เอกนิติ เยี่ยม SIMTEC ชู Skill Bridge ปั้นแรงงาน 1,000 คนใน 6 เดือน

การพัฒนาคนกำลังกลายเป็นหัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะในช่วงที่อุตสาหกรรมทั่วโลกเดินหน้าเข้าสู่ยุคดิจิทัล ระบบอัตโนมัติ และเทคโนโลยีการผลิตขั้นสูง ข่าวการลงพื้นที่ของ เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ที่สถาบันเทคโนโลยีการผลิตสุมิพล หรือ SIMTEC จึงได้รับความสนใจไม่น้อย เพราะสะท้อนให้เห็นทิศทางการลงทุนด้านทักษะอาชีพของไทยอย่างชัดเจน

โครงการ Skill Bridge ปั้นแรงงาน 1,000 คนใน 6 เดือน มีเป้าหมายเชื่อมโยงการเรียนรู้กับความต้องการจริงของภาคอุตสาหกรรม ตั้งแต่ยานยนต์สมัยใหม่ อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ ไปจนถึงเซมิคอนดักเตอร์ โดยไม่ได้เน้นเพียงการเรียนภาคทฤษฎี แต่ให้ผู้เข้าอบรมได้ฝึกปฏิบัติกับกระบวนการผลิตจำลองที่ใกล้เคียงกับสถานการณ์จริงในโรงงาน

เอกนิติ เยี่ยม SIMTEC ชู Skill Bridge ปั้นแรงงาน 1,000 คนใน 6 เดือน

การลงพื้นที่ครั้งนี้มีคณะผู้บริหารจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือบีโอไอ ร่วมติดตามความคืบหน้า พร้อมเยี่ยมชม Learning Factory พื้นที่ฝึกอบรมที่ออกแบบมาเพื่อให้ผู้เรียนเข้าใจการทำงานของโรงงานอัจฉริยะและโรงงานสีเขียวอย่างเป็นระบบ

ภายใต้โครงการดังกล่าว SIMTEC ตั้งเป้าพัฒนาบุคลากรจำนวน 1,000 คนภายในระยะเวลา 6 เดือน แบ่งเป็นนักศึกษาและบัณฑิตจบใหม่ 200 คน ซึ่งจะได้รับการเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่ตลาดแรงงาน ส่วนอีก 800 คนเป็นบุคลากรในห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะและยานยนต์สมัยใหม่

สำหรับกลุ่มนักศึกษาจบใหม่ หลักสูตรจะช่วยเติมเต็มช่องว่างระหว่างความรู้ในห้องเรียนกับทักษะที่บริษัทต้องการจริง ขณะที่แรงงานที่อยู่ในระบบอยู่แล้วจะได้ยกระดับความสามารถ เพื่อปรับตัวให้ทันกับเครื่องจักร ระบบดิจิทัล และรูปแบบการผลิตที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

Learning Factory ฝึกทักษะจากสถานการณ์ใกล้เคียงโรงงานจริง

จุดเด่นของ SIMTEC คือการมี Learning Factory หรือโรงงานจำลองที่เปิดโอกาสให้ผู้เรียนลงมือทำจริง โดยมีทั้งศูนย์เรียนรู้เฉพาะทางและสถานีปฏิบัติการที่ครอบคลุมเทคโนโลยีสำคัญในภาคการผลิต การฝึกในสภาพแวดล้อมลักษณะนี้ช่วยให้ผู้เรียนมองเห็นภาพรวมตั้งแต่การวัดละเอียด การควบคุมเครื่องจักร ไปจนถึงการนำข้อมูลมาใช้ปรับปรุงประสิทธิภาพ

  • Mitutoyo Institute of Metrology: เรียนรู้ด้านมาตรวิทยาและการวัดชิ้นงานอย่างแม่นยำ ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของการผลิตชิ้นส่วนคุณภาพสูง
  • Lean Automation System Integrator: ฝึกออกแบบและบูรณาการระบบอัตโนมัติแบบลีน เพื่อลดความสูญเปล่าและเพิ่มประสิทธิภาพของกระบวนการผลิต
  • Factory IoT Studio: เรียนรู้การเก็บข้อมูลจากเครื่องจักร การแสดงผลแบบเรียลไทม์ และการติดตามประสิทธิผลโดยรวมของเครื่องจักร

ทักษะเหล่านี้มีความสำคัญอย่างมากในยุคที่โรงงานไม่ได้แข่งขันกันด้วยกำลังการผลิตเพียงอย่างเดียว แต่ต้องแข่งขันด้วยความเร็ว ความแม่นยำ การใช้ข้อมูล และความสามารถในการลดต้นทุนด้านพลังงานและทรัพยากร

SIMTEC ก่อตั้งขึ้นในปี 2562 โดยบริษัท สุมิพล คอร์ปอเรชั่น จำกัด ซึ่งมีประสบการณ์ด้านเครื่องจักรกล เครื่องมือขึ้นรูปโลหะ ระบบวัดขั้นสูง Industrial IoT ระบบอัตโนมัติ และหุ่นยนต์มายาวนานกว่า 40 ปี ปัจจุบันสถาบันจัดอบรมมาแล้วมากกว่า 75 หลักสูตร มีผู้ผ่านการฝึกอบรมกว่า 25,000 คน และให้บริการเครือข่ายโรงงานมากกว่า 500 บริษัททั่วประเทศ

สร้างโอกาสใหม่ให้แรงงานไทยและภาคธุรกิจ

ในมุมของแรงงาน โครงการ Skill Bridge ปั้นแรงงาน 1,000 คนใน 6 เดือน ไม่ได้ช่วยเพิ่มทักษะเพียงอย่างเดียว แต่ยังเพิ่มโอกาสในการได้งานที่มีรายได้ดีขึ้นและมีความมั่นคงมากขึ้น โดยเฉพาะผู้ที่สามารถต่อยอดความรู้ด้านระบบอัตโนมัติ หุ่นยนต์ การวิเคราะห์ข้อมูล และการจัดการพลังงานในโรงงาน

ด้านผู้ประกอบการ การมีบุคลากรที่เข้าใจเทคโนโลยีช่วยลดเวลาในการปรับใช้เครื่องจักรใหม่ ลดความผิดพลาดในสายการผลิต และทำให้การเปลี่ยนผ่านสู่โรงงานอัจฉริยะเป็นไปอย่างราบรื่นมากขึ้น การฝึกอบรมที่ร่วมออกแบบโดยภาคธุรกิจ สถาบันการศึกษา และหน่วยงานรัฐ จึงตอบโจทย์ตลาดแรงงานได้ตรงกว่าการเรียนแบบทั่วไป

บีโอไอระบุว่า ปัจจุบันมีโครงการพัฒนาบุคลากรภายใต้มาตรการ Skill Bridge ที่ได้รับการสนับสนุนแล้ว 42 โครงการ วงเงินรวมกว่า 2,000 ล้านบาท และตั้งเป้าพัฒนาบุคลากรไทยมากกว่า 76,700 คนทั่วประเทศ ตัวเลขนี้แสดงให้เห็นว่าการยกระดับทักษะแรงงานกำลังถูกวางให้เป็นยุทธศาสตร์สำคัญควบคู่กับการดึงดูดการลงทุนจากอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง

นอกจากนี้ SIMTEC ยังทำงานร่วมกับมหาวิทยาลัยในไทยและญี่ปุ่น ผู้ผลิตเครื่องจักร และเครือข่ายอุตสาหกรรมญี่ปุ่น เพื่อพัฒนาหลักสูตรให้สอดคล้องกับสถานการณ์จริง ความร่วมมือดังกล่าวช่วยให้ผู้เรียนได้สัมผัสองค์ความรู้จากหลายภาคส่วน และเพิ่มโอกาสในการนำทักษะไปใช้ในสถานประกอบการได้ทันที

ทำไม Skill Bridge จึงเป็นเทรนด์ที่น่าจับตา

อุตสาหกรรมแห่งอนาคตต้องการแรงงานที่เรียนรู้ตลอดเวลา เพราะเทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลงเร็วกว่าหลักสูตรแบบเดิม การพัฒนาทักษะระยะสั้นที่เน้นการลงมือทำจึงมีบทบาทมากขึ้น โดยเฉพาะในสายงานที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ ระบบควบคุมอัตโนมัติ หุ่นยนต์ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และการจัดการข้อมูล

ในมุมมองของผู้เขียน โครงการนี้เป็นตัวอย่างที่ดีของการเชื่อมคนกับงานอย่างเป็นรูปธรรม หากดำเนินการต่อเนื่องและขยายไปยังภูมิภาคอื่น ไทยจะมีโอกาสสร้างกำลังคนที่พร้อมรองรับการลงทุนใหม่ได้เร็วขึ้น สิ่งสำคัญคือผู้เรียนควรเปิดใจพัฒนาทักษะดิจิทัลและทักษะการแก้ปัญหา ขณะที่ภาคธุรกิจควรมีส่วนร่วมกำหนดทิศทางหลักสูตรอย่างต่อเนื่อง

ท้ายที่สุด Skill Bridge ปั้นแรงงาน 1,000 คนใน 6 เดือน อาจเป็นเพียงจุดเริ่มต้น แต่เป็นจุดเริ่มต้นที่สะท้อนว่าอนาคตของอุตสาหกรรมไทยจะเติบโตได้ก็ต่อเมื่อการลงทุนในเทคโนโลยีเดินหน้าไปพร้อมกับการลงทุนในคน ผู้สนใจจึงควรติดตามหลักสูตรและโอกาสฝึกอบรมใหม่ๆ เพื่อเตรียมตัวให้พร้อมกับตลาดแรงงานยุคถัดไป

ที่มา – ‘เอกนิติ’ เยี่ยม SIMTEC ชู Skill Bridge ปั้นแรงงาน 1,000 คนใน 6 เดือน รองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *