ป๋อง สุพรรณ เข้าให้ปากคำกองปราบฯ ยันเป็นเพียงกรรมการไร้อำนาจเบิกจ่าย ช็อกพฤติกรรมอดีตเจ้าอาวาส
ความคืบหน้าประเด็นที่สังคมกำลังติดตามเกี่ยวกับมูลนิธิหวันโชติและอดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ยังคงได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด ป๋อง สุพรรณ เข้าให้ปากคำกองปราบฯ ในฐานะหนึ่งในคณะกรรมการมูลนิธิฯ พร้อมชี้แจงบทบาทของตนเองอย่างละเอียด หลังมีชื่อปรากฏอยู่ในโครงสร้างของมูลนิธิที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบ
ป๋อง สุพรรณ หรือ เสมอ งิ้วงาม เซียนพระชื่อดัง เปิดเผยว่า ได้เดินทางเข้าให้ข้อมูลกับพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามแล้วตั้งแต่วันที่ 17 กันยายนที่ผ่านมา การเข้าให้ปากคำครั้งนี้เป็นการชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการจัดตั้งมูลนิธิหวันโชติ รวมถึงหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการแต่ละคน เพื่อให้การตรวจสอบเป็นไปอย่างรอบด้านและเป็นธรรมกับทุกฝ่าย
ป๋อง สุพรรณ เข้าให้ปากคำกองปราบฯ ยืนยันไม่มีอำนาจเบิกจ่าย
ประเด็นสำคัญที่ป๋อง สุพรรณ เน้นย้ำคือ ตนทำหน้าที่เป็นเพียงกรรมการมูลนิธิฯ ไม่ได้มีอำนาจบริหารจัดการเงินหรืออนุมัติการเบิกจ่ายใดๆ โดยได้รับการติดต่อจากอดีตเจ้าอาวาสเมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2568 ให้เข้ามาเป็นกรรมการ ด้วยความเคารพและศรัทธาในฐานะลูกศิษย์จึงตอบตกลง แต่ไม่ได้คาดคิดว่าจะต้องเข้ามาเกี่ยวข้องกับกระบวนการตรวจสอบในภายหลัง
ตามคำชี้แจง อำนาจในการจัดทำเอกสารและเบิกจ่ายเงินอยู่กับบุคคล 3 คน ได้แก่ อดีตเจ้าอาวาส เลขานุการ และกรรมการอีกคนหนึ่ง ส่วนป๋อง สุพรรณ ไม่เคยได้รับมอบหมายให้ดูแลบัญชี ไม่ทราบยอดเงินคงเหลือ และไม่เคยเป็นผู้ลงนามในรายการทางการเงิน จุดนี้จึงเป็นข้อมูลสำคัญที่พนักงานสอบสวนต้องตรวจสอบร่วมกับเอกสารของมูลนิธิและคำให้การจากบุคคลที่เกี่ยวข้อง
บทบาทกรรมการกับความโปร่งใสของมูลนิธิ
แม้จะมีชื่อเป็นกรรมการ แต่ป๋อง สุพรรณ ระบุว่า ตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งยังไม่เคยมีการเรียกประชุมอย่างเป็นทางการ ไม่ได้รับรายงานทางการเงิน และไม่ได้มีส่วนร่วมในการตัดสินใจเกี่ยวกับการใช้จ่ายเงิน หากต้องการทราบรายละเอียดเชิงลึก ควรสอบถามบุคคลที่ชื่อว่า “หมี” ซึ่งทำหน้าที่เลขานุการและเหรัญญิกของอดีตเจ้าอาวาสโดยตรง
จากข้อมูลที่พอรับทราบ มูลนิธิเคยนำเงินไปจัดซื้อเครื่องมือแพทย์ ข้าวสาร และอาหารแห้ง เพื่อบริจาคช่วยเหลือสังคม โดยมีหลักฐานประกอบบางส่วน อย่างไรก็ตาม เรื่องการใช้เงินทั้งหมดจำเป็นต้องตรวจสอบจากบัญชีธนาคาร ใบเสร็จ เอกสารอนุมัติ และรายงานการประชุมอย่างเป็นระบบ ไม่ควรสรุปจากคำบอกเล่าของบุคคลใดเพียงคนเดียว
- หน้าที่ของกรรมการ: ต้องพิจารณาตามข้อบังคับและอำนาจที่ได้รับมอบหมาย
- การเบิกจ่ายเงิน: ควรมีเอกสาร ผู้อนุมัติ และหลักฐานการใช้จ่ายที่ตรวจสอบได้
- ความโปร่งใส: มูลนิธิควรจัดทำบัญชีและรายงานให้ผู้เกี่ยวข้องรับทราบอย่างชัดเจน
- การตรวจสอบ: เจ้าหน้าที่ต้องรวบรวมข้อมูลจากทุกฝ่ายก่อนสรุปข้อเท็จจริง
ความรู้สึกหลังทราบข่าวอดีตเจ้าอาวาส
ป๋อง สุพรรณ ยอมรับว่า รู้สึกเสียใจและตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เช่นเดียวกับผู้ศรัทธาอีกจำนวนมาก เพราะมีความผูกพันกับวัดพุทไธศวรรย์มาเป็นเวลานาน เคยอุปสมบทโดยมีหลวงพ่อหวล อดีตเจ้าอาวาสรูปก่อน เป็นพระอุปัชฌาย์ และเคยช่วยสนับสนุนงานบูรณปฏิสังขรณ์วัด ทั้งการถวายเสา 60 ต้น รวมถึงการสร้างศูนย์ปฏิบัติธรรม
เจ้าตัวเล่าว่า หลวงพ่อหวลเคยฝากฝังให้ช่วยดูแลวัด จึงพยายามสนับสนุนกิจกรรมต่างๆ ตามกำลัง เมื่อเจ้าอาวาสรูปใหม่แจ้งว่าต้องใช้งบประมาณจำนวนมากในการบูรณะวัด ป๋อง สุพรรณ จึงร่วมถวายปัจจัยช่วยเหลือด้วยความตั้งใจดี เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจึงสร้างความสะเทือนใจ เพราะผู้ศรัทธาส่วนใหญ่มักคาดหวังให้วัดเป็นพื้นที่แห่งความสงบ ความเชื่อมั่น และการทำประโยชน์เพื่อสังคม
สำหรับพฤติกรรมส่วนตัวของอดีตเจ้าอาวาสนั้น ป๋อง สุพรรณ ระบุว่า ไม่เคยระแคะระคายหรือสงสัยมาก่อน แม้แต่ลูกศิษย์ที่ทำหน้าที่ขับรถและรับใช้มานานกว่า 20 ปี ยังรู้สึกตกใจและมองว่าตนเองถูกหลอก การที่ป๋องเดินทางไปวัดบ่อยครั้งก็เป็นการไปกราบไหว้องค์หลวงพ่อใหญ่จตุคามรามเทพ ไม่ได้เข้าไปคลุกคลีหรือพักค้างคืน จึงไม่ทราบรายละเอียดเบื้องลึกภายในวัด
ส่วนกรณีบุคคลที่ถูกกล่าวถึงในข่าวอย่าง “สีกาเอ๋” ป๋อง สุพรรณ กล่าวว่า เคยเห็นหน้าอยู่ภายในวัด แต่ไม่เคยพูดคุยหรือมีความใกล้ชิด ดังนั้น หากต้องการข้อมูลที่ละเอียดกว่านี้ ควรสอบถามจากลูกศิษย์หรือบุคคลใกล้ชิดที่อยู่ในเหตุการณ์มากกว่า เพราะตนถือเป็นคนนอกและไม่ต้องการคาดเดาเรื่องที่ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ
ความห่วงใยต่อองค์จตุคามรามเทพ
หลังเกิดเหตุการณ์ ป๋อง สุพรรณ ยังไม่ได้เดินทางกลับไปที่วัด เนื่องจากอยู่ในภาวะสะเทือนใจ แต่ยังมีความตั้งใจที่จะกลับไปกราบไหว้องค์จตุคามรามเทพ พร้อมฝากถึงเจ้าอาวาสรูปใหม่ว่า ขออย่าทุบทำลายองค์ดังกล่าว เพื่อเก็บไว้ให้ประชาชนได้สักการะ
องค์จตุคามรามเทพองค์นี้มีการบุด้วยทองคำหนักประมาณ 9 กิโลกรัม ซึ่งมาจากแรงศรัทธาของประชาชน รวมถึงป๋อง สุพรรณ ที่ร่วมบริจาคทองคำ 1 กิโลกรัม ปัจจุบันการก่อสร้างยังไม่แล้วเสร็จ และทองคำยังอยู่กับผู้รับเหมาชุดใหม่ จึงต้องติดตามจากทางวัดว่าจะมีแผนดำเนินการต่ออย่างไร และกำหนดแล้วเสร็จจะเป็นช่วงเวลาใด
ในมุมของผู้ติดตามข่าว เรื่องนี้สะท้อนให้เห็นว่าการบริหารจัดการมูลนิธิและทรัพย์สินที่เกิดจากศรัทธาสาธารณะควรมีระบบตรวจสอบที่ชัดเจนตั้งแต่เริ่มต้น การแต่งตั้งกรรมการควรแจ้งขอบเขตอำนาจ หน้าที่ และความรับผิดชอบอย่างเป็นลายลักษณ์อักษร ขณะเดียวกัน ผู้บริจาคก็ควรติดตามรายงานการใช้เงินและหลักฐานการดำเนินงานอย่างสม่ำเสมอ
ท้ายที่สุด การที่ ป๋อง สุพรรณ เข้าให้ปากคำกองปราบฯ เป็นเพียงขั้นตอนหนึ่งของการค้นหาข้อเท็จจริง ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายควรให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ และหลีกเลี่ยงการตัดสินบุคคลจากข้อมูลที่ยังไม่ผ่านการพิสูจน์ สำหรับประชาชน การติดตามข่าวจากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือและรอผลการตรวจสอบอย่างเป็นทางการ คือแนวทางที่ช่วยลดความสับสนและทำให้สังคมเดินหน้าไปบนพื้นฐานของข้อเท็จจริงได้ดีที่สุด
ที่มา – ‘ป๋อง สุพรรณ’ เข้าให้ปากคำกองปราบฯ ยันเป็นเพียงกรรมการไร้อำนาจเบิกจ่าย ช็อกพฤติกรรมอดีตเจ้าอาวาส
