ผู้เขียน: lalika69_admin

ฟิล์ม รัฐภูมิ ปฏิเสธทุกข้อหาคดี Forex สางปมเส้นเงิน 25 ล้าน ยันไม่รู้จัก โค้ชเจมส์-ป้อม ภาวุธ เตรียมหอบหลักฐานยื่นเพิ่ม

กลายเป็นประเด็นร้อนที่หลายคนจับตามองอย่างใกล้ชิด สำหรับกรณีของ “ฟิล์ม รัฐภูมิ โตคงทรัพย์” อดีตนักร้องและนักแสดงชื่อดัง ที่ล่าสุดได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับคดีหลอกลงทุน Forex ซึ่งเป็นประเด็นที่สังคมให้ความสนใจอย่างมากในช่วงที่ผ่านมา โดยการสอบปากคำยาวนานกว่า 6 ชั่วโมงในครั้งนี้ ฟิล์ม รัฐภูมิ ปฏิเสธทุกข้อหาคดี Forex สางปมเส้นเงิน 25 ล้าน ยันไม่รู้จัก โค้ชเจมส์-ป้อม ภาวุธ เตรียมหอบหลักฐานยื่นเพิ่ม เพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ของตนเอง

ฟิล์ม รัฐภูมิ ปฏิเสธทุกข้อหาคดี Forex สางปมเส้นเงิน 25 ล้าน ยันไม่รู้จัก โค้ชเจมส์-ป้อม ภาวุธ เตรียมหอบหลักฐานยื่นเพิ่ม

ในการชี้แจงต่อสื่อมวลชน ทนายประมาณ เลืองวัฒนะวณิช ทนายความส่วนตัวของฟิล์ม ได้ออกมาชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับเส้นทางการเงินที่เป็นประเด็นสงสัย โดยยืนยันว่าเงินจำนวน 25 ล้านบาทที่ถูกกล่าวถึงนั้น เป็นยอดสะสมจากการทำธุรกิจจำหน่ายหน้ากากอนามัยในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ตั้งแต่ปี 2562-2569 ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับคดีฉ้อโกงประชาชนแต่อย่างใด อีกทั้งยังปฏิเสธกระแสข่าวเรื่องเส้นเงิน 142 ล้านบาทว่าเป็นเพียงการตั้งข้อสังเกตที่ไม่มีมูลความจริง

เปิดไทม์ไลน์ธุรกิจและประเด็นที่สังคมสงสัย

ทางทนายความได้อธิบายชัดเจนว่า:

  • บริษัท อีเทอร์เวลธ์ จำกัด (เดิมคือ แมสค์ คิ้วท์) ทำธุรกิจหน้ากากอนามัยที่เติบโตสูงในช่วงวิกฤตสุขภาพ จึงมีการหมุนเวียนของกระแสเงินตามปกติ
  • ฟิล์ม รัฐภูมิ เคยถือหุ้นเพียง 1% ในบริษัทดังกล่าว ซึ่งเป็นสัดส่วนที่ไม่มีอำนาจบริหารจัดการใดๆ
  • ไม่มีความเชื่อมโยงกับโค้ชเจมส์ หรือบริษัทที่เป็นตัวกลางรับชำระเงิน (Payment Gateway) ในคดี Forex

ฟิล์ม รัฐภูมิ ยังได้กล่าวด้วยความมั่นใจว่า ตนเองไม่เคยทำหน้าที่เป็นโบรกเกอร์หรือชักชวนใครให้ลงทุนในธุรกิจ Forex ตามที่ถูกกล่าวหา อีกทั้งยังยืนยันว่าไม่รู้จักหรือมีความสนิทสนมเป็นการส่วนตัวกับ โค้ชเจมส์ หรือ ภาวุธ อย่างที่มีข่าวลือหนาหู โดยมองว่าเรื่องราวทั้งหมดเกิดขึ้นคนละช่วงเวลาและไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกันเลย ในขณะนี้ทางทีมทนายความเตรียมที่จะรวบรวมพยานหลักฐานทางการเงินเพิ่มเติมเพื่อยื่นประกอบการพิจารณาต่อ DSI อีกครั้ง เพื่อปิดคดีให้กระจ่างชัดที่สุด

มุมมองจากผู้เชี่ยวชาญ: ในยุคที่คดีการเงินออนไลน์ซับซ้อนขึ้น การมีหลักฐานทางการเงินที่ชัดเจน (Traceable Evidence) คือหัวใจสำคัญของการพิสูจน์ความบริสุทธิ์ กรณีนี้ถือเป็นบทเรียนสำหรับผู้ที่มีชื่อเสียงหรือนักธุรกิจในการทำธุรกรรมต่างๆ ว่าต้องมีความโปร่งใสและสามารถตรวจสอบที่มาของรายได้ได้ทุกบาททุกสตางค์ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเข้าใจผิดหรือความเสียหายต่อชื่อเสียงในอนาคต

เราคงต้องติดตามกันต่อไปว่า บทสรุปของคดีนี้จะเป็นอย่างไร และหลักฐานที่ฟิล์มจะนำไปยื่นเพิ่มเติมจะสามารถไขข้อข้องใจของพนักงานสอบสวนได้มากน้อยแค่ไหน หวังว่าความจริงจะปรากฏและได้รับความเป็นธรรมทั้งสองฝ่ายครับ

ที่มา – ฟิล์ม รัฐภูมิ ปฏิเสธทุกข้อหาคดี Forex สางปมเส้นเงิน 25 ล้าน ยันไม่รู้จัก โค้ชเจมส์-ป้อม ภาวุธ เตรียมหอบหลักฐานยื่นเพิ่ม

Spider-Man: Brand New Day ประสบความสำเร็จอย่างถล่มทลาย

เชื่อเลยว่าใครที่เป็นแฟนหนังซูเปอร์ฮีโร่ช่วงนี้คงไม่มีทางพลาดกระแสของภาพยนตร์เรื่องล่าสุดอย่าง Spider-Man: Brand New Day ที่กำลังกวาดรายได้ทั่วโลกไปแบบถล่มทลาย เรียกได้ว่าเป็นการกลับมาที่สมศักดิ์ศรีของไอ้แมงมุมจริงๆ ครับ

Spider-Man: Brand New Day ประสบความสำเร็จอย่างถล่มทลาย

จากการรายงานของสื่อชื่อดังอย่าง The Hollywood Reporter ระบุว่าภาพยนตร์เรื่องนี้เปิดตัวในอเมริกาเหนือด้วยตัวเลขมหาศาลถึง 355 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งถือเป็นสถิติการเปิดตัวที่สูงที่สุดเป็นอันดับสองในประวัติศาสตร์ภาพยนตร์อเมริกา รองจาก Avengers: Endgame เท่านั้น นอกจากนี้หากรวมรายได้จากทั่วโลก Spider-Man: Brand New Day ก็ทำไปได้สูงถึง 927 ล้านดอลลาร์แล้วในขณะนี้

เหตุผลที่แฟนๆ หลงรัก Spider-Man: Brand New Day

หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมหนังเรื่องนี้ถึงฮิตติดลมบนขนาดนี้ ทั้งที่ก่อนหน้านี้มีกระแสว่าหนังซูเปอร์ฮีโร่เริ่มจะอิ่มตัว คำตอบง่ายๆ คือความสัมพันธ์ที่ผู้ชมมีต่อตัวละคร Peter Parker ที่รับบทโดย Tom Holland ซึ่งทาง Sony Pictures ได้ออกมาเปิดเผยว่า Spider-Man: Brand New Day คือเรื่องราวที่เข้าถึงง่ายและกินใจผู้คนทุกเพศทุกวัย ไม่ว่าใครต่างก็ต้องการมิตรภาพและการเชื่อมโยงกับโลกภายนอก ซึ่งนั่นคือหัวใจสำคัญของหนังภาคนี้ครับ

  • เปิดตัวแรงด้วยรายได้ 355 ล้านดอลลาร์ในอเมริกาเหนือ
  • รายได้รวมทั่วโลกพุ่งทะยานสู่ 927 ล้านดอลลาร์
  • ได้รับกระแสตอบรับที่ดีมากทั้งจากนักวิจารณ์และผู้ชม
  • Tom Holland กลับมามอบการแสดงที่แฟนๆ ต่างรอคอย

หากถามว่าหนังจะไปหยุดที่ตรงไหน ผมเชื่อว่าด้วยแรงส่งจากรีวิวดีๆ และฐานแฟนคลับที่เหนียวแน่น เราน่าจะได้เห็นยอดรายได้ทะลุ 1 พันล้านดอลลาร์อย่างแน่นอนในสัปดาห์หน้า ถึงแม้เรายังไม่รู้ว่าท้ายที่สุดแล้วตัวเลขจะไปจบที่เท่าไหร่ แต่นี่ก็เป็นบทพิสูจน์ชั้นดีว่าเรื่องราวของไอ้แมงมุมยังมีพลังดึงดูดมหาศาลและยังมีอะไรให้เล่าอีกเยอะในอนาคตครับ ใครที่ยังไม่ได้ไปพิสูจน์ความสนุกในโรงภาพยนตร์ รีบไปจัดกันด่วนๆ เลยครับเพราะความสนุกระดับนี้พลาดไม่ได้จริงๆ

ที่มา – ‘Spider-Man: Brand New Day’ Is Already a Pretty Big Hit

ผบช.ก. เผยคดีทุจริตสอบ แจ้งข้อหาแล้ว 5 ราย จับตา อดีตอธิบดี สถ. เตรียมเข้าพบสัปดาห์นี้ จ่อชง ป.ป.ช. ฟันต่อ

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้เรามาติดตามประเด็นร้อนที่สังคมกำลังให้ความสนใจกันอย่างใกล้ชิด กับข่าวความคืบหน้ากรณีการตรวจสอบทุจริตการสอบครั้งใหญ่ ซึ่งล่าสุดทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ออกมาให้ข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับ ผบช.ก. เผยคดีทุจริตสอบ แจ้งข้อหาแล้ว 5 ราย จับตา อดีตอธิบดี สถ. เตรียมเข้าพบสัปดาห์นี้ จ่อชง ป.ป.ช. ฟันต่อ โดยถือเป็นก้าวสำคัญที่จะพิสูจน์ความโปร่งใสในระบบการสอบคัดเลือกของไทยครับ

ความคืบหน้าสำคัญ ผบช.ก. เผยคดีทุจริตสอบ แจ้งข้อหาแล้ว 5 ราย จับตา อดีตอธิบดี สถ. เตรียมเข้าพบสัปดาห์นี้ จ่อชง ป.ป.ช. ฟันต่อ

พล.ต.ท. ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลล่าสุดว่า หลังจากที่พนักงานสอบสวนได้ทำการออกหมายเรียกผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด 13 ราย ตอนนี้มีผู้ที่เดินทางเข้ามารับทราบข้อกล่าวหาแล้ว 5 ราย ส่วนที่เหลือนั้นส่วนใหญ่อยู่ระหว่างการประสานงานกับทนายความ โดยเฉพาะกรณีที่สังคมกำลังจับตามองเป็นพิเศษคือ การเตรียมเข้าพบของอดีตอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ซึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้ครับ

สำหรับรายชื่อผู้ที่เข้ามารับทราบข้อกล่าวหาแล้วนั้น ประกอบด้วย:

  • ข้าราชการที่ถูกตรวจพบในบ้านพักขณะเกิดเหตุจำนวน 4 ราย
  • บุคลากรจากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) จำนวน 1 ราย

ในส่วนของบุคลากรจาก มศว อย่างคุณเรืองเดช ศิริกิจ ผู้อำนวยการสำนักทดสอบทางการศึกษาและจิตวิทยา ก็ได้เข้ามารับทราบข้อกล่าวหาตามขั้นตอนแล้ว โดยทางเจ้าหน้าที่ระบุว่าพยานหลักฐานต่างๆ เริ่มมีความชัดเจนมากว่ามีเจ้าหน้าที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด ซึ่งถือเป็นเรื่องที่น่าเสียดายและส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนเป็นอย่างมากครับ

ขั้นตอนต่อไปหลังจากการรวบรวมหลักฐาน

หากเรามองในมุมของกระบวนการยุติธรรม ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยืนยันว่าจะเร่งรวบรวมสำนวนทั้งหมดเพื่อส่งต่อให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ดำเนินการต่อ ภายในวันที่ 12 สิงหาคมนี้ ซึ่งเราต้องติดตามกันต่อไปว่า ป.ป.ช. จะเข้ามาเป็นผู้ไต่สวนเองหรือจะมอบหมายให้ทาง บช.ก. ดำเนินการต่อจนจบกระบวนการ นี่คือบททดสอบสำคัญของระบบราชการไทยที่จะช่วยกู้คืนความศรัทธาจากสังคมได้หรือไม่

จากเหตุการณ์ ผบช.ก. เผยคดีทุจริตสอบ แจ้งข้อหาแล้ว 5 ราย จับตา อดีตอธิบดี สถ. เตรียมเข้าพบสัปดาห์นี้ จ่อชง ป.ป.ช. ฟันต่อ เราจะเห็นได้ว่าในยุคดิจิทัลที่ข้อมูลข่าวสารรวดเร็วแบบนี้ การตรวจสอบทุจริตนั้นทำได้ง่ายขึ้นผ่านพยานหลักฐานดิจิทัลและกระบวนการทำงานที่เป็นระบบมากขึ้น ผมมองว่านี่คือสัญญาณที่ดีว่าความโปร่งใสคือสิ่งจำเป็นที่สุดในยุคนี้ หากใครต้องการสอบบรรจุหรือทำอะไรก็ตาม ความเก่งและความสุจริตควรมาควบคู่กันเสมอครับ

สุดท้ายนี้ ฝากเตือนไว้เป็นอุทาหรณ์สำหรับผู้ที่คิดจะใช้วิธีทางลัดในการสอบแข่งขันว่า ไม่คุ้มค่าแน่นอนเมื่อเทียบกับชื่อเสียงและอนาคตที่ต้องเสียไป หากคุณพบเห็นการทุจริตหรือมีความคิดเห็นอย่างไรเกี่ยวกับเรื่องนี้ สามารถร่วมแสดงความเห็นกันได้เลยครับ เรามาเป็นส่วนหนึ่งของการตรวจสอบสังคมให้น่าอยู่ยิ่งขึ้นไปพร้อมกันครับ

ที่มา – ผบช.ก. เผยคดีทุจริตสอบ แจ้งข้อหาแล้ว 5 ราย จับตา อดีตอธิบดี สถ. เตรียมเข้าพบสัปดาห์นี้ จ่อชง ป.ป.ช. ฟันต่อ

กังวลเรื่องค่าน้ำ? นี่คือสิ่งที่คุณทำผิดในห้องอาบน้ำ

เคยสงสัยไหมว่าทำไมค่าน้ำที่บ้านถึงพุ่งสูงขึ้นทุกเดือน ทั้งที่ก็ไม่ได้ใช้อะไรมากมาย? บางทีปัญหาอาจไม่ได้อยู่ที่ราคาค่าน้ำ แต่มันอาจอยู่ที่พฤติกรรมเล็กๆ น้อยๆ ในห้องน้ำของคุณนั่นเอง ผลการวิจัยล่าสุดชี้ให้เห็นว่า การปรับเปลี่ยนกิจวัตรเพียงเล็กน้อยอาจช่วยคุณประหยัดเงินในกระเป๋าได้อย่างมหาศาล

กังวลเรื่องค่าน้ำ? นี่คือสิ่งที่คุณทำผิดในห้องอาบน้ำ

นักวิจัยจาก University of Surrey ได้ทำการศึกษานิสัยการอาบน้ำของผู้คนและพบความจริงที่น่าสนใจว่า สิ่งที่กำหนดปริมาณการใช้น้ำมากที่สุดไม่ใช่จำนวนสมาชิกในบ้าน แต่เป็นสิ่งที่คุณทำขณะอาบน้ำต่างหาก การศึกษาจากผู้ใช้จริงกว่า 319 ครัวเรือนระบุชัดเจนว่าพฤติกรรมบางอย่างทำให้เราเสียน้ำไปโดยใช่เหตุ

พฤติกรรมอะไรที่ทำให้เราเปลืองน้ำโดยไม่รู้ตัว

จากการเก็บข้อมูลการอาบน้ำกว่า 8,550 ครั้ง นักวิจัยพบปัจจัยหลักที่ทำให้ค่าน้ำของคุณแพงขึ้น ดังนี้:

  • การสระผมหลายรอบ: การสระผมมากกว่า 1 ครั้ง ทำให้ระยะเวลาการอาบน้ำนานขึ้นถึง 27%
  • การเปิด-ปิดน้ำบ่อยครั้ง: เชื่อไหมว่าการหยุดพักเปิดน้ำ 3 ครั้งขึ้นไป กลับทำให้คุณใช้เวลาอาบน้ำนานขึ้นถึง 20% เมื่อเทียบกับการเปิดน้ำไหลยาวๆ รวดเดียวจบ
  • ความนุ่มของน้ำ: ใครที่ใช้น้ำประปาที่มีความกระด้างน้อย (น้ำอ่อน) มักจะอาบน้ำนานกว่าปกติถึง 23% เนื่องจากความรู้สึกลื่นผิวที่ทำให้อาบน้ำนานขึ้น

หลายคนอาจจะคิดว่าการหรี่น้ำหรือปิดน้ำระหว่างฟอกตัวจะช่วยประหยัดน้ำได้ แต่ผลการวิจัยนี้กลับชี้ให้เห็นว่าในความเป็นจริง พฤติกรรมนี้กลับทำให้เราเสียเวลาในห้องน้ำมากขึ้นโดยไม่รู้ตัว การเปลี่ยนมาใช้หัวฝักบัวแบบประหยัดน้ำ หรือการจำกัดปริมาณการใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดเส้นผมให้น้อยลง อาจเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้คุณลดค่าใช้จ่ายลงได้โดยไม่ต้องฝืนตัวเองจนเกินไป

Pablo Pereira-Doel หนึ่งในทีมวิจัยกล่าวว่า เราต้องออกแบบแนวทางการประหยัดน้ำให้สอดคล้องกับพฤติกรรมของคน ไม่ใช่ขัดต่อความสะดวกสบาย เพราะถ้าวิธีประหยัดน้ำนั้นทำได้ยากเกินไป สุดท้ายเราก็จะกลับมาใช้วิธีเดิมๆ อยู่ดี การใช้เทคโนโลยีเซนเซอร์หรืออุปกรณ์เตือนระยะเวลาอาบน้ำจึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับโลกยุคใหม่

ส่วนตัวผู้เขียนเองเริ่มสังเกตตัวเองแล้วว่า บางทีการร้องเพลงในห้องน้ำอาจเป็นปัจจัยลับที่ทำให้เราเพลินจนลืมปิดน้ำหรือเปล่า? หากคุณต้องการลดค่าน้ำอย่างจริงจัง ลองเริ่มจากการสระผมรอบเดียวดูสิครับ แล้วคุณจะเห็นความเปลี่ยนแปลงของตัวเลขในใบแจ้งหนี้แน่นอน!

ที่มา – Worried About Water Bills? Here’s What You’re Doing Wrong in the Shower

Inde Navarrette อาจเป็น Mystique คนถัดไปของ MCU

สวัสดีแฟนหนังซูเปอร์ฮีโร่ทุกคนครับ! วันนี้เรามีข่าวที่น่าตื่นเต้นจากฝั่ง Marvel มาอัปเดตกัน โดยเฉพาะใครที่เป็นแฟนตัวยงของ X-Men ต้องห้ามพลาด เพราะมีกระแสข่าวลือหนาหูว่า Inde Navarrette อาจเป็น Mystique คนถัดไปของ MCU หลังจากที่เธอได้มีโอกาสพูดคุยกับผู้กำกับอย่าง Jake Schreier ไปเมื่อไม่นานมานี้

Inde Navarrette อาจเป็น Mystique คนถัดไปของ MCU

จากการเปิดเผยบนพอดแคสต์ Up Next ของ Variety นักแสดงสาวมากฝีมืออย่าง Inde Navarrette ได้ออกมายอมรับว่าเธอได้เข้าพบทีมงานเพื่อพูดคุยถึงโปรเจกต์ X-Men ในอนาคต เมื่อถูกถามถึงบทบาทที่เธอสนใจ เธอได้ตอบอย่างชัดเจนว่า “Mystique เป็นตัวละครที่เท่เสมอมา” ซึ่งคำตอบนี้เองที่ทำให้แฟน ๆ ต่างคาดเดากันว่า Inde Navarrette อาจเป็น Mystique คนถัดไปของ MCU อย่างที่หลายคนรอคอย

ทำไม Inde Navarrette ถึงเหมาะกับบท Mystique?

การมารับบท Mystique ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะตัวละครนี้มีความซับซ้อน ทั้งในแง่ของพลังพิเศษและการแสดงอารมณ์ผ่านรูปลักษณ์ที่เปลี่ยนไปมา หาก Inde ได้รับบทนี้จริง ก็น่าจะเป็นก้าวที่ยิ่งใหญ่ในอาชีพนักแสดงของเธอเลยทีเดียว นอกจากข่าวนี้แล้ว ในวงการบันเทิงยังมีเรื่องราวอื่น ๆ ที่น่าสนใจไม่แพ้กัน:

  • Fast Forever: Vin Diesel ออกมาการันตีว่าบทภาพยนตร์ภาคนี้คือบทที่ดีที่สุดที่เขาเคยอ่านมาในรอบหลายทศวรรษ
  • Street Fighter: แฟนเกมต้องกรี๊ดกับคลิป Ryu ปล่อยพลัง Hadouken สุดอลังการ
  • The Batman, Part II: มีเบาะแสจากโมเดลเขาวงกตที่ Luke Hull แชร์บน Instagram ยืนยันการมาถึงของ Court of Owls
  • ซีรีส์สยองขวัญ: อัปเดตภาพใหม่จาก Carrie และ Crystal Lake ที่ทำเอาแฟนสายหลอนต้องจับตามอง

นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลจากซีรีส์ดังอย่าง House of the Dragon ที่กำลังจะถึงตอนจบซีซัน 3 รวมถึงตัวอย่างใหม่ของ Robot Chicken ที่จะมาสร้างเสียงหัวเราะให้กับเราเร็วๆ นี้ ส่วนตัวผมคิดว่าหาก Inde Navarrette ได้สวมบทบาทเป็น Mystique จริงๆ คงจะช่วยสร้างสีสันและมิติใหม่ให้กับแฟรนไชส์ X-Men ได้อย่างแน่นอนครับ แล้วเพื่อนๆ ล่ะครับ คิดเห็นอย่างไรกับการเลือกนักแสดงครั้งนี้ หรือมีใครในใจที่อยากให้มารับบทนี้มากกว่ากัน ลองคอมเมนต์มาคุยกันได้นะครับ!

ที่มา – Inde Navarrette Could Be the MCU’s Next Mystique

กทม. กางแผนรับมือฝนตกหนัก-น้ำท่วม สั่งตั้งศูนย์บรรเทาภัย 50 เขต พร้อมประสานปริมณฑลจัดการน้ำไร้รอยต่อ

ช่วงนี้ใครที่ต้องเดินทางในกรุงเทพฯ คงพอจะสัมผัสได้ว่าฝนฟ้าอากาศบ้านเราเอาแน่เอานอนไม่ได้เลยใช่ไหมครับ ล่าสุดทาง กทม. ไม่รอช้า ออกมาเปิดเผยถึงความพร้อมในการรับมือกับฤดูฝนแบบจัดเต็ม โดยเฉพาะการประกาศใช้แผนรับมือฝนตกหนักเพื่อป้องกันน้ำท่วมขังในเขตเมือง วันนี้เราจะมาสรุปประเด็นสำคัญที่น่าสนใจให้ทุกคนได้ทราบกันครับว่า กทม. เตรียมตัวอย่างไรบ้าง

กทม. กางแผนรับมือฝนตกหนัก-น้ำท่วม สั่งตั้งศูนย์บรรเทาภัย 50 เขต พร้อมประสานปริมณฑลจัดการน้ำไร้รอยต่อ

ทาง กทม. ได้ยกระดับการทำงานให้เข้มข้นขึ้นด้วยการจัดตั้งศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมให้ครอบคลุมทั้ง 50 สำนักงานเขตครับ เป้าหมายหลักคือการทำให้การช่วยเหลือประชาชนเป็นไปอย่างรวดเร็วและตรงจุดที่สุด โดยมีการเตรียมพร้อมรับมือในหลายมิติ ดังนี้ครับ

  • การจัดการจุดเสี่ยง: มุ่งเน้นไปที่พื้นที่ลุ่มต่ำและชุมชนริมคลอง พร้อมกำชับให้ลอกท่อระบายน้ำตามซอยย่อยเพื่อป้องกันปัญหาขยะอุดตัน
  • หน่วยเคลื่อนที่เร็ว (BEST): มีการจัดทีมเจ้าหน้าที่พร้อมรับมือกรณีรถเสียหรือเกิดเหตุฉุกเฉินบนถนนในช่วงฝนตกหนัก
  • ระบบบริหารจัดการน้ำ: ตรวจสอบสถานีสูบน้ำกว่า 200 แห่ง อุโมงค์ระบายน้ำ และประตูระบายน้ำให้พร้อมใช้งาน 100% ตลอด 24 ชั่วโมง

ก้าวสำคัญสู่การจัดการน้ำไร้รอยต่อ

นอกจากการเตรียมความพร้อมภายในกรุงเทพฯ แล้ว สิ่งที่น่าสนใจคือความร่วมมือกับจังหวัดปริมณฑลครับ กทม. กางแผนรับมือฝนตกหนัก-น้ำท่วม สั่งตั้งศูนย์บรรเทาภัย 50 เขต พร้อมประสานปริมณฑลจัดการน้ำไร้รอยต่อ ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้การระบายน้ำจากพื้นที่ตอนบนออกสู่ทะเลเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลระดับน้ำและการบริหารจัดการประตูระบายน้ำร่วมกับกรมชลประทาน เพื่อให้มั่นใจว่าทุกเขตในกรุงเทพฯ จะได้รับผลกระทบน้อยที่สุด

ในฐานะที่เราเป็นชาวเมืองที่ต้องเผชิญกับสถานการณ์น้ำท่วมขังบ่อยครั้ง การเตรียมตัวของภาครัฐในครั้งนี้ถือว่ามีความเป็นระบบและทันสมัยมากขึ้นครับ โดยเฉพาะการใช้เทคโนโลยีเรดาร์ตรวจสอบกลุ่มฝนแบบเรียลไทม์ ซึ่งช่วยให้เราสามารถวางแผนการเดินทางได้แม่นยำขึ้น

สำหรับใครที่กังวลเรื่องสถานการณ์น้ำ อยากให้ติดตามข่าวสารผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียของ @BKK_BEST อยู่เสมอ หรือถ้าเจอจุดน้ำท่วมขังก็สามารถแจ้งผ่านแอปพลิเคชัน Traffy Fondue ได้ทันทีครับ การมีส่วนร่วมของประชาชนควบคู่ไปกับแผนงานที่ดีจาก กทม. จะช่วยให้เราผ่านพ้นฤดูฝนนี้ไปได้อย่างปลอดภัย

สุดท้ายนี้ ผมมองว่าเทรนด์การใช้ Data มาบริหารจัดการเมืองแบบนี้ จะเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้กรุงเทพฯ รับมือกับภัยพิบัติได้ดียิ่งขึ้นในอนาคต ขอให้ทุกคนเดินทางปลอดภัยในช่วงฝนตกนะครับ

ที่มา – กทม. กางแผนรับมือฝนตกหนัก-น้ำท่วม สั่งตั้งศูนย์บรรเทาภัย 50 เขต พร้อมประสานปริมณฑลจัดการน้ำไร้รอยต่อ

ฮอลลีวูดเตรียมสร้างภาพยนตร์ Action Man ฉบับคนแสดง

หลังจากความสำเร็จของภาพยนตร์อย่าง Barbie ที่กวาดรายได้ถล่มทลายและกระแสหนังจากของเล่นที่กำลังมาแรงอย่าง Matchbox ทำให้สตูดิโอต่างหันกลับมามองคลังของเล่นในอดีตเพื่อนำมาดัดแปลงเป็นภาพยนตร์อีกครั้ง ล่าสุดถึงคิวของ Action Man ตุ๊กตาแอ็กชันฟิกเกอร์สุดโด่งดังจากฝั่งสหราชอาณาจักรที่กำลังจะถูกนำมาขึ้นจอเงินในเร็วๆ นี้

ฮอลลีวูดเตรียมสร้างภาพยนตร์ Action Man ฉบับคนแสดง

ตามรายงานจาก The Hollywood Reporter ได้ระบุว่า Hasbro ได้จับมือร่วมกับค่าย Working Title เพื่อเตรียมพัฒนาโปรเจกต์ Action Man โดยได้ดึงตัวมือเขียนบทมือทองอย่าง Anthony Seliitti จากทีมงาน X-Men ’97 และ Simon Hatt ผู้เคยผ่านงานโปรดิวเซอร์จาก Guardians of the Galaxy และ The Suicide Squad มาร่วมสรรค์สร้างเนื้อเรื่องให้เข้มข้นสมกับการรอคอย

ความเป็นมาของ Action Man ก่อนเข้าสู่โลกภาพยนตร์

หากย้อนกลับไป Action Man ถูกสร้างขึ้นครั้งแรกโดยบริษัทของเล่นสัญชาติอังกฤษอย่าง Palitoy ในปี 1966 โดยได้รับแรงบันดาลใจมาจาก G.I. Joe ของฝั่งอเมริกา ซึ่งเน้นภาพลักษณ์ของอาชีพสุดแมนๆ อย่าง ทหาร นักบิน หรือกะลาสีเรือ ก่อนจะถูกปรับเปลี่ยนมาเป็นแนวผจญภัยในช่วงยุค 90 ซึ่งสร้างความนิยมอย่างมากในหมู่เด็กๆ ฝั่งยุโรป

  • Hasbro พยายามปลุกปั้นโปรเจกต์นี้มาตั้งแต่ปี 2012
  • เนื้อเรื่องจะเน้นความตื่นเต้นและการผจญภัย
  • ทีมงานเบื้องหลังประกอบด้วยมือเขียนบทจาก Marvel

ความพยายามในการนำ Action Man มาสร้างเป็นหนังนั้นไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะเมื่อสิบกว่าปีก่อน Hasbro เคยมีแผนนี้มาแล้วแต่ต้องพับเก็บไปเนื่องจากปัญหาด้านการผลิตและทิศทางของสตูดิโอ แต่ด้วยกระแสการนำของเล่นมาสร้างหนังในปัจจุบันที่กำลังกลับมาได้รับความนิยมอีกครั้ง บวกกับความต้องการของแฟนๆ ที่อยากเห็นหนังแนวสายลับผจญภัยแบบ James Bond ในสไตล์ที่เข้าถึงง่ายขึ้น นี่จึงเป็นจังหวะที่ดีที่สุดที่ Action Man จะปรากฏตัวบนจอภาพยนตร์

เราคงต้องติดตามกันต่อไปว่า การตีความใหม่ของตุ๊กตาในตำนานตัวนี้จะออกมาเป็นอย่างไร จะเป็นภาพยนตร์แอ็กชันฟอร์มยักษ์ที่จะมาครองใจผู้ชมทั่วโลกได้เหมือนตุ๊กตาบาร์บี้หรือไม่ หากมีอัปเดตเพิ่มเติมเราจะรีบนำมาแจ้งให้ทราบทันทีครับ คุณล่ะคิดว่าใครเหมาะจะมารับบทนำในเรื่องนี้?

ที่มา – Hollywood Sets Its Sights On an ‘Action Man’ Movie

ผบ.ตร. สั่งสอบปมผู้ต้องหาฆ่าพี่น้องรัสเซียซัดทอดรับยาเสพติดจากตำรวจ ลงโทษวินัย-อาญาเด็ดขาด

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้เรามาติดตามประเด็นร้อนที่เป็นกระแสสังคมอยู่ในขณะนี้ เกี่ยวกับคดีสะเทือนขวัญการฆาตกรรมสองพี่น้องชาวรัสเซียที่จังหวัดชลบุรี ซึ่งล่าสุดมีประเด็นฉาวโฉ่ที่สร้างความตกตะลึงให้กับประชาชนเป็นอย่างมาก เมื่อผู้ต้องหาได้ออกมาให้การซัดทอดว่าได้รับยาเสพติดมาจากเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ งานนี้บอกเลยว่าทำเอาวงการสีกากีสั่นสะเทือนอีกครั้งครับ

ล่าสุด พล.ต.ท. ไตรรงค์ ผิวพรรณ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ออกมาเปิดเผยความคืบหน้าเรื่องนี้ว่า พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ได้สั่งการด่วนให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างเร่งด่วนที่สุดครับ เพราะถือเป็นเรื่องที่ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อองค์กรตำรวจโดยตรง

ผบ.ตร. สั่งสอบปมผู้ต้องหาฆ่าพี่น้องรัสเซียซัดทอดรับยาเสพติดจากตำรวจ ลงโทษวินัย-อาญาเด็ดขาด

จากคำสั่งของ ผบ.ตร. ที่เน้นย้ำเรื่องความโปร่งใสในครั้งนี้ ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่น่าจับตามองอย่างยิ่งครับ โดยทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ยืนยันว่า หากผลการสอบสวนพบว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจคนใดเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะด้วยการเป็นผู้สนับสนุน หรือรู้เห็นเป็นใจในคดีดังกล่าว จะต้องถูกผบ.ตร. สั่งสอบปมผู้ต้องหาฆ่าพี่น้องรัสเซียซัดทอดรับยาเสพติดจากตำรวจ ลงโทษวินัย-อาญาเด็ดขาด โดยไม่มีการละเว้นแน่นอนครับ เพื่อเป็นการเรียกคืนความยุติธรรมให้กับผู้เสียชีวิตและสังคมไทย

ประเด็นสำคัญที่สังคมกำลังจับตามอง:

  • การตรวจสอบความเชื่อมโยงระหว่างผู้ต้องหาคดีฆาตกรรมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ
  • กระบวนการสอบสวนที่ต้องมีความยุติธรรมและโปร่งใสตรวจสอบได้
  • บทลงโทษที่จะเกิดขึ้นจริง หากพบว่ามีการกระทำผิดทางอาญาและวินัย

เราต้องยอมรับครับว่าในยุคดิจิทัลที่ข้อมูลข่าวสารไปไวแบบนี้ การที่ ผบ.ตร. สั่งสอบปมผู้ต้องหาฆ่าพี่น้องรัสเซียซัดทอดรับยาเสพติดจากตำรวจ ลงโทษวินัย-อาญาเด็ดขาด ถือเป็นการแสดงออกถึงความกล้าหาญในการจัดการกับปัญหาภายในองค์กร ซึ่งนับเป็นสัญญาณที่ดีในการปฏิรูปตำรวจให้มีความโปร่งใสมากขึ้นครับ

มุมมองจากผู้ติดตามข่าวสาร

ในมุมมองของผม การที่ ผบ.ตร. ออกมาสั่งการด้วยตัวเองในประเด็นนี้ แสดงให้เห็นว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติไม่ได้เพิกเฉยต่อปัญหาที่เกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม ประชาชนยังคงเฝ้ารอคอยบทสรุปว่ากระบวนการสอบสวนจะนำไปสู่การเอาผิดผู้กระทำผิดได้จริงหรือไม่ เพราะการรักษามาตรฐานขององค์กรตำรวจในสายตาชาวโลกเป็นเรื่องสำคัญมาก โดยเฉพาะคดีที่เกี่ยวข้องกับชาวต่างชาติแบบนี้ครับ

สรุปทิ้งท้าย: ผมเชื่อว่าการทำความจริงให้ปรากฏคือทางออกที่ดีที่สุดสำหรับเหตุการณ์นี้ ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร หากทำผิดกฎหมายก็ต้องรับโทษตามกระบวนการยุติธรรม เพื่อให้สังคมไทยเป็นพื้นที่ที่ปลอดภัยสำหรับทุกคนครับ หากมีความคืบหน้าเกี่ยวกับผลการตรวจสอบนี้อย่างไร ผมจะรีบนำมาอัปเดตให้เพื่อนๆ ทราบอีกแน่นอนครับ!

ที่มา – ผบ.ตร. สั่งสอบปมผู้ต้องหาฆ่าพี่น้องรัสเซียซัดทอดรับยาเสพติดจากตำรวจ ลงโทษวินัย-อาญาเด็ดขาด

แว่นตา Apple พัฒนาเป็นอุปกรณ์ฟิตเนสเหมือน Apple Watch

เชื่อว่าหลายคนคงเคยเห็นปรากฏการณ์ที่สินค้าของ Apple เริ่มต้นจากการเป็นอุปกรณ์ที่ดูแปลกใหม่ แต่สุดท้ายกลับกลายเป็นไอเทมสุดฮิตในวงการออกกำลังกาย ยกตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดคงหนีไม่พ้น Apple Watch หรือย้อนไปไกลถึงยุค iPod Shuffle ที่ตอนแรกหลายคนมองว่าเล็กเกินไป แต่กลับกลายเป็นอุปกรณ์โปรดของสายวิ่งและสายลุยมาจนถึงทุกวันนี้ ล่าสุดมีรายงานว่า Apple กำลังเดินตามรอยความสำเร็จนั้นด้วยการพัฒนาแว่นตาอัจฉริยะให้เป็นอุปกรณ์เพื่อสุขภาพโดยเฉพาะ

แว่นตา Apple พัฒนาเป็นอุปกรณ์ฟิตเนสเหมือน Apple Watch

จากข้อมูลของ Mark Gurman ผู้สื่อข่าวสายวงในจาก Bloomberg ระบุว่า Apple กำลังวางแผนนำเทคโนโลยีแว่นตาและชุดหูฟังมาปรับใช้ให้เป็นอุปกรณ์ด้านสุขภาพและฟิตเนส ซึ่งกลยุทธ์นี้ถือว่าน่าสนใจมาก เพราะ Apple เองก็กังวลเรื่องภาพลักษณ์ที่คนมักจะมองว่าแว่นตาที่มีกล้องอาจดูน่ากลัวหรือเป็นการละเมิดความเป็นส่วนตัว การเปลี่ยนจุดเน้นไปที่การดูแลสุขภาพจึงเป็นวิธีสร้างมูลค่าที่ดูเป็นมิตรและเป็นประโยชน์ต่อผู้ใช้งานมากกว่า

ทำไมแว่นตา Apple พัฒนาเป็นอุปกรณ์ฟิตเนสเหมือน Apple Watch ถึงน่าจับตา?

การเคลื่อนไหวนี้ไม่ใช่แค่ข่าวลือ เพราะ Apple ได้เริ่มประกาศรับสมัครงานในตำแหน่งที่เกี่ยวข้องกับการออกแบบประสบการณ์ด้านสุขภาพและการออกกำลังกายสำหรับสินค้ากลุ่ม Vision ซึ่งแสดงให้เห็นว่าบริษัทมีความตั้งใจจริงในการผลักดันเรื่องนี้ โดยมีความเป็นไปได้ว่า:

  • การติดตามสุขภาพ: แว่นตาอาจมาพร้อมเซ็นเซอร์ที่ช่วยวัดอัตราการเต้นของหัวใจหรือติดตามการเคลื่อนไหวของร่างกาย
  • ประสบการณ์ออกกำลังกาย: เปลี่ยนการออกกำลังกายที่น่าเบื่อให้กลายเป็นประสบการณ์เสมือนจริงที่สนุกขึ้น
  • การเปลี่ยนความกังวลให้เป็นประโยชน์: ลดปัญหาเรื่องกล้องที่คนมองว่าคุกคามความเป็นส่วนตัว ด้วยการเน้นฟังก์ชันสุขภาพแทน

แม้ว่าโปรเจกต์ Vision Pro รุ่นแรกๆ จะเคยมีแนวคิดเรื่องฟิตเนส แต่ด้วยข้อจำกัดด้านน้ำหนักที่มากเกินไปจนทำให้ผู้ใช้งานปวดคอ Apple จึงตัดสินใจพักแผนนั้นไว้ก่อนเพื่อรอการพัฒนาอุปกรณ์รุ่นที่น้ำหนักเบาและสวมใส่สบายกว่าเดิม คาดว่าเราอาจจะได้เห็นฟีเจอร์ฟิตเนสเหล่านี้ในรุ่นถัดไปของแว่นตา Apple ซึ่งถือเป็นทิศทางที่น่าสนใจมากสำหรับผู้ที่รักสุขภาพ

ในอนาคต หาก Apple สามารถเปลี่ยนแว่นตาให้เป็นอุปกรณ์คู่ใจเหมือนกับ Apple Watch ที่เราใส่กันทุกวันนี้ได้จริงๆ มันคงเป็นก้าวสำคัญของวงการ Wearable แน่นอน ส่วนตัวผมมองว่าการนำเทคโนโลยี Augmented Reality มาผสมผสานกับการวัดค่าทางกายภาพจะช่วยยกระดับการออกกำลังกายไปอีกขั้น และทำให้การดูแลสุขภาพเป็นเรื่องที่สนุกและจับต้องได้มากขึ้นครับ

ที่มา – Apple’s Glasses Are Reportedly Being Developed as Fitness Devices Like the Apple Watch