นิด้าโพลสำรวจความเห็นต่อ Thai PBS พบ 33% ค้านเปลี่ยนแหล่งรายได้ภาษีบาป มี 22% เห็นด้วย
นิด้าโพลสำรวจความเห็นต่อ Thai PBS พบ 33% ค้านเปลี่ยนแหล่งรายได้ภาษีบาป มี 22% เห็นด้วย
ผลสำรวจความคิดเห็นล่าสุดสะท้อนมุมมองของประชาชนที่มีต่อ Thai PBS หรือองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทยได้อย่างน่าสนใจ โดยประเด็นที่ถูกจับตามองมากที่สุดคือความเป็นอิสระของสื่อ แหล่งที่มาของงบประมาณ และความคุ้มค่าในการใช้เงินสาธารณะ ทั้งหมดนี้เป็นคำถามสำคัญสำหรับวงการสื่อไทยในยุคที่ผู้ชมมีทางเลือกมากขึ้นจากแพลตฟอร์มออนไลน์ โซเชียลมีเดีย และบริการสตรีมมิง
นิด้าโพลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนในหัวข้อ Thai PBS สื่อสาธารณะ? ระหว่างวันที่ 28-30 ตุลาคม 2569 จากกลุ่มตัวอย่างอายุ 18 ปีขึ้นไปทั่วประเทศ จำนวน 1,310 หน่วยตัวอย่าง ครอบคลุมภูมิภาค ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ โดยใช้การสุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอนและสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ ผลสำรวจจึงช่วยให้เห็นภาพรวมของความคาดหวังที่ประชาชนมีต่อสื่อสาธารณะในหลายมิติ
ผู้ชม Thai PBS ยังมีสัดส่วนไม่มาก
เมื่อถามถึงพฤติกรรมการรับชม Thai PBS พบว่าประชาชนร้อยละ 45.80 ระบุว่าไม่เคยรับชมรายการเลย ขณะที่ร้อยละ 31.76 รับชมเป็นบางครั้ง ส่วนร้อยละ 12.82 เคยเปิดผ่านแต่ไม่ได้ติดตามอย่างจริงจัง สำหรับผู้ที่รับชมบ่อยครั้งมีร้อยละ 6.18 และรับชมเป็นประจำร้อยละ 3.44 ตัวเลขนี้สะท้อนโจทย์สำคัญของ Thai PBS ว่าจะทำอย่างไรให้เนื้อหาที่มีคุณค่าต่อสังคมเข้าถึงผู้ชมในวงกว้างขึ้น
แม้จำนวนผู้ชมประจำอาจไม่สูงเมื่อเทียบกับสื่อเชิงพาณิชย์ แต่ Thai PBS มีบทบาทแตกต่างจากสถานีโทรทัศน์ทั่วไป เพราะต้องนำเสนอข้อมูลข่าวสารที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ ให้พื้นที่กับประเด็นชุมชน กลุ่มเปราะบาง การศึกษา สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรม ดังนั้น การประเมินความสำเร็จจึงไม่ควรดูจากเรตติ้งเพียงอย่างเดียว แต่ควรพิจารณาคุณภาพ ความน่าเชื่อถือ และผลกระทบที่เกิดขึ้นกับสังคมด้วย
ความเป็นอิสระยังเป็นหัวใจของสื่อสาธารณะ
ในกลุ่มผู้ที่รับชม Thai PBS เป็นประจำ บ่อยครั้ง หรือเป็นบางครั้ง จำนวน 542 หน่วยตัวอย่าง ร้อยละ 42.99 มองว่า Thai PBS ค่อนข้างมีความเป็นอิสระในการรายงานข่าวและจัดทำรายการ ขณะที่ร้อยละ 22.32 เห็นว่ามีความเป็นอิสระมาก อย่างไรก็ตาม ร้อยละ 25.46 มองว่าไม่ค่อยมีความเป็นอิสระ และร้อยละ 8.49 ระบุว่าไม่มีความเป็นอิสระเลย
ผลดังกล่าวชี้ให้เห็นว่าประชาชนยังมีความเห็นหลากหลายต่อบทบาทของสื่อสาธารณะ ความเป็นอิสระไม่ได้หมายถึงการไม่มีผู้ตรวจสอบ แต่หมายถึงการสามารถทำงานโดยไม่ถูกชี้นำจากรัฐบาล พรรคการเมือง กลุ่มทุน หรือผู้มีอำนาจใดเป็นพิเศษ ขณะเดียวกัน Thai PBS ก็ต้องแสดงความรับผิดชอบด้วยการเปิดเผยที่มาของข้อมูล กระบวนการทำงาน และเหตุผลเบื้องหลังการใช้งบประมาณอย่างโปร่งใส
คนส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับการเปลี่ยนแหล่งงบประมาณ
ประเด็นที่ได้รับความสนใจมากที่สุดคือแนวคิดการเปลี่ยนแหล่งที่มาของงบประมาณจากภาษีบาปไปเป็นงบประมาณรายปีที่ผ่านการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร โดยผลสำรวจพบว่า ร้อยละ 33.03 ไม่เห็นด้วยกับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ขณะที่ร้อยละ 22.14 เห็นด้วย
นิด้าโพลสำรวจความเห็นต่อ Thai PBS พบ 33% ค้านเปลี่ยนแหล่งรายได้ภาษีบาป มี 22% เห็นด้วย ประเด็นนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงเรื่องตัวเลขงบประมาณ แต่เกี่ยวข้องโดยตรงกับความเป็นอิสระขององค์กร ผู้ที่ไม่เห็นด้วยกังวลว่า หาก Thai PBS ต้องพึ่งพางบประมาณรายปีจากรัฐบาล อาจเกิดแรงกดดันทางการเมืองหรือทำให้การนำเสนอข่าวไม่เป็นอิสระเท่าที่ควร โดยร้อยละ 24.72 กังวลว่าอาจขาดความเป็นอิสระในการเสนอข่าว และร้อยละ 24.54 มองว่าอาจถูกครอบงำโดยรัฐบาลหรือนักการเมือง
นอกจากนี้ ร้อยละ 18.27 เห็นว่าฝ่ายการเมืองอาจเข้ามาแทรกแซงได้ง่ายขึ้น เนื่องจากองค์กรขาดความเป็นอิสระทางการเงิน และร้อยละ 16.42 กังวลว่า Thai PBS อาจกลายเป็นสื่อของรัฐ ในอีกด้านหนึ่ง ผู้ที่เห็นด้วยกับการเปลี่ยนแหล่งงบประมาณให้เหตุผลว่า จะช่วยให้เกิดการตรวจสอบการใช้เงินมากขึ้น และทำให้ผู้บริหารต้องแสดงความคุ้มค่าของงบประมาณต่อประชาชนอย่างชัดเจน
ประชาชนต้องการทั้งอิสระและความโปร่งใส
เมื่อถามถึงแนวทางปรับปรุงองค์กร ร้อยละ 60.33 ต้องการให้ Thai PBS เสนอข่าวสารอย่างเป็นอิสระและเป็นกลาง รองลงมาคือการยอมรับการตรวจสอบงบประมาณ ร้อยละ 38.38 และการเปิดเผยรายละเอียดการใช้งบประมาณต่อสาธารณะ ร้อยละ 38.19 นี่คือสัญญาณที่ชัดเจนว่าประชาชนไม่ได้ต้องการเพียงสื่อที่เป็นอิสระ แต่ยังต้องการเห็นหลักฐานว่าองค์กรบริหารเงินอย่างรับผิดชอบด้วย
ประชาชนบางส่วนเสนอให้ Thai PBS บริหารงานแบบเอกชนมากขึ้น ลดขนาดองค์กรเพื่อประหยัดงบประมาณ และเพิ่มเนื้อหาด้านสังคมแม้จะไม่สร้างผลกำไรโดยตรง ขณะเดียวกัน มีผู้เสนอให้ลดการพึ่งพางบประมาณจากรัฐและให้ความสำคัญกับการแข่งขันในอุตสาหกรรมสื่อมากขึ้น อย่างไรก็ตาม แนวคิดเหล่านี้ควรดำเนินการอย่างสมดุล เพื่อไม่ให้เป้าหมายด้านประสิทธิภาพกลบภารกิจสาธารณะ
บทสรุปสำหรับอนาคตของ Thai PBS
เมื่อถามประชาชนทั้งหมดว่าประเทศไทยมีโอกาสสร้างสื่อสาธารณะที่เป็นอิสระจากรัฐและกลุ่มทุนได้หรือไม่ ร้อยละ 37.32 มองว่าเป็นไปไม่ได้เลย และร้อยละ 24.66 มองว่าเป็นไปไม่ค่อยได้ ขณะที่ร้อยละ 23.82 เห็นว่าค่อนข้างเป็นไปได้ และร้อยละ 12.75 เห็นว่าเป็นไปได้มาก ตัวเลขนี้สะท้อนความไม่มั่นใจของสังคมต่อระบบสื่อโดยรวม
ที่สำคัญ ร้อยละ 69.92 ให้ความสำคัญกับความเป็นอิสระของสื่อสาธารณะมากกว่าประสิทธิภาพในการใช้จ่ายงบประมาณ ส่วนร้อยละ 27.94 ให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพมากกว่า นั่นหมายความว่า แม้ประชาชนต้องการให้ Thai PBS ใช้เงินอย่างคุ้มค่า แต่สิ่งที่สังคมให้คุณค่าสูงสุดยังคงเป็นความน่าเชื่อถือและความเป็นอิสระ
นิด้าโพลสำรวจความเห็นต่อ Thai PBS พบ 33% ค้านเปลี่ยนแหล่งรายได้ภาษีบาป มี 22% เห็นด้วย จึงเป็นข้อมูลที่ควรถูกนำไปใช้ประกอบการออกแบบนโยบายสื่อในอนาคต ทางออกที่เหมาะสมอาจไม่ใช่การเลือกระหว่างความเป็นอิสระกับการตรวจสอบ แต่คือการสร้างระบบที่ทำให้ Thai PBS เป็นอิสระจากการแทรกแซง พร้อมเปิดเผยงบประมาณ ตรวจสอบได้ และสื่อสารกับประชาชนอย่างสม่ำเสมอ ในยุคที่ผู้ชมมีทางเลือกมากขึ้น องค์กรที่ยืนหยัดด้วยคุณภาพ ความโปร่งใส และความเข้าใจผู้ชม จะมีโอกาสสร้างความไว้วางใจได้อย่างยั่งยืน
ที่มา – นิด้าโพลสำรวจความเห็นต่อ Thai PBS พบ 33% ค้านเปลี่ยนแหล่งรายได้ภาษีบาป มี 22% เห็นด้วย
