เป็นไปได้ยาก แต่ Steam Frame อาจช่วยกอบกู้ VR
วงการเทคโนโลยีเสมือนจริงกำลังอยู่ในช่วงที่ไม่คึกคักเหมือนในอดีต ทั้งราคาฮาร์ดแวร์ที่สูงขึ้น เกมใหม่ที่ออกมาน้อยลง และบริษัทใหญ่หลายรายที่เริ่มลดความสนใจในตลาดนี้ อย่างไรก็ตาม Steam Frame จาก Valve อาจเป็นหนึ่งในอุปกรณ์ที่ช่วยต่ออายุให้กับ VR ได้ แม้จะยังไม่ใช่คำตอบที่ทำให้เทคโนโลยีนี้เข้าถึงคนส่วนใหญ่ในทันที
จุดเด่นสำคัญของอุปกรณ์รุ่นนี้คือแนวคิดแบบโมดูลาร์ หรือการเปิดโอกาสให้ผู้ใช้และนักพัฒนาต่อยอดฮาร์ดแวร์ได้ในอนาคต แนวคิดดังกล่าวแตกต่างจากแว่น VR หลายรุ่นที่ผู้ใช้ต้องยอมรับความสามารถตามที่ผู้ผลิตกำหนดมาให้เท่านั้น หาก Valve เดินหน้าสนับสนุนระบบเสริมอย่างจริงจัง Steam Frame ก็อาจกลายเป็นพื้นที่ทดลองใหม่สำหรับนวัตกรรม VR
เป็นไปได้ยาก แต่ Steam Frame อาจช่วยกอบกู้ VR
Steam Frame ถูกออกแบบมาเพื่อการเล่น VR แบบไร้สาย ทำให้ผู้ใช้เคลื่อนไหวได้สะดวกกว่าแว่นที่ต้องต่อสายเข้ากับคอมพิวเตอร์ แต่ข้อจำกัดที่เห็นได้ชัดคืออายุแบตเตอรี่ โดยเฉพาะเมื่อใช้งานทั้งเกมแบบสองมิติและเกม VR ต่อเนื่องเป็นเวลานาน นอกจากนี้ กล้องอินฟราเรดแบบส่งภาพผ่านสีเดียวทำให้ประสบการณ์ด้าน AR หรือความเป็นจริงผสมยังไม่โดดเด่นนัก
ถึงอย่างนั้น อุปกรณ์นี้ยังมีพื้นที่สำหรับการพัฒนาอีกมาก เพราะภายในทำงานคล้ายคอมพิวเตอร์ Linux ที่สวมใส่บนใบหน้า และมีช่องขยายแบบ PCI-E อยู่ด้านหน้า ช่องดังกล่าวช่วยให้ผู้ผลิตอิสระสามารถสร้างอุปกรณ์เสริมที่เพิ่มความสามารถให้กับแว่นได้ โดยไม่จำเป็นต้องรอให้ Valve เปิดตัวรุ่นใหม่ทั้งชุด
Steam Frame กับพลังของอุปกรณ์เสริม
หนึ่งในอุปกรณ์เสริมที่น่าสนใจคืออุปกรณ์จาก Arcturus ซึ่งมีราคาเริ่มต้นประมาณ 150 ดอลลาร์สหรัฐ อุปกรณ์ชิ้นนี้เพิ่มกล้องส่งภาพแบบ RGB และความสามารถในการบันทึกวิดีโอสามมิติ เมื่อติดตั้งเข้ากับช่อง PCI-E แล้ว Steam Frame จะมีโอกาสรองรับเกมความเป็นจริงผสมได้หลากหลายกว่าเดิม ผู้พัฒนาอาจสร้างเกมที่ผสมโลกจริงกับวัตถุดิจิทัลได้สมจริงและมีมิติมากขึ้น
เรื่องนี้สำคัญกว่าการเพิ่มฟีเจอร์ธรรมดา เพราะอุปกรณ์เสริมสามารถทำให้แพลตฟอร์มมีอายุยืนยาวขึ้น ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องซื้อแว่นรุ่นใหม่ทุกครั้งที่ต้องการทดลองเทคโนโลยีล่าสุด ขณะเดียวกัน นักพัฒนาก็มีแรงจูงใจในการคิดค้นประสบการณ์ใหม่ๆ หากพบว่าตลาดอุปกรณ์เสริมมีโอกาสเติบโต
การต่อยอด Steam Frame จากผู้ผลิตอิสระ
แม้ Steam Frame จะไม่ต้องใช้สถานีฐานอินฟราเรดในการติดตามตำแหน่งแว่นหรือคอนโทรลเลอร์ แต่ผู้ผลิตอิสระอย่าง Soulart ก็กำลังพัฒนาสถานีฐานที่รองรับฮาร์ดแวร์หลายรูปแบบ แนวทางนี้อาจเหมาะกับผู้เล่น VRChat ที่ต้องการระบบติดตามร่างกายแบบเต็มตัวเพื่อควบคุมอวตารให้เป็นธรรมชาติมากขึ้น
การที่บริษัทเล็กๆ กล้าเข้ามาสร้างอุปกรณ์สำหรับระบบของ Valve แสดงให้เห็นว่า VR ยังมีพื้นที่สำหรับนักประดิษฐ์ แม้ตลาดโดยรวมจะชะลอตัวก็ตาม หากมีอุปกรณ์ติดตาม การควบคุม หรือเซนเซอร์รูปแบบใหม่เกิดขึ้น Steam Frame ก็อาจเป็นศูนย์กลางของระบบนิเวศที่ไม่ได้จำกัดอยู่แค่เกมจากผู้ผลิตรายใหญ่
แบตเตอรี่และเสียงอาจทำให้ Steam Frame ใช้งานง่ายขึ้น
Valve ยังเคยระบุว่ากำลังพัฒนาสายรัดศีรษะรุ่นใหม่ที่มาพร้อมแบตเตอรี่แบบถอดเปลี่ยนได้ทันทีและลำโพงคุณภาพสูง ลักษณะดังกล่าวมีแนวคิดคล้ายกับอุปกรณ์ภายใน Valve Index ซึ่งเคยสร้างมาตรฐานด้านเสียงและความสบายในการใช้งาน VR ได้ดี หากสายรัดรุ่นใหม่เปิดตัวจริง ผู้ใช้ก็อาจเปลี่ยนแบตเตอรี่ระหว่างเล่นเกมได้โดยไม่ต้องหยุดพักนาน
- แบตเตอรี่แบบถอดเปลี่ยนได้: ช่วยลดปัญหาการเล่นเกมต่อเนื่องแล้วแบตหมด
- ลำโพงคุณภาพสูง: เพิ่มความสมจริงของเสียงและลดความจำเป็นในการใช้หูฟังแยก
- ช่อง PCI-E: เปิดทางให้อุปกรณ์เสริมจากบริษัทอื่นเข้ามาเพิ่มความสามารถ
- ระบบไร้สาย: ทำให้ผู้เล่นเคลื่อนไหวได้สะดวกและลดสายที่เกะกะ
อย่างไรก็ตาม ราคาประมาณ 1,060 ดอลลาร์สหรัฐถือเป็นอุปสรรคขนาดใหญ่ ราคานี้สูงกว่าแว่น VR สำหรับผู้บริโภคทั่วไปอย่างมาก และอาจทำให้ Steam Frame ไม่สามารถเติบโตได้ในวงกว้างแบบ Meta Quest ผู้ซื้อจึงน่าจะเป็นแฟน Valve ผู้ใช้งานจริงจัง นักพัฒนา หรือผู้ที่ต้องการทดลองเทคโนโลยีใหม่มากกว่าผู้เล่นทั่วไป
ตลาด VR กำลังเผชิญแรงกดดัน
สถานการณ์ของตลาดไม่ได้เอื้อให้ Steam Frame เติบโตง่ายนัก Sony ดูเหมือนจะลดบทบาทของ PlayStation VR2 ลงหลังเปิดตัวได้เพียงไม่กี่ปี ขณะที่สินค้าตามร้านค้าหลายแห่งเริ่มขาดตลาดหรือมีเฉพาะเครื่องมือสองและเครื่องรีเฟอร์บิช นอกจากนี้ ต้นทุนหน่วยความจำและชิ้นส่วนที่สูงขึ้นยังผลักดันให้ราคาฮาร์ดแวร์ VR เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ฝั่งซอฟต์แวร์ก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน Polyarc ผู้พัฒนาเกม Moss และ Moss II ต้องปิดสตูดิโอ ขณะที่ทีมในอัมสเตอร์ดัมของ Vertigo Games ซึ่งอยู่เบื้องหลัง Metro Awakening ก็ยุติการดำเนินงาน เหตุการณ์เหล่านี้สะท้อนว่าการสร้างเกม VR ยังมีความเสี่ยงสูง และผู้พัฒนาอาจไม่สามารถคืนทุนได้ง่าย แม้เกมจะได้รับคำชมจากผู้เล่นก็ตาม
Meta อาจกำลังพัฒนาอุปกรณ์ลูกผสมระหว่างแว่นตาอัจฉริยะกับแว่น VR ขณะที่ Google และ XReal ก็สนใจตลาด XR เช่นกัน แต่ทิศทางของผลิตภัณฑ์เหล่านี้อาจเน้นงานทั่วไปมากกว่าการเล่นเกมโดยตรง นั่นทำให้ Steam Frame มีจุดยืนที่ชัดเจนกว่าในฐานะอุปกรณ์สำหรับผู้เล่นและนักพัฒนาเกม
สรุปแล้ว เป็นไปได้ยาก แต่ Steam Frame อาจช่วยกอบกู้ VR ได้ในทางอ้อม มันอาจไม่ทำให้ VR กลายเป็นกระแสหลักทันที และราคาก็ยังสูงเกินกว่าคนส่วนใหญ่จะซื้อ แต่ความเป็นโมดูลาร์ ช่องขยาย และการสนับสนุนจากผู้ผลิตอิสระอาจช่วยให้วงการมีเวลาเดินหน้าต่ออีกหลายปี หาก Valve เปิดระบบให้กว้างและทำให้อุปกรณ์เสริมมีราคาสมเหตุสมผล ผู้เล่นก็ควรจับตาแพลตฟอร์มนี้อย่างใกล้ชิด เพราะนวัตกรรมครั้งต่อไปของ VR อาจไม่ได้มาจากแว่นรุ่นใหม่ แต่อาจมาจากอุปกรณ์เล็กๆ ที่นำมาติดเพิ่มภายหลัง
หากคุณเป็นเกมเมอร์ที่สนใจอนาคตของ VR ลองติดตามอุปกรณ์เสริมและผลงานจากนักพัฒนาอิสระ เพราะสิ่งเหล่านี้อาจเป็นประกายสำคัญที่ช่วยให้โลกเสมือนจริงยังคงมีชีวิตต่อไป
ที่มา – It’s a Long Shot, but Here’s How the Steam Frame Could Save VR
