Xiaomi Watch S5 แบตเตอรี่อึดใช้งานนานสูงสุด 21 วัน
Xiaomi Watch S5 แบตเตอรี่อึดใช้งานนานสูงสุด 21 วัน
เชื่อว่าหลายคนคงเคยเจอปัญหาน่าหงุดหงิดกับการที่ต้องถอดสมาร์ทวอทช์มาชาร์จไฟทุกคืนใช่ไหมครับ? จะดีแค่ไหนถ้าคุณสามารถเปลี่ยนมาเป็น ‘ชาร์จเพียงครั้งเดียวแต่ใช้งานได้นานถึง 21 วัน’ วันนี้เราจะพาไปทำความรู้จักกับ Xiaomi Watch S5 รุ่น 46 มม. ที่สร้างเสียงฮือฮาในเรื่องความอึดของแบตเตอรี่ได้แบบอยู่หมัด
หลังจากเปิดตัวในประเทศจีนไปเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ล่าสุดทาง Xiaomi ก็ได้ประกาศวางจำหน่ายแบบ Global อย่างเป็นทางการแล้ว แม้ว่าในตอนนี้นโยบายการขายอาจจะยังไม่ครอบคลุมไปถึงสหรัฐอเมริกา แต่สำหรับตลาดในยุโรปเปิดราคามาให้เห็นภาพชัดเจน โดยราคาจะอยู่ที่ประมาณ 179.99 ถึง 199.99 ยูโร (หรือตีเป็นเงินไทยราวๆ 7,000 – 8,000 บาท) ซึ่งถือว่าคุ้มค่ามากเมื่อเทียบกับสิ่งที่ได้รับ
ทำไม Xiaomi Watch S5 แบตเตอรี่อึดใช้งานนานสูงสุด 21 วัน ถึงทำได้จริง?
หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมสมาร์ทวอทช์รุ่นนี้ถึงทำแบตเตอรี่ได้นานขนาดนี้ ในขณะที่คู่แข่งระดับเรือธงหลายยี่ห้อทำได้เพียงวันต่อวัน? ความลับอยู่ที่การจัดการพลังงานของแบตเตอรี่ขนาด 815mAh ที่มีการกำหนดเงื่อนไขการใช้งานไว้ดังนี้ครับ:
- โหมดใช้งานเบา (Light Use): สามารถอยู่ได้นานถึง 21 วัน (เช่น รับข้อความ 100 ครั้งต่อวัน, แจ้งเตือนสายเรียกเข้า 6 ครั้ง, ตั้งปลุก 3 ครั้ง และออกกำลังกาย 90 นาทีต่อสัปดาห์)
- โหมดใช้งานปกติ (Normal Use): แบตเตอรี่จะอยู่ได้ประมาณ 14 วัน
- โหมด Always-on Display: หากเปิดฟีเจอร์นี้ตลอดเวลา แบตเตอรี่จะใช้งานได้ราว 9 วัน
ถ้ามองเทียบกับคู่แข่งอย่าง OnePlus Watch 3 หรือสมาร์ทวอทช์แบรนด์อื่นๆ ในท้องตลาด ถือว่า Xiaomi Watch S5 แบตเตอรี่อึดใช้งานนานสูงสุด 21 วัน เป็นจุดเด่นที่ทิ้งห่างคู่แข่งไปไกลมากเลยทีเดียว
นอกจากเรื่องแบตเตอรี่แล้ว Xiaomi Watch S5 ยังจัดเต็มด้วยฟีเจอร์ที่น่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็นระบบ GNSS แบบ 5-system dual-band สำหรับการระบุตำแหน่งที่แม่นยำ, โหมดกีฬามากกว่า 150 โหมด, ฟีเจอร์วัดอัตราการเต้นของหัวใจ, การติดตามการนอนหลับ และโหมดสำหรับนักปั่นจักรยานที่เปลี่ยนโทรศัพท์ของคุณให้กลายเป็นคอมพิวเตอร์จักรยานสุดล้ำ แม้ว่าจะไม่มีเซนเซอร์ EKG หรือตัววัดความลึกเหมือนรุ่นเรือธงแพงๆ แต่ในแง่ของความคุ้มค่าและความครบครัน ก็ถือว่าตอบโจทย์ชีวิตประจำวันได้ดีเยี่ยม
ในมุมมองของผม แม้แอปพลิเคชัน Mi Fitness จะทำงานได้ดีที่สุดกับมือถือ Xiaomi แต่การที่มันสามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนทุกรุ่นผ่านแอปฯ เดียวกันได้ ก็ทำให้ใครหลายคนสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีสุขภาพดีๆ ได้ง่ายขึ้น สำหรับใครที่ขี้เกียจชาร์จสมาร์ทวอทช์ทุกเย็น เจ้าตัวนี้คือทางเลือกที่คุ้มที่สุด ณ เวลานี้เลยครับ
