Tesla Roadster ใหม่ตีลังกาคอร์กสกรูในอากาศได้

Tesla Roadster ใหม่ตีลังกาคอร์กสกรูในอากาศได้ กลายเป็นหนึ่งในข่าวรถยนต์ที่สร้างความประหลาดใจมากที่สุด หลัง Tesla เปิดตัวต้นแบบรุ่นใหม่ในพื้นที่ทดสอบของ SpaceX ที่เมืองแมคเกรเกอร์ รัฐเท็กซัส รถคันนี้ไม่ได้เพียงเร่งความเร็วได้อย่างรวดเร็ว แต่ยังสามารถกระโดดกลับหัว หมุนตัวกลางอากาศ และพุ่งผ่านท่าคอร์กสกรูได้อีกด้วย แน่นอนว่าความสามารถเหล่านี้ยังเป็นการสาธิตของต้นแบบ และไม่ได้หมายความว่าผู้ขับขี่จะสามารถนำไปใช้งานบนถนนทั่วไปได้ทันที

การเปิดตัวครั้งนี้มีความสำคัญต่อ Tesla อย่างมาก เพราะบริษัทเริ่มเปิดรับเงินมัดจำสำหรับ Roadster รุ่นใหม่มานานเกือบหนึ่งทศวรรษแล้ว ลูกค้าจำนวนมากจึงรอคอยข้อมูลที่ชัดเจนเกี่ยวกับรถสปอร์ตไฟฟ้ารุ่นนี้มาเป็นเวลานาน ขณะเดียวกัน Tesla ก็เคยสร้างภาพจำด้านการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ที่หวือหวาและคาดเดาไม่ได้ ทำให้การสาธิตครั้งล่าสุดถูกจับตามองว่า รถจะทำได้จริงหรือเป็นเพียงแนวคิดบนเวที

Tesla Roadster ใหม่ตีลังกาคอร์กสกรูในอากาศได้

ต้นแบบ Tesla Roadster ใช้ความร่วมมือระหว่าง Tesla และ SpaceX โดยติดตั้งถังอากาศแรงดันสูงพิเศษเพื่อจ่ายพลังงานให้กับเครื่องขับดันก๊าซเย็น ระบบดังกล่าวทำหน้าที่คล้ายจรวดขนาดเล็ก ช่วยควบคุมทิศทางและสร้างแรงผลักในช่วงเวลาสั้น ๆ จากการสาธิต รถสามารถพุ่งออกจากทางลาดครึ่งวงกลมในลักษณะกลับหัว ก่อนหมุนเป็นเกลียวกลางอากาศได้อย่างแม่นยำ

ในวิดีโอสาธิตอีกช่วงหนึ่ง รถยังสามารถกระโดดข้ามรถ Tesla หลายรุ่นที่จอดเรียงกันแบบรถมอนสเตอร์ทรัก และหมุนคอร์กสกรูระหว่างอยู่กลางอากาศได้ การแสดงดังกล่าวทำให้ผู้ชมเห็นว่า Tesla ไม่ได้มอง Roadster เป็นเพียงรถสปอร์ตไฟฟ้าที่เน้นความเร็วบนพื้นถนนเท่านั้น แต่ต้องการผลักดันให้รถรุ่นนี้มีความสามารถใกล้เคียงยานพาหนะจากโลกอนาคต

Tesla Roadster ใหม่ตีลังกาคอร์กสกรูในอากาศได้จริงแค่ไหน

แม้ภาพที่เห็นจะดูน่าทึ่ง แต่คำถามสำคัญคือรถสามารถทำซ้ำได้อย่างสม่ำเสมอหรือไม่ การสาธิตเกิดขึ้นในพื้นที่ควบคุมอย่างเข้มงวด มีระยะห่างจากผู้ชม และมีทีมงานเตรียมความปลอดภัยไว้โดยเฉพาะ อีลอน มัสก์ยอมรับตั้งแต่ต้นว่าความสำเร็จไม่ได้รับประกัน อย่างไรก็ตาม ต้นแบบสามารถทำภารกิจได้โดยไม่เกิดการระเบิดหรือความเสียหายร้ายแรง ซึ่งถือเป็นผลลัพธ์ที่ช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับโครงการ

ระบบขับดันของ Roadster มีเครื่องขับดันควบคุมทิศทางและเครื่องขับดันหลักบริเวณด้านท้าย ทำให้รถสามารถหมุนตัวและเปลี่ยนแนวการเคลื่อนที่ได้อย่างรวดเร็ว บริษัทระบุว่าระบบใช้ลมอัด ไม่จำเป็นต้องมีเชื้อเพลิงแยกต่างหาก จึงอาจมีโครงสร้างการเติมพลังงานที่แตกต่างจากเครื่องยนต์จรวดทั่วไป แต่เสียงจากเครื่องขับดันนั้นดังมาก และแรงลมย้อนกลับอาจไม่เหมาะกับผู้คนหรือรถคันอื่นที่อยู่ใกล้ ๆ

อัตราเร่งเร็วระดับรถแข่ง

นอกจากความสามารถในการลอยตัวและหมุนกลางอากาศ Tesla ยังสาธิตอัตราเร่งจากศูนย์ถึง 60 ไมล์ต่อชั่วโมงภายในเวลาเพียงหนึ่งวินาที วิดีโอแสดงตัวเลขประมาณหนึ่งวินาที ขณะที่การทดสอบสดทำได้ใน 0.81 วินาที ตัวเลขนี้เร็วกว่ารถสปอร์ตไฟฟ้าส่วนใหญ่ในตลาดอย่างชัดเจน และอาจทำให้ผู้ขับขี่สัมผัสแรงจีอย่างรุนแรงในเวลาเพียงชั่วพริบตา

อีลอน มัสก์กล่าวว่าเครื่องขับดันจาก SpaceX ให้แรงผลักประมาณ 80 กิโลนิวตัน ซึ่งเป็นหน่วยที่ไม่ค่อยใช้ในการอธิบายสมรรถนะของรถยนต์ทั่วไป ความเร็วและแรงผลักระดับนี้จึงมาพร้อมข้อจำกัดด้านความปลอดภัย ผู้ขับขี่ต้องได้รับการฝึกฝน และตัวรถต้องมีระบบควบคุมที่แม่นยำมาก หากระบบทำงานผิดพลาดเพียงเล็กน้อย ผลลัพธ์อาจรุนแรงกว่าการเสียการควบคุมของรถยนต์ทั่วไปหลายเท่า

  • ระบบขับดันใช้ลมอัดจากถังแรงดันสูง
  • รถต้นแบบทำอัตราเร่ง 0-60 ไมล์ต่อชั่วโมงได้ประมาณ 0.81 วินาที
  • รุ่นที่มีระบบขับดันแนวดิ่งจะอยู่ในเกรด Rocket
  • เสียงและแรงลมจากเครื่องขับดันอาจเป็นอุปสรรคต่อการใช้งานจริง
  • การสาธิตทั้งหมดเกิดขึ้นในพื้นที่ควบคุม ไม่ใช่ถนนสาธารณะ

การขับรถกลับหัวอาจยังไม่เหมาะกับชีวิตประจำวัน

Roadster ยังใช้พัดลมดูดอากาศเพื่อช่วยให้รถยึดเกาะพื้นผิวในขณะขับกลับหัว Tesla อ้างว่าระบบสามารถสร้างแรงยึดเกาะมากกว่า 2 จี ช่วยให้รถเข้าโค้งได้อย่างมั่นคง อย่างไรก็ตาม การขับกลับหัวไม่ได้ตอบโจทย์การเดินทางทั่วไป ผู้ขับขี่ต้องเผชิญแรงกดและแรงหมุนที่ผิดธรรมชาติ ขณะที่ผู้โดยสารอาจมีอาการคลื่นไส้ เวียนศีรษะ หรือบาดเจ็บได้หากรถเปลี่ยนทิศทางอย่างรวดเร็ว

ในมุมของการแข่งรถ ความสามารถดังกล่าวอาจช่วยสร้างภาพลักษณ์และทำให้ Roadster แตกต่างจากรถสปอร์ตคันอื่น แต่ในสนามจริงยังต้องพิจารณาน้ำหนักของถังแรงดัน ความทนทานของโครงสร้าง การควบคุมอุณหภูมิ และกฎการแข่งขันอย่างละเอียด การเพิ่มอุปกรณ์ขับดันอาจช่วยเรื่องอัตราเร่ง แต่ก็เพิ่มความซับซ้อนและความเสี่ยงด้านการบำรุงรักษาเช่นกัน

ข้อจำกัดด้านกฎหมายและกำหนดการผลิต

ความสามารถในการลอยขึ้นจากพื้นทำให้เกิดคำถามด้านกฎหมายทันที เพราะกฎของหน่วยงานการบินสหรัฐฯ อาจจัดให้ยานพาหนะที่ลอยจากพื้นแม้เพียงเล็กน้อยอยู่ในขอบเขตของอากาศยาน นั่นหมายความว่าฟังก์ชันการพุ่งขึ้นแนวดิ่งอาจใช้ได้เฉพาะพื้นที่ที่ได้รับอนุญาต และต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านน่านฟ้าอย่างเข้มงวด

ประเด็นนี้ทำให้ผู้ซื้อไม่สามารถคาดหวังว่าจะนำ Roadster รุ่นติดเครื่องขับดันไปทดลองบนถนนหรือในลานจอดรถทั่วไปได้ การใช้งานจริงน่าจะจำกัดอยู่ในสนามทดสอบ พื้นที่ปิด หรือสถานที่ที่ได้รับอนุมัติเป็นพิเศษ นอกจากนี้ยังต้องมีมาตรการควบคุมเสียง แรงดันอากาศ และความปลอดภัยของผู้ชมโดยรอบ

Tesla ระบุว่า Roadster รุ่นใหม่จะเริ่มเข้าสู่การผลิตในปี 2028 โดยแบ่งออกเป็นสามรุ่น ได้แก่ Performance, Thrust และ Rocket รุ่น Rocket จะเป็นรุ่นที่มีเครื่องขับดันและความสามารถในการเคลื่อนที่ตามแนวดิ่ง แต่บริษัทยังไม่ได้เปิดเผยราคาจำหน่ายหรือเอกสารข้อมูลจำเพาะฉบับสมบูรณ์

ข้อมูลที่เคยประกาศไว้ตั้งแต่ปี 2017 ระบุว่า Roadster อาจทำความเร็วจากศูนย์ถึง 60 ไมล์ต่อชั่วโมงได้ภายใน 1.9 วินาที มีความเร็วสูงสุด 250 ไมล์ต่อชั่วโมง และวิ่งได้ไกลประมาณ 620 ไมล์ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ตัวเลขเหล่านี้ยังต้องรอการยืนยันจากรถผลิตจริง เพราะต้นแบบที่ใช้ในการสาธิตอาจมีอุปกรณ์และเงื่อนไขแตกต่างจากรุ่นที่จะส่งมอบให้ลูกค้า

โดยสรุป Tesla Roadster ใหม่ตีลังกาคอร์กสกรูในอากาศได้ เป็นการแสดงเทคโนโลยีที่สร้างความตื่นเต้นและสะท้อนความกล้าของ Tesla แต่ความน่าทึ่งไม่ได้แปลว่าทุกฟังก์ชันจะเหมาะกับการใช้งานในชีวิตประจำวัน ผู้สนใจควรรอดูข้อมูลด้านความปลอดภัย ราคา การรับรองทางกฎหมาย และกำหนดการผลิตจริงก่อนตัดสินใจ หาก Tesla ทำให้ระบบเหล่านี้ใช้งานได้อย่างเสถียรและปลอดภัย Roadster อาจกลายเป็นรถสปอร์ตไฟฟ้าที่เปลี่ยนมุมมองของผู้คนต่อรถยนต์ไปอย่างมาก

ความคิดเห็นส่วนตัวคือ ความสามารถในการหมุนคอร์กสกรูเหมาะกับการสร้างประสบการณ์และภาพจำมากกว่าการเดินทางจริง แต่ก็อาจเป็นแรงผลักดันให้เทคโนโลยีควบคุมรถและระบบขับดันพัฒนาไปไกลขึ้น ผู้บริโภคจึงควรติดตามความคืบหน้าอย่างมีวิจารณญาณ และรอให้รถผ่านการทดสอบจริงก่อนเชื่อว่ารถบินได้จะกลายเป็นเรื่องปกติ

ที่มา – Tesla’s New Roadster Can Somehow Do Corkscrews in the Air (Without Exploding—Yet)

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *