นาซาขอเอกชนช่วยกู้กล้องโทรทรรศน์ฮับเบิล
กล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิลเป็นหนึ่งในผลงานด้านวิทยาศาสตร์และการถ่ายภาพจักรวาลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของมนุษยชาติ นับตั้งแต่ถูกส่งขึ้นสู่วงโคจรระดับต่ำของโลกในปี 1990 กล้องตัวนี้ได้บันทึกภาพดาวเคราะห์ เนบิวลา กระจุกดาว และกาแล็กซีอันน่าทึ่งจำนวนมหาศาล ภาพเหล่านั้นไม่เพียงสร้างแรงบันดาลใจให้คนทั่วโลก แต่ยังช่วยให้นักดาราศาสตร์เข้าใจโครงสร้างและวิวัฒนาการของเอกภพได้ลึกซึ้งขึ้น อย่างไรก็ตาม อายุการใช้งานของฮับเบิลกำลังเข้าสู่ช่วงสำคัญ และนาซาต้องการความช่วยเหลือจากภาคเอกชนเพื่อยืดเวลาการทำงานของมัน
ประเด็นนี้ทำให้ข่าว นาซาขอเอกชนช่วยกู้กล้องโทรทรรศน์ฮับเบิล ได้รับความสนใจอย่างมาก เพราะฮับเบิลไม่ได้เป็นเพียงดาวเทียมธรรมดา แต่เป็นสัญลักษณ์ของความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ ภาพถ่ายจำนวนมากจากกล้องนี้กลายเป็นหน้าต่างที่เปิดให้คนทั่วไปมองเห็นจักรวาลในแบบที่ไม่เคยจินตนาการมาก่อน ทว่าขณะเดียวกัน กล้องกำลังสูญเสียระดับความสูงอย่างช้า ๆ เนื่องจากแรงโน้มถ่วงของโลก และมีแนวโน้มจะกลับเข้าสู่ชั้นบรรยากาศในช่วงต้นถึงกลางทศวรรษ 2030
นาซาขอเอกชนช่วยกู้กล้องโทรทรรศน์ฮับเบิล
ปัญหาการลดระดับวงโคจรของฮับเบิลไม่ใช่เรื่องใหม่ นาซาทราบถึงความเสี่ยงนี้มาตั้งแต่ก่อนการปล่อยกล้องขึ้นสู่อวกาศ ในอดีต กระสวยอวกาศโคลัมเบียเคยเดินทางไปให้บริการฮับเบิลในปี 2002 และช่วยเพิ่มระดับวงโคจรให้สูงขึ้นเล็กน้อย ภารกิจดังกล่าวทำให้กล้องสามารถปฏิบัติงานต่อไปได้อีกหลายปี แต่ไม่สามารถหยุดผลกระทบจากแรงโน้มถ่วงได้อย่างถาวร
ปัจจุบันกระสวยอวกาศของสหรัฐฯ ถูกปลดประจำการและจัดแสดงอยู่ตามพิพิธภัณฑ์ต่าง ๆ นาซาจึงไม่มียานพาหนะของตนเองที่เหมาะสมสำหรับการยกวงโคจรหรือซ่อมบำรุงฮับเบิลโดยตรง หน่วยงานจึงหันไปสำรวจศักยภาพของบริษัทอวกาศเชิงพาณิชย์ ซึ่งมีความก้าวหน้าอย่างรวดเร็วทั้งด้านจรวด ยานอวกาศ ระบบควบคุมระยะไกล และภารกิจที่มีมนุษย์ร่วมเดินทาง
ภารกิจที่เอกชนต้องเตรียมสำหรับฮับเบิล
เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม นาซาได้เผยแพร่คำขอข้อมูล หรือ Request for Information เพื่อเชิญบริษัทที่สนใจเสนอแนวทางช่วยเหลือฮับเบิล ภารกิจที่เป็นไปได้มีตั้งแต่การจับยึดกล้องอย่างปลอดภัย การยกระดับวงโคจร ไปจนถึงการซ่อมบำรุงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน หากไม่สามารถรักษากล้องไว้ได้ นาซายังเปิดรับแนวคิดเกี่ยวกับการนำฮับเบิลกลับเข้าสู่โลกด้วยวิธีควบคุม เพื่อจำกัดความเสี่ยงจากเศษซากอวกาศ
บริษัทที่เข้าร่วมจะต้องแสดงรายละเอียดเกี่ยวกับความสามารถในปัจจุบันหรือเทคโนโลยีที่ใกล้พร้อมใช้งาน รวมถึงแผนการนำฮับเบิลขึ้นไปอยู่ที่ระดับความสูงอย่างน้อย 373 ไมล์ หรือประมาณ 600 กิโลเมตร ภารกิจมีกำหนดดำเนินการในปี 2032 และผู้เสนอจะต้องรับผิดชอบการออกแบบภารกิจ จัดหายานอวกาศ จัดการการปล่อยยาน รวมถึงจัดหาลูกเรือหากแผนงานจำเป็นต้องใช้มนุษย์
- ต้องสามารถเข้าประชิดและจับฮับเบิลได้อย่างปลอดภัย
- ต้องมีแผนเพิ่มระดับวงโคจรหรือควบคุมการนำกลับเข้าสู่โลก
- ต้องลดความเสี่ยงต่อโครงสร้างและอุปกรณ์วิทยาศาสตร์ของกล้อง
- ต้องจัดเตรียมยานปล่อย ระบบสื่อสาร และบุคลากรที่จำเป็น
- ต้องเสนอแนวทางที่มีความคุ้มค่าและเหมาะสมกับงบประมาณของนาซา
ข้อกำหนดสำคัญที่สุดคือไม่ว่าบริษัทจะเลือกวิธีใด ฮับเบิลจะต้องไม่ได้รับความเสียหายโดยไม่จำเป็น ภารกิจจึงเป็นความท้าทายอย่างยิ่ง เพราะกล้องมีขนาดใหญ่ ซับซ้อน และถูกออกแบบมาให้ทำงานในอวกาศมานานหลายทศวรรษ การเข้าเทียบยาน การล็อกอุปกรณ์ และการเคลื่อนย้ายกล้องต้องอาศัยความแม่นยำสูงมาก แม้ความผิดพลาดเพียงเล็กน้อยอาจทำให้ภารกิจล้มเหลวหรือสร้างเศษซากจำนวนมากในวงโคจร
ทำไมฮับเบิลจึงยังมีความสำคัญต่อวงการวิทยาศาสตร์
แม้ฮับเบิลจะมีอายุเก่าแก่เมื่อเทียบกับดาวเทียมรุ่นใหม่ แต่ความสามารถของมันยังมีคุณค่าอย่างมาก กล้องสามารถสังเกตแสงในช่วงอัลตราไวโอเลต แสงที่มองเห็นได้ และบางส่วนของย่านอินฟราเรด ความหลากหลายนี้ช่วยให้นักวิจัยศึกษาดาวฤกษ์ที่กำลังเกิดใหม่ ซากการระเบิดของดาว ซูเปอร์โนวา หลุมดำ และกาแล็กซีที่อยู่ไกลออกไปหลายพันล้านปีแสง
ฮับเบิลยังมีบทบาทในการวัดอัตราการขยายตัวของเอกภพ และช่วยให้นักวิทยาศาสตร์พัฒนาความเข้าใจเกี่ยวกับพลังงานมืด นอกจากนี้ ภาพและข้อมูลจากกล้องยังถูกใช้ในการเรียนการสอน สื่อสารวิทยาศาสตร์ และสร้างแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่สนใจอาชีพด้านดาราศาสตร์ วิศวกรรม และเทคโนโลยีอวกาศ การรักษาฮับเบิลไว้จึงไม่ได้หมายถึงการรักษาเครื่องมือเพียงชิ้นเดียว แต่เป็นการรักษามรดกทางความรู้ที่มีผลต่อผู้คนทั่วโลก
นาซาขอเอกชนช่วยกู้กล้องโทรทรรศน์ฮับเบิล เพื่ออนาคตของการสำรวจอวกาศ
เจเร็ด ไอแซกแมน ผู้บริหารนาซา ระบุว่า ฮับเบิลยังมีงานวิทยาศาสตร์ที่สำคัญรออยู่ และหน่วยงานควรพิจารณาทุกโอกาสที่สมเหตุสมผลเพื่อให้กล้องทำงานได้นานที่สุด แนวคิดนี้สะท้อนว่าการยืดอายุสินทรัพย์ที่อยู่ในวงโคจรอาจคุ้มค่ากว่าการสร้างภารกิจใหม่ทั้งหมด โดยเฉพาะเมื่อข้อมูลจากฮับเบิลยังมีประโยชน์ต่อโครงการวิจัยจำนวนมาก
อย่างไรก็ตาม ภาคเอกชนอาจต้องพิจารณาความคุ้มค่าและความเสี่ยงอย่างละเอียด การออกแบบภารกิจสำหรับฮับเบิลแตกต่างจากการส่งดาวเทียมทั่วไป เพราะต้องทำงานกับวัตถุที่มีขนาดใหญ่ มีมูลค่าทางวิทยาศาสตร์สูง และมีวงโคจรที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา นาซายังต้องการข้อเสนอที่ประหยัด ขณะที่งบประมาณของหน่วยงานมีข้อจำกัด บริษัทที่มีเทคโนโลยีเหมาะสมจึงอาจต้องลงทุนด้านการทดสอบและการรับรองความปลอดภัยจำนวนมากก่อนเริ่มภารกิจจริง
กำหนดส่งข้อเสนอเบื้องต้นคือวันที่ 30 พฤศจิกายน ซึ่งจะช่วยให้นาซาประเมินว่าตลาดอวกาศเชิงพาณิชย์มีศักยภาพเพียงใดในการรับภารกิจลักษณะนี้ หากมีบริษัทนำเสนอแนวทางที่น่าเชื่อถือ ฮับเบิลอาจได้รับโอกาสทำงานต่อและสร้างการค้นพบใหม่อีกหลายปี แต่หากไม่มีแผนที่ปลอดภัยและคุ้มค่า นาซาอาจต้องเตรียมแผนควบคุมการกลับเข้าสู่ชั้นบรรยากาศเพื่อปิดฉากภารกิจอย่างรับผิดชอบ
ในมุมมองของผู้เขียน การช่วยเหลือฮับเบิลควรเป็นมากกว่าภารกิจประชาสัมพันธ์ เพราะนี่คือโอกาสพิสูจน์ว่าความร่วมมือระหว่างภาครัฐและบริษัทอวกาศเอกชนสามารถปกป้องทรัพย์สินทางวิทยาศาสตร์ที่มีคุณค่าระดับโลกได้ หากภาคเอกชนสามารถยื่นข้อเสนอที่ปลอดภัย โปร่งใส และคุ้มค่า การรักษาฮับเบิลไว้จะเป็นทั้งชัยชนะของวิทยาศาสตร์และก้าวสำคัญของยุคบริการซ่อมบำรุงในอวกาศ
ที่มา – NASA’s Begging the Commercial Space Industry to Save the Doomed Hubble Telescope
