สภา กทม. ไฟเขียว ขยายเวลาโครงการระบบสารสนเทศการศึกษา หลังสะดุดปม TOR ไม่ครบ ส.ก. จี้ถาม กังวลฮั้วประมูล-ทำเด็กเสียโอกาส

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวเทคและคนรักการศึกษา! วันนี้เรามีข่าวเด็ดจากแวดวง EdTech ในกรุงเทพฯ มาอัปเดตกันแบบเป็นกันเองเลยนะครับ สภา กทม. ไฟเขียว ขยายเวลาโครงการระบบสารสนเทศการศึกษา หลังสะดุดปม TOR ไม่ครบ ส.ก. จี้ถาม กังวลฮั้วประมูล-ทำเด็กเสียโอกาส เป็นหัวข้อที่กำลังร้อนแรง เพราะมันเกี่ยวข้องกับอนาคตการเรียนรู้ของน้องๆ นักเรียน กทม. และการนำเทคโนโลยีมาช่วยครูให้ชีวิตง่ายขึ้น ในฐานะคนที่ติดตามเทรนด์เทคโนโลยีการศึกษามานาน ผมเห็นว่านี่คือก้าวสำคัญ แต่ก็มีดราม่าความล่าช้าที่น่าสนใจมาก

สภา กทม. ไฟเขียว ขยายเวลาโครงการระบบสารสนเทศการศึกษา หลังสะดุดปม TOR ไม่ครบ ส.ก. จี้ถาม กังวลฮั้วประมูล-ทำเด็กเสียโอกาส

เมื่อวานนี้ (4 กุมภาพันธ์) ที่ประชุมสภากรุงเทพมหานคร สมัยประชุมสามัญครั้งที่ 5 มีประเด็นร้อนคือการพิจารณาญัตติขยายเวลาผูกพันโครงการ “ปรับปรุงระบบสารสนเทศและเทคโนโลยีการจัดการศึกษา” ที่ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ก่อตั้งกรุงเทพมหานคร เสนอมา โครงการนี้เดิมกำหนด 2 ปี (2568-2569) งบ 27 ล้านบาท แต่ได้ผู้รับจ้างในราคา 18 ล้านบาทแล้ว แต่ติดปัญหาล่าช้า ทำให้เหลือเวลาไม่พอ ต้องขยายเป็น 3 ปี ถึง 2570 เพื่อลงนามสัญญาและเริ่มงานได้

ทำไมถึงล่าช้า? พิศมัย เรืองศิลป์ ผู้อำนวยการสำนักการศึกษา ชี้แจงว่าปัญหาอยู่ที่ TOR (Terms of Reference) ในการประมูลรอบแรก ไม่ครอบคลุมงานสำคัญอย่าง “ระบบดูแลและติดตามการใช้สารเสพติดในโรงเรียน” เลยต้องยกเลิกและประมูลใหม่ ส.ก. นภาพล จีระกุล เขตบางกอกน้อย ลุกอภิปรายแซ่บ ถามถึงสาเหตุจริงๆ และกังวลว่าระบบจะตกรุ่นเพราะเทคโนโลยีเปลี่ยนเร็วมาก!

ประเด็นกังวลจาก ส.ก. ที่ทำให้ดราม่าร้อน

  • ความเสี่ยงฟ้องร้อง: ผู้ชนะประมูลรอบแรกจะฟ้องไหม? แต่ยืนยันพ้นระยะอุทธรณ์แล้ว
  • โปร่งใส? กิตติพงศ์ รวยฟูพันธ์ (เขตทุ่งครุ) และ พุทธิพัชร์ ธันยาธรรมนนท์ (เขตยานนาวา) จี้ถามเรื่องกิจการร่วมค้าที่จดทะเบียนแค่วันเดียวก่อนยื่นซอง กลัวฮั้วประมูล!
  • ผลกระทบเด็ก: สุทธิชัย วีรกุลสุนทร (เขตจอมทอง) และ เมธาวี ธารดำรงค์ (เขตปทุมวัน) ฝากเตือน อย่าให้พลาดโอกาสเรียนรู้ของเด็ก

ศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าฯ ชี้แจงเพิ่ม โครงการนี้จะช่วยครูลดงานเอกสาร โดยเฉพาะการกรอก ปพ. (ผลการประเมิน) ให้เหลือเวลาดูแลเด็กมากขึ้น ซึ่งในยุค EdTech อย่าง Google Classroom หรือ AI grading ระบบแบบนี้คือ must-have เลยครับ ยืนยันทำตามระเบียบกรมบัญชีกลาง 100%

สุดท้าย สภาโหวตเห็นชอบขยายเวลาแบบไม่ถอดใจ! แต่จากประสบการณ์ผม โครงการรัฐบาลติด TOR บ่อยมาก เพราะ tech ซับซ้อน ต้องละเอียดทุกบรรทัด มันสะท้อนเทรนด์ใหญ่: การศึกษาต้อง digitize ด่วน แต่ procurement ต้องโปร่งใสสุดๆ เพื่อไม่ให้งบเสียของ

ในมุม expert ผมมองว่าโครงการนี้ถ้าสำเร็จ จะเป็นโมเดล EdTech สำหรับโรงเรียนรัฐทั่วประเทศ ลด paper work ช่วยครู focus สอน ลองนึกภาพระบบ track สารเสพติดแบบ real-time ด้วย data analytics นี่คืออนาคตเลยนะ! แต่ต้องเร่งแก้ TOR ให้เป๊ะ และ audit transparency เพื่อป้องกันข่าวลือฮั้ว

ประโยชน์ของระบบสารสนเทศการศึกษาที่ กทม. กำลังทำ

  • ลดขั้นตอนกรอกข้อมูลซ้ำซ้อน
  • ติดตามนักเรียนแบบ real-time รวมประเด็นเสี่ยงอย่างสารเสพติด
  • คืนเวลาให้ครูสอนจริงจังมากขึ้น
  • รองรับ big data สำหรับ policy การศึกษา

เพื่อนๆ คิดยังไง? โครงการนี้จะช่วยยกระดับการศึกษา กทม. ได้จริงมั้ย? Comment มาคุยกันได้เลยครับ หรือแชร์บทความนี้ให้เพื่อนที่สนใจ tech + การศึกษา สุดท้าย ผมเชื่อว่าในปี 2025 EdTech จะบูมหนัก ถ้า กทม. นำร่องสำเร็จ จะเป็น trendsetter แน่นอน!

ที่มา – สภา กทม. ไฟเขียว ขยายเวลาโครงการระบบสารสนเทศการศึกษา หลังสะดุดปม TOR ไม่ครบ ส.ก. จี้ถาม กังวลฮั้วประมูล-ทำเด็กเสียโอกาส

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *