Xiaomi Watch S5 แบตอยู่ได้นานถึง 21 วันจริงหรือไม่?
เบื่อไหมกับการที่ต้องคอยถอดสมาร์ทวอทช์มาชาร์จไฟทุกๆ คืน? หากคุณกำลังมองหานาฬิกาอัจฉริยะที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนขี้เกียจชาร์จแบตบ่อยๆ ต้องลองมาดูทางนี้ เพราะ Xiaomi Watch S5 แบตอยู่ได้นานถึง 21 วันจริงหรือไม่? วันนี้เราจะมาเจาะลึกรายละเอียดความอึดของเจ้าสมาร์ทวอทช์รุ่นใหม่จาก Xiaomi กันครับ
Xiaomi Watch S5 แบตอยู่ได้นานถึง 21 วันจริงหรือไม่?
Xiaomi ได้เปิดตัว Watch S5 ขนาด 46 มม. ออกสู่ตลาดสากลเป็นที่เรียบร้อย โดยชูจุดเด่นที่เรื่องแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้ยาวนานจนกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในแง่บวกว่าทำได้อย่างไร ในขณะที่คู่แข่งอย่าง Apple Watch หรือ Samsung Galaxy Watch ส่วนใหญ่อยู่ได้เพียงวันต่อวันเท่านั้น
ความจริงเบื้องหลังการใช้งาน 21 วัน
คำถามที่ว่า Xiaomi Watch S5 แบตอยู่ได้นานถึง 21 วันจริงหรือไม่? มีคำตอบซ่อนอยู่ที่สเปกและการใช้งานครับ แบตเตอรี่ขนาด 815mAh จะสามารถประคองตัวได้ถึง 3 สัปดาห์ ในโหมดการใช้งานแบบ ‘Light Use’ ซึ่ง Xiaomi นิยามไว้ว่าคือ:
- รับข้อความแจ้งเตือนไม่เกิน 100 ข้อความต่อวัน
- รับสายเรียกเข้าสูงสุด 6 ครั้งต่อวัน
- ตั้งนาฬิกาปลุก 3 ครั้ง
- ใช้งานโทรศัพท์ผ่าน Bluetooth 30 นาทีต่อสัปดาห์
- ฟังเพลง 30 นาทีต่อสัปดาห์
- บันทึกการออกกำลังกาย 90 นาทีต่อสัปดาห์
หากคุณใช้งานในโหมดปกติ แบตเตอรี่จะลดลงเหลือประมาณ 14 วัน และถ้าเปิดโหมด Always-on Display จะเหลือการใช้งานได้ประมาณ 9 วัน ซึ่งถือว่ายังคงโดดเด่นมากเมื่อเทียบกับสมาร์ทวอทช์ในท้องตลาด
ฟีเจอร์เด่นที่ไม่ควรมองข้าม
นอกจากแบตที่อึดถึกทนแล้ว Xiaomi Watch S5 ยังจัดเต็มด้วยระบบ 5-system dual-band GNSS สำหรับระบุตำแหน่งที่แม่นยำ, โหมดการออกกำลังกายมากกว่า 150 รูปแบบ รวมถึงการติดตามสุขภาพพื้นฐานอย่าง Heart Rate และ Sleep Tracking แต่ข้อสังเกตคือรุ่นนี้ไม่มีเซนเซอร์ตรวจจับ EKG ให้ใช้งาน
หากคุณใช้ร่วมกับมือถือ Xiaomi จะได้รับประสบการณ์การเชื่อมต่อที่ราบรื่นที่สุด แต่ก็สามารถใช้งานร่วมกับมือถือรุ่นอื่นๆ ผ่านแอป Mi Fitness ได้เช่นกัน แม้ว่าในสหรัฐฯ จะยังไม่มีการวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการ แต่สำหรับใครที่อยากได้มาครอบครอง การหาซื้อผ่านทางเลือกอื่นๆ ก็ถือว่าคุ้มค่ากับราคาประมาณ 7,000-8,000 บาทครับ
ในมุมมองของผม สมาร์ทวอทช์รุ่นนี้คือทางออกที่ดีที่สุดสำหรับคนที่ต้องการนาฬิกาที่เน้นการใช้งานจริงมากกว่าการเป็น Gadget แฟชั่นจ๋าๆ เพราะแค่ไม่ต้องหยิบสายชาร์จมาเสียบทุกคืน ก็ถือว่าชีวิตสะดวกขึ้นเยอะแล้วครับ!
