สมัชชาคนจนเดินขบวนค้านเวที World Bank-IMF ทวงคืนอธิปไตยทางอาหาร จี้รัฐแก้หนี้-หยุดอุ้มทุนใหญ่

เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม กลุ่มสมัชชาคนจน นำโดยบารมี ชัยรัตน์ และไพฑูรย์ สร้อยสด พร้อมเครือข่ายเกษตรกรจำนวนมาก รวมตัวจัดกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ในชื่อ ปฏิบัติการสากลเพื่ออธิปไตยทางอาหาร เพื่อแสดงจุดยืนคัดค้านแนวทางการดำเนินงานของธนาคารโลก หรือ World Bank และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ IMF

ขบวนเริ่มต้นจากสวนลุมพินี ประตู 1 ก่อนเคลื่อนไปตามถนนวิทยุและถนนสุขุมวิท มุ่งหน้าสู่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ซึ่งเป็นสถานที่จัดการประชุมสภาการธนาคารโลกและไอเอ็มเอฟ รวมระยะทางกว่า 3 กิโลเมตร ตลอดเส้นทาง ผู้ชุมนุมถือป้ายข้อความ ธงสีเขียว และฟางข้าว พร้อมร้องเพลง แสดงดนตรี และแห่กลองยาว เพื่อสะท้อนวิถีชีวิตของเกษตรกรไทยอย่างชัดเจน

สมัชชาคนจนเดินขบวนค้านเวที World Bank-IMF ทวงคืนอธิปไตยทางอาหาร

ไพฑูรย์ สร้อยสด หนึ่งในแกนนำ ระบุว่า การเคลื่อนไหวครั้งนี้ไม่ได้มุ่งเน้นการยื่นหนังสือเรียกร้องอย่างเป็นทางการ แต่ต้องการส่งเสียงไปยังธนาคารโลก IMF และรัฐบาลไทย ให้ตระหนักถึงผลกระทบจากนโยบายเศรษฐกิจที่ผ่านมา โดยเฉพาะนโยบายที่ประชาชนมองว่าเอื้อประโยชน์ต่อกลุ่มทุนขนาดใหญ่ มากกว่าการดูแลเกษตรกรรายย่อยและชุมชนท้องถิ่น

แกนนำกลุ่มสมัชชาคนจนมองว่า คำแนะนำจากสถาบันการเงินระหว่างประเทศมีผลต่อโครงสร้างเศรษฐกิจและชีวิตของประชาชนในหลายด้าน ตั้งแต่การลดสวัสดิการของรัฐ แนวคิดการร่วมจ่ายในระบบบัตรทอง เพื่อนำงบประมาณไปชำระหนี้ ไปจนถึงโครงการพัฒนาขนาดใหญ่ที่อาจสร้างผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติและชุมชน เช่น กรณีเขื่อนปากมูล

นอกจากนี้ การส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกพืชเชิงเดี่ยว รวมถึงการเปิดตลาดการค้าเสรี ยังทำให้เกษตรกรรายย่อยต้องเผชิญกับความเสี่ยงมากขึ้น ทั้งต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น ราคาผลผลิตที่ผันผวน และการแข่งขันกับสินค้านำเข้า ขณะที่เกษตรกรจำนวนไม่น้อยยังต้องกู้ยืมเงินเพื่อดำเนินอาชีพ ส่งผลให้ภาระหนี้สินสะสมต่อเนื่อง

ข้อเรียกร้องหลักของกลุ่มสมัชชาคนจน

การเคลื่อนไหวครั้งนี้มีข้อเสนอเชิงโครงสร้างที่เกี่ยวข้องกับทั้งระบบเศรษฐกิจ การเกษตร และการจัดสรรงบประมาณ โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้

  • ยกเลิกหนี้สินเกษตรกร เพื่อปลดล็อกข้อจำกัดในการประกอบอาชีพ และเปิดโอกาสให้เกษตรกรสามารถผลิตอาหารได้อย่างมั่นคงโดยไม่ถูกกดดันจากเจ้าหนี้
  • สร้างความโปร่งใสในการกู้เงินของรัฐ ประชาชนควรมีส่วนร่วมในการตัดสินใจว่าเงินกู้จะถูกนำไปใช้กับโครงการใด และผู้มีอำนาจต้องรับผิดชอบหากโครงการสร้างผลกระทบต่อชุมชน
  • ยุติการอุดหนุนกลุ่มทุนขนาดใหญ่ โดยทบทวนสิทธิประโยชน์ทางภาษีและโครงสร้างพื้นฐานที่มอบให้บริษัทเกษตรอุตสาหกรรม พร้อมเปลี่ยนงบประมาณมาสนับสนุนเกษตรกรรมเชิงนิเวศ
  • จัดเก็บภาษีความมั่งคั่ง จากกลุ่มทุนที่ได้รับประโยชน์จากนโยบายและเงินกู้ของรัฐ แล้วนำรายได้กลับมาพัฒนาเกษตรกรและระบบอาหารของประเทศ
  • ยึดประชาชนและสิ่งแวดล้อมเป็นศูนย์กลาง นโยบายเศรษฐกิจไม่ควรวัดผลจากตัวเลขจีดีพีเพียงอย่างเดียว แต่ต้องคำนึงถึงคุณภาพชีวิตและผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติ

ในเวลาประมาณ 11.10 น. ขบวนเดินทางถึงบริเวณแยกอโศกมนตรี ถนนรัชดาภิเษก ใกล้ตึก Exchange Tower ตัวแทนกลุ่มได้เจรจากับเจ้าหน้าที่ตำรวจและสำนักงานเขตวัฒนา เพื่อขอใช้พื้นที่สำหรับการชุมนุมและการปราศรัยจนถึงเวลา 16.00 น. โดยได้รับอนุญาตให้ใช้พื้นที่ริมทางเท้าและพื้นผิวการจราจรบางส่วนเป็นระยะทางประมาณ 150 เมตร

ภาพรวมของการชุมนุมเป็นไปอย่างเรียบร้อย แกนนำผลัดกันปราศรัยอย่างต่อเนื่อง โดยเจ้าหน้าที่ไม่ได้เข้าสกัดกั้นขบวน อย่างไรก็ตาม ตำรวจได้แจ้งให้ผู้ชุมนุมรับทราบข้อกำหนดตามพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. 2558 พร้อมจัดกำลังเจ้าหน้าที่ทั้งในและนอกเครื่องแบบกว่า 800 นาย เพื่อดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกด้านการจราจร

การเคลื่อนไหวของสมัชชาคนจนสะท้อนว่า ปัญหาหนี้เกษตรกรและความมั่นคงทางอาหารไม่ได้เป็นเรื่องเฉพาะของคนในภาคเกษตรเท่านั้น แต่เกี่ยวข้องกับผู้บริโภคทุกคน เพราะโครงสร้างการผลิตที่ไม่เป็นธรรมอาจนำไปสู่ราคาสินค้าที่สูงขึ้น การพึ่งพาการนำเข้า และการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพในระยะยาว

ในมุมมองของผู้บริโภค การมีระบบอาหารที่ยั่งยืนหมายถึงการสนับสนุนเกษตรกรรายย่อย การกระจายตลาดอย่างเป็นธรรม และการออกแบบนโยบายที่เปิดให้ชุมชนมีส่วนร่วมมากขึ้น หากรัฐต้องการแก้ปัญหาอย่างจริงจัง การช่วยเหลือระยะสั้นควรเดินควบคู่กับการแก้โครงสร้างหนี้ การคุ้มครองที่ดินทำกิน และการสนับสนุนเกษตรกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

สมัชชาคนจนเดินขบวนค้านเวที World Bank-IMF ทวงคืนอธิปไตยทางอาหาร จี้รัฐแก้หนี้-หยุดอุ้มทุนใหญ่ จึงไม่ใช่เพียงข่าวการชุมนุมบนท้องถนน แต่เป็นสัญญาณให้สังคมตั้งคำถามว่า ใครเป็นผู้ได้ประโยชน์จากนโยบายเศรษฐกิจ และใครต้องแบกรับต้นทุนมากที่สุด การรับฟังเสียงของเกษตรกรอย่างจริงจังอาจเป็นจุดเริ่มต้นของระบบอาหารที่มั่นคง เป็นธรรม และยั่งยืนกว่าเดิม

ข้อคิดสำคัญ: การทวงคืนอธิปไตยทางอาหารจะเกิดขึ้นได้จริง เมื่อภาครัฐเปิดพื้นที่ให้ประชาชนมีส่วนร่วม ลดการผูกขาด และเปลี่ยนจากการอุ้มทุนใหญ่ไปสู่การลงทุนในคนตัวเล็กอย่างเป็นรูปธรรม

ที่มา – สมัชชาคนจนเดินขบวนค้านเวที World Bank-IMF ทวงคืนอธิปไตยทางอาหาร จี้รัฐแก้หนี้-หยุดอุ้มทุนใหญ่

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *