สภา กทม. ตั้ง กมธ. สางปัญหาสิ่งปลูกสร้างผิดประเภท จี้สอบข้าราชการปล่อยปละละเลย
เชื่อว่าคนกรุงหลายคนคงเคยตั้งคำถามเวลาเดินผ่านตึกเก่าหรืออาคารสูงในซอยแคบๆ ว่า สิ่งปลูกสร้างเหล่านี้มีความปลอดภัยแค่ไหน? ล่าสุดประเด็นนี้กลายเป็นเรื่องร้อนแรงในที่ประชุมสภากรุงเทพมหานคร เมื่อเหล่า ส.ก. ได้รวมตัวกันผลักดันให้เกิดการตรวจสอบอาคารที่ใช้งานผิดประเภทอย่างจริงจัง ภายใต้หัวข้อ สภา กทม. ตั้ง กมธ. สางปัญหาสิ่งปลูกสร้างผิดประเภท จี้สอบข้าราชการปล่อยปละละเลย เพื่อหยุดยั้งโศกนาฏกรรมที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ
สภา กทม. ตั้ง กมธ. สางปัญหาสิ่งปลูกสร้างผิดประเภท จี้สอบข้าราชการปล่อยปละละเลย
ปัญหาการดัดแปลงอาคารในกรุงเทพฯ ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เป็น ‘ภัยเงียบ’ ที่สะสมมานาน สมาชิกสภากรุงเทพมหานครได้ยกตัวอย่างความเสี่ยงที่น่าตกใจ ไม่ว่าจะเป็นตึกแถวเก่าที่ถูกเปลี่ยนเป็นโรงแรมโดยไม่ได้รับอนุญาต การกั้นห้องเช่ารายวันในพื้นที่จำกัด หรือแม้แต่การต่อเติมดาดฟ้าให้กลายเป็นสระน้ำที่รับน้ำหนักเกินพิกัด ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนขัดต่อ พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 อย่างชัดเจน และเมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เช่น ไฟไหม้หรือตึกถล่ม ความสูญเสียนั้นประเมินค่าไม่ได้เลย
ทำไมการตั้งคณะกรรมการชุดนี้ถึงสำคัญ?
การที่ สภา กทม. ตั้ง กมธ. สางปัญหาสิ่งปลูกสร้างผิดประเภท จี้สอบข้าราชการปล่อยปละละเลย ในครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงการไล่เบี้ยกับเจ้าของอาคารเท่านั้น แต่จุดสำคัญคือการขุดรากถอนโคนระบบ ‘เกียร์ว่าง’ ของเจ้าหน้าที่รัฐ สมาชิกสภาหลายท่านตั้งข้อสังเกตว่า หากกฎหมายมีอยู่แต่ทำไมการบังคับใช้ถึงไม่เป็นผล? เป็นเพราะความหละหลวมของข้าราชการในพื้นที่หรือไม่? ดังนั้น คณะกรรมการชุดนี้จึงมีอำนาจในการตรวจสอบและเอาผิดข้าราชการที่ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ด้วย ซึ่งถือเป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่ายุคสมัยของการเพิกเฉยต่อความปลอดภัยของประชาชนต้องจบลง
- ปัญหาตึกเก่าดัดแปลง: การนำตึกพาณิชย์มาทำโรงงานหรือโรงแรมในย่านเศรษฐกิจที่รถดับเพลิงเข้าถึงยาก
- ความเสี่ยงจากโครงสร้าง: กันสาด ระเบียง หรือป้ายโฆษณาที่ติดตั้งไม่ได้มาตรฐาน กลายเป็นกับดักคนเดินถนน
- ความรับผิดชอบของรัฐ: การจี้สอบข้าราชการที่ปล่อยให้มีการก่อสร้างผิดกฎหมายเกิดขึ้นในพื้นที่รับผิดชอบ
เราต้องยอมรับว่า กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา แต่การเติบโตของอสังหาริมทรัพย์ต้องไม่แลกมาด้วยความปลอดภัยของชีวิตผู้คน ถึงเวลาแล้วที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องบูรณาการข้อมูลและบังคับใช้กฎหมายอย่างเสมอภาคและเด็ดขาด ไม่ว่าจะเป็นเจ้าของอาคารรายย่อยหรือโครงการขนาดใหญ่ หากฝ่าฝืนกฎหมายต้องได้รับโทษอย่างเท่าเทียมกัน
มุมมองทิ้งท้าย: ผมเชื่อว่าการขยับตัวของสภา กทม. ในครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญที่น่าจับตามอง หากคณะกรรมการวิสามัญฯ สามารถลงพื้นที่ตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายได้อย่างโปร่งใส จะช่วยสร้างความมั่นใจให้กับคนเมืองได้มากขึ้น แต่เหนือสิ่งอื่นใด ประชาชนเองก็ควรเป็นหูเป็นตา หากพบเห็นการต่อเติมอาคารที่ดูไม่ปลอดภัย ควรแจ้งสำนักงานเขตหรือผ่านช่องทาง Traffy Fondue ทันที เพื่อป้องกันก่อนที่จะเกิดเหตุร้าย การสร้างเมืองให้น่าอยู่เริ่มจากความปลอดภัยในทุกตารางนิ้วครับ
ที่มา – สภา กทม. ตั้ง กมธ. สางปัญหาสิ่งปลูกสร้างผิดประเภท จี้สอบข้าราชการปล่อยปละละเลย
