กองทัพสหรัฐฯ คิดว่าแฮกเกอร์ทำไอศกรีมละลายหมด
เรื่องนี้ฟังดูเหมือนพล็อตหนังตลก แต่กำลังถูกตรวจสอบอย่างจริงจัง เมื่อเจ้าหน้าที่กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ สงสัยว่าเหตุขัดข้องของตู้แช่แข็งในร้านค้าสวัสดิการทหารอาจเกี่ยวข้องกับการโจมตีทางไซเบอร์ โดยประเด็นที่ทำให้หลายคนสนใจคือ กองทัพสหรัฐฯ คิดว่าแฮกเกอร์ทำไอศกรีมละลายหมด แม้ในเวลานี้ยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการว่าแฮกเกอร์เป็นผู้ก่อเหตุจริง
รายงานระบุว่า ในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ตู้แช่แข็งของร้านค้าสวัสดิการทหาร หรือ commissary ในหลายฐานทัพเกิดความผิดปกติพร้อมกัน เจ้าหน้าที่อย่างน้อยสี่คนบอกกับ Reuters ว่ากระทรวงกลาโหมกำลังพิจารณาความเป็นไปได้ว่าเหตุการณ์เหล่านี้เป็นการแฮ็ก ขณะเดียวกัน หน่วยงานด้านอาชญากรรมของกองทัพบกสหรัฐฯ ก็ประสานงานกับตำรวจฝรั่งเศส หลังเกิดเหตุโจมตีระบบตู้แช่แข็งในซูเปอร์มาร์เก็ตหลายแห่งของฝรั่งเศส
กองทัพสหรัฐฯ คิดว่าแฮกเกอร์ทำไอศกรีมละลายหมด
บล็อก Signal and Silence เป็นหนึ่งในแหล่งแรกที่ตั้งข้อสังเกตเรื่องนี้ โดยรวบรวมรายงานตู้แช่แข็งหรือระบบทำความเย็นขัดข้องอย่างน้อย 14 แห่งในฐานทัพ 11 รัฐของสหรัฐฯ ต่อมา Reuters ยืนยันเหตุการณ์ได้อย่างน้อยหกแห่ง จุดที่น่าสนใจคือบางฐานทัพออกประกาศว่าไม่ได้เกิดไฟฟ้าดับ แต่ตู้แช่แข็งกลับเข้าสู่โหมดละลายน้ำแข็ง หรือ defrost mode ซึ่งทำให้อุณหภูมิภายในสูงขึ้นและอาหารเสียหาย
ที่ฐานทัพ Fort Huachuca ในรัฐแอริโซนา โพสต์บนโซเชียลมีเดียระบุชัดเจนว่าตู้แช่แข็งทำงานในโหมดละลายน้ำแข็งจนอาหารทั้งหมดเสีย ทั้งที่ไม่มีปัญหาไฟฟ้า เหตุการณ์ลักษณะเดียวกันยังถูกรายงานที่ Holloman Air Force Base ในนิวเม็กซิโก, Fort Irwin ในแคลิฟอร์เนีย และ Naval Station Newport ในโรดไอแลนด์ ส่งผลให้สินค้าสดและสินค้าแช่แข็งต้องถูกนำออกจากชั้นวาง
กองทัพสหรัฐฯ คิดว่าแฮกเกอร์ทำไอศกรีมละลายหมด แต่ยังไม่มีข้อสรุป
สิ่งสำคัญคือเราควรแยก “ข้อสงสัย” ออกจาก “ข้อเท็จจริงที่ยืนยันแล้ว” Pentagon ระบุว่าหน่วยงานของ Cyber Command กำลังทำงานร่วมกับหน่วยงานรัฐและหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง แต่ยังไม่ได้ประกาศว่าเป็นการโจมตีทางไซเบอร์อย่างแน่นอน การตรวจสอบอาจต้องวิเคราะห์บันทึกการทำงานของระบบ เครือข่ายควบคุม อุปกรณ์ตรวจวัดอุณหภูมิ และข้อมูลการเข้าถึงจากระยะไกล
ระบบตู้แช่แข็งเชิงพาณิชย์ในสถานที่เหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงตู้เย็นธรรมดา แต่เชื่อมต่อกับระบบควบคุมและตรวจสอบจากส่วนกลาง โดยหน่วยงาน Defense Commissary Agency หรือ DeCA กำหนดให้การละลายน้ำแข็งต้องถูกควบคุมผ่านระบบ Remote Monitoring Control System หรือ RMCS เอกสารจัดซื้อจัดจ้างฉบับหนึ่งระบุว่าระบบนี้ถูกติดตั้งใน 182 แห่ง รวมถึงฐานทัพทั้ง 14 แห่งที่อยู่ในรายชื่อเหตุขัดข้อง
ในช่วงต้นเดือนสิงหาคม นักวิจัยจาก Claroty Team82 เผยแพร่ผลการศึกษาช่องโหว่ในระบบควบคุมตู้แช่แข็ง Danfoss AK-SM 800A และ Copeland XWEB Pro ระบบเหล่านี้ถูกออกแบบมาเพื่อจัดการอุปกรณ์ทำความเย็นเชิงพาณิชย์จากส่วนกลาง อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีหลักฐานยืนยันว่าฐานทัพที่ได้รับผลกระทบใช้ระบบรุ่นเดียวกับที่นักวิจัยศึกษา แม้จะมีข้อมูลว่าระบบของ Danfoss ถูกใช้งานเป็นจำนวนมากในฝรั่งเศส
ทำไมตู้แช่แข็งจึงกลายเป็นเป้าหมายไซเบอร์
คำตอบอยู่ที่อุปกรณ์ควบคุมอุตสาหกรรม หรือ Industrial Control Systems ซึ่งเป็นคอมพิวเตอร์ที่ใช้รับข้อมูลจากเซนเซอร์และส่งคำสั่งไปยังเครื่องจักร ระบบเหล่านี้ทำงานอยู่เบื้องหลังโรงงาน คลังสินค้า ฟาร์ม โรงพยาบาล ระบบน้ำ และธุรกิจอาหารจำนวนมาก อุปกรณ์รุ่นเก่าหลายตัวถูกออกแบบในยุคที่ยังไม่มีอินเทอร์เน็ตแพร่หลาย จึงไม่ได้เตรียมระบบรักษาความปลอดภัยแบบที่จำเป็นในปัจจุบัน
เมื่อระบบควบคุมเหล่านี้เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตเพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบจากระยะไกล ความสะดวกก็เพิ่มขึ้นพร้อมกับความเสี่ยง หากผู้ไม่หวังดีเข้าถึงระบบได้ พวกเขาอาจเปลี่ยนค่าอุณหภูมิ สั่งให้เครื่องเข้าสู่โหมดละลายน้ำแข็ง หรือปิดระบบบางส่วน ผลลัพธ์อาจไม่ใช่แค่ไอศกรีมละลาย แต่รวมถึงอาหารจำนวนมากเสียหายและต้องทิ้งทั้งหมด
- กระทบความปลอดภัยของอาหาร: อุณหภูมิที่สูงขึ้นอาจทำให้อาหารเน่าเสียและไม่ปลอดภัยต่อการบริโภค
- สร้างความเสียหายต่อห่วงโซ่อุปทาน: สินค้าที่ต้องควบคุมอุณหภูมิอาจส่งต่อไม่ได้หรือจำเป็นต้องทำลาย
- เพิ่มต้นทุนการดำเนินงาน: หน่วยงานต้องซื้อสินค้าใหม่ ตรวจสอบระบบ และซ่อมแซมอุปกรณ์
- ทำให้เกิดความไม่มั่นใจ: ผู้บริโภคและบุคลากรอาจสงสัยว่าสินค้าในระบบยังปลอดภัยหรือไม่
เหตุการณ์ในฝรั่งเศสยิ่งทำให้ประเด็นนี้น่ากังวล เพราะมีรายงานว่าซูเปอร์มาร์เก็ตมากกว่า 350 แห่งได้รับผลกระทบ และบางกรณีมีไฟไหม้เกิดขึ้นด้วย นอกจากนี้ยังมีรายงานเชิงประสบการณ์จากฐานทัพ F.E. Warren ในรัฐไวโอมิงว่า ตู้แช่แข็งบริเวณเดลี่อาจมีอุณหภูมิสูงถึง 160-180 องศาฟาเรนไฮต์ แม้ยังไม่ชัดเจนว่าตัวเลขดังกล่าวเป็นอุณหภูมิของอาหาร หน้าจอแสดงผล หรือเครื่องจักรเอง
บทเรียนสำหรับธุรกิจอาหารและองค์กรทั่วไป
เหตุการณ์นี้สะท้อนว่าอาชญากรรมไซเบอร์ไม่จำเป็นต้องโจมตีคอมพิวเตอร์สำนักงานหรือขโมยข้อมูลเพียงอย่างเดียว การเปลี่ยนค่าเล็กน้อยในระบบควบคุมอุณหภูมิอาจสร้างความเสียหายทางธุรกิจได้มากกว่าการทำให้เว็บไซต์หยุดทำงานเสียอีก สำหรับธุรกิจอาหาร โรงงาน และคลังสินค้า การรักษาความปลอดภัยของระบบ OT จึงควรมีความสำคัญพอ ๆ กับระบบไอทีทั่วไป
องค์กรควรตรวจสอบว่าอุปกรณ์ควบคุมใดเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต มีการใช้รหัสผ่านเริ่มต้นหรือไม่ และใครสามารถเข้าถึงระบบจากระยะไกลได้บ้าง การแบ่งเครือข่าย การยืนยันตัวตนหลายขั้นตอน การอัปเดตซอฟต์แวร์ และการเก็บบันทึกการใช้งานอย่างสม่ำเสมอ ล้วนช่วยลดโอกาสที่ผู้โจมตีจะเปลี่ยนคำสั่งของเครื่องจักรโดยไม่มีใครรู้ตัว
สำหรับผู้บริโภค เรื่องนี้ยังเป็นเครื่องเตือนใจให้ใส่ใจกับการจัดเก็บอาหาร หากสินค้าที่ควรแช่แข็งมีลักษณะละลาย บรรจุภัณฑ์บวม หรือมีอุณหภูมิผิดปกติ ก็ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานและแจ้งร้านค้า แม้กรณีนี้ยังอยู่ระหว่างการสอบสวน แต่ความเสียหายที่เกิดจากระบบดิจิทัลสามารถปรากฏออกมาในรูปแบบที่จับต้องได้อย่างอาหารเสีย
สรุปแล้ว ประเด็นที่ว่า กองทัพสหรัฐฯ คิดว่าแฮกเกอร์ทำไอศกรีมละลายหมด อาจฟังดูแปลก แต่เบื้องหลังคือปัญหาความปลอดภัยของระบบควบคุมอุตสาหกรรมที่ควรได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง หากหน่วยงานต่าง ๆ มองว่าตู้แช่แข็งเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ไม่ใช่เพียงเครื่องใช้ไฟฟ้า การป้องกันอาหาร สินค้า และห่วงโซ่อุปทานก็จะมีประสิทธิภาพมากขึ้น ความเห็นส่วนตัวคือองค์กรควรเริ่มตรวจสอบระบบที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตตั้งแต่วันนี้ ก่อนที่ความผิดปกติครั้งต่อไปจะไม่ได้จบลงแค่ไอศกรีมละลาย
ที่มา – U.S. Military Thinks Hackers Defrosted All Its Ice Cream
