GISTDA ใช้โดรน-LiDAR ไขปริศนา ‘ดวงตาเมืองไทย’ ในปทุมธานี พบเป็น ‘เกาะวัชพืชลอยน้ำ’ หมุนได้
เชื่อว่าหลายคนคงเคยเห็นภาพถ่ายมุมสูงของพื้นที่สีเขียวในจังหวัดปทุมธานีที่มีลักษณะเป็นวงกลมสมมาตรสวยงามจนได้รับฉายาว่า ‘ดวงตาเมืองไทย’ กันมาบ้างแล้วใช่ไหมครับ? ล่าสุดทางสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ หรือ GISTDA ได้ออกมาไขข้อสงสัยนี้ให้หายข้องใจด้วยเทคโนโลยีสุดล้ำอย่างโดรนร่วมกับ LiDAR บอกเลยว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นน่าทึ่งมาก!
GISTDA ใช้โดรน-LiDAR ไขปริศนา ‘ดวงตาเมืองไทย’ ในปทุมธานี พบเป็น ‘เกาะวัชพืชลอยน้ำ’ หมุนได้
หลายคนอาจจะสงสัยว่าทำไมเราถึงต้องใช้เทคโนโลยีขั้นสูงขนาดนี้มาส่องดูพื้นที่ชุ่มน้ำ? คำตอบคือ ภาพถ่ายดาวเทียมทั่วไปบางครั้งก็มีข้อจำกัดในการมองทะลวงพุ่มไม้หนาทึบครับ แต่ LiDAR หรือ Light Detection and Ranging คือทัพหน้าที่ช่วยให้เรามองเห็นโครงสร้างพื้นที่จริงที่ซ่อนอยู่ใต้พืชพรรณเหล่านั้นได้ เพราะมันยิงแสงเลเซอร์ลงไปแล้ววัดระยะเวลาสะท้อนกลับ ทำให้ได้ข้อมูล Point Cloud ที่แม่นยำมาก
จากการเปรียบเทียบข้อมูลที่ได้ GISTDA พบความจริงที่น่าเหลือเชื่อว่า เจ้าพื้นที่วงกลมดวงตาเมืองไทย นี้ไม่ใช่ร่องรอยการขุดดินของมนุษย์แต่อย่างใด แต่มันคือ ‘เกาะวัชพืชลอยน้ำที่หมุนได้’ หรือ Rotating Floating Island ที่ขยายตัวกว่า 100 เมตร!
เบื้องหลังปรากฏการณ์ธรรมชาติที่เหมือนเครื่องกลึง
ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นนี้มีความพิเศษและซับซ้อนอย่างที่คุณคาดไม่ถึงทีเดียวครับ โดยมีปัจจัยหลักๆ ดังนี้:
- การรวมตัวของวัชพืช: แพวัชพืชและเศษดินที่หลุดออกมาจากตลิ่งรวมตัวกันอย่างหนาแน่น ทำให้มันสามารถลอยตัวอยู่เหนือน้ำได้
- แรงหมุนจากธรรมชาติ: เมื่อวัชพืชโตขึ้นและรวมกลุ่มกัน แรงลมที่ปะทะกับมวลวัชพืชทำให้เกาะนี้หมุนรอบตัวเองอย่างช้าๆ
- การขัดเกลาจากขอบตลิ่ง: การหมุนที่เสียดสีกับตลิ่งไปมาเป็นเวลานาน ทำให้ขอบเกาะถูกตัดจนกลมดิ๊ก ราวกับถูกเครื่องกลึงธรรมชาติจัดการให้เอง
ข้อมูลภาพ 3 มิติที่เป็นสีเขียว เหลือง และส้มที่คุณเห็นในรายงาน คือระดับความสูงของพุ่มไม้ ส่วนสีน้ำเงินคือร่องน้ำ และสิ่งนี้คือหลักฐานชัดเจนว่า ‘ดวงตาเมืองไทย’ ไม่ได้สร้างขึ้นโดยมนุษย์ แต่เป็นเรื่องของธรรมชาติที่สร้างสรรค์สิ่งมหัศจรรย์ผ่านกลไกทางฟิสิกส์ได้อย่างน่าอัศจรรย์ใจ
ในมุมมองของผม นี่คือตัวอย่างที่ชัดเจนมากว่าเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศไม่ได้สำคัญแค่เรื่องการวางผังเมืองหรือการเกษตรเท่านั้น แต่ยังช่วยให้เราเข้าใจ ปรากฏการณ์ธรรมชาติ รอบตัวได้ดีขึ้น เทรนด์การใช้โดรนและ LiDAR จะยิ่งแพร่หลายมากขึ้นในอนาคต ซึ่งจะช่วยให้เราค้นพบความลับใหม่ๆ ของธรรมชาติที่ตาเปล่ามองไม่เห็นอีกมากมายครับ ใครที่สนใจเรื่องการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเข้ากับธรรมชาติแบบนี้ อย่าลืมติดตามอัปเดตจาก GISTDA กันต่อไปนะครับ เพราะโลกของเรายังมีอะไรซ่อนอยู่อีกเพียบ!
ที่มา – GISTDA ใช้โดรน-LiDAR ไขปริศนา ‘ดวงตาเมืองไทย’ ในปทุมธานี พบเป็น ‘เกาะวัชพืชลอยน้ำ’ หมุนได้
