ผู้เขียน: lalika69_admin

Predator: Badlands ฮิต Hulu สุดยอด

ข่าวดีสำหรับแฟนๆ Predator โดยเฉพาะคนที่อยากเห็นผู้กำกับ Dan Trachtenberg ทำหนังเรื่องใหม่ในจักรวาลนี้ต่อไป! Predator: Badlands ฮิต Hulu สุดยอด ด้วยยอดวิวถึง 9 ล้านวิวใน 5 วันแรกบนแพลตฟอร์ม Hulu ทำให้กลายเป็นหนังเปิดตัวอันดับ 1 นับตั้งแต่หนัง Predator เรื่อง Prey ปี 2022 ของ Trachtenberg ที่ปล่อยตรงลง Hulu

Predator: Badlands ฮิต Hulu สุดยอด ทำลายสถิติ

Prey ปล่อยตรง Hulu แต่ Badlands ได้ฉายในโรงภาพยนตร์ก่อนตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2025 และกลายเป็นหนัง Predator ที่ทำรายได้สูงสุด ก่อนจะมาฮิตติดชาร์ตบน Hulu เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

จากแถลงการณ์ของ Disney ระบุว่า ผู้ชมทั่วโลกสตรีมมิงหนังในจักรวาล Predator บน Disney+ และ Hulu มากกว่า 300 ล้านชั่วโมงแล้ว! รวมถึงผลงานแอนิเมชันเรื่อง Predator: Killer of Killers ปี 2025 ที่ปล่อยตรง Hulu ของ Trachtenberg ด้วย

ทำไม Predator: Badlands ถึงฮิต Hulu สุดยอด?

จักรวาล Predator เริ่มต้นตั้งแต่ปี 1987 ด้วยหนังแอคชันนำแสดงโดย Arnold Schwarzenegger ที่เล่าเรื่องนักล่าเอเลี่ยนผู้ภาคภูมิใจในฐานะนักล่าอันดับหนึ่ง จากนั้นขยายไปสู่ภาคต่อและครอสโอเวอร์กับจักรวาล Alien หลายเรื่อง

ความนิยมของ Badlands ทั้งในโรงและสตรีมมิง รวมถึงกระแสแรงจาก Prey ทำให้แฟนๆ ยิ่งหวังว่า Trachtenberg ที่เพิ่งเซ็นสัญญาใหม่กับ Paramount จะกลับมาทำหนัง Predator ให้ Disney อีก

ในการให้สัมภาษณ์กับ io9 เกี่ยวกับการปล่อย Badlands บน Hulu Trachtenberg ยืนยันว่าสัญญากับ Paramount ไม่ได้ปิดกั้นโอกาสกลับมาเล่นกับ Yautja (ชื่อเผ่านักล่าของ Predator) เขากล่าวว่า “ตอนนี้ผมอยู่ในช่วงที่ตื่นเต้นเหมือนตอน Prey ออกมา คิดไอเดียพระเอก Predator เรื่องใหม่ๆ และแอนิเมชันหลายยุคสมัย แล้วมันก็เกิดขึ้นพร้อมกัน”

“ตอนนี้กับ Predator ผมคิดว่า ‘โอ้พระเจ้า มีอะไรสนุกๆ ให้ทำอีกเพียบเลย!'” เขากล่าวต่อ แสดงถึงความกระหายอยากสร้างสรรค์ต่อไป

ผู้ชมชัดเจนว่าพร้อมตามติด Trachtenberg กลับสู่สนามรบนี้แน่นอน

  • ยอดวิว 9 ล้านใน 5 วันแรก: สูงสุดนับจาก Prey
  • รายได้โรงสูงสุดในซีรีส์
  • สตรีมมิงรวม 300 ล้านชั่วโมง
  • Trachtenberg พร้อมไอเดียใหม่เพียบ

ความสำเร็จนี้ยืนยันว่าแฟรนไชส์ Predator ยังคงแข็งแกร่ง และอนาคตสดใส หากคุณเป็นแฟนตัวยง อย่าลืมสตรีม Predator: Badlands บน Hulu แล้วมาคุยกันว่าชอบฉากไหนที่สุด! ติดตามข่าวหนัง Marvel, Star Wars, Star Trek, DC Universe และ Doctor Who เพิ่มเติมได้ที่นี่

คุณคิดว่า Trachtenberg จะทำภาคต่อแบบไหน? แสดงความเห็นในคอมเมนต์เลย!

ที่มา – ‘Predator: Badlands’ Is a Huge Hulu Hit

อบจ.เชียงใหม่ ตัดแต่งกิ่งยางนาอายุ 140 ปี จำนวน 100 ต้น ป้องกันอันตรายหากเกิดพายุฤดูร้อน

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน! วันนี้ผมมีเรื่องราวดีๆ จากเชียงใหม่มาฝากกัน เป็นข่าวที่ทั้งน่าประทับใจและสำคัญมากสำหรับคนรักธรรมชาติและความปลอดภัยบนท้องถนนเลยนะครับ พูดถึง อบจ.เชียงใหม่ ตัดแต่งกิ่งยางนาอายุ 140 ปี จำนวน 100 ต้น ป้องกันอันตรายหากเกิดพายุฤดูร้อน นี่เอง ถนนเส้นเชียงใหม่-ลำพูน หรือที่เรารู้จักกันในชื่อ ‘ถนนเส้นต้นยาง’ ในอำเภอสารภี นั้นสวยงามแค่ไหน ใครๆ ก็ต้องเคยขับผ่านและถ่ายรูปกันใช่ไหมล่ะ แต่คุณรู้มั้ยว่าต้นยางนาเหล่านี้มีอายุกว่า 140 ปี และเพื่อป้องกันไม่ให้กิ่งหักโค่นจากพายุฤดูร้อน อบจ.เชียงใหม่เลยลงมือตัดแต่งกิ่งอย่างจริงจัง

อบจ.เชียงใหม่ ตัดแต่งกิ่งยางนาอายุ 140 ปี จำนวน 100 ต้น ป้องกันอันตรายหากเกิดพายุฤดูร้อน

เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ทีมช่างจาก อบจ.เชียงใหม่ ได้เริ่มปฏิบัติการใหญ่ ตัดแต่งกิ่งต้นยางนา 100 ต้นในระยะแรก โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 17 กุมภาพันธ์ และคาดว่าจะเสร็จสิ้นภายในเดือนสิงหาคม 2569 จากนั้นจะต่อยอดอีก 40 ต้นในระยะต่อไป การตัดแต่งนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนดูแลต้นไม้ขนาดใหญ่ เพื่อควบคุมความสูง ลดน้ำหนักกิ่งที่อาจเปราะบาง โดยเฉพาะในช่วงฤดูร้อนที่พายุฝนฟ้าคะนองมาเยือนบ่อยๆ ถ้ากิ่งหักตกใส่รถหรือคน ย่อมอันตรายมหันต์แน่นอน

ต้นยางนาบนถนนเส้นนี้มีทั้งหมด 1,043 ต้น โดย 943 ต้นปลูกตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว อายุกว่า 140 ปี สูง 40-50 เมตร เป็นเอกลักษณ์ประวัติศาสตร์ของเชียงใหม่ที่ใครมาเที่ยวก็ต้องแวะเช็คอิน ถือเป็น ‘ต้นไม้เซเลบ’ ของเมืองเลยล่ะครับ สวยงามแบบนี้ แต่ต้องดูแลดีๆ เพื่อความปลอดภัย

ประวัติศาสตร์และความสำคัญของต้นยางนาเชียงใหม่

ถนนเชียงใหม่-ลำพูนนี้ไม่ใช่แค่ถนนธรรมดา แต่เป็นถนนประวัติศาสตร์ที่ปกคลุมด้วยร่มเงายางนาเก่าแก่ ผมเคยขับผ่านหลายครั้ง รู้สึกเหมือนย้อนยุคไปสมัยรัชกาลที่ 5 เลย ต้นไม้เหล่านี้ไม่เพียงให้ความร่มเย็น แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของจังหวัด อบจ.เชียงใหม่เคยตัดแต่งไปแล้ว 5 ครั้ง รวม 530 ต้น ทุกครั้งคำนึงทั้งความปลอดภัยและการอนุรักษ์ เก่งมาก!

  • จำนวนต้นทั้งหมด: 1,043 ต้น
  • ต้นเก่าจากรัชกาลที่ 5: 943 ต้น
  • อายุเฉลี่ย: 140 ปี
  • สูงสุด: 50 เมตร
  • การตัดแต่งปีนี้: 100 ต้น (ระยะแรก) + 40 ต้น (ต่อไป)

เทคโนโลยีและเทคนิคการตัดแต่งในยุคใหม่

ในฐานะคนที่ติดตามเรื่องเทคโนโลยี ผมชอบที่การตัดแต่งสมัยนี้ใช้เครื่องมือทันสมัย เช่น เลื่อยโซ่ไฟฟ้า รถยกสูงพิเศษ และบางพื้นที่อาจใช้โดรนสำรวจกิ่งอันตรายก่อนตัด เป็นเทรนด์ urban forestry ที่ผสมผสาน tech เข้ากับธรรมชาติ ช่วยลดความเสี่ยงให้ช่างและเพิ่มประสิทธิภาพ ปัจจุบันด้วย climate change พายุรุนแรงขึ้น การดูแลแบบนี้จึงจำเป็นมาก

นอกจากนี้ ต้นยางนาเหล่านี้ยังเป็นจุดถ่ายรูปฮิตสำหรับนักท่องเที่ยว แฟนๆ entertainment ที่ชอบ vibe ประวัติศาสตร์ ลองนึกภาพถ่ายรูปกับต้นไม้ยักษ์ใหญ่ ท่ามกลางแสงแดดเชียงใหม่ สวยขนาดไหน! แต่ความปลอดภัยมาก่อนนะครับ

ภาพการตัดแต่งกิ่งต้นยางนา

ภาพการตัดแต่งกิ่งต้นยางนา 2

จากประสบการณ์ผม การ balance ระหว่างอนุรักษ์และความปลอดภัยแบบนี้คือเทรนด์อนาคต โดยเฉพาะในเมืองท่องเที่ยวอย่างเชียงใหม่ ถ้าคุณกำลังวางแผนเที่ยว ลองแวะไปดูต้นยางนาหลังตัดแต่งใหม่ สวยและปลอดภัยกว่าเดิมแน่นอน! แชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ถ้าคุณรักเชียงใหม่ด้วยนะครับ

ที่มา – อบจ.เชียงใหม่ ตัดแต่งกิ่งยางนาอายุ 140 ปี จำนวน 100 ต้น ป้องกันอันตรายหากเกิดพายุฤดูร้อน

อัยการสูงสุดมีคำสั่งชี้ขาดฟ้อง ‘แซม-มีน’ คดีดิไอคอนกรุ๊ป พร้อมขยายผลสำนวนที่สองพบความเสียหายเพิ่มกว่า 600 ล้านบาท

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคนที่ติดตามข่าวสารบันเทิงและเทคโนโลยีที่นี่! วันนี้เรามีอัปเดตสุดร้อนแรงจากคดีดังที่หลายคนรอคอย นั่นคือ อัยการสูงสุดมีคำสั่งชี้ขาดฟ้อง ‘แซม-มีน’ คดีดิไอคอนกรุ๊ป พร้อมขยายผลสำนวนที่สองพบความเสียหายเพิ่มกว่า 600 ล้านบาท ซึ่งเป็นพัฒนาการสำคัญในคดีฉ้อโกงประชาชนจากแชร์ลูกโซ่ดิจิทัลแอสเซ็ตที่เคยสร้างความฮือฮาไปทั่ววงการคริปโตไทย

อัยการสูงสุดมีคำสั่งชี้ขาดฟ้อง ‘แซม-มีน’ คดีดิไอคอนกรุ๊ป พร้อมขยายผลสำนวนที่สองพบความเสียหายเพิ่มกว่า 600 ล้านบาท

ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ได้มีความเห็นแย้งต่อคำสั่งไม่ฟ้องของพนักงานอัยการคดีพิเศษ สำหรับผู้ต้องหาคู่อรัก ยุรนันท์ ภมรมนตรี หรือ ‘แซม’ และ พีชญา วัฒนามนตรี หรือ ‘มีน’ ในข้อหาฉ้อโกงประชาชนและ พ.ร.บ.การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกง ล่าสุดเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ อัยการสูงสุดได้พิจารณาพยานหลักฐานครบถ้วนแล้ว สั่งชี้ขาดให้ฟ้องทั้งสองรายตามความเห็นของ DSI ทันที!

หลังจากนี้ พนักงานอัยการจะเรียกตัวผู้ต้องหามายื่นฟ้องต่อศาลอาญา ถ้าทั้งคู่ไม่มาตามนัด ก็จะประสาน DSI ติดตามตัวดำเนินคดีต่อตามหมายสั่งฟ้องเลยครับ คดีนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ เพราะก่อนหน้านี้เคยมีดราม่าการไม่ฟ้องที่ทำให้ประชาชนตั้งคำถามถึงความยุติธรรม

ขยายผลคดีดิไอคอนกรุ๊ป: ความเสียหายพุ่งทะลุ 600 ล้าน!

นอกจากคำสั่งฟ้องแล้ว DSI ยังอัปเดตความคืบหน้าการขยายผลคดีที่แยกเป็นสำนวนใหม่ๆ เพื่อช่วยเหลือผู้เสียหายที่หลุดรอดจากสำนวนหลัก โดย พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ โฆษก DSI เผยว่า:

  • สำนวนผู้เสียหายต่างประเทศ (คดีพิเศษที่ 17/2568): ครอบคลุม 30 รายจาก 13 ประเทศ มูลค่าความเสียหาย 9.44 ล้านบาท กำลังสอบปากคำผ่านกระบวนการ MLAT (Mutual Legal Assistance in Criminal Matters) หรือความร่วมมือทางคดีอาญาระหว่างประเทศ
  • สำนวนผู้เสียหายเพิ่มเติมในประเทศ (คดีพิเศษที่ 18/2568): พบผู้เสียหายใหม่ถึง 2,505 ราย! มูลค่าความเสียหายรวม 677 ล้านบาท ตอนนี้สอบปากคำเสร็จแล้ว กำลังสรุปข้อเท็จจริงเพื่อแจ้งข้อหาเพิ่มเติมให้ผู้ต้องหาทุกคน

สำหรับสำนวนที่ 18 DSI เตรียมออกหมายเรียก ‘แซม-มีน’ ที่ได้ประกันตัวให้มารับทราบข้อหาใหม่ ส่วนผู้ต้องหาคนอื่นที่ยังคุมขัง จะแจ้งข้อหาในเรือนจำเลย จะได้ไม่ให้หลุดรอด

จากประสบการณ์ติดตามคดีเทคโนโลยีและการเงินดิจิทัลมานาน คดีดิไอคอนกรุ๊ปนี้สะท้อนปัญหาใหญ่ของวงการคริปโตในไทย ที่แชร์ลูกโซ่ปลอมตัวเป็นการลงทุนดิจิทัลแอสเซ็ต หลอกล่อด้วยผลตอบแทนสูงลิ่ว ทำให้นักลงทุนรายย่อยเสียหายหนัก โดยเฉพาะในยุคที่เทคโนโลยี blockchain ยังใหม่ คนส่วนใหญ่ขาดความรู้ ทำให้ตกเป็นเหยื่อง่ายๆ DSI ทำดีมากที่ขยายผลแบบนี้ เพราะปกติคดีใหญ่ๆ มักมีผู้เสียหายซ่อนอยู่อีกเพียบ

เทรนด์ที่น่าสนใจคือ การ scam แบบนี้กำลังลุกลามไปต่างประเทศด้วย เห็นได้จากสำนวน MLAT ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเครือข่ายดิไอคอนไม่ได้หยุดอยู่แค่ไทย ผู้เสียหายจาก 13 ประเทศกำลังรอความยุติธรรม ถ้าคุณหรือคนใกล้ตัวเคยลงทุนในโปรเจกต์คล้ายๆ นี้ แนะนำให้รีบแจ้ง DSI ทันที จะได้รวมในสำนวนช่วยกันฟ้อง

ในฐานะคนที่ชำนาญเรื่องนี้ ผมมองว่าคำสั่งฟ้องครั้งนี้จะเป็นสัญญาณดีให้ประชาชนมั่นใจในระบบยุติธรรมมากขึ้น และเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับนักลงทุนเทค: ต้องเช็คใบอนุญาต ก.ล.ต. ก่อนลงทุนทุกครั้ง! ถ้าคุณชอบข่าวแบบนี้ อย่าลืมแชร์และกดติดตามช่องของเราเพื่ออัปเดตคดีร้อนๆ นะครับ สู้ๆ ทุกคน!

ที่มา – อัยการสูงสุดมีคำสั่งชี้ขาดฟ้อง ‘แซม-มีน’ คดีดิไอคอนกรุ๊ป พร้อมขยายผลสำนวนที่สองพบความเสียหายเพิ่มกว่า 600 ล้านบาท

ตรวจเลือดง่ายๆ บอกเวลาเริ่มอัลไซเมอร์

โรคภัยไข้เจ็บและความตายเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่หลายคนอาจไม่มีโอกาสรู้ล่วงหน้าว่าโรคภัยร้ายแรงจะมาเยือนเมื่อไหร่ อย่างไรก็ตาม ในอนาคตอันใกล้นี้ คนที่เสี่ยงเป็นโรคอัลไซเมอร์อาจมีโอกาสรู้ได้จากการวิจัยล่าสุด

นักวิทยาศาสตร์ได้พัฒนาโมเดลที่สามารถคาดการณ์เวลาเริ่มต้นของโรคอัลไซเมอร์ ซึ่งเป็นรูปแบบสมองเสื่อมที่พบบ่อยที่สุด โดยใช้ผลตรวจเลือดง่ายๆ พวกเขาสามารถทำนายอายุที่ผู้ป่วยจะเริ่มมีอาการได้ภายในไม่กี่ปี การค้นพบนี้จะช่วยปรับปรุงการทดลองทางคลินิกในระยะสั้น และในระยะยาวจะช่วยให้ผู้ที่มีความเสี่ยงสูงตัดสินใจวางแผนชีวิตได้ดีขึ้น

ตรวจเลือดง่ายๆ บอกเวลาเริ่มอัลไซเมอร์

“ด้วยความก้าวหน้าอย่างรวดเร็วในการวิจัยอัลไซเมอร์ ชีวสัญญาณในเลือด และการสร้างโมเดล เรามีความหวังว่าโมเดลเหล่านี้จะนำมาใช้ในคลินิกได้ภายใน 2-3 ปีข้างหน้า” ดร.สุซานน์ ชินด์เลอร์ ผู้ร่วมวิจัยและผู้ช่วยศาสตราจารย์ด้านประสาทวิทยา จากมหาวิทยาลัยวอชิงตัน สคูลออฟเมดิซีน ในเซนต์หลุยส์ กล่าวกับ Gizmodo

ในช่วงหลังๆ มีความก้าวหน้าสำคัญในการวิจัยอัลไซเมอร์ โดยเฉพาะด้านการวินิจฉัย แม้การตรวจที่แม่นยำที่สุดยังคงต้องผ่ากะโหลกดูสมองหลังเสียชีวิต แต่แพทย์ปัจจุบันมีวิธีวินิจฉัยในคนเป็นๆ ได้แม่นยำสูง แม้ก่อนมีอาการสูญเสียความทรงจำ เมื่อปีที่แล้ว องค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐ (FDA) อนุมัติการตรวจเลือดครั้งแรกสำหรับวินิจฉัยหรือตัดสินโรคอัลไซเมอร์ และยังมีอีกหลายตัวที่กำลังมา

การตรวจเหล่านี้มองหาชีวสัญญาณที่เกี่ยวข้องกับอัลไซเมอร์ เช่น โปรตีนเทา (tau) และเอมีลอยด์เบต้า (amyloid beta) ในสมองผู้ป่วยจะมีรูปแบบผิดปกติสะสม โดยเฉพาะ phosphorylated tau 217 (ptau217) ที่เป็นตัวบ่งชี้ชั้นยอด ระดับในเลือดสัมพันธ์กับความก้าวหน้าของโรค ทำให้ทีมวิจัยจากวอชิงตันเชื่อว่า ptau217 สามารถทำหน้าที่เป็นนาฬิกาบอกเวลาเริ่มโรค

วิธีการสร้างโมเดลตรวจเลือดง่ายๆ บอกเวลาเริ่มอัลไซเมอร์

ทีมวิจัยวิเคราะห์ข้อมูลจากโครงการวิจัยอัลไซเมอร์ 2 โครงการ มีอาสาสมัครสูงอายุราว 600 คนที่เริ่มต้นสุขภาพสมองดี พวกเขาได้รับการตรวจเลือดวัด ptau217 หลายแบบ รวมถึง PrecivityAD2 ซึ่งเป็นการตรวจเชิงพาณิชย์ที่พัฒนาโดยนักวิจัยวอชิงตัน และกำลังรอการอนุมัติจาก FDA

“ในงานวิจัยของเรา ระดับ p-tau217 ในเลือดเพิ่มขึ้นอย่างสม่ำเสมอในแต่ละบุคคล ทำให้เราคาดการณ์อายุที่ระดับนี้จะเป็นบวกได้ และอายุนั้นสัมพันธ์สูงกับเวลาที่เริ่มมีอาการอัลไซเมอร์” ดร.เคลเลน พีเตอร์เซน ผู้ร่วมวิจัยจากวอชิงตันกล่าว

โดยรวม โมเดลสามารถทำนายเวลาที่ระดับ ptau217 สูงนำไปสู่อาการได้ ภายในกรอบเวลาเฉลี่ย 3-4 ปี โดยคนอายุมากช่องว่างสั้นกว่า แสดงว่าคนหนุ่มสาวต้านทานสมองเสื่อมได้ดีกว่า โมเดลยังใช้ได้กับการตรวจเลือดอื่นๆ ผลงานตีพิมพ์ในวารสาร Nature Medicine

ปัจจุบัน โมเดลเหมาะสำหรับการทดลองคลินิก แต่การแจ้งเตือนล่วงหน้า 3-4 ปีก็มีประโยชน์

“โมเดลช่วยคัดเลือกผู้เข้าร่วมทดลองที่ยังปกติแต่เสี่ยงสูง ทำให้ทดลองมีประสิทธิภาพมากขึ้น” พีเตอร์เซนกล่าว

ทีมกำลังปรับปรุงโดยรวมข้อมูลตรวจเลือด ภาพถ่ายสมอง และทดสอบ认知 และปล่อยโค้ดออนไลน์พร้อมแอปเว็บให้ทีมอื่นใช้

  • ประโยชน์ของการตรวจเลือดง่ายๆ บอกเวลาเริ่มอัลไซเมอร์:
  • ช่วยวางแผนชีวิต เช่น ปรับพฤติกรรมหากยังไกลจากอาการ
  • เข้าร่วมทดลองหากใกล้เริ่มโรค
  • เพิ่มประสิทธิภาพการวิจัย
  • เปิดทางสู่การรักษาเฉพาะบุคคล

ปัจจุบัน อัลไซเมอร์ยังรักษาไม่ได้ แต่การค้นพบนี้คือก้าวสำคัญสู่การย้อนวัยสมอง ลองนึกภาพอนาคตที่คุณรู้ล่วงหน้าและเตรียมพร้อม คุณคิดว่าการตรวจเลือดง่ายๆ บอกเวลาเริ่มอัลไซเมอร์จะเปลี่ยนชีวิตคุณอย่างไร? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์และติดตามข้อมูลสุขภาพล่าสุด!

ที่มา – A Simple Blood Test Could Eventually Tell You When Alzheimer’s Is Coming

สิ้น ‘จรัลธาดา กรรณสูต’ องคมนตรี ถึงแก่อนิจกรรมที่ รพ.จุฬาฯ ในวัย 76 ปี

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้มีข่าวเศร้าที่ทำให้ใจหายใจคว่ำสำหรับคนไทยหลายท่านเลยทีเดียว นั่นคือข่าวสิ้น ‘จรัลธาดา กรรณสูต’ องคมนตรี ถึงแก่อนิจกรรมที่ รพ.จุฬาฯ ในวัย 76 ปี เมื่อช่วงเที่ยงวันที่ 19 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ท่านจากไปอย่างสงบที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์ โดยกำหนดการพระพิธีศพและบำเพ็ญกุศลจะแจ้งให้ทราบในโอกาสต่อไป ผมในฐานะคนที่ติดตามข่าวสารราชการและสาธารณประโยชน์มานาน รู้สึกเสียดายท่านมาก เพราะท่านคือบุคคลสำคัญที่ทุ่มเทให้ประเทศชาติมาอย่างยาวนาน

สิ้น ‘จรัลธาดา กรรณสูต’ องคมนตรี ถึงแก่อนิจกรรมที่ รพ.จุฬาฯ ในวัย 76 ปี

ข่าวสิ้น ‘จรัลธาดา กรรณสูต’ องคมนตรี ถึงแก่อนิจกรรมที่ รพ.จุฬาฯ ในวัย 76 ปี สร้างความโศกเศร้าให้กับวงการราชการและภาคเกษตรกรรมไทยเป็นอย่างมาก ท่านเกิดเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2492 เป็นบุตรชายของนายปรีดา กรรณสูต อดีตอธิบดีกรมประมงและอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และหม่อมราชวงศ์เติมแสงไข รพีพัฒน์ ซึ่งมีศักดิ์เป็นพระปนัดดาในพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์ และพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ครอบครัวของท่านจึงเต็มไปด้วยสายเลือดราชนิกุลและสายราชการที่แข็งแกร่ง

เส้นทางการศึกษาและรับราชการของจรัลธาดา กรรณสูต

ด้านการศึกษา ท่านจบปริญญาตรีคณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางอาชีพในกรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านเติบโตในสายงานบริหารรัฐอย่างรวดเร็ว ดำรงตำแหน่งสำคัญหลายบทบาท เช่น อธิบดีกรมประมง ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และที่ปรึกษาสำนักราชเลขาธิการ ก่อนได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นองคมนตรีในรัชกาลปัจจุบัน โดยมีพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีขณะนั้น ลงนามรับสนอง

นอกจากงานราชการ ท่านยังทุ่มเทให้งานสาธารณประโยชน์ โดยเฉพาะโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เช่น เป็นประธานคณะกรรมการมูลนิธิโครงการหลวง ประธานกรรมการบริหารกองทุนพระราชทานสำหรับศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และรองประธานมูลนิธิโครงการสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน ในมุมมองของผมที่เคยศึกษางานเกษตรมาบ้าง โครงการเหล่านี้คือหัวใจของการพัฒนาชนบทไทย ทำให้เกษตรกรมีชีวิตที่ดีขึ้นจริงๆ

ผลงานและรางวัลอันทรงเกียรติ

  • นิสิตเก่าดีเด่น มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
  • รางวัลเกษตรศาสตร์ปราดเปรื่อง
  • เครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นสูงทั้งในและต่างประเทศ
  • เครื่องราชอิสริยาภรณ์อาทิตย์อุทัย ชั้นสูงสุดจากญี่ปุ่น

ผลงานเหล่านี้ไม่ใช่แค่ชื่อเสียง แต่คือเครื่องพิสูจน์ความสามารถในการนำพาการพัฒนาภาคประมงและเกษตรให้ก้าวหน้า โดยเฉพาะในยุคที่เทคโนโลยีเริ่มเข้ามามีบทบาท เช่น การใช้ระบบ IoT ในการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ซึ่งท่านเคยสนับสนุนในหลายโครงการ ถึงแม้ audience ของเราจะชอบข่าวบันเทิงและเทค แต่ legacy ของท่านในด้านเกษตรเทคก็น่าสนใจมาก เพราะช่วยยกระดับเกษตรกรไทยให้แข่งขันในตลาดโลกได้

มรดกที่ทิ้งไว้ให้คนรุ่นหลัง

การจากไปของท่านจรัลธาดา กรรณสูต ถือเป็นการสูญเสียบุคคลสำคัญของชาติ ท่านไม่เพียงทำงานราชการ แต่ยังเป็นสะพานเชื่อมโครงการพระราชดำริสู่การปฏิบัติจริง ทำให้ชาวบ้านในพื้นที่ห่างไกลได้รับประโยชน์ ในยุคดิจิทัลปัจจุบัน ผมมองว่าเราควรนำมรดกของท่านมาผสานกับเทคโนโลยี เช่น แอปพลิเคชันติดตามผลผลิตเกษตร หรือโดรนสำรวจฟาร์ม ซึ่งจะทำให้โครงการหลวงยั่งยืนยิ่งขึ้น เพื่อนๆ ที่สนใจเทคเกษตร ลองศึกษาตัวอย่างจากมูลนิธิโครงการหลวงดูสิครับ จะได้ไอเดียเจ๋งๆ เยอะเลย

สุดท้ายนี้ ผมขอแสดงความไว้อาลัยต่อครอบครัวและผู้สูญเสีย ลองแชร์ความทรงจำหรือความคิดเห็นเกี่ยวกับท่านในคอมเมนต์ด้านล่างนะครับ จะได้ร่วมรำลึกถึงคุณูปการของท่านไปด้วยกัน

ที่มา – สิ้น ‘จรัลธาดา กรรณสูต’ องคมนตรี ถึงแก่อนิจกรรมที่ รพ.จุฬาฯ ในวัย 76 ปี

กทม. รื้อระเบียบสวนสาธารณะในรอบ 23 ปี เปิดฟังเสียงประชาชน 7 ประเด็นร้อน มุ่งสู่มาตรฐานสวนของทุกคน

สวัสดีเพื่อนๆ ชาวกรุงเทพฯ ทุกคน! ถ้าคุณเป็นสายออกกำลังกาย ชอบวิ่งจ๊อกกิ้งในสวนสาธารณะ หรือพาสุนัขตัวโปรดไปเดินเล่นบ่อยๆ ข่าวนี้ต้องโดนใจแน่นอน เพราะ กทม. รื้อระเบียบสวนสาธารณะในรอบ 23 ปี เปิดฟังเสียงประชาชน 7 ประเด็นร้อน มุ่งสู่มาตรฐานสวนของทุกคน แล้วนะครับ หลังจากใช้กฎเกณฑ์เดิมมาตั้งแต่ปี 2546 ที่โลกยังไม่มี TikTok หรือ Instagram สมัยนี้พฤติกรรมคนเปลี่ยนไปเยอะ กิจกรรมในสวนหลากหลายขึ้น ไม่ว่าจะดนตรีสด คลับออกกำลังกาย หรือ pet park ทำให้เกิดดราม่าบ้างเป็นธรรมดา กทม. เลยชวนทุกคนมาร่วมกำหนดกฎใหม่ ให้สวนเป็นพื้นที่สีเขียวที่ทุกคนแฮปปี้จริงๆ

กทม. รื้อระเบียบสวนสาธารณะในรอบ 23 ปี เปิดฟังเสียงประชาชน 7 ประเด็นร้อน มุ่งสู่มาตรฐานสวนของทุกคน

ตลอด 3 ปีมานี้ กทม. ขยายสวนสวนสาธารณะให้ครบครันขึ้น เช่น มีเวทีดนตรี การจัดคลับโยคะ หรือโซนสำหรับสัตว์เลี้ยง แต่ปัญหาก็ตามมา เช่น เสียงดังรบกวน หรือจักรยานปั่นชนคนเดิน วันนี้เรามาดู 7 ประเด็นร้อนที่ กทม. อยากฟังเสียงคุณกันเลย

1. การแต่งกาย (ถอดเสื้อวิ่ง)

สายวิ่งร้อนๆ ชอบถอดเสื้อโชว์กล้าม แต่บางคนบอกไม่เหมาะสมในที่สาธารณะ โดยเฉพาะมีเด็กๆ ต้อง balance ระหว่างเสรีภาพส่วนตัวกับมารยาทสังคมยังไง?

2. การใช้เสียง

ดนตรีในสวนสนุกดี แต่ถ้าดังเกินไป รบกวนทั้งคนอยากเงียบๆ และสัตว์ป่าในสวนได้ ต้องหาพื้นที่แยกหรือกำหนดเดซิเบลยังไงให้ลงตัว

3. การให้อาหารสัตว์

ตัวเงินตัวทองชินกับข้าวเหนียว หรือแมวในสวนเยอะเกิน ส่งผลต่อระบบนิเวศ ต้องห้ามหรือจัดโซนยังไงให้สัตว์ป่ายัง wild อยู่

4. จักรยานในสวน

คนเดิน คนวิ่ง คนปั่น ใช้ทางเดียวกันเสี่ยงอุบัติเหตุ ต้องมีเลนแยกหรือกติกาชัดๆ เพื่อความปลอดภัย โดยเฉพาะเด็กและผู้สูงอายุ

5. พื้นที่สำหรับสัตว์เลี้ยง (Pet Park)

เจ้าของหมาแมวชอบ แต่คนกลัวหมาไม่ชอบ ต้องโซนนิ่งให้ดี กำหนดกฎใส่สายจูง ล้างอุจจาระ เพื่อให้ทุกฝ่ายสบายใจ

6. กิจกรรมใหญ่ (500 คนขึ้นไป)

คอนเสิร์ตหรืออีเวนต์สนุก แต่รถติด เสียงดัง แออัด กระทบคนใช้สวนปกติ ต้องจัดการที่จอดรถและเวลาให้ดี

7. เวลาเปิด-ปิดสวน

คนเมืองตื่นเช้า-ดึกดื่น ต้องปรับเวลาให้ยืดหยุ่น เช่น เปิดเช้ามากขึ้นหรือปิดดึกหน่อย เพื่อรองรับไลฟ์สไตล์วัยรุ่น

เจ๋งใช่มั้ยล่ะ? นี่คือโอกาสทองที่เราจะช่วยกำหนดอนาคตสวนสาธารณะให้เป็นสมาร์ทพาร์คที่ทันสมัย รองรับทั้งเทคโนโลยีอย่างแอปเช็คอิน หรือกิจกรรมเอ็นเตอร์เทนเมนต์อย่างดนตรีสดแบบไม่รบกวน

ช่องทางร่วมฟังเสียงประชาชนง่ายๆ

ส่งความเห็นได้ 2 ทางหลัก ตลอดกุมภาพันธ์-มีนาคมนี้

  • ออนไลน์: เข้าเว็บ greener.bangkok.go.th/parkpolicy กรอกฟอร์มง่ายๆ จากมือถือได้เลย สะดวกสุดสำหรับสายเทค
  • ออฟไลน์: ลงพื้นที่จริงๆ

ครั้งที่ 3: วันเสาร์ 21 ก.พ. 2569 (08.00-10.00 น.) ที่ สวนวชิรเบญจทัศ (สวนรถไฟ) ลานแอโรบิค

ครั้งที่ 4: วันอาทิตย์ 22 ก.พ. 2569 (08.00-10.00 น.) สวนป่าเบญจกิติ ลานต้นจามจุรี

ครั้งที่ 5: วันอาทิตย์ 1 มี.ค. 2569 (15.00-17.00 น.) สวนเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษาฯ (สวนบางขุนนนท์)

ลงทะเบียนออนไลน์ล่วงหน้าเพื่อไม่พลาดนะ! ในฐานะคนที่หลงรักสวนสาธารณะมานาน ผมเห็นเทรนด์โลกที่สวนเมืองใหญ่ๆ อย่างนิวยอร์กหรือสิงคโปร์ ใช้ AI จัดการฝูงชนและเสียงรบกวน ถ้ากทม. เอาไอเดียนี้มาปรับ รับรองสวนเราจะกลายเป็นโอเอซิสสุดคูลของเอเชียเลย

เรียกแอคชั่นเลย: ไปส่งเสียงคุณวันนี้ ช่วยสร้างสวนในฝันของทุกคน! เพราะสวนสาธารณะไม่ใช่แค่ต้นไม้ แต่เป็นหัวใจของไลฟ์สไตล์คนเมืองยุคใหม่

ที่มา – กทม. รื้อระเบียบสวนสาธารณะในรอบ 23 ปี เปิดฟังเสียงประชาชน 7 ประเด็นร้อน มุ่งสู่มาตรฐานสวนของทุกคน

เหตุใดแม้ “ซารา ดูเตอร์เต” ประกาศลงสมัครชิงประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ แต่ชะตากรรมทางการเมืองของเธอยังคงไม่แน่นอน

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวบล็อกที่ชื่นชอบเรื่องราวการเมืองแบบดราม่าจัดเต็ม เหมือนซีรีส์เน็ตฟลิกซ์เลยนะ! วันนี้เราจะมาพูดถึงดราม่าระดับชาติของฟิลิปปินส์ ที่ เหตุใดแม้ “ซารา ดูเตอร์เต” ประกาศลงสมัครชิงประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ แต่ชะตากรรมทางการเมืองของเธอยังคงไม่แน่นอน กันครับ ล่าสุด รองประธานาธิบดีซารา ดูเตอร์เต้ วัย 47 ปี ลูกสาวคนเก่งของอดีตปธน. โรดริโก ดูเตอร์เต้ ได้ประกาศกร้าวว่าจะลงชิงตำแหน่งประธานาธิบดีในปี 2028 ท่ามกลางศึกแย่งชิงอำนาจดุเดือดกับปธน. เฟอร์ดินานด์ “บองบอง” มาร์กอส จูเนียร์ แต่เอ๊ะ ชะตากรรมของเธอจะรอดไหม? มาฟังกันครับ

เหตุใดแม้ “ซารา ดูเตอร์เต” ประกาศลงสมัครชิงประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ แต่ชะตากรรมทางการเมืองของเธอยังคงไม่แน่นอน

การประกาศครั้งนี้เกิดขึ้นหลังการเลือกตั้งท้องถิ่นและวุฒิสภาเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา แม้ชื่อของซาราจะไม่อยู่ในบัตร แต่ผลโพลล์ส่งผลกระทบใหญ่หลวงต่ออนาคตเธอ โดยเฉพาะการไต่สวนถอดถอนจากวุฒิสภา ที่อาจตัดสิทธิ์เธอจากเวทีการเมืองไปเลย! จากผู้เชี่ยวชาญด้านการเมืองฟิลิปปินส์มองว่า สนามเลือกตั้งที่นี่ขึ้นอยู่กับบุคลิกภาพแบบสุดโต่ง เหมือน influencer ชิงบัตรเสียง มาร์กอสลงไม่ได้เพราะเทอมเดียว 6 ปี พันธมิตรเขายังไม่มีตัวตายตัวแทน แต่ซารากลับเจอศึกหนัก ทั้งดราม่าขู่ฆ่า ขอเงินลับ และพ่อถูกจับที่เฮก

เส้นทางลูกสาวนักชกสู่เวทีการเมือง

ซาราเกิดปี 1978 ลูกสาวคนที่สองของดูเตอร์เต้กับภรรยาสาวชาวเยอรมัน เธอเรียนจบวิทยาศาสตร์ระบบทางเดินหายใจ ฝันเป็นหมอแต่พ่อดึงเข้าวงการ กฎหมายจบปี 2005 แล้วลงเล่นการเมืองปี 2007 เป็นรองนายกเทศมนตรีเมืองดาเวา บ้านเกิดสุดเหนียวแน่น ปี 2010 สืบทอดเก้าอี้นายกเทศมนตรีคนแรกของเมืองตอนอายุ 32!

บุคลิกเธอสุดแซ่บ เหมือนพ่อ ชอบขี่มอเตอร์ไซค์ใหญ่ เคยชกหน้าจนท.ศาลปี 2011 ได้ฉายา “นักชก” WikiLeaks บอกเธอ “แน่วแน่ ยากร่วมงาน” แต่ประชาชนรักนะ โดยเฉพาะภาคใต้และ OFW ล้านคน พิธีสาบานปี 2022 เธอขอให้เรียก “อินดาย ซารา” คำที่หมายถึงหญิงชราที่เคารพ แปลงภาพลักษณ์จากคนใต้สู้มะนิลาได้เจ๋ง!

  • จุดเด่น: ได้รับความนิยมสูงสุดในโพลล์
  • จุดอ่อน: ดราม่าล่าสุด ขู่ “ไปสังหาร” มาร์กอสและครอบครัว ฝันตัดหัว!
  • พันธมิตรเก่า: ลงคู่กับบองบองปี 2022 ชนะยับ แต่แตกหักเร็ว รัฐมนตรีศึกษาแทนกลาโหม ลาออก ก.ค. ปีที่แล้ว

ศึกมาร์กอส vs ดูเตอร์เต้ ดุเดือดขนาดไหน?

เริ่มจากลิซา มาร์กอสเมินเธอต่อหน้าสื่อ พ่อดูเตอร์เต้ปราศรัยดึกดื่นด่าเป็น junkie ถอดถอนก.พ.นี้ กล่าวหาขโมยเงิน ขู่ฆ่า วุฒิสภาต้องโหวต 2/3 ถอดได้ ตัดสิทธิ์เลือกตั้ง พ่อถูก ICC จับสงครามยา แต่ลูกสาวรณรงค์ “พาเขากลับบ้าน” ผู้สมัครวุฒิภักดีชนะบางส่วน ผลเลือกตั้งเซอร์ไพรส์ ทำให้ชะตาเธอคาดเดายาก

จากมุมมองผู้เชี่ยวชาญอย่างผมที่ติดตามการเมืองเอเชียมานาน การเมืองฟิลิปปินส์คือ王朝 politics สไตล์ entertainment สุดๆ เหมือน Game of Thrones แบบเอเชีย ซารามีฐานแฟนคลับเหนียว แต่ถ้าวุฒิสภาล้มเธอ 2028 จะพลิกผัน!

สรุปแล้ว เหตุใดแม้ “ซารา ดูเตอร์เต” ประกาศลงสมัครชิงประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ แต่ชะตากรรมทางการเมืองของเธอยังคงไม่แน่นอน เพราะศึกถอดถอน+ผลวุฒิที่เดือด! Trend นี้ชี้ว่าการเมืองโลกกำลังเข้าสู่ยุคบุคลิกภาพนำ แฟนๆ tech/entertainment อย่างเรา คงชอบดราม่านี้ ลองติดตามต่อนะครับ อย่าพลาดอัพเดท! ถ้าชอบแชร์และคอมเมนต์ว่าคุณเชียร์ฝั่งไหน?

ที่มา – เหตุใดแม้ “ซารา ดูเตอร์เต” ประกาศลงสมัครชิงประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ แต่ชะตากรรมทางการเมืองของเธอยังคงไม่แน่นอน

ศาลฎีกาพิพากษากลับ จำคุก 2 ปี 8 เดือน ‘ธีระวัฒน์’ อดีตผู้สมัคร สส. พรรคประชาชน คดีมอมยา-ข่มขืน

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้เรามาคุยกันเรื่องข่าวใหญ่ที่เพิ่งออกมาเมื่อวานนี้เอง (18 กุมภาพันธ์) เรื่อง ศาลฎีกาพิพากษากลับ จำคุก 2 ปี 8 เดือน ‘ธีระวัฒน์’ อดีตผู้สมัคร สส. พรรคประชาชน คดีมอมยา-ข่มขืน นี่แหละครับ คดีที่ดราม่ามาก ติดตามกันมาตั้งแต่ปี 2563 จนศาลฎีกาตัดสินเด็ดขาดแล้ว ผมในฐานะคนติดตามข่าวการเมืองและคดีดังๆ มานาน จะเล่าให้ฟังแบบละเอียด เป็นกันเอง แต่มีข้อมูลครบถ้วนเลยนะ

ศาลฎีกาพิพากษากลับ จำคุก 2 ปี 8 เดือน ‘ธีระวัฒน์’ อดีตผู้สมัคร สส. พรรคประชาชน คดีมอมยา-ข่มขืน

คดีนี้เกิดขึ้นเมื่อ 18 มกราคม 2563 ที่นครหลวงเวียงจันทน์ ลาว เลยครับ ธีระวัฒน์ พรรณะ อดีตผู้สมัคร สส. เขต 1 มหาสารคาม พรรคประชาชน (ปชน.) ถูกฟ้องฐานข่มขืนกระทำชำเรา โดยใช้วิธีมอมยาให้ผู้เสียหายสลบ แล้วลงมือสำเร็จความใคร่ ผู้เสียหายไม่ใช่ภรรยา และอยู่ในสภาพช่วยตัวเองไม่ได้เพราะฤทธิ์ยา หลักฐานเด็ดคือยา 8 เม็ดกับแคปซูลที่ผู้เสียหายเก็บมาให้ตำรวจ สภ.เขวาใหญ่ เพราะเหตุเกิดต่างประเทศ อัยการสูงสุดเลยมอบหมายให้สอบสวนที่นี่

คดีสู้กันยาวนานมาก ชั้นศาลชั้นต้นยกฟ้อง ยกคำขอค่าสินไหมทดแทน ศาลอุทธรณ์ภาค 4 ก็ยืนตาม แต่โจทก์ร่วมฎีกา ศาลฎีกาจึงพลิกเกม พิเคราะห์หลักฐานละเอียดยิบ แม้ตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลมหาสารคามไม่พบสารคัดหลั่งเพราะช้าไป แต่มีรอยฟกช้ำ ถลอกอวัยวะเพศ ยาของกลาง และคำให้การผู้เสียหายว่าไม่ได้ยินยอม หมดสติจากยา ศาลเลยเชื่อว่าผิดจริง!

โทษที่ศาลฎีกาลง

  • จำคุก: 4 ปี ลด 1/3 เพราะนำสืบดี คง 2 ปี 8 เดือน ไม่รอลงอาญา
  • ค่าสินไหม: 200,000 บาท + ดอกเบี้ย 5% ต่อปี นับจากวันเกิดเหตุ
  • ของกลาง: ริบยาทั้งหมด

ศาลบอกชัดเลยว่าผู้เสียหายทุกข์ทรมานทั้งกายใจ เป็นตราบาปทำลายอนาคตครอบครัว สมควรได้ค่าชดเชยตามความร้ายแรง คำพิพากษานี้สิ้นสุดแล้วนะครับ

จากประสบการณ์ผมติดตามคดีคล้ายๆ กันมาเยอะ คดีมอมยา-ข่มขืนแบบนี้หลักฐานสำคัญคือคำให้การและร่องรอยกายภาพ แม้เวลาผ่านไปนาน แต่ศาลฎีกาให้ความสำคัญกับความยุติธรรม ผู้เสียหายสู้ไม่ถอยจนชนะ ในยุคที่ข่าวการเมืองร้อนๆ แบบนี้ เห็นนักการเมืองเก่าติดคดี ก็เตือนใจว่ากฎหมายไม่เว้นใครจริงๆ โดยเฉพาะคดีกระทบสิทธิผู้หญิง

เทรนด์ที่ผมเห็นคือ คดีเพศนี้ผู้เสียหายกล้าแจ้งมากขึ้น เพราะสังคมสนับสนุน ระบบยุติธรรมดีขึ้น อย่างคดีนี้จากยกฟ้องกลายเป็นจำคุก แสดงว่าศาลสูงสุดมีมาตรฐานสูง ถ้าเป็นคดีในลาวแต่ไทยตัดสินได้เพราะผู้เสียหายไทย แสดงถึงความร่วมมือข้ามชาติที่ดี

สำหรับเพื่อนๆ ที่ชอบติดตามข่าวบันเทิงและเทคโนโลยี ผมว่าข่าวแบบนี้ก็เชื่อมโยงนะ เพราะในโลกโซเชียล สื่อช่วยขยายคดีให้เป็นธรรม ผู้เสียหายใช้เทคโนโลยีเก็บหลักฐานยา ถ่ายรูปรอยแผล สุดท้ายชนะคดี ลองคิดดู ถ้าไม่มีแอปหรือกล้องมือถือ คดีอาจเงียบหาย

สุดท้าย ผมคิดว่าสังคมเราควรมีกฎหมายป้องกันมอมยาเข้มงวดกว่านี้ เช่น ตรวจ DNA ยาเร็วขึ้น หรือแอปแจ้งเตือนอันตรึงภัย ลองแชร์ความเห็นคุณในคอมเมนต์สิครับ อยากรู้คิดยังไงกับคดีนี้ และติดตามข่าวอัปเดตจากผมต่อไปนะ!

ที่มา – ศาลฎีกาพิพากษากลับ จำคุก 2 ปี 8 เดือน ‘ธีระวัฒน์’ อดีตผู้สมัคร สส. พรรคประชาชน คดีมอมยา-ข่มขืน

อัยการคดีพิเศษเลื่อนสั่งฟ้อง ‘สมนึก-อมฤทธิ์-ปุณฑรีก์’ คดีปั่นหุ้น MORE ไป 18 มี.ค. นี้ ภาพรวมสั่งฟ้องแล้ว 32 ราย

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวนักลงทุนและคนรักข่าวสารตลาดหุ้น! วันนี้เรามีอัปเดตสุดฮอตจากคดีใหญ่ที่สั่นสะเทือนวงการหุ้นไทยมาฝากกัน นั่นคือ อัยการคดีพิเศษเลื่อนสั่งฟ้อง ‘สมนึก-อมฤทธิ์-ปุณฑรีก์’ คดีปั่นหุ้น MORE ไป 18 มี.ค. นี้ ภาพรวมสั่งฟ้องแล้ว 32 ราย คดีนี้สร้างความเสียหายกว่า 4,500 ล้านบาท จากการทุจริตสร้างราคาหุ้นของบริษัท มอร์ รีเทิร์น จำกัด (มหาชน) หรือ MORE ที่หลายคนเคยฮือฮาในตลาดเมื่อปีก่อนๆ

อัยการคดีพิเศษเลื่อนสั่งฟ้อง ‘สมนึก-อมฤทธิ์-ปุณฑรีก์’ คดีปั่นหุ้น MORE ไป 18 มี.ค. นี้ ภาพรวมสั่งฟ้องแล้ว 32 ราย

ล่าสุดเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2568 ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ผู้รับมอบอำนาจจากผู้ต้องหาคนสำคัญ 3 ราย ได้แก่ สมนึก กยาวัฒนกิจ ประธานเครือตงฮั้ว, ปุณฑรีก์ อิศรางกูร ณ อยุธยา CEO ของ GSC และ อมฤทธิ์ กล่อมจิตเจริญ CEO MORE ได้ยื่นขอเลื่อนฟังคำสั่งฟ้อง อัยการคดีพิเศษ 3 พิจารณาแล้วเห็นว่าเหตุผลสมควร จึงเลื่อนไปนัดใหม่วันที่ 18 มีนาคม 2569 ค่ะ เพื่อนๆ ที่ติดตามคดีนี้คงรู้ดีว่ามันยืดเยื้อมาหลายเดือนแล้ว

มาดูภาพรวมกันหน่อยนะครับ คดีนี้มีผู้ต้องหาทั้งหมด 42 ราย ถูกชี้ขาดจากอัยการสูงสุดในข้อหาหนักๆ อย่างร่วมกันสร้างราคาหลักทรัพย์ ฉ้อโกง อั้งยี่ และซ่องโจร ปัจจุบันสั่งฟ้องไปแล้ว 32 ราย ส่งตัวให้ศาลอาญาพิจารณาเรียบร้อย แบ่งกลุ่มได้ดังนี้:

  • กลุ่มคุมขังและประกันตัว: ชุดแรก 28 ราย ศาลสั่งไม่ประกันตัวตอนแรก แต่ต่อมา 4 รายได้ปล่อยชั่วคราวปลายปี 2568 สร้างดราม่าจนมีสอบสวนผู้พิพากษาเลยทีเดียว!
  • ตระกูลพรประภา: เอกภัทร และ อธิภัทร ยังติดคุกเพราะศาลไม่อนุมัติประกัน แต่ อรพินธุ์ ได้ประกันตัวเมื่อต้นเดือนนี้ เหตุผลสุขภาพและอายุ โดยห้ามออกนอกประเทศ
  • ผู้ต้องหาที่เหลือ: ยังค้าง 10 ราย รวมนิติบุคคล 6 รายออกหมายจับแล้ว เทียนประเสริฐเพิ่งฟ้อง 16 ก.พ. และ 3 รายเลื่อนวันนี้

จากประสบการณ์ติดตามคดีหุ้นมามากกว่า 10 ปี คดีปั่นหุ้นแบบนี้มักเกิดจากกลุ่มทุนใหญ่ที่ใช้เทคนิคซับซ้อน เช่น วางแผนเทรดปลอมสร้าง volume สูงหลอกนักลงทุนรายย่อย MORE เคยพุ่งแรงแต่สุดท้าย崩 ทำให้ SET เสียหายภาพรวม คดีนี้แสดงให้เห็นระบบปราบปรามของ DSI และอัยการเข้มข้นขึ้นมาก

ทำไมคดีนี้สำคัญต่อนักลงทุนเทคและบันเทิง?

ถึงจะเป็นคดีหุ้น แต่ MORE เกี่ยวข้องกับเซอร์วิสเทคโนโลยีการเงินที่คนรุ่นใหม่สนใจ เหมือนข่าวดราม่าดาราในวงการบันเทิงเลยนะครับ สอนให้เราเช็คพื้นฐานบริษัทดีๆ ก่อนซื้อหุ้น หลีกเลี่ยง pump and dump ที่แพร่ในโซเชียล

อัยการกำชับแล้ว ถ้าผู้ต้องหาเลื่อนบ่อยหรือหลบ จะให้ DSI จับทันที เพื่อเร่งคดีให้เสร็จตามคำสั่งอสส. ในอนาคต คาดว่าจะเห็นการชี้มูลเพิ่ม สร้างความเชื่อมั่นตลาด

มุมมองส่วนตัวนะครับ คดีนี้เป็นจุดเปลี่ยนของตลาดหุ้นไทย สู่ยุคโปร่งใสมากขึ้น นักลงทุนอย่างเราควรติดตามใกล้ชิด และใช้เครื่องมือวิเคราะห์อย่าง AI tech ช่วยกรองหุ้นปลอม ลองเช็ค volume ผิดปกติหรือ insider trading ดูสิครับ จะช่วยป้องกันความเสี่ยงได้เยอะ

CTA: ถ้าคุณเคยลงทุน MORE หรือหุ้นเทค ลองแชร์ประสบการณ์ในคอมเมนต์ด้านล่าง แล้วอย่าลืมติดตามอัปเดตคดีหุ้นอื่นๆ จากเราเพื่อไม่พลาดข่าวสำคัญ!

ที่มา – อัยการคดีพิเศษเลื่อนสั่งฟ้อง ‘สมนึก-อมฤทธิ์-ปุณฑรีก์’ คดีปั่นหุ้น MORE ไป 18 มี.ค. นี้ ภาพรวมสั่งฟ้องแล้ว 32 ราย