ตำรวจไซเบอร์เตรียมขอหมายจับแอดมินเพจ ‘Godd Dam’ ล่าสุดเชิญเจ้าของเพจให้ข้อมูล อยู่ระหว่างสอบปากคำ
คดีที่กำลังได้รับความสนใจจากทั้งแวดวงข่าว อาชญากรรม และเทคโนโลยี กรณีเพจเฟซบุ๊ก ‘Godd Dam’ เผยแพร่ภาพสลิปโอนเงินมูลค่า 7 ล้านบาท พร้อมข้อความพาดพิงถึง อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ล่าสุดมีความคืบหน้าสำคัญ หลังตำรวจไซเบอร์เข้าควบคุมตัวชายวัย 26 ปี เพื่อสอบสวนตามหมายจับที่ศาลอนุมัติ โดยเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลและดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมาย
เหตุการณ์นี้ทำให้ชื่อของเพจ ‘Godd Dam’ ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางบนโลกออนไลน์ โดยเฉพาะประเด็นว่าใครเป็นผู้ดูแลเพจ และภาพเอกสารที่ถูกนำมาเผยแพร่นั้นมีที่มาอย่างไร อย่างไรก็ตาม การนำเสนอข่าวคดีที่เกี่ยวข้องกับบุคคลจริงควรยึดข้อมูลจากเจ้าหน้าที่และกระบวนการยุติธรรมเป็นหลัก เพราะผู้ถูกกล่าวหายังมีสิทธิ์ต่อสู้คดีและถือว่าเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด
ตำรวจไซเบอร์เตรียมขอหมายจับแอดมินเพจ ‘Godd Dam’ ล่าสุดเชิญเจ้าของเพจให้ข้อมูล อยู่ระหว่างสอบปากคำ
พล.ต.ท.ทินกร รังมาตย์ ผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เปิดเผยความคืบหน้าว่า พนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการโพสต์ข้อความและภาพสลิปโอนเงินจำนวน 7 ล้านบาท ก่อนนำข้อมูลเสนอศาลเพื่อพิจารณาออกหมายจับ จากนั้นเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้เข้าควบคุมตัวชายวัย 26 ปี บริเวณชั้น 5 อาคาร B ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษาฯ
ตามข้อมูลที่เปิดเผย ชายคนดังกล่าวกำลังเดินทางไปพบพนักงานสอบสวนพร้อมทนายความจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนอยู่แล้ว แต่เจ้าหน้าที่ได้แสดงหมายจับและควบคุมตัวตามขั้นตอน เพื่อนำไปสอบปากคำและตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติม เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่าคดีบนโซเชียลมีเดียสามารถพัฒนาไปสู่กระบวนการทางกฎหมายได้อย่างรวดเร็ว หากเจ้าหน้าที่พบข้อมูลที่อาจเข้าข่ายความผิด
ระหว่างถูกนำตัวไปยังห้องสอบปากคำ ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามว่าชายคนดังกล่าวเป็นเจ้าของเพจ ‘Godd Dam’ หรือไม่ รวมถึงถามถึงที่มาของโพสต์สลิปเงิน 7 ล้านบาท แต่เจ้าตัวไม่ได้ให้รายละเอียด โดยกล่าวเพียงว่าไม่ใช่เจ้าของเพจ ขณะที่ทนายความระบุว่า ผู้ถูกควบคุมตัวตั้งใจเข้าพบพนักงานสอบสวนตั้งแต่แรก และต้องการเข้าสู่กระบวนการสอบสวนก่อน เนื่องจากยังไม่ทราบรายละเอียดข้อกล่าวหาอย่างชัดเจน
ข้อกล่าวหาที่ตำรวจอยู่ระหว่างตรวจสอบ
เบื้องต้น ข้อกล่าวหาตามหมายจับมีประเด็นสำคัญเกี่ยวข้องกับพระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์ฯ ในลักษณะนำเข้าข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน ปลอม หรือเป็นเท็จ โดยอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่บุคคลอื่นหรือประชาชน รวมถึงอาจสร้างความตื่นตระหนก นอกจากนี้ยังมีข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการปลอมเอกสาร ปลอมเอกสารสิทธิ และการใช้เอกสารสิทธิปลอม ซึ่งตำรวจจะต้องตรวจสอบเจตนา แหล่งที่มาของข้อมูล และความเชื่อมโยงกับบัญชีหรือเพจที่เผยแพร่เนื้อหา
- ตรวจสอบว่าใครเป็นผู้สร้างและดูแลเพจในช่วงเวลาที่มีการโพสต์
- ตรวจสอบความถูกต้องของสลิปโอนเงินและเอกสารที่เกี่ยวข้อง
- ตรวจสอบอุปกรณ์ บัญชีผู้ใช้งาน และข้อมูลทางดิจิทัล
- สอบปากคำผู้เกี่ยวข้อง รวมถึงพยานและผู้เสียหายที่อาจมีข้อมูลเพิ่มเติม
สำหรับประชาชนทั่วไป คดีนี้เป็นอีกตัวอย่างที่เตือนให้เห็นถึงความสำคัญของการตรวจสอบข้อมูลก่อนแชร์ โดยเฉพาะภาพสลิป เอกสารราชการ หรือข้อความที่กล่าวหาบุคคลสาธารณะ เพราะภาพหนึ่งภาพอาจถูกตัดต่อ เปลี่ยนแปลง หรือถูกนำไปใช้ในบริบทที่แตกต่างจากข้อเท็จจริงได้ การกดแชร์ต่อโดยไม่ตรวจสอบอาจทำให้ผู้เผยแพร่ต้องเผชิญความเสี่ยงทางกฎหมายตามไปด้วย
ในมุมของเทคโนโลยี การตรวจสอบคดีลักษณะนี้ไม่ได้พิจารณาเฉพาะโพสต์ที่ปรากฏบนหน้าจอเท่านั้น แต่ยังอาจเกี่ยวข้องกับข้อมูลการเข้าสู่ระบบ เวลาโพสต์ อุปกรณ์ที่ใช้ ต้นทางของไฟล์ และเส้นทางการส่งต่อข้อมูล เจ้าหน้าที่จึงต้องอาศัยทั้งพยานบุคคล เอกสาร และหลักฐานดิจิทัลประกอบกัน เพื่อให้การดำเนินคดีมีความรอบคอบและเป็นธรรม
ประเด็นสำคัญคือ ควรรอผลการสอบสวนและคำชี้แจงจากทุกฝ่ายก่อนสรุปว่าใครเป็นเจ้าของเพจหรือผู้จัดทำเอกสารดังกล่าว ข่าวความคืบหน้ากรณี ตำรวจไซเบอร์เตรียมขอหมายจับแอดมินเพจ ‘Godd Dam’ ล่าสุดเชิญเจ้าของเพจให้ข้อมูล อยู่ระหว่างสอบปากคำ จึงควรติดตามจากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือ และหลีกเลี่ยงการเผยแพร่ข้อมูลส่วนตัวหรือข้อความที่ยังไม่ได้รับการยืนยัน
ท้ายที่สุด ผู้ใช้งานโซเชียลควรใช้วิจารณญาณทุกครั้งก่อนเชื่อหรือแชร์เนื้อหา หากพบโพสต์ที่อาจเป็นข้อมูลเท็จหรือสร้างความเสียหาย ควรเก็บหลักฐานและแจ้งแพลตฟอร์มหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแทนการขยายข่าวต่อเอง แนวโน้มคดีไซเบอร์ในอนาคตจะยิ่งให้ความสำคัญกับร่องรอยดิจิทัล ดังนั้นการสื่อสารอย่างรับผิดชอบจึงเป็นวิธีที่ช่วยปกป้องทั้งตนเองและสังคมออนไลน์ได้ดีที่สุด
ที่มา – ตำรวจไซเบอร์เตรียมขอหมายจับแอดมินเพจ ‘Godd Dam’ ล่าสุดเชิญเจ้าของเพจให้ข้อมูล อยู่ระหว่างสอบปากคำ
