ภาพยนตร์ VHS เรื่องแรกในรอบ 20 ปี คือผลงานที่สะท้อนความเป็นมนุษย์
ในโลกที่ทุกอย่างหมุนไปอย่างรวดเร็วด้วยระบบสตรีมมิ่ง คุณเคยจินตนาการถึงภาพยนตร์ที่หาดูได้ยากจนต้องตามหาเป็นม้วนเทปกันไหม? ล่าสุดมีข่าวที่น่าสนใจจากงานเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์เกี่ยวกับผลงานเปิดตัวของผู้กำกับชาวแอฟริกาใต้ โรเบิร์ต ดอส ซานโตส เรื่อง This Is How the World Ends ซึ่งถือเป็น ภาพยนตร์ VHS เรื่องแรกในรอบ 20 ปี ที่สร้างเสียงฮือฮาไปทั่ววงการ
ทำไมภาพยนตร์ VHS เรื่องแรกในรอบ 20 ปี ถึงกลายเป็นประเด็นร้อน?
หลายคนอาจมองว่าการปล่อยหนังลงแค่ในรูปแบบ VHS นั้นเป็นเพียงลูกเล่นการตลาด แต่หากลองเจาะลึกเข้าไปจะพบทัศนคติที่ลึกซึ้ง ดอส ซานโตส ต้องการให้คนดูได้รับประสบการณ์ที่ ‘ไม่สมบูรณ์แบบ’ เพราะในยุคที่เรามีภาพคมชัดระดับ 4K 60fps การกลับมามองรอยแตกของสัญญาณภาพ สีที่จางลง หรือความผิดพลาดในม้วนเทป กลับดูเป็นความรู้สึกที่จับต้องได้มากกว่า และแสดงถึงจิตวิญญาณของความเป็นมนุษย์ที่กล้าจะยอมรับความไม่สมบูรณ์แบบในชีวิต
เหตุผลเบื้องหลังภาพยนตร์ VHS เรื่องแรกในรอบ 20 ปี
ดอส ซานโตส ได้ให้เหตุผลที่น่าสนใจไว้ว่า:
- การสร้างประสบการณ์: การที่ต้องใช้ความพยายามในการจัดหาเครื่องเล่นและตลับเทป ทำให้คนดูตั้งใจที่จะเสพผลงานของเขาจริงๆ เหมือนกับการเก็บสะสมงานศิลปะแทนที่จะกดข้ามไปมาเหมือนการสตรีมมิ่ง
- การคัดค้าน AI: สำหรับเขา ภาพยนตร์ VHS เรื่องแรกในรอบ 20 ปี นี้เป็นการสื่อสารโดยมนุษย์เพื่อมนุษย์ ซึ่งขัดแย้งโดยสิ้นเชิงกับกระแสการใช้ AI สร้างงานศิลปะที่ทำได้ง่ายและไร้จุดหมาย
- เสน่ห์ของข้อจำกัด: การทำหนังด้วยข้อจำกัดทางเทคนิคไม่ใช่อุปสรรค แต่เป็นจุดกำเนิดของความคิดสร้างสรรค์ที่ล้ำลึก
หากคุณอยากเป็นเจ้าของเทปม้วนนี้ บอกเลยว่าต้องรีบกันหน่อยเพราะตอนนี้สินค้าขายหมดเกลี้ยงไปแล้ว ซึ่งนั่นยิ่งทำให้มันดูพิเศษมากขึ้นเหมือนในยุคสมัยก่อนที่ของดีมักจะหายาก
ส่วนตัวผมมองว่า แนวคิดของดอส ซานโตส คือการเตือนใจชั้นดีว่า ในโลกยุคดิจิทัลที่ทุกอย่างสำเร็จรูปไปหมด บางครั้งการย้อนกลับไปหารากเหง้า หรือยอมรับความ ‘ผิดพลาด’ ทางเทคนิค อาจเป็นหนทางเดียวที่ทำให้เราสัมผัสได้ถึงความเป็นมนุษย์ที่แท้จริง ท่ามกลางภาพจำลองที่สมบูรณ์แบบเกินจริง แล้วคุณล่ะครับ พร้อมจะกลับไปหยิบเครื่องเล่นเทปมาดูหนังกันหรือยัง?
ที่มา – The First Straight-to-VHS Movie in 20 Years Is a Deeply Human Gesture
