ผู้เขียน: lalika69_admin

ธปท. เร่งปรับวิธีอายัดบัญชีม้า กระทบบัญชีประชาชนสุจริต

เมื่อเร็ว ๆ นี้ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ออกมาชี้แจงถึงกรณีการอายัดบัญชีที่เกี่ยวข้องกับ ‘บัญชีม้า‘ ซึ่งถือเป็นปัญหาที่กำลังได้รับความสนใจอย่างมากในช่วงนี้ โดย ดารณี แซ่จู ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายกำกับระบบการชำระเงินและคุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน ระบุว่า การดำเนินการอายัดบัญชีจะมีผลเฉพาะกับบัญชีที่อยู่ในเส้นทางการโอนเงินจากบัญชีม้าเท่านั้น

ธปท. เร่งปรับวิธีอายัดบัญชีม้า กระทบบัญชีประชาชนสุจริต

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ ศูนย์ปฏิบัติการเพื่อป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ศปอท.) ได้ร่วมมือกับธนาคารพาณิชย์หลายแห่งในการติดตามเส้นทางการเงิน เพื่อระงับและกักเงินที่เชื่อมโยงกับบัญชีม้า ส่งผลให้บัญชีของประชาชนจำนวนมากซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดก็ถูกระงับการใช้งานไปด้วย

ความกังวลในกรณีดังกล่าวทำให้ ธปท. ต้องเร่งประชุมร่วมกับ ศปอท. และธนาคารพาณิชย์ เพื่อหาแนวทางใหม่ในการดำเนินการ ทั้งในเรื่องของวิธีการอายัดบัญชี การปลดอายัด และกระบวนการตรวจสอบ เพื่อให้ลดผลกระทบกับประชาชนที่ไม่เกี่ยวข้อง และยังช่วยให้การสืบสวนงานมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

แนวทางใหม่จะเริ่มใช้ทันทีหลังจากประชุมเสร็จสิ้น

จากการหารือเบื้องต้นในที่ประชุม ได้มีมติร่วมกันว่าจะต้องมีการปรับแนวทางการดำเนินงานใหม่ เพื่อให้สามารถระบุบัญชีเป้าหมายได้แม่นยำยิ่งขึ้น และลดการกระทบกับบัญชีอื่น ๆ ที่ไม่เกี่ยวข้อง ซึ่งรายละเอียดเพิ่มเติมจะถูกกำหนดในที่ประชุมอย่างเป็นทางการในวันที่ 14 กันยายน 2567 ที่จะถึงนี้

สำหรับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการระงับบัญชีแบบผิดพลาด ก็สามารถติดต่อขอปลดระงับผ่านศูนย์ AOC โดยโทรไปที่หมายเลข 1441 ต่อ 2 ได้ทันที เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถตรวจสอบและดำเนินการตามความเหมาะสมได้โดยตรง

สรุปประเด็นที่น่าจับตา

  • ธปท. ได้ตระหนักถึงปัญหาที่เกิดขึ้นและเตรียมปรับวิธีการทำงาน
  • ประชาชนที่ได้รับผลกระทบสามารถแจ้งขอปลดระงับบัญชีได้เองที่ 1441 ต่อ 2
  • แนวทางใหม่จะเริ่มใช้ผลทันทีหลังการประชุมรอบสุดท้ายในวันพรุ่งนี้

การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ถือว่าเป็นข่าวดีสำหรับประชาชนทั่วไปที่อาจเคยได้รับผลกระทบจากการดำเนินการของหน่วยงาน ซึ่งความจริงแล้วไม่ได้ก่อให้เกิดปัญหาใด ๆ ต่อระบบ แต่กลับถูกสายตากฎระเบียบมองข้ามไป

ในแง่ของความปลอดภัยทางการเงินและการป้องกันอาชญากรรมในโลกยุคดิจิทัล การตรวจสอบให้ถูกจุดและแม่นยำยิ่งขึ้นเป็นสิ่งสำคัญ แต่ยังคงไม่ควรถอนความเป็นธรรมของผู้ใช้บริการธรรมดา ๆ ออกจากการดำเนินงาน

หากคุณเป็นหนึ่งในผู้ได้รับผลกระทบจากการระงับบัญชี อย่าเพิ่งตื่นตระหนก ลองโทรไปที่สายด่วน 1441 ต่อ 2 เพื่อขอข้อมูลและความช่วยเหลือเพิ่มเติม คุณอาจได้คืนสิทธิ์ความเคลื่อนไหวทางการเงินของตนเองได้ภายในไม่กี่วัน

ที่มา – ธปท. ถกด่วนพรุ่งนี้ เร่งปรับวิธีอายัดบัญชีม้า หลังกระทบบัญชีประชาชนสุจริต

“The Strangers: Chapter 2” กับเกมซ่อนหา

คุณอาจจะยังไม่รู้ แต่เรากำลังจะได้รับชม The Strangers: Chapter 2 ในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้าแล้ว! เพื่อกระตุ้นความสนใจในภาพยนตร์เรื่องนี้ Lionsgate ได้ปล่อยคลิปจากช่วงเริ่มต้นของภาพยนตร์ ซึ่งจะดำเนินเรื่องต่อจาก Chapter 1 ที่ฉายไปเมื่อปี 2024

ตอนที่เราจากกันไป มายา (Madelaine Petsch) รอดชีวิตจากการโจมตีของเหล่าฆาตกร The Strangers ที่ทำให้ ไรอัน แฟนหนุ่มของเธอเสียชีวิต และเธอได้พักฟื้นในโรงพยาบาล แต่ก่อนที่เธอจะได้กังวลเกี่ยวกับค่ารักษาพยาบาล เธอก็พบว่าตัวเองยังไม่ปลอดภัยจากเหล่าฆาตกรสวมหน้ากาก ทำให้เธอต้องดิ้นรนเพื่อหลีกเลี่ยงพวกมันทุกวิถีทาง รวมถึงการซ่อนตัวอยู่ในห้องเก็บศพ

ในการให้สัมภาษณ์กับ Entertainment Weekly Petsch กล่าวถึงบทต่อไปในเรื่อง The Strangers ว่าจะนำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับเมือง Venus รัฐโอเรกอน มากขึ้น เหตุการณ์ในภาคต่อนี้จะครอบคลุม “เกือบทั้งหมด” ของเมือง นักแสดงกล่าว และจะเจาะลึกไปที่ ประชากรในเมืองประมาณ 15 คน เพื่อทำความเข้าใจว่า Venus กลายมาเป็นแบบนี้ได้อย่างไร ตัวละครที่น่าสนใจสองตัวคือ เกรกอรี่ (Gabriel Basso) เพื่อนร่วมห้องของมายาในโรงพยาบาล และ Danica (Brooke Lena Johnson) พยาบาลที่ดูแลพวกเขาทั้งคู่

Petsch กล่าวถึงคุณค่าของแฟรนไชส์ Strangers ว่าเป็นเรื่องของฆาตกรที่เป็น “คนจริงๆ ที่ต้องการฆ่าคุณ” และกล่าวว่าพวกเขาจะได้รับการขยายความมากขึ้นใน Chapter 2 สิ่งที่ Lionsgate เก็บเป็นความลับคือสิ่งที่มายาต้องเผชิญ จะส่งผลกระทบต่อเธอ “ทางจิตใจ อารมณ์ และร่างกาย เราช่วยให้ผู้ชมได้เห็นสิ่งนั้นโดยแสดงมุมมองของเธอและการตั้งคำถามกับความเป็นจริง เพราะเธอเหนื่อยมาก…เธอเริ่มที่จะสูญเสียการยึดเหนี่ยวกับความเป็นจริง”

นี่คือภาพยนตร์ “สยองขวัญที่ขับเคลื่อนด้วยตัวละคร” Petsch กล่าว และยังบอกอีกว่า Chapter 3 ที่สร้างไว้แล้ว อาจจะ “เปลี่ยน [มายา] ให้กลายเป็นฆาตกร เมื่อทั้งสามภาคออกมาและผู้คนได้ดู พวกเขาจะได้รับความพึงพอใจที่พวกเขากำลังมองหา” เราจะได้เห็นว่ามันจะเป็นอย่างไรเมื่อภาพยนตร์ “The Strangers: Chapter 2” เข้าฉายในโรงภาพยนตร์วันที่ 26 กันยายนนี้

เตรียมพบกับ “The Strangers: Chapter 2”

เมื่อพูดถึงภาพยนตร์สยองขวัญที่สร้างความกดดันและระทึกขวัญ “The Strangers: Chapter 2” ดูเหมือนว่าจะตอบโจทย์ได้อย่างลงตัว ด้วยเรื่องราวที่สานต่อจากภาคแรกและตัวละครที่ต้องเผชิญหน้ากับความหวาดกลัวอย่างต่อเนื่อง ภาพยนตร์เรื่องนี้จึงเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่คอหนังแนวนี้ไม่ควรพลาด

ทำไมต้องดู “The Strangers: Chapter 2”

  • เรื่องราวที่ต่อเนื่องและเข้มข้น: ภาพยนตร์สานต่อเรื่องราวจากภาคแรก ทำให้ผู้ชมได้ติดตามชีวิตของมายาและการต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอด
  • ตัวละครที่น่าติดตาม: การพัฒนาตัวละครของมายาและตัวละครใหม่ๆ ในเมือง Venus ที่จะช่วยขยายจักรวาลของ The Strangers
  • ความสยองขวัญที่สมจริง: ภาพยนตร์เน้นที่ความสยองขวัญที่มาจากคนธรรมดาที่ต้องการฆ่า ทำให้ผู้ชมรู้สึกกดดันและหวาดกลัว

หากคุณกำลังมองหาภาพยนตร์สยองขวัญที่เข้มข้นและน่าติดตาม “The Strangers: Chapter 2” คือตัวเลือกที่คุณไม่ควรพลาด เตรียมตัวของคุณให้พร้อมสำหรับการเผชิญหน้ากับความหวาดกลัวที่กำลังจะมาถึงในวันที่ 26 กันยายนนี้

สิ่งที่น่าสนใจคือ การที่ Petsch บอกว่า Chapter 3 อาจเปลี่ยน Maya ให้กลายเป็นฆาตกรเอง ซึ่งเป็นการเปิดประเด็นที่น่าติดตามว่า เรื่องราวจะดำเนินไปในทิศทางใด และอะไรคือสิ่งที่ผลักดันให้ตัวละครต้องเปลี่ยนแปลงไปถึงขนาดนั้น การรอชมทั้งสามภาคเพื่อที่จะได้เห็นภาพรวมที่สมบูรณ์จึงเป็นสิ่งที่น่าจะคุ้มค่าสำหรับแฟนๆ ของภาพยนตร์ชุดนี้อย่างแน่นอน

ที่มา – ‘The Strangers: Chapter 2’ Opening Is a Game of Hide and SeekDid you forget ‘The Strangers: Chapter 2’ was coming out soon? This new look at the film sure hopes you doesn’t!

Spotify ไม่อยากให้คุณขายข้อมูลเองเพื่อกำไร

Spotify ไม่เคยปิดบังความจริงที่ว่าข้อมูลผู้ใช้จำนวนมหาศาลที่เก็บรวบรวมเป็นส่วนสำคัญของสูตรลับของบริษัท ตั้งแต่เพลย์ลิสต์ Discover Weekly ที่ออกแบบสำหรับผู้ใช้แต่ละราย ไปจนถึงกิจกรรมประจำปีอย่าง Spotify Wrapped แต่บริษัทที่ทำทุกวิถีทางเพื่อดึงให้ผู้คนฟังเพลงเป็นเวลานาน ๆ และขายโฆษณาโดยอิงจากข้อมูลผู้ใช้ คงไม่ชอบใจนักหากคุณจะนำสูตรลับนั้นไปบรรจุขวดและขายต่อเพื่อผลกำไรส่วนตัว จากรายงานของ Ars Technica พบว่ามีผู้ใช้กลุ่มหนึ่งทำเช่นนั้นเพื่อหวังผลกำไรเล็กน้อย ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้กับบริษัทเป็นอย่างมาก

ผู้ใช้ Spotify มากกว่า 18,000 รายเข้าร่วมกลุ่มที่ชื่อว่า Unwrapped ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อให้ผู้ใช้ดังกล่าวสามารถสร้างรายได้จากข้อมูลของตนเองโดยการขายให้กับบุคคลที่สาม พวกเขาพบผู้ซื้อบน Vana ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มสตาร์ทอัพที่อนุญาตให้ผู้คนขายข้อมูลให้กับบริษัทที่สร้างแบบจำลอง AI แนวคิดคือผู้ใช้สามารถรับเงินสดได้โดยตรงจากการขายแหล่งข้อมูลที่ยังไม่ได้ใช้ประโยชน์ ซึ่งรวมถึงสิ่งต่างๆ เช่น ข้อความส่วนตัวจาก Twitter, Reddit และ Telegram และในกรณีนี้คือข้อมูลประวัติการฟังจาก Spotify

ผู้ใช้ได้ลงมติผ่านองค์กรปกครองตนเองแบบกระจายอำนาจ (DAO) ว่าจะทำการขายหรือไม่ โดย 99.5% ของผู้ลงคะแนนเสียงมากกว่า 10,000 รายอนุมัติ ตามรายงานของ Ars Technica ในท้ายที่สุด พวกเขาได้ขายข้อมูลความชอบของศิลปินที่ดึงมาจากโปรไฟล์ Spotify ของตนเองให้กับบริษัทที่ชื่อว่า Solo AI ซึ่งทำการตลาดตัวเองว่าเป็นแพลตฟอร์มเพลงที่ขับเคลื่อนด้วย AI มีรายงานว่าผู้ใช้ได้รับเงิน 55,000 ดอลลาร์สำหรับกลุ่มข้อมูล ซึ่งถูกแบ่งให้กับพวกเขาและแจกจ่ายผ่านโทเค็น cryptocurrency กำไรสุดท้ายสำหรับแต่ละคน: ประมาณ 5 ดอลลาร์

หากคุณนำปัจจัยเรื่องความยุ่งยากในการเก็บข้อมูลและแลกเปลี่ยน crypto มาคิดด้วย คุณอาจคิดว่ามันคุ้มค่าหรือไม่ แต่ที่น่าสนใจคือมันเป็นการพิสูจน์แนวคิด ตอนนี้ แนวคิดนั้นดีหรือไม่ เป็นอีกคำถามหนึ่ง Electronic Frontier Foundation เตือน ว่าการขายข้อมูลของคุณเองไม่ได้ช่วยแก้ไขความไม่สมดุลระหว่างอำนาจที่บริษัทต่างๆ ถือครองอยู่ซึ่งเก็บรวบรวมและทำเงินจากข้อมูลผู้ใช้ และผู้ใช้ที่ถูกสอดส่องและสร้างรายได้อยู่ตลอดเวลา และ โต้แย้ง ว่า “เช็คจำนวนน้อยนิดเพื่อแลกกับรายละเอียดส่วนตัวของคุณ ไม่ใช่ข้อตกลงที่ยุติธรรมกว่าที่เรามีอยู่ในปัจจุบัน”

Spotify ก็คิดว่าการขายข้อมูลผู้ใช้ของคุณเป็นสิ่งที่ไม่ดีเช่นกัน แต่ด้วยเหตุผลที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง ตาม Ars บริษัทได้บอกกับนักพัฒนาที่ดูแลโครงการ Unwrapped ว่าพวกเขากำลังละเมิดนโยบายนักพัฒนาของ Spotify ซึ่งห้ามการใช้เนื้อหา Spotify สำหรับการเรียนรู้ของเครื่องหรือแบบจำลอง AI “Spotify เคารพสิทธิ์ในความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้ของเรา รวมถึงสิทธิ์ในการพกพาข้อมูล” โฆษกของ Spotify กล่าวกับสิ่งพิมพ์ “ผู้ใช้ทุกคนของเราสามารถรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลของตนเองเพื่อใช้ตามที่เห็นสมควรได้ อย่างไรก็ตาม UnwrappedData.org ละเมิดข้อกำหนดสำหรับนักพัฒนาของเรา ซึ่งห้ามการเก็บรวบรวม การรวบรวม และการขายข้อมูลผู้ใช้ Spotify ให้กับบุคคลที่สาม”

บางที Spotify อาจแค่รำคาญที่ผู้ใช้กำลังสร้างรายได้จากข้อมูลของตนเอง ในขณะที่บริษัทพยายามคิดหาวิธีทำเช่นเดียวกัน จาก Business Insider ปัจจุบันรายได้เพียง 11% ของบริษัทมาจากธุรกิจโฆษณาที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล ซึ่งต่ำกว่าเป้าหมาย 20% อย่างมาก เนื่องจากดูเหมือนว่าจะไม่สามารถหาวิธีเปลี่ยนข้อมูลผู้ใช้จำนวนมหาศาลให้เป็นการวางโฆษณาที่ผู้ซื้อโฆษณาต้องการได้จริง

Spotify ไม่อยากให้คุณขายข้อมูลเองเพื่อกำไร

การที่ผู้ใช้พยายาม **Spotify ไม่อยากให้คุณขายข้อมูลเองเพื่อกำไร** นั้น แสดงให้เห็นถึงความต้องการที่จะควบคุมและสร้างรายได้จากข้อมูลของตนเอง แม้ว่าผลตอบแทนในครั้งนี้อาจไม่สูงนัก แต่ก็เป็นสัญญาณที่บ่งบอกถึงการเปลี่ยนแปลงในภูมิทัศน์ของข้อมูลส่วนบุคคล

แล้ว Spotify ไม่อยากให้คุณขายข้อมูลเองเพื่อกำไร จริงๆแล้วเพราะอะไร?

เหตุผลที่ Spotify ไม่ต้องการให้ผู้ใช้ขายข้อมูลเองนั้น อาจเป็นเพราะบริษัทกังวลเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้ หรืออาจเป็นเพราะบริษัทต้องการรักษาข้อมูลไว้เพื่อใช้ในการปรับปรุงบริการและสร้างรายได้เอง

Spotify ไม่อยากให้คุณขายข้อมูลเองเพื่อกำไร เพราะข้อมูลเหล่านี้มีค่าและสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้มากมาย ทั้งในการปรับปรุงบริการ การสร้างโฆษณาที่ตรงเป้าหมาย และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ

สุดท้ายแล้ว การที่ **Spotify ไม่อยากให้คุณขายข้อมูลเองเพื่อกำไร** เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ เนื่องจากบริษัทได้ลงทุนในการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลเหล่านี้เป็นจำนวนมาก แต่ในขณะเดียวกัน ผู้ใช้ก็ควรมีสิทธิ์ที่จะควบคุมและสร้างรายได้จากข้อมูลของตนเองได้เช่นกัน

ที่มา – Spotify Would Prefer You Didn’t Sell Your Own Data for ProfitStick to listening, would you?

ดิสนีย์แลนด์ฮ่องกงแย้มเครื่องเล่น Avengers และ Pixar

ดิสนีย์แลนด์ฮ่องกงเปิดตัวครั้งแรกเมื่อ 20 ปีที่แล้ว และเพื่อเป็นการเฉลิมฉลอง ทางบริษัทได้แสดงแนวคิดสำหรับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต หนึ่งในนั้นก็คือเครื่องเล่นใหม่จาก Avengers และ Pixar ที่ทุกคนรอคอย

ภาพแนวคิดด้านล่างแสดงให้เห็นถึงเครื่องเล่นตามธีม Marvel และ Pixar สำหรับเหล่า ซูเปอร์ฮีโร่ ภาพหนึ่งแสดงถึงสำนักงานใหญ่ของ Avengers ในขณะที่อีกภาพหนึ่งแสดงให้เห็น Spider-Man กับ Doctor Strange, Black Panther และ Thor ใน Asgard รอบๆ กลุ่มผู้เข้าชมสวนสนุกที่กำลังร่วงหล่นผ่านสะพาน Bifrost ภาพแนวคิดนี้ และ ภาพที่เปิดเผยก่อนหน้านี้ ของ Spidey ที่ถือกระสวยในขณะที่ต่อสู้กับ Doctor Octopus ใกล้กับพอร์ทัล บ่งบอกถึงเครื่องเล่นดรอปในรูปแบบของ “Mission Breakout” ดิสนีย์ยังไม่ได้ให้ชื่ออย่างเป็นทางการแก่เครื่องเล่นนี้ แต่แย้มว่าจะเป็น “การรวมทีมกับ Avengers เพื่อการผจญภัยที่ไม่คาดฝัน!” แฟนๆAvengers เตรียมเฮได้เลย

นี่จะเป็นส่วนเสริมที่สามของ Marvel ในงาน Stark Expo ของฮ่องกงใน Tomorrowland และได้รับการประกาศครั้งแรกเมื่อปี 2024 ในขณะนี้ ยังไม่ชัดเจนว่าเครื่องเล่นนี้ยังคงมุ่งเน้นไปที่ Spider-Man กับดารารับเชิญบางคน หรือได้เปลี่ยนเป็นเครื่องเล่น Avengers ที่มี Wall-Crawler หรือไม่ แต่ที่แน่ๆ การมาของเหล่าAvengers จะสร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับทุกคนแน่นอน

ในขณะเดียวกัน ภาพ Pixar แสดงให้เห็น Mike, Sully และคนงานMonsters Inc.คนอื่นๆ ที่กำลังเคลื่อนย้ายประตูไปมาต่อหน้าฝูงชน โดยมี Boo แขวนอยู่รอบๆ พื้นหลัง เช่นเดียวกับเครื่องเล่น Marvel ไม่มีชื่ออย่างเป็นทางการสำหรับเครื่องเล่นนี้ หรือสิ่งที่มันจะเกี่ยวข้อง คำอธิบายสำหรับเครื่องเล่นนี้สัญญาว่าตัวละคร Pixar อื่นๆ จะเข้าร่วมใน “ประสบการณ์การแสดงละครที่สมจริงรูปแบบใหม่ที่เฉลิมฉลองความสุขของมิตรภาพและพลังของการเล่น” แฟนๆ Pixar ห้ามพลาด

ยังไม่มีกำหนดการเปิดตัวสำหรับทั้งสองเครื่องเล่น แต่เราจะมีข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นสำหรับดิสนีย์แลนด์ฮ่องกงเมื่อมีข้อมูลออกมา

สำหรับแฟนๆ ที่รอคอยเครื่องเล่นจาก Avengers และ Pixar ในดิสนีย์แลนด์ฮ่องกง อดใจรอกันอีกนิด รับรองว่าคุ้มค่าแน่นอน เพราะทางดิสนีย์ตั้งใจสร้างสรรค์ประสบการณ์สุดพิเศษให้กับทุกคน

เครื่องเล่นใหม่ Avengers และ Pixar ที่ดิสนีย์แลนด์ฮ่องกง

ดิสนีย์แลนด์ฮ่องกงเตรียมเปิดตัวเครื่องเล่นใหม่จาก Avengers และ Pixar ในอนาคตอันใกล้นี้ ทำให้แฟนๆ ทั่วโลกต่างตื่นเต้นและตั้งตารอคอย

  • เครื่องเล่น Avengers: การผจญภัยสุดมันส์กับเหล่าฮีโร่
  • เครื่องเล่น Pixar: สัมผัสโลกแห่งจินตนาการและความสนุก

ดิสนีย์แลนด์ฮ่องกงยังคงมุ่งมั่นที่จะมอบประสบการณ์ที่น่าจดจำให้กับผู้เข้าชมทุกคน ด้วยเครื่องเล่นใหม่ๆ และการแสดงที่น่าตื่นเต้น แฟนๆAvengers และ Pixar เตรียมตัวพบกับความสนุกสุดเหวี่ยงได้เลย

ทำไมต้องไปดิสนีย์แลนด์ฮ่องกง?

ดิสนีย์แลนด์ฮ่องกงไม่ได้เป็นแค่สวนสนุก แต่เป็นสถานที่ที่ความฝันเป็นจริง ที่นี่ คุณจะได้พบกับตัวละครที่คุณชื่นชอบ สัมผัสประสบการณ์การผจญภัยที่น่าตื่นเต้น และสร้างความทรงจำที่ไม่มีวันลืม

ดิสนีย์แลนด์ฮ่องกงแย้มเครื่องเล่น Avengers และ Pixar

หากคุณกำลังวางแผนเดินทางไปฮ่องกง อย่าลืมแวะไปที่ดิสนีย์แลนด์ฮ่องกง เพื่อสัมผัสประสบการณ์ความสนุกและความสุขที่ไม่มีใครเทียบได้ ไม่ว่าคุณจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ ที่นี่มีสิ่งที่น่าสนใจสำหรับทุกคน

ที่ดิสนีย์แลนด์ฮ่องกง คุณจะได้พบกับเครื่องเล่นที่น่าตื่นเต้น การแสดงที่น่าประทับใจ และตัวละครที่คุณรักมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Mickey Mouse, Donald Duck หรือเหล่าฮีโร่จาก Avengers ทุกคนจะทำให้คุณยิ้มได้ตลอดวัน

การมาของเครื่องเล่นใหม่จาก Avengers และ Pixar จะยิ่งเพิ่มความน่าสนใจให้กับดิสนีย์แลนด์ฮ่องกง ทำให้ที่นี่เป็นจุดหมายปลายทางที่ไม่ควรพลาดสำหรับนักท่องเที่ยวทั่วโลก เตรียมตัวพบกับประสบการณ์สุดพิเศษที่ดิสนีย์แลนด์ฮ่องกงได้เลย

ดิสนีย์แลนด์ฮ่องกง เป็นมากกว่าสวนสนุก แต่เป็นสถานที่ที่สร้างความสุขและความทรงจำดีๆ ให้กับทุกคน

ที่มา – Hong Kong Disneyland Teases Avengers and Pixar AttractionsEarth’s Mightiest Heroes and the masters of scare are expected to join Disneyland Hong Kong in the near future.

Charlie Kaufman ชี้ Hollywood ต้นเหตุโลกแย่

Charlie Kaufman ผู้สร้างภาพยนตร์ชื่อดัง ออกมาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์โลกปัจจุบัน โดยชี้ว่า Hollywood มีส่วนรับผิดชอบต่อความเลวร้ายที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน

ในการสัมภาษณ์ล่าสุดกับ The Guardian ผู้ที่อยู่เบื้องหลังภาพยนตร์อย่าง Eternal Sunshine of the Spotless Mind และภาพยนตร์สั้นเรื่อง How to Shoot a Ghost ได้กล่าวว่า อุตสาหกรรมภาพยนตร์มี “ส่วนเกี่ยวข้องอย่างมากกับสถานการณ์ที่เลวร้ายของโลกในขณะนี้”

ในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของอุตสาหกรรมนี้ Kaufman ถือว่าเป็นความรับผิดชอบส่วนตัวที่จะ “ไม่สร้างขยะให้กับโลก” ซึ่งสำหรับเขาหมายถึงการทำในสิ่งที่ตัวเองเชื่อ และไม่ยอมจำนนต่อแรงกระตุ้นที่จะใช้ AI ในการสร้างภาพยนตร์

จุดขายที่สำคัญของเทคโนโลยีนี้คือความสามารถในการให้สิ่งที่ผู้คนต้องการได้อย่างรวดเร็ว แต่ Kaufman แย้งว่า อย่างน้อยใน Hollywood แนวโน้มนี้มีอยู่ก่อนที่ AI จะเข้ามามีบทบาทเสียอีก “ถ้าคุณเริ่มพยายามคิดว่าผู้คนต้องการอะไร คุณกำลังทำในสิ่งที่ AI ทำ นั่นคือเหตุผลที่ Hollywood สร้างภาพยนตร์ห้าเรื่องเดิมซ้ำทุกๆ 10 ปี และนั่นคือเหตุผลที่พวกเขามีสูตรสำหรับภาพยนตร์”

Kaufman กล่าววิจารณ์อย่างรุนแรงว่า “ความโลภและความอยากได้ใคร่มี” ในอุตสาหกรรมนี้มีต้นกำเนิดมาจาก “คนที่เสียหายสร้างความเสียหายมากมาย” ความคิดเห็นของเขารู้สึกมีน้ำหนักเป็นพิเศษหลังจากมีรายงานเมื่อวันพฤหัสบดีว่า Paramount จะพยายามเข้าซื้อ Warner Bros. Discovery ซึ่งเป็นการควบรวมกิจการที่ดูเหมือนจะ “หายนะ” อย่างมาก

Kaufman แย้งว่าผู้บริหาร Hollywood “หลงทางและไม่มีอะไรจริงๆ ดังนั้นพวกเขาจึงพยายามอย่างยิ่งที่จะทำให้ตัวเองดีขึ้นด้วยการเข้าซื้อ ลอร์ดเหนือผู้คน มีอำนาจและร่ำรวย”

เป็นที่น่าสังเกตว่า Kaufman ไม่ได้ละเว้นการวิพากษ์วิจารณ์ตัวเอง เขาอธิบายว่าตัวเองเป็นอีกคนที่เสียหาย แต่แนะนำว่ากลไกการรับมือของเขานั้นดีต่อสุขภาพมากกว่าคนอื่นๆ ในอุตสาหกรรม “[ฉันอ่าน] บทกวี ดูภาพวาด หรือฟังเพลงที่สื่อถึงฉันและทำให้ฉันแตกสลายชั่วขณะ และที่ซึ่งฉันรู้สึกถึงประสบการณ์ที่ถ่ายทอดออกมาอย่างซื่อสัตย์และละเอียดอ่อน” เขากล่าว

เขาเสริมว่า AI ถูกกำหนดให้ล้มเหลวในด้านศิลปะเพราะไม่สามารถสร้างความรู้สึกของการมีชีวิตอยู่ได้ ซึ่ง Kaufman กล่าวว่ามีความสำคัญมากกว่าที่เคย “หากเราไม่อนุญาตให้ตัวเองเชื่อมต่อกับมนุษย์คนอื่นๆ ที่มีประสบการณ์เช่นเดียวกับเรา ฉันคิดว่าเราจะหลงทาง”

Charlie Kaufman ชี้ Hollywood ต้นเหตุโลกแย่

Charlie Kaufman ชี้ Hollywood ต้นเหตุโลกแย่ เพราะความต้องการผลกำไรและความคิดสร้างสรรค์ที่ลดลง การที่ Hollywood พยายามเลียนแบบสูตรสำเร็จเดิมๆ ทำให้ขาดความสดใหม่และความจริงใจในการนำเสนอเรื่องราว ซึ่งส่งผลเสียต่อผู้ชมและสังคมโดยรวม

Kaufman กระตุ้นให้ผู้สร้างภาพยนตร์หันกลับมามองคุณค่าของการสร้างสรรค์ผลงานที่มีคุณภาพและมีความหมาย แทนที่จะมุ่งเน้นไปที่ผลกำไรเพียงอย่างเดียว เขาเชื่อว่าการสร้างภาพยนตร์ที่สะท้อนถึงความเป็นมนุษย์และความซับซ้อนของชีวิต จะสามารถสร้างแรงบันดาลใจและเปลี่ยนแปลงโลกให้ดีขึ้นได้

ทำไม Charlie Kaufman ถึงคิดว่า Hollywood มีส่วนทำให้โลกแย่?

Kaufman มองว่าการที่ Hollywood มุ่งเน้นไปที่การสร้างภาพยนตร์ที่ตอบสนองความต้องการของตลาดมากเกินไป ทำให้ขาดความคิดสร้างสรรค์และความกล้าที่จะนำเสนอเรื่องราวที่แตกต่างและท้าทาย ซึ่งส่งผลเสียต่อวัฒนธรรมและค่านิยมของสังคม

ในยุคที่ AI เข้ามามีบทบาทมากขึ้น Kaufman ย้ำถึงความสำคัญของการรักษาความเป็นมนุษย์และความสามารถในการเชื่อมต่อกับผู้อื่นผ่านศิลปะ เขาเชื่อว่าการสร้างภาพยนตร์ที่มีความหมายและสะท้อนถึงประสบการณ์ของมนุษย์ จะเป็นสิ่งที่ AI ไม่สามารถทดแทนได้

  • การให้ความสำคัญกับผลกำไรมากกว่าคุณภาพ
  • การขาดความคิดสร้างสรรค์และความกล้าที่จะเสี่ยง
  • การเลียนแบบสูตรสำเร็จเดิมๆ
  • การใช้ AI ในการสร้างภาพยนตร์

การที่ Charlie Kaufman ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ Hollywood ถือเป็นการเตือนใจให้ผู้สร้างภาพยนตร์กลับมาทบทวนบทบาทและความรับผิดชอบของตนเองที่มีต่อสังคม การสร้างภาพยนตร์ที่ดีไม่ได้หมายถึงเพียงแค่การสร้างความบันเทิงเท่านั้น แต่ยังหมายถึงการสร้างแรงบันดาลใจ การเปลี่ยนแปลง และการสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างผู้คนอีกด้วย

Charlie Kaufman ชี้ Hollywood ต้นเหตุโลกแย่ ผู้สร้างภาพยนตร์ต้องมีความกล้าที่จะสร้างผลงานที่แตกต่างและมีความหมาย เพื่อให้ผู้ชมได้สัมผัสประสบการณ์ที่แท้จริงและสร้างแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิต

ที่มา – Charlie Kaufman Holds Hollywood Responsible for Today’s ‘Terrible’ WorldThe writer of ‘Eternal Sunshine of the Spotless Mind’ and ‘Being John Malkovich’ thinks we need to learn to be human again.

หลักฐานอุกกาบาตโบราณและสึนามิในนอร์ทแคโรไลนา

เมื่อประมาณ 35 ล้านปีก่อน อุกกาบาตขนาดเล็กที่เดินทางด้วยความเร็ว 40,000 ไมล์ต่อชั่วโมง (64,373 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) พุ่งชนโลกและกระแทกเข้ากับมหาสมุทรแอตแลนติก ใกล้กับเมืองเคปชาร์ลส์ รัฐเวอร์จิเนียในปัจจุบัน วัตถุที่มีความกว้างประมาณ 3 ไมล์ (5 กิโลเมตร) ก่อให้เกิดหลุมอุกกาบาตขนาดใหญ่ที่ฝังอยู่ใต้ Chesapeake Bay ครึ่งไมล์ หลายร้อยไมล์ทางใต้ของหลุมอุกกาบาต นักวิทยาศาสตร์ได้ค้นพบหลักฐานใหม่เกี่ยวกับหลักฐานอุกกาบาตโบราณและสึนามิในนอร์ทแคโรไลนา และสึนามิที่ตามมาหลังเหตุการณ์ครั้งนั้น

หลุมอุกกาบาตที่ซ่อนอยู่ใต้น้ำของ Chesapeake ในเวอร์จิเนียเป็นหนึ่งในหลุมที่ใหญ่ที่สุดและได้รับการอนุรักษ์ไว้ดีที่สุดที่พบในโลก หลุมอุกกาบาต Chesapeake Bay ถูกค้นพบครั้งแรกในปี 1990 และนักวิทยาศาสตร์ยังคงพยายามปะติดปะต่อร่องรอยความเสียหายที่เกิดจากดาวเคราะห์น้อย ทีมธรณีวิทยาที่ตรวจสอบฟอสซิลใน Moore County รัฐนอร์ทแคโรไลนา ได้ค้นพบชั้นหินที่พวกเขาพิจารณาว่าเกิดจากผลกระทบของดาวเคราะห์น้อยและสึนามิที่ตามมา

ใน การศึกษา ที่ตีพิมพ์เมื่อเร็ว ๆ นี้ใน Southeastern Geology นักวิทยาศาสตร์ได้บันทึกผลกระทบที่แผ่ขยายไปทั่วของการชนกันของดาวเคราะห์น้อย โดยให้รายละเอียดเกี่ยวกับการค้นพบไซต์ที่พบห่างจากหลุมอุกกาบาตเวอร์จิเนียประมาณ 240 ไมล์ (386 กม.) ใน Sandhills ของนอร์ทแคโรไลนา

ทีมธรณีวิทยาที่อยู่เบื้องหลังการศึกษาใหม่พบชั้นหินที่แตกต่างกันสี่ชั้นภายในชั้นหินหนาหนึ่งหลาที่ไซต์ใน Moore County ชั้นหินแรกมีความหนาประมาณ 17 นิ้ว (43 เซนติเมตร) และมีดินเหนียวปนทรายที่อุดมไปด้วยแก้วคาร์บอนและเศษหิน นักวิจัยยังวัดปริมาณอิริเดียม 14 ถึง 18 ส่วนในพันล้านส่วน ซึ่งเป็นธาตุเคมีหายากที่มักพบในอุกกาบาตที่ตกลงบนโลก

ชั้นหินที่สองซึ่งมีความหนาเพียงประมาณ 3 นิ้ว (9 เซนติเมตร) มีตะกอนและมวลควอตซ์และคาร์บอนที่จับตัวกันอย่างหลวมๆ รวมถึงอิริเดียม 2 ถึง 6 ส่วนในพันล้านส่วน ชั้นที่ 3 เป็นส่วนผสมของดินและเศษพื้นทะเล และมีความหนาประมาณ 2 นิ้ว (6 เซนติเมตร) ในขณะที่ชั้นหินที่สี่มีความหนาประมาณ 6 นิ้ว (15 เซนติเมตร) ของทรายหยาบที่อาจถูกสะสมโดยสึนามิ

องค์ประกอบทางธรณีวิทยาของชั้นหินที่แตกต่างกันนั้นไม่สมเหตุสมผลเมื่อตรวจสอบด้วยตัวมันเอง แต่ผู้ researchers ที่อยู่เบื้องหลังการศึกษาได้เชื่อมโยงมันเข้ากับหลักฐานอุกกาบาตโบราณและสึนามิในนอร์ทแคโรไลนา ที่พุ่งชนรัฐเวอร์จิเนียเมื่อหลายล้านปีก่อน

เมื่อประมาณ 35 ล้านปีก่อน เมื่อดาวเคราะห์น้อยพุ่งชนโลก แรงกระแทกทำให้เกิดคลื่นกระแทกความเร็วเหนือเสียง ซึ่งทำลายพืชและสัตว์ในระยะหลายร้อยไมล์ในแต่ละทิศทาง และทำให้เกิดเศษซากหลอมเหลวจำนวนมหาศาลในพื้นที่ที่ทอดยาวจากแมสซาชูเซตส์ไปจนถึงบาร์เบโดส

เมื่อถูกค้นพบครั้งแรก นักวิทยาศาสตร์คาดการณ์ว่าผลกระทบที่เกิดขึ้นกับมหาสมุทรแอตแลนติกน่าจะทำให้เกิดสึนามิขนาดใหญ่ที่แผ่ขยายออกไป แต่พวกเขาไม่พบซากที่แท้จริงของมัน การศึกษาใหม่ชี้ให้เห็นว่าการก่อตัวของหินที่แปลกประหลาดในนอร์ทแคโรไลนาย้อนกลับไปถึงวันที่ดาวเคราะห์น้อยพุ่งชนโลกเมื่อหลายล้านปีก่อน

ชั้นหินแรกบันทึกผลกระทบเริ่มต้นที่อุดมไปด้วยสารดีดตัวและเศษซากที่อุดมด้วยคาร์บอนซึ่งตกลงไปในช่องภายในไม่กี่นาทีแรก ชั้นหินที่สองคือการสะสมของอนุภาคที่ละเอียดกว่าที่ถูกขับออกมาเมื่อกลุ่มควันเบาบางลง ในขณะที่ชั้นหินที่สามเป็นบันทึกการไหลบ่าของน้ำทะเลและตะกอนในแผ่นดิน สุดท้ายชั้นหินที่สี่คือน้ำเติมช่องด้วยทรายและกรวดที่สะอาด

การค้นพบใหม่นี้เพิ่มความชัดเจนยิ่งขึ้นให้กับผลกระทบของ Chesapeake Bay และขอบเขตที่แท้จริงของมัน ในขณะที่เรากำลังเรียนรู้ ดาวเคราะห์น้อยดวงเดียวนี้ ผ่านการเผชิญหน้าหายนะเพียงครั้งเดียว ได้ปรับเปลี่ยนภูมิภาคทั้งหมดเมื่อหลายล้านปีก่อน

หลักฐานอุกกาบาตโบราณและสึนามิในนอร์ทแคโรไลนา

ทำไมการค้นพบหลักฐานอุกกาบาตโบราณและสึนามิในนอร์ทแคโรไลนาถึงสำคัญ

การค้นพบหลักฐานอุกกาบาตโบราณและสึนามิในนอร์ทแคโรไลนานี้ช่วยให้เราเข้าใจถึงเหตุการณ์สำคัญในอดีตของโลก และผลกระทบที่เหตุการณ์เหล่านั้นมีต่อสิ่งแวดล้อมและสิ่งมีชีวิต การศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับชั้นหินเหล่านี้อาจเปิดเผยข้อมูลใหม่ ๆ เกี่ยวกับสภาพแวดล้อมในยุคนั้น และวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิตในภูมิภาค

นอกจากนี้ การศึกษาผลกระทบของอุกกาบาตในอดีตยังสามารถช่วยให้เราเตรียมพร้อมสำหรับเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตได้อีกด้วย การทำความเข้าใจว่าโลกตอบสนองต่อการชนของอุกกาบาตอย่างไรในอดีต สามารถช่วยให้เราพัฒนาวิธีการลดผลกระทบจากเหตุการณ์ที่คล้ายกันในอนาคตได้

และนี่คือหลักฐานอุกกาบาตโบราณและสึนามิในนอร์ทแคโรไลนา

ที่มา – Evidence of Ancient Asteroid Impact and Tsunami Found in North CarolinaAn asteroid that struck Chesapeake Bay 35 million years ago left a long trail of destruction in its wake, new research suggests.

Tether ดึงอดีตที่ปรึกษา Trump นำทีมสหรัฐฯ

เพื่อเสริมความแข็งแกร่งในฐานะผู้นำด้าน Stablecoin ในตลาดคริปโต Tether ได้แต่งตั้ง Bo Hines อดีตผู้อำนวยการบริหารสภาคริปโตแห่งทำเนียบขาวของ Donald Trump ให้เป็นผู้นำการดำเนินงานในสหรัฐอเมริกา รวมถึงความพยายามในการเปิดตัว Stablecoin ใหม่ชื่อ USAT ซึ่งจะสอดคล้องกับกฎระเบียบใหม่ที่ได้รับการสนับสนุนจาก Trump ตามรายงานของ CNBC

Tether เป็นที่รู้จักกันดีในด้าน Stablecoin อย่าง USDT ซึ่งตรึงอยู่กับค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ และกลายเป็นโทเค็นที่ใช้กันมากที่สุดสำหรับการแลกเปลี่ยนสกุลเงินดิจิทัล USAT จะเป็นความพยายามในการเปิดตัว Stablecoin ที่สอดคล้องกับ พระราชบัญญัติ GENIUS ที่เพิ่งผ่าน ซึ่งเป็นกฎหมายที่เป็นมิตรต่ออุตสาหกรรมที่ควบคุมการดำเนินงานของ Stablecoin

บริษัทไม่น่าจะมีปัญหาในการปฏิบัติตามกฎระเบียบ โดยมี Hines เป็นผู้นำการดำเนินงาน โดยพิจารณาจากข้อเท็จจริงที่ว่าเขา มีบทบาทสำคัญ ในการทำให้ร่างกฎหมายผ่านพ้นไปและลงนามเป็นกฎหมาย ก่อนหน้านี้ Hines กล่าวใน Twitter ว่าพระราชบัญญัติ GENIUS “เกี่ยวกับการรักษาความปลอดภัยในอนาคตของการเงินอเมริกัน” และกล่าวว่า Stablecoin “เสริมความแข็งแกร่งให้กับอำนาจของเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ปรับปรุงระบบการชำระเงินที่ล้าสมัยของเราให้ทันสมัย และให้ชาวอเมริกันมีวิธีที่รวดเร็ว ถูกกว่า และโปร่งใสกว่าในการเคลื่อนย้ายเงิน” ซึ่งเอาล่ะ นี่คือการทดสอบอย่างง่ายเพื่อค้นหาว่าสิ่งนั้นเป็นความจริงหรือไม่: ลองให้พ่อแม่ของคุณตั้งค่า Zelle หรือ Venmo จากนั้นลองให้พวกเขาตั้งค่ากระเป๋าเงินคริปโต แล้วดูว่าพวกเขาพบว่าอันไหนใช้งานง่ายกว่ากัน

อย่างไรก็ตาม นี่คือตำแหน่งที่ดีสำหรับ Hines ผู้ซึ่งส่วนใหญ่ทำหน้าที่เป็นผู้ติดตาม Trump ที่ล้มเหลวซ้ำแล้วซ้ำเล่า ก่อนที่จะได้รับ ตำแหน่งผู้อำนวยการบริหาร ของสภาที่ปรึกษาประธานาธิบดีด้านสินทรัพย์ดิจิทัล เขาแพ้การเลือกตั้งสองครั้งในรัฐนอร์ทแคโรไลนา ซึ่ง รายงานว่าได้รับทุนหลักจากกองทุนทรัสต์ของเขาเอง ในเดือนสิงหาคม หลังจากได้รับพระราชบัญญัติ GENIUS ผ่านพ้นไป Hines ออกจากทำเนียบขาว เพื่อไปทำงานในภาคเอกชน ซึ่งเขา รู้ว่ามีข้อเสนองานมากมายรอเขาอยู่ อาจเป็นเพราะพื้นที่คริปโต ไม่ลังเลที่จะประจบประแจงฝ่ายบริหารของ Trump

Tether ดึงอดีตที่ปรึกษา Trump นำทีมสหรัฐฯ

นอกจากนี้ สิ่งนี้อาจเป็นจุดสิ้นสุดของการตรวจสอบด้านกฎระเบียบใดๆ สำหรับ Tether ซึ่งเคยมีปัญหาในสหรัฐอเมริกาซ้ำแล้วซ้ำเล่า บริษัท ถูกออกหมายเรียกในปี 2018 เนื่องจากมีการโต้แย้งเกี่ยวกับการถือครองคลังที่ถูกกล่าวหา จ่ายเงินเพื่อยุติการสอบสวนการฉ้อโกงในปี 2021 และ ถูกสอบสวนเรื่องการฟอกเงิน ในปี 2024 นอกจากนี้บริษัทยังถูกวิพากษ์วิจารณ์ซ้ำแล้วซ้ำเล่าเนื่องจากไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านกฎระเบียบ โดยยังคง ทีมงานขนาดเล็กอย่างน่าตกใจ ซึ่งดูเหมือนจะไม่มีความสามารถในการรับรองว่ามีการปฏิบัติตามกฎอย่างเพียงพอ แต่ด้วยพันธมิตรของ Trump เป็นผู้นำการดำเนินงานในอเมริกา ดูเหมือนว่าการตรวจสอบใดๆ จะผ่อนคลายลงอย่างกะทันหันในอนาคต

เกิดอะไรขึ้นเมื่อ Tether ดึงอดีตที่ปรึกษา Trump นำทีมสหรัฐฯ

การที่ Tether ดึงอดีตที่ปรึกษา Trump นำทีมสหรัฐฯ อาจเป็นการส่งสัญญาณถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในภูมิทัศน์ด้านกฎระเบียบสำหรับ Stablecoin และคริปโตเคอร์เรนซีในสหรัฐอเมริกา การแต่งตั้ง Bo Hines ซึ่งเป็นบุคคลที่มีความเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับอดีตประธานาธิบดี Donald Trump อาจนำมาซึ่งความสัมพันธ์ที่ราบรื่นยิ่งขึ้นระหว่าง Tether และหน่วยงานกำกับดูแลของสหรัฐฯ

ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการตัดสินใจครั้งนี้มีหลายประการ:

  • การตรวจสอบด้านกฎระเบียบที่ผ่อนคลายลง: ด้วย Hines ที่เป็นผู้นำ Tether ในสหรัฐอเมริกา บริษัทอาจเผชิญกับการตรวจสอบที่เข้มงวดน้อยลงจากหน่วยงานกำกับดูแล
  • การเปิดตัว USAT ที่ราบรื่นยิ่งขึ้น: ความเชี่ยวชาญของ Hines ในการออกกฎหมาย GENIUS อาจช่วยให้ Tether เปิดตัว Stablecoin ที่สอดคล้องกับกฎระเบียบได้อย่างราบรื่น
  • ความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นกับฝ่ายบริหารของ Trump: การแต่งตั้ง Hines อาจเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่าง Tether กับฝ่ายบริหารของ Trump ซึ่งอาจนำไปสู่การสนับสนุนกฎหมายที่เป็นมิตรต่อคริปโตเคอร์เรนซีมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม การเคลื่อนไหวครั้งนี้ก็อาจก่อให้เกิดความกังวลบางประการเช่นกัน:

  • ข้อกังวลเกี่ยวกับความขัดแย้งทางผลประโยชน์: ความเชื่อมโยงก่อนหน้านี้ของ Hines กับฝ่ายบริหารของ Trump อาจทำให้เกิดคำถามเกี่ยวกับความเป็นกลางของเขาในการกำกับดูแลความพยายามด้านกฎระเบียบของ Tether
  • การวิพากษ์วิจารณ์ที่อาจเกิดขึ้นจากผู้ถือหุ้นส่วน: ผู้ถือหุ้นส่วนบางรายอาจวิพากษ์วิจารณ์ Tether ที่แต่งตั้งบุคคลที่มีความเกี่ยวข้องทางการเมืองอย่างใกล้ชิด

โดยรวมแล้ว การที่ Tether ดึงอดีตที่ปรึกษา Trump นำทีมสหรัฐฯ เป็นการพัฒนาที่สำคัญซึ่งอาจมีผลกระทบอย่างกว้างขวางต่ออุตสาหกรรมคริปโตเคอร์เรนซีในสหรัฐอเมริกา สิ่งที่ยังคงต้องรอดูก็คือการตัดสินใจครั้งนี้จะส่งผลกระทบต่อ Tether, กฎระเบียบด้านคริปโตเคอร์เรนซี และภูมิทัศน์ทางการเงินโดยรวมอย่างไร

การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้อาจส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกสำหรับ Tether ในด้านการปฏิบัติตามข้อกำหนดและการเติบโตในตลาดสหรัฐฯ แต่ก็อาจนำมาซึ่งความท้าทายใหม่ๆ ที่ต้องรับมือเช่นกัน

ที่มา – Tether Taps Trump’s Former Crypto Advisor to Lead US OperationsSweet gig if you can get it.

Lin Shaye กลับมาใน ‘Insidious’ ภาคใหม่!

แฟนหนังสยองขวัญเตรียมเฮ! Lin Shaye ไอคอนแห่งหนังสยองขวัญ กำลังจะกลับมารับบท Elise Rainier ในภาพยนตร์ Insidious ภาคที่ 6 ที่กำลังจะมาถึง! การกลับมาของเธอใน Insidious ครั้งนี้สร้างความตื่นเต้นให้กับแฟนๆ เป็นอย่างมาก ใครที่คิดถึงบทบาทของเธอ เตรียมตัวพบกับการผจญภัยครั้งใหม่ในโลกวิญญาณได้เลย

Jacob Chase ผู้กำกับมากฝีมือ ได้ดึงตัวนักแสดงสาว Amelia Eve จากซีรีส์ The Haunting of Bly Manor มาร่วมแสดงใน Insidious ภาคใหม่นี้ด้วย โดย Chase และ David Leslie Johnson จะร่วมกันเขียนบทภาพยนตร์ ซึ่งมีกำหนดเริ่มถ่ายทำในสัปดาห์หน้า

ก่อนหน้านี้ Shaye ได้รับบทเป็น Rainier ใน Insidious: The Red Door ซึ่งกำกับโดย Patrick Wilson นักแสดงนำของเรื่อง โดยเธอได้นำทางครอบครัว Lambert ให้เผชิญหน้ากับบาดแผลในอดีต และแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจากเหตุการณ์ในภาคแรก Rose Byrne และ Ty Simpkins ก็กลับมารับบทบาทเดิมเพื่อปิดฉากเรื่องราวของครอบครัว Lambert

ถึงแม้ว่าเนื้อเรื่องของภาพยนตร์ Insidious ภาคใหม่นี้ยังคงเป็นปริศนา แต่จาก Red Door ได้มีการบอกใบ้ว่า Elise จะกลับมาในฐานะผู้ต่อสู้กับปีศาจใน The Further ส่วน Eve อาจจะรับบทเป็นเหยื่อรายใหม่ที่ถูกวิญญาณร้ายหมายปอง แต่เราคงต้องรอติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมต่อไป

สิ่งที่แฟนๆ หลายคนหวังก็คือ การกลับมาของ Specs (Leigh Whannell) และ Tucker (Angus Sampson) คู่หูนักสืบปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติของ Elise จากภาพยนตร์ภาคแรก พวกเราอยากเห็นพวกเขาเข้าร่วมการสืบสวนในภาคต่อๆ ไปอีก

ภาพยนตร์ Insidious ที่ยังไม่มีชื่อภาคนี้ มีกำหนดเข้าฉายในวันที่ 21 สิงหาคม 2026 แฟนๆ หนังสยองขวัญห้ามพลาด! การกลับมาของ Lin Shaye ใน ‘Insidious’ ภาคใหม่ จะสร้างความหลอนสะพรึงขนาดไหน ต้องติดตามกันต่อไป

Lin Shaye กลับมาใน ‘Insidious’ ภาคใหม่ ถือเป็นข่าวดีสำหรับคอหนังผีอย่างแท้จริง ด้วยฝีมือการแสดงระดับตำนานของ Shaye ผนวกกับเรื่องราวที่น่าติดตาม ทำให้ Insidious เป็นแฟรนไชส์หนังสยองขวัญที่ประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง

Lin Shaye กลับมาใน ‘Insidious’ ภาคใหม่

การกลับมาของ Lin Shaye ใน Insidious ภาคใหม่ ไม่ใช่แค่การคืนชีพตัวละครที่แฟนๆ รัก แต่ยังเป็นการตอกย้ำถึงความสำคัญของเธอที่มีต่อแฟรนไชส์นี้ Elise Rainier ไม่ได้เป็นแค่สื่อกลาง แต่เป็นเหมือนแสงสว่างที่นำทางผู้คนให้รอดพ้นจากความมืดมิดใน The Further

ทำไมการกลับมาของ Lin Shaye ใน ‘Insidious’ ภาคใหม่ถึงสำคัญ?

  • แฟนๆ ชื่นชอบตัวละคร Elise Rainier: Shaye สร้างตัวละครนี้ให้มีเสน่ห์ น่าเชื่อถือ และเป็นที่รักของผู้ชม
  • เธอเป็นสัญลักษณ์ของแฟรนไชส์: Elise คือหนึ่งในตัวละครที่โดดเด่นที่สุดของ Insidious
  • เนื้อเรื่องต้องการเธอ: การต่อสู้กับปีศาจใน The Further ยังไม่จบสิ้น และ Elise คือผู้ที่สามารถนำทางเราไปสู่แสงสว่างได้

การกลับมาของ Lin Shaye ใน Insidious ภาคใหม่ จึงเป็นการเติมเต็มสิ่งที่แฟนๆ ต้องการ และเป็นการรับประกันว่าภาพยนตร์ภาคนี้จะยังคงเต็มไปด้วยความหลอนสะพรึงและความระทึกขวัญที่คุ้นเคย

เตรียมตัวพบกับการผจญภัยครั้งใหม่ในโลกวิญญาณ และร่วมลุ้นไปกับ Elise Rainier ในการต่อสู้กับความชั่วร้ายที่รอคอยอยู่ในเงามืด! อย่าลืมติดตามข่าวสารและความคืบหน้าของภาพยนตร์ Insidious ภาคใหม่นี้อย่างใกล้ชิด เพื่อไม่ให้พลาดทุกรายละเอียด

คุณคิดว่า Insidious ภาคใหม่นี้จะน่ากลัวขนาดไหน? และคุณคาดหวังอะไรจากการกลับมาของ Lin Shaye ในบท Elise Rainier?

ที่มา – Horror Icon Lin Shaye Is Returning to ‘Insidious’The latest installment in the horror series is from filmmaker Jacob Chase; it’ll be out August 21, 2026.

AREA15 พัฒนาความบันเทิง: สยองขวัญสากล

AREA15 ศูนย์รวมความบันเทิงดื่มด่ำในลาสเวกัสกำลังจะมีอายุครบห้าขวบอย่างยิ่งใหญ่ โดยจะมีการเฉลิมฉลองการมาถึงของการพัฒนาระยะที่สองในวันที่ 17 กันยายน Universal Horror Unleashed ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวหลักของ Zone 2 ได้เปิดประตูในช่วงฤดูร้อนเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวตามฤดูกาล แต่ข้อเสนออื่น ๆ ที่เหลือก็ดำเนินตามไปด้วยเมื่อปีใกล้หมดลง

หลังจากที่ io9 ได้รับเชิญให้ไปเยี่ยมชม Universal Horror Unleashed io9 ได้พูดคุยกับ Mark Stutzman ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีของ AREA15 เกี่ยวกับแนวทางใหม่ในการสัมผัสประสบการณ์เวกัสผ่านวิสัยทัศน์แห่งอนาคตของความบันเทิงแบบมีส่วนร่วม และทั้งหมดเริ่มต้นด้วยวัฒนธรรมเรฟ

“แนวคิดดั้งเดิมคือ ‘เรามาใช้มันสำหรับพื้นที่จัดเทศกาลกันเถอะ’” สตัซแมนกล่าว “เราตัดสินใจว่ามันร้อนเกินไป และเราก็สร้างโกดังขึ้นมา และเราก็พูดว่า ‘เรามาจัดเทศกาลในโกดังกันเถอะ’ แล้วเราก็พูดว่า ‘เฮ้ ทำไมเราไม่เริ่มสร้างจุดหมายปลายทางที่ดื่มด่ำนี้ล่ะ’ และนั่นคือจุดเริ่มต้นของทุกสิ่ง และโซนวันก็ประสบความสำเร็จอย่างมากสำหรับเรา”

Meow Wolf ผู้เล่าเรื่องของพอร์ทัลศิลปะแบบอินเทอร์แอกทีฟที่ผุดขึ้นทั่วประเทศ เป็นเพียงจุดเริ่มต้นในฐานะผู้เช่าหลักรายแรกของโซนวัน

“ทุกคนที่มาที่ AREA15 กำลังมาเพื่อประสบการณ์ที่ดื่มด่ำใช่ไหม? นั่นคือเป้าหมายทั้งหมดของพวกเขา ดังนั้น เห็นได้ชัดว่าทางด้านโซนวัน Meow Wolf คือผู้เช่าหลักของเรา และพวกเขาทำหน้าที่ขับเคลื่อนการเข้าชมได้อย่างยอดเยี่ยม” เขากล่าว

โซนวันนำเสนอเกม AR และ VR มากมาย รวมถึงการเดินชมด้วยภาพท่ามกลางดนตรี แหล่งรับประทานอาหาร และร้านค้าที่ขับเคลื่อนด้วยแสงนีออน สตัซแมนกล่าวต่อว่า “เรามีพื้นที่ 80 เอเคอร์ที่นี่เพื่อพัฒนา และ Universal คือผู้เช่าหลักของเราในโซนสองจากโครงการห้าเฟส ทั้งหมดจะเป็นประสบการณ์ที่ดื่มด่ำ จะเป็นกีฬาและความบันเทิง จะเป็นร้านอาหารที่ยอดเยี่ยมและสิ่งดีๆ ทั้งหมด สิ่งที่เรากำลังนำไปสู่เมื่อเร็วๆ นี้คือประสบการณ์ที่ดื่มด่ำซึ่งอิงตาม IP เหล่านี้ เพราะคุณจะได้รับการจดจำแบรนด์ การเชื่อมต่อทางอารมณ์ จากนั้นเราจึงนำมาซึ่งไม่เพียงแต่ประสบการณ์ในการสร้างประสบการณ์ที่ดื่มด่ำที่มีส่วนร่วม”

Area15 กำลังสร้างเส้นทางแห่งเทคโนโลยีที่เป็นของตัวเอง ซึ่งดึงดูดใจ Gen X, Millennials และ Gen Z มากกว่าศูนย์กลาง IP ขนาดใหญ่ที่เหมือน E-ticket Universal Horror Unleashed เช่นเดียวกับ Meow Wolf พิงไปที่มิติคู่ขนานที่สนุกสนานของ AREA15 กับความคิดถึงคาสิโนของ Strip หลักฐานของ Meow Wolf คือมันเป็นพอร์ทัลไปยังอาณาจักรอื่น ๆ นอกเหนือจากหน้าร้านขายของชำที่มีสีสันแบบไซไฟ คุณต้องมองข้ามไปเพื่อหาวิธีที่จะทะลุทะลวงและค้นพบเขาวงกตที่ผสมผสานประเภทของการผจญภัยในจักรวาลและแฟนตาซี

ในทำนองเดียวกัน โกดังแห่งความสยดสยองในทะเลทรายของ Universal ทำหน้าที่เป็นเหมือนสถานที่จัดเก็บตำนานของสตูดิโอ ซึ่งเนื่องจากตั้งอยู่บนแผ่นดินที่ได้รับแรงบันดาลใจจากรอยแยกมิติของ AREA15 จึงทำให้สัตว์ประหลาดมีชีวิตขึ้นมาในบ้านแห่งความหวาดกลัวของพวกมัน สตัซแมนอธิบายเพิ่มเติมว่า “เราสร้างประสบการณ์เหล่านี้มากมาย และเราเน้นไปที่ AR และ VR และเทคโนโลยีสุดเจ๋งอื่นๆ ทั้งหมด แต่จริงๆ แล้วมันเป็นเทคโนโลยีที่ควรเป็นตัวเปิดใช้งาน สิ่งที่ควรเป็นไปข้างหน้ามากที่สุดคือการแสดง ประสบการณ์ เรื่องราว และการเชื่อมต่อทางอารมณ์กับเนื้อหา ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมเราถึงเน้นไปที่ IP มากขึ้นในตอนนี้ มันได้ผลดีจริงๆ และ Universal ก็เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงสิ่งนั้น ฉันหมายถึง [มันเป็นเจ้าของ] IP ที่แข็งแกร่งที่สุดบางส่วนในหนังสยองขวัญ”

หัวข้อจักรวาลสำรองมีไว้สำหรับผู้ที่มองหามันด้วยไข่อีสเตอร์ในโซนหนึ่งที่พูดถึงมัน แต่ผู้ค้าปลีกภายในไม่จำเป็นต้องข้ามกับซึ่งกันและกัน มันเป็นเพียงก้อนเล็กๆ ที่น่ารื่นรมย์ของตำนานที่นำมาซึ่งความล้ำสมัยหลายมิติให้กับพื้นที่

“เราจะมีสิ่งที่คล้ายกันใน Three and Four and Five แต่เราจะมีสิ่งเจ๋งๆ อื่นๆ ที่เราเปิดตัว เช่น The John Wick Experience ซึ่งเป็นความร่วมมือกับ Lionsgate เจ้าของ IP ที่แข็งแกร่งอย่างไม่น่าเชื่ออีกราย John Wick ประสบความสำเร็จอย่างไม่น่าเชื่อ เกินกว่าแบบจำลองของเรา” เขากล่าวถึง Continental Las Vegas คุณไม่สามารถพักที่นั่นได้ เพราะสิ่งต่างๆ จะยุ่งยากทันทีที่คุณพยายามเช็คอิน เนื่องจากคุณมาถึงในเวลาเดียวกับจอห์นระหว่างการทะเลาะวิวาทกับโต๊ะสูง

“เราชอบที่จะทำอะไรที่เกินจริง และโซนสองก็จะบ้าคลั่งไปกับประสบการณ์ต่างๆ” สตัซแมนกล่าวถึงการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะรวมถึงม้าหมุนสิ่งมีชีวิตข้ามมิติ, เครื่องเล่นดร็อป, และเครื่องบินกลวงที่มีแนวคิดสายการบินจักรวาลปลอมของตัวเอง แต่สิ่งสำคัญสำหรับ CTO คือหัวใจของเทคโนโลยียังคงมีศิลปินทำงานอยู่

“ศิลปะเป็นส่วนสำคัญของสิ่งที่เราเป็นมาโดยตลอด ดังนั้นเราจึงต้องการเชื่อมโยงกับมันจริงๆ และเราจะมีทัวร์ศิลปะด้วยซ้ำ และเราไม่ต้องการที่จะเน้นไปที่มันในแบบที่ดูถูก เราต้องการที่จะเน้นไปที่มันอย่างจริงจังเพราะมันเป็นคอลเลกชันที่น่าประทับใจมาก”

เขายังกล่าวอีกว่า AREA15 พยายามที่จะส่งเสริมวงการศิลปะของลาสเวกัสผ่านกิจกรรมศิลปะชุมชน นอกเหนือจากการติดตั้งเทศกาลรอบๆ พื้นที่เครื่องบินกลางแจ้ง “เราจะมีนักดนตรีมากมายที่อยู่ภายใต้การให้ความบันเทิง และจากนั้นเราก็จะจัดงานเรฟด้วย แต่มันจะเป็นพื้นที่ที่น่าทึ่งจริงๆ”

ทำไม AREA15 ถึงพัฒนาความบันเทิงแบบดื่มด่ำด้วย Universal Horror Unleashed

ทำไม AREA15 ถึงมุ่งมั่นที่จะพัฒนาประสบการณ์ความบันเทิงแบบดื่มด่ำ? คำตอบนั้นค่อนข้างชัดเจน: ผู้คนต้องการมัน พวกเขาต้องการสิ่งที่มากกว่าแค่การนั่งดู พวกเขาต้องการที่จะเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราว และ AREA15 มอบสิ่งนั้นให้

Universal Horror Unleashed เป็นตัวอย่างที่สมบูรณ์แบบของแนวทางนี้ แทนที่จะเป็นแค่บ้านผีสิง Universal Horror Unleashed เป็นประสบการณ์ที่สมจริงที่คุณสามารถโต้ตอบกับสัตว์ประหลาดและสำรวจโลกแห่งหนังสยองขวัญได้

และนี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น AREA15 กำลังวางแผนที่จะเปิดตัวประสบการณ์ที่ดื่มด่ำมากมายในอนาคต รวมถึง The John Wick Experience และโซนใหม่ทั้งหมดที่อุทิศให้กับประสบการณ์กีฬาและความบันเทิง

AREA15 เปลี่ยนแปลงวิธีที่เราสัมผัสความบันเทิง ด้วยการมุ่งเน้นไปที่ประสบการณ์ที่ดื่มด่ำและเทคโนโลยีล้ำสมัย AREA15 กำลังสร้างอนาคตแห่งความบันเทิง ไม่ว่าจะเป็น Universal Horror Unleashed หรือการผจญภัยครั้งใหม่ที่กำลังจะมาถึง AREA15 จะยังคงเป็นผู้นำในการสร้างสรรค์ประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้นและน่าจดจำต่อไป

AREA15 ไม่ใช่แค่สถานที่ แต่เป็นปรากฏการณ์ที่กำลังเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์ความบันเทิง AREA15 ตั้งเป้าที่จะสร้างสรรค์ประสบการณ์ที่ทำให้ผู้คนรู้สึกตื่นเต้น มีปฏิสัมพันธ์ และเชื่อมโยงกัน ซึ่งเป็นทิศทางที่น่าตื่นเต้นสำหรับอนาคต

ดังนั้น หากคุณกำลังมองหาประสบการณ์ความบันเทิงที่ไม่เหมือนใคร อย่าพลาด AREA15

โดยสรุปแล้ว AREA15 เป็นมากกว่าแค่สถานที่ท่องเที่ยว เป็นวิสัยทัศน์แห่งอนาคตของความบันเทิงที่ดื่มด่ำ ซึ่งผสมผสานเทคโนโลยี ศิลปะ และเรื่องราวเข้าด้วยกันเพื่อสร้างประสบการณ์ที่น่าจดจำสำหรับทุกคน AREA15 พัฒนาความบันเทิงแบบดื่มด่ำอย่างต่อเนื่อง และเราแทบรอไม่ไหวที่จะได้เห็นว่าพวกเขาจะสร้างสรรค์อะไรต่อไป

AREA15 พัฒนาความบันเทิง: สยองขวัญสากล

อนาคตของความบันเทิงแบบดื่มด่ำ: AREA15 และ Universal Horror Unleashed

ที่มา – How AREA15 Is Evolving Immersive Entertainment With Universal Horror Unleashed and MoreZone 2 of the Las Vegas destination opens September 17, and io9 has the scoop on what’s to come.