10 เรื่องต้องรู้ เกณฑ์ตั้ง ‘ผบ.ตร.’ คนใหม่ ตาม พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2565

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน หลายคนอาจจะเคยได้ยินข่าวคราวเกี่ยวกับการแต่งตั้งผู้นำองค์กรตำรวจกันมาบ้าง ซึ่งเป็นประเด็นที่อยู่คู่กับสังคมไทยมาตลอด วันนี้ผมอยากจะพาทุกคนมาเจาะลึก 10 เรื่องต้องรู้ เกณฑ์ตั้ง ‘ผบ.ตร.’ คนใหม่ ตาม พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2565 กันครับ เพราะกฎหมายฉบับนี้ไม่ได้เป็นแค่เรื่องของตำรวจเท่านั้น แต่เป็นเรื่องของการวางรากฐานระบบยุติธรรมที่โปร่งใสขึ้นกว่าเดิมมากทีเดียว

10 เรื่องต้องรู้ เกณฑ์ตั้ง ‘ผบ.ตร.’ คนใหม่ ตาม พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2565

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา การแต่งตั้งตำแหน่งใหญ่ระดับผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติมักถูกวิพากษ์วิจารณ์เรื่องความโปร่งใส แต่กฎหมายฉบับใหม่ปี 2565 ได้เข้ามาจัดระเบียบใหม่ให้ชัดเจนขึ้น โดยเน้นระบบคะแนน 50:50 ระหว่างความอาวุโสและความสามารถ เพื่อป้องกันการใช้อำนาจตามใจชอบครับ

รายละเอียดเกณฑ์คัดเลือกที่ควรรู้

สำหรับการสรรหาครั้งนี้ กฎหมายกำหนดเงื่อนไขไว้ค่อนข้างเข้มงวด ดังนี้ครับ:

  • อำนาจเบ็ดเสร็จ: นายกรัฐมนตรีจะเป็นผู้เสนอชื่อเข้าสู่ ก.ตร. เพื่อพิจารณา ก่อนนำกราบบังคมทูลฯ ตามขั้นตอน
  • คุณสมบัติผู้สมัคร: ต้องเป็นนายตำรวจระดับ ‘พล.ต.อ.’ ที่อยู่ในตำแหน่ง ‘จเรตำรวจแห่งชาติ’ หรือ ‘รอง ผบ.ตร.’ เท่านั้น
  • คะแนนสัดส่วน 50:50: นี่คือหัวใจสำคัญครับ คะแนน 50% แรกวัดจากความอาวุโส ส่วนอีก 50% วัดจากความรู้ความสามารถ เพื่อให้เกิดความสมดุล
  • การคิดคะแนนความสามารถ: ถูกแบ่งย่อยออกเป็นสายงานหลัก ได้แก่ งานสืบสวน 12 คะแนน, งานสอบสวน 12 คะแนน, งานป้องกันปราบปราม 12 คะแนน และงานด้านอื่นๆ อีก 14 คะแนน ใครไม่เคยผ่านงานด้านไหนก็จะไม่ได้คะแนนในส่วนนั้นไปครับ
  • การข้ามอาวุโส: สามารถทำได้ แต่ต้องมีเหตุผลสนับสนุนที่หนักแน่นและตรวจสอบได้ ไม่ใช่การใช้ดุลพินิจส่วนตัว
  • การป้องกันการวิ่งเต้น: กฎหมายนี้ดุมากครับ ใครที่คิดจะวิ่งเต้นซื้อขายตำแหน่งมีโทษจำคุกสูงสุดถึง 5 ปี ส่วนตัวผู้บังคับบัญชาที่จงใจทำผิดก็มีความผิดวินัยร้ายแรงเช่นกัน
  • สิทธิ์ในการร้องทุกข์: หากใครรู้สึกว่าการแต่งตั้งไม่เป็นธรรม สามารถทำเรื่องร้องเรียนต่อ ก.พ.ค.ตร. ได้ภายใน 30 วัน

มุมมองและบทสรุปทิ้งท้าย

เมื่อเราพิจารณาจาก 10 เรื่องต้องรู้ เกณฑ์ตั้ง ‘ผบ.ตร.’ คนใหม่ ตาม พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2565 สิ่งที่น่าสนใจคือความพยายามของกฎหมายที่ต้องการเปลี่ยนผ่านระบบอุปถัมภ์ไปสู่ระบบที่วัดผลจาก ‘ผลงาน’ และ ‘ประสบการณ์’ จริงๆ ครับ ในยุคที่เทคโนโลยีและองค์ความรู้ด้านอาชญากรรมพัฒนาไปไกล ผู้นำองค์กรตำรวจจำเป็นต้องเป็นผู้ที่มีความเชี่ยวชาญในสายงานหลักอย่างงานสืบสวนและสอบสวนอย่างแท้จริง

ในอนาคต ผมเชื่อว่าแนวโน้มการบริหารงานบุคคลในภาครัฐจะมุ่งเน้นความโปร่งใสแบบนี้มากขึ้นเรื่อยๆ หากกลไกนี้ถูกนำมาใช้อย่างเคร่งครัด ก็จะเป็นนิมิตหมายที่ดีที่ช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน และทำให้องค์กรตำรวจมีความเป็นมืออาชีพมากขึ้นครับ พวกเราในฐานะประชาชนก็ต้องช่วยกันติดตามและตรวจสอบเพื่อให้เกิดบรรทัดฐานที่ดีต่อสังคมต่อไปครับ

ที่มา – 10 เรื่องต้องรู้ เกณฑ์ตั้ง ‘ผบ.ตร.’ คนใหม่ ตาม พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2565

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *