พรรคประชาชนตรวจบ่อฝังกลบกากอุตสาหกรรมปราจีนบุรี
พรรคประชาชนตรวจบ่อฝังกลบกากอุตสาหกรรมปราจีนบุรี กลายเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจจากประชาชนในภาคตะวันออก หลังมีการลงพื้นที่เก็บตัวอย่างน้ำและตรวจสอบความเสี่ยงจากบ่อฝังกลบกากอุตสาหกรรมที่อาจได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม โดยประชาชนในพื้นที่ต้องการคำตอบที่ชัดเจนว่า แหล่งน้ำ ดิน และอาหารที่พวกเขาใช้ในชีวิตประจำวันยังมีความปลอดภัยมากน้อยเพียงใด
เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม นฤมาศ เปี่ยมบัณฑิต สส.ชลบุรี เขต 6 และ พูนศักดิ์ จันทร์จำปี สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน พร้อมด้วย สุเมธ เหรียญพงษ์นาม ตัวแทนภาคประชาสังคม เดินทางลงพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรี เพื่อเก็บตัวอย่างน้ำและสำรวจสภาพแวดล้อมโดยรอบบ่อฝังกลบกากอุตสาหกรรม การตรวจสอบครั้งนี้เกิดขึ้นหลังชาวบ้านแสดงความกังวลว่า น้ำจากบ่อฝังกลบอาจล้นออกนอกพื้นที่ในช่วงน้ำท่วม และนำพาสารปนเปื้อนไหลเข้าสู่คลองหรือพื้นที่เกษตรกรรม
พรรคประชาชนตรวจบ่อฝังกลบกากอุตสาหกรรมปราจีนบุรี พร้อมเก็บตัวอย่างน้ำ
คณะลงพื้นที่เริ่มต้นจากบริเวณนาข้าวซึ่งมีน้ำท่วมขังรอบโรงงานฝังกลบกากอุตสาหกรรม จากนั้นเดินทางตามแนวคลองลำผักชี พื้นที่ชุ่มน้ำตำบลท่าตูม อำเภอศรีมหาโพธิ ต่อเนื่องไปยังวัดกาดสะแก ตำบลท่างาม อำเภอเมืองปราจีนบุรี และจุดต้นน้ำคลองไผ่ชะเลือด จุดเหล่านี้มีความสำคัญต่อระบบนิเวศและการดำรงชีวิตของชุมชน เพราะเป็นทั้งแหล่งน้ำเพื่อการเกษตร แหล่งเลี้ยงสัตว์ และพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับการใช้ประโยชน์จากน้ำในชีวิตประจำวัน
ข้อมูลจากชาวบ้านระบุว่า ในช่วงที่เกิดน้ำท่วม มีน้ำจากบ่อฝังกลบไหลล้นออกมานอกพื้นที่โรงงาน พร้อมพบคราบลักษณะคล้ายน้ำมันลอยมากับกระแสน้ำ แม้ระดับน้ำจะลดลงแล้ว แต่ความเสี่ยงไม่ได้หายไปทันที เพราะสารเคมีบางชนิดอาจตกค้างอยู่ในดิน ตะกอนคลอง พืชผล และสัตว์น้ำเป็นเวลานาน การมองเห็นว่าน้ำลดแล้วจึงไม่ควรเป็นเหตุผลเดียวที่ทำให้เชื่อว่าสภาพแวดล้อมกลับมาปลอดภัย
ความกังวลเรื่องน้ำปนเปื้อนและผลกระทบต่อชุมชน
นฤมาศระบุว่า ภารกิจเร่งด่วนคือการตรวจสอบข้อเท็จจริงว่ามีการปนเปื้อนจากพื้นที่ฝังกลบเข้าสู่แหล่งน้ำสาธารณะหรือไม่ โดยตัวอย่างน้ำที่เก็บจากหลายจุดจะถูกส่งไปตรวจวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการ ผลการตรวจจะช่วยให้ประชาชนมีข้อมูลที่อ้างอิงได้ และช่วยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถวางมาตรการป้องกันหรือเยียวยาได้ตรงจุดมากขึ้น
ประเด็นที่ถูกตั้งคำถามไม่ใช่เพียงเรื่องเหตุการณ์น้ำล้นจากบ่อฝังกลบเท่านั้น แต่ยังรวมถึงมาตรฐานการอนุญาตและการกำกับดูแลโรงงานด้วย เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวตั้งอยู่บนพื้นที่รับน้ำตามธรรมชาติ หากการวางผังหรือการอนุญาตไม่ได้พิจารณาเส้นทางน้ำ สภาพภูมิประเทศ และสถิติน้ำท่วมอย่างรอบด้าน เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอาจไม่ใช่เหตุสุดวิสัย แต่เป็นความเสี่ยงที่ถูกสร้างไว้ตั้งแต่ต้น
- ตรวจคุณภาพน้ำทั้งบริเวณต้นน้ำ กลางน้ำ และท้ายน้ำ
- ตรวจดิน ตะกอนคลอง สัตว์น้ำ และผลผลิตทางการเกษตร
- ทบทวนใบอนุญาตและมาตรฐานการตั้งบ่อฝังกลบกากอุตสาหกรรม
- เปิดเผยผลตรวจต่อสาธารณะอย่างโปร่งใสและตรวจสอบได้
- จัดทำแผนรับมืออุทกภัยและการรั่วไหลของสารปนเปื้อนอย่างเป็นระบบ
สำหรับชุมชนท้ายน้ำ ความไม่แน่นอนส่งผลต่อการใช้ชีวิตโดยตรง หลายครัวเรือนต้องใช้น้ำเพื่อทำนา เลี้ยงปลา เลี้ยงสัตว์ รวมถึงอุปโภคบริโภค หากยังไม่มีผลตรวจที่ชัดเจน ชาวบ้านก็ต้องใช้ชีวิตด้วยความกังวล ขณะเดียวกันยังมีความเสี่ยงต่อแม่น้ำปราจีนบุรี ซึ่งเป็นแหล่งเลี้ยงปลาในกระชัง หากพบการปนเปื้อนในน้ำต้นทาง ผลกระทบอาจขยายไปยังจังหวัดฉะเชิงเทรา ชลบุรี และผู้บริโภคในพื้นที่อื่นทั่วประเทศ
ในมุมของความมั่นคงทางอาหาร ประเด็นนี้จึงไม่ใช่เรื่องของจังหวัดปราจีนบุรีเพียงแห่งเดียว หากสารปนเปื้อนเข้าสู่ห่วงโซ่อาหาร อาจกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภค รายได้ของเกษตรกร และอุตสาหกรรมประมงในระดับภูมิภาค การตรวจสอบที่รวดเร็วและเป็นวิทยาศาสตร์จึงมีความสำคัญมากกว่าการรอให้เกิดความเสียหายแล้วค่อยแก้ไข
รัฐควรทบทวนการอนุญาตโรงงานในพื้นที่รับน้ำ
พรรคประชาชนเตรียมติดตามการทำงานของกรมควบคุมมลพิษและกรมโรงงานอุตสาหกรรมอย่างใกล้ชิด พร้อมผลักดันให้มีการตรวจคุณภาพน้ำ สัตว์น้ำ และผลผลิตทางการเกษตรในพื้นที่เสี่ยง นอกจากนี้ยังเสนอให้ทบทวนหลักเกณฑ์การเลือกพื้นที่ตั้งบ่อฝังกลบกากอุตสาหกรรม โดยต้องให้ความสำคัญกับเส้นทางน้ำ พื้นที่ชุ่มน้ำ แนวโน้มการเกิดน้ำท่วม และผลกระทบต่อชุมชนในระยะยาว
พรรคประชาชนตรวจบ่อฝังกลบกากอุตสาหกรรมปราจีนบุรี จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการตรวจสอบที่สังคมควรติดตามต่อ ไม่ว่าผลตรวจจะออกมาเป็นอย่างไร หน่วยงานรัฐควรสื่อสารข้อมูลอย่างตรงไปตรงมา พร้อมกำหนดมาตรการดูแลประชาชนที่อาจได้รับผลกระทบอย่างชัดเจน ในยุคที่ภาคอุตสาหกรรมกำลังขยายตัว การพัฒนาไม่ควรแลกมาด้วยความเสี่ยงต่อแหล่งน้ำและอาหารของประชาชน ทุกฝ่ายควรช่วยกันติดตามผลตรวจ เรียกร้องความโปร่งใส และผลักดันให้การอนุญาตโรงงานคำนึงถึงธรรมชาติและชุมชนมากกว่าที่ผ่านมา
