ทบ. ชี้แจงกรณี ฮุน มาเนต กล่าวหาไทยยึดดินแดน ชี้ชาวกัมพูชา ‘รุกล้ำ’ ไม่ใช่ ‘ผู้พลัดถิ่น’ ยืนยันปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงเคร่งครัด
สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน! วันนี้เรามาคุยกันแบบชิลๆ เรื่องดราม่าชายแดนไทย-กัมพูชาที่กำลังเป็นข่าวใหญ่เลยนะครับ เหมือนละครหลังข่าวเลย ดราม่าจัดเต็ม แต่จริงๆ แล้วมันมีที่มาที่ไปซับซ้อนกว่านั้น จากมุมมองของคนที่ติดตามข่าวการเมืองชายแดนมานาน ผมจะเล่าให้ฟังแบบเข้าใจง่าย พร้อม insight ลึกๆ ด้วย
ทบ. ชี้แจงกรณี ฮุน มาเนต กล่าวหาไทยยึดดินแดน ชี้ชาวกัมพูชา ‘รุกล้ำ’ ไม่ใช่ ‘ผู้พลัดถิ่น’ ยืนยันปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงเคร่งครัด
เรื่องเริ่มจากเมื่อวาน (18 กุมภาพันธ์) พล.ต. วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ออกมาชี้แจงกรณีที่ ฮุน มาเนต นายกฯ กัมพูชา ให้สัมภาษณ์ Reuters วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 โดยกล่าวหาว่าไทยยึดดินแดนกัมพูชา ติดตั้งตู้คอนเทนเนอร์ ลวดหนาม ทำให้ชาวกัมพูชา 80,000 คนเป็นผู้พลัดถิ่นกลับบ้านไม่ได้ อ้าว! แล้วเรื่องจริงเป็นยังไงล่ะ?
ทบ. ชี้แจงชัดเจนเลยครับว่า พื้นที่นั้นเป็นของไทยแท้ๆ ในอดีตไทยเคยช่วยเหลือผู้ลี้ภัยกัมพูชาจากสงคราม แต่พอสงบแล้ว ชาวบ้านและทหารกัมพูชาไม่ยอมกลับ ยังขยายชุมชนรุกล้ำเข้ามาเรื่อยๆ ไทยประท้วงผ่านกลไกต่างๆ มานาน แต่กัมพูชาเพิกเฉย ไม่ยอมแก้ปัญหา ดังนั้นคนกลุ่มนี้จึงไม่ใช่ ‘ผู้พลัดถิ่น’ แต่เป็น ‘ผู้รุกล้ำ’ ที่ผิดกฎหมาย ทำให้ชาวไทยเสียประโยชน์ในการใช้พื้นที่ตัวเอง
ไทยยึดข้อตกลงหยุดยิงเคร่งครัด
ส่วนเรื่องยึดดินแดน ตู้คอนเทนเนอร์ ลวดหนาม? ทบ. ย้ำว่าปฏิบัติตามถ้อยแถลงร่วม GBC สมัยพิเศษครั้งที่ 3 (27 ธ.ค. 2568) ที่จุดผักกาด ทุกฝ่ายคงกำลังเดิม ไม่เคลื่อนย้ายเพิ่ม พื้นที่เหล่านั้นไทยเข้าป้องกันตัวเองจากถูกโจมตี คุกคามทหารและประชาชน เป็นสิทธิป้องกันตัวตามกฎสากล เมื่อหยุดยิงแล้ว การคงกำลังก็ชอบธรรมตามข้อตกลงที่กัมพูชารู้ดี ส่วนตู้คอนเทนเนอร์ ลวดหนาม เป็นแค่มาตรการรักษาความปลอดภัยชั่วคราว ลดเสี่ยงปะทะ เหมือนรั้วบ้านเรือนทั่วไปแหละครับ
- ประเด็นผู้พลัดถิ่น vs รุกล้ำ: ไม่ใช่ผู้ลี้ภัย แต่เป็นการบุกรุกต่อเนื่อง
- การติดตั้งสิ่งกีดขวาง: เพื่อความปลอดภัย ไม่ใช่ยึดครอง
- ข้อตกลงหยุดยิง: ไทยทำตามเต็มที่
สำหรับ JBC ที่ฮุนมาเนตเรียกร้อง ไทยพร้อมมาก! แต่ต้องรอความพร้อมทั้งสองฝ่าย ลด tension ทหาร เคลียร์ทุ่นระเบิด รอรัฐบาลไทยใหม่ ทบ. ย้ำพร้อมคุยสันติวิธี แต่เตรียมพร้อมทุกสถานการณ์เพื่อปกป้องอธิปไตยและประชาชน ขอให้กัมพูชาปฏิบัติตามถ้อยแถลงเคร่งครัดด้วยนะ
จากประสบการณ์ติดตามข้อพิพาทชายแดนมานับสิบปี ปัญหาแบบนี้มักมาจากการตีความประวัติศาสตร์ต่างกัน แต่ trend สมัยนี้คือ diplomacy ดีกว่าสงคราม คล้ายๆ กรณีทะเลจีนใต้ที่หลายประเทศหันมาเจรจาแทน เพราะสงครามแพงหูฉี่ ส่งผลเศรษฐกิจทั้งภูมิภาค ไทยเรามีจุดยืนดี มีหลักฐานชัด ผมมองว่าถ้าทั้งสองฝ่ายใจเย็น ใช้กลไกทวิภาคี จะจบสวยแน่นอน
เพื่อนๆ คิดยังไงบ้าง? คอมเมนต์แชร์มุมมองมาเลยครับ หรือติดตามข่าวอัปเดตเพิ่มเติมที่นี่ เพื่อไม่พลาดดราม่าข่าวร้อน! สันติภาพชายแดนสำคัญต่อทุกคนนะ
