ที่ปรึกษาผู้ว่าฯ กทม. ลุยตรวจ ‘บ้านหนังสือ’ หวังเป็นแหล่งเชื่อมโยงชุมชนไร้ค่าใช้จ่าย

ที่ปรึกษาผู้ว่าฯ กทม. ลุยตรวจ ‘บ้านหนังสือ’ หวังเป็นแหล่งเชื่อมโยงชุมชนไร้ค่าใช้จ่าย

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้ผมอยากพาทุกคนไปอัปเดตเรื่องราวดีๆ ในกรุงเทพมหานครกันสักหน่อยครับ เชื่อว่าหลายคนอาจจะเคยเห็นข่าวเกี่ยวกับการพัฒนาพื้นที่การเรียนรู้ในชุมชนกันมาบ้างแล้ว ล่าสุดมีประเด็นที่น่าสนใจมาก เมื่อพล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก ประธานที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ลงพื้นที่ไปตรวจเยี่ยมโครงการ ที่ปรึกษาผู้ว่าฯ กทม. ลุยตรวจ ‘บ้านหนังสือ’ หวังเป็นแหล่งเชื่อมโยงชุมชนไร้ค่าใช้จ่าย ซึ่งถือว่าเป็นหัวใจสำคัญของการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ให้กับคนเมืองครับ

โครงการนี้ไม่ได้เป็นแค่ห้องสมุดธรรมดาๆ นะครับ แต่มันคือการสร้างพื้นที่ที่เข้าถึงได้ง่ายที่สุดสำหรับทุกคนในชุมชน โดยเฉพาะเด็กๆ และเยาวชนที่ต้องการพื้นที่สร้างสรรค์ในการทำกิจกรรม จากการลงพื้นที่ที่สุเหร่าบ้านดอน เขตวัฒนา เราพบว่าเจ้าหน้าที่ดูแลดีมาก และสภาพแวดล้อมก็เหมาะกับการนั่งอ่านหนังสือสุดๆ มีทั้งแอร์เย็นๆ และหนังสือที่คัดสรรมาอย่างดี เพื่อตอบโจทย์ความสนใจที่หลากหลายของคนในยุคดิจิทัลแบบนี้ครับ

การที่ กทม. ให้ความสำคัญกับ ที่ปรึกษาผู้ว่าฯ กทม. ลุยตรวจ ‘บ้านหนังสือ’ หวังเป็นแหล่งเชื่อมโยงชุมชนไร้ค่าใช้จ่าย ในครั้งนี้ มันสะท้อนให้เห็นว่าผู้บริหารมองเห็นปัญหาเรื่องความเหลื่อมล้ำครับ เพราะในเมืองใหญ่พื้นที่สาธารณะที่เปิดให้ใช้ฟรีแบบนี้หายากมาก การมีบ้านหนังสือในชุมชนจึงเป็นการลดช่องว่างและมอบโอกาสให้กับทุกคนอย่างเท่าเทียม

จากข้อมูลที่เราทราบมา มีเยาวชนแวะเวียนมาใช้บริการอย่างต่อเนื่องครับ สิ่งนี้ย้ำเตือนใจเราว่า ‘พื้นที่สร้างสรรค์’ ยังคงเป็นสิ่งที่จำเป็นเสมอแม้ในยุคที่เทคโนโลยีจะก้าวไกลเพียงใด เพราะการได้มานั่งอ่านหนังสือหรือทำกิจกรรมร่วมกันในชุมชน มันสร้างสายใยที่โซเชียลมีเดียให้ไม่ได้จริงๆ ครับ

ทำไม ‘บ้านหนังสือ’ ถึงสำคัญกับอนาคตชุมชน?

เรามักจะมองว่าในยุคที่ทุกคนมีสมาร์ทโฟน อะไรๆ ก็หาได้บนอินเทอร์เน็ต แต่จริงๆ แล้วการมีสถานที่ทางกายภาพให้คนในชุมชนได้มาพบปะกันนั้นมีพลังมหาศาลครับ นี่คือเหตุผลว่าทำไม ที่ปรึกษาผู้ว่าฯ กทม. ลุยตรวจ ‘บ้านหนังสือ’ หวังเป็นแหล่งเชื่อมโยงชุมชนไร้ค่าใช้จ่าย ถึงเป็นโครงการที่ผมอยากชวนทุกคนมาช่วยกันสนับสนุน เพราะมันคือ:

  • แหล่งเรียนรู้ใกล้บ้านที่ประหยัดค่าใช้จ่ายของครอบครัว
  • พื้นที่ปลอดภัยสำหรับเยาวชนในการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์
  • จุดศูนย์รวมให้คนทุกช่วงวัยในชุมชนได้ทำกิจกรรมร่วมกัน
  • เครื่องมือสำคัญในการส่งเสริมทักษะการอ่านและการคิดวิเคราะห์

ในมุมมองของผม โครงการนี้คือเทรนด์ของเมืองแห่งการเรียนรู้ (Learning City) ที่ทั่วโลกกำลังให้ความสำคัญครับ ผมอยากเห็นบ้านหนังสือเหล่านี้กระจายไปทุกหัวระแหงในกรุงเทพฯ เพื่อเป็นพื้นที่ฮีลใจและลับสมองให้กับทุกคน หากเพื่อนๆ อยู่ใกล้ที่ไหน ลองแวะเข้าไปใช้บริการดูนะครับ แล้วจะรู้ว่าชุมชนที่น่าอยู่เริ่มต้นได้จากหนังสือเพียงไม่กี่เล่มและพื้นที่เล็กๆ แห่งนี้เองครับ

ที่มา – ที่ปรึกษาผู้ว่าฯ กทม. ลุยตรวจ ‘บ้านหนังสือ’ หวังเป็นแหล่งเชื่อมโยงชุมชนไร้ค่าใช้จ่าย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *