ผู้เขียน: lalika69_admin

การสนทนา ChatGPT รั่วไหล: ผู้คนขอให้บอททำบางอย่างที่ไม่ควรตอบ

การสนทนา ChatGPT รั่วไหล: ประเด็นด้านจริยธรรมและความเป็นส่วนตัว

แม้หลายคนจะรู้ดีว่า การสนทนา ChatGPT ที่รั่วไหล ไม่ใช่เรื่องลับ แต่ผู้ใช้งานยังคงพยายามให้แชทบอทช่วยแก้ปัญหาส่วนตัวลึกซึ้ง หรือแม้แต่สร้างเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมโดยส่งคำถามต่างๆ จนบางกรณีถูกบันทึกและค้นหาได้จากเครื่องมือค้นคว้าต่างๆ

สิ่งไม่ควรตอบ: การใช้ ChatGPT เพื่อจุดประสงค์มิชอบ

ตามที่นักสืบสวน Henk van Ess จาก Digital Digging รายงาน เฟะตูเรการเเชร์บทสนทนาของ ChatGPT ทำให้ข้อมูลสาธารณะถูกจัดเก็บอยู่ในเครื่องมือค้น ทำให้สามารถหา การสนทนา ChatGPT ที่รั่วไหล ทั้งหมดนี้ได้ง่าย โดยเฉพาะเนื้อหาที่แสดงถึงจริยธรรมของมนุษย์ได้อย่างชัดเจน

ตัวอย่างหนึ่งที่น่าตะลึงคือผู้ใช้ชาวอิตาลีอ้างว่าเป็นทนายให้บริษัทพลังงาน และพยายามขอลัดขั้นตอน การสนทนา ChatGPT ที่รั่วไหล การเจรจาต่อรองราคาขายที่ดินของชนเผ่าพื้นเมือง โดยใช้ความไม่เข้าใจตลาดของชุมชนมาเป็นข้อได้เปรียบ ซึ่งเป็นสิ่งที่ดูปลุกปั่นให้ระบบช่วยสิ่งไม่ถูกต้อง

บทสนทนาที่ต้องเฝ้าระวัง

  • ผู้ใช้หน่วยงานด้านวิชาการตรวจสอบต่างประเทศถามถึงผลกระทบหากสหรัฐล่มสลาย
  • ทนายใช้บอทสร้างคำพิพากษาทั้งที่ไม่รู้คำรับรองคดี
  • ผู้ประสบความรุนแรงในครอบครัววางแผนหนีจากสถานการณ์
  • กรณีละเอียดอ่อนเช่นการวิจารณ์รัฐบาลอียิปต์

สิ่งไม่ควรถูกเผยแพร่ที่พบใน การสนทนา ChatGPT ที่รั่วไหล

หัวใจสำคัญคือการเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวและการใช้งานที่อาจส่งผลเสียต่อผู้เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะเมื่อผู้ใช้คิดว่าบทสนทนาเหล่านี้เป็นความลับ เหตุการณ์นี้เตือนใจเราว่าเทคโนโลยีอาจไม่ปลอดภัยเสมอไป

แม้อดีตที่คล้ายกันกับระบบassistantเสียงจะช่วยฝึกให้ระบบดีขึ้น แต่การสนทนาพิมพ์ใน ChatGPT กลับละเอียดและลึกซึ้งกว่า ซึ่งทำให้ผู้คนเผลอเปิดเผยทั้งชื่อและข้อมูลทางการเงิน มาตรการด้านความปลอดภัยจึงจำเป็นต้องพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้นักพัฒนายังต้องเผชิญกับความท้าทายที่เกี่ยวข้องกับ การสนทนา ChatGPT ที่รั่วไหล ทั้งในด้านจริยธรรมและความปลอดภัย หากคุณมีประสบการณ์หรือข้อคิดเห็น อย่าลังเลที่จะแบ่งปันเพื่อร่วมกันสร้างความตระหนักรู้ที่กระจ่างชัดบนโลกดิจิทัล

ที่มา – Leaked ChatGPT Conversations Show People Asking the Bot to Do Some Dirty WorkSome questions should not be answered.

สวนสัตว์โอเพนด์ขอความร่วมมือประชาชนบริจาคสัตว์เลี้ยงเพื่อเลี้ยงสัตว์กินเนื้อ

สวนสัตว์โอเพนด์ขอความร่วมมือประชาชนบริจาคสัตว์เลี้ยงเพื่อเลี้ยงสัตว์กินเนื้อ

เหตุการณ์สุดถกเถียงจากสวนสัตว์โอเพนด์ในเดนมาร์กที่ประกาศขอความร่วมมือให้ประชาชนบริจาคสัตว์เลี้ยงส่วนตัวอย่างไก่ กระต่าย หรือหนูตะเภา เพื่อใช้ในการเลี้ยงสัตว์กินเนื้อในสวนสัตว์ โดยอ้างถึงการจำลองห่วงโซ่อาหารตามธรรมชาติเพื่อส่งเสริมสวัสดิภาพสัตว์ ซึ่งต้องเผชิญกระแสวิจารณ์หนักในโซเชียลมีเดียหลังโพสต์เผยแพร่

เหตุผลของสวนสัตว์โอเพนด์เกี่ยวกับการขอสัตว์เลี้ยง

จากข้อความในโพสต์เฟซบุ๊ก สวนสัตว์โอเพนด์ชี้แจงว่า “สัตว์เหล่านี้คล้ายกับสัตว์ที่นักล่าจะล่าในธรรมชาติ” และย้ำว่ามีความรับผิดชอบในการรักษาสมดุลห่วงโซ่อาหาร นอกจากนี้ยังระบุว่าหากคุณมีสัตว์เลี้ยงที่จำเป็นต้องจากไปด้วยเหตุผลบางประการ สามารถส่งมาได้โดยเจ้าหน้าที่จะดูแลขั้นตอนการจบชีวิตอย่างอ่อนโยนก่อนใช้เป็นอาหารสัตว์กินเนื้อ

  • สัตว์เป้าหมาย: ไก่ กระต่าย หนูตะเภา (และแม้แต่ม้า)
  • กระบวนการ: วิธีทำลายชีวิตโดยไม่ทำให้สัตว์เจ็บปวด
  • เป้าหมาย: รักษาพฤติกรรมตามธรรมชาติและโภชนาการของสัตว์กินเนื้อ

เสียงวิจารณ์จากสังคมออนไลน์

โพสต์ดังกล่าวทำให้เกิดการตอบโต้ในเชิงลบอย่างรวดเร็วดังจะเห็นได้จากคอมเมนต์ที่อ้างถึงว่าเป็นแนวคิด “ล้มล้างจิตใจมนุษย์” และวิพากษ์ถึงความไร้มนุษยธรรม โดยสวนสัตว์ต้องรีบปิดการคอมเมนต์รวมถึงให้คำชี้แจงผ่านช่องทางอื่น ด้วยการเน้นว่าทุกขั้นตอนทำด้วยความใส่ใจและไม่ทิ้งเศษอาหารเพื่อความยั่งยืน

อย่างไรก็ตาม การสูญเสียสัตว์เลี้ยงส่วนตัวเพื่อเป็นอาหารสัตว์กินเนื้ออย่างสวนสัตว์โอเพนด์อาจสะท้อนช่องว่างของมุมมองระหว่างผู้ทำงานในอุตสาหกรรมสัตว์ป่ากับกลุ่มคนทั่วไปที่มองว่าสัตว์เลี้ยงคือสมาชิกในครอบครัว ไม่ใช่อาหารชิ้นโตซึ่งอาจเป็นเหตุผลหลักทำให้เกิดความไม่เข้าใจทางวัฒนธรรมครั้งนี้

สุดท้ายแล้ว สวนสัตว์ควรทบทวนแนวทางการสื่อสารใหม่ให้มีความละเอียดอ่อน โดยเฉพาะกับประเด็นที่เกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงส่วนตัวของผู้คน เพราะคำขอใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับการบริจาคสัตว์เลี้ยงเพื่อเป็นอาหาร เปรียบเสมือนการท้าทายความรู้สึกของผู้ที่รักสัตว์ทั่วโลก

ที่มา – สวนสัตว์โอเพนด์ขอความร่วมมือประชาชนบริจาคสัตว์เลี้ยงแก่สัตว์กินเนื้อ ส่อแรงสังคม

โจช โบรลิน กับ 3 เรื่องดังที่เขามอง ‘ดูน 3’ พร้อมอัปเดต ‘Weapons’

โจช โบรลิน กับ ‘Weapons’, ‘Dune 3’ และความคิดเห็นเกี่ยวกับการตลาดยุคปัจจุบัน

นักแสดงฮอลลีวูดผู้สร้างตำนาน โจช โบรลิน (Josh Brolin) ยังคงเป็นหนึ่งในตัวละครทรงพลังในวงการภาพยนตร์ร่วมสมัย เขาไม่เพียงรับบทบาทหลากหลายจากตะวันตกไปจนถึงไซไฟตามที่จาก Outer Range หรือ Goonies เท่านั้น แต่ยังมีความเห็นลึกซึ้งเกี่ยวกับทั้งการสร้างภาพยนตร์ ‘Weapons’ และ ‘Dune 3’ รวมถึงมุมมองของเขาที่มีต่อพื้นแบบการโปรโมตแบบยุคใหม่ ที่อาจทำลายประสบการณ์การดูหนังโดยไม่จำเป็น

‘Weapons’ หนังสยองตัวแทนของครอบครัว

ในภาพยนตร์เรื่อง Weapons Brolin มารับบท อาร์ เชอร์ (Archer) พ่อของเด็กที่ถูกหายตัวลึกลับไปกับเด็กนักเรียนทั้งห้อง ณ หนึ่งคืนลึกลับ กระบวนการตัดสินใจเข้าร่วมด้วยนักแสดงระดับราชาชนิดนี้ก็ไม่ธรรมดา จากการที่เขาบอกกับ io9 ว่าสถานการณ์การรับบทนี้เริ่มต้นโดย Pedro Pascal เคยเป็นตัวเลือกแรกแต่ต้องถอนตัว สิ่งที่ดึงดูดนักแสดงคนนี้ให้ตกลงคือการเขียนบทที่ Zach Cregger นำเสนอ ซึ่งนำแนวคิดสยองขวัญมา TRACK ความแตกต่าง โดยเฉพาะการผสมผสานระหว่างความมืดมนกับอารมณ์คอมเมดี้

“ผมคือคนแบบไม่เชื่ออะไรง่ายๆ”, Brolin กล่าว, “แต่พบว่า Weapons เป็นบทที่มีความลึก ไม่ใช่แค่พยายามทำให้คนกลัวแต่ยังสะท้อน ‘การกลับตัวของลูกผู้ชาย’ ผ่านความสูญเสีย”

เงื่อนงำล่าสุดเกี่ยวกับ Dune 3 และเวอร์ชัน Goonies 2

แม้มีข่าวลือของ ‘Dune 3’ และแผนสร้าง ‘Goonies 2’ ที่ต้องจับตาว่าจะให้บทบาทใดกับ Brolin แต่ตัวเขาตอบอย่างเล่นมุกว่า “ตอนนี้ผมในลอสแองเจลิส ยังไม่เห็นบทเลยครับ อย่าลืมมือไหว้แล้วนิ้วถูกกันนะ!”

โจช โบรลินกับการค้านภาคต่อ Goonies

สำหรับ Weapons ที่กำลังจะออกฉาย Brolin ดูตื่นเต้น แต่เมื่อกล่าวถึง Goonies 2 เขากลับมีท่าทีไม่อยากให้เกิดขึ้น “หนังนั้นลืมปิดสิ่งที่เราตีความแล้ว มันมีมนต์เสน่ห์เฉพาะตัวที่ภาคต่อมาย่อฐานะุดมได้ ถ้าทำต่อด้วยบทใหม่ อาจทำลายความภูมิใจในแบบฉบับปี 1985”

การอัปเดตเรื่อง Outer Range และความคิดเห็นการตลาด spoily

เหลืออารมณ์ ‘เรื่องราวที่แตกดิ้น’ เป็นปัญหาใหญ่ที่ Brolin เกิดความไม่พอใจ โดยเฉพาะการที่ Outer Range ถูกยกเลิกถาวรหลังมีทีท่าว่าได้รับความชอบธรรมสูง: “เรารู้ว่าการทำแบบนี้คือการตัดโอกาสต่อการสร้าง THE BIG SWING… แต่จบก็ต้องยอมตามสัจธรรมนี้”

ส่วนกลยุทธ์โปรโมตหนัง Weapons เอง เขากล่าวว่า “เป็นแบบอย่างที่แท้ทรู เพราะเน้นอิมเทสตอนของหนัง มีเทลเลอร์ที่ถ่ายทอดความมืดมนแบบไม่ซีนหลักเสียหาย ผมว่ามันพิเศษมาก”

ด้านการยุติการเฉลยใดๆ เรื่อง ‘Dune 3’ เขาไม่แสดงน้ำเสียงชัดเจน แต่เชื่อว่า “ผมยังมีหวังจะได้เล่นในหนังนั้นอีกครั้ง” โดยสัญญาณว่า “ถ้ามีชื่อว่า ‘Gurney’ อยู่ในเบื้องต้น เขาก็น่าจะได้บทบาทมีที่มาจาก Daniel.

โจช โบรลินยังเปิดใจถึงอุตส่าห์ของเขาในแวดวงการเขียน เช่นบทกวีจาก ‘Dune’ และอัตชีวประวัติล่าสุด โดยระบุว่า “ผมจะหยุดงานปีนี้เพื่อเขียนนิยายต่ออีก แต่ไม่ใช่ในทะเลทรายใดๆ แน่นอน”

สรุป: หากคุณเป็นแฟนหนัง ‘Weapons’ ที่จะออกฉาย 8 สิงหาคม นี้ และมีความสนใจในเบื้องหลังกับนักแสดงระดับมาสเตอร์ คอยจับตาการวิวัฒนาการของหลังเวที และประสบการณ์การแสดงที่ถูกถ่ายทอดแบบวิธีมองต่างมุมจากผู้กำกับ Zach Cregger ที่เพิ่มความน่าค้นหาให้มากขึ้น!

ที่มา – อ่านบทสัมภาษณ์เต็มฉบับภาษาอังกฤษ

Spider-Punk กำลังจะได้ภาพยนตร์แอนิเมชั่นของตัวเองจากดานิเอล คาลุยยา

Spider-Punk กำลังจะได้ภาพยนตร์แอนิเมชั่นของตัวเอง

ในปี 2025 งาน Spider-Man Day เพิ่งผ่านพ้นไปพร้อมกับข่าวสารที่น่าสนใจมากมาย รวมถึงการคืนจออีกครั้งของโทมัส เดอะฮอลแลนด์กับ ชุด Spider-Man Day ที่เตรียมให้แฟน ๆ ได้ตื่นตาตื่นใจในปีต่อไป แต่มีข่าวที่ทำให้แฟน Spider-Man ตื่นเต้นมากกว่านั้นคือการประกาศว่า Spider-Punk จะได้รับโอกาสในการสร้างภาพยนตร์แอนิเมชั่นฉบับแยกเรื่อง เพื่อเล่าต่อจากเรื่องราวของฮอบบี้ บราวน์ ที่ปรากฏตัวใน Spider-Man: Across the Spider-Verse และกำลังจะกลับมามากขึ้นในภาคต่ออย่าง Spider-Man: Beyond the Spider-Verse

ข่าวใหญ่นี้ถูกเปิดเผยโดยเว็บไซต์ Deadline เป็นการยืนยันข่าวการร่วมมือด้านบทภาพยนตร์ของนักแสดงเจ้าของรางวัลออสการ์ ดานิเอล คาลุยยาผู้ซึ่งให้เสียงของ Spider-Punk ในภาค Across the Spider-Verse จะร่วมเขียนบทกับ Ajon Singh ในขณะที่เนื้อเรื่องถูกเก็บเป็นความลับ ยังไม่มีการประกาศรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการนี้ แต่ผู้ชมสามารถคาดหวังว่า ดานิเอล คาลุยยา น่าจะได้กลับมาพากย์ตัวละคร Spider-Punk อีกครั้ง

Spider-Punk มาจากไหน

ตัวละคร Spider-Punk มีประวัติความเป็นมายาวนานตั้งแต่การ์ตูน Spider-Verse ในฉบับ The Amazing Spider-Man #10 ปี 2015 โดยเนื้อหาเริ่มจากจินตนาการของ ดานี สล็อตต์ ในบทเขียนและ โอลิวิเย่ร์ โคเพล ในภาพวาด เขามาจากโลกคู่ขนานที่ 138 (Earth-138) ซึ่งตัวฮอบบี้ บราวน์ เป็น Spider-Man ในเวอร์ชั่นที่มีแนวคิดอันธพาล (anarchistic) และต่อต้านสิ่งที่สถาปนาไว้ (anti-establishment) เหมือนที่ตัวการ์ตูนเคยบอกไว้ จุดมุ่งหมายของเขามาจากการต้องการล้มล้างระบบอำนาจที่ไม่เป็นธรรม

ภาพยนตร์ Spider-Punk คือเรื่องราวที่แฟน Spider-Man ต้องการ

สิ่งที่ทำให้ข่าวเกี่ยวกับ Spider-Punk น่าสนใจคือการมีภาพยนตร์แอนิเมชั่นของตัวเอง ถือเป็นโอกาสที่ดีในการนำเอาเสียงของตัวละครตอกย้ำระบบอำนาจที่ถูกปั้นขึ้นโดย Marvel นำเสอนผ่านการสร้างโลกกิ๊กของตัวเขาเอง ซึ่งถือเป็นแนวทางสร้างสรรค์และแตกต่างจากเวอร์ชั่นหลักของ Peter Parker ที่หลายคนคุ้นเคย

สำหรับผู้ชม ข่าวเกี่ยวกับ Spider-Punk กำลังจะได้ภาพยนตร์แอนิเมชั่นของตัวเอง นับเป็นการแสดงให้เห็นถึงความหลากหลายทางเอกลักษณ์ของจักรวาล Spider-Verse อย่างแท้จริง การได้ดานิเอล คาลุยยาผู้เชี่ยวชาญทั้งด้านบทภาพยนตร์ขนาดใหญ่และการพากย์ที่มีพลังกลับมาตนเอง สัญญาว่าจะสร้างพลังสั่นสะเทือนต่ออุตสาหกรรมภาพยนตร์แอนิเมชั่นโลกแฟนตาซี

ความคาดหวังจากเข้าไป Spider-Punk

ด้วยคาแรกเตอร์ที่เด่นชัด ขัดแย้งกับระบบและไม่ยอมตามที่เคยปรากฏใน Spider-Man: Across the Spider-Verse Spider-Punk กำลังจะได้ภาพยนตร์แอนิเมชั่นของตัวเอง ที่อาจพาผู้ชมเข้าสู่มุมมองใหม่: การเป็นผู้มีพลังพิเศษและเลือกที่จะเปลี่ยนแปลงโลกไม่ผ่านการทำตามกฎ แต่เป็นการเขย่าพื้นฐานของความยุติธรรม ความคิดและบทบาทของ Spider-Punk ครอบคลุมกว่าที่หลายคนคาดไว้ จึงน่ายินดีที่ดานิเอล คาลุยยาจะย้อนกลับมาผ่านการร่วมมือกันในบทใหม่ของตัวเอง

ด้วยการที่เป็นภาพยนตร์แอนิเมชันและการมีไอเดียของจักรวาลพาราลเลิลล้อม เรื่องราวของ Spider-Man รุ่นพังค์ผู้นี้จะนำไปสู่การขยายตัวของจักรวาล Spider-Verse ได้อย่างมีศักยภาพ ไม่ว่าด้วยพล็อตที่ยังปกปิด หรือตัวแปรทางการเขียนบทที่ท้าทาย ความน่าสนใจที่ Spider-Punk กำลังจะได้ภาพยนตร์แอนิเมชั่นของตัวเอง ได้กลายเป็นหัวข้อที่ถูกจับตามองจากแฟน ๆ ทั่วโลก

Spider-Punk: ความหวังใหม่ในแนวทางแตกต่าง

จากที่ผ่านมา Spider-Punk ได้แสดงตัวผ่านการ์ตูนอย่าง Spider-Verse และภาคแอนิเมชั่นล่าสุดข้างต้น แต่การได้สร้างภาพยนตร์ประจำเวอร์ชั่นตนเองเป็นโอกาสที่ยอดเยี่ยม สำหรับการเซอร์ไพรส์ผู้ชมด้วยการดัดแปลงแบบละเมิดทุกขอบเขต หากดานิเอล คาลุยยาและทีมงานสามารถรักษาเส้นทางผสมผสานระหว่างดนตรีร็อกพังค์ ความขบถ และเอกลักษณ์แปลกใหม่ได้ ภาพยนตร์เรื่องนี้อาจกลายเป็นหนึ่งในผลงานฝั่ง Spider-Man ที่มีธรรมชาติเฉพาะตัวไม่ซ้ำใคร

ไม่ว่าคุณจะเป็นแฟนพันธุ์แท้ Spider-Man ในรูปแบบดั้งเดิมหรือชื่นชอบภาพยนตร์แอนิเมชันที่แตกต่างและมีอะไรใหม่ให้ติดตาม Spider-Punk กำลังจะได้ภาพยนตร์แอนิเมชั่นของตัวเอง ถือเป็นสัญญาณของความเปลี่ยนแปลงและโอกาสที่สร้างความยิ่งใหญ่

อยากติดตามข่าวสารเผื่อคุณเป็นผู้อ่านคู่ขนานอื่น ๆ IO9 News มีข้อมูลเกี่ยวกับการเปิดตัวภาพยนตร์ดอกเตอร์โฮของ Marร์вел ภาพยนตร์Star Wars ที่กำลังจะออกฉาย และโค้งสุดท้ายของ Star Trek ยุคใหม่มารอให้คุณตรวจสอบ

อย่าลืมติดตามความเคลื่อนไหวของ Spider-Punk ในภาคต่อ Spider-Man: Beyond the Spider-Verse เพื่อเตรียมพร้อมก่อนที่ภาพยนตร์ศูนย์กลางของตัวเองจะได้ฉายเดี่ยว!

ที่มา – Spider-Punk Is Getting His Own Animated MovieOscar winner Daniel Kaluuya will co-write—and presumably reprise his voice role—in a standalone film following Hobie Brown, last seen in ‘Spider-Man: Across the Spider-Verse.’

โรคเลจิโอเนลลาในนิวยอร์กพุ่ง พบสาเหตุจากทาวเวอร์เย็น สั่งตรึงพื้นที่!

โรคเลจิโอเนลลาในนิวยอร์กพุ่ง พบสาเหตุจากทาวเวอร์เย็น สั่งตรึงพื้นที่!

เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา กรมสุขภาพนครนิวยอร์กยืนยันว่ากำลังเผชิญกับ โรคเลจิโอเนลลาในนิวยอร์ก ที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวนับตั้งแต่ปลายเดือนกรกฎาคม โดยปัจจุบันมีรายงานผู้ป่วย 58 รายและผู้เสียชีวิต 2 รายในพื้นที่เขต.zip 5 แห่งใจกลางฮาร์เล็ม ได้แก่ code 10027, 10030, 10035, 10037 และ 10039

การค้นพบสาเหตุจากการตรวจสอบทาวเวอร์เย็น

แม้กรมสุขภาพจะควบคุมแหล่งแพร่เชื้อที่เกี่ยวข้อง 11 แห่งแล้ว แต่ยังเตือนประชาชนให้รีบพบแพทย์หากมีอาการป่วยคล้ายไข้หวัดใหญ่ เนื่องจากเชื้อโรคเลจิโอเนลล่าอาจใช้เวลาถึง 2 สัปดาห์กว่าอาการจะแสดงตัว ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่าเชื้อก่อโรคแพร่จาก ทาวเวอร์เย็น ที่ปนเปื้อนและแพร่กระจายมาในรูปของฝอยละออง

สำหรับ โรคเลจิโอเนลลาหรือไลจิโอเนลารีส์ โดยเฉพาะสายพันธุ์ลิจิโอเน玠ีล่า ปิวโมฟีล่า เกิด่จากเชื้อแบคทีเรียที่ปนเปื้อนในระบบแพร่ละอองน้ำ เช่น อ่างจากุชชี่ ระบบปรับอากาศ และเครื่องเพิ่มความชื้น เมื่อืยู่ในอากาศจะแพร่สู่ปอดผ่านการสูดลมหายใจ จนก่อให้เกิดปอดอักเสบเฉียบพลันที่สามารถทำลายมาโครฟาจได้ แม้ว่ารักษาได้ด้วยยาปฏิชีวนะ แต่ยังมีอัตราความเสี่ยงตายสูงถึง 25% ในสถานพยาบาล

กรมสุขภาพนิวยอร์กเตรียมแผนตอบสนองฉุกเฉินกับ โรคเลจิโอเนลลาในนิวยอร์ก โดยเร็ว โดยเปิดไทม์ไลน์การตรวจสอบและวางแผนป้องกันเพิ่มเติม เช่น:

  • ตรวจสอบ ทาวเวอร์เย็น ครบ 11 แห่งตาม code ที่กำหนด
  • รีดดิแมชชีนทุกต้นทางแพร่เชื้อภายใน 2 อาทิตย์
  • แจกคู่มือ ป้องกันโรคนครนิวยอร์ก ให้ทุกชุมชน

อย่างไรแนวโน้ม โรคเลจิโอเนลลาในนิวยอร์ก ยังไม่ลดลง คาดว่า 5-10 รายยังรอผลตรวจยืนยัน ทำให้มีคำแนะนำที่เข้มงวดว่าห้ามละเลยอาการ เพื่อป้องกันความเสี่ยงทั้งชีวิตและทรัพกร

คำแนะนำเฉพาะต่อผู้ป่วยในเขตฮาร์เล็ม ดร.มิเชลล์ มอร์ส ผู้ช่วย комисน่าของการสาธารณสุขนครนิวยอร์ก ระบุว่า “ประชาชนทุกคนใน zip codes 5 แห่งนี้ ต้องรีบพบแพทย์เมื่อร่างกายมีไข้ คอหอยระคายเคือง หรือหายใจแสบร้อน” พร้อมเผยว่าแม้สถานการณ์จะเริ่มคลี่คลาย แต่ยังต้องระมัดระวัง

สำนักงานความปลอดภัย (OSHA) เปิดเผยว่า โรคไลจิโอเนล่ามีแนวโน้มพุ่งสูงใน 7 ปีที่ผ่านมา โดยมีผู้เข้ารับการรักษาไม่ต่ำกว่า 10,000 รายต่อปีในสหรัฐ ส่วนหนึ่งเกิดจาก มาตรฐานอาคารบำรุงรักษาต่ำ หรือแม้กระทั่งกำลังได้รับผลจาก การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ที่ทำให้น้ำท่วมฉับพลันเพิ่มความเสี่ยงเชื้อก่อโรค

แม้ยอดยังไม่สิ้นสุดตามรายงานปัจจุบัน เราก็แนะนำประชาชนใน Central Harlem ตรวจสอบความพร้อมระบบปรับอากาศภายในบ้านเรือนทันที และอย่ารั้งไว้หากมีอาการเข้าข่าย จะหาได้รับการรักษาตั้งแต่เริ่ม

ที่มา – NYC Legionnaires’ Disease Outbreak: Cases and Deaths Double, as Officials Pinpoint the Cause Residents in five zip codes across Central Harlem are being advised to seek immediate medical care if they develop flu-like symptoms.

อิลลินอยส์ห้ามปัญญาประดิษฐ์บำบัดผู้ป่วย

รัฐอิลลินอยส์ประกาศนโยบายห้ามใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในบทบาทนักบำบัดหรือที่ปรึกษาอย่างเป็นทางการ โดยให้เหตุผลว่าการตัดสินใจใช้บริการด้านจิตวิทยายังต้องพึ่งมืออาชีพที่มีใบอนุญาต การเปิดใช้งาน อิลลินอยส์ห้าม AI เป็นนักบำบัด เกิดขึ้นหลังคณะกรรมการจัดการด้านการเงินและข้อบังคับมืออาชีพของรัฐเห็นความจำเป็นในการปกป้องผู้ป่วยจากเครื่องมือ AI ที่ไร้การกำกับอย่างเข้มงวดในวงการสาธารณสุข

อิลลินอยส์ห้าม AI เป็นนักบำบัด: เน้นการกำกับดูแล

ข้อกำหนดภายใต้ กฎหมาย Wellness and Oversight for Psychological Resources Act ระบุชัดเจนว่า AI ไม่สามารถตัดสินใจทางด้านบำบัดโดยลำพังได้ และห้ามสร้างแผนการรักษาหรือวิเคราะห์สภาวะอารมณ์โดยไม่ผ่านการตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญที่มีใบอนุญาต การใช้ AI ถูกจำกัดเฉพาะหน้าที่บริหารจัดการ เช่น จัดการบันทึกการรักษา จัดตารางเวลานัดหมาย หรือจัดการใบแจ้งหนี้เท่านั้น

เนื้อหาหลักเกี่ยวกับการกำกับดูแล AI ในภาคสุขภาพจิต

ผู้ที่ละเมิด อิลลินอยส์ห้าม AI เป็นนักบำบัด จะต้องเผชิญค่าปรับสูงถึง 10,000 ดอลลาร์ โดยมร. มาริโอ เทรโต จูเนียร์ เลขาธิการกรมการเงินและวิชาชีพของรัฐอิลลินอยส์ ระบุว่า “ประชาชนในรัฐอิลลินอยส์ต้องได้รับการฟื้นฟูด้านจิตใจจากผู้เชี่ยวชาญมืออาชีพ ไม่ใช่ระบบคอมพิวเตอร์ที่ตอบคำถามจากฐานข้อมูล”

การเปลี่ยนแปลงด้านกฎหมายนี้สะท้อนให้เห็นถึงความเคลื่อนไหวในรัฐอื่นๆ เช่นเดียวกัน หากกล่าวถึงเทรนด์เชิงนโยบาย:

  • รัฐเนวาดา ออกกฎห้าม AI ใช้ในโรงเรียนสาธารณะเพื่อให้บริการด้านสุขภาพจิต
  • รัฐยูทาห์ กำหนดให้ AI ต้องแสดงสถานะให้ผู้ใช้ทราบว่าเป็นระบบอัตโนมัติ และห้ามใช้ข้อมูลลดาวน์โหลดเพื่อการโฆษณา
  • รัฐนิวยอร์ก จัดให้ AI ต้องส่งต่อผู้ที่กล่าวถึงความคิดอยากฆ่าตัวตายให้สายด่วนวิกฤติ

การประชุมระดับชาติโดยสมาคมจิตแพทย์แห่งอเมริกา (APA) เริ่มชี้ให้เห็นปัญหาสำคัญ ตัวอย่างจากคดีความสื่อว่าเมื่อช่วงต้นปี เด็กคนหนึ่งถึงแก่ชีวิตจากพฤติกรรมทำร้ายตนเอง หลังใช้แอปบำบัดที่ระบุว่าเป็นนักจิตวิทยาไม่ผ่านการตรวจสอบ ในอีกกรณี ผู้ใช้อายุน้อยทำร้ายครอบครัวระหว่างใช้ chatbot ที่เข้าใจว่าเป็นนักบำบัดของจริง

การดูแลโรคจิตใจต้องอาศัยการเข้าใจองค์ประกอบทางอารมณ์อย่างลึกซึ้ง ประเด็น อิลลินอยส์ห้าม AI เป็นนักบำบัด จึงจุดประเด็นว่าไม่ควรนำเทคโนโลยีมาแทนวิชาชีพที่เกี่ยวข้องกับชีวิตของคนโดยตรง ผู้ให้บริการสุขภาพควรผสมผสานนวัตกรรมกับการบริการแบบมีชีวิตใจ เพื่อไม่ให้เกิดการเข้าใจผิดในวงการศูนย์บำบัดดิจิทัล

ที่มา – ตรวจสอบเพิ่มเติมได้ที่นี่

ระบบนิเวศบ้านอัจฉริยะของ Google พังทลาย

ระบบนิเวศบ้านอัจฉริยะของ Google พังทลาย

เมื่อ 6 ปีก่อน ผมเริ่มใช้งานลำโพงอัจฉริยะของ Google และทุ่มเทให้มันเต็มที่ แอสซิสเต็นต์ด้วยเสียงนั้นไม่เคยสมบูรณ์แบบอยู่แล้ว แต่ถ้าคุณเปรียบเทียบกับ Alexa และ Siri ตอนนั้น…

เรื่องเลวร้ายในระบบนิเวศบ้านอัจฉริยะของ Google

???าดการพังทลายอย่างช้าๆ แต่ล่าสุดรากฐานบ้านอัจฉริยะของ Google ได้ร้าวอย่างมโหฬาร ผู้ใช้ที่พึ่งพากแพลตฟอร์ม Google Home ต่างบ่นแหลกเรื่องระบบควบคุมไฟ กล้อง เครื่องเล่นเสียงที่คุมผ่านแอปไม่ได้ >>>ซวยเสียจนแอปดูเหมือนพังไปแล้ว<<< จากปัญหาเหล่านี้ Google ได้ทวีตขอโทษผ่านทวิตเตอร์ @AnishKattukaran:

ปัญหาในระบบนิเวศบ้านอัจฉริยะของ Google แสดงให้เห็นเป็นรูปธรรมมาก ผู้ใช้ต่างอับอายีเมื่อต้องเปลี่ยนถ่านรีโมตเพื่อเปิดไฟบ้าน หรือแม้แต่หยุดเสียงเตือนเวลาที่ดังค้างอยู่! กรณีหนึ่งจากเว็บ Reddit บอกตรงๆ แบบนี้:

“ที่ผ่านมามันยอดเยี่ยมมาก แต่แล้วก็เริ่มฟังคำสั่งไม่ติด ตอบคำถามแบบไม่ตรงจุดสุดๆ ตอนนี้ก็หยุดเสียงปลุกไม่ได้ แม้จะสั่งซ้ำไปซ้ำมา หงุดหงิดที่สุด!”

เหตุผลที่ระบบนิเวศดังกล่าวพังทลาย อาจเกี่ยวข้องกับนโยบายที่ Google กำลังเปลี่ยนแปลง เช่น หยุดการเก็บเสียงคำสั่งผู้ใช้ เพื่อความเป็นส่วนตัว หรือการเบนสนใจไปพัฒนา AI ทั่วไปอย่าง Gemini แทนเวอร์ชันอาชีพแบบเฉพาะเจาะจง… ซึ่งก็ขาดสมรรถนะแบบล้มเหลวชัดเจน!

เชื่อไหมว่า… ตลาดบ้านอัจฉริยะยุคนี้มันพุ่งสูงสุด โดยเฉพาะเมื่อ Apple และ Amazon ค่อยๆ ยกระดับ Siri หรือ Alexa ด้วย AI ที่ชาญฉลาดยิ่งกว่าเดิม โดยที่ Google กลับถอยหลังแบบไม่น่าให้อภัย!

เลยอยากชวนทุกท่าที่ตกเป็นเหยื่อในระบบนิเวศที่พังๆ ของ Google มาแบ่งปันประสบการณ์กัน หรือรอลุ้นว่าพวกเขาจะฟื้นฟูอะไรให้พอดีได้บ้าง แต่ถ้าให้เลือก ผมแนะนำให้ลองแพลตฟอร์มอื่นไว้ก่อนดีกว่า!

ที่มา – Google’s Smart Home Ecosystem Is CrumblingIt’s been a slow erosion, but recent cracks in Google’s smart home foundation paint a very grim picture of the future.

วาฬเพชฌฆาตแกล้งสำลักน้ำ ฝึกทักษะนักล่าที่หายากจากกล้อง

วาฬเพชฌฆาตแกล้งสำลักน้ำ เปิดแง่มุมใหม่การฝึกล่าในธรรมชาติ

วาฬเพชฌฆาตหรือที่รู้จักในชื่อ “ปลาวาฬเพชฌฆาต” (แม้จริงๆ แล้วจะอยู่ในตระกูลโลมา) มักถูกขนานนามว่านักล่าอันดับหนึ่งของมหาสมุทร ด้วยการออกล่าจากปลาฉลามขาวยักษ์ยันวาฬสีน้ำเงิน สัตว์ใหญ่ที่สุดในโลก แต่ทักษะนี้ไม่ได้เกิดมาพร้อมกับพวกมัน การเป็นนักล่าต้องการการฝึกฝนนับชั่วโมง โดยมีประสบการณ์จากพ่อแม่เปล่าเป็นตัวเต็มใจฝึกซ้อมกันเอง แกล้งสำลักน้ำแทนเหยื่อจริงๆ ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่เพิ่งถูกบันทึกภาพได้เป็นครั้งแรก

เทคโนโลยีพิชิตการบันทึกพฤติกรรมยิ่งใหญ่

การถ่ายทำซีรีส์ Parenthood ปรับใช้มุมกล้องใต้น้ำพิเศษที่ติดตั้งกิมเบิลและกล้องลาก โดยอธิบายโดยตัวแทนจาก BBC ว่าเป็นระบบที่ช่วยให้ทีมงานเคลื่อนตัวควบคู่ฝูงวาฬระหว่างล่าเหยื่อ จนบันทึก พฤติกรรมแกล้งสำลักน้ำ ที่ใช้ในการฝึกลูกวาฬให้รู้วิธีกดหัวเหยื่อให้อยู่ใต้น้ำ

สำหรับการฝึกจำลองการล่านี้ วาฬตัวผู้อาวุโสมักทำหน้าที่สอนรุ่นลูกๆ โดยคล้ายจะเป็นการจำลองพื้นที่ล่าไปยังผู้อยู่ร่วมฝูง เทคนิคนี้สำคัญมากโดยเฉพาะการล่าวาฬขนาดใหญ่ เพราะต้องอาศัยความร่วมมือทั้งฝูง การร่วมมือกันกดศีรษะของเพื่อนร่วมฝูงเดียวกันทำให้ฝึกสมองกับการเคลื่อนไหวร่วมกัน

พื้นที่จับภาพวาฬเพชฌฆาตแกล้งสำลักน้ำ

  • บริเวณเขตเบรเมอร์ เบย์ ประเทศออสเตรเลียตะวันตก
  • สถานที่ใกล้เคียงที่เมื่อเดือนเมษายนมี คลิป 60 วาฬเพชฌฆาตล่าวาฬสีน้ำเงิน ที่ใช้เวลาหลายเป็นเรื่องดัง
  • เทคนิคการกดน้ำดังกล่าวช่วยให้วาฬสีน้ำเงินขึ้นหายใจได้เพียง 10-30 นาที

ซีรีส์ Parenthood ถ่ายทำตลอด 3 ปีทั่ว 6 ทวีป 23 ประเทศ เผยุทธ์วิธีการเป็นพ่อแม่ที่คุณอาจคาดไม่ถึง โดยผู้กำกับ Jeff Wilson ระบุว่า สารคดีนี้ต้องการให้ผู้ชมรู้สึกเชื่อมโยง กับสิ่งมีชีวิตบนเวิลด์สเกล แม้จะเป็นเพียงช่วงเวลาฝึกซ้อมของวาฬเพชฌฆาตแกล้งสำลักน้ำ แต่สะท้อนว่าทุกชีวิตมีลูกดีที่ต้องการพัฒนา

แม้ยังไม่มีกำหนดฉายเวอร์ชันสหรัฐฯ อย่างทางการ แต总觉得ผู้ชมทั่วโลกจะต้องทึ่งไปกับบทบรรยายโดย David Attenborough ที่กล่าวไว้ในตอนจบว่า “ความสำเร็จของพ่อแม่ส่งผลสู่อนาคตของโลก” การแกล้งสำลักน้ำของวาฬไม่ใช่แค่เรื่องความรุนแรง แต่ยังเ𝑢ื่อร้อมไปด้วยกระบวนการเรียนรู้ที่ลึกซึ้ง

พาวเวอร์เรนเจอร์แบบ Live-Action ชิ้นแรกในรอบหลายปี คือโฆษณา Fortnite

หลายคนคงตื่นเต้นไม่น้อยเมื่อได้ยินข่าวว่าตัวละครฮีโร่สุดคลาสสิกอย่าง พาวเวอร์เรนเจอร์ กำลังจะกลับมาแบบ Live-Action หลังจากหายไปจากหน้าจอเป็นเวลานาน แต่สิ่งที่น่าประหลาดใจคือ ผลงานชิ้นแรกที่แฟนๆ รอคอยนี้ไม่ใช่ซีรีส์หรือภาพยนตร์ใหม่ แต่คือการปรากฏตัวในเกม Fortnite ซีซันล่าสุดที่มีชื่อว่า ‘Shock ‘N Awesome’ ที่จะมาจัดเต็มความมันส์ปลายเดือนนี้! เมื่อหลายปีก่อน เซเลเบรชันวันครบรอบ 30 ปี ‘พาวเวอร์เรนเจอร์’ ได้จบลงด้วยโปรเจกต์ Once and Always และ Cosmic Fury ทำให้หลายคนสงสัยว่า แฟรนไชส์นี้จะเดินหน้าต่อยังไง ทั้งข่าวลือการรีบูตซีรีส์ หรือแม้แต่ Hasbro ที่เคยแยกชิ้นส่วนงานสร้างเดิมขายในประมูล แต่แล้ววันนี้ก็มีข่าวดีจาก Disney ที่กลับมาเป็นเจ้าของแฟรนไชส์อีกครั้ง พร้อมส่งต่อการร่วมมือสุดเซอร์ไพรส์กับเกมยอดฮิต!

พาวเวอร์เรนเจอร์แบบ Live-Action ชิ้นแรกในรอบหลายปี คือโฆษณา Fortnite

เช้าวานนี้ Epic Games เปิดตัวซีซันใหม่ของ Fortnite ที่ชื่อว่า ‘Shock ‘N Awesome’ ซึ่งจะเริ่มอัปเดตในวันที่ 7 สิงหาคมนี้ โดยมีธีมการบุกของสัตว์ต่างดาวคล้าย Starship Troopers แต่ที่เด็ดกว่าคือการร่วมมือกับ Power Rangers ที่ทำให้ทีม Mighty Morphin’ กลับมาทวงบัลลังก์ ไม่ใช่แค่สกินธรรมดา แต่เป็นตัวอย่าง Live-Action ที่แฟนๆ รอคอยมานาน! โฆษณาตัวทีเซอร์ที่ปล่อยออกมานั้นจัดเต็มด้วยความเป็นยุค 90s แบบเน้นๆ ทั้งท่าไม้ตายเท่ๆ ของ Red Ranger ที่ถือมินิแกนยิงสัตว์ประหลาด และเพลงธีมใหม่ที่ผสมผสานความทันสมัยแต่ฟังแล้วย้อนความทรงจำ

พาวเวอร์เรนเจอร์แบบ Live-Action ชิ้นแรกในรอบหลายปี คือโฆษณา Fortnite กับกลยุทธ์เซฟแฟรนไชส์

หลายคนอาจรู้สึกขมวดคิ้วว่า ทำไม แฟรนไชส์ระดับตำนาน ถึงมาลงเอยในรูปแบบโฆษณาเกม? แต่นี่คือกลยุทธ์ยอดเยี่ยมของ Epic Games ที่เล่นกับ แฟชั่นเนสตัลเจีย ให้กลายเป็นจุดขาย! การที่พาวเวอร์เรนเจอร์แบบ Live-Action ชิ้นแรกในรอบหลายปี คือโฆษณา Fortnite แสดงให้เห็นว่าแฟชั่นการร่วมมือกับ IP ดังเป็นทางออกที่สร้างรายได้และกระตุ้นการมีส่วนร่วมของผู้เล่นได้อย่างชาญฉลาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อซีซันนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับการต่อสู้กับแมลงต่างดาว ซึ่งสอดคล้องกับการ์ดโจมตีของตัวละครในเรนเจอร์ส์

สำหรับแฟนๆ ที่อยากสัมผัสความรู้สึกยุคเด็กอีกครั้ง ตัวละครหลักทั้ง 5 ทีม Mighty Morphin’ จะมาพร้อมสกินสุดเอ็กซ์คลูซีฟตั้งแต่กลางเดือนสิงหาคม เป็นแพ็กเกจที่รวมทั้งอุปกรณ์เสริมและเพลงธีมเวอร์ชันรีมิกซ์ ที่สามารถใช้ใน Fortnite Festival ได้ด้วย แม้ Tommy Oliver (Green Ranger) จะอยู่ใน Battle Pass ฟรี แต่การได้ครอบครองตัวละครทั้งทีมต้องซื้อด้วย V-Bucks ซึ่งเป็นเรื่องปกติของเกม แต่สำหรับแฟนเรนเจอร์ส์ นี่คือการลงทุนที่คุ้มค่า เพราะได้เห็น ฉากแอ็กชันสมจริง ที่หายไปจากหน้าจอมาเป็นปี!

นอกจากนี้ Epic Games ยังแอบกระซิบเกี่ยวกับอีเวนต์กลางซีซันวันที่ 16 กันยายน ที่ผู้เล่น Battle Pass จะปลดล็อกสกิน Dino Megazord ได้ โดยระบบเพาเวอร์อัปนั้นคล้ายกับคอลลาโบเรชันกิ๊กก้องกับ Godzilla ที่ผ่านมา แปลว่าคุณจะได้ควบคุมเมกะซอร์ดทวงขวัญ ตีคู่กับผู้เล่นบนเกาะแบบสุดยิ่งใหญ่!

สิ่งที่ทำให้ข่าวนี้น่าสนใจคือ การที่เนื้อหาพาวเวอร์เรนเจอร์แบบ Live-Action ชิ้นแรกในรอบหลายปี คือโฆษณา Fortnite ไม่ได้เป็นเพียงการตลาด แต่คือ สะพานเชื่อมยุคสมัย ให้ผู้เล่นทุกวัย วัยรุ่นยุคใหม่จะรู้จักเรนเจอร์ส์ผ่านเกม ในขณะที่แฟนเก่ายุค 90s ได้ย้อนวันวานด้วยความละเอียดระดับ 4K! หากคุณคือแฟนพันธุ์แท้ ไม่ควรพลาดตามหาสกินชุดนี้ เพราะมันคือของสะสมที่อาจกลายเป็นเวอร์ชัน Limited Edition ในอนาคต

  • วันเปิดตัว: ซีซัน ‘Shock ‘N Awesome’ เริ่ม 7 ส.ค. นี้
  • สกินทีมเรนเจอร์ส์: วางขายกลางเดือนสิงหาคม
  • เมกะซอร์ดสกิน: ปลดล็อก 16 ก.ย. ผ่าน Battle Pass
  • ธีมดนตรี: Remix เพลงธีม Mighty Morphin’ ใช้ได้ใน Fortnite Festival

สุดท้ายนี้ หากคุณเป็นแฟนพาวเวอร์เรนเจอร์ที่เฝ้ารอคอยผลงาน Live-Action ชิ้นใหม่ แม้จะรู้สึกขมปนหวานที่มันมาในฐานะโฆษณา แต่ลองคิดดูว่า นี่คือโอกาสให้คุณ เป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ ที่แฟรนไชส์ยักษ์ใหญ่กำลังแปลงร่างร่วมกับวัฒนธรรมป๊อปสมัยใหม่!

อย่าลืมเตรียมตัวให้พร้อม เข้าสู่เกาะ Fortnite แล้วรีบตามหาทีมเรนเจอร์ส์ เพื่อแสดงพลังควบรวมกับเหล่าสัตว์ประหลาด แล้วคุณจะเข้าใจว่า ทำไมแฟนทั่วโลกจึงต่างยกนิ้วให้คอลลาโบเรชันนี้ แม้มันจะเริ่มต้นจากพาวเวอร์เรนเจอร์แบบ Live-Action ชิ้นแรกในรอบหลายปี คือโฆษณา Fortnite ก็ตาม

ที่มา – The First New Live-Action ‘Power Rangers’ Material In Years Is… a Fortnite AdThe Mighty Morphin’ Power Rangers will hit the ‘Fortnite’ island this month for the battle royale shooter’s latest season.