กอ.รมน.ภาค 4 สน. ชี้แจงข้อวิจารณ์งานข่าว รับเป้าหมายส่งมอบพื้นที่ปี 2570 ไม่ง่าย ค้านตัดลดกำลังพล หวั่นกระทบการควบคุมพื้นที่
กอ.รมน.ภาค 4 สน. ชี้แจงข้อวิจารณ์งานข่าว รับเป้าหมายส่งมอบพื้นที่ปี 2570 ไม่ง่าย ค้านตัดลดกำลังพล หวั่นกระทบการควบคุมพื้นที่
สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้เรามาคุยกันถึงประเด็นร้อนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้กันสักนิด หลังจากมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงประสิทธิภาพด้านงานข่าวของเจ้าหน้าที่ ล่าสุดทาง กอ.รมน.ภาค 4 สน. โดย พล.ต. กรกฎ ภู่โชติ ได้ออกมาเปิดใจให้ข้อมูลแบบชัดเจนเพื่อให้ประชาชนเข้าใจถึงสถานการณ์และความท้าทายที่เกิดขึ้นจริงในพื้นที่ครับ
ต้องยอมรับก่อนครับว่า งานในพื้นที่ที่มีความละเอียดอ่อนอย่างชายแดนใต้นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะฝ่ายผู้ก่อเหตุมีการปรับตัวตลอดเวลา ทั้งการแยกส่วนปฏิบัติการเพื่อตัดตอนความเชื่อมโยง ทำให้การข่าวต้องทำงานแข่งกับเวลา แต่ถึงอย่างนั้นเจ้าหน้าที่ก็ยังสามารถระบุแนวโน้มเหตุการณ์ได้ในระดับหนึ่ง และการกดดันอย่างต่อเนื่องก็ทำให้กลุ่มผู้ก่อเหตุไม่สามารถรวมตัวกันได้เป็นกลุ่มใหญ่ครับ
ความท้าทายและเป้าหมายยุทธศาสตร์ในปี 2570
กอ.รมน.ภาค 4 สน. ชี้แจงข้อวิจารณ์งานข่าว รับเป้าหมายส่งมอบพื้นที่ปี 2570 ไม่ง่าย ค้านตัดลดกำลังพล หวั่นกระทบการควบคุมพื้นที่ เป็นหัวข้อที่หลายคนให้ความสนใจ เพราะยุทธศาสตร์ปี 2570 คือการส่งคืนพื้นที่ให้ฝ่ายปกครองและพลเรือนดูแล แต่ทางเจ้าหน้าที่เองก็ยอมรับว่าเป้าหมายนี้มีความท้าทายสูงมาก เนื่องจากหากกลุ่มผู้ก่อเหตุยังไม่หยุดกระทำการ งานป้องกันก็ต้องดำเนินต่อไป นอกจากนี้ ยังมีประเด็นเรื่องการขาดโอกาสทางการศึกษาของเยาวชนในพื้นที่ ซึ่งมักตกเป็นเป้าหมายของการถูกชักจูง ซึ่งนี่คือโจทย์ใหญ่ที่ต้องแก้ที่ต้นเหตุมากกว่าแค่การใช้กำลังทหารครับ
ในส่วนของงบประมาณและกำลังพลที่มีข่าวว่าจะมีการปรับลดนั้น ทาง พ.อ. เอกวริทธิ์ ชอบชูผล ได้ให้ทัศนะไว้อย่างน่าสนใจมากครับ ท่านเปรียบเทียบการรักษาความปลอดภัยเหมือนกีฬาฟุตบอลว่า “เหมือนทีมหนึ่งนำอยู่ 5-0 ในครึ่งแรก พอครึ่งหลังอีกทีมโดนใบแดงเหลือ 10 คน อยู่ๆ จะให้อีกทีมเอาผู้เล่นออกคนหนึ่งเพื่อให้เท่ากัน ถือเป็นความคิดที่ไม่ถูกต้อง” ซึ่งแสดงให้เห็นว่าการลดกำลังพลในขณะที่สถานการณ์ยังไม่นิ่ง จะส่งผลกระทบต่อความเสถียรภาพและการควบคุมพื้นที่อย่างแน่นอน
- การบูรณาการความร่วมมือกับฝ่ายปกครองและตำรวจเพื่อปิดช่องว่างในพื้นที่
- การนำระบบสัญญาณเตือนภัยมาใช้ทดแทนการเฝ้ายามในบางจุดที่มีกำลังพลจำกัด
- การเน้นย้ำให้ประชาชนติดตามข้อมูลจากช่องทางหลักของ กอ.รมน.ภาค 4 สน. เพื่อป้องกันข่าวปลอม
สำหรับในมุมมองของผม สถานการณ์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มีความซับซ้อนเกินกว่าจะมองแค่ด้านใดด้านหนึ่ง การที่เจ้าหน้าที่ออกมาสื่อสารตรงไปตรงมาเช่นนี้เป็นเรื่องที่ดีครับ เพราะทำให้ประชาชนเห็นถึงความพยายามในการปรับตัว และความจำเป็นในการคงกำลังพลไว้เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับชาวบ้านในพื้นที่ หากเราตัดกำลังหรือลดงบประมาณเร็วเกินไปในขณะที่ภัยคุกคามยังคงอยู่ ก็อาจทำให้ความพยายามตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมาต้องสะดุดลง
สุดท้ายนี้ ผมอยากชวนให้ทุกคนลองติดตามข่าวสารจากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ และมีสติในการเสพสื่อโซเชียล เพราะข่าวปลอมหรือการบิดเบือนข้อมูลเป็นเครื่องมือหนึ่งที่ฝ่ายตรงข้ามใช้บ่อยครั้งครับ การสนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่ด้วยการเป็นหูเป็นตา และร่วมสร้างชุมชนให้เข้มแข็ง คือกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้ภาคใต้ของเราก้าวไปสู่ความสงบสุขที่ยั่งยืนได้จริงๆ ครับ
