นักโบราณคดีเปิดสุสานก่อนยุคอินคาที่ปิดผนึกนาน 600 ปี

การค้นพบทางโบราณคดีครั้งสำคัญในประเทศเปรูสร้างความตื่นเต้นให้กับนักประวัติศาสตร์ทั่วโลก เมื่อนักวิจัยสามารถเปิด นักโบราณคดีเปิดสุสานก่อนยุคอินคาที่ปิดผนึกนาน 600 ปี และพบหลักฐานจำนวนมากจากอารยธรรมชิมู สุสานแห่งนี้ตั้งอยู่ภายในแหล่งโบราณคดีอุตซ์ อาน ในเมืองจานจาน ซึ่งเคยเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรชิมู ก่อนที่ชาวอินคาจะเข้ายึดครองพื้นที่ในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 15

สุสานดังกล่าวมีสภาพเกือบสมบูรณ์อย่างน่าเหลือเชื่อ เพราะไม่ถูกรบกวนจากทั้งโจรขโมยของโบราณและการขุดค้นทางวิทยาศาสตร์เป็นเวลานานหลายร้อยปี การปิดทางเข้าด้วยก้อนหินและวัสดุถมอาจช่วยพรางตำแหน่งของสุสาน ทำให้โบราณวัตถุและโครงกระดูกภายในยังคงอยู่ในสภาพที่ช่วยให้นักวิจัยศึกษาประวัติศาสตร์ของชาวชิมูได้อย่างละเอียดมากขึ้น

นักโบราณคดีเปิดสุสานก่อนยุคอินคาที่ปิดผนึกนาน 600 ปี

ทีมสำรวจพบทางเดินที่นำลงไปยังสุสานลึกประมาณ 2.4 เมตร หรือราว 8 ฟุต ภายในมีห้องกลางซึ่งบรรจุร่างของบุคคลหนึ่งคนเพียงคนเดียว กระดูกของบุคคลนี้มีเม็ดสีแดงทาอยู่ นักวิจัยคาดว่าอาจเป็นชาด หรือซินนาบาร์ ซึ่งเป็นแร่สีแดงที่มีความสำคัญต่อพิธีกรรมและความเชื่อของสังคมโบราณ การใช้สีดังกล่าวอาจสะท้อนว่าผู้เสียชีวิตเป็นบุคคลชั้นสูงหรือมีบทบาทสำคัญในสังคมชิมู

รอบห้องกลางยังมีห้องอีกสองห้อง ห้องหนึ่งไม่มีสิ่งของหรือร่างมนุษย์หลงเหลืออยู่ ส่วนอีกห้องกลับเต็มไปด้วยโบราณวัตถุและซากมนุษย์อย่างน้อย 20 คน นอกจากนี้ การสำรวจเบื้องต้นยังพบร่องรอยของผู้คนรวมแล้วไม่น้อยกว่า 38 ราย สิ่งที่พบประกอบด้วยเครื่องประดับ อาวุธ และสิ่งของตกแต่งที่อาจใช้ในพิธีศพหรือแสดงสถานะของผู้ถูกฝัง

สิ่งที่นักโบราณคดีพบจากสุสานชิมู

  • โครงกระดูกอย่างน้อย 38 คน ซึ่งอาจสะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างชนชั้นปกครอง ผู้ติดตาม และผู้ประกอบพิธี
  • ร่างบุคคลสำคัญในห้องกลาง โดยมีกระดูกแต้มด้วยเม็ดสีแดงที่อาจเกี่ยวข้องกับความเชื่อทางศาสนา
  • ห้องฝังศพหลายห้อง แสดงให้เห็นการออกแบบสุสานที่ซับซ้อนและมีการแบ่งพื้นที่ตามหน้าที่
  • เครื่องประดับและอาวุธ ซึ่งช่วยให้นักวิจัยประเมินฐานะ อำนาจ และวิถีชีวิตของผู้คนในยุคนั้น
  • ทางเข้าที่ถูกปิดซ่อน อาจเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้สุสานรอดพ้นจากการปล้นสะดม

หัวหน้าโครงการวิจัยอธิบายว่า การฝังบุคคลเพียงคนเดียวไว้ในห้องกลางถือเป็นรูปแบบที่แตกต่างจากธรรมเนียมศพของชาวชิมูที่นักวิจัยเคยพบก่อนหน้านี้ โดยทั่วไป สังคมในเทือกเขาแอนดีสมักมีการนำร่างหรือชิ้นส่วนของผู้เสียชีวิตกลับมาฝังใหม่ในภายหลัง เพื่อเชื่อมโยงสมาชิกในครอบครัวและให้เกียรติบรรพบุรุษ นี่อาจเป็นสาเหตุที่โครงกระดูกบางส่วนในสุสานมีชิ้นส่วนไม่ครบ

แนวคิดเรื่องการฝังซ้ำสะท้อนว่าความตายในสังคมโบราณไม่ได้หมายถึงการสิ้นสุดความสัมพันธ์ระหว่างคนเป็นกับคนตาย แต่ผู้เสียชีวิตยังคงมีบทบาททางสังคมและศาสนา สมาชิกในชุมชนอาจกลับมาเยี่ยมสุสาน ทำพิธีกรรม หรือเคลื่อนย้ายชิ้นส่วนกระดูกตามความเชื่อเฉพาะของครอบครัวและชนชั้น การค้นพบครั้งนี้จึงอาจช่วยเติมรายละเอียดเกี่ยวกับพิธีศพของชาวชิมูได้มากกว่าการมองสุสานเป็นเพียงสถานที่เก็บร่าง

เหตุใดการค้นพบครั้งนี้จึงสำคัญ

อาณาจักรชิมูเคยเป็นหนึ่งในอารยธรรมก่อนโคลัมบัสที่มีขนาดใหญ่และมีระบบการปกครองซับซ้อนที่สุดแห่งหนึ่งของเปรู ชาวชิมูมีโครงสร้างทางสังคม เศรษฐกิจ และศาสนาที่เป็นระบบ อีกทั้งยังมีความเชี่ยวชาญด้านสถาปัตยกรรมอิฐดินดิบ เมืองจานจานจึงไม่ได้เป็นเพียงเมืองโบราณทั่วไป แต่เป็นหลักฐานสำคัญที่แสดงถึงความสามารถในการวางผังเมือง การจัดการทรัพยากร และการควบคุมแรงงานของอาณาจักรแห่งนี้

องค์การยูเนสโกขึ้นทะเบียนจานจานเป็นแหล่งมรดกโลก เนื่องจากพื้นที่แห่งนี้มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์และศิลปวัฒนธรรมสูง อย่างไรก็ตาม เมืองโบราณยังเผชิญภัยคุกคามจากฝน การกัดเซาะ ความชื้น การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และกิจกรรมของมนุษย์ การขุดค้นอย่างระมัดระวังจึงต้องดำเนินควบคู่กับการอนุรักษ์ เพื่อไม่ให้โครงสร้างดินดิบและวัตถุเปราะบางเสียหาย

การสำรวจจานจานดำเนินต่อเนื่องมาหลายทศวรรษ แต่จนถึงขณะนี้ นักโบราณคดีขุดค้นพื้นที่ทั้งหมดไปเพียงประมาณ 7 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ตัวเลขนี้ทำให้เห็นว่าเมืองโบราณยังมีความลับอีกมากซ่อนอยู่ใต้พื้นดิน นักวิจัยคาดว่าอาจมีสุสาน อาคารประกอบพิธี และหลักฐานการดำรงชีวิตอีกจำนวนมากที่ยังไม่ถูกค้นพบ

ทีมงานเริ่มสังเกตเห็นร่องรอยของสุสานเมื่อประมาณ 4 ปีก่อน โดยในตอนแรกพบเพียงแอ่งตื้น ๆ ที่ดูไม่สะดุดตา แต่ความสงสัยและประสบการณ์ภาคสนามทำให้นักโบราณคดีตัดสินใจตรวจสอบต่อ การขุดอย่างเป็นขั้นตอนนำไปสู่การพบทางเข้าและกำแพงหินที่ปิดผนึกอยู่ เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นว่าการค้นพบครั้งใหญ่บางครั้งอาจเริ่มจากรายละเอียดเล็กน้อยที่คนทั่วไปมองข้าม

หลังจากนี้ นักวิจัยจะตรวจสอบรูปแบบสถาปัตยกรรมของสุสานอย่างละเอียด รวมถึงวิเคราะห์ดีเอ็นเอของโครงกระดูก เพื่อค้นหาความสัมพันธ์ทางครอบครัว ถิ่นกำเนิด สุขภาพ และการเดินทางของผู้คนในอดีต การศึกษาสารเคมีบนกระดูกและโบราณวัตถุอาจช่วยระบุอาหาร พิธีกรรม และแหล่งวัตถุดิบที่ชาวชิมูใช้ด้วย

การค้นพบ นักโบราณคดีเปิดสุสานก่อนยุคอินคาที่ปิดผนึกนาน 600 ปี จึงไม่ได้มีคุณค่าเพียงเพราะพบสมบัติหรือโครงกระดูกจำนวนมาก แต่ยังเปิดหน้าต่างให้เราเข้าใจความคิดเรื่องอำนาจ ความตาย ครอบครัว และความเชื่อของผู้คนในอารยธรรมชิมูได้ลึกซึ้งขึ้น ในความเห็นของผู้เขียน สิ่งที่น่าทึ่งที่สุดไม่ใช่แค่การที่สุสานรอดจากการปล้น แต่คือการที่หลักฐานเหล่านี้ยังสามารถเล่าเรื่องของสังคมโบราณให้คนยุคใหม่ฟังได้อย่างชัดเจน การสนับสนุนงานวิจัยและการอนุรักษ์จานจานจึงเป็นเรื่องสำคัญ เพราะพื้นที่แห่งนี้อาจยังมีคำตอบอีกมากรอการค้นพบ

หากคุณสนใจประวัติศาสตร์และอารยธรรมโบราณ อย่าพลาดติดตามการวิเคราะห์ผลตรวจดีเอ็นเอและการขุดค้นระยะต่อไป เพราะหลักฐานใหม่อาจเปลี่ยนความเข้าใจเกี่ยวกับชนชั้นสูงและพิธีกรรมของชาวชิมูไปอย่างสิ้นเชิง

ที่มา – Archaeologists Just Opened a Pre-Incan Tomb Sealed for 600 Years. Here’s What They Found

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *