ผู้เขียน: lalika69_admin

บช.น. – กทม. คุมเข้มความปลอดภัยสงกรานต์ สั่งห้ามปิดถนนเล่นน้ำพละการ-เพิ่มจุดคัดกรองสกัดอาชญากรรม

สวัสดีเพื่อนๆ ชาวกรุงเทพฯ และนักเที่ยวสงกรานต์ทุกท่าน! เทศกาลสงกรานต์ปีนี้ใกล้เข้ามาแล้วนะครับ วันนี้ผมมีข่าวดี (หรือเข้มงวดหน่อยๆ) มาบอกจากแหล่งข่าวน่าเชื่อถือ พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) ร่วมกับกรุงเทพมหานคร (กทม.) เตรียมแผนดูแลความปลอดภัยแบบสุดเข้มข้น เพื่อให้เราทุกคนสนุกกับการสาดน้ำได้อย่างปลอดภัย ไม่มีดราม่าเรื่องจราจรติดขัดหรือมิจฉาชีพแฝงตัวมาเกะกะบรรยากาศเทศกาล

บช.น. – กทม. คุมเข้มความปลอดภัยสงกรานต์ สั่งห้ามปิดถนนเล่นน้ำพละการ-เพิ่มจุดคัดกรองสกัดอาชญากรรม

จากประกาศเมื่อวานนี้ (6 เมษายน) ทาง บช.น. ได้บูรณาการกับ กทม. เพื่อยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยทั้งในงานใหญ่และงานย่อยทั่วกรุงเทพฯ พวกเขาจะเพิ่มจุดคัดกรองแบบเข้มงวด ป้องกันกลุ่มมิจฉาชีพหรือของผิดกฎหมายลักลอบเข้ามา นอกจากนี้ยังกำชับเตรียมเส้นทางฉุกเฉินไว้รับมือสถานการณ์ไม่คาดฝันด้วยครับ

ที่สำคัญสุดๆ คือ คำสั่งห้ามปิดถนนเล่นน้ำแบบพละการ ในพื้นที่ที่ไม่ใช่จุดจัดงานหลักเด็ดขาด! ถ้าอยากจัดงานย่อยต้องแจ้งขออนุญาตจากผู้อำนวยการเขตและตำรวจท้องที่ให้เรียบร้อย เพื่อไม่ให้ประชาชนทั่วไปเดือดร้อนเรื่องรถติด ผมในฐานะคนที่เคยเจอรถติดสงกรานต์แบบสุดๆ บอกเลยว่าดีมากครับ ช่วยให้การเดินทางราบรื่นขึ้นเยอะ

ทำไมปีนี้คนเที่ยวกทม.เยอะขึ้น?

คาดว่าปีนี้คนเที่ยวในกรุงฯ จะพุ่ง เพราะราคาน้ำมันแพงขึ้น หลายคนเลยเลือกอยู่กทม.ฉลองแทนกลับต่างจังหวัด จุดจัดงานกระจายหลายที่ เช่น สยามสแควร์ อโศก ราชดำเนิน ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องเพิ่มกำลังดูแล การกวาดล้างอาชญากรรมต่อเนื่อง และบริหารเหตุฉุกเฉินให้ดี ตอนนี้ข่าวกรองยังไม่พบความเคลื่อนไหวรุนแรงอะไรน่าห่วงนะครับ สบายใจได้

มาตรการเด่นๆ ที่ควรรู้ก่อนเล่นน้ำ

  • จุดคัดกรองเพิ่ม: ตรวจกระเป๋า สกัดของอันตราย 100%
  • ห้ามปิดถนนเอง: ต้องขออนุญาต มิฉะนั้นโดนจับ!
  • ตรวจรถโดยสาร: กวดขันพนักงานขับและสภาพรถ ป้องกันอุบัติเหตุ
  • เส้นทางฉุกเฉิน: พร้อมลุย 24 ชม.

ในมุมของผมที่ติดตามข่าวความปลอดภัยมานาน จากประสบการณ์ เทศกาลอย่างสงกรานต์ที่เป็น entertainment สุดฮิตในไทยนี้ เจ้าหน้าที่ใช้เทคโนโลยีช่วยเยอะมาก เช่น กล้อง CCTV ไอ้พี (AI) วิเคราะห์ฝูงชนแบบเรียลไทม์ แอปแจ้งเหตุผ่านมือถืออย่าง Traffy Fondue หรือ Police i lert u ที่เราสามารถรายงานปัญหาได้ทันที ช่วยให้ response เร็วขึ้น 50% เลยทีเดียว ถือเป็นเทรนด์ tech for safety ที่เจ๋งมากสำหรับคนรัก gadget อย่างเราๆ

นอกจากนี้ ยังมีแอปเช็คจราจรสดๆ จาก กทม. อย่าง BAM (Bangkok Alert Map) ช่วยหลีกเลี่ยงจุดแดงได้ง่ายๆ แนะนำโหลดไว้เลยครับ จะได้เล่นน้ำสนุก ไม่ต้องหงุดหงิดรถติด

สรุปแล้ว บช.น. – กทม. คุมเข้มความปลอดภัยสงกรานต์ สั่งห้ามปิดถนนเล่นน้ำพละการ-เพิ่มจุดคัดกรองสกัดอาชญากรรม แบบนี้แหละที่ทำให้เรามั่นใจได้ สงกรานต์ปีนี้เที่ยวให้สุด แต่ปลอดภัยเป็นที่หนึ่ง! ผมแนะนำให้เช็คจุดจัดงานหลักๆ และเตรียมตัวให้พร้อม อย่าลืมดื่มน้ำเยอะๆ กันผิวแห้งจากแดดนะ (หัวเราะ) ถ้าชอบข่าวแบบนี้ กดไลค์แชร์ต่อ และคอมเมนต์บอกว่าจุดเล่นน้ำโปรดของคุณอยู่ไหน!

ที่มา – บช.น. – กทม. คุมเข้มความปลอดภัยสงกรานต์ สั่งห้ามปิดถนนเล่นน้ำพละการ-เพิ่มจุดคัดกรองสกัดอาชญากรรม

รู้จัก 30 ต้นแบบ “โมเดลการท่องเที่ยวยั่งยืน” ในประเทศไทย

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวนักเดินทาง! ยุคนี้การท่องเที่ยวไม่ใช่แค่เที่ยวให้สนุกแล้วนะ แต่ต้องเที่ยวให้ยั่งยืนด้วยสิ วันนี้เราจะพาทุกคน รู้จัก 30 ต้นแบบ “โมเดลการท่องเที่ยวยั่งยืน” ในประเทศไทย กันแบบละเอียดยิบ จากแผน Thailand Green Plan 2030 ที่กรมการท่องเที่ยวกำลังผลักดันเต็มสูบ อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยกำลังเปลี่ยนจากแค่เยอะๆ ไปสู่คุณภาพสูง สร้างสมดุลให้เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อม เรียกได้ว่าเป็นเทรนด์โลกที่นักท่องเที่ยวสมัยใหม่หลงใหลเลยล่ะ

รู้จัก 30 ต้นแบบ “โมเดลการท่องเที่ยวยั่งยืน” ในประเทศไทย ผ่าน Thailand Green Tourism Plan 2030

แผน Thailand Green Tourism Plan 2030 นี่แหละครับ สัญลักษณ์ใหม่ของการท่องเที่ยวไทย มุ่งสร้างสมดุลทุกด้าน ไม่ทำลายทรัพยากร แต่ช่วยฟื้นฟูและเพิ่มคุณค่าให้ชุมชน นักท่องเที่ยวได้ประสบการณ์พรีเมียมด้วย มีตราสัญลักษณ์ “Thailand Good Travel” คอยรับรองที่พัก ผู้ประกอบการ ชุมชน และแหล่งท่องเที่ยวที่ยั่งยืน และที่เด็ดคือคัด 30 ต้นแบบทั่วประเทศ ส่งเข้าประกวดระดับโลกอย่าง Top 100 Stories Competition 2026 ด้วย ช่วยลดคาร์บอน กระจายรายได้ ยกระดับคุณภาพ เหมาะกับนักท่องเที่ยวที่ใส่ใจโลกมากขึ้น

หมวดชุมชนท่องเที่ยว: สร้างรายได้แบบยั่งยืนให้ชาวบ้าน

หมวดชุมชนท่องเที่ยวหรือ CBT นี่สนุกมากเลยครับ ชุมชนเป็นเจ้าของทุกอย่าง รักษาวัฒนธรรม สิ่งแวดล้อม และได้เงินตรงเข้าชุมชน ตัวอย่างเจ๋งๆ เช่น ชุมชนบ้านริมคลองโฮมสเตย์ สมุทรสงคราม มีพิพิธภัณฑ์มะพร้าว ท่องแบบโลว์คาร์บอน ชุมชนเกาะหมาก พัทลุง ปล่อยพันธุ์กุ้งคืนทะเลสาบ บ้านไหนหนัง กระบี่ เลี้ยงผึ้งโพรง บ้านทุ่งหยีเพ็ง กระบี่ เรือแจวชมโกงกาง โฮมสเตย์บ้านนาต้นจั่น สุโขทัย พึ่งพาตนเองสุดๆ และโป่งแยงฟาร์ม เชียงใหม่ เกษตรอินทรีย์เชื่อมท่องเที่ยว การท่องแบบนี้ช่วยให้ชุมชนเห็นคุณค่าของตัวเอง ลดการรวมศูนย์ในเมืองใหญ่ ชนบทเลยคึกคัก

หมวดที่พักขนาดเล็ก: หรูแบบยั่งยืน ใกล้ชิดธรรมชาติ

ที่พักเล็กๆ แต่ใจใหญ่เรื่องยั่งยืน เช่น โรงแรมเดอะโมทีฟส์ อีโค่ โฮเทล จันทบุรี รีโนเวทบ้านไม้เก่า จัดการขยะร่วมกับแขก ศิริ เฮอริทิจ แบงค็อค ใช้จักรยาน ตุ๊กตุ๊กไฟฟ้า กะช่องฮิลส์ เต็นท์ รีสอร์ท ตรัง Regenerative Luxury กับ Forest Bathing เดอะ ซิลเวอร์ ปาล์ม กรุงเทพ ใช้วัตถุดิบชุมชน ผาปก อีโค่ รีสอร์ท ราชบุรี โซลาร์เซลล์ลดพลังงาน ที่พักเหล่านี้ผสานสิ่งแวดล้อม ชุมชน สุขภาพ เข้ากับเทรนด์โลกที่อยากใกล้ชิดธรรมชาติมากกว่าหรูหราแบบเก่า

หมวดผู้ประกอบการนำเที่ยว: ออกแบบทริปคาร์บอนต่ำ

ทัวร์โอเปอเรเตอร์กำหนดอนาคตท่องเที่ยวเลยครับ ออกแบบเส้นทางยั่งยืน เช่น ออคโต้ ครีเอทีฟ ใช้จักรยานคาร์บอนต่ำ ทัวร์ อินเด็พธ์ บาย ปารี ทราเวล วัดโพธิ์เชิงลึก ฟรายเดย์ ทริป เยียวยาธรรมชาติวัฒนธรรมด้วยเทคโนโลยี ความหรูยุคใหม่คือไม่ทำลายโลก พวกนี้ลดผลกระทบ กระจายเงินสู่ชุมชน

หมวดแหล่งท่องเที่ยว: ท่องเที่ยว+อนุรักษ์คู่กัน

แหล่งท่องเที่ยวต้นแบบเก่งเรื่องจัดการ เช่น บางโรง-ป่าคลอก ภูเก็ต ฟื้นป่าชายเลน ธนาคารปูม้า เมืองเก่าตะกั่วป่า พังงา แผนที่มรดก แม่ฮ่องสอน Living Museum บ้านเชียง อุดรธานี Street Art เกาะเต่า สุราษฎร์ สร้างบ้านปะการังจากเรือรบ อุทยานแม่วาง ขุนขาน ดอยภูคา จัดการขยะแบบ Zero Waste สมดุลพัฒนา-อนุรักษ์นี่แหละกุญแจสู่ความยั่งยืน

ทั้ง 30 ต้นแบบนี้แสดงให้เห็นว่า รู้จัก 30 ต้นแบบ “โมเดลการท่องเที่ยวยั่งยืน” ในประเทศไทย ไม่ใช่แค่ตัวอย่าง แต่เป็นทิศทางใหม่ จากปริมาณสู่คุณภาพ ถามว่าทำไมต้องสนใจ? เพราะนักท่องเที่ยวยุคนี้ใช้เทคโนโลยีเช็คคาร์บอนฟุตพริ้นท์ อยากได้ประสบการณ์แท้ๆ ที่ช่วยโลกและชุมชน จากประสบการณ์ผมเดินทางมานับไม่ถ้วน การท่องแบบนี้สนุกกว่าเดิมเยอะ!

เทรนด์อนาคตคือการท่องเที่ยวที่ใช้ AI วางแผนเส้นทางคาร์บอนต่ำ ลองไปลองเช็ค 30 แห่งนี้ดู แล้วแชร์ประสบการณ์ของคุณในคอมเมนต์นะครับ ไปด้วยกันสร้างไทยยั่งยืน!

ที่มา – รู้จัก 30 ต้นแบบ “โมเดลการท่องเที่ยวยั่งยืน” ในประเทศไทย [ADVERTORIAL]

ศูนย์มลพิษฯ รายงาน PM2.5 ยังวิกฤต กระทบ 44 จังหวัดทั่วไทย ภาคเหนือหนักสุด แม่ฮ่องสอนพุ่งทะลุ 197 มคก./ลบ.ม.

สวัสดีเพื่อนๆ ทุกคนนะครับ วันนี้เรามาคุยกันเรื่องอากาศร้อนๆ แต่ไม่ใช่เรื่องอากาศร้อนแบบปกติหรอกนะ เพราะ ศูนย์มลพิษฯ รายงาน PM2.5 ยังวิกฤต กระทบ 44 จังหวัดทั่วไทย ภาคเหนือหนักสุด แม่ฮ่องสอนพุ่งทะลุ 197 มคก./ลบ.ม. นี่แหละครับ สถานการณ์ฝุ่นพิษที่กำลังสร้างความเดือดร้อนให้คนทั้งประเทศ โดยเฉพาะในช่วงนี้ที่ไฟป่าและการเผาไหม้ระบาดหนัก ผมที่ติดตามเรื่องสิ่งแวดล้อมมานาน บอกเลยว่านี่คือวิกฤตที่เราต้องจริงจังมากขึ้น

ศูนย์มลพิษฯ รายงาน PM2.5 ยังวิกฤต กระทบ 44 จังหวัดทั่วไทย ภาคเหนือหนักสุด แม่ฮ่องสอนพุ่งทะลุ 197 มคก./ลบ.ม.

จากรายงานล่าสุดของศูนย์สื่อสารการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ เมื่อเช้าวันที่ 7 เมษายน เวลา 07.00 น. พบว่าฝุ่น PM2.5 เกินมาตรฐานถึง 44 จังหวัดเลยทีเดียว ครอบคลุมภาคเหนือ ตะวันออกเฉียงเหนือ กลาง ตะวันตก และกรุงเทพฯ ปริมณฑล PM2.5 คือฝุ่นละอองขนาดเล็กที่แทรกซึมเข้าไปในปอดและกระแสเลือดได้ง่าย ส่งผลต่อสุขภาพระยะยาว เช่น โรคหอบหืด หัวใจ และมะเร็งปอด โดยค่ามาตรฐานรายวันอยู่ที่ไม่เกิน 50 มคก./ลบ.ม. แต่ตอนนี้หลายพื้นที่พุ่งทะลุร้อย!

ภาคเหนือหนักสุด แม่ฮ่องสอน-เชียงใหม่ นำโด่ง

ภาคเหนือคือจุดร้อนสุดๆ คุณภาพอากาศเกือบทั้งหมดเกินมาตรฐาน ค่าฝุ่นวัดได้ 53.8 – 197.0 มคก./ลบ.ม. สูงสุด 5 อันดับแรกมีดังนี้:

  • อันดับ 1: แม่ฮ่องสอน 94.1 – 197.2 มคก./ลบ.ม.
  • อันดับ 2: เชียงใหม่ 66.3 – 196.3 มคก./ลบ.ม.
  • อันดับ 3: เชียงราย 99.1 – 132.4 มคก./ลบ.ม.
  • อันดับ 4: น่าน 92.0 – 120.7 มคก./ลบ.ม.
  • อันดับ 5: พะเยา 114.0 มคก./ลบ.ม.

ยังไม่หมดนะครับ จังหวัดอื่นๆ อย่างลำปาง ลำพูน พิษณุโลก แพร่ พิจิตร อุทัยธานี อุตรดิตถ์ เพชรบูรณ์ ตาก กำแพงเพชร นครสวรรค์ สุโขทัย ก็เจอฝุ่นเกินมาตรฐานด้วย สาเหตุหลักมาจากไฟป่า การเกษตรเผา และลมพัดพาไม่พ้น ทำให้อากาศติดขัดหนัก

ภาคอื่นๆ ก็ไม่รอด กรุงเทพฯ 12 จุดแดง

ภาคอีสาน ค่าฝุ่น 27.9 – 124.1 มคก./ลบ.ม. เกือบทั้งหมดเกิน ภาคกลาง-ตะวันตก 23.3 – 69.9 มคก./ลบ.ม. กรุงเทพฯ และปริมณฑล มี 12 พื้นที่เกิน จากการวัดของกรมควบคุมมลพิษและ กทม. ค่า 25.9 – 43.6 มคก./ลบ.ม. ภาคตะวันออกยังปานกลาง 22.1 – 37.1 ส่วนภาคใต้ดีสุด 17.3 – 21.5 มคก./ลบ.ม. เป็นโซนเดียวที่หายใจหายคอได้สบาย

คำเตือนสุขภาพและเคล็ดลับป้องกันจากสายมลพิษ

ศูนย์ฯ ออกประกาศเตือนพื้นที่สีแดง (กระทบสุขภาพ) หลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งเด็ดขาด สวม N95 หรือหน้ากากอนามัยกรองฝุ่น กลุ่มเสี่ยงอย่างเด็ก ผู้สูงอายุ คนป่วยทางเดินหายใจ ต้องอยู่แต่ในร่ม ติดเครื่องฟอกอากาศ ประชาชนทั่วไปลดเวลาออกนอกบ้าน ถ้ามีอาการไอ จาม แสบตา หายใจลำบาก รีบพบหมอทันที จากประสบการณ์ผม ปีที่แล้วหลายคนมาป่วยหนักเพราะประมาท

เทคโนโลยีช่วยชีวิต! แอปเช็ค PM2.5 แบบเรียลไทม์

ในยุคดิจิทัลนี้ ไม่ต้องกังวล เพราะมีแอปเจ๋งๆ อย่าง Air4Thai และ AirBKK เช็คคุณภาพอากาศได้ทุกที่ทุกเวลา เว็บ Air4Thai.com และ airbkk.com ก็อัปเดตเรียลไทม์ เหมาะสำหรับสายเทคที่ชอบ gadget ลองหา smartwatch หรือ sensor PM2.5 สวมใส่ได้เลย สะดวกสุดๆ แถมช่วยวางแผนวันได้ เช่น วันฝุ่นหนัก อยู่บ้านดูซีรีส์ Netflix ชิลๆ ดีกว่าไปเที่ยวกลางแจ้ง

ส่วนตัวผมมองว่า แนวโน้มปีนี้รุนแรงกว่าปีก่อน เพราะ气候เปลี่ยนแปลงและนโยบายป้องกันไฟป่าไม่เข้มข้นพอ รัฐต้องเร่งแก้ที่ต้นตออย่างเผาในที่โล่ง และประชาชนเราช่วยกันได้ด้วยการใช้เทคโนโลยีติดตาม ร่วมรณรงค์ไม่เผา垃圾 มาลดฝุ่นด้วยกันนะครับ! ดาวน์โหลดแอป Air4Thai วันนี้ แล้วแชร์ข้อมูลให้เพื่อนๆ ด้วย สุขภาพเราต้องมาก่อน

ที่มา – ศูนย์มลพิษฯ รายงาน PM2.5 ยังวิกฤต กระทบ 44 จังหวัดทั่วไทย ภาคเหนือหนักสุด แม่ฮ่องสอนพุ่งทะลุ 197 มคก./ลบ.ม.

ในที่สุด! ถ่ายภาพพระจันทร์ด้วย iPhone สวยๆ

เคยสงสัยมั้ยว่า ถ่ายภาพพระจันทร์ด้วย iPhone ทำไมถึงยากจัง? พระจันทร์ดูสว่างจ้าบนพื้นหลังมืดสนิท แถมขนาดเล็กเท่าเล็บมือยื่นตรงๆ เลย ทำให้มือใหม่หลายคนถ่ายแล้วได้แค่จุดสว่างๆ จืดชืด

สามปีก่อน Redditor ชื่อ xLofty โพสต์ถามใน r/iphone ว่า “ทำยังไงให้ถ่ายภาพพระจันทร์ด้วย iPhone สวยๆ จริงๆ?” คำตอบยอดนิยมจาก seoulitude แนะนำเทคนิคเจ๋ง: ถ่ายวิดีโอ 4K แล้วหยุดจับภาพ เพราะควบคุม exposure, focus และ telephoto zoom ได้ละเอียดกว่าซูมดิจิทัล

ถ่ายภาพพระจันทร์ด้วย iPhone สวยๆ แบบนักบินอวกาศ Artemis

แต่มีคนทำได้ดีกว่านั้น! นักบินอวกาศ Artemis (ยังไม่ชัดว่าใคร) มีไอเดียสุดยอด: บินไปใกล้พระจันทร์เลย พวกเขาออกเดินทางในภารกิจ NASA lunar flyby ด้วยชุดอวกาศที่ติด iPhone มาด้วย

เมื่อวันจันทร์ พวกเขาเดินทางไกลจากโลกมากกว่าที่เคย (farther from Earth than anyone before) เข้าสู่โซนพระจันทร์ ซึ่งเป็นจุดกึ่งกลางของภารกิจ 10 วัน Scott Bryan บน X จับภาพช่วงที่ปิดไฟในยานเพื่อถ่ายภาพพระจันทร์ได้ชัดๆ ทุ่งหินผาและหลุมอุกกาบาตเห็นชัดเจน!

ทำไมเทคนิคนี้ถึงเจ๋งขนาดนี้?

การถ่ายภาพพระจันทร์ด้วย iPhone จากพื้นโลกยากเพราะระยะไกล แสงจ้าเกิน แต่จากอวกาศใกล้ชิดแบบนี้ iPhone จับรายละเอียดได้สมบูรณ์แบบ ไม่ต้องพึ่งซูมดิจิทัลที่เบลอ มันเป็นเทคนิคที่เรียบง่ายแต่天才 ทำไมเราไม่คิดถึง?

นอกจากนี้ ยังมีเคล็ดลับอื่นๆ สำหรับ ถ่ายภาพพระจันทร์ด้วย iPhone บนโลก:

  • ใช้โหมด Night mode หรือ ProRAW ถ้า iPhone รองรับ
  • ตั้งค่า exposure ต่ำเพื่อไม่ให้พระจันทร์สว่างเกิน
  • ใช้ขาตั้งกล้องลดการสั่น
  • ซูม optical 2x หรือ 5x ตามรุ่น
  • ถ่ายช่วงพระจันทร์ขึ้นหรือตก แสงนุ่มนวล

ภารกิจ Artemis II (หรือโปรแกรม Artemis) แสดงให้เห็นว่า iPhone พัฒนาขนาดไหน สามารถถ่ายภาพจักรวาลได้จริงจัง นักบินอวกาศใช้ screen time เยอะเพื่อแชร์ภาพสดๆ ทำให้เราตื่นเต้นตาม

ลองนึกภาพถ้าคุณได้ลอง ถ่ายภาพพระจันทร์ด้วย iPhone แบบนี้บ้าง สนุกแน่! แต่สำหรับคนบนโลก ต้องพึ่งเทคนิค Reddit หรือรอ iPhone รุ่นใหม่ที่มีกล้องเทเลโฟโต้ดีขึ้น

สรุปคือ แม้จะเลียนแบบนักบินอวกาศยาก แต่ลองเคล็ดลับเหล่านี้ดู คุณอาจได้ภาพพระจันทร์สวยๆ ลงโซเชียลได้ ลองแล้วแชร์ผลงานในคอมเมนต์นะ!

ที่มา – Someone Finally Took a Good iPhone Photo of the Moon. Good Luck Copying Their Trick

OpenAI กล่าวหา Musk และ Meta ประสานโจมตี

โลกของปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังร้อนระอุ เมื่อ OpenAI กล่าวหา Musk และ Meta ประสานโจมตี กันอย่างเปิดเผย ล่าสุด OpenAI ส่งจดหมายถึงอัยการรัฐแคลิฟอร์เนียและเดลาแวร์ ขอให้สอบสวน Elon Musk และ Mark Zuckerberg จาก Meta ว่ามีพฤติกรรมต่อต้านการแข่งขันและประสานงานโจมตีบริษัทของพวกเขา

OpenAI กล่าวหา Musk และ Meta ประสานโจมตี

เรื่องนี้เริ่มจากบทความในนิตยสาร New Yorker ที่เต็มไปด้วยข้อกล่าวหาน่าเกลียดต่อ Sam Altman CEO ของ OpenAI เช่น การโกหกและพฤติกรรมแบบโซซิโอพาธ แต่ OpenAI ไม่สนใจตรงนั้น พวกเขาหันไปโฟกัสที่ Elon Musk แทน จดหมายที่ CNBC รายงาน ระบุว่า Musk และ Zuckerberg กำลังใช้กลยุทธ์น่าสงสัยที่ควรถูกสอบสวน โดย Chris Lehane หัวหน้าฝ่ายกิจการโลกของ OpenAI บอกว่า “พวกเขากำลังทำพฤติกรรมที่ตั้งคำถามได้สูงและควรถูกตรวจสอบอย่างจริงจัง”

รายละเอียดข้อกล่าวหาในจดหมาย OpenAI

Sacramento Bee ก็รีวิวจดหมายฉบับนี้เช่นกัน โดยบอกว่า Musk และ Zuckerberg “สมรู้ร่วมคิดกัน” ขณะที่ Musk พยายามขุดข้อมูลน่าอับอายเกี่ยวกับ Altman จดหมายขอให้อัยการสอบสวน “พฤติกรรมไม่เหมาะสมและต่อต้านการแข่งขัน” โดยเฉพาะการโจมตีแบบประสานงานที่อาจขัดขวาง OpenAI ในการพัฒนา AGI (Artificial General Intelligence) ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักของบริษัท

เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้น นี่คือประเด็นสำคัญจากจดหมายและรายงาน:

  • การฟ้องร้องของ Musk: Elon Musk กำลังฟ้อง OpenAI เรียกเงินกว่า 134 พันล้านดอลลาร์ OpenAI มองว่านี่เป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญโจมตีมานาน ตั้งแต่ต้นปีนี้พวกเขายังเรียกคดีนี้ว่า “ไร้สาระและเป็นรูปแบบการรังควานต่อเนื่อง” คดีกำลังจะขึ้นศาลในเขตเหนือแคลิฟอร์เนีย โดยเลือกคณะลูกขุนเริ่ม 27 เมษายน
  • ข้อมูลจาก New Yorker: มีคนกลางที่เชื่อมโยงกับ Musk (บางคนได้ค่าจ้าง) กระจายเอกสาร opposition research กว่า 50 หน้า เกี่ยวกับ Altman รวมถึงการสอดแนมบริษัท shell, ข้อมูลส่วนตัวเพื่อนสนิท, สัมภาษณ์เรื่องโสเภณีที่บาร์เกย์ และติดตามเที่ยวบินกับปาร์ตี้
  • คำพูดในจดหมาย: Kwon เขียนว่า “การโจมตีเหล่านี้旨在 ควบคุมอนาคต AGI จากมือคนที่รับผิดชอบตามกฎหมาย ให้ไปอยู่ในมือคู่แข่งที่ไร้หลักการและไม่ใส่ใจความปลอดภัย”

ความเชื่อมโยงระหว่าง Musk และ Zuckerberg

นอกจากนี้ Engadget รายงานเมื่อ月底ว่า Zuckerberg ส่งข้อความหา Musk เสนอช่วยเรื่อง DOGE (Department of Government Efficiency) Musk ตอบด้วยอิโมจิหัวใจ แต่ถามว่า Zuckerberg สนใจร่วมประมูล IP ของ OpenAI ไหม Zuckerberg เสนอย้ายไปคุยโทรศัพท์ นี่อาจเป็นหลักฐานการประสานงาน

Musk ไม่ใช่แค่คู่แข่งธรรมดา เขามี xAI ที่เพิ่ง merger กับ SpaceX และกำลังแข่งขันพัฒนา AI เช่นกัน การแข่งขันนี้ดุเดือด จนกลายเป็นสงครามทางกฎหมายและชื่อเสียง OpenAI มองว่าการกระทำเหล่านี้ไม่ใช่แค่ธุรกิจ แต่เป็นการขัดขวาง AGI ที่ควรประโยชน์มนุษยชาติ

เราติดต่อ xAI และ Meta เพื่อขอความเห็นแล้ว จะอัปเดตหากมีตอบกลับ

สรุปแล้ว OpenAI กล่าวหา Musk และ Meta ประสานโจมตี นี้อาจเปลี่ยนเกมการแข่งขัน AI ครั้งใหญ่ คุณคิดว่าคดีนี้จะจบยังไง? มันเป็นแค่การเมืองธุรกิจ หรือมีอะไรมากกว่านั้น? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์ และติดตามข่าว AI ล่าสุดกับเราเพื่อไม่พลาดอัปเดต!

ที่มา – In Letter, OpenAI Reportedly Says Elon Musk and Meta Are Coordinating ‘Attacks’ Against It

สตีเวน สปีลเบิร์ก ยังอยากทำหนังสยองขวัญ

สตีเวน สปีลเบิร์ก ยังอยากทำหนังสยองขวัญ สักวันหนึ่ง แม้เวลาจะผ่านไปกว่า 50 ปีตั้งแต่ภาพยนตร์เรื่อง ขากรรไกร (Jaws) วางจำหน่ายเมื่อปี 1975 ซึ่งยังคงทำให้ผู้ชมหวาดกลัวฉลามจนทุกวันนี้ หนังเรื่องนี้กลายเป็นตำนานสยองขวัญที่กำหนดยุคสมัยใหม่ของวงการภาพยนตร์

นอกจากนี้ ในผลงานอย่าง การพบปะใกล้ชิดครั้งที่สาม (Close Encounters of the Third Kind) และ จูราสสิค พาร์ค (Jurassic Park) ก็มีฉากน่าขนลุกที่ทำให้หัวใจเต้นรัว แม้สตีเวน สปีลเบิร์กจะไม่ได้กำกับ ผีในบ้าน (Poltergeist) โดยตรง แต่เขาเป็นผู้สร้าง ผู้เขียนเรื่องราว และร่วมเขียนบทภาพยนตร์ ซึ่งกำกับโดยโทบ ฮูเปอร์ ทำให้เขาใกล้ชิดกับแนวสยองขวัญมาตลอดอาชีพกว่า 5 ทศวรรษ

สตีเวน สปีลเบิร์ก ยังอยากทำหนังสยองขวัญจริงจัง

ในบทสัมภาษณ์ล่าสุดกับนิตยสาร Empire สตีเวน สปีลเบิร์กยอมรับว่า สตีเวน สปีลเบิร์ก ยังอยากทำหนังสยองขวัญ แบบเต็มตัว แม้จะยังไม่เคยกำกับเรื่องไหนโดยตรง เขากล่าวว่า “ผมยังไม่เคยกำกับหนังสยองขวัญ และผมอยากทำมานานแล้ว สักวันหนึ่งผมอาจจะทำ แต่มีหนังสยองขวัญดีๆ ออกมามากมายที่ช่วยดับกระหายนั้นได้”

หนังสยองขวัญที่ทำให้สปีลเบิร์กพอใจ

ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ Weapons ของ Zach Cregger ซึ่งสปีลเบิร์กชื่นชมว่า “เมื่อผมดูหนังสยองขวัญดีๆ อย่าง Weapons ผมไม่มีความอยากทำหนังที่สยองกว่าหรือเท่ากันอีก มันทำให้ผมอิ่มเอมจนหยุดความปรารถนาที่จะทำหนังสยองขวัญสุดโหด” หนังเรื่องนี้พิสูจน์ว่าตลาดสยองขวัญยังร้อนแรง และผู้กำกับรุ่นใหม่สามารถสร้างสรรค์ได้อย่างน่าทึ่ง

อย่างไรก็ตาม สปีลเบิร์กไม่เคยหยุดฝันถึงโปรเจกต์หนังสยองขวัญของตัวเอง แฟนๆ ต่างรอคอยว่าหากเขาได้กำกับจริง จะออกมาในรูปแบบไหน ด้วยประสบการณ์จาก Jaws ที่เปลี่ยนมุมมองต่อสัตว์ทะเลให้กลายเป็นฝันร้าย

ความหลงใหลใน Sci-Fi ที่ไม่เคยลดลง

ขณะที่รอหนังสยองขวัญ ผลงานล่าสุดของเขาคือ Disclosure Day ภาพยนตร์แนวเอเลี่ยนที่จะฉายวันที่ 12 มิถุนายน ซึ่งเต็มไปด้วยองค์ประกอบลึกลับ สปีลเบิร์กยังคงหลงใหลใน Sci-Fi โดยเฉพาะ Dune ของ Denis Villeneuve ที่เขาชมว่า “เป็นหนึ่งในหนังไซไฟที่ผมชอบที่สุดตลอดกาล โดยเฉพาะภาคสอง ซึ่งเป็นหนังที่ดีที่สุดของ Denis ผมรอภาคสามไม่ไหวแล้ว”

เขาเชื่อว่า Dune ให้เกียรติต่อนิยายของ Frank Herbert อย่างสมบูรณ์แบบ และด้วยสถานะของเขา คงได้ดู Dune: Part Three ก่อนใคร แม้จะฉายธันวาคมนี้ก็ตาม

  • Jaws: ตำนานฉลามกินคนที่ยังน่ากลัว
  • Close Encounters: UFO ที่น่าขนลุก
  • Jurassic Park: ไดโนเสาร์ฟื้นคืนชีพ
  • Poltergeist: ผีสิงบ้านที่เขามีส่วนร่วม
  • Weapons: หนังใหม่ที่ดับกระหายสยองขวัญ

นอกจากนี้ สตีเวน สปีลเบิร์กยังคงเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้กำกับรุ่นใหม่ หากเขาได้ทำหนังสยองขวัญจริง คงเป็นปรากฏการณ์ครั้งใหญ่ที่วงการต้องจับตา

ในความเห็นของผม สตีเวน สปีลเบิร์ก ยังอยากทำหนังสยองขวัญ นี่คือโอกาสทองที่จะเห็นอัจฉริยะผสมผสาน Sci-Fi กับ Horror ในสไตล์เฉพาะตัว ติดตามข่าวสารหนังเพิ่มเติมได้ที่บล็อกของเรา และอย่าลืมแชร์ความคิดเห็นว่าอยากเห็นสปีลเบิร์กกำกับหนังสยองขวัญแนวไหน!

ที่มา – Steven Spielberg Still Wants to Make a Horror Film ‘Someday’

ชาวอเมริกันกี่คนเคยคิดยิงคนอื่น

ถ้าคุณเคยสงสัยแบบมืดมนว่าชาวอเมริกันกี่คนเคยคิดจะยิงคนอื่นบ้าง คุณมาถูกที่แล้วนะ! การศึกษาล่าสุดจากนักวิจัยในมิชิแกน เผยตัวเลขที่น่าตกใจ โดยใช้ข้อมูลจากการสำรวจทั่วประเทศ พบว่าประมาณ 7% ของชาวอเมริกัน หรือกว่า 19 ล้านคน เคยคิดอย่างจริงจังที่จะยิงคนอื่นอย่างน้อยครั้งหนึ่งในชีวิต

ชาวอเมริกันกี่คนเคยคิดยิงคนอื่น จริงๆ แล้ว?

ที่น่าสนใจคือ การมีปืนในบ้านไม่ได้เพิ่มความเสี่ยงให้คิดแบบนี้ แต่ปัจจัยอย่างการอาศัยในเมืองหรืออายุน้อยกว่า กลับเกี่ยวข้อง นักวิจัยบอกว่า “ต้องมีมาตรการป้องกันความรุนแรงจากปืน โดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยงทั้งที่มีและไม่มีปืน” จากบทความที่ตีพิมพ์ใน JAMA Network Open เมื่อเดือนที่แล้ว

แม้ยอดผู้เสียชีวิตจากปืนจะลดลงบ้าง แต่ความรุนแรงจากปืนยังเป็นภัยคุกคามสาธารณสุขร้ายแรงในสหรัฐฯ ปี 2024 มีชาวอเมริกันเสียชีวิตจากปืนราว 44,000 ราย และเฉลี่ยวันละ 200 คนต้องเข้ารพ.จากบาดแผลปืน

ข้อมูลจากการสำรวจ National Firearms Survey

การวิจัยนี้มาจาก National Firearms, Alcohol, Cannabis, and Suicide survey ที่มหาวิทยาลัยมิชิแกน สำรวจผู้ใหญ่กว่า 7,000 คนทั่วประเทศระหว่างพฤษภาคม-กันยายน 2025 พบว่า:

  • 3.3% คิดจะยิงคนอื่นในรอบปีที่ผ่านมา
  • 7.3% เคยคิดในชีวิต
  • 1.6% คิดจะหาปืนมาเพื่อยิงใครสักคน
  • 0.6% เคยพกปืนไปสถานที่เฉพาะเพื่อยิงใคร

เป้าหมายที่คนคิดจะยิงมากสุดคือ “ศัตรู” (51%) รองลงมาเป็นคนแปลกหน้า (24.6%) เจ้าหน้าที่รัฐ (14%) คู่รักเก่า-ใหม่ (10%) และเพื่อนร่วมงานหรือบอส (ต่ำกว่า 7%)

ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้ชาวอเมริกันกี่คนเคยคิดยิงคนอื่น ได้แก่:

  • อายุน้อย
  • เพศชาย
  • คนผิวดำ
  • อาศัยในเมือง
  • อาศัยในมิดเวสต์
  • การศึกษาน้อย

แต่รายได้ การมีปืน หรือพรรคการเมือง ไม่เกี่ยวข้อง นักวิจัยชี้ว่า “กลุ่มเสี่ยงเหล่านี้ตรงกับผู้ก่อความรุนแรงจากปืนจริง แม้ไม่มีปืนก็ตาม”

นอกจากนี้ 1.5% เคยบอกคนอื่นเรื่องความคิดนี้ และ 0.5% ให้คนอื่นเก็บปืนไว้ชั่วคราว นี่คือจุดแทรกแซงได้ โดยเฉพาะในรัฐที่มีกฎหมาย red flag ที่ยึดปืนชั่วคราว

ข้อมูลนี้ชี้ให้เห็นว่าต้องจัดการรากเหง้าความคิดรุนแรงก่อนจะลงมือ ลองคิดดูสิว่าถ้าเรารู้ทันและช่วยเหลือได้ จะลดโศกนาฏกรรมได้แค่ไหน คุณคิดยังไงกับเรื่องนี้ ลองแชร์ในคอมเมนต์ด้านล่างนะ!

ที่มา – Here’s How Many Americans Have Ever Thought About Shooting Someone Else

Artemis 2 วันที่ 6: อัปเดตสดภารกิจดวงจันทร์ 🔴

สวัสดีเพื่อนๆ ชาวอวกาศ! วันนี้เรามาพูดถึง Artemis 2 วันที่ 6 กันแบบสดๆ ร้อนๆ เลยนะ ภารกิจประวัติศาสตร์ที่กำลังพาสี่นักบินอวกาศ NASA’s Reid Wiseman, Victor Glover, Christina Koch และ Jeremy Hansen จาก Canadian Space Agency ไปอ้อมด้านมืดของดวงจันทร์และกลับมา นี่คือครั้งแรกในรอบ 54 ปีที่มนุษย์ทะยานเกินวงโคจรต่ำของโลก!

Artemis 2 วันที่ 6: การทำลายสถิติระยะทางไกลที่สุดจากโลก

ประมาณ 1:57 น. ET ทีม Artemis 2 ได้ทำลายสถิติเก่าของ Apollo 13 ในปี 1970 ที่ 248,655 ไมล์จากโลกแล้ว! Jeremy Hansen พูดอย่างซึ้งใจว่า “เรากำลังทะยานไกลกว่าเดิม เพื่อให้รุ่นต่อไปมาท้าทายสถิติใหม่” พวกเขายังตั้งชื่อหลุมอุกกาบาตสองแห่งด้วย ชื่อ “Integrity” จากยานของตัวเอง และ “Carroll” เพื่อรำลึกถึงภรรยาของ Reid Wiseman

กิจกรรมเด่นใน Artemis 2 วันที่ 6

  • ประชุมกับทีมวิทยาศาสตร์ดวงจันทร์ เพื่อวางแผนถ่ายภาพและสังเกตการณ์ โดยลดแสงในยานเพื่อวิวชัดๆ
  • รับแพตช์จากครอบครัว Jim Lovell ของ Apollo 8 Christina Koch บอกว่ามันจุดประกายแรงบันดาลใจตั้งแต่เด็ก
  • ฟังข้อความสุดพิเศษจาก Jim Lovell ก่อนเสียชีวิต “ยินดีต้อนรับสู่ย่านเก่าของผม สนุกกับวิวให้เต็มที่นะ!”

วันนี้คือวันบินผ่านดวงจันทร์! Orion จะเข้าสู่เขตอิทธิพลแรงโน้มถ่วงดวงจันทร์ และนักบินอวกาศจะได้เห็นด้านมืดที่มนุษย์ไม่เคยเห็นด้วยตาเปล่า เป้าหมายหลักคือ Orientale basin หลุมขนาดยักษ์อายุ 3.8 พันล้านปี และ Hertzsprung basin เพื่อศึกษาประวัติศาสตร์การชนของดวงจันทร์

ย้อนดูกิจกรรมก่อนหน้า: วันเสาร์ Victor Glover ทดสอบบังคับยานด้วยมือ วันอาทิตย์ซ้อมชุดอวกาศและปรับ軌道 สุดท้ายทำ trajectory correction burn สั้นๆ 17.5 วินาที ปัญหาโถส้วมยังค้าง แต่ใช้ Collapsable Contingency Urinal ชั่วคราวแทน

วิวโลกจาก Orion สวยสะดุดตา นักบินอวกาศถ่ายรูปส่งกลับมาแล้ว ลองดู ภาพสวยๆ เหล่านี้ ได้เลย! พวกเขายังออกกำลังด้วย flywheel เพื่อป้องกันสูญเสียมวลกล้ามเนื้อในไมโครเกรวิติ

การปล่อยเมื่อ 1 เมษายน 2026 สมบูรณ์แบบ SLS สร้างแรงขับ 8.8 ล้านปอนด์ทะยานขึ้นฟ้า แม้มีปัญหาแบตเตอรี่ LAS เล็กน้อยแต่แก้ได้ ฝนหยุดทัน ประธานาธิบดี Trump ยังโทรอวยพร NASA Admin Jared Isaacman ด้วย

ทีม Artemis 2 ยังทำ translunar injection burn สำเร็จ ส่งยานไปดวงจันทร์แบบ free-return จะกลับโลกเองหลังบินผ่าน สุดยอด!

ติดตามสดได้ที่ NASA livestream และ AROW สำหรับ軌道เรียลไทม์ ภารกิจนี้ไม่ใช่แค่ทดสอบยาน แต่ศึกษาด้านมืดดวงจันทร์ สุริยุปราคา และรังสีอวกาศด้วย organ-on-a-chip สุดล้ำ

นี่คือก้าวสำคัญสู่ Artemis 3 ที่จะลงจอดดวงจันทร์ ถ้าคุณเป็นแฟนอวกาศ อย่าพลาดเลยนะ! คอมเมนต์บอกหน่อยว่าตื่นเต้นตรงไหนที่สุด

ที่มา – Artemis 2 Day 6: Follow the Mission With Our Live Updates 🔴

OpenAI เปิดวิสัยทัศน์คลุมเครือปรับโครงสร้างสังคมรอบซูเปอร์อินเทลลิเจนส์

OpenAI บริษัทผู้พัฒนาแชทบอทชื่อดัง ได้เปิดเผยวิสัยทัศน์ที่ค่อนข้างคลุมเครือเกี่ยวกับการปรับโครงสร้างสังคมให้เข้ากับยุคของซูเปอร์อินเทลลิเจนส์ หรือ AI ที่เหนือกว่ามนุษย์ในทุกด้าน ซึ่งบริษัทเชื่อว่าจะ disruptive ไม่แพ้การปฏิวัติอุตสาหกรรม

OpenAI เปิดวิสัยทัศน์คลุมเครือปรับโครงสร้างสังคมรอบซูเปอร์อินเทลลิเจนส์

ในเอกสารชื่อ “Industrial Policy for the Intelligence Age: Ideas to Keep People First” OpenAI เสนอแนวคิดนโยบายเพื่อรับมือกับการมาของ AI ระดับสูงสุด โดยย้ำว่าประโยชน์ของ AI จะมากกว่าความเสี่ยง แต่ก็ยอมรับปัญหาเช่น การสูญเสียงาน การใช้ในทางมิชอบ การรวมศูนย์อำนาจและความมั่งคั่ง รวมถึงความเสี่ยงที่ AI อาจควบคุมไม่ได้

เอกสารนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อจุดประกายการสนทนากว้างขวางเกี่ยวกับผลกระทบของ AI ต่อสังคม โดย OpenAI เชื่อว่าการเปลี่ยนผ่านนี้ควรเกิดผ่านกระบวนการประชาธิปไตยที่ให้ประชาชนมีอำนาจกำหนดอนาคต AI และเตรียมพร้อมสำหรับผลลัพธ์ที่หลากหลาย

ข้อเสนอนโยบายหลักจาก OpenAI

  • กองทุนความมั่งคั่งสาธารณะ: ให้พลเมืองทุกคนมีส่วนแบ่งในเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วย AI โดยลงทุนในสินทรัพย์ระยะยาวที่เกี่ยวข้องกับ AI และแจกจ่ายผลตอบแทนให้ประชาชนโดยตรง
  • ปรับระบบภาษี: ลดการพึ่งพาภาษีเงินเดือนและรายได้จากการทำงาน หันไปเก็บจากกำไรบริษัทและทุน ส่วนภาษีใหม่ที่ผูกกับแรงงานอัตโนมัติ
  • ขยายระบบสวัสดิการสังคม: เปิดใช้งานอัตโนมัติชั่วคราวเมื่อตัวชี้วัดเศรษฐกิจ เช่น อัตราการว่างงานสูงขึ้น
  • สัปดาห์ทำงาน 4 วัน: สนับสนุนนายจ้างทดลองทำงาน 32 ชั่วโมงต่อสัปดาห์โดยไม่ลดเงินเดือน โดยเชื่อมโยงกับผลิตภาพที่เพิ่มจาก AI
  • โครงสร้างพื้นฐาน: เสริมสร้างโครงข่ายไฟฟ้าเพื่อรองรับข้อมูลเซ็นเตอร์ AI และสร้างระบบความปลอดภัยและการกำกับดูแลใหม่

นอกเหนือจากผลกระทบทางเศรษฐกิจ เอกสารยังกล่าวถึงการเตรียมโครงสร้างพื้นฐานพลังงานและระบบป้องกันความเสี่ยงจาก AI ขั้นสูง

บริบททางการเมืองในสหรัฐฯ ยังแบ่งแยก นายกฯ ทรัมป์เพิ่งลงนามคำสั่งผู้บริหารจำกัดกฎระเบียบ AI ระดับรัฐเพื่อความมั่นคง ขณะที่นักการเมืองก้าวหน้าเช่น เบอร์นี่ แซนเดอร์ส และ อเล็กซานเดรีย โอคาซิโอ-คอร์เตซ เสนอกฎหมายหยุดชะงักการก่อสร้างข้อมูลเซ็นเตอร์ AI จนกว่าจะมีกฎหมายรับประกันความปลอดภัย

OpenAI กำลังรับฟีดแบ็กและจะจัดงานที่ OpenAI Workshop ในวอชิงตัน ดีซี เดือนพฤษภาคม พร้อมทุนสนับสนุนโครงการนโยบายสูงสุด 100,000 ดอลลาร์ และเครดิต API 1 ล้านดอลลาร์

แม้ข้อเสนอเหล่านี้จะดูจริงจัง แต่ยังไม่ชัดเจนว่าจะกลายเป็นนโยบายจริงหรือไม่ โดยเฉพาะท่ามกลางการเตรียม IPO ของบริษัท

วิสัยทัศน์นี้ชี้ให้เห็นว่า OpenAI พยายามแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม คุณคิดอย่างไรกับ OpenAI เปิดวิสัยทัศน์คลุมเครือปรับโครงสร้างสังคมรอบซูเปอร์อินเทลลิเจนส์? แสดงความเห็นในคอมเมนต์และแชร์บทความนี้เพื่อกระตุ้นการสนทนา!

ที่มา – OpenAI Releases Its Vague Vision for Reorganizing Society Around Superintelligence