จบตำนาน ‘Blade’ (2019-2026) โปรเจกต์หนังมาร์เวลที่ไปไม่ถึงฝั่ง

หลังจากสร้างความตื่นเต้นให้กับแฟนหนังทั่วโลกในงานเปิดตัว Phase 4 ของ Marvel Studios เมื่อเดือนกรกฎาคม 2019 ด้วยการประกาศโปรเจกต์ จบตำนาน ‘Blade’ (2019-2026) ที่แฟนๆ ต่างตั้งตารอคอย โดยมีนักแสดงฝีมือดีอย่าง Mahershala Ali มารับบทนำ แต่ดูเหมือนว่าเส้นทางของนักล่าแวมไพร์ผู้นี้จะโรยด้วยหนามกุหลาบตลอดหลายปีที่ผ่านมา จนในที่สุดเดือนกรกฎาคม 2026 ก็ได้มีการยืนยันอย่างเป็นทางการว่าโปรเจกต์นี้ถูกพับเก็บไปเรียบร้อยแล้ว

เบื้องหลังการล่มสลายของโปรเจกต์ จบตำนาน ‘Blade’ (2019-2026)

ปัญหาของหนังเรื่องนี้ไม่ได้เริ่มจากวันนี้ แต่สะสมมานานจากการเปลี่ยนตัวผู้กำกับไปมา การปรับเปลี่ยนบท และการเลื่อนกำหนดฉายซ้ำแล้วซ้ำเล่า Kevin Feige ยอมรับถึงความล้มเหลวในครั้งนี้อย่างเลี่ยงไม่ได้ ในขณะที่ Mahershala Ali ก็พร้อมที่จะเดินหน้าต่อไปกับโอกาสใหม่ๆ ในวงการบันเทิง แฟนๆ หลายคนต่างตั้งคำถามว่าทำไมมาร์เวลถึงจัดการโปรเจกต์นี้ให้สำเร็จไม่ได้ ทั้งที่ตัวละครนี้เคยประสบความสำเร็จมาแล้วเมื่อหลายทศวรรษก่อน

ผลกระทบต่อบุคลากรและความหวังที่พังทลาย

การยกเลิกโปรเจกต์ใหญ่เช่นนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของตัวหนัง แต่เป็นเรื่องของปากท้องของทีมงานเบื้องหลัง ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายคอสตูม ฝ่ายตัดต่อ หรือสตั๊นท์แมน ที่เสียโอกาสในการทำงานท่ามกลางสถานการณ์เศรษฐกิจที่ฝืดเคือง นอกจากนี้ยังมีข่าวคราวของเกม Blade จากค่าย Arkane ที่กำลังเผชิญกับความเสี่ยงไม่แพ้กัน ทำให้เกิดความกังวลว่าชื่อของ Blade จะถูกลบเลือนไปจากทั้งจอเงินและโลกของเกมหรือไม่

  • ความพ่ายแพ้ครั้งยิ่งใหญ่ของ Marvel ในรอบทศวรรษ
  • ผลกระทบต่อทีมงานเบื้องหลังที่สูญเสียโอกาสในการทำงาน
  • อนาคตที่ไม่แน่นอนของเกม Blade ภายใต้ค่าย Arkane

แม้หนังเดี่ยวจะไม่ได้ไปต่อ แต่เรายังคงเห็น Blade ปรากฏตัวในเกมอย่าง Marvel Rivals และสื่ออื่นๆ อยู่บ้าง ซึ่งถือเป็นโชคดีที่ตัวละครนี้ยังคงมีชีวิตอยู่ผ่านช่องทางอื่น แต่เมื่อมองถึงภาพรวมของจักรวาลภาพยนตร์ การล้มเหลวในครั้งนี้ได้กลายเป็นบทเรียนสำคัญที่มาร์เวลต้องนำไปทบทวน โดยเฉพาะคำวิจารณ์เรื่องการจัดการตัวละครผิวสีภายใน Multiverse Saga ที่แฟนๆ หลายคนรู้สึกว่ายังทำได้ไม่ดีพอ

ท้ายที่สุดแล้ว การสิ้นสุดของ จบตำนาน ‘Blade’ (2019-2026) ถือเป็นเครื่องเตือนใจว่า แม้แต่มาร์เวลที่เคยแข็งแกร่งที่สุดก็ยังผิดพลาดได้ การจะสร้างภาพยนตร์สักเรื่องนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายบนกระดาษ แต่การเปลี่ยนมันให้เป็นความจริงคือความท้าทายที่ต้องใช้มากกว่าแค่ชื่อเสียงของค่ายหนัง หวังว่าในอนาคตเราจะได้เห็นนักล่าแวมไพร์คนนี้กลับมาในรูปแบบอื่นที่เหมาะสมกว่านี้

ที่มา – ‘Blade’ (2019-2026) Is Officially Dead, So Now What?

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *