหญ่สุดเพี้ยน: ไม่ตลกอย่างที่คิด

บริษัทใหม่นี้จะกลายเป็น “vertically-integrated innovation engine” ตามแถลงการณ์ของ SpaceX ที่ Elon Musk ลงนามเอง โดยครอบคลุม AI จรวด อินเทอร์เน็ตจากอวกาศ การสื่อสารตรงถึงมือถือ และแพลตฟอร์มเสรีภาพในการพูดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก แปลว่าอะไร? SpaceX จะครองจรวดลงจอดแนวตั้ง ดาวเทียมส่วนใหญ่ในวงโคจร จรวดยักษ์ที่ชอบระเบิด ISP อย่าง Starlink แอป X (เดิม Twitter) Chatbot Grok ที่ดังเรื่องรูปภาพลามก และอีกเพียบ

เช่น Grokipedia พจนานุกรม AI ที่ล้อ Wikipedia แบบ anti-woke หรือแม้แต่ Vine แอปวิดีโอ 6 วินาทีที่ตายไปแล้ว Musk บอกว่าจะฟื้นคืนชีพในรูปแบบ AI แถม SpaceX ยังมีสัญญารัฐบาลพันล้านเหรียญจาก Pentagon และภารกิจ NASA อีก!

บทบาท Gwynne Shotwell ผู้หญิงเหล็กเบื้องหลัง

SpaceX ประสบความสำเร็จเพราะการทดลองล้มเหลวแบบสาธารณะนับไม่ถ้วน ถ้าเป็นหน่วยงานรัฐคงโดนด่าเละ แต่ Gwynne Shotwell ประธานและ COO คือ “นักแปล Musk” สำหรับเจ้าหน้าที่รัฐ Bill Nelson อดีตหัวหน้า NASA ชมว่าเธอคือ “มือ稳” ทำให้มั่นใจใน SpaceX

ปี 2022 ตอน Musk ซื้อ Twitter อย่างวุ่นวาย Nelson โทรหา Shotwell ถามว่า drama จะกระทบ SpaceX มั้ย เธอรับประกันว่าไม่ ตอนนี้ Twitter เป็น X แล้ว Grok ยังเคยเรียกตัวเองว่า MechaHitler สร้างรูปเด็กโป๊ ล่าสุด Musk ยังโดนเปิดโปงอีเมล Epstein Party ลองนึกภาพ Shotwell จัดการ merger ท่ามกลาง chaos นี้สิ!

วิสัยทัศน์สุดบ้า: AI ในอวกาศและดวงอาทิตย์มีสติ

  • ใน 2-3 ปี Compute AI ถูกสุดจะอยู่ในอวกาศ
  • ระยะยาว Space-based AI คือทางเดียวที่จะ scale
  • สุดท้าย สร้าง “sentient sun” เพื่อเข้าใจจักรวาล!

ฟังดูเพี้ยน แต่บริษัทอื่นก็แปลก Samsung มีโรงแรม Red Bull มีนิตยสารธรรมชาติ Konami มียิม แต่ Musk ควบคุม AI ที่ใหญ่ที่สุดในยุคที่ AI เป็นเสาหลักเศรษฐกิจ ถ้า IPO สำเร็จ 50 พันล้านเหรียญ มันจะเข้าพอร์ต 401(k) ของคุณ ขณะเดียวกันก็ควบคุมชีวิตนักบินอวกาศ

Wall Street มอง caprice ของ Musk เป็น wisdom แต่ถ้า AI เป็นฟองสบู่ หรือ Musk overvalue ล่ะ? ความมั่นคงของเราอาจขึ้นอยู่กับเรื่องนี้

คุณคิดยังไงกับ SpaceX กับ xAI รวมเป็นยักษ์ใหญ่สุดเพี้ยน นี้? มันจะเปลี่ยนโลกจริงหรือแค่ show ของ Musk? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และกดแชร์ถ้าชอบ!

ที่มา – SpaceX and xAI Are Merging Into a Very Silly-Sounding Conglomerate. Take It Seriously

Palantir รายได้ 2 พันล้าน จากช่วยทรัมป์ปฏิบัติการผิดปกติ

Palantir กำลังโอ้อวดรายได้มหาศาลที่ทำได้จากรัฐบาลสหรัฐ โดยเฉพาะ Palantir รายได้ 2 พันล้าน จากช่วยทรัมป์ปฏิบัติการผิดปกติ ซึ่งกลายเป็นหัวข้อร้อนแรงในวงการเทคโนโลยีและการเมือง ล่าสุดบริษัทรายงานรายได้จากรัฐบาลอเมริกันสูงถึง 1.855 พันล้านดอลลาร์ในปี 2025 ซึ่งเกินคาดการณ์ของตลาดอย่างมาก

Palantir รายได้ 2 พันล้าน จากช่วยทรัมป์ปฏิบัติการผิดปกติ

CEO อเล็กซ์ คาร์ป กล่าวในการประชุมนักลงทุนว่า “เราทำได้ดีเยี่ยมในขณะที่สนับสนุนปฏิบัติการที่น่าสนใจ ซับซ้อน และผิดปกติที่สุดของรัฐบาลสหรัฐ หลายอย่างที่เราไม่สามารถพูดถึงได้ แต่เป็นไฮไลต์ของปีที่แล้วและสร้างแรงบันดาลใจให้ทีมเราทุกคน” รายได้จากธุรกิจรัฐบาลของ Palantir เติบโต 55% เมื่อเทียบปีต่อปีในปี 2025 โดยเฉพาะไตรมาสสุดท้ายที่ทำรายได้ 570 ล้านดอลลาร์ เติบโต 66% YoY

ส่วนใหญ่มาจากกระทรวงกลาโหม (DoD) และหน่วยงานพลเรือนที่กำลังเร่งตัว รายนี้นำโดย Ryan Taylor หัวหน้าฝ่ายรายได้ แต่ความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับ DHS (กระทรวงความมั่นคงแห่งชาติ) กำลังถูกจับตาจากสาธารณะ โดย DHS ใช้ซอฟต์แวร์ Palantir เร่งการปราบปรามผู้อพยพอย่างรุนแรงของรัฐบาลทรัมป์

Palantir รายได้ 2 พันล้าน จากช่วยทรัมป์ปฏิบัติการผิดปกติ ในด้าน移民

ปีที่แล้ว ICE (สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง) จ่าย Palantir 60 ล้านดอลลาร์ สร้างแพลตฟอร์มเฝ้าระวัง ImmigrationOS เพื่อติดตามการเนรเทศตัวเอง เพียงไม่กี่เดือน รายงานจาก Amnesty International ชี้ว่า AI ของ Palantir ถูกใช้กำหนดเป้านอกประเทศที่สนับสนุนปาเลสไตน์ นอกจากนี้ ICE ใช้เทคโนโลยี Palantir ในโปรแกรม ELITE (Enhanced Lead Identification and Targeting) เพื่อเลือกย่านสำหรับบุกจับกุมผู้อพยพ ซึ่งถูกเปิดเผยในรายงาน 404 Media และยืนยันโดย DHS

รายงาน AI use cases ของ DHS ยังระบุว่า ICE ใช้ AI Palantir สรุปและจำแนกข้อมูลแจ้งเบาะแส คาร์ปเองสนับสนุนนโยบาย移民ของทรัมป์อย่างเปิดเผย บอกว่าจะใช้ “อิทธิพลทั้งหมดเพื่อให้ประเทศสงสัยในเรื่อง移民”

แต่ความร่วมมือไม่ได้จำกัดแค่น移民 รัฐบาลหลายหน่วยใช้ซอฟต์แวร์ Palantir โดยเฉพาะเพนตากอนผ่านสัญญา 480 ล้านดอลลาร์สำหรับ Maven ระบบ AI ระบุเป้าหมาย คาร์ปบอกว่า “ซอฟต์แวร์อาวุธของเราอยู่ในทุกสถานการณ์รบที่我知道” CTO Shyam Sankar ได้รับคำถามจากหน่วยงานรัฐบาลว่าทำยังไงให้ได้แบบนี้ทั่ว gov

คาร์ปโต้แย้งข้อกล่าวหาว่า Palantir ช่วยเหลือการกระทำผิดศีลธรรมหรือผิดกฎหมาย โดยบอกว่าซอฟต์แวร์ช่วยให้ประชาชนตรวจสอบว่ารัฐบาลอยู่ในกรอบรัฐธรรมนูญ เขาใช้เหตุผลนี้ปกป้องการใช้ในโจมตีเรือแคริบเบียนที่ถูกมองเป็นสงครามอาชญากรรม และใน earnings call เพื่อยืนยันว่า Palantir สร้างเทคโนโลยีตรวจสอบกฎหมายและจริยธรรมอเมริกัน

แต่ถ้ากฎหมายและจริยธรรมนั้นเองถูกตั้งคำถามล่ะ? Palantir ก็ยังได้เงิน เช่น งานกับ HHS (กระทรวงสาธารณสุข) ที่ใช้ AI Palantir โจมตีโปรแกรม สัญญา และทุนที่ไม่สอดคล้องมุมมองทรัมป์เรื่องเพศ สิ่งแวดล้อม และเชื้อชาติ ตามรายงาน AI use cases ล่าสุด

HHS ใช้ AI ตรวจให้แน่ใจว่าทุนและงานสอดคล้องกับคำสั่งบริหารของทรัมป์ที่เลิก DEI (Diversity, Equity, Inclusion) และ “gender ideology” ซึ่งนำไปสู่การเลิกจ้างจำนวนมาก รวมถึงตำแหน่งไม่เกี่ยว DEI และตัดทุนวิจัยสำคัญ CDC ต้องลบคำอย่าง “transgender” “LGBT” หรือ “environmental justice” จากเว็บ ทำให้ถอนและหยุดวิจัยบางชิ้น ขณะที่ NSF ถูกตัดทุนกว่า 1,600 โครงการ

  • รายได้รัฐบาล Palantir: 1.855 พันล้านดอลลาร์ใน 2025
  • เติบโต: 55% YoY โดย Q4 66%
  • หน่วยงานหลัก: DoD, DHS, ICE, HHS
  • โปรแกรมเด่น: ImmigrationOS, ELITE, Maven

Palantir รายได้ 2 พันล้าน จากช่วยทรัมป์ปฏิบัติการผิดปกติ แสดงให้เห็นพลังของ AI ใน gov แต่ก็จุดประเด็นจริยธรรม คุณคิดว่าการใช้เทคโนโลยีแบบนี้ช่วยหรือทำลายประชาธิปไตย? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และติดตามข่าวเทคโนโลยีการเมืองเพิ่มเติม!

ที่มา – Palantir Touts $2 Billion in Revenue from Aiding Trump Administration’s ‘Unusual’ Operations

เลือกตั้ง 2569 : พิพัฒน์ชี้สัญญาณบวก ‘Disneyland Thailand’ ถูกยกระดับสู่เวทีการทูตเศรษฐกิจ ดัน EEC สู่ศูนย์กลางความบันเทิงโลก สร้างงานกว่าแสนตำแหน่ง

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน! ถ้าคุณเป็นสายบันเทิงและเทคโนโลยีที่ชอบอัพเดทข่าวใหญ่ๆ วันนี้มีเรื่องน่าตื่นเต้นมาฝากเลยนะครับ โดยเฉพาะข่าวที่เกี่ยวข้องกับ เลือกตั้ง 2569 : พิพัฒน์ชี้สัญญาณบวก ‘Disneyland Thailand’ ถูกยกระดับสู่เวทีการทูตเศรษฐกิจ ดัน EEC สู่ศูนย์กลางความบันเทิงโลก สร้างงานกว่าแสนตำแหน่ง คุณพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีคมนาคม ในฐานะบอสใหญ่ EEC ได้ออกมาแชร์สัญญาณดีๆ จากสถานทูตไทยในวอชิงตัน ที่บอกว่าประเทศไทยกำลังเป็นตัวเลือกหลักสำหรับ Disneyland แห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นี่ไม่ใช่แค่ข่าวลือ แต่เป็นการยกระดับไปสู่การทูตเศรษฐกิจจริงจังเลยล่ะครับ

เลือกตั้ง 2569 : พิพัฒน์ชี้สัญญาณบวก ‘Disneyland Thailand’ ถูกยกระดับสู่เวทีการทูตเศรษฐกิจ ดัน EEC สู่ศูนย์กลางความบันเทิงโลก สร้างงานกว่าแสนตำแหน่ง

มาดูรายละเอียดกันครับ เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา คุณพิพัฒน์ยืนยันว่าข่าวนี้แสดงให้เห็นว่าไอเดีย ‘Disneyland Thailand’ ไม่ได้หยุดอยู่แค่การตลาด แต่ก้าวสู่เวที外交เศรษฐกิจแบบชัดเจน จุดเด่นของไทยไม่ใช่แค่ขนาดตลาด แต่คือโครงสร้างพื้นฐานที่พร้อมสุดๆ ไม่ว่าจะสนามบินนานาชาติ รถไฟความเร็วสูง ท่าเรือน้ำลึก และระบบคมนาคมเชื่อมโยงทั้งหมด ทำให้รองรับนักท่องเที่ยวหลักล้านได้สบายๆ ถ้า Disney ตัดสินใจลงทุนจริง

โครงสร้างพื้นฐาน EEC ที่พร้อมรับมือระดับโลก

EEC หรือเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ถือเป็นหัวใจสำคัญครับ ที่นี่มีทุกอย่างพร้อมสำหรับโปรเจกต์ยักษ์ ไม่ว่าจะเป็นที่ดินกว้างขวาง พลังงานมั่นคง และเทคโนโลยี 5G ความเร็วสูง เหมาะกับสวนสนุกยุคใหม่ที่ผสม AR/VR เข้าไป ทำให้ผู้เล่นได้ประสบการณ์เสมือนจริงแบบ Disney ลิขสิทธิ์แท้ๆ ในฐานะคนติดตามเทค ผมมองว่านี่คือโอกาสให้ไทยกลายเป็นฮับเทคโนโลยีบันเทิงใน SEA เลยนะ

‘Disneyland Thailand’ ไม่ใช่แค่สวนสนุก แต่เป็น Entertainment & Lifestyle Hub

คุณพิพัฒน์อธิบายว่าโปรเจกต์นี้จะแตกต่างจากสวนสนุกทั่วไป โดยจะเป็นศูนย์รวมความบันเทิงขนาดยักษ์ใหญ่ ครอบคลุม:

  • สวนสนุกมาตรฐาน Disney พร้อมเครื่องเล่นสุดล้ำ
  • คอนเสิร์ตฮอลล์ จุศิลปินระดับโลกได้ตลอดปี
  • สนามกีฬา ความจุกว่า 80,000 ที่นั่ง สำหรับอีเวนต์กีฬาและคอนเสิร์ตใหญ่

เป้าหมายหลักคือสร้าง ‘repeat visit’ หรือการกลับมาซ้ำๆ ผ่านอีเวนต์ ไม่ใช่แค่นั่งเครื่องเล่นแล้วจบ ตรงนี้สอดคล้องกับเทรนด์โลกที่เมืองท่องเที่ยวใช้กีฬา ดนตรี และเอนเตอร์เทนเมนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เช่น สิงคโปร์กับ Formula 1 หรือญี่ปุ่นกับ Tokyo Disney ที่ผสม pop culture เข้ากับ tech streaming สดทั่วโลก

นอกจากนี้ ยังช่วยกระจายรายได้สู่ธุรกิจรอบข้าง โรงแรม ร้านอาหาร การท่องเที่ยวชุมชน ทำให้ EEC กลายเป็น ecosystem เศรษฐกิจบันเทิงที่สมบูรณ์แบบ

ประโยชน์ทางเศรษฐกิจมหาศาล

ถ้าโครงการเกิดขึ้นจริง คาดว่าจะ:

  • สร้างงานกว่า 100,000 ตำแหน่ง ทั้งตรงและทางอ้อม โดยเฉพาะสายเทคอย่าง developer AR, content creator, event manager
  • ดึงนักท่องเที่ยวเพิ่ม 10 ล้านคน/ปี
  • สร้างรายได้กว่า 150,000 ล้านบาท
  • หนุน GDP ไทยโตเพิ่ม 1% ต่อปี

สุดยอดไปเลยใช่มั้ยครับ! และที่สำคัญ คุณพิพัฒน์ย้ำชัดว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคาสิโนหรือธุรกิจสีเทาใดๆ เป็นโครงสร้างท่องเที่ยวและอีเวนต์ чист粋 ช่วยยกระดับภาพลักษณ์ไทยสู่ Music & Sport Tourism Hub ของภูมิภาค

ในมุม expert ผมมองว่านี่คือ strategic move ที่ฉลาด เพราะ Disney กำลังขยายในเอเชีย และไทยมี cost-effective มากกว่าญี่ปุ่นหรือสิงคโปร์ แถม EEC มี biotech และ digital hub อยู่แล้ว สามารถ integrate tech เช่น AI personalization สำหรับ visitor experience ได้ง่ายๆ เทรนด์โลกตอนนี้ entertainment + tech = mega revenue ลองดู Universal Studios Singapore ที่โต double digit หลัง COVID

สรุปแล้ว เลือกตั้ง 2569 : พิพัฒน์ชี้สัญญาณบวก ‘Disneyland Thailand’ ถูกยกระดับสู่เวทีการทูตเศรษฐกิจ ดัน EEC สู่ศูนย์กลางความบันเทิงโลก สร้างงานกว่าแสนตำแหน่ง คือโอกาสทองที่ไทยไม่คว้าตัวไม่ได้ ถ้าสำเร็จ EEC จะก้าวข้ามจาก industrial zone สู่ landmark ระดับโลก ลองนึกภาพคอนเสิร์ต Taylor Swift หรือ FIFA match ที่ EEC สิครับ สุดยอด! คุณคิดยังไงกับไอเดียนี้? คอมเมนต์มาบอกกันหน่อย และอย่าลืมติดตามข่าว EEC เพื่ออัพเดทความคืบหน้า อาจมีเซอร์ไพรส์ใหญ่กว่านี้อีก!

ที่มา – เลือกตั้ง 2569 : พิพัฒน์ชี้สัญญาณบวก ‘Disneyland Thailand’ ถูกยกระดับสู่เวทีการทูตเศรษฐกิจ ดัน EEC สู่ศูนย์กลางความบันเทิงโลก สร้างงานกว่าแสนตำแหน่ง

Ring ล้างกังวลเฝ้าระวังด้วยลูกหมาเดินหาย

Ring ของ Amazon กำลังเผชิญกระแสวิจารณ์หนักเรื่องความเป็นส่วนตัว โดยเฉพาะการที่ตำรวจท้องถิ่นและเจ้าหน้าที่รัฐบาลกลางอาจเข้าถึงภาพจากกล้องวงจรปิดได้ง่ายๆ นักเคลื่อนไหวต่อต้าน ICE เรียกร้องให้บอยคอตต์หลัง Ring ประกาศร่วมมือกับ Flock Safety ที่สร้างเครือข่ายเฝ้าระวังทะเบียนรถทั่วประเทศสำหรับตำรวจ ปัญหาเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ Ring ถูกวิจารณ์เรื่อง privacy ตั้งแต่ก่อตั้ง และในปี 2026 ความสนใจเพิ่มขึ้นเมื่อเจ้าหน้าที่รัฐบุกเมืองอย่างมินนิอาโปลิส สร้างความหวาดกลัวให้ประชาชน

Ring ล้างกังวลเฝ้าระวังด้วยลูกหมาเดินหาย

ท่ามกลางกระแส PR เชิงลบ Ring ขยายฟีเจอร์ช่วยหาลูกหมาเดินหาย โดยอ้างว่าช่วยพบสุนัขได้วันละตัว ซึ่งน่าชื่นชมสำหรับเจ้าของสัตว์เลี้ยง แต่มาพร้อมคำถาม: เราจะยอมให้กล้องเฝ้าทุกมุมหรือไม่? Amazon ระบุในว่า “Ring ขยาย Search Party for Dogs ฟีเจอร์ AI ชุมชนที่ใช้กล้อง Ring กลางแจ้งช่วยรวมสุนัขหายกับครอบครัว สู่ผู้ใช้ทั่วสหรัฐฯ”

ฟีเจอร์ Search Party ทำงานอย่างไร

ฟีเจอร์นี้ให้ Ring users ส่งแจ้งเตือนไปยังเพื่อนบ้านในระบบ Ring เมื่อสุนัขหาย คล้ายแอป PawBoost เพื่อนบ้านเลือกเปิดกล้องหาสุนัขคล้ายกันได้ ตอนนี้ใครไม่มีกล้อง Ring ก็ดาวน์โหลดแอปโพสต์ได้ ทุกคนรักไอเดียช่วยหาสุนัข แต่ดูเหมือน PR ที่เบี่ยงเบนจากภัย surveillance ในสังคมเสรี ที่อุปกรณ์เราอาจหันไปต่อต้านเราเอง ถ้าไม่ชอบ ก็เหมือนไม่ชอบช่วยหาลูกหมา

Ring ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่รัฐกลางไม่มีสิทธิ์เข้าถึงฟีเจอร์นี้ ตำรวจท้องถิ่นต้องขอเฉพาะพื้นที่และเวลา 12 ชม. พร้อมเลขคดีและรายละเอียด ผู้ใช้ตรวจสอบได้เอง หากพบตำรวจแอบให้ ICE ดู Ring จะตัดสิทธิ์ Emma Daniels โฆษก Ring บอก Gizmodo ว่าไม่มีคำขอ immigration และ “Ring ไม่ร่วม ICE ไม่ให้วิดีโอ feeds หรือ back-end access”

แต่มาตรการเหล่านี้อาจไม่พอในสภาพการเมืองที่รัฐบาลไม่ยึดกฎหมาย ผู้พิพากษามินนิโซตาชี้ ICE ละเมิดคำสั่งศาลเกือบ 100 ครั้งในมกราคม ตำรวจขอวิดีโอตรงจาก Ring ต้องมีหมายศาลจริง ไม่ใช่ administrative warrant ที่ ICE อ้างใช้บุกบ้านได้ตามข่าว NYT

  • Ring ปฏิบัติตามกฎหมายเท่านั้น เช่น search warrants หรือ emergencies
  • ลูกค้าควบคุมวิดีโอที่แชร์กับตำรวจ
  • หมายศาลจากผู้พิพากษาจริง ไม่ใช่ immigration judges ภายใต้ DOJ

เมื่อกฎแตกหัก เราต้องจับตาว่าบริษัทเอกชนอย่าง Ring จะยืนหยัดต่อ tyranny หรือไม่? Ring อาจ highlight ด้านดีของ panopticon อย่างช่วยหา Fido แต่ก็อาจช่วยรัฐหาเพื่อนบ้านคุณได้

สุดท้าย Ring ล้างกังวลเฝ้าระวังด้วยลูกหมาเดินหายได้จริง แต่ privacy ยังเป็นประเด็นใหญ่ คุณคิดยังไง ลองแชร์ความเห็นด้านล่าง!

ที่มา – Amazon’s Ring Wants to Wash Away Your Surveillance Concerns With Lost Puppies

‘ขอร้องล่ะ ฉันไม่อยากเป็นสาวน้อยเวทมนตร์’ มีของดี

ในช่วงที่อนิเมะกระแสหลักกำลังมีปัญหาไปต่างๆ นานา ยุ่งเหยิง แต่ฝั่งอินดี้กลับกำลังมาแรงมาก! มีโปรเจกต์ใหม่ๆ โผล่มาสร้างกระแสออนไลน์กันเพียบ นอกจาก Knights of Guinevere จาก Glitch แล้ว หนึ่งในตัวเต็งของวงการอนิเมะปี 2025 ก็คือ ‘ขอร้องล่ะ ฉันไม่อยากเป็นสาวน้อยเวทมนตร์’ มีของดี ที่เพิ่งปล่อยตอนที่ 2 ไปเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

‘ขอร้องล่ะ ฉันไม่อยากเป็นสาวน้อยเวทมนตร์’ มีของดี แบบไหน?

ผลงานจากศิลปิน Kiana Khansmith เรื่องนี้เล่าเรื่องของไอคะ สาววัย 15 ปีที่เบื่อชีวิตซูเปอร์ฮีโร่ อยากลองใช้ชีวิตวัยรุ่นธรรมดาๆ สักที แต่ยังไม่ทันไร ชีวิตเก่าก็มาทวงคืน! ผู้พิทักษ์รูปดาวชื่อโฮชิอยากให้เธอกลับบ้าน ส่วนศัตรูเก่าเอกลิปส์ก็โผล่มาอีก อยากสานต่อดราม่าเก่าๆ

แทนที่จะหนีหรือเมิน ไอคะกลับถูกเพื่อนเนิร์ดอย่างซิร่าลากกลับเข้าวงการ เพราะซิร่าติดงอมแงม! ทำให้ไอคะต้องเสี่ยงอันตรายไปด้วย จากคำอธิบายแค่นี้ คุณก็จินตนาการพล็อตได้เลย ซึ่งนั่นอาจเป็นจุดเด่น: ‘ขอร้องล่ะ ฉันไม่อยากเป็นสาวน้อยเวทมนตร์’ ไม่ได้มาทำลายแนว magical girl แบบประชดประชัน แต่จริงใจสุดๆ ไม่ว่าจะฉากไอคะกรี๊ดกร๊าดกับชีวิตวัยรุ่นอย่างสอบและข้าวโรงอาหารห่วยๆ หรือตอนต่อสู้มอนสเตอร์ที่ทำลายวันดีๆ ของเธอ

เสน่ห์ของ ‘ขอร้องล่ะ ฉันไม่อยากเป็นสาวน้อยเวทมนตร์’ มีของดีตรงไหน

เหตุผลที่เธอเลิกชีวิตเก่าไม่ใช่ดราม่าเหตุการณ์เดียว แต่เป็น burnout จากการนำทีมฮีโร่เวทย์มนตร์ ทำให้เธออยากกลับสู่โลกธรรมดาแทนการหนีไปโลกแฟนตาซี นี่คือการพลิก trope เก๋ๆ ที่ปกติสาวๆ จะอยากหนีโลกจริงไปเป็น magical girl!

ไอคะได้เพื่อนช่วยจากซิร่าและโฮชิ สามคนนี้เคมีเข้ากันทันที ขankให้การแสดงของนักพากย์แต่ละคน เรื่องตลกต่อเนื่อง ปรับจูนเหมาะสำหรับทุกวัย ไม่เว่อร์เกินไปแม้มีคำหยาบ (ตอนแรกใช้คำว่า “fuck” ได้ฮาแบบติดหัวเลย!)

Khansmith ยังทำอนิเมะ Disney อย่าง Big City Greens เห็นความเหมือนชัด: มุกตลกไหลลื่น เหมือนเคยดูอนิเมะวัยรุ่นแบบนี้มาก่อน ไม่หลุดโลก

  • สไตล์ storyboard แบบอินดี้: ดูแล้วต้องใช้จินตนาการนิดๆ แต่ Khansmith บอกว่า ประหยัดเวลาและเงิน ภาพสะอาด การเคลื่อนไหวชัด การแสดงดี ทำให้มีเสน่ห์เฉพาะตัว
  • ฉากแอนิเมชันเต็มในตอนแรก: จังหวะฮา แสดงศักยภาพถ้าทำเต็มตัว
  • กระแสออนไลน์แรง แฟนๆ ชอบ เพราะ Khansmith 互动ดี โพสต์ doodle ตัวละคร hangout หรือ mythology

ผลคือ Mercury Filmworks (ที่ทำ Centaurworld และ The Ghost & Molly McGee) เข้ามาแอนิเมทตอนแรกเต็มๆ ไม่ว่าจะเป็นจุดเริ่มซีรีส์ใหญ่หรือแค่นี้ ‘ขอร้องล่ะ ฉันไม่อยากเป็นสาวน้อยเวทมนตร์’ มีของดี ก็คู่ควรกับสปอตไลต์ทุกดวง!

อนิเมะอินดี้เรื่องนี้พิสูจน์ว่าความจริงใจและเคมีตัวละครดีๆ สามารถครองใจแฟนได้ ลองไปดูแล้วจะติด!

อยากอัปเดตข่าว io9 เพิ่ม? เช็คคิว Marvel, Star Wars, Star Trek, DC Universe, และ Doctor Who ได้เลย

ที่มา – ‘Pretty Please, I Don’t Want to Be a Magical Girl’ Has the Juice

สหภาพแคลิฟอร์เนียเรียกร้องไล่ Waymo ออกจากถนน

เหตุการณ์อุบัติเหตุรถแท็กซี่ไร้คนขับ Waymo ชนเด็กใกล้โรงเรียนในซานตาโมนิกา ทำให้ สหภาพแคลิฟอร์เนียเรียกร้องไล่ Waymo ออกจากถนน ทั่วทั้งรัฐ สหภาพแรงงาน Teamsters California ซึ่งเป็นหนึ่งในสหภาพใหญ่ที่สุดของแคลิฟอร์เนีย ได้ยื่นหนังสือต่อ California Public Utilities Commission (CPUC) เพื่อขอให้ระงับใบอนุญาตของ Waymo อย่างไม่มีกำหนด

สหภาพแคลิฟอร์เนียเรียกร้องไล่ Waymo ออกจากถนน หลังเหตุชนเด็ก

ประธานร่วมของ Teamsters คือ Peter Finn และ Victor Mineros กล่าวในแถลงการณ์ว่า “เหตุการณ์นี้เป็นสัญลักษณ์ของเป้าหมายใหญ่ของบริษัทเทคยักษ์ที่ต้องการแทนที่แรงงานมนุษย์ที่มีทักษะด้วย AI พวกเขาต้องการผลักดันให้คนนับล้านตกอยู่ในความยากจน ทำลายอาชีพของคนงาน 攫เอาเงินที่ควรเป็นของแรงงาน และบังคับให้ชุมชนต้องเผชิญกับผลกระทบจากข้อบกพร่องของระบบอัตโนมัติ รถแท็กซี่ไร้คนขับไม่เพียงคุกคามงานของคนงาน แต่ยังก่อให้เกิดความหวาดกลัวต่อเด็กๆ ของเรา”

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 23 มกราคม ช่วงเวลาที่ผู้ปกครองมาส่งลูกที่โรงเรียน เด็กคนหนึ่งวิ่งไปยังโรงเรียนจากด้านหลังรถ SUV ที่จอดอยู่ และถูกรถ Waymo ชน Waymo อ้างว่าระบบตรวจจับเด็กทันทีที่เริ่มวิ่ง จึงเบรกแรง ลดความเร็วจาก 17 ไมล์ต่อชั่วโมงเหลือต่ำกว่า 6 ไมล์ต่อชั่วโมงก่อนชน เด็กสามารถลุกขึ้นและเดินไปยังทางเท้าได้ทันที รถ Waymo โทรแจ้ง 911 และรอจนตำรวจอนุญาตให้ไป

การสอบสวนจาก NHTSA หลังสหภาพแคลิฟอร์เนียเรียกร้องไล่ Waymo

ไม่กี่วันก่อนหน้านี้ สำนักงานบริหารความปลอดภัยจราจรทางหลวงแห่งชาติ (NHTSA) ประกาศเปิดการสอบสวนเหตุการณ์นี้ โดยจะตรวจสอบว่า Waymo “ใช้วิจารณญาณด้วยความระมัดระวังที่เหมาะสมหรือไม่ โดยเฉพาะใกล้โรงเรียนประถมช่วงส่งลูก และการมีเด็กเดินถนนซึ่งเป็นผู้ใช้ถนนเปราะบาง” การสอบสวนจะดูพฤติกรรมของระบบขับขี่อัตโนมัติในเขตโรงเรียนด้วย

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ NHTSA สอบ Waymo เรื่องโรงเรียน เดือนที่แล้ว NHTSA ส่งจดหมายแจ้งการสอบสวนแยก หลังพบว่ารถ Waymo ไม่หยุดที่รถบัสโรงเรียนที่กะพริบไฟ แต่เลี้ยวผ่านไปแทน

  • Teamsters California แทนคนงานกว่า 250,000 คน ในอุตสาหกรรมก่อสร้าง คลังสินค้า รถบรรทุก และขนส่ง
  • สหภาพชี้ถึงการสอบสวนรถบัสโรงเรียนว่า Waymo ยังคงละเมิดกฎ โดยไม่สนใจซอฟต์แวร์ recall และการสอบสวน NHTSA
  • ผู้ปกครอง ครู และชุมชนเรียกร้องให้รถเหล่านี้ออกจากเขตโรงเรียน แต่ Waymo และ Google ไม่ฟัง

Waymo ยังไม่ตอบคำถาม แต่โพสต์บล็อกระบุว่า “เรายังคงมุ่งมั่นปรับปรุงความปลอดภัยบนท้องถนนในพื้นที่ที่เราดำเนินการ เพื่อภารกิจให้เป็นผู้ขับขี่ที่น่าเชื่อถือที่สุดในโลก”

CPUC ยังไม่ตอบคำถาม ในที่อื่นๆ เช่นบอสตัน สหภาพรวม Teamsters Local 25 สนับสนุนกฎหมายให้ศึกษาผลกระทบของรถไร้คนขับ และกำหนดกฎ รวมถึงกฎหมายที่บังคับให้มีคนขับมนุษย์ควบคู่

สหภาพแคลิฟอร์เนียเรียกร้องไล่ Waymo ออกจากถนน ชี้ให้เห็นปัญหาความปลอดภัยและการจ้างงานที่แท้จริง รถอัตโนมัติอาจล้ำหน้า แต่ไม่ควรแลกด้วยชีวิตเด็กและงานคนงาน คุณคิดอย่างไร? ควรมีกฎเข้มงวดกว่านี้หรือไม่? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์ และติดตามข่าวอัปเดตเรื่องเทคโนโลยีรถไร้คนขับเพื่อความปลอดภัยของทุกคน

ที่มา – Major California Union Calls for Waymo to Be Kicked Off the Streets

“เรย์เทรซได้ไหม” คือ “รัน DOOM ได้ไหม” ใหม่!

การทำให้คอมพิวเตอร์ทำสิ่งที่ไม่เคยถูกออกแบบมาให้ทำได้นั้น ได้กลายเป็นศิลปะชนิดหนึ่งไปแล้วในช่วงหลายปีที่ผ่านมา มีชุมชนที่ยาวนานอย่าง demoscene ที่ทุ่มเทในการผลักดันขีดจำกัดของสิ่งที่เป็นไปได้ สร้างผลงานเวทมนตร์มากมาย ตั้งแต่ กราฟิกสีเต็มรูปแบบ บน Commodore VIC-20 ไปจนถึง แอนิเมชันความเร็วสูงสุดล้ำ บน ZX Spectrum

“เรย์เทรซได้ไหม” คือ “รัน DOOM ได้ไหม” ใหม่

หนึ่งในความสำเร็จที่น่าประทับใจที่สุดในช่วงหลังๆ คือการนำเรย์เทรซแบบเรียลไทม์มาทำงานบน อุปกรณ์ที่ไม่มีฮาร์ดแวร์เรย์เทรซ专用 ล่าสุด มีวิดีโอโผล่ขึ้นมาที่แสดงเรย์เทรซเรียลไทม์เต็มรูปแบบบน Sega Saturn คอนโซลยุค PS1 ที่ถูกลืมไปเกือบหมดของ Sega วิดีโอนี้เป็นผลงานของ XL2 ที่ถูกคอมเมนต์ใน YouTube เรียกว่า “เจ้าแห่ง Saturn” และนับเป็นเวทมนตร์ทางเทคนิคที่น่าทึ่งที่สุดที่อินเทอร์เน็ตเคยเห็นในรอบนาน

เรย์เทรซคืออะไร และทำไมถึงยากขนาดนี้?

เรย์เทรซคือวิธีหนึ่งที่คอมพิวเตอร์คำนวณแสงในฉากสามมิติ ในชีวิตจริง แสงจะเด้งไปมาอยู่ในฉาก พื้นผิวและวัสดุต่างๆ จะดูดซับ สะท้อน หรือกระเจิงแสงในปริมาณที่ต่างกัน เรย์เทรซจำลองกระบวนการนี้ โดยเรนเดอร์จะไล่รอยเส้นทางของรังสีที่กล้องยิงออกไป ผ่านการเด้งหลายครั้ง เพื่อดูว่ามันชนแหล่งกำเนิดแสงหรือไม่ (ในชีวิตจริง แสงจากแหล่งกำเนิดไปกล้อง แต่ในเรนเดอร์ ไล่ย้อนกลับจะมีประสิทธิภาพกว่า)

วิธีนี้แม่นยำกว่าการคำนวณแสงแบบอื่นๆ จึงให้ผลลัพธ์สมจริงกว่า แต่แลกมาด้วยการใช้พลังประมวลผลมหาศาล การ์ดจอสมัยใหม่มีฮาร์ดแวร์เฉพาะทางสำหรับเรื่องนี้ และแม้กระนั้น การรัน Cyberpunk 2077 ที่ตั้งค่ากราฟิกสูงสุดพร้อมเรย์เทรซเต็มรูปแบบ ก็ยังเป็น การอวดรวย ที่ต้องจ่ายหลักพันดอลลาร์

Saturn มาจากยุคที่ฮาร์ดแวร์เร่งกราฟิกยังเป็นของแปลกใหม่ การ์ดจอ PC แรกอย่าง 3dfx Voodoo ยังอีก 2 ปีกว่าจะออก Saturn วางขายปลายปี 1994 แต่ Saturn สุดยอดเพราะมีฮาร์ดแวร์เร่งกราฟิกยุคแรกๆ: ชิปกราฟิก 2 ตัว ตัวนึงเรนเดอร์โพลีกอน อีกตัวจัดการพื้นหลังฉาก

ชิปเหล่านี้ทำให้ปล่อยเกม 3D อย่าง Virtua Fighter ได้ โมเดลแบนๆ ดูโบราณวันนี้ แต่ยุค 90s มันเจ๋งมาก จากโพลีกอนแบนๆ ไปสู่เงาและแสงแบบไดนามิกในเดโมของ XL2 นี่คือก้าวกระโดดใหญ่

นี่คือเหตุผลที่วิดีโอนี้น่าทึ่งสุดๆ XL2 อธิบายสั้นๆ ว่าทำยังไง: ใช้ binary space partitioning (BSP) ซึ่งแบ่งพื้นที่ฉากแบบ recursive เพื่อหาว่าออบเจ็กต์ไหนมองเห็นได้บ้าง (เทคนิคนี้ ดังจาก John Carmack ใน Quake engine สำหรับ collision detection) พวกเขายังบอกถึงการปรับปรุง เช่น รวมแสงคงที่กับแสงไดนามิก และปรับปรุง indirect lighting

สิ่งเหล่านี้เคยถูกมองว่าเป็นไปไม่ได้บน Saturn แต่开发者เก่งๆ มักบีบประสิทธิภาพจากฮาร์ดแวร์เก่าได้จนน่าตกใจ ในยุคที่ทุกคนถาม “รัน DOOM ได้ไหม” เพื่อทดสอบเครื่อง ตอนนี้ “เรย์เทรซได้ไหม” กำลังกลายเป็นมาตรฐานใหม่ แสดงถึงวิวัฒนาการของกราฟิกและความคิดสร้างสรรค์

ไม่ใช่แค่ Sega Saturn แต่ยังมีเดโมเรย์เทรซบนเครื่องอื่นๆ อย่าง ZX Spectrum หรือเครื่อง 8-bit อื่นๆ ที่พิสูจน์ว่าซอฟต์แวร์สามารถชดเชยฮาร์ดแวร์ได้ นี่คือพลังของ demoscene ที่ยังคงมีชีวิตชีวา

คุณล่ะ คิดว่า “เรย์เทรซได้ไหม” จะกลายเป็นมีมหลักถาวรไหม? ลองดูวิดีโอแล้วมาคุยกันในคอมเมนต์ด้านล่าง สนับสนุนนักพัฒนา indie และ retro gaming ต่อไป!

ที่มา – Is ‘Can It Do Raytracing’ the New ‘Can It Run DOOM’?