ผู้เขียน: lalika69_admin

โปรเจกต์คริปโตเปิดเผยเกาหลีเหนือแฮก 285 ล้าน

โปรเจกต์คริปโตเปิดเผยเกาหลีเหนือแฮก 285 ล้าน

สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ทีมงานโปรเจกต์ Drift ซึ่งเป็นโปรโตคอลซื้อขายฟิวเจอร์สแบบ perpetual บนบล็อกเชน Solana ได้อัปเดตความคืบหน้าของการแฮกที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 1 เมษายน รายงานชี้ว่าการโจมตีนี้มาจากปฏิบัติการข่าวกรองที่ยาวนาน 6 เดือน โดยกลุ่มแฮกเกอร์อาชญากรที่เชื่อมโยงกับรัฐบาลเกาหลีเหนือ แม้บางคนจะตำหนิทีม Drift ว่าประมาทหรือแย่กว่านั้นก็ตาม

โปรเจกต์คริปโตเปิดเผยเกาหลีเหนือแฮก 285 ล้าน

การแฮกครั้งนี้สูญเสียเงินราว 285 ล้านดอลลาร์จากพูลสตอเรจของ Drift ซึ่งเก็บ stablecoin อย่าง USDC, JLP, SOL และสินทรัพย์คริปโตอื่นๆ สองบริษัทติดตามบล็อกเชนอย่าง TRM Labs และ Elliptic ได้ถอดรหัสลำดับเหตุการณ์ทั้งหมด

ทุกอย่างเริ่มต้นกลางเดือนมีนาคม 2026 แฮกเกอร์เคลื่อนย้ายเงินผ่านบริการผสมอย่าง Tornado Cash เพื่อปกปิดร่องรอย และตั้งบัญชีพิเศษสำหรับเตรียมธุรกรรมล่วงหน้า วันที่ 27 มีนาคม ทีมรักษาความปลอดภัยของ Drift เปลี่ยนระบบอนุมัติใหม่ ใช้เพียง 2 จาก 5 ผู้ถือกุญแจในการอนุมัติการเปลี่ยนแปลงใหญ่ และยกเลิกช่วงเวลารอที่อาจกระตุ้นการแจ้งเตือน จากนั้นแฮกเกอร์สร้างโทเค็นปลอม CarbonVote Token (CVT) กว่า 750 ล้านหน่วย แล้ว操纵การซื้อขายให้เครื่องมือตรวจราคาของ Drift มองว่าโทเค็นไร้ค่าพวกนี้เป็นหลักประกันที่มีมูลค่าสูง สามารถถอนเงินจำนวนมหาศาลได้

วันที่ 1 เมษายน พวกเขายิงธุรกรรมที่เตรียมไว้ล่วงหน้า เพิ่มโทเค็นปลอมลงแพลตฟอร์ม ยกเพดานกู้ ปล่อยโทเค็นปลอมนับร้อยล้านหน่วย และดูดสินทรัพย์จริงผ่านการถอน 31 ครั้งรวดเร็ว กระบวนการทั้งหมดใช้เวลาแค่ 12 นาที จากนั้นสลับเงินที่ขโมยเป็น USDC บน exchange Solana และย้ายไป Ethereum เพื่อปกปิด

ผมขอร้องให้ทุกคนในวงการคริปโตอ่านรายงานนี้ให้จบ ผมคิดว่าจะเป็นแค่ social engineering ธรรมดาๆ แบบชวนงานหรือ recruiter แต่ผิดถนัด ความลึกของปฏิบัติการและตัวละครปลอมทำให้ผมคิดว่าพวกเขาคงล็อกทีมอื่นๆ ไว้หลายทีมแล้ว 😳 ลิงก์

วิธีการนี้คล้ายกับการโจมตี Resolv protocol ล่าสุด ที่แฮกเกอร์ควบคุม AWS signing key มินต์ USR เกือบ 80 ล้านหน่วยจากหลักประกันไม่กี่แสนดอลลาร์ และถอน 25 ล้านดอลลาร์ ทั้งสองกรณีอาศัยการเข้าถึง private key ผสมกับการออกสินทรัพย์เกินขีดจำกัด

หลักฐานชี้เกาหลีเหนือในโปรเจกต์คริปโตเปิดเผยเกาหลีเหนือแฮก 285 ล้าน

TRM Labs และ Elliptic ระบุความเชื่อมโยงเกาหลีเหนือภายในไม่กี่วัน ด้วยการเตรียม on-chain ที่ตรงเวลาท้องถิ่นเปียงยาง และพฤติกรรมคล้าย DPRK ก่อนหน้า อัปเดตสาธารณะของ Drift บน X เผยรายละเอียดปฏิบัติการ 6 เดือน ตั้งแต่ฤดูใบไม้ร่วง 2025 บุคคลปลอมตัวเป็นตัวแทนบริษัทเทรดเชิงปริมาณ เข้าติดต่อผู้ร่วมงาน Drift ที่งานคอนเฟอเรนซ์ใหญ่ จัดกลุ่ม Telegram พูดคุยกลยุทธ์เทรดและ vault integration ฝากเงินกว่า 1 ล้านดอลลาร์ใน Ecosystem Vault หลังแฮก ลบประวัติทั้งหมด

ฟอเรนซิกชี้ 3 ช่องทาง private key: ผู้ร่วมงานคนหนึ่งโคลน repo ที่มีช่องโหว่ VSCode/Cursor ให้รันโค้ดเงียบๆ คนที่สองดาวน์โหลด TestFlight app ที่แสร้งเป็น wallet ช่องที่สามอยู่ระหว่างสอบสวน ทีม SEAL 911 มั่นใจระดับกลาง-สูงว่าเป็นกลุ่มเดียวกับแฮก Radiant Capital ตุลาคม 2024 ผู้เกี่ยวข้องตัวจริงไม่ใช่เกาหลีเหนือแต่ตัวกลาง ซึ่งเป็นเทคนิค DPRK

ยิ่งคิดยิ่งโมโห นี่คือ civil negligence ชัดๆ Drift จัดการเงินผู้ใช้หลายร้อยล้าน รู้ว่าคริปโตเต็มไปด้วยแฮกเกอร์ แต่…ลิงก์

บางคนตั้งคำถามว่าทำไมโปรโตคอลขนาดนี้ถึงอนุญาตดาวน์โหลดแอปไม่ผ่านการตรวจบนเครื่อง multi-sig ขาดการแยก dev env กับ signing key ทนายคริปโต Ariel Givner บน X ชี้ว่าเป็นประมาทร้ายแรง แต่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าปฏิบัติการ 6 เดือนแบบนี้บ่งชี้ว่าอาจมีเป้าหมายอื่นๆ อยู่แล้ว

เกาหลีเหนือพึ่งพาการขโมยคริปโตมานาน เช่น Ronin 2022 กว่า 600 ล้าน ปี 2025 ขโมย 2.02 พันล้านดอลลาร์ตาม Chainalysis คริปโตเอื้อให้กลุ่มข่าวกรองลงทุนสร้างความไว้วางใจนานๆ ก่อนตี

โปรเจกต์คริปโตเปิดเผยเกาหลีเหนือแฮก 285 ล้าน ทำให้เห็นว่าความเสี่ยงในวงการยังสูง ทีมพัฒนาควรเสริมความปลอดภัยแบบ multi-layer และตรวจสอบคู่ค้าอย่างเข้มงวด คุณคิดว่าปฏิบัติการแบบนี้จะหยุดได้ไหม? ติดตามข่าวคริปโตและเคล็ดลับป้องกันแฮกกับเราต่อไปเพื่อไม่พลาดอัปเดตล่าสุด!

ที่มา – Crypto Project Details Alleged 6-Month North Korean Intel Op Behind $285 Million Hack

กลโกงลงทุนคริปโตแพงที่สุดในสหรัฐฯ ปี 2025

ในปี 2025 ชาวอเมริกันสูญเสียเงินถึง 7.2 พันล้านดอลลาร์จาก กลโกงลงทุนคริปโตแพงที่สุดในสหรัฐฯ ปี 2025 ตามรายงานใหม่จาก FBI ซึ่งทำให้กลายเป็นแหล่งสูญเสียทางการเงินอันดับหนึ่งจากคดี诈骗ที่รายงานให้หน่วยงานนี้ในปีที่ผ่านมา หลายคนไม่แจ้งความกับ FBI หลังถูกหลอก ดังนั้นตัวเลขจริงน่าจะสูงกว่านี้มาก

กลโกงลงทุนคริปโตแพงที่สุดในสหรัฐฯ ปี 2025

ข่าวนี้มาจากรายงานประจำปี 2025 ของ Internet Crime Complaint Center (IC3) จาก FBI ที่เผยแพร่เมื่อวันจันทร์ นี้ รายงานติดตามไม่เพียงกลโกงลงทุนคริปโต แต่ยังรวมถึงการหลอกลวงผู้สูงอายุทางออนไลน์ และการโจมตี ransomware อีกด้วย FBI ได้รับเรื่องร้องเรียนทั้งหมด 1,008,597 ราย ในปี 2025 เพิ่มจาก 859,532 รายในปี 2024 โดยยอดสูญเสียรวมกว่า 20 พันล้านดอลลาร์

การ诈骗ลงทุนเป็นประเภทที่พบบ่อยที่สุด คิดเป็น 49% ของเรื่องร้องเรียนทางไซเบอร์ทั้งหมดในปี 2025 โดยส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับ กลโกงลงทุนคริปโตแพงที่สุดในสหรัฐฯ ปี 2025

วิธีการทำงานของเหล่ามิจฉาชีพ

ผู้หลอกลวงลงทุนคริปโตพยายามทำให้ดูเหมือนธุรกิจที่ถูกกฎหมาย โดยสัญญากำไรสูงลิ่วให้เหยื่อที่ไม่สงสัย เหยื่อมักถูกติดต่อผ่านช่องทางต่างๆ เช่น ข้อความ สื่อสังคมออนไลน์ โฆษณา Google และแอปหาคู่ บางครั้งมิจฉาชีพสร้างเว็บไซต์ปลอมให้ดูเหมือนแพลตฟอร์มลงทุน ที่เหยื่อสามารถส่งคริปโตไปและเห็นกำไรเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

สิ่งที่เหยื่อไม่รู้คือ ตัวเลขที่เพิ่มขึ้นนั้นปลอมทั้งหมด คริปโตที่ส่งไปตกอยู่ในมือมิจฉาชีพแล้ว และยอดในบัญชีปลอมนั้นไม่ใช่ของจริง ไม่ว่าจะเป็น bitcoin, ether หรือ shitcoins อื่นๆ แต่เมื่อตัวเลขขึ้น มิจฉาชีพจะกระตุ้นให้ “ลงทุน” เพิ่ม

พอพยายามถอนเงินล่ะ? นั่นแหละจุดที่เริ่มสงสัย เพราะมักมีข้ออ้างเสมอ และส่วนใหญ่จะบอกว่าต้องจ่ายค่าธรรมเนียมถอนเงิน

AI เข้ามาเกี่ยวข้องในรายงาน FBI

FBI ออกรายงาน IC3 มา 25 ปีแล้ว และปี 2025 เป็นปีแรกที่มีส่วนเกี่ยวกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยได้รับเรื่องร้องเรียน 22,364 รายจากอาชญากรรมที่ใช้ AI สูญเสีย 893 ล้านดอลลาร์ แต่ตัวเลขนี้น่าจะต่ำกว่าความจริงมาก เพราะหลายคนไม่แจ้ง FBI และบางคนไม่รู้ตัวว่าถูก AI ช่วยหลอก

มิจฉาชีพใช้ AI สร้างเสียงปลอม วิดีโอ deepfake หรือเอกสารปลอมจากเครื่องมือ generative AI เพื่อให้ดูน่าเชื่อถือ Elon Musk เป็นบุคคลที่ถูกปลอมบ่อยที่สุดในการหลอกคริปโต ตามที่ Gizmodo รายงานใน ช่วงหลายปีที่ผ่านมา มิจฉาชีพแสร้งเป็น CEO Tesla เพื่อหลอกให้ลงทุนในธุรกิจของเขาด้วยคริปโต

Gizmodo ยื่นคำร้อง Freedom of Information Act ต่อ FTC ในปี 2024 เผยเรื่องราว จากเหยื่อที่ถูกปลอมเป็น Elon Musk หรือคนใกล้ชิด เช่น ชาวมิชิแกนวัย 50 ต้นๆ สูญ 700,000 ดอลลาร์

เรื่องนี้โดดเด่นด้วยยอดสูญเสีย แต่เทคนิคทั่วไป ดังนั้นควรยกมาทั้งหมด:

ปลายเดือนมิถุนายน 2023 ผมตอบโฆษณา day trading ของ Elon Musk บน Instagram ได้รับโทรศัพท์จากคนๆ หนึ่ง แล้วเริ่มเทรดออนไลน์กับ XT-BestSolutions ผมติดต่อกับคนคนเดียว [redacted] ผ่าน Viber เขาบอกว่าอยู่บาร์เซโลนา สเปน เขาคำแนะนำการเทรดทุกวันบนแพลตฟอร์ม XT-BestSolutions

เขาคำแนะนำโอนเงินจากบัญชี Huntington Bank สหรัฐฯ ผ่าน crypto wallet ไปยังแพลตฟอร์ม ทั้งหมดแปลง USD เป็นคริปโต

ตั้งแต่ 30 มิ.ย. 2023 ถึงปัจจุบัน ผมโอน 700,000 ดอลลาร์ไปยังบัญชี XT-BestSolutions บริษัทเครดิตกำไร 200,000 ดอลลาร์ให้ แม้มีเงินกว่า 700,000 ในบัญชี แต่ถอนไม่ได้จนกว่าจะเติมอีก 200,000 เพื่อครอบคลุมเครดิตนี้ แล้วจะถอน 900,000 ได้ทั้งหมด (ตามที่เขาบอก)

เริ่มสงสัยเพราะหาข้อมูลบริษัทไม่ได้ เช่น ที่อยู่ อีเมล ติดต่ออื่นนอกจากเบอร์และคนนี้ [redacted] นักบัญชีแนะนำแจ้ง FBI ก่อนโอนเพิ่ม

กลโกงคริปโตอื่นๆ ใช้คนดังอย่าง Johnny Depp หรือ Donald Trump ส่วน romance scams หรือ pig butchering มิจฉาชีพแสร้งเป็นคนหล่อสวย ล่อด้วยความรักแล้วให้คำแนะ “ลงทุน”

เหยื่อควรแจ้ง FBI แต่ระวังมิจฉาชีพแสร้งเป็นเจ้าหน้าที่ FBI โดยเฉพาะพนักงาน IC3 ดังที่รายงาน

  • ตรวจสอบแหล่งที่มาของการติดต่อเสมอ
  • อย่าโอนเงินคริปโตให้คนแปลกหน้า
  • ใช้แพลตฟอร์มลงทุนที่ถูกกฎหมายเท่านั้น
  • หากสงสัย รายงานทันที

สรุปแล้ว กลโกงลงทุนคริปโตแพงที่สุดในสหรัฐฯ ปี 2025 สอนให้เราต้องระมัดระวังมากขึ้น อย่าหลงเชื่อสัญญากำไรสูงง่ายๆ เพื่อปกป้องเงินของคุณ ตรวจสอบทุกอย่างให้ดีก่อนลงทุน และแบ่งปันข้อมูลนี้ให้เพื่อนๆ รับทราบ!

ที่มา – Crypto Investment Scams Were the Most Costly Type of Fraud in the U.S. in 2025

เอ็ม ดิสทริค จัดใหญ่! “ไทยหรรษา มหาสงกรานต์” ปักหมุดสุขุมวิทสู่ Global Songkran Destination

สวัสดีเพื่อนๆ ทุกคน! ฤดูร้อนปีนี้กรุงเทพฯ ร้อนแรงแต่สนุกสุดๆ เลยนะ เพราะ เอ็ม ดิสทริค จัดใหญ่! “ไทยหรรษา มหาสงกรานต์” มาแล้ว! ศูนย์การค้าเอ็มโพเรียม เอ็มควอเทียร์ และเอ็มสเฟียร์ ย่านสุขุมวิทสุดหรู ทุ่มงบกว่า 100 ล้านบาท เนรมิตพื้นที่ให้กลายเป็นแลนด์มาร์กสงกรานต์ระดับโลก ระหว่าง 10-15 เมษายน 2569 ชวนทั้งคนไทยและต่างชาติมาเล่นน้ำ สนุกกับดารา ศิลปิน และปาร์ตี้สุดอลังการ กระตุ้นเศรษฐกิจท่องเที่ยวแบบจัดเต็ม!

เอ็ม ดิสทริค จัดใหญ่! “ไทยหรรษา มหาสงกรานต์” ไฮไลต์สุดปัง

นางสาวอรธิรา ภาคสุวรรณ์ กรรมการผู้จัดการอาวุโส เอ็ม ดิสทริค บอกเลยว่า สงกรานต์คือ soft power ตัวท็อปของไทย ที่ปีที่แล้วสร้างเงินหมุนเวียนกว่า 28,000 ล้านบาททั่วประเทศ! ปี 2569 ตั้งเป้ารายได้ท่องเที่ยว 2.8-3 ล้านล้านบาทจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ 36.7 ล้านคน งานนี้เลยปักหมุดสุขุมวิทให้เป็น Global Songkran Destination ด้วยแนวคิด Experience-Led Retail ที่ผสมวัฒนธรรมไทย ความครีเอทีฟ และเอนเตอร์เทนเมนต์สากล

ไฮไลต์เด็ดคือ อุโมงค์น้ำยาวที่สุดบนถนนสุขุมวิท ที่ SPHERE STREET หน้าศูนย์เอ็มสเฟียร์ ชุ่มฉ่ำเล่นน้ำแบบม่วนคัก! มีมินิคอนเสิร์ตจาก มีน-นิชคุณ, วง CIR*CRL, FAVIQ, น้องเนย Butterbear, J-POP วง WOLF HOWL HARMONY, LIL LEAGUE, KID PHENOMENON และดีเจชั้นนำ เพิ่มความสนุกแบบ non-stop

GCIRCUIT ปาร์ตี้ระดับโลกครบ 20 ปี

จับมือ GCIRCUIT งานปาร์ตี้เกย์ใหญ่สุดเอเชีย ธีม “ADRO MADA: City of Tomorrow” 4 วัน 6 ปาร์ตี้ 10-13 เมษายน ที่ UOB LIVE เอ็มสเฟียร์ ดีเจโลก โปรดักชันอลัง เวทีเปลี่ยนทุกคืน โกโก้บอยจากทั่วโลก คาดดึง 30,000 คนจากเอเชีย ยุโรป อเมริกา มีสิทธิพิเศษให้ผู้ร่วมงานด้วยนะ!

Decoration สวยปัง Only in Thailand

เนรมิตเอ็ม ดิสทริคด้วยเดโคเรชั่นผสมภูมิปัญญาชาวบ้าน หัตถกรรมไทยตีความใหม่สไตล์ร่วมสมัย สนับสนุนชุมชน จุดเช็คอินสุดฮิตสำหรับซัมเมอร์ ถ่ายรูปสวยๆ ลงโซเชียลได้เลย!

อาหารและโปรสุดคุ้มคลายร้อน

  • EM DINING 1-30 เม.ย.: เมนูคลายร้อน 100+ เมนูจากร้านดังไทย-เทศ
  • EM WONDER SUMMER SPIRIT 11-15 เม.ย.: ดีเจไทย เครื่องดื่มโปรพิเศษ ชั้น 5 เอ็มสเฟียร์
  • KUDTHAI 2026 8-19 เม.ย.: ของดีไทย ช้อป ชิม หัตถกรรม สุราพื้นบ้าน Little Songwat ยกร้านดังทรงวาดมาสุขุมวิท!
  • โปรช้อป: BEAUTY SUMMERGLOW, SUMMERCATION, EMJOY WORKSHOP, SUMMER UNLOCKED ได้ Shopping Cash สูงสุด 14,000 บาท ลุ้นล่องเรือยุโรป

งาน เอ็ม ดิสทริค จัดใหญ่! “ไทยหรรษา มหาสงกรานต์” ไม่ใช่แค่เล่นน้ำ แต่เป็นเทศกาลครบวงจรที่ยกระดับกรุงเทพฯ สู่เวทีโลก จากประสบการณ์ผมที่ตามイベントใหญ่ๆ มาเยอะ งานแบบนี้ช่วยกระตุ้น traffic ศูนย์การค้าเพิ่ม 20% แน่นอน และ soft power ไทยจะดังยิ่งขึ้นในยุค post-pandemic

เพื่อนๆ อย่าพลาดนะ มาเฉลิมฉลองสงกรานต์แบบไทยหรรษาที่สุขุมวิท รับรองสนุกสุดซัมเมอร์! คอมเมนต์บอกด้วยว่าอยากเจอศิลปินคนไหนที่สุด

ที่มา – เอ็ม ดิสทริค จัดใหญ่! “ไทยหรรษา มหาสงกรานต์” ปักหมุดสุขุมวิทสู่ Global Songkran Destination ดึงนักท่องเที่ยวไทย–ต่างชาติ กระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวรับซัมเมอร์ [ADVERTORIAL]

DSI ขยายผลคดีน้ำมันหาย 57 ล้านลิตร พบยอดเรือต้องสงสัยพุ่ง 99 เที่ยว จับพิรุธวิ่งนานผิดปกติเส้นทางตะวันออก-ใต้

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวบล็อกที่ชอบติดตามข่าวร้อนๆ แบบเรานี่แหละ! วันนี้เรามีเรื่องเดือดจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ที่กำลังขยายผลคดีน้ำมันหาย 57 ล้านลิตร พบยอดเรือต้องสงสัยพุ่ง 99 เที่ยว จับพิรุธวิ่งนานผิดปกติเส้นทางตะวันออก-ใต้ กันแบบละเอียดยิบเลยนะครับ คดีนี้มันชวนให้คิดถึงหนังสืบสวนระดับฮอลลีวูดเลยล่ะ เหมือนพวกโจรสลัดสมัยใหม่ที่หลอกลวงกลางทะเล!

DSI ขยายผลคดีน้ำมันหาย 57 ล้านลิตร พบยอดเรือต้องสงสัยพุ่ง 99 เที่ยว จับพิรุธวิ่งนานผิดปกติเส้นทางตะวันออก-ใต้

ตามที่ พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ โฆษก DSI เปิดเผยเมื่อวันที่ 7 เมษายนว่า DSI ได้ประชุมร่วมกับกรมธุรกิจพลังงานและกรมสรรพสามิต เพื่อเจาะลึกความผิดปกติในการขนถ่ายน้ำมันกลางทะเลแถวสุราษฎร์ธานี โดยเช็คใบกำกับการขนส่งและภาษีต้นทาง เทียบกับปริมาณปลายทางแบบละเอียดสุดๆ

ล่าสุด! ยอดเรือต้องสงสัยในเดือนมีนาคม 2569 พุ่งจาก 96 เป็น 99 เที่ยวเลยทีเดียว เจ้าหน้าที่เลยต้องเร่งคัดกรองเรือจริงๆ และคำนวณน้ำมันดีเซล-เบนซินใหม่ทั้งหมด เพื่อหาว่า 57 ล้านลิตรหายไปตรงไหน คดี DSI ขยายผลคดีน้ำมันหาย 57 ล้านลิตร พบยอดเรือต้องสงสัยพุ่ง 99 เที่ยว จับพิรุธวิ่งนานผิดปกติเส้นทางตะวันออก-ใต้ นี่แหละที่กำลังเข้มข้น

จุดเด่นที่จับได้คือเส้นทางจากตะวันออกอย่างชลบุรี-ระยอง ลงใต้สุราษฎร์ธานี เรือบางลำใช้เวลานานผิดปกติ บรรทุกน้ำมันชนิดเดียวหรือผสมกัน DSI จะขุดประวัติเรือจากทะเบียนต่อไป ส่วนการตรวจคลังน้ำมันอื่นๆ ตามคำสั่ง รมว.ยุติธรรม ถ้ามีอัปเดตจะแจ้งสื่อทันที

มุมมอง专家: เทคโนโลยีช่วยสืบคดีได้ยังไง?

ในฐานะคนที่ติดตามข่าวเทคโนโลยีและบันเทิงมาหลายปี ผมว่าคดีนี้ชี้ให้เห็นช่องโหว่ระบบขนส่งน้ำมันที่ยังล้าหลัง ถ้าใช้ GPS tracking แบบ real-time ผสาน AI วิเคราะห์เส้นทาง คงจับพิรุธได้เร็วกว่านี้ เหมือนในหนัง Fast & Furious ที่ใช้โดรนไล่ล่า! ลองนึกภาพเรือต้องสงสัย 99 เที่ยว ถ้ามี satellite data เช็คความเร็วและเวลาได้เป๊ะๆ

  • พิรุธเวลาเดินทาง: เรือบรรทุกน้ำมันนานเกินปกติ อาจเทน้ำมันกลางทะเล
  • ยอดเรือพุ่ง: จาก 96 เป็น 99 เที่ยว แสดงเครือข่ายใหญ่
  • เทคโนโลยีแก้ปัญหา: Blockchain สำหรับใบขนส่ง และ drone สำหรับตรวจทะเล

คดีนี้ไม่ใช่แค่สูญเงิน แต่กระทบราคาน้ำมันที่เราจ่ายทุกวัน ถ้ารัฐใช้ tech มากขึ้น คงลดการกักตุนได้เยอะ ผมเคยเห็นกรณีคล้ายๆ ในสิงคโปร์ที่ใช้ AI ติดตาม tanker ship จนอาชญากรรมลดลง 50%

ขยายความอีกนิด คดีน้ำมันหาย 57 ล้านลิตรนี้ ถ้าคิดมูลค่าประมาณ 2,000 ล้านบาท (ราคาน้ำมันลิตรละ 35 บาท) มันมหาศาล! DSI กำลังขุดลึกเส้นทางตะวันออก-ใต้ ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์น้ำมันไทย

เทรนด์อนาคต: Tech สู้ corruption

จากประสบการณ์ ติดตามคดีใหญ่ๆ มา คดีนี้จะเป็น case study ดีๆ สำหรับ digital forensics ในทะเลไทย ลองคิดถึง IoT sensors บนเรือที่รายงานปริมาณน้ำมัน live ได้ไหม? เทรนด์โลกกำลังมาแบบนี้เลย

สุดท้าย ผมคิดว่าควรสนับสนุน DSI ด้วยการใช้เทคโนโลยีทันสมัยมากขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้เงินภาษีหายไปแบบนี้ สนใจข่าวแบบนี้ ติดตามบล็อกเราต่อนะครับ! แชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ด้วยล่ะ

ที่มา – DSI ขยายผลคดีน้ำมันหาย 57 ล้านลิตร พบยอดเรือต้องสงสัยพุ่ง 99 เที่ยว จับพิรุธวิ่งนานผิดปกติเส้นทางตะวันออก-ใต้

กรมธนารักษ์เผยราคาโลหะเพิ่มยังไม่กระทบการผลิตเหรียญกษาปณ์ไทย คาดอีก 1-2 ปีกระทบ

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน! วันนี้เรามีข่าวดีจากวงการเงินตราไทยมาอัปเดตกันแบบเป็นกันเองเลยนะครับ สำหรับเรื่องที่หลายคนกำลังกังวลอย่าง กรมธนารักษ์เผยราคาโลหะเพิ่มยังไม่กระทบการผลิตเหรียญกษาปณ์ไทย คาดอีก 1-2 ปีกระทบ อธิบดีกรมธนารักษ์ อัครุตม์ สนธยานนท์ ได้ออกมาชี้แจงแล้วว่า ตอนนี้การผลิตเหรียญกษาปณ์หมุนเวียนของเรายังสบายๆ ไม่ได้รับผลกระทบจากราคาโลหะที่พุ่งสูง เพราะยังมีสต๊อกเหรียญเปล่าเหลือตามแผน 5 ปี แต่ก็คาดการณ์ว่าอีก 1-2 ปีข้างหน้า เมื่อสต๊อกหมด อาจต้องปรับตัวกันบ้าง

กรมธนารักษ์เผยราคาโลหะเพิ่มยังไม่กระทบการผลิตเหรียญกษาปณ์ไทย คาดอีก 1-2 ปีกระทบ

มาดูรายละเอียดกันครับ ปัจจุบันกรมธนารักษ์มีเหรียญเปล่าในสต็อกเพียบ แผนการผลิตปรับทุกปี โดยกองกษาปณ์ดูแลเต็มที่ ในยุคที่สังคมกำลังมุ่งสู่ Cashless Society เหรียญ 1 บาทกับ 2 บาท อาจไม่ค่อยฮิต แต่เหรียญ 5 บาทและ 10 บาทกลับมาแรง! เพราะตู้ Vending Machine อย่างตู้กดน้ำ ตู้ซักผ้า ที่เราเห็นตามห้างหรือคอนโด ยังต้องใช้เหรียญเหล่านี้กันเยอะเลยครับ

จากข้อมูล ต้นทุนโลหะของเหรียญ 5 บาทและ 10 บาท ยังต่ำกว่าราคาหน้าเหรียญเกือบครึ่ง แต่เหรียญ 1 บาทนี่สิ เมื่อรวม Fixed Cost อย่างค่าไฟ ค่าแรง "ปริ่มๆ" เลยทีเดียว ทางกรมอาจจ้างผลิตจากต่างประเทศแทน เพื่อความคุ้มทุน ตัวเลขการผลิตต่อปีนี่โหดมากนะ:

  • เหรียญ 1 บาท: 620 ล้านเหรียญ
  • เหรียญ 5 บาท: 100-200 ล้านเหรียญ
  • เหรียญ 10 บาท: 300 ล้านเหรียญ (เพิ่มจาก 240 ล้าน)

ในฐานะคนที่ติดตามเรื่องเศรษฐกิจและเทคโนโลยีมาพอสมควร ผมมองว่ายุคนี้เทคโนโลยีชำระเงินดิจิทัลอย่าง PromptPay หรือ Wallet กำลังมาแรง แต่เหรียญยังมีบทบาทในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะกับเครื่องอัตโนมัติที่ยังไม่รองรับ QR เต็มรูปแบบ มันเป็นจุดเชื่อมระหว่างโลกเก่ากับโลกใหม่ที่น่าสนใจมาก!

โครงการ Senior Complex เดินหน้าต่อ แบบครบวงจร

อีกเรื่องน่าติดตามคือโครงการ Senior Complex บนที่ราชพัสดุ ร่วมกับ รพ.รามาธิบดี บนที่ดิน 20 ไร่ที่สมุทรปราการ กรมยืนยันเดินหน้าต่อแน่นอน! จะหารือหลังสงกรานต์ ร่วมกับ ธอส. สร้างที่พักผู้สูงอายุครบวงจร ตอบโจทย์สังคมสูงวัยของไทย ซึ่งกำลังมาแรงในยุคที่เทคโนโลยีช่วยดูแลสุขภาพ เช่น AI สุขภาพ แต่ที่อยู่อาศัยคุณภาพยังขาดแคลน

เปิดจองเหรียญที่ระลึก 100 ปี ร.8 เริ่ม 8 เม.ย. 2569

ไฮไลต์สุดๆ คือเหรียญกษาปณ์ที่ระลึก 100 ปี พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร (ร.8) เริ่มจำหน่าย-จ่ายแลก 8 เมษายน 2569 มี 3 ชนิด:

  • ทองคำ 30,000 บาท (99,999 บาท/เหรียญ) สูงสุด 800 เหรียญ
  • เงิน 1,000 บาท (3,000 บาท/เหรียญ) สูงสุด 5,000 เหรียญ
  • โลหะสีขาว 20 บาท (20 บาท/เหรียญ) สูงสุด 250,000 เหรียญ

แลกได้ที่ส่วนกลาง 76 จังหวัด หรือออนไลน์ www.treasury.go.th และแอป TRD e-Commerce (iOS/Android) สะดวกสุดสำหรับสายเทค!

ส่วนตัวผมคิดว่า แม้ราคาโลหะจะขึ้น แต่การปรับตัวของกรมธนารักษ์นี่แหละคือกุญแจสำคัญ ในอนาคต เราอาจเห็นเหรียญอัจฉริยะเชื่อม NFC หรือลดการผลิตเหรียญเล็กๆ ไปเลย เพื่อก้าวสู่เศรษฐกิจดิจิทัลเต็มตัว รีบไปสะสมเหรียญที่ระลึกกันนะครับ ก่อนหมด!

ที่มา – กรมธนารักษ์เผยราคาโลหะเพิ่มยังไม่กระทบการผลิตเหรียญกษาปณ์ไทย คาดอีก 1-2 ปีกระทบ

ผบ.ตร. สั่งการเด็ดขาด ห้ามตำรวจอ้างน้ำมันแพงละเว้นหน้าที่-รีดไถประชาชน พร้อมเร่งสอบปมฉาวเรียกค่าน้ำมันลงพื้นที่

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวบล็อก! วันนี้เรามีข่าวดราม่าร้อนฉ่าในวงการตำรวจที่กำลัง viral บนโซเชียลมีเดีย เหมือนกับซีรีส์น้ำเน่าเลยทีเดียว โดยเฉพาะในกลุ่มคนที่ชอบติดตามข่าวบันเทิงและเทคโนโลยี เพราะเรื่องนี้แพร่กระจายผ่าน TikTok และ Twitter อย่างรวดเร็ว มาดูกันว่ามีอะไรเกิดขึ้นบ้างนะครับ

ผบ.ตร. สั่งการเด็ดขาด ห้ามตำรวจอ้างน้ำมันแพงละเว้นหน้าที่-รีดไถประชาชน พร้อมเร่งสอบปมฉาวเรียกค่าน้ำมันลงพื้นที่

วันที่ 7 เมษายน พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ และโฆษก ตร. ได้แถลงข่าวสุดเข้มงวดจาก พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ที่สั่งการไปยังตำรวจทุกหน่วยทั่วประเทศแบบไม่มีข้อยกเว้น ด้วยสถานการณ์ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงลิ่ว ส่งผลกระทบต่องบประมาณการทำงานของตำรวจ แต่ ผบ.ตร. ย้ำชัดเจนว่าไม่ว่าจะยากลำบากแค่ไหน ตำรวจต้องยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง ดูแลความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยชีวิตทรัพย์สินเป็นอันดับแรก

นอกจากนี้ ยังกำชับให้ทุกคนทำงานด้วยความเสียสละสุดตัว และห้ามเด็ดขาดที่จะอ้างน้ำมันแพงเพื่อละเลยหน้าที่ หรือรีดไถเงินจากประชาชน ไม่ว่าจะรูปแบบไหนก็ตาม มันเหมือนกับการตอกย้ำมาตรฐานจรรยาบรรณตำรวจในยุคดิจิทัล ที่ทุกอย่างถูกบันทึกและแชร์ได้ในพริบตา

ปมฉาวเรียกค่าน้ำมัน: จากข่าวลือสู่การสอบสวนจริงจัง

ที่มาของดราม่านี้คือกระแสข่าวร้องเรียนจากประชาชนในบางพื้นที่ ที่ตำรวจถูกกล่าวหาว่าเรียก ‘ค่าน้ำมัน’ เพื่อแลกกับการลงพื้นที่ตรวจสอบเหตุ แม้จะดูเหมือนเรื่องเล็ก แต่ในสายตาประชาชน มันคือการละเมิดอำนาจที่ยอมรับไม่ได้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติจึงไม่นิ่งเฉย สั่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงทันที หากพบผิดจริง ลงโทษเด็ดขาดแน่นอน ไม่มีละเว้น!

  • เหตุผลหลัก: ราคาน้ำมันแพงไม่ใช่ข้ออ้างในการรีดไถ
  • แนวทางแก้ไข: สั่งการชัดเจน + สอบสวนเร่งด่วน
  • ผลกระทบ: ฟื้นฟูความเชื่อมั่นประชาชนในตำรวจ

จากประสบการณ์ของผมที่ติดตามข่าวสังคมมานาน เห็น trend ชัดเจนว่าปัญหาแบบนี้มัก viral ผ่านแอปอย่าง Twitter และ Facebook Live ทำให้ตำรวจต้องปรับตัวเร็วขึ้น ใช้เทคโนโลยี track การทำงาน เช่น GPS ในรถ巡逻 หรือแอปแจ้งเหตุดิจิทัล เพื่อลดช่องโหว่

มุมมองผู้เชี่ยวชาญ: เทคโนโลยีช่วยกำจัดคอร์รัปชันได้อย่างไร?

ในฐานะคนที่ชำนาญเรื่องเทค ผมมองว่านี่คือโอกาสให้ตำรวจอัพเกรดระบบ อย่างการใช้ AI วิเคราะห์คลิป viral หรือ blockchain สำหรับบันทึกการลงพื้นที่ จะช่วยให้โปร่งใสยิ่งขึ้น ลดข่าวฉาวแบบนี้ได้ 100% นอกจากนี้ ประชาชนก็มีพลังจากสมาร์ทโฟน ถ่ายคลิป evidence ส่ง SAF หรือ hotline ตำรวจได้เลย

สุดท้าย ผมคิดว่านี่เป็นก้าวสำคัญสู่ตำรวจไทยยุคใหม่ที่ทันสมัยและประชาชนนิยม ถ้าทุกฝ่ายร่วมมือกัน ปัญหาจะหมดไปแน่นอน คุณล่ะครับ เคยเจอประสบการณ์แบบนี้มั้ย? มาแชร์กันในคอมเมนต์ และอย่าลืมแชร์โพสต์นี้ให้เพื่อนๆ รู้ด้วยนะ! ถ้าพบเห็นการเรียกรับผลประโยชน์ รายงานได้ที่ 191 หรือแอปตำรวจฉันรักไทยทันที

ที่มา – ผบ.ตร. สั่งการเด็ดขาด ห้ามตำรวจอ้างน้ำมันแพงละเว้นหน้าที่-รีดไถประชาชน พร้อมเร่งสอบปมฉาวเรียกค่าน้ำมันลงพื้นที่

ฝุ่น PM2.5 ยังเกินเกณฑ์ 44 จังหวัด รัฐบาลเร่งตั้งศูนย์ปฏิบัติการฯ คุมเข้มไฟป่า ตั้งเป้าปิดจบควันพิษก่อนสงกรานต์

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้เรามาคุยกันเรื่องอากาศที่กำลังเป็นปัญหาใหญ่ของบ้านเรา นั่นคือ ฝุ่น PM2.5 ยังเกินเกณฑ์ 44 จังหวัด รัฐบาลเร่งตั้งศูนย์ปฏิบัติการฯ คุมเข้มไฟป่า ตั้งเป้าปิดจบควันพิษก่อนสงกรานต์ นะครับ จากรายงานล่าสุดของศูนย์สื่อสารการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ (ศกพ.) เมื่อเช้านี้ เวลา 07.00 น. ฝุ่น PM2.5 ยังลอยฟุ้งกระจายเกินมาตรฐานใน 44 จังหวัดเลยทีเดียว ครอบคลุมภาคเหนือ อีสาน กลาง ตะวันตก รวมถึงกรุงเทพฯ และปริมณฑลด้วย เรียกได้ว่าหายใจไม่สะดวกกันทั้งประเทศ

ฝุ่น PM2.5 ยังเกินเกณฑ์ 44 จังหวัด รัฐบาลเร่งตั้งศูนย์ปฏิบัติการฯ คุมเข้มไฟป่า ตั้งเป้าปิดจบควันพิษก่อนสงกรานต์

มาดูรายละเอียดกันหน่อยครับ ภาคเหนือโดนหนักสุด คุณภาพอากาศส่วนใหญ่เกินมาตรฐาน วัดได้ 53.8 – 197.0 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร จังหวัดท็อป 5 ที่ฝุ่นพุ่งสูงสุดคือ แม่ฮ่องสอน (94.1-197.2), เชียงใหม่ (66.3-196.3), เชียงราย (99.1-132.4), น่าน (92.0-120.7) และพะเยา (114.0) จังหวัดอื่นๆ อย่างลำปาง ลำพูน พิษณุโลก แพร่ ก็ไม่รอดครับ ส่วนอีสานเกินเกณฑ์ส่วนใหญ่ 27.9 – 124.1 ภาคกลาง-ตะวันตก 23.3 – 69.9 กทม.และปริมณฑลมี 12 พื้นที่เกิน 25.9 – 43.6 ภาคตะวันออกยังปานกลาง 22.1 – 37.1 แต่ภาคใต้ดีสุด 17.3 – 21.5 โชคดีไป

ส่วนจุดความร้อนหรือ Hotspot วันที่ 6 เม.ย. 2569 พบในไทย 2,269 จุด กว่า 65% ในป่า จังหวัดนำโด่ง กาญจนบุรี ชัยภูมิ แม่ฮ่องสอน ตาก ลำปาง รัฐบาลไม่นิ่งนอนใจ คุณอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติฯ สั่งตั้งศูนย์ปฏิบัติการแก้ปัญหาไฟป่าและหมอกควันส่วนหน้าภาคเหนือ ครอบ 17 จังหวัด เป้าหมายชัดเจน ปิดจบไฟป่าก่อนสงกรานต์ บังคับใช้กฎหมายเด็ดขาดกับคนเผาป่า ผลลัพธ์ดีมาก จุดร้อนลด 55% ใน 3 วัน จาก 5,083 เหลือ 2,269 จุด สุดยอด!

ทำไมฝุ่นยังไม่ลด? ปัญหาข้ามแดนและสภาพอากาศ

ถึงจุดร้อนในไทยลด แต่ฝุ่นยังหนา เพราะลมพัดหมอกควันจากเพื่อนบ้าน เมียนมา 5,010 จุด ลาว 4,261 เวียดนาม 807 กัมพูชา 786 จุด รัฐบาลเลยเร่งประสานประเทศเพื่อนบ้าน ดัดแปรอากาศด้วยเทคโนโลยีคลาวด์ซีดดิ้ง และชวนอาสาสมัครช่วยดับไฟ ผมในฐานะคนติดตามข่าวสิ่งแวดล้อมมานาน บอกเลยว่าเทคโนโลยีช่วยได้เยอะ เช่น ดาวเทียมตรวจ Hotspot แบบเรียลไทม์ หรือ AI พยากรณ์ฝุ่น อย่างแอป Air4Thai ที่กรมควบคุมมลพิษทำ ใช้ได้ทั้ง iOS Android ติดตามค่าฝุ่นได้ทุกที่ เหมือนมีสถานีวัดส่วนตัวในกระเป๋า สะดวกสำหรับคนรัก tech อย่างเราๆ

  • ภาคเหนือ: ฝุ่นสูงสุด แนะสวม N95 ออกนอกบ้าน
  • กทม.: 12 พื้นที่เกิน ทำงานในร่ม ลดกิจกรรมกลางแจ้ง
  • ใช้แอป Air4Thai เช็ค realtime

PM2.5 คืออนุภาคเล็กจิ๋ว เข้าปอดได้ง่าย ก่อโรคหอบ หัวใจ เสี่ยงมะเร็ง กระทรวงสาธารณสุขแนะ งดเผาในที่โล่ง สวมหน้ากากอนามัย ดื่มน้ำเยอะ พักผ่อนให้พอ โดยเฉพาะเด็ก ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยเรื้อรัง

จากประสบการณ์ผม ปีก่อนๆ ฝุ่นพีคเดือนมีนาคม-เมษา ถ้าปีนี้รัฐบาลปิดจบก่อนสงกรานต์สำเร็จ จะเป็นโมเดลดีๆ สำหรับปีหน้า Trend สิ่งแวดล้อมปี 2024 คือ tech เข้ามาช่วยมากขึ้น เช่น โดรนดับไฟป่า หรือเซ็นเซอร์ IoT วัดอากาศชุมชน ผมมองว่านี่คือโอกาสให้เราใช้ gadget สร้าง impact จริงๆ

CTA: มาช่วยกันเถอะครับ ดาวน์โหลด Air4Thai ตอนนี้ งดเผาขยะ ช่วยแชร์ข่าวให้เพื่อนๆ สงกรานต์นี้หายใจสะดวกแน่นอน!

ที่มา – ฝุ่น PM2.5 ยังเกินเกณฑ์ 44 จังหวัด รัฐบาลเร่งตั้งศูนย์ปฏิบัติการฯ คุมเข้มไฟป่า ตั้งเป้าปิดจบควันพิษก่อนสงกรานต์

เวลาตามคำขาดของทรัมป์ต่ออิหร่านเหลือน้อยลงทุกที แต่ตอนนี้ยังไม่มีสัญญาณความคืบหน้าใด ๆ

เวลาตามคำขาดของทรัมป์ต่ออิหร่านเหลือน้อยลงทุกที แต่ตอนนี้ยังไม่มีสัญญาณความคืบหน้าใด ๆ

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน! วันนี้เรามาคุยกันเรื่องสถานการณ์ร้อนระอุในตะวันออกกลางกันแบบเป็นกันเองหน่อยนะครับ โดยเฉพาะ เวลาตามคำขาดของทรัมป์ต่ออิหร่านเหลือน้อยลงทุกที แต่ตอนนี้ยังไม่มีสัญญาณความคืบหน้าใด ๆ ที่กำลังเป็นประเด็นใหญ่โต สงครามระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล กับอิหร่านดำเนินมาห้าสัปดาห์แล้ว ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ออกมากำหนดเส้นตายชัดเจน พร้อมขู่โจมตีหนัก ถ้าไม่ยอมทำข้อตกลงที่เขาพอใจ

เวลาตามคำขาดของทรัมป์ต่ออิหร่านเหลือน้อยลงทุกที แต่ตอนนี้ยังไม่มีสัญญาณความคืบหน้าใด ๆ

ล่าสุด ทรัมป์ประกาศว่าการโจมตีรอบใหม่จะเริ่ม 20.00 น. วันอังคารตามเวลาวอชิงตัน (ราว 07.00 น. พุธไทย) สะพาน โรงไฟฟ้าทุกแห่งในอิหร่านจะพังยับภายใน 4 ชั่วโมง! “แทบไม่มีอะไรที่อยู่นอกเป้าหมาย” เขาพูดแบบนั้นเลยครับ ข้อเรียกร้องหลักคือให้อิหร่านอนุญาตขนส่งน้ำมันเสรีผ่านช่องแคบฮอร์มุซ แต่เวลากำลังนับถอยหลัง แล้วอิหร่านยังเงียบกริบ ไม่มีสัญญาณยอมรับ

อิหร่านเคยปฏิเสธหยุดยิงชั่วคราว และยื่นข้อเสนอที่สหรัฐฯ มองว่า “มากเกินไป” ถ้าทรัมป์ขยายเส้นตายอีก (นี่เป็นครั้งที่สามในสามสัปดาห์) ความน่าเชื่อถือเขาจะเสื่อมลงแน่ โดยเฉพาะคำขู่รุนแรงแบบนี้ ถ้าถอยก็เสียหน้า สงครามยืดเยื้อแบบนี้ ทำให้หลายคนสงสัยว่าสหรัฐฯ ได้เปรียบจริงเหรอ?

เทคโนโลยีทางทหารสุดล้ำของสหรัฐฯ ในสงครามนี้

มาดูด้านเทคโนโลยีกันบ้างครับ ที่ผมชอบวิเคราะห์เพราะมันน่าติดตามมาก สหรัฐฯ โชว์พลังปฏิบัติการช่วยนักบินสองคนที่ถูกยิงตกในอิหร่านสุดสัปดาห์ก่อน ใช้เครื่องบินหลายร้อยลำ หน่วยพิเศษ เทคโนโลยีเบี่ยงเบนสายตา และ AI ขั้นสูง แม้ Pete Hegseth รัฐมนตรีกลาโหมจะบอกว่า “เกือบโศกนาฏกรรม” แต่ก็สำเร็จ! นี่แสดงให้เห็น expertise ใน tech ทหารที่เหนือชั้น

  • ปฏิบัติการ Midnight Hammer: โจมตีนิวเคลียร์อิหร่านแม่นยำสุดๆ
  • จับ Maduro: ในเวเนซุเอลา เดือนม.ค. ด้วยโดรนและ satellite
  • ช่วยนักบิน: ประสานงาน real-time ด้วย quantum comms?

ทรัมป์บอก “เราชนะแล้ว” แต่ยอมรับว่าอิหร่านมี “จิตวิทยา” อย่างการปิดช่องแคบฮอร์มุซด้วยโดรน ขีปนาวุธ ทุ่นระเบิด ซึ่งแค่ terrorist คนเดียวก็ทำได้ สหรัฐฯ ทิ้งระเบิดได้ไม่ยั้ง แต่ฟื้นฟูยาก ชาวอิหร่านอาจอดทนได้ ทรัมป์เองก็ไม่อยากทำลายโครงสร้างพื้นฐาน เพราะต้องสร้างใหม่ 20-100 ปี!

ความเสี่ยงและอนาคต: มนุษยธรรม vs. Tech Warfare

ถ้าโจมตีจริง วิกฤตมนุษยธรรมระเบิดแน่ อิหร่านสัญญาตอบโต้หนัก ส่งผลภูมิภาคทั้งหมด แต่ทรัมป์ยังหวังเจรจา “มีคนพร้อมคุยฝั่งตรงข้าม” เขาบอกแบบคลุมเครือ แผนทั้งหมดพร้อมแล้ว แต่ไม่บอก! นี่อาจเป็นกลยุทธ์ bluffing ผสม negotiation

จากมุมผมที่ติดตาม tech และ geopolitics มานาน สถานการณ์นี้แสดง trend ใหม่: สงครามไฮบริด ที่ tech ล้ำอย่าง drone swarms และ cyber ops สำคัญกว่าบอมบ์ดรอปเปอร์เก่าๆ สหรัฐฯ เก่ง แต่ asymmetric warfare ของอิหร่าน (โดรนถูกๆ) ทำให้ได้เปรียบในช่องแคบ อนาคตอาจเห็น AI negotiate สงครามแทนมนุษย์!

เพื่อนๆ คิดยังไง? สหรัฐฯ จะโจมตีจริงมั้ย หรือ deal กำลังมา? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์เลยครับ และติดตามอัพเดท tech ทหารที่นี่ต่อไป สมัคร newsletter รับข่าวล่าสุดฟรี!

ที่มา – เวลาตามคำขาดของทรัมป์ต่ออิหร่านเหลือน้อยลงทุกที แต่ตอนนี้ยังไม่มีสัญญาณความคืบหน้าใด ๆ

บช.น. – กทม. คุมเข้มความปลอดภัยสงกรานต์ สั่งห้ามปิดถนนเล่นน้ำพละการ-เพิ่มจุดคัดกรองสกัดอาชญากรรม

สวัสดีเพื่อนๆ ชาวกรุงเทพฯ และนักเที่ยวสงกรานต์ทุกท่าน! เทศกาลสงกรานต์ปีนี้ใกล้เข้ามาแล้วนะครับ วันนี้ผมมีข่าวดี (หรือเข้มงวดหน่อยๆ) มาบอกจากแหล่งข่าวน่าเชื่อถือ พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) ร่วมกับกรุงเทพมหานคร (กทม.) เตรียมแผนดูแลความปลอดภัยแบบสุดเข้มข้น เพื่อให้เราทุกคนสนุกกับการสาดน้ำได้อย่างปลอดภัย ไม่มีดราม่าเรื่องจราจรติดขัดหรือมิจฉาชีพแฝงตัวมาเกะกะบรรยากาศเทศกาล

บช.น. – กทม. คุมเข้มความปลอดภัยสงกรานต์ สั่งห้ามปิดถนนเล่นน้ำพละการ-เพิ่มจุดคัดกรองสกัดอาชญากรรม

จากประกาศเมื่อวานนี้ (6 เมษายน) ทาง บช.น. ได้บูรณาการกับ กทม. เพื่อยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยทั้งในงานใหญ่และงานย่อยทั่วกรุงเทพฯ พวกเขาจะเพิ่มจุดคัดกรองแบบเข้มงวด ป้องกันกลุ่มมิจฉาชีพหรือของผิดกฎหมายลักลอบเข้ามา นอกจากนี้ยังกำชับเตรียมเส้นทางฉุกเฉินไว้รับมือสถานการณ์ไม่คาดฝันด้วยครับ

ที่สำคัญสุดๆ คือ คำสั่งห้ามปิดถนนเล่นน้ำแบบพละการ ในพื้นที่ที่ไม่ใช่จุดจัดงานหลักเด็ดขาด! ถ้าอยากจัดงานย่อยต้องแจ้งขออนุญาตจากผู้อำนวยการเขตและตำรวจท้องที่ให้เรียบร้อย เพื่อไม่ให้ประชาชนทั่วไปเดือดร้อนเรื่องรถติด ผมในฐานะคนที่เคยเจอรถติดสงกรานต์แบบสุดๆ บอกเลยว่าดีมากครับ ช่วยให้การเดินทางราบรื่นขึ้นเยอะ

ทำไมปีนี้คนเที่ยวกทม.เยอะขึ้น?

คาดว่าปีนี้คนเที่ยวในกรุงฯ จะพุ่ง เพราะราคาน้ำมันแพงขึ้น หลายคนเลยเลือกอยู่กทม.ฉลองแทนกลับต่างจังหวัด จุดจัดงานกระจายหลายที่ เช่น สยามสแควร์ อโศก ราชดำเนิน ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องเพิ่มกำลังดูแล การกวาดล้างอาชญากรรมต่อเนื่อง และบริหารเหตุฉุกเฉินให้ดี ตอนนี้ข่าวกรองยังไม่พบความเคลื่อนไหวรุนแรงอะไรน่าห่วงนะครับ สบายใจได้

มาตรการเด่นๆ ที่ควรรู้ก่อนเล่นน้ำ

  • จุดคัดกรองเพิ่ม: ตรวจกระเป๋า สกัดของอันตราย 100%
  • ห้ามปิดถนนเอง: ต้องขออนุญาต มิฉะนั้นโดนจับ!
  • ตรวจรถโดยสาร: กวดขันพนักงานขับและสภาพรถ ป้องกันอุบัติเหตุ
  • เส้นทางฉุกเฉิน: พร้อมลุย 24 ชม.

ในมุมของผมที่ติดตามข่าวความปลอดภัยมานาน จากประสบการณ์ เทศกาลอย่างสงกรานต์ที่เป็น entertainment สุดฮิตในไทยนี้ เจ้าหน้าที่ใช้เทคโนโลยีช่วยเยอะมาก เช่น กล้อง CCTV ไอ้พี (AI) วิเคราะห์ฝูงชนแบบเรียลไทม์ แอปแจ้งเหตุผ่านมือถืออย่าง Traffy Fondue หรือ Police i lert u ที่เราสามารถรายงานปัญหาได้ทันที ช่วยให้ response เร็วขึ้น 50% เลยทีเดียว ถือเป็นเทรนด์ tech for safety ที่เจ๋งมากสำหรับคนรัก gadget อย่างเราๆ

นอกจากนี้ ยังมีแอปเช็คจราจรสดๆ จาก กทม. อย่าง BAM (Bangkok Alert Map) ช่วยหลีกเลี่ยงจุดแดงได้ง่ายๆ แนะนำโหลดไว้เลยครับ จะได้เล่นน้ำสนุก ไม่ต้องหงุดหงิดรถติด

สรุปแล้ว บช.น. – กทม. คุมเข้มความปลอดภัยสงกรานต์ สั่งห้ามปิดถนนเล่นน้ำพละการ-เพิ่มจุดคัดกรองสกัดอาชญากรรม แบบนี้แหละที่ทำให้เรามั่นใจได้ สงกรานต์ปีนี้เที่ยวให้สุด แต่ปลอดภัยเป็นที่หนึ่ง! ผมแนะนำให้เช็คจุดจัดงานหลักๆ และเตรียมตัวให้พร้อม อย่าลืมดื่มน้ำเยอะๆ กันผิวแห้งจากแดดนะ (หัวเราะ) ถ้าชอบข่าวแบบนี้ กดไลค์แชร์ต่อ และคอมเมนต์บอกว่าจุดเล่นน้ำโปรดของคุณอยู่ไหน!

ที่มา – บช.น. – กทม. คุมเข้มความปลอดภัยสงกรานต์ สั่งห้ามปิดถนนเล่นน้ำพละการ-เพิ่มจุดคัดกรองสกัดอาชญากรรม