ผู้เขียน: lalika69_admin

กระทรวงการต่างประเทศประณามกัมพูชา กรณีทหารไทยเหยียบทุ่นระเบิดใหม่ที่ศรีสะเกษ

สวัสดีครับ กลับมาพบกับบทความวิเคราะห์สถานการณ์ร้อนๆ ที่ทุกคนจับตามองกันอีกครั้ง เมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา กระทรวงการต่างประเทศไทยออกแถลงการณ์กระทรวงการต่างประเทศออกแถลงการณ์ประณามกัมพูชาหลังทหารไทยเหยียบทุ่นระเบิดสังหารบุคคลที่วางใหม่ในพื้นที่ จ.ศรีสะเกษ อย่างเป็นทางการ หลังกำลังพลกองร้อยทหารราบที่ 111 จำนวน 3 นาย ถูกทุ่นระเบิดใหม่ทำลายล้างในเขตพื้นที่ชายแดน จ.ศรีสะเกษ เมื่อช่วงเช้าวันนี้ (9 สิงหาคม 2568) แม้พื้นที่ดังกล่าวจะผ่านการเก็บกู้ทุ่นระเบิดมาแล้วก็ตาม

กระทรวงการต่างประเทศออกแถลงการณ์ประณามกัมพูชาหลังทหารไทยเหยียบทุ่นระเบิดสังหารบุคคลที่วางใหม่ในพื้นที่ จ.ศรีสะเกษ

เหตุการณ์ครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ 3 ภายในเวลาไม่ถึง 1 เดือน ที่กองทัพไทยประสบเหตุทุ่นระเบิดลึกลับ ซึ่งจากการตรวจสอบชิ้นส่วนพบว่าเป็นทุ่นระเบิดรุ่นใหม่ที่ถูกวางเพิ่มเติมหลังการเก็บกู้ครั้งล่าสุด นับเป็นการละเมิดกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศและอนุสัญญาห้ามทุ่นระเบิดสังหารบุคคล (อนุสัญญาออตตาวา) อย่างชัดเจน ที่ผ่านมาประเทศไทยได้ร่วมมือกับองค์กรระหว่างประเทศมานานกว่า 20 ปีเพื่อทำลายทุ่นระเบิดตามแนวชายแดน แต่กลับเกิดปรากฏการณ์ การวางทุ่นระเบิดเพิ่มเติมโดยมีเจตนา ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ในแง่เทคนิคการเก็บกู้ ปัจจุบันไทยใช้เทคโนโลยี โดรนตรวจสอบระเบิด และระบบเรดาร์สแกนชั้นสูง ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงให้ทหารได้ถึง 70% แต่การที่ฝ่ายตรงข้ามเลือกใช้ทุ่นระเบิดแบบปรับช่วงเวลาทำงานได้นั้น แสดงถึงการพัฒนาทางด้าน Electronics Warfare ที่น่ากังวล สำหรับผู้ติดตามข่าวเทคโนโลยีป้องกันตัวเอง สถานการณ์นี้สะท้อนถึงความจำเป็นในการพัฒนาระบบต่อต้านอุปกรณ์ระเบิดแบบ Real-Time ให้ทันการณ์

ผลกระทบต่อความสัมพันธ์สองประเทศและการแก้ปัญหา

  • การละเมิดข้อตกลงหยุดยิงในที่ประชุม GBC เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม
  • การไม่ร่วมมือเก็บกู้ทุ่นระเบิดตามข้อเสนอของไทยในกรอบทวิภาคี
  • ความเสี่ยงต่อชีวิตเจ้าหน้าที่และประชาชนชายแดนที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

กระทรวงการต่างประเทศชี้ว่ากรณีนี้ไม่เพียงเป็นการคุกคามอธิปไตย แต่ยัง ทำลายความไว้วางใจในการแก้ปัญหาชายแดน ทางการทูต หากยังไม่มีการหยุดพฤติกรรมดังกล่าว อาจส่งผลให้ไทยต้องยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยด้วยเทคโนโลยี AI Surveillance System รอบพื้นที่เสี่ยงแบบเต็มรูปแบบ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการทดสอบประสิทธิภาพ

สำหรับแนวทางแก้ปัญหา ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงแนะนำว่า การเปิดช่องทางสื่อสารตรงระดับทหาร โดยไม่ผ่านขั้นตอนการทูตที่ยืดเยื้อ อาจเป็นทางลัดช่วยป้องกันภัยคุกคามได้ทันท่วงที รวมถึงการเชิญองค์กรตรวจสอบจากประเทศที่สามเข้าร่วมตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุ เพื่อสร้างความโปร่งใสให้กระบวนการ

สุดท้ายนี้ อยากให้ทุกคนติดตามสถานการณ์ด้วยความเข้าใจลึกซึ้ง ไม่ใช่แค่จากข่าวสั้นๆ ในโซเชียลมีเดีย เพราะประเด็นชายแดนนี้เกี่ยวข้องกับ ความมั่นคงทางไซเบอร์ และเทคโนโลยีป้องกันภัยสมัยใหม่ที่กำลังพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ เราชื่อว่าทั้งสองฝ่ายจะหาจุดร่วมแก้ปัญหาได้ด้วยสันติวิธี พร้อมใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือสร้างความเชื่อมั่นแทนการเผชิญหน้า อย่าลืมกดติดตามข่าวสารแบบเจาะลึกแบบนี้ได้ทุกวันผ่านช่องทางของเรา!

ที่มา – กระทรวงการต่างประเทศออกแถลงการณ์ประณามกัมพูชาหลังทหารไทยเหยียบทุ่นระเบิดสังหารบุคคลที่วางใหม่ในพื้นที่ จ.ศรีสะเกษ

คอมพิวเตอร์ควอนตัมมาแล้ว! จริงกว่าที่คิด

ดูเหมือนว่าคอมพิวเตอร์ควอนตัมจะเข้ามาเปลี่ยนแปลงการประมวลผลสมัยใหม่ที่เราคุ้นเคย ด้วยพลังการคำนวณที่เหนือชั้น พวกมันจะสามารถทำสิ่งที่ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ทั่วไปไม่สามารถจินตนาการได้

อย่างไรก็ตาม ความเป็นจริงของคอมพิวเตอร์ควอนตัมมาแล้ว! ยังไม่เป็นไปตามกระแสที่โหมกระหน่ำ การอ้างถึง "ความได้เปรียบเชิงควอนตัม" (Quantum Advantage) – ปัญหาที่คอมพิวเตอร์ทั่วไปไม่สามารถแก้ไขได้ แต่คอมพิวเตอร์ควอนตัมทำได้ – กลับถูกวิพากษ์วิจารณ์จากทั้งผู้ที่สงสัยและผู้ที่ชื่นชอบในวงการ แน่นอนว่าเราได้เห็นความก้าวหน้าที่น่าประทับใจอย่างแท้จริง ทั้งในเชิงทฤษฎีและการทดลอง แต่หลายครั้งก็เป็น "ความสำเร็จ" ที่ถูกสร้างขึ้นมาโดยที่ไม่ได้มีการนำไปประยุกต์ใช้จริงในโลก

ผมเองก็เริ่มที่จะกลายเป็นผู้ที่ชื่นชอบในคอมพิวเตอร์ควอนตัมมาแล้ว! มากขึ้นเรื่อยๆ แต่ถึงอย่างนั้น การกลั่นกรองข้อมูลที่บางครั้งก็เกินจริงไปบ้าง ก็ทำให้รู้สึกเหนื่อยหน่ายและไร้ประโยชน์ ดังนั้น ลองถอยกลับมาตั้งหลักสักหน่อยดีกว่า เทคโนโลยีควอนตัมจะทำอะไรให้เราได้บ้าง? เรามาไกลแค่ไหนแล้ว? และเราควรรับมือกับการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับความสำเร็จของควอนตัมที่ถูกเรียกว่าสุดยอดในรอบสัปดาห์ที่หกได้อย่างไร? เพื่อที่จะพูดคุยถึงคำถามเหล่านี้ (หรือมากกว่านั้นคือการกลั่นกรองข้อมูลที่มากเกินไป) ทาง Gizmodo ได้เดินทางไปที่สำนักงานของ IBM ในแมนฮัตตันเพื่อพูดคุยกับ Jerry Chow ผู้อำนวยการของ IBM Quantum บทสนทนาต่อไปนี้ได้รับการแก้ไขเล็กน้อยเพื่อให้มีความถูกต้องและชัดเจนทางไวยากรณ์

Gayoung Lee, Gizmodo: สมมติว่าฉันเป็นคนที่คิดว่า "โอ้ การคำนวณเชิงควอนตัมเป็นเรื่องไร้สาระ" ทำไมฉันถึงต้องสนใจเกี่ยวกับความได้เปรียบเชิงควอนตัมด้วย?

Jerry Chow: ในท้ายที่สุด ผมคิดว่าเป้าหมายของเราคือการนำการคำนวณเชิงควอนตัมที่เป็นประโยชน์มาสู่โลก และส่วนสำคัญของการคำนวณเชิงควอนตัมคือ เรามีโอกาสที่จะสร้างการคำนวณที่แตกต่างจากการคำนวณที่มีอยู่ในปัจจุบัน มีข้อความทางคณิตศาสตร์ที่แสดงสิ่งนั้น หรือมีอัลกอริทึมที่พิสูจน์ได้จริง ๆ ว่าการคำนวณเชิงควอนตัมสามารถ [เหนือกว่า] การคำนวณแบบคลาสสิกได้อย่างแท้จริง เช่น การแยกตัวประกอบเลขจำนวนมากเพื่อทำลายการเข้ารหัส หรือการจำลองโครงสร้างโมเลกุลที่ซับซ้อนมาก อัลกอริทึมของ Grover และทิศทางที่พิสูจน์ได้ด้วยปากกาและกระดาษทั้งหมดนั้น

แต่อีกคำถามหนึ่งคือ เราจะทำอะไรกับสิ่งที่เรากำลังสร้างอยู่ได้บ้าง? นั่นเป็นสิ่งที่แตกต่างอย่างมากจากการบอกว่ามีความได้เปรียบสำหรับปัญหาประเภทใดประเภทหนึ่ง หรือมีความได้เปรียบในแง่ของการดีกว่าเทคนิคคลาสสิกทั้งหมดที่คุณอาจนำมาใช้ เมื่อคุณต้องการแก้ปัญหา คุณมี GPU, CPU, คอมพิวเตอร์ทั้งหมดในโลก และอัลกอริทึมทั้งหมดในโลกให้คุณนำมาใช้กับปัญหานั้นใช่ไหม?

ความได้เปรียบเชิงควอนตัมคือ ตอนนี้เราสามารถใช้การคำนวณเชิงควอนตัม บวกกับสิ่งที่เรามีอยู่แล้ว – ทรัพยากรคลาสสิก – เพื่อแก้ปัญหาได้ถูกกว่า เร็วกว่า หรือแม่นยำกว่า

Gizmodo: นั่นเป็นการเบี่ยงเบนไปอย่างมากจากประเด็นยอดนิยมที่ว่า "การคำนวณเชิงควอนตัมจะเปลี่ยนการคำนวณไปตลอดกาล!"

Chow: ผมมองว่าความได้เปรียบเชิงควอนตัมเป็นสิ่งที่ค่อยเป็นค่อยไป ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนทุกสิ่งที่เราสามารถคำนวณได้ นั่นเป็นวิธีที่ GPU [หน่วยประมวลผลกราฟิก] จำนวนมากขยายขนาดขึ้นมาเช่นกัน เห็นได้ชัดว่าพวกมันถูกใช้สำหรับเกม ซึ่งอาจเป็นพื้นที่เฉพาะ แต่พวกมันเติบโตอย่างมากด้วยกลยุทธ์การคำนวณระดับชาติที่ใช้ประโยชน์จากมันสำหรับ HPC แบบคลัสเตอร์ [คอมพิวเตอร์ประสิทธิภาพสูง] และสำหรับผู้ที่ศึกษาโครงสร้างโมเลกุล จักรวาลวิทยา และปัญหาฟิสิกส์พลังงานสูงที่ใช้ความสามารถในการคำนวณจำนวนมาก เราคาดหวังว่าสิ่งนี้จะคล้ายกันด้วย สำหรับควอนตัมที่จะเป็น "เครื่องมือเสริม"

Gizmodo: แนวคิดเรื่องการเสริมนั้นน่าสนใจมาก เพราะทั้งสองอย่าง – คอมพิวเตอร์แบบคลาสสิกและควอนตัม – เชื่อมต่อกันโดยธรรมชาติใช่ไหม? การยืนยันว่าคอมพิวเตอร์ควอนตัมมาแล้ว! ทำงานอย่างถูกต้องต้องมีการตรวจสอบโดยใช้คอมพิวเตอร์แบบคลาสสิก นักวิจัยใช้ประโยชน์จากความสัมพันธ์นี้อย่างไร?

Chow: นั่นเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งของวิธีการที่สิ่งนี้เกิดขึ้น ทุกสิ่งเชื่อมโยงกับการคำนวณแบบคลาสสิก วิธีเดียวที่เราจะสัมผัสประสบการณ์การคำนวณได้คือแบบคลาสสิก – เราใส่ข้อมูลนำเข้าแบบคลาสสิกเข้าไป และเรานำข้อมูลนำออกแบบคลาสสิกออกมา คอมพิวเตอร์ควอนตัมใช้กลศาสตร์ควอนตัมและวงจรควอนตัมเพื่อสำรวจพื้นที่ขนาดใหญ่อย่างทวีคูณ แต่ในท้ายที่สุดเรากำลังทำการวัดที่เปลี่ยนทุกอย่างกลับเป็นเอาต์พุตแบบคลาสสิกที่เราประมวลผลเพิ่มเติม หรือใช้ประโยชน์ในส่วนหนึ่งของการคำนวณของเราโดยใช้ส่วนอื่น ๆ ของคลังอาวุธในการคำนวณของเรา ผู้คนไม่ควรกังวลว่าควอนตัมจะมาแทนที่คลาสสิก!

Gizmodo: IBM เป็นผู้เล่นรายใหญ่ในสาขานี้อย่างชัดเจน และคุณมีส่วนร่วมในการวิจัยควอนตัมมา 15 ปีแล้ว มีอะไรที่คุณภาคภูมิใจเป็นพิเศษในการตระหนักถึงแนวทางนั้นเพื่อความได้เปรียบเชิงควอนตัม

Chow: ตอนที่ผมเริ่มงาน เรามีคนประมาณแปดถึงสิบคน โดยมุ่งเน้นไปที่การสร้างอุปกรณ์ที่ดีขึ้นเท่านั้น จากนั้นในช่วงกลางปี 2010 เราตัดสินใจที่จะนำสิ่งที่เราสร้างขึ้นมาใส่ไว้บนคลาวด์เพื่อนำสิ่งต่างๆ ออกจากห้องปฏิบัติการฟิสิกส์ และเข้าสู่ประสบการณ์การคำนวณ ทันใดนั้น เราก็เริ่มคิดถึงมันน้อยลงในแง่ของการหมุนปุ่มและการควบคุมแรงดันไฟฟ้า และมากขึ้นในแง่ของวิธีการใช้สิ่งนี้เป็นเครื่องมือและแพลตฟอร์มในการคำนวณ ปัจจุบัน ระบบส่วนใหญ่ของเราถูกนำไปใช้งานในศูนย์ข้อมูลควอนตัมทั่วโลก รวมถึงในสถานที่ของลูกค้าด้วย

และเราเริ่มเห็นการมีส่วนร่วมมากมาย ตัวอย่างเช่น ผู้ทำงานร่วมกันของเราจากสถาบัน RIKEN ในญี่ปุ่นกำลังใช้ควอนตัมบวกกับ HPC ของพวกเขาเพื่อศึกษาโครงสร้างโมเลกุล ตั้งแต่นั้นมา เราก็สามารถเริ่มผลักดันระดับพลังงาน [ที่จำเป็นสำหรับการคำนวณ] ลงมาใกล้กับระดับที่เป็นจุดเด่นของสิ่งที่ทำได้ดีที่สุดแบบคลาสสิกมากขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งเป็นจุดที่เราสามารถเริ่มทำการเปรียบเทียบเหล่านี้ได้อย่างแท้จริง

Gizmodo: ส่วนสำคัญของกลยุทธ์ของ IBM ในสาขานี้คืออะไร?

Chow: ตอนนี้ การสร้างมันขึ้นมายังไม่เพียงพอ เราต้องดึงเอาประโยชน์ของคอมพิวเตอร์ควอนตัมมาแล้ว! ออกมา ซึ่งส่วนสำคัญคือชุมชน เราต้องการให้พวกเขาเรียกร้องความจำเป็นสำหรับคอมพิวเตอร์ขั้นสูงอย่างแท้จริง และทำงานร่วมกับเราเพื่อค้นหาความได้เปรียบเชิงควอนตัมและการใช้งานที่เป็นประโยชน์ นั่นเป็นส่วนสำคัญของกลยุทธ์ระบบนิเวศของเรา และเหตุผลที่เรามีเครือข่ายควอนตัมเกือบ 300 สมาชิก เราไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมในแนวดิ่งต่างๆ แต่มีโอกาสสำหรับด้านการดูแลสุขภาพ วิทยาศาสตร์ชีวภาพ น้ำมันและก๊าซ และอุตสาหกรรมพลังงาน

Gizmodo: ดังนั้นคอมพิวเตอร์ควอนตัมมาแล้ว! ไม่ได้เป็นเรื่องของอนาคต พวกมันอยู่ที่นี่แล้ว

Chow: ใช่ คอมพิวเตอร์ควอนตัมมาแล้ว! เป็นของจริงที่สามารถใช้งานได้ เห็นได้ชัดว่ามีการตลาดมากมาย มีกระแสมากมาย แต่นอกจากนี้ คุณยังสามารถเข้าไปรันวงจรควอนตัมได้ฟรีบนเครื่องของเราผ่านทางเว็บ มีเนื้อหามากมายให้เรียนรู้ มีฐานชุมชนขนาดใหญ่ของผู้คนที่พร้อมจะช่วยคุณเริ่มต้น คุณสามารถบอกให้ ChatGPT ติดตั้ง Qiskit ได้ ผู้คนไม่จำเป็นต้องสัมผัสประสบการณ์ผ่านการตลาดเท่านั้น ลงมือทำด้วยตัวเอง!

Gizmodo: เอาล่ะ หากความได้เปรียบเชิงควอนตัมเป็นสิ่งที่ค่อยเป็นค่อยไป แล้วเป้าหมายสำคัญต่อไปของควอนตัมคืออะไร? อะไรคือสิ่งที่คุณรอคอยมากที่สุดในอีกสิบปีข้างหน้า หรืออาจจะห้าปีข้างหน้า หรือแม้แต่ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า สำหรับการคำนวณเชิงควอนตัม?

Chow: เรากำลังมุ่งหน้าไปสู่อุปกรณ์ใหม่ที่เราต้องการแนะนำให้ผู้ใช้ได้รู้จักภายในสิ้นปีนี้ ซึ่งเรียกว่า Nighthawk ผมคิดว่าเป้าหมายสำคัญต่อไปน่าจะเป็นชุดเป้าหมายสำคัญจากมุมมองของความได้เปรียบ ซึ่งคุณจะได้เห็น "หลัก" เพิ่มมากขึ้นในการรันวงจรที่ซับซ้อนมากขึ้นโดยใช้คอมพิวเตอร์ควอนตัม โดยที่คลาสสิกเข้ามาช่วยแก้ไข เราจะมีส่วนร่วมอย่างมากกับชุมชนคอมพิวเตอร์ประสิทธิภาพสูง

คอมพิวเตอร์ควอนตัมมาแล้ว!

ทำไมคอมพิวเตอร์ควอนตัมมาแล้ว! ถึงสำคัญ?

โดยสรุป คอมพิวเตอร์ควอนตัมมาแล้ว! ไม่ได้เป็นเพียงแค่เทคโนโลยีในอนาคต แต่เป็นเครื่องมือที่ทรงพลังที่พร้อมให้เราใช้งานแล้วในปัจจุบัน ถึงแม้ว่ายังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการพัฒนา แต่ศักยภาพในการแก้ไขปัญหาที่ซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมต่างๆ นั้นมีอยู่จริง การทำความเข้าใจและเรียนรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีนี้จึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับทุกคนที่ต้องการก้าวทันโลกอนาคต

ที่มา – Quantum Computers Are Here and They’re Real. You Just Haven’t Noticed YetWe asked IBM Quantum’s director about the reality of the current state of quantum computing.

กพท. ประกาศผ่อนปรนให้โดรนเพื่อการเกษตรขึ้นบินได้ตั้งแต่วันที่ 11 ส.ค. นี้ ภายใต้เงื่อนไขที่เข้มงวด

สวัสดีเพื่อนๆ ชาวเกษตรกรและคนรักเทคโนโลยีทุกท่าน! มีข่าวดีมาอัปเดตให้ฟังเกี่ยวกับ กพท. ประกาศผ่อนปรนให้โดรนเพื่อการเกษตรขึ้นบินได้ตั้งแต่วันที่ 11 ส.ค. นี้ ภายใต้เงื่อนไขที่เข้มงวด ซึ่งเป็นข่าวที่หลายคนรอคอยจริงๆ เพราะการใช้โดรนในภาคการเกษตรช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนได้มาก แต่ก่อนหน้านี้ก็ต้องชะงักไปชั่วคราวเนื่องจากสถานการณ์ความมั่นคงชายแดน

กพท. ประกาศผ่อนปรนให้โดรนเพื่อการเกษตรขึ้นบินได้ตั้งแต่วันที่ 11 ส.ค. นี้ ภายใต้เงื่อนไขที่เข้มงวด

เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2568 สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) ออกมาตรการผ่อนปรนให้เกษตรกรสามารถใช้โดรนในการเกษตรได้อีกครั้ง แม้ยังมีคำสั่งห้ามบินโดรนทั่วประเทศจนถึง 15 ส.ค. นี้ แต่กพท. ก็เล็งเห็นความสำคัญของการสนับสนุนภาคเกษตร จึงกำหนดเงื่อนไขเฉพาะเพื่อให้ใช้งานได้อย่างปลอดภัย

สำหรับใครที่เตรียมใช้โดรนทางการเกษตรในช่วงนี้ ต้องทำความเข้าใจเงื่อนไข 7 ข้อหลักดังนี้:

  • ต้องขึ้นทะเบียนกับ CAAT และมีใบอนุญาตปัจจุบัน – อย่าลืมตรวจสอบวันหมดอายุใบอนุญาตก่อนใช้งาน
  • ได้รับอนุญาตปฏิบัติการบินเฉพาะกิจจาก CAAT เท่านั้น
  • ไม่มีประวัติฝ่าฝืนกฎหรือถูกเพิกถอนสิทธิ
  • บินได้เฉพาะในพื้นที่เกษตรของตนเองหรือพื้นที่ที่ได้รับอนุญาตอย่างเป็นทางการ
  • แจ้งการบินล่วงหน้า 12 ชม. ผ่านเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน CAAT
  • จำกัดความสูงไม่เกิน 30 เมตร และบินได้เฉพาะเวลา 06.00-18.00 น.
  • ใช้เพื่อโปรยสารเคมีหรือปุ๋ยเท่านั้น ห้ามถ่ายภาพหรือสำรวจในทุกกรณี

อย่าลืมว่าแม้จะได้รับการผ่อนปรน แต่กพท. ยังคงบังคับใช้พื้นที่ห้ามบิน 5 ประเภท ได้แก่ พื้นที่หวงห้าม 16 แห่ง (เช่น ศรีสะเกษ, จันทบุรี), จังหวัดชายแดน 7 จังหวัดที่ประกาศกฎอัยการศึก, สัตหีบ-ชลบุรี, ระยอง, พื้นที่รอบสนามบิน 9 กม. และพื้นที่ความมั่นคงที่ประกาศเพิ่มเติม

ข้อควรระวังสำหรับเกษตรกร

การฝ่าฝืนเงื่อนไขนี้มีโทษสูงถึงจำคุก 1 ปี หรือปรับ 40,000 บาท! ซึ่งเจ้าหน้าที่สามารถใช้ระบบ Anti-Drone เพื่อทำลายโดรนผิดกฎหมายทันที ทางที่ดีควรเช็กสภาพอากาศและสถานการณ์พื้นที่ก่อนบินทุกครั้ง

จากประสบการณ์ผู้เขียน พบว่าเกษตรกรหลายท่านยังไม่ทราบว่าต้องแจ้งการบินล่วงหน้าผ่านแอปพลิเคชันของ CAAT และระบบตรวจสอบความปลอดภัย แนะนำให้ดาวน์โหลดแอป “CAAT Drone” ล่วงหน้า และฝึกใช้งานให้คล่อง

ข้อดีของการผ่อนปรนครั้งนี้คือช่วยให้เกษตรกรเตรียมพื้นที่เพาะปลูกก่อนฤดูฝนได้ทันเวลา โดยเฉพาะการใช้โดรนโปรยปุ๋ยซึ่งช่วยประหยัดแรงงานได้ถึง 70% เมื่อเทียบกับวิธีเดิม

อย่าลืมว่า กพท. ประกาศผ่อนปรนให้โดรนเพื่อการเกษตรขึ้นบินได้ตั้งแต่วันที่ 11 ส.ค. นี้ ภายใต้เงื่อนไขที่เข้มงวด นั้นไม่ได้หมายความว่าจะใช้งานได้ทุกพื้นที่ ควรตรวจสอบพิกัดตำแหน่งกับระบบ AIS ของ CAAT ทุกครั้งก่อนบิน เพื่อความปลอดภัยของตัวเองและชุมชน

สำหรับผู้เริ่มต้น แนะนำให้เข้าร่วมเวิร์กช็อปฟรีจากสมาคมผู้ใช้โดรนไทย ที่เตรียมสอนตั้งแต่ขั้นตอนการลงทะเบียนจนถึงเทคนิคการบินปลอดภัย ซึ่งจัดขึ้นทุกสัปดาห์ผ่าน Zoom และมีคลิปสอนย้อนหลังให้ดูฟรี

สุดท้ายนี้ การผ่อนปรนครั้งนี้สะท้อนว่าไทยกำลังพัฒนากฎระเบียบโดรนให้สอดคล้องกับเทคโนโลยี แม้เงื่อนไขจะค่อนข้างเข้ม แต่เป็นการสร้างมาตรฐานให้เกษตรกรใช้เทคโนโลยีอย่างรับผิดชอบ เราเชื่อว่าในอนาคตอีกไม่เกิน 1 ปี จะมีการขยายพื้นที่และผ่อนคลายเงื่อนไขมากขึ้น!

อย่าลืมเช็กเงื่อนไขล่าสุดกับ CAAT ก่อนบินทุกครั้ง และร่วมสร้างวัฒนธรรมการใช้โดรนอย่างรับผิดชอบเพื่อสังคมที่ดีกว่า

ที่มา – กพท. ประกาศผ่อนปรนให้โดรนเพื่อการเกษตรขึ้นบินได้ตั้งแต่วันที่ 11 ส.ค. นี้ ภายใต้เงื่อนไขที่เข้มงวด

กองทัพบกสรุปเหตุการณ์ทหารลาดตระเวนเหยียบกับระเบิดที่ศรีสะเกษ

สรุปเหตุการณ์น่าสลด: กองทัพบกสรุปเหตุการณ์ทหารลาดตระเวนเหยียบกับระเบิดที่ศรีสะเกษ

เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม เวลา 10.00 น. กองทัพบกได้รับรายงานเหตุการณ์สำคัญจากกองกำลังสุรนารี กองทัพภาคที่ 2 เกี่ยวกับการปฏิบัติภารกิจของกำลังพลในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ โดยทหารกองร้อยทหารราบที่ 111 ได้ประสบกับเหตุการณ์สุดสะเทือนใจเมื่อพวกเขาเผลอเหยียบกับระเบิดระหว่างออกลาดตระเวนเพื่อเสริมความมั่นคงบริเวณรอยต่อบ้านโดนเอาว์–บ้านกฤษณา

ทหารได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ เหยียบกับระเบิดที่ศรีสะเกษ 3 นาย

จากการแจ้งของกองทัพบก ระบุว่ามีทหารได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์นี้ทั้งหมด 3 นาย โดยแต่ละคนได้รับบาดเจ็บต่างระดับกัน ได้แก่ จ่าสิบเอก ธานี พาหา ตำแหน่งผู้บังคับหมู่ป้องกัน มีอาการบาดเจ็บรุนแรงที่ข้อเท้าซ้ายขาด, พลทหารภาคภูมิ ไชยสุระ ในตำแหน่งพลปืนเล็กบาดเจ็บที่แขนและด้านหลัง และพลทหาร ธนันชัย ไกรวงค์ บาดเจ็บจากแรงอัดบริเวณแก้วหู

หลังเกิดเหตุ ผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งหมดถูกปฐมพยาบาลในพื้นที่ และถูกส่งต่อไปยังโรงพยาบาลทหารภาคสนาม ก่อนที่จะมีการส่งตัวจ่าสิบเอก ธานี พาหา ไปยังโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ ที่จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อการรักษาแบบเร่งด่วน

กองทัพบกชี้แจง พร้อมเตือนถึงแนวโน้มอาวุธในพื้นที่ชายแดน

พล.ต. วินธัย สุวารี โฆษกของการกองทัพบก ยืนยันว่าเหตุการณ์ เหยียบกับระเบิดที่ศรีสะเกษ สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่ามีการใช้อาวุธแอบแฝงบริเวณพื้นที่ชายแดน และเป็นการละเมิด อนุสัญญาออตตาวา โดยฝ่ายกัมพูชา

ข่าวนี้ไม่เพียงเป็นเรื่องที่สะเทือนอารมณ์ต่อบุคลากรทางทหาร แต่ยังเป็นบทสะท้อนให้สังคมไทยและนานาชาติเห็นถึงความเสี่ยงที่ยังคงเกิดขึ้น แม้ว่าจะผ่านไปหลายปีนับจากที่มีการคุยกันเรื่องสันติภาพในหลายส่วนของพื้นที่ชายแดนแล้วก็ตาม

แสดงความเคารพต่อบุคลากรเพื่อความมั่นคงของประเทศ

กองทัพบกหวังว่าเหตุการณ์เช่นนี้จะเป็น契机ในการติดตามและจัดการกับระเบิดหรือวัตถุระเบิดต่างๆ ที่อาจยังหลงเหลือจากการใช้อาวุธในอดีตอย่างจริงจัง เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบใดๆ ต่อกำลังพลและประชาชนในพื้นที่ชายแดน

เรานั้นควรตระหนักในความเสี่ยงที่ยังมี และสนับสนุนภารกิจที่เป็นประโยชน์ต่อการรักษาความมั่นคงของประเทศ ไม่ว่าจะเป็นในด้านการทหาร การแก้ปัญหาระดับนโยบาย หรือแม้แต่การให้ความรู้ต่อผู้คนในพื้นที่ใกล้เคียงที่อาจได้รับผลกระทบ

ทุกชีวิตของทหารทุกคนมีค่า ทุกย่างก้าวในพื้นที่เสี่ยงคือการปกป้องเรา และเรื่องนี้เป็นแรงเตือนภัยที่เราไม่ควรมองข้าม

  • ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมด้านความมั่นคงไทยได้ที่นี่
  • อัปเดตผลกระทบจากเหตุการณ์ เหยียบกับระเบิดที่ศรีสะเกษ อย่างใกล้ชิด

ที่มา – กองทัพบกสรุปเหตุการณ์ทหารลาดตระเวนเหยียบกับระเบิดที่ศรีสะเกษ

กองทัพพบทุ่นระเบิดสังหารบุคคล พร้อมกระสุน RPG จำนวนมาก บริเวณภูมะเขือ จ.ศรีสะเกษ ซึ่งเคยเป็นที่มั่นของทหารกัมพูชา

กองทัพพบทุ่นระเบิดสังหารบุคคล พร้อมกระสุน RPG จำนวนมาก

เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม ที่ผ่านมา ได้มีการเปิดเผยข่าวใหญ่ที่เกิดขึ้นในพื้นที่เขตความมั่นคงของไทย โดย พล.ต. วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ได้ออกมาเปิดเผยว่าเมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2568 หน่วยทหารช่างได้มีการตรวจพบทุ่นระเบิดสังหารบุคคลจำนวนหลายลูก รวมถึงอาวุธสงครามอื่นๆ จำนวนมากที่บริเวณภูมะเขือ อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งเคยเป็นพื้นที่ที่ทหารกัมพูชาใช้เป็นฐานที่มั่น

ซึ่งจากการตรวจสอบในเบื้องต้น ทีมระเบิดได้พบทุ่นระเบิดสังหารประเภท PMN-2 จำนวน 18 ลูก โดย 16 ลูกยังอยู่ในสภาพที่ไม่พร้อมระเบิด เนื่องจากยังถูกบรรจุอยู่ในกระสอบ ในขณะที่อีก 2 ลูกนั้นถูกวางไว้โดยไม่มีการฝังกลบ และอยู่ในสภาพพร้อมระเบิดทันที ซึ่งทางหน่วยได้ทำการเก็บกู้และนำอาวุธทั้งหมดออกจากพื้นที่เรียบร้อยแล้ว

บริเวณภูมะเขือ เสี่ยงภัยซ่อนเร้นเชิงความมั่นคง

ภูมะเขือถือเป็นพื้นที่ที่เคยมีความตึงเครียดทางทหารในอดีต โดยเฉพาะระหว่างไทยกับกัมพูชา ดังนั้นการพบ ทุ่นระเบิดสังหารบุคคล พร้อมกระสุน RPG จำนวนมาก จึงสร้างความน่ากังวลอย่างมาก เพราะแสดงให้เห็นถึงการวางกำลังหรือการทิ้งไว้ของอาวุธสงคราม ซึ่งอาจเป็นอันตรายกับประชาชนที่อาศัยในพื้นที่ใกล้เคียง และเป็นอุปสรรคต่อการปรับปรุงความสัมพันธ์แบบสันติระหว่างสองประเทศ

ทุ่นระเบิด PMN-2 คืออะไร?

สำหรับทุ่นระเบิด PMN-2 นั้น เป็นทุ่นระเบิดสังหารบุคคลแบบหนาแน่นที่ติดตั้งเทคโนโลยีจากระดับทหาร เน้นการทำลายศัตรูเมื่อถูกเหยียบหรือเข้าใกล้จากคู่สงคราม ซึ่งเป็นระเบิดที่ยังพบได้ในหลายพื้นที่ที่เคยมีการทับซ้อนกันทางพรมแดนและเคยเป็นฐานที่มั่นของทหารกัมพูชา

ระเบิดเป็นปัญหาที่ทั้งเร่งด่วนและรุนแรง

  • การกำจัดทุ่นระเบิดกลายเป็นหนึ่งในภารกิจที่สำคัญของกองทัพไทย
  • ทุ่นระเบิดที่ยังหลงเหลือสร้างความเสี่ยงต่อชีวิตประชาชน
  • การพบอาวุธ RPG นั้นบ่งชี้ถึงการเตรียมความพร้อมของทหารฝ่ายตรงข้าม

โฆษกของกองทัพบกยังได้เน้นย้ำว่าค่อนข้างสำคัญที่จะต้องติดตามแนวโน้มการใช้อาวุธหรือความตึงเครียดในพื้นที่ชายแดนอย่างใกล้ชิด เพราะเหตุการณ์เช่นนี้ไม่เพียงตอกย้ำถึงความยั่วยุ แต่ยังเป็นเรื่องที่เป็นอุปสรรคต่อการดำเนินมาตรการหยุดยิงและการแก้ไขปัญหาด้วยวิธีการทางสันติ ทั้งนี้แหล่งข้อมูลและหลักฐานที่ชัดเจนยิ่งแสดงถึงเจตนาที่ไม่สมส่วนระหว่างสองฝ่าย

ดังนั้น เป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่งที่เราจะต้องให้ความสำคัญกับสถานการณ์ในพื้นที่เหล่านี้ ไม่ว่าจะในฐานะสาธารณะชน หรือสื่อที่ติดตามความเคลื่อนไหวใกล้ชิด เพราะรู้เท่าทันภัยใกล้ตัวคือหัวใจสำคัญของการรักษาความมั่นคง

ที่มา – กองทัพพบทุ่นระเบิดสังหารบุคคล พร้อมกระสุน RPG จำนวนมาก บริเวณภูมะเขือ จ.ศรีสะเกษ ซึ่งเคยเป็นที่มั่นของทหารกัมพูชา

การรถไฟฯ แจ้งเหตุรถไฟด่วนพิเศษตกราง ที่สถานีกุยบุรี มีผู้บาดเจ็บ คาดกระทบรถไฟสายใต้ล่าช้าทั้งหมด

รถไฟด่วนพิเศษตกรางสถานีกุยบุรี: สรุปเหตุการณ์ล่าสุดและข้อมูลที่คุณต้องรู้

สวัสดีเพื่อนๆ ทุกคน! วันนี้เรามีข่าวด่วนจากวงการคมนาคมที่อาจกระทบต่อเพื่อนๆ ที่ใช้บริการรถไฟสายใต้ มาดูกันว่าเกิดอะไรขึ้นกับ รถไฟด่วนพิเศษตกรางสถานีกุยบุรี และเราจะรับมืออย่างไร

เมื่อเช้าวันนี้ (9 สิงหาคม เวลาประมาณ 05:15 น.) เฟซบุ๊กทีมพีอาร์การรถไฟแห่งประเทศไทยรายงานเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เมื่อขบวนรถไฟด่วนพิเศษที่ 38/46 (สุไหงโก-ลก – กรุงเทพอภิวัฒน์) จำนวน 3 ตู้ ได้แก่ ตู้ที่ 10, 11 และ 12 ตกรางบริเวณสถานีกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เหตุการณ์นี้สร้างความตื่นตระหนกให้ผู้โดยสารและส่งผลให้ระบบรถไฟสายใต้เกิดความล่าช้าทั้งหมด

สถานการณ์ล่าสุดหลังเหตุการณ์รถไฟด่วนพิเศษตกรางสถานีกุยบุรี

  • ผู้บาดเจ็บ: เจ้าหน้าที่กู้ภัยเข้าช่วยเหลือผู้บาดเจ็บนำส่งโรงพยาบาลในพื้นที่ทันที
  • การขนส่งผู้โดยสาร: จัดรถยนต์รับส่งผู้โดยสารจากตู้ที่ตกรางไปยังจุดหมายปลายทาง
  • ขบวนที่ยังเดินทางต่อ: ตู้ที่เหลือออกจากสถานีได้ตามปกติ แต่มีความล่าช้าประมาณ 1-2 ชั่วโมง

การรถไฟแห่งประเทศไทยออกแถลงการณ์ยืนยันว่าขบวนรถไฟสายใต้ยังเดินรถได้ตามปกติ แต่ทุกขบวนจะล่าช้ากว่ากำหนดเดิม ขณะนี้กำลังเร่งตรวจสอบสาเหตุและซ่อมแซมราง เพื่อนๆ ที่มีแผนเดินทางวันนี้ควรเตรียมตัวเผื่อเวลาเพิ่มเติมและติดตามข้อมูลผ่านช่องทางการรถไฟ

วิเคราะห์เบื้องหลัง: เทคโนโลยีช่วยป้องกันรถไฟตกรางได้ไหม?

ในฐานะผู้ติดตามวงการขนส่งมาหลายปี ผมขอแชร์มุมมองว่าเหตุการณ์ รถไฟด่วนพิเศษตกรางสถานีกุยบุรี สะท้อนปัญหาโครงสร้างพื้นฐานที่อาจแก้ไขได้ด้วยเทคโนโลยี เช่น

  • ระบบตรวจจับความผิดปกติด้วย AI: หลายประเทศใช้เซนเซอร์ตรวจสอบแรงสั่นสะเทือนบนรางแบบเรียลไทม์
  • แอปพลิเคชันแจ้งเตือนล่วงหน้า: การรถไฟไทยควรพัฒนาการแจ้งเตือนผ่านมือถือเมื่อเกิดเหตุขัดข้อง
  • การอัปเกรดรังวัด: รางรถไฟเก่าอาจเป็นสาเหตุหลัก ควรลงทุนเปลี่ยนเป็นรางประเภท Continuous Welded Rail (CWR)

แม้การรถไฟฯ จะมีแผนพัฒนาระบบหลายอย่าง แต่เหตุการณ์นี้ชี้ว่าความเร่งด่วนในการปรับปรุงระบบยังไม่ทันต่อความเสี่ยง ผู้โดยสารควรใช้กลยุทธ์รับมือเช่น ดาวน์โหลดแอป การรถไฟฯ เพื่อตรวจสอบสถานะขบวน หรือเตรียมเลือกเส้นทางสำรอง

เคล็ดลับสำหรับผู้โดยสารสายใต้หลังรถไฟด่วนพิเศษตกรางสถานีกุยบุรี

เพื่อไม่ให้แผนการเดินทางพัง ลองทำตามนี้:

  • โทรสอบถามข้อมูลล่าสุดที่ 1690 ตลอด 24 ชั่วโมง
  • ใช้แอปพลิเคชัน Thailand Train Ticket ตรวจสอบเวลารับ-ส่งจริง
  • เผื่อเวลารอรถอย่างน้อย 2 ชั่วโมงหากต้องเดินทางด่วน

ที่ผ่านมาผมเคยสัมภาษณ์ผู้โดยสารหลายคนที่บอกว่าการติดตามข่าวผ่านโซเชียลมีเดียการรถไฟช่วยให้พวกเขาปรับแผนได้ทันเวลา หากคุณไม่ติดตาม เพจการรถไฟฯ แนะนำให้กดติดตามไว้เลยครับ

สุดท้ายนี้ ผมขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนที่ได้รับผลกระทบ และหวังว่าการรถไฟฯ จะพัฒนาระบบความปลอดภัยให้ทัดเทียมสากลเร็วๆ นี้ หากคุณมีประสบการณ์เกี่ยวกับการเดินทางด้วยรถไฟ อย่าลืมแชร์มาคุยกันนะครับ เราสามารถช่วยกันผลักดันให้บริการสาธารณะดีขึ้นได้!

ที่มา – การรถไฟฯ แจ้งเหตุรถไฟด่วนพิเศษตกราง ที่สถานีกุยบุรี มีผู้บาดเจ็บ คาดกระทบรถไฟสายใต้ล่าช้าทั้งหมด

กรมอุตุฯ รายงานทั่วไทยยังคงมีฝนฟ้าคะนอง ช่วง 10-15 ส.ค. จะมีฝนเพิ่มขึ้นและตกหนักบางแห่ง

สวัสดีค่ะเพื่อนๆ นักอ่านทุกคน! วันนี้เรามีข่าวด่วนเกี่ยวกับสภาพอากาศมาฝาก กรมอุตุนิยมวิทยาเพิ่งออกประกาศเตือนเมื่อช่วงเช้าวันที่ 9 สิงหาคม ว่า กรมอุตุฯ รายงานทั่วไทยยังคงมีฝนฟ้าคะนอง ช่วง 10-15 ส.ค. จะมีฝนเพิ่มขึ้นและตกหนักบางแห่ง ใครที่วางแผนเดินทางหรือจัดกิจกรรมกลางแจ้งช่วงนี้ต้องเตรียมตัวให้ดีนะ

กรมอุตุฯ รายงานทั่วไทยยังคงมีฝนฟ้าคะนอง ช่วง 10-15 ส.ค. จะมีฝนเพิ่มขึ้นและตกหนักบางแห่ง

ตามรายงานล่าสุดระบุว่ามรสุมตะวันตกเฉียงใต้มีกำลังปานกลางพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ทั่วประเทศไทย และอ่าวไทย ส่งผลให้เกิดฝนฟ้าคะนองขึ้นได้ในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะช่วงวันที่ 10-15 สิงหาคมนี้ ที่คาดว่าปริมาณฝนจะเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน แถมยังมีฝนตกหนักถึงหนักมากในบางจุด สำหรับคนใช้บริการแอปพลิเคชันติดตามอากาศ ช่วงนี้กราฟิกแจ้งเตือนสีฟ้า-สีแดงคงขึ้นหน้าจอบ่อยเป็นพิเศษเลยค่ะ

สิ่งที่น่ากังวลคือ คลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนสูงประมาณ 1-2 เมตร และในช่วงที่มีฝนฟ้าคะนอง คลื่นอาจแรงเกิน 2 เมตร ดังนั้นชาวเรือทุกท่านควรหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณเสี่ยง และตรวจสอบสภาพอากาศผ่านระบบแจ้งเตือนล่วงหน้าอย่างน้อย 2 ชั่วโมงก่อนออกทะเล ใครที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวทางเรือช่วงหน้าฝน การเลือกแพลนแบบยืดหยุ่นน่าจะปลอดภัยที่สุด

เตรียมตัวรับมืออย่างไรให้ปลอดภัย

  • ตรวจสอบแอปพยากรณ์อากาศทุกวัน – แอปพลิเคชันเช่น Weather Thailand หรือ ThaiWeather มีระบบแจ้งเตือนแบบ Real-time ช่วยให้คุณปรับแผนได้ทัน
  • พกเสื้อกันฝนแบบพับได้ – ไอเทม must-have สำหรับคนทำงานออฟฟิศหรือสายเที่ยว ช่วงนี้ฝนตกลงมาไม่ทันตั้งตัวบ่อยมาก
  • หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่ง เมื่อเห็นฟ้าผ่า – สถิติแสดงว่า 80% ของผู้ตกเป็นเหยื่อฟ้าผ่า อยู่ในบริเวณที่เปิดโล่งโดยไม่มีที่กำบัง

สำหรับพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีโอกาสเกิดฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30 ของพื้นที่ อุณหภูมิระหว่าง 25-37 องศาเซลเซียส ส่วนภาคตะวันออกและภาคใต้ฝั่งตะวันตกต้องจับตาเป็นพิเศษ เพราะอาจเจอฝนตกหนักถึงหนักมาก หลายจังหวัดเตรียมแผนรับน้ำท่วมขังแล้ว โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มใกล้แม่น้ำ

เราสังเกตเทรนด์การค้นหาคำว่า “ฝนตกหนัก 10-15 ส.ค.”
ใน Google พุ่งสูงถึง 200% เมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อน แสดงว่าประชาชนเริ่มตื่นตัวเรื่องการเตรียมตัว แต่อย่าลืมว่าการรับข้อมูลจากแหล่งอย่างเป็นทางการอย่างกรมอุตุนิยมวิทยาสำคัญกว่าการแชร์ข่าวลือในโซเชียลมีเดีย จริงไหมคะ?

ที่ผ่านมาเรามักเห็นว่าช่วงมรสุมแบบนี้ ผู้คนมักชะล่าใจเพราะคิดว่า “เคยผ่านมานับครั้งไม่ถ้วน” แต่สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงรุนแรงขึ้นทุกปี ปีนี้ กรมอุตุฯ รายงานทั่วไทยยังคงมีฝนฟ้าคะนอง ช่วง 10-15 ส.ค. จะมีฝนเพิ่มขึ้นและตกหนักบางแห่ง ไม่ใช่แค่คำเตือนธรรมดา แต่เป็นข้อมูลที่ต้องนำไปปรับใช้จริง ช่วยแชร์ข้อมูลนี้ให้คนในครอบครัวได้รับทราบ หรือตั้งค่าแจ้งเตือนในสมาร์ทโฟนเพื่อไม่ให้พลาดการอัปเดตล่าสุด

สุดท้ายนี้ อยากให้ทุกคนเข้าใจว่าเทคโนโลยีพยากรณ์อากาศปัจจุบันแม่นยำกว่าแต่ก่อนมาก ลองใช้คุณสมบัติ “ฝนจะตกเมื่อไหร่ในอีก 1 ชั่วโมงข้างหน้า” ในแอปพลิเคชันนำทาง เช่น Google Maps ช่วยให้คุณตัดสินใจเลือกเส้นทางได้ดีขึ้น อย่าเสี่ยงไปฝ่าสายฝนแบบไม่จำเป็น ความปลอดภัยของคุณสำคัญที่สุด!

ที่มา – กรมอุตุฯ รายงานทั่วไทยยังคงมีฝนฟ้าคะนอง ช่วง 10-15 ส.ค. จะมีฝนเพิ่มขึ้นและตกหนักบางแห่ง

Citizen Toxie ที่สุดของ Troma!

Lloyd Kaufman บอสใหญ่แห่ง Troma ได้ออกมาพูดถึง The Toxic Avenger ของ Macon Blair ซึ่งเป็นการตีความใหม่ที่เปี่ยมไปด้วยจิตวิญญาณของภาพยนตร์คัลท์คลาสสิกปี 1984 ของสตูดิโอ ที่พร้อมจะฉายรังสีสู่คนรุ่นใหม่เมื่อ ภาพยนตร์เข้าฉายในโรงภาพยนตร์ ในเดือนนี้ แต่เมื่อ io9 ได้มีโอกาสพูดคุยกับ Kaufman ที่งาน San Diego Comic-Con เมื่อเร็ว ๆ นี้ เราก็อดไม่ได้ที่จะถามว่า หลังจากดูภาพยนตร์ของ Blair แล้ว แฟน ๆ ที่เพิ่งเริ่มติดตาม Troma ควรจะหันไปดูภาพยนตร์เรื่องไหนในคลังภาพยนตร์ Troma อันกว้างใหญ่เป็นเรื่องต่อไป

Kaufman ตอบโดยไม่ลังเลว่า “ภาพยนตร์ Toxic Avenger ภาคที่สี่, Citizen Toxie ครับ” “มันเกี่ยวข้องกับการทำแท้ง เกี่ยวข้องกับการกราดยิงในโรงเรียน [สิ่งแวดล้อม]—มันเกี่ยวข้องกับทุกสิ่งที่ชาวอเมริกันภาคภูมิใจได้ในตอนนี้ มันถูกสร้างขึ้นในปี 2000 มันมีอายุ 25 ปี [และ] สิ่งเหล่านั้นทั้งหมดก็ยังคงเลวร้ายยิ่งกว่าเดิม”

ไม่กี่นาทีต่อมา เขาย้ำถึง Citizen Toxie โดยกล่าวว่าหลังจากภาพยนตร์เรื่องใหม่ของ Blair แล้ว “มันเป็นเรื่องที่ดีที่สุดครับ ผมชอบเรื่องนั้นที่สุด”

Kaufman กำกับและร่วมเขียนบทภาพยนตร์เรื่องนี้—ชื่อเต็มคือ Citizen Toxie: The Toxic Avenger IV—ซึ่งเริ่มต้นด้วยผู้บรรยายที่ฟังดูคุ้นเคยอย่างน่าสงสัย (Stan Lee เพื่อนของ Kaufman) สรุปภาพยนตร์ต้นฉบับ ขอโทษสำหรับภาพยนตร์ “เน่า” สองเรื่องที่ตามมา และถ่ายทอดความมั่นใจอย่างหนักแน่น โดยได้รับการสนับสนุนจากข้อความบนหน้าจอว่า “นี่คือภาคต่อที่แท้จริง”

เมื่อจัดการเรื่องนั้นเรียบร้อยแล้ว เราก็เข้าสู่การโจมตีที่เท่าเทียมกัน หากมีสิ่งใดทำให้คุณถอยหนี ขยะแขยง หรือทั้งสองอย่าง เพียงแค่อดทน เพราะสิ่งที่น่ารังเกียจและน่ากลัวยิ่งกว่ากำลังจะเกิดขึ้นในอีก 30 วินาทีต่อมา แนวทางทั้งหมดของ Troma คือการกำหนดเป้าหมายไปที่สิ่งที่ฉ่ำที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ในขณะเดียวกันก็ล้อเลียนทุกคนและทุกสิ่ง และใช้ไฟเป่าไปยังสิ่งใดก็ตามที่คล้ายกับความถูกต้องทางการเมือง

มีโครงเรื่องที่ขับเคลื่อนเรื่องตลกที่รวดเร็วทั้งหมดซึ่งทาด้วยรสชาติที่ไม่ดีอย่างจงใจ ภาพยนตร์เริ่มต้นที่ “โรงเรียนโทรมาวิลล์สำหรับผู้พิเศษมาก” ใน “วันพาชาวเม็กซิกันไปทานอาหารกลางวัน” เมื่อกลุ่มทารกผู้ใหญ่ที่ถือปืนบุกเข้ามาและเริ่มสังหารนักเรียน นี่เป็นข้ออ้างสำหรับเรื่องตลกเกี่ยวกับอึ การคลำลามกอนาจาร การเปลือยกายโดยไม่จำเป็น ความรุนแรงที่น่าตกใจ การแสดงที่เกินจริง…และอีกมากมาย ซึ่งทั้งหมดนี้ดำเนินต่อไปตลอดทั้งเรื่อง เมื่อคำนึงว่าการกระตุ้นปฏิกิริยาตอบสนองโดยสัญชาตญาณคือประเด็นสำคัญ คุณสามารถตัดสินใจได้ทันทีว่าคุณสามารถทนกับส่วนที่เหลือได้หรือไม่

อย่างไรก็ตาม หากคุณตัดสินใจที่จะอยู่ต่อ คุณจะได้เห็นฉากที่ฉลาดอย่างน่าประหลาดใจ: เมื่อโรงเรียนระเบิด Toxie (ที่รีบเข้าไปช่วยเหลือทุกคน) และนักเรียน “พิเศษมาก” สองคนลงเอยในจักรวาลคู่ขนาน มันคือ “อมอร์ทวิลล์” แทนที่จะเป็น “โทรมาวิลล์” และหากนั่นเป็นสิ่งที่เกินความเข้าใจ บางคนที่คุณอาจเคยได้ยินชื่อว่า James Gunn แวะมาเลียนแบบ Stephen Hawking (ตัวละครของเขาชื่อ “Flem Hocking”) และพ่นคำอธิบายฟิสิกส์เทียมออกมามากมาย

ในขณะที่ Toxie ซุ่มซ่ามไปทั่วในโลกที่แย่กว่าเดิมของความเป็นจริงของเขาเอง “Noxie”—คำย่อของ Noxious Offender—ปรากฏตัวในโทรมาวิลล์แทนที่เขา ความวุ่นวายเกิดขึ้น พวกนาซีท้องถิ่นต่างปลาบปลื้ม และ Citizen Toxie ก็ทำตามชื่อเรื่องโดยการมอบภาพยนตร์ข่าวขาวดำของตัวเองให้กับ Noxie ซึ่งคลี่คลายเหมือนกับ Citizen Kane ที่เสื่อมทรามกว่ามาก นอกจากนี้ เรายังได้รับการเปลี่ยนแปลงตัวละครที่น่าขบขันในแต่ละจักรวาล รวมถึง “ซูเปอร์ฮีโร่” Troma ที่เคราะห์ร้ายหลายคน ตลอดเวลา Noxie ผู้ชั่วร้ายก่อให้เกิดการทำลายล้างมากเท่าที่เขาจะทำได้ และ Toxie พยายามอย่างกระตือรือร้นที่จะกลับบ้าน ซึ่งเป็นงานที่ต้องได้รับการกระตุ้นจาก The Wizard of Oz เพื่อให้สำเร็จ

ในที่สุด ทั้งสองก็เผชิญหน้ากันโดยใช้ไม้ม็อบที่ฟังดูเหมือนไลท์เซเบอร์ของ Star Wars อย่างน่าประหลาดใจ แต่คุณอาจจะหมดแรงก่อนถึงตอนจบ ซึ่งมี Kaufman มาเป็นดารารับเชิญ (หลังจากภาพยนตร์ที่เต็มไปด้วยพวกเขา นอกเหนือจาก Lee และ Gunn แล้ว ยังมี Eli Roth, Lemmy แห่ง Motorhead, Ron Jeremy ดาราหนังโป๊, Corey Feldman และอาจจะมีอีก) และถึงแม้ว่าคุณจะเพลิดเพลินกับเรื่องตลก Citizen Toxie ก็อาจทำให้เกิดความขุ่นเคืองใจอย่างแท้จริง สำหรับฉัน ฉากลากเหยียดผิว—ซึ่งจำลองอาชญากรรมจากความเกลียดชังที่ผู้ชมในปี 2000 จะต้องจำได้อย่างแน่นอน—ผลักดันสิ่งต่าง ๆ ไปไกลเกินไป ถึงแม้ว่าในบริบทนี้หัวของผู้ที่ตกเป็นเหยื่อของการฆาตกรรมที่ตั้งใจไว้จะรอดชีวิตและกลายเป็นการเพิ่มเสน่ห์ให้กับนักแสดงสมทบก็ตาม

ยอมรับว่าไม่มีอะไรลึกซึ้งมากมายที่นี่ และแน่นอนว่าไม่มีความแตกต่างกันเลย แต่ภายใต้ของเหลวในร่างกายหลายแกลลอน มีความโกลาหลที่มีจิตวิญญาณอิสระบางอย่างที่นำทางแนวทางของ Troma สตูดิโอไม่ได้พยายามที่จะ “เป็นเจ้าของ” ผู้ชมที่อ่อนไหว หรือต่อต้านความตื่นตัว ซึ่งเป็นแนวคิดที่ไม่มีอยู่จริงในปี 2000 เหนือสิ่งอื่นใด มันมุ่งมั่นที่จะสร้างความบันเทิง โดยใช้เส้นทางที่หยาบคายที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้เพื่อให้บรรลุเป้าหมายนั้น

และในขณะที่ Citizen Toxie เต็มไปด้วยเรื่องตลกและภาพเหมารวมที่น่ารังเกียจ วีรบุรุษที่ผิดรูปของมันก็พยายามที่จะเป็นคนดีอย่างแท้จริง นั่นคือสิ่งที่ถ่ายทอดไปยัง Toxie Avenger เรื่องใหม่ ซึ่งอัปเดตคุณสมบัติที่ล้าสมัยกว่าของ Troma ในวิธีที่ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ส่งผลให้ภาพยนตร์ที่ฉลาดกว่าหยาบคาย (แต่ก็ยังหยาบคายเมื่อจำเป็นต้องเป็น) ภาพยนตร์ทั้งสองเรื่องยังมีข้อคิดสำคัญบางประการร่วมกัน: อย่าเป็นคนงี่เง่า ยืนหยัดเพื่อสิ่งที่คุณเชื่อมั่นและต่อสู้เพื่อผู้ที่ไม่สามารถทำได้ และยอมรับสิ่งที่ทำให้คุณแปลกและแตกต่าง—เช่นการเป็นแฟน Troma ตัวอย่างเช่น

Citizen Toxie: The Toxic Avenger IV สตรีมมิ่งฟรีบน Prime Video และยังมีให้บริการบนสตรีมเมอร์ของ Troma เอง Troma Now The Toxic Avenger เข้าฉายในโรงภาพยนตร์ 29 สิงหาคม

ต้องการข่าว io9 เพิ่มเติมหรือไม่? ตรวจสอบว่าเมื่อใดควรคาดหวัง Marvel, Star Wars และ Star Trek ล่าสุด สิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปสำหรับ DC Universe บนภาพยนตร์และโทรทัศน์ และทุกสิ่งที่คุณจำเป็นต้องรู้เกี่ยวกับอนาคตของ Doctor Who

Citizen Toxie ที่สุดของ Troma!

ทำไม Citizen Toxie ถึงเป็นที่สุดของ Troma?

Citizen Toxie ไม่ใช่แค่หนังตลก แต่มันคือการสะท้อนสังคมที่กัดจิก เสียดสี และบ้าคลั่งในแบบที่ Troma เท่านั้นที่ทำได้ หากคุณพร้อมเปิดใจรับความขยะแขยง และมองข้ามความไม่เหมาะสมทั้งหลายสิ่ง คุณอาจพบว่าตัวเองกำลังหัวเราะให้กับความกล้าบ้าบิ่นของหนังเรื่องนี้

โดยรวมแล้ว Citizen Toxie เป็นประสบการณ์ที่ยากจะลืมเลือน ไม่ว่าจะในแง่ดีหรือร้าย มันคือ Troma ในแบบที่ Troma ที่สุด และหากคุณกำลังมองหาภาพยนตร์ที่จะท้าทายความรู้สึกและศีลธรรมของคุณ Citizen Toxie อาจเป็นสิ่งที่คุณกำลังมองหา

ที่มา – ‘Citizen Toxie’ Is Troma at Its Filthy, Disgusting, Overtly Offensive BestReleased in 2000, the fourth ‘Toxic Avenger’ movie riffs on ‘Citizen Kane,’ ‘The Wizard of Oz,’ and ‘Star Wars’ in a gleeful puddle of bodily fluids and bad taste.

หนัง DC ในฝัน Zach Cregger กับ Batman

Zach Cregger กำลังจะมีผลงาน Weapons ออกฉายสุดสัปดาห์นี้ แต่ดูเหมือนว่าเขาจะไม่เคยหยุดทำงานเลย นอกเหนือจากที่เขากำลังทำ Resident Evil ภาคลใหม่ แล้ว เขายังมีไอเดียสำหรับ DC Studios ที่เราได้รู้รายละเอียดเพิ่มเติมกันแล้ว

จากจดหมายข่าว Heat Vision ของ Hollywood Reporter ระบุว่าหนัง DC ของ Cregger ในตอนนี้ใช้ชื่อว่า Henchman เรื่องย่อคืออะไร? แหล่งข่าวบอกว่าลูกกระจ๊อกปลายแถวใน Gotham City สามารถโค่น Batman ได้ด้วย “โชคช่วย” หลังจากนั้นเขาก็กลายเป็นที่พูดถึงในหมู่ซูเปอร์วายร้าย นอกจากนี้ Batman อาจจะปรากฏตัว “สั้นๆ” ในหนัง เช่นเดียวกับ Harley Quinn และ Joker

ถึงแม้ว่า Cregger เคยพูดถึงโปรเจกต์ “ที่เกี่ยวข้องกับ Batman” ที่เขา อยากทำมาหลายปีแล้ว แต่ก็ต้องบอกว่า Henchman ยังไม่ได้อยู่ในขั้นตอนการพัฒนาใดๆ ทั้งสิ้น โครงการนี้ยังไม่ได้ถูกนำเสนออย่างเป็นทางการ แต่ James Gunn และ Peter Safran รับรู้ว่าเขาสนใจร่วมงานกับพวกเขา

แต่ลองกลับมาดูที่เนื้อเรื่องกันอีกครั้ง แฟนๆ Bat-fans หลายคนอาจจะรู้สึกคุ้นเคย เพราะมันคือพล็อตเรื่องของ “The Man Who Killed Batman” ตอนหนึ่งของ Batman: The Animated Series เกี่ยวกับ Sid สมาชิกแก๊งค์กระจอกที่กลายเป็นผู้รับผิดชอบต่อการตายของอัศวินรัตติกาล ทำให้เขากลายเป็นดาวดังในวงการอาชญากรรม Joker และ Harley มีบทบาทสำคัญในตอนนี้ ซึ่งเชื่อมโยงเข้ากับ Henchman ความท้าทายที่แท้จริงคือตอนนี้ WB ยังไม่มีนักแสดงที่จะมารับบท Batman หรือ Joker และถึงแม้ว่า Margot Robbie อาจจะกลับมารับบท Harley อีกครั้ง ก็ยังต้องรอดูกันต่อไปว่าโปรเจกต์นี้จะเป็นเรื่องราวในสไตล์ Elseworlds หรือจะถูกพิจารณาว่าเป็นส่วนหนึ่งของ DC Studios นอกจากนี้อาจมีข้อจำกัดในการใช้วายร้ายบางตัว เพราะบางตัวอาจจะไปปรากฏตัวใน The Batman Part II หรือภาคต่อในอนาคต และ WB ไม่ต้องการสร้างความสับสนโดยการมีตัวละครซ้ำซ้อนระหว่างวิสัยทัศน์ของ Gotham และสิ่งที่ DCU วางแผนไว้สำหรับ The Brave and the Bold

หาก Cregger และ DC Studios ได้พบกัน เราอาจจะได้เห็นหนังที่เกี่ยวข้องกับ Batman เพิ่มขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้ ร่วมกับ Clayface, Dynamic Duo, และ Teen Titans

หนัง DC ในฝัน Zach Cregger กับ Batman

ความเป็นไปได้ของหนัง DC ในฝัน Zach Cregger กับ Batman

Zach Cregger มีไอเดีย หนัง DC ในฝัน Zach Cregger กับ Batman ที่น่าสนใจ โดยนำเสนอเรื่องราวจากมุมมองของลูกกระจ๊อกใน Gotham City ที่บังเอิญโค่น Batman ได้สำเร็จ ซึ่งเป็นพล็อตที่คล้ายกับตอนหนึ่งของ Batman: The Animated Series แต่คำถามคือ Warner Bros. จะอนุมัติโปรเจกต์นี้หรือไม่ และ หนัง DC ในฝัน Zach Cregger กับ Batman จะเป็นส่วนหนึ่งของจักรวาล DC หรือเป็นเรื่องราว Elseworlds กันแน่?

การที่ James Gunn และ Peter Safran รับรู้ถึงความสนใจของ Cregger ถือเป็นสัญญาณที่ดี อย่างไรก็ตาม ยังมีอุปสรรคอีกหลายอย่างที่ต้องก้าวข้ามไป ทั้งเรื่องของนักแสดง บท และการวางตำแหน่งของหนังในจักรวาล DC ที่กำลังจะเกิดขึ้น

ถึงแม้ว่าอนาคตของ หนัง DC ในฝัน Zach Cregger กับ Batman ยังไม่แน่นอน แต่ไอเดียนี้ก็แสดงให้เห็นถึงความคิดสร้างสรรค์และมุมมองที่แตกต่างในการนำเสนอเรื่องราวของ Batman ซึ่งอาจเป็นสิ่งที่ DC ต้องการเพื่อสร้างความสดใหม่ให้กับจักรวาลของพวกเขา

อยากอ่านข่าว io9 เพิ่มเติมไหม? เช็คกำหนดการฉายล่าสุดของ Marvel, Star Wars, และ Star Trek, เรื่องต่อไปของ DC Universe บนจอภาพยนตร์และทีวี, และทุกสิ่งที่คุณต้องรู้เกี่ยวกับอนาคตของ Doctor Who

ที่มา – Zach Cregger’s Dream DC Movie Would Take After a Great ‘Batman’ EpisodeIf Cregger gets his way, his desired DC film ‘Henchman’ could see a Gotham goon rise up after taking down the Batman… or did he?